วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2557

มกุฎราชกุมาร สาธารณรัฐโซมาเลีย ทรงปลื้ม การจัดสวน สวนนงนุชพัทยา

มกุฎราชกุมาร สาธารณรัฐโซมาเลีย และ mr.mustafa oeace เอกอัครราชฑูตรประเทศโซมาเลีย ประจำประเทศไทย และคณะ ฯ  ชื่นชมสวนนงนุชพัทยา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังก้องโลก มีศักยภาพไม่อายต่างประเทศ มีความหลากหลาย     

beeidaige Mohamed มกุฎราชกุมาร สาธารณรัฐโซมาเลีย ทรงเสด็จ พร้อม mr.mustafa oeace เอกอัครราชฑูตรประเทศโซมาเลีย ประจำประเทศไทย มาเยี่ยมชมสวนนงนุช พัทยา อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี นายกัมพล ตันสัจจาผู้อำนวยการ สวนนงนุช พัทยา นางพัทธนันท์ ขันติสุขพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไป สวนนงนุช นายมานิจ นารินทร์รักษ์ รองผู้จัดการทั่วไปสวนนงนุชพัทยา นายชยุต แสนจันทร์กุล รองผู้จัดการทั่วไปสวนนงนุชพัทยา นายเสกสรร นาควงศ์ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รับเสด็จให้การต้อนรับ

โดยนายกัมพล ตันสัจจาผู้อำนวยการสวนนงนุช พัทยา ได้รับเสด็จ คณะท่าน beeidaige Mohamed มกุฎราชกุมาร สาธารณรัฐโซมาเลีย และmr.mustafa oeace เอกอัครราชฑูตรประเทศโซมาเลีย ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมชมสวนสวย สัตว์น่ารัก ไม่ว่าจะเป็นสวนกระถาง สวนกล้วยไม้ สวนสับปะรดสี ทุ่งสวนชม ค่ายนงนุช โครงการรักษ์ต้นไม้ลดโลกร้อน ไบโอแก็ส สวนหินสโตนเฮ้นท์ สวนฝรั่งเศส วิวตึกมดและปิดท้ายด้วยการชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ช้างแสนรู้          

นายกัมพล ตันสัจจาผู้อำนวยการสวนนงนุช พัทยา ได้กล่าวว่าพระองค์ท่านทรงเรียนมาว่าออยากจะมาดูวัฒนธรรมของประเทศต่างๆ ก่อนที่ท่านจะขึ้นครองราชย์ เป็นการส่วนพระองค์ พระองค์ท่านทรงได้ทราบถึง สวนนงนุช เมืองพัทยา ท่านจึงเจาะจงที่จะมาเที่ยวที่นี่ ผมจึงได้มีโอกาศรับใช้ ฝ่าพระบาท พาพระองค์ท่านเสด็จทั่วสวนและอธิบายแนวคิดที่เราได้ทำสวนว่าทำเพื่ออะไรและทำยังไงให้พระองค์ท่านฟัง พระองค์ท่านก็สนใจเป็นพิเศษ ผมเองก็เรียนท่านว่าหากท่านมีอะไรที่จะให้เราช่วยหรือแนะแนวคิดที่ท่านจะทำอะไรในประเทศของท่านเราก็ยินดีหรือจะส่งคนของท่านมาฝึกงานเรียนรู้กับเราเพื่อที่จะไปจัดสวนในประเทศของท่านเราก็พร้อมเสมอ พระองค์ท่านก็เป็นคนที่มีความสนใจเป็นพิเศษในเรื่องพันธุ์ไม้ จึงได้นำท่านไปดูพันธุ์ไม้ของประเทศพระองค์ท่านเองซึ่งเราก็มีปลูกอยู่ในสวนนงนุชเช่นกัน ท่านก็สนพระทัยเรื่องนี้มากครับ แล้วก็เรื่องการบริหารการท่องเที่ยวพระองท่านก็เห็นว่ามีชาวต่างชาติมาเที่ยวกันมากมาย ท่านก็ไม่ได้พูดอะไรมากนะครับแต่ท่านบอกว่าชอบคนไทย เพราะคนไทยเป็นคนที่ยิ้มแย้มแจ่มใส



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

สวนวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลกใน มหกรรมพืชสวนโลกประเทศจีน

ณ ห้องนันทา เอบี สวนนงนุชพัทยา อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย – จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา  นายกำพล  ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา ได้จัดงานแถลงข่าว โครงการสวนวัฒนธรรมไทยสู่เวทีอาเซียนและเวทีโลก ระหว่างกระทรวงวัฒนธรรม,กรมส่งเสริมวัฒนธรรม,สภาวัฒนธรรมไทย – จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ เมืองพัทยา,และสวนนงนุชพัทยา โดยมี นายภวัต เลิศมุกดา นายอำเภอสัตหีบ ตลอดจนแขกรับเชิญ และสื่อมวลชนร่วมภายในงาน

นายกำพล  ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า สวนนงนุชพัทยา สัตหีบ ชลบุรี ได้รับมอบหมายจากกระทรวงวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรมไทย-จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ และเมืองพัทยา ให้เป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลก ชิงเต่า 2014 ประเทศจีน เป็นงานระดับโลกแสดงนวัตกรรมเกี่ยวกับพืชสวนและสายน้ำแห่งวิธีไทย และยังเป็นโอกาสในการเผยแพร่มิติวัฒนธรรม นอกเหนือจากมิติทางการเกษตรอย่างเดียว มหกรรมงานพืชสวนโลก เป็นงานมหกรรมระดับนาๆชาติที่จัดโดยสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ โดยอนุมัติหรือมีมติให้เมืองหรือประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นเจ้าภาพรับจัดงาน ระยะเวลาจัดงาน 3-6 เดือน มีผู้จัดแสดงมากกว่า 10 ประเทศ ซึ่งตามมติที่ประชุมเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2552 ครั้งที่ 61 ที่เมืองซาราโกซา ประเทศสเปน เมืองชิงเต่า ประเทศจีน ได้รีบการคัดเลือกจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศให้เป็นเจ้าภาพ ณ บริเวณอุทยานเขาไป๋กั่วสำหรับงานมหกรรมพืชสวนโลก ชิงเต่า 2014 ประเทศจีน ซึ่งเป็นงานระดับโลกโดยจัดขึ้นทุก 4 ปี โดยปี 2014 ประเทศจีนเป็นเจ้าภาพ สถานที่จัดงาน ณ เมืองชิงเต่า ประเทศจีน ระหว่างเดือน เมษายน-ตุลาคม 2557 โดยเชิญประเทศต่างๆ ในโลกเพื่อเข้าร่วมแสดงงานนวัตกรรมเกี่ยวกับพืชสวนและศิลปะการจัดสวน ตลอดจนแสดงอัตลักษณ์ของแต่ละประเทศ ในแง่การประชาสัมพันธ์ของประเทศนั้นๆ ในส่วนของประเทศไทยได้ใช้รูปแบบ สายน้ำแห่งวิธีไทยอันเป็นนิรันดร ความเป็นไทย จักถูกส่งผ่านวิถีแห่งสายน้ำ นำมาซึ้งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมของไทยกับต่างชาติ หากรู้จักหยิบยืมนำมาปรับปรุงให้เกิดประโยชน์  อีกทั้งยังเป็นเวทีในการสื่อสารทางวัฒนธรรมกับคนจีน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบวัฒนธรรมไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

นายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย – จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์  กล่าวว่า จากสายสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน เมืองชิงเต่าได้สถาปนาความสัมพันธ์ บ้านพี่เมืองน้องกับจังหวัดเชียงใหม่ นับตั้งแต่ปี 2552 ด้านการลงทุน การท่องเที่ยวและการศึกษา ในปี 2555 นครชิงเต่าได้ทำหนังสือบันทึกตกลงทำความเข้าใจ และสถาปนาความสัมพันธ์ บ้านพี่เมืองน้อง กับทางพัทยา เพื่อส่งเสริมการลงทุน การท่องเที่ยว ตลอดจนความร่วมมิกันเพื่อส่งเสริมและพัฒนาด้านต่างๆ จากความสัมพันธ์ดังกล่าวทางเมืองชิงเต่า ประเทศจีน ได้ทำหนังสือเชิญประเทศไทยเข้าร่วมการแสดงมหกรรมพืชสวนโลก 2014 ณ เมืองชิงเต่า โดยมอบพื้นที่ โซน A ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ดีที่สุดในส่วนของสวนอินเตอร์ ซึ่งมีขนาดพื้นที่ 1,353 ตารางเมตร เพื่อจัดแสดงเอกลักษณ์และประชาสัมพันธ์ในส่วนของประเทศไทย ทั้งด้านพืชสวนศิลปะการจัดสวน สถาปัตยกรรมตลอดจนสื่อแอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย รวมทั้งจัดแสดงกิจกรรมต่างๆ เช่น ภาพลักษณ์ประเทศไทยด้านการท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม อาหารไทย สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ประเทศไทยได้รับพื้นที่จัดแสดงในโซนสวนอินเตอร์ ขนาดพื้นที่จัดแสดง 1,353 ตารางเมตร ประกอบด้วยอาคารนิทรรศการ กว้าง 10 เมตร ยาว 19 เมตร สูง 9 เมตร แบ่งเป็น 3 ห้อง ห้องที่ 1 จัดแสดงพระราชกรณียกิจ ห้องที่ 2 จัดแสดงศิลปวัฒนธรรมของไทยแต่ละภาค 5 ภาค และสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญ 5 ภาค กิจกรรมต่างๆของประเทศไทย ห้องที่ 3 เป็นห้องวีไอพี รองรับบุคลสำคัญต่างๆจัดแสดงเรื่องราว และเอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย ส่วนแสดงภายนอก จัดแสดงศิลปวัฒนธรรม ตลอดจน เอกลักษณ์ของความเป็นไทย ในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยประกอบกับการจัดภูมิทัศน์สวนโดยรอบ

นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า เมืองพัทยา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการประชาสัมพันธ์ให้แก่นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้รู้จักเมืองพัทยามากยิ่งขึ้น โดยได้มีการดำเนินงานด้านการพัฒนากายภาพ ในการตกแต่งทัศนียภาพและดำเนินกิจกรรมร่วมกัน และเพื่อให้เกิดการบูรณาการทรัพยากรและกิจกรรมด้านต่าง ๆ ร่วมกัน เมืองพัทยา กับ สวนนงนุชพัทยา ถือเป็นโอกาสดีที่จะทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักประเทศไทย และเมืองพัทยาได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้นโดยสวนนงนุชพัทยา



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

ไทยแลนด์ มอเตอร์ เฟสติวัล รุกตลาดภูมิภาคเป็นปีที่ 2 เริ่มชลบุรีเป็นแห่งแรก ก่อนไปอีก 5 จังหวัดทั่วประเทศ

ที่ห้องแปซิฟิคฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าแปซิฟิค พาร์ค ศรีราชา นายเชาวลิต แสงอุทัย ปลัดจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงาน มหกรรมแสดงรถยนต์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย หรือ Thailand Motor Festival 2014 อย่างเป็นทางการ โดยมีนายก้องเกียรติ เหวียนระวี รองประธานการจัดงาน นายจตุพร ขันมณี นายวิลักษณ์ โหลทอง ประธานร่วมจัดงานร่วมในพิธีเปิด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมอบความสะดวกสบายในการซื้อรถยนต์ใหม่อย่างคุ้มค่า รวมทั้งยกระดับการจัดงานแสดงรถในส่วนภูมิภาค ให้มีความเป็นสากลอย่างต่อเนื่อง รับการเปิดประเทศสู่ประชาคมอาเซียนโดยใน ปีที่ผ่านมาสามารถสร้างยอดขายรถถึง 3,000 ล้านบาท โดยเฉพาะจ.ชลบุรี ที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และถือว่าเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคตะวันออก ซึ่งในปีนี้จะจัดขึ้นทั้งหมด 6 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ ชลบุรี สุราษฏร์ธานี เชียงใหม่ อุดรธานี ขอนแก่น และสงขลา โดยนำกลยุทธ์การกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อ ด้วยการขายแบบเคาะประตูบ้านให้กับลูกค้าที่ต้องการซื้อรถในส่วนภูมิภาค พร้อมทั้งรับสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่จองในงาน



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557

ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จัดฝึกอบรมสร้างองค์ความรู้ แก่เครือข่ายภาคประชาชน ในจังหวัดสระแก้วเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ

วันนี้ ( 23 เม.ย.) ที่โรงแรมอินโดจีน อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จัดกิจกรรมโครงการ "สร้างองค์ความรู้เครือข่ายศูนย์เตือนภัยพิบัติภาคประชาชน เพื่อป้องกันและบรรเทาภัย ประจำปี 2557" มีนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการอบรม และกล่าวปาฐกถาพิเศษ แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่และชุมชน และเครือข่ายภาคประชาชน จากทั้ง 9 อำเภอ ของจังหวัดสระแก้ว กว่า 200 คน

การฝึกอบรมตามโครงการดังกล่าว มีจุดมุ่งหมาย เพื่อต้องการให้ประชาชนทั่วไป และเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ รวมถึงอาสาสมัครเครือข่ายศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติภาคประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบเตือนภัยในปัจจุบัน และมีความพร้อมที่จะรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้น อีกทั้งเพื่อให้ทราบถึงภารกิจ และการทำงานของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ภายใต้หลักการบูรณาการความร่วมมือ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านข้อมูลข่าวสาร และด้านเทคโนโลยี ที่จะต้องเชื่อมโยงถึงกันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้เพื่อจะให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเตรียมความพร้อม เพื่อการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายและผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้รอดพ้นจากภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้น

นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า จังหวัดสระแก้วประสบปัญหาภัยทางธรรมชาติ โดยเฉพาะเมื่อเร็วนี้ได้เกิด วาตะภัย ขึ้นที่อำเภออรัญประเทศและอำเภอตาพระยา ถึงแม้จังหวัดได้ประกาศเตือนและป้องกันแล้วแต่ก็ยังมีความเสียหายเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีอุทกภัยที่ เกิดขึ้นทุกปี สร้างความเสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจ ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงควรจะต้องเข้ามามีส่วนร่วม ในการคอยเฝ้าระวัง ร่วมเป็นเครือข่าย ทั้งการเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิดเห็น วางระบบการจัดการ สร้างกลไกการเชื่อมโยงประสานกันตั้งแต่ในระดับชาติ ถึงระดับพื้นที่ ตำบล หมู่บ้าน เพื่อจะทำให้เกิดการบริหารจัดการ ด้านการระวังภัยอย่างเป็นระบบ และมีการนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม จึงจะสามารถป้องกันภัยพิบัติ และลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้

การอบรมครั้งนี้ ได้มีการจัดเวทีเสวนาเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการภัยพิบัติ,ภัยพิบัติทางธรรมชาติในท้องถิ่น,การซักซ้อมความเข้าใจของเครือข่ายด้านการติดต่อประสานงาน, การแลกเปลี่ยนข้อมูลและการขอรับการสนับสนุนที่จำเป็นสำหรับการเตือนภัย การเตรียมพร้อมเผชิญเหตุเชิงปฏิบัติของชุมชนต่อภาวะภัยพิบัติ และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมอบรม สมัครเป็นสมาชิกเครือข่ายศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติภาคประชาชน อีกด้วย



ดุลยศํกดิ์/ภาพ/ข่าว/23 เมย.2557

องค์การบริหารส่วนตำบลตาหลังใน มีกิจกรรมจัดประเพณีบุญบั้งไฟ ปี 2557

องค์การบริหารส่วนตำบลตาหลังใน มีกิจกรรมจัดประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นประจำทุกปี และในปี 2557 องค์การบริหารส่วนตำบลตาหลังในจึงได้กำหนดจัดงานขึ้นในระหว่างวันที่ 1-3 พฤษภาคม2557 ณ ลานจุดบั้งไฟ ที่องค์การบริหารส่วนตำบลตาหลังใน จุดประสงค์เพื่อเป็นการสืบสานประเพณี และ อนุรักษ์วัฒนธรรมและเป็นขวัญกำลังใจให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ต.ตาหลังในเพื่อให้ฝนตกตามฤดูกาล กิจกรรมในงาน วันที่ 1 พ.ค.57 เวลา 12.00 น.ขบวนแห่บั้งไฟบริเวณวัดตาหลังใน 14.00น.อดีต ส. ส ตรีนุช เทียนทอง เป็นประทานเปิดการแข่งขันบั้งไฟ และ เวลา 20.30 น. ชมการแข่งขันชกมวย และ การแสดงมโหรสพ ในวันที่ 2 พ.ค. 57 เวลา 09.00 น. แข่งขันบั้งไฟแสน 11.00 น. นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วเป็นประทานจุดบั้งไฟ และ 20.30 น.ชมการแข่งขันชกมวย และ การแสดงมหรสพ และ ในวันที่ 3 พ.ค.57 เวลา 09.00 น. 15.30 น. การแข่งขันบั้งไฟ 10.00 น. 17.00 น.ชมการแสดงดนตรี จนถึงเวลา 16.30 น. นายก องค์การบริหารส่วนตำบลตาหลังใน เป็นประทานมอบลางวัลผู้ชนะการแข่งขันบั้งไฟ และ ปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ปี 2557

สระแก้วฝึกอบรมราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า(รสทป.)

วันนี้ (23 เม.ย.) ที่ ศูนย์ฝึกอบรมการป้องกันและควบคุมไฟป่าภาคกลาง กรมป่าไม้ หมู่ที่ 3 ตำบลช่องกุ่ม อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว นายชูศักดิ์  ตรีสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมราษฎรอาสาพิทักษ์ป่า(รสทป.) โดยมีนายธนโรจน์  โพธิสาโร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่1 (ปราจีนบุรี) เป็นผู้กล่าวรายงาน      

นายธนโรจน์  โพธิสาโร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่1 (ปราจีนบุรี) เปิดเผยว่า การจัดอบรม รสทป. ในวันนี้เป็นการฝึกอบรมราษฎรที่อยู่บริเวณของเขตป่าอนุรักษ์รอบแนวชุมชนเพื่อเป็นไปตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถที่ประสงค์จะให้คนอยู่ร่วมกันกับป่าอย่างพึ่งพาอาศัยกันไม่ต้องการให้พสนิกรของพระองค์ต้องทุกข์ยากลำบากเพราะความแห้งแล้งซึ่งเกิดจากทรัพยากรป่าไม้ถูกทำลาย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่1 (ปราจีนบุรี)จึงจัดการฝึกอบรม รสทป.เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการคุ้มครองดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พร้อมทั้งให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากร ซึ่งการอบรมมีระยะเวลาตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 25 เมษายน 2557 โดยมีการฝึกทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
   
   
   
   
   
   
   

จังหวัดสระแก้วจัดแรลลี่ 4 ขุนเขา 2014 เขาฉกรรจ์ 20 ปี

วันนี้ (23 เม.ย.) ที่ อุทยานแห่งชาติปางสีดาจังหวัดสระแก้ว  นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา นายอำเภอเขาฉกรรจ์ แถลงเปิดกิจกรรมแรลลี่ 4 ขุนเขา 2014 เขาฉกรรจ์ 20 ปี ซึ่งการจัดกิจกรรมโครงการแรลลี่ 4 ขุนเขา เข้าชมสัตว์ป่า ศึกษาพรรณไม้ อำเภอเขาฉกรรจ์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2557 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเป็นการครบรอบ 20 ปีของการก่อตั้งอำเภอเขาฉกรรจ์ สำหรับรูปแบบการแข่งขันแรลลี่รถยนต์ใน 1 ทีม มี 4 คน โดยมีเส้นทางผ่านแหล่งท่องเที่ยวอำเภอเขาฉกรรจ์ทั้งหมด 4 ตำบล ของอำเภอเขาฉกรรจ์ ได้แก่ เขาจันทร์ เขาสำพุง เขาฉกรรจ์และเขาสามสิบมีระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร  เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ - 28 เมษายน 2557 สอบถามรายละเอียดหรือติดต่อสมัครเข้าร่วมการแข่งขันได้ที่ 037-5110320 และ 089-7785777

วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2557

สัมมนาโครงการส่งเสริมการสร้างโรงงานไฟฟ้าชีวมวลชุมชนต้นแบบจังหวัดสระแก้ว

วันนี้ (21 เม.ย. 57) ที่ ห้องประชุมบูรพา ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว นายชัยภัทร หิรัณยเลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วเป็นประธานเปิดการสัมมนาเผยแพร่ผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลชุมชนต้นแบบ จังหวัดสระแก้ว โดยสำนักงานจังหวัดสระแก้วและสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สัมมนาในหัวข้อ "ผลการศึกษาศักยภาพและแนวทางการพัฒนาจังหวัดสระแก้วเป็นเมืองพืชพลังงาน”และ "ความเป็นไปได้ของโรงงานไฟฟ้าชีวมวลชุมชนต้นแบบจังหวัดสระแก้ว”

นายชัยภัทร หิรัณยเลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า จังหวัดสระแก้ว กำหนดยุทธศาสตร์ให้เป็นเมืองแห่งพืชพลังงาน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรเป็นพลังงานทดแทน ซึ่งจังหวัดสระแก้วมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับภาคเกษตรกรเป็นหลัก โดยมีพื้นที่การเกษตร จำนวน 2,340,093 ไร่คิดเป็นร้อยละ 52 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด ซึ่งมีพืชเศรษฐกิจหลักได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย ปาล์มน้ำมันและพืชโตเร็วมากมาย ซึ่งทำให้จังหวัดสระแก้วมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นเมืองพืชพลังงาน เพื่อนำสู่เมืองพลังงานจึงต้องทำการศึกษาหาแนวทางพัฒนาให้เหมาะสมโดยพิจารณาถึงผลกระทบในทุกๆด้าน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมให้เกิดความสมดุลพร้อมกับดำเนินการส่งเสริมการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลชุมชนต้นแบบจังหวัดสระแก้วควบคู่ไปกับการส่งสริมให้เกษตรกรปลูกป่าไม้โตเร็วและมีศูนย์รวบรวมวัสดุชีวมวลในชุมชนเพื่อป้อนให้แกโรงไฟฟ้าไปด้วยเพื่อเป็นการลดช่องว่างระหว่างรายได้ของเกษตรกรโดยเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรรายย่อยจากพืชผลผลิตที่เหลือใช้ทางการเกษตรและจะได้นำแผนการพัฒนาบรรจุเข้าเป็นแผนพัฒนาจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการต่อไป

คณะกรรมการโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ตรวจเยี่ยมเยาวชนและครอบครัวอุปถัมภ์ ที่อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา

วันนี้ (  21 เม.ย. 57)  พลตำรวจโท อมรรักษ์ หุวะนันท์   กรรมการดำเนินโครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้ ”   พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเยาวชนและครอบครัวอุปถัมภ์ ในพื้นที่ตำบลสิงโตทอง   อำเภอบางน้ำเปรี้ยว  จังหวัดฉะเชิงเทรา  โดยมีนาย บัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ และนำเยี่ยมกิจกรรมโครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้ ” พร้อมมอบเงิน สิ่งของ เครื่องอุปโภคและบริโภคให้กับเยาวชนและครอบครัวอุปถัมภ์ ด้วย

สำหรับโครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้ ”  เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากดำริของ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการมูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรม  ติณสูลานนท์   มูลนิธิรักษ์ไทย  และมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ   กระทรวงมหาดไทย  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  โดยพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์  เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินการฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนมุสลิมในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีโอกาสเสริมสร้างทักษะเรียนรู้ วิสัยทัศน์ ประสบการณ์ชีวิต และพัฒนาแนวคิดให้สามารถปฎิบัติตนเป็นผู้นำที่ดีของชุมชนในอนาคต ก่อให้เกิดความคิดเชิงบวก มีความหวงแหนต่อแผ่นดินเกิดและยอมรับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติบนความหลากหลายของเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม ซึ่งจะช่วยส่งผลต่อการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีส่วนร่วมกับโครงการฯ  ครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 21 ระหว่างวันที่ 2 เมษายน - 2 พฤษภาคม 2557  จำนวน 20 คน อยู่ร่วมกับครอบครัวอุปถัมภ์ ครอบครัวละ 2 คน รวม 10 ครอบครัว  ครอบครัวอุปถัมภ์ ของจังหวัดฉะเชิงเทราอยู่ในพื้นที่ของตำบลสิงโตทองอำเภอบางน้ำเปรี้ยว  นอกจากเยาวชนที่มาจะมีการใช้ชีวิตประจำวันทั้งการอยู่อาศัย  การร่วมประกอบอาชีพ  การร่วมกิจกรรมต่างๆกับครอบครัวอุปถัมภ์แล้วจังหวัดฉะเชิงเทรายังได้จัดกิจกรรมนำคณะเยาวชนและครอบครัวอุปถัมภ์ไปศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอพนมสารคาม อีกด้วย



ชาญณรงค์ /ข่าว
ธนภัทร/ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

กรมการขนส่งทางบก โดย สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง เปิดรับคำขอรับการจัดสรรเงินค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ

นายอรุณ วิชกิจ ขนส่งจังหวัดระยอง เปิดเผยกับประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง ว่า กรมการขนส่งทางบกโดยอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้ออกประกาศกำหนดการขอรับจัดสรรเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗ โดยกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการยื่นคำขอรับการจัดสรรเงินค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการดังกล่าวไว้ ดังนี้

คุณสมบัติของผู้ขอรับจัดสรรเงินค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ ต้องเป็นผู้พิการเนื่องมาจากการประสบภัยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน ต้องไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมาก่อน หรือเคยได้รับความช่วยเหลือมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี

อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการที่สามารถขอรับจัดสรรได้มีดังนี้ แขนเทียม ขาเทียม รถนั่งสำหรับผู้พิการ ไม้เท้า และไม้ค้ำยัน อุปกรณ์อื่นๆ ได้แก่ เบาะรองนั่งป้องกันแผลกดทับ เตียงนอนธรรมดา ๓ ไกร ที่นอนลมป้องกันแผลกดทับ รถสามล้อโยก เครื่องช่วยหายใจ และเครื่องดูดเสมหะ ทั้งนี้จะพิจารณาตามความเหมาะสมกับสภาพความพิการ และสภาพการใช้งานของผู้พิการเป็นรายๆ ไป

ผู้พิการที่ประสงค์ขอรับจัดสรรเงินเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ ให้ยื่นคำร้องขอ ได้ที่ สำนักงานกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง ได้ตั้งแต่วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๗ ถึงวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ สำนักงานกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โทร. ๐๒ ๒๗๑๘๗๐๖ สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง โทร. ๑๕๘๔, ๐๓๘ ๖๑๖๗๙๒, ๐๓๘ ๙๖๗๓๒๓ และ สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง สาขาอำเภอแกลง โทร. ๐๓๘ ๖๗๑๙๐๔, ๐๓๘ ๖๗๑๐๔๗

ระยอง ดึงผู้นำชุมชน เยาวชน เข้าร่วมโครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง เพื่อความสมานฉันท์ของคนในชาติ

เมื่อเวลา 09.30 น.  วันที่ 21 เม.ย. 57  ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลทับมา อ.เมืองระยอง นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดโครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง ซึ่งจัดขึ้นโดยที่ทำการปกครองจังหวัดระยอง ระหว่างวันที่ 21-22 เม.ย.นี้ โดยมีผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และกลุ่มเยาวชน จำนวน 80 คน จากอำเภอเมืองระยอง อำเภอบ้านค่าย อำเภอบ้านฉาง และอำเภอนิคมพัฒนา เข้าร่วมโครงการ โดยมีนายวราวุธ ปิ่นเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายธีรวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยอง นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับมา และนายอดุลย์ บำรุงสุนทร นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหนองตะพาน อ.บ้านค่าย ร่วมเป็นเกียรติฯ นายธีรวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยอง กล่าวว่า จังหวัดระยอง ได้จัดทำโครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง ประจำปี 2557 ขึ้นเป็นปีที่ 3 แล้ว ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ด้านการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตยในระดับพื้นที่โดยมีหลักการที่สำคัญในการดำเนินของโครงการฯ คือ การสร้างกระบวนการเรียนรู้ ประกอบด้วย หลัก 3 ร่วม เพื่อ 3 สร้าง คือ ร่วมกันคุย เพื่อสร้างความสามัคคีร่วมกันคิด เพื่อสร้างพลังและร่วมกันทำ เพื่อสร้างสังคมปรองดอง โดยนำกลุ่มเป้าหมาย ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และกลุ่มเยาวชน มาพบปะพูดคุยกัน ทำให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเยาวชนผู้นำและเจ้าหน้าที่ เกิดการบูรณาการความรัก ความสามัคคีในอันที่จะสร้างสังคมปรองดองให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งโครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสร้างสามัคคี โดยกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสริมสร้างความรักสามัคคี เสริมสร้างการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ โดยร่วมทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความปรองดอง ตลอดจนเพื่อจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และหระมหากษัตริย์ อันที่จะสร้างสังคมปรองดองให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ทั้งนี้กิจกรรมที่จัดขึ้น ประกอบด้วย การบรรยาย "การน้อมนำพระบรมราโชวาทตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เรื่องคุณธรรม รู้รักสามัคคี” "การปูพื้นฐานแนวคิดและอุดมการณ์ประชาธิปไตยตามแนวทางการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” และการจัดเวทีอภิปรายเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของกลุ่มผู้นำและเยาวชน ในหัวข้อ "การเมืองเรื่องผลประโยชน์ของใคร”โดยเป็นการเปิดโอกาสให้ได้แสดงความคิดเห็นทางการเมืองการปกครองและแลกความรู้อันจะทำให้เกิดเครือข่ายที่เข้มแข็งในการพัฒนาประชาธิปไตยภายใต้บรรยากาศที่สร้างสรรค์

คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.) แจ้งเตือนผู้สมัครสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ให้ร่วมป้องกันการทุจริตการสอบแข่งขัน

นายทรรศนะ วิชัยธนพัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยกับประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง ว่า ตามที่คณะกรรมการการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.) ได้ประกาศการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ กำหนดรับสมัครระหว่างวันที่ ๔-๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๖ และกำหนดให้มีการสอบแข่งขันในวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๗ นั้น

ปรากฏว่ามีผู้แอบอ้างแสวงหาผลประโยชน์(ตกเบ็ด) จากผู้สมัครสอบเป็นจำนวนมาก โดยเสนอว่าสามารถช่วยผู้สอบ ให้สอบได้ โดยใช้วิธีการต่างๆ เช่น กล่าวอ้างว่ารู้จักข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่สามารถช่วยผู้สมัครสอบให้สอบได้ จะหาคนเข้าสอบแทนผู้สมัครสอบ มีข้อสอบที่ใช้ในการสอบ สามรถส่งสัญญาณโดยใช้อุปกรณ์ต่างๆ หรือช่วยผู้สอบในขณะสอบให้ทำข้อสอบได้ ฯลฯ

กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ขอเรียนว่า ในการดำเนินการสอบของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.) มีนโยบายและวัตถุประสงค์ ให้การสอบเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เพื่อให้ได้คนดี มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม อย่างแท้จริงมาปฏิบัติงานใน อปท. ขอให้ผู้สมัครสอบอย่าได้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อของผู้แอบอ้างดังกล่าว หากพบเห็นหรือทราบพฤติกรรมที่มีการแอบอ้างดังกล่าว

ขอให้แจ้งศูนย์ดำรงธรรม กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หมายเลขโทรศัพท์ ๐๒ ๒๔๑๙๐๑๔ หรือ ๐๒ ๒๔๑๙๐๐๐ ต่อ ๑๒๖๔ หรือเว็บไซต์ www.dla.go.th หรือ E-mail : som.mao@hotmail.com กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด และดำเนินการทางวินัย(กรณีเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น) ต่อผู้แอบอ้าง นั้น

จังหวัดตราด เตรียมความพร้อมทุกภาคส่วนในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

(21 เม.ย. 57) นายณรงค์ ธีรจันทรางกูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวระหว่างบรรยายสรุปการเตรียมความพร้อมของจังหวัดตราดในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แก่คณะศึกษาดูงานโครงการพัฒนาสมรรถนะเพื่อประสิทธิผลการบริหารงาน สำนักงานจังหวัดอุดรธานี และสำนักยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน 1 ว่า ในการเตรียมความพร้อมการเข้าสู่ปราคมอาเซียนในปีหน้า ทางจังหวัดโดยหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการดำเนินการตามแผนงงานของทางจังหวัดโดยได้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานอาเซียน จังหวัดตราด ขึ้นที่สำนักงานจังหวัดตราด นอกจากนี้ในส่วนของความะพร้อมของบุคลากรภาครัฐ ได้มีการพัฒนาขีดความสามารถโดยเฉพาะในด้านภาษาสากล อย่างภาษษอังกฤษ รวมทั้งภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน ในส่วนของการเตรียมความพร้อมด้านการศึกษา สถาบันการศึกษาทั้งในระดับวิทยาลัยต่ำกว่าปริญญาตรีอย่าง วิทยาลัยชุมชน ระดับอาชีวศึกษา มัธยมศึกษา และประถมศึกษา ได้มีการจัดการศึกษาในด้านภาษา รวมทั้งเพิ่มพูนความรู้ในเรื่องของประเทศทั้ง 10 ที่จะร่วมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ให้กับนักเรียน และนักศึกษา นอกจากนี้ยังมีการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านการเกษตร ที่มีการผลักดันให้สินค้าเกษตรของจังหวัดตราด มีคุณภาพที่มีมาตรฐาน (GAP) รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ในด้านอุตสาหกรรม และด้านแรงงาน มีการเตรียมความพร้อมเพื่อการปรับตัวให้กับผู้ประกอบการ ผู้ใช้แรงงาน ด้านการค้า มีการเสริมสร้างความรู้ถึงผลกระทบทั้งด้านบวก และด้านลบ ให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทางจังหวัดได้จัดสรรงบประมาณทั้งงบยุทธศาสตร์จังหวัดประจำงบประมาณ และงบยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด ในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการคมนาคม ด้านการศุลกากร โดยเฉพาะการพัฒนาถนนสุขุมวิท ช่วงตราด – หาดเล็ก ซึ่งอยู่ในแนวเส้นทางสายเลียบชายฝั่งทะเล ( R 10 ) ซึ่งเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดตราด– เกาะกง – สะแรอัมเบิล – กัมปอต – ฮาเตียง – คาเมา – น้ำคาน รวมทั้งการพัฒนาการขนส่งทางน้ำที่ทางกรมเจ้าท่า กำลังดำเนินการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกคลองใหญ่ ทั้งนี้การดำเนินโครงการื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของจังหวัดจะอยู่ภายใต้การพัฒนา 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียน คือ ด้านการเมืองและความมั่นคง รวม 40 โครงการ ด้านเศรษฐกิจ 24 โครงการ และด้านสังคมและวัฒนธรรม 38 โครงการ ซึ่งนับเป็นการเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของจังหวัดตราดที่สภาพพื้นที่ ที่นับเป็นประตูสู่ประเทศเพื่อนบ้าน

จ.ตราด ย้ำเชิญส่งชื่อลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่เข้ารับการพิจารณาคัดเลือกเพื่อรับรางวัลโล่เกียรติคุณในโอกาสวันแม่แห่งชาติประจำปี 2557

(21 เม.ย. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดเผยว่า สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้กำหนดจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2557 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2557 โดยได้จัดกิจกรรมเพื่อเทิดทูนและเผยแพร่พระเกียรติคุณสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พระคุณและบทบาทของแม่ที่มีต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติรวมทั้งหน้าที่ของลูกที่มีต่อแม่เข้ารับการคัดเลือกเป็นลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ในโอกาสวันแม่แห่งชาติปี 2557 ดังนั้นทางจังหวัดจึงขอเชิญชวนหน่วยงาน องค์การและผู้สนใจส่งเรื่องจริงของผู้มีคุณสมบัติเป็นลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ รวม 5 ประเภท คือ นักเรียน นักศึกษา , ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ , นักร้อง นักแสดง ศิลปิน , สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป เข้ารับการพิจารณาคัดเลือกเพื่อรับรางวัลโล่เกียรติคุณในโอกาสวันแม่แห่งชาติประจำปี 2557 โดยผู้สนใจสามารถส่งเรื่องจริงของผู้มีคุณสมบัติเป็นลูกที่ที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่เข้ารับการพิจารณาคัดเลือก พร้อมประวัติ รายละเอียดจำนวน 6 ชุด พร้อมรูปถ่ายหน้าตรงขนาด 2 นิ้วจำนวน 4 รูป มาที่ กลุ่มการพัฒนาสังคม สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด ชั้น 1 อาคารศาลากลางจังหวัดตราดภายในวันที่ 10 พฤษภาคม 2557 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-3951-1588 ในวันและเวลาราชการ

กระทรวงทรัพยาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วางมาตรการแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกที่เกษตรกรรมของประชาชนในภาพรวมอย่างเป็นระบบ

(21 เม.ย. 57) นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปิดเผยระหว่างการเดินทางมาตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดตราด ว่า ตามที่ในหลายจังหวัดพบปัญหาช้างป่าบุกรุกเข้ามาหากินในพื้นที่เกษตรกรรม รวมทั้งพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน รวมทั้งทรัย์สิน พืชผลทางการเกษตร ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงได้เตรียมดำเนนการตามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกที่ของประชาชน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยใน ระยะสั้นได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสำรวจเพื่อสร้างแนวคูกันช้างในจุดที่มีปัญหาระหว่างเขตแนวป่ากับเขตพื้นที่เกษตรกรรม หรือที่อยู่อาศัยของประชาชน ส่วนการแก้ไขปัยหาในระยะยาวจะต้องมีการสำรวจปริมาณช้างเทียบอัตราส่วนกับพื้นที่หากิน หากพบว่าจุดดังกล่าวมีความหนาแน่นของประชากรช้างป่าจะต้องมีการเคลื่อนย้ายช้าง ไปยังเขตพื้นที่อุทยานที่มีจำนวนประชากรช้างน้อย นอกจากนี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพรรณพืช ยังได้เตรียมที่อยู่ของช้างหรือบ้านช้าง ไว้ที่ เขาตะกรุบ ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่างจังหวัดฉะเชิงเทรากับจังหวัดสระแก้ว มีเนื้อที่กว่า 4,200 ไร่ มีลักษณะเป็นภูเขาล้อมรอบ 3 ด้าน ส่วนอีกด้านหนึ่งจะมีการขุดคูกันช้าง พร้อมทั้งมีแนวลวดหนามกั้นอีกชั้นหนึ่ง ภายในจะมีแหล่งน้ำและแหล่งอาหารสำหรับช้างไว้พร้อม อย่างไรก็ตามการเคลื่อนย้ายช้างป่าจะต้องเกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเอง หน่วยงานภาคเอกชนที่พร้อมที่จะสนับสนุน หรือแม้แต่ทางกองทัพ ที่มีเครื่องมือ หรือยานพาหนะที่พร้อม

ผลการแข่งรถบังคับวิทยุชิงแชมป์ประเทศไทยสนามจันทบุรี

สมาคมรถบังคับวิทยุแห่งประเทศไทยร่วมกับชมรมรถบังคับวิทยุจังหวัดจันทบุรีจัดแข่งขันรถบังคับวิทยุชิงแชมป์ประเทศไทยหาผู้ชนะเป็นตัวแทนแข่งระดับนานาชาติ

ที่สนามแข่งรถบังคับวิทยุ โอเอซีส เรสซิ่ง แท็กซ์ ถนนพระยาตรัง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรีสมาคมรถบังคับวิทยุแห่งประเทศไทยร่วมกับชมรมรถบังคับวิทยุจังหวัดจันทบุรีได้จัดให้มีการแข่งขันรถบังคับวิทยุชิงแชมป์ประเทศไทยเพื่อหาผู้ชนะเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งรถบังคับวิทยุระดับนานาชาติ IF MAR ( อีฟ ม่า ) เวิล์ดแชมป์เปี้ยนชิพ 2014ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2557 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันที่กรุงเทพมหานคร  

โดยการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของสมาคมฯที่จัดการแข่งขันในต่างจังหวัด โดยสนามโอเอซีส เรสซิ่ง แท็กซ์เป็นสนามที่ได้มาตรฐานสากลมีนักแข่งรถบังคับวิทยุมืออาชีพเข้าร่วมแข่งขันจำนวนมากทั้งประเภททีมและประเภทบุคคล อาทิ ทีมแม็กซีม่ากรุงเทพมหานคร ทีม PRCพัทยา ทีมไนท์วู๊ท ทีม NCRระยอง ทีมโอเอซีสจันทบุรี วชิระพันธุ์ วัฒนพงษ์ สุริกาญจน์ ชัยเดชสุริยะ น้องเกมส์ น้องตริน น้องเจมส์ นักแข่งรถบังคับวิทยุระดับชาติ ร่วมแข่งขันท่ามกลางกองเชียร์ที่สนุกสนาน โดยผลการแข่งขัน รถบังคับวิทยุแบบน้ำมัน Scaie 1/8 ชนะเลิศได้แก่ น้องเกมส์จากทีมแม็กซีม่า รุ่น Touring Car 1/10 ทางเรียบชนะเลิศได้แก่น้องเจมส์จากทีม PRC พัทยา RC เพาว์เว่อร์โบท รุ่นรถไฟฟ้า Formula One ชนะเลิศได้แก่คุณเก่ง ทีมRC ซิสตี้ดอนเมืองกรุงเทพฯ รุ่นรถสปอต No Boost 13.5 T หรือรถสปอตไฟฟ้า 2 ประตูชนะเลิศได้แก่สุริกาญจน์ ชัยเดชสุริยะทีมฮิ้ว กรุงเทพมหานคร และรุ่น Open Boost หรือรถสปอตไฟฟ้า 4 ประตูชนะเลิศได้แก่น้องเจมส์ทีม PRC พัทยา RC เพาว์เว่อร์โบท



จรัล/ภาพ/ข่าว ( 21  เม.ย. 57 )
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว

เทศบาลเมืองอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี จัดงาน สืบสานงานประเพณีสงกรานต์และวันผู้สูงอายุ ประจำปี 2557

วันที่ 21 เมษายน 2557  นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธาน เปิดงานสืบสานงานประเพณีสงกรานต์และวันผู้สูงอายุ เทศบาลเมืองอ่างศิลา ประจำปี 2557 ณ ลานวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนเทศบาลเมืองอ่างศิลา (พระตำหนักราชินี) อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยมีผู้สูงอายุ และข้าราชการบำนาญเข้าร่วมพิธีกันเป็นจำนวนมาก

โดยมี นายทวีป กรณียกิจ นายกเทศมนตรีเมืองอ่างศิลา กล่าวรายงาน  ถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ซึ่งทางเทศบาลเมืองอ่างศิลา ได้เล็งเห็นในการบำรุงพระพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมทั้งให้ความความสำคัญถึงประเพณีสงกรานต์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย ที่เป็นประเพณีอันดีงามที่คนไทย ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน    

ในการจัดงานในครั้งนี้ ได้มีกิจกรรมประกอบไปด้วย พิธีสรงน้ำพระสงฆ์ การรดน้ำผู้สูงอายุ การปล่อยพันธุ์ปลากะพงขาว การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน โดยมีประชาชนในตำบลอ่างศิลา  ตำบลเสม็ด  ตำบลห้วยกะปิ  เข้าร่วมงานกว่า  700  คน  และเพื่อเป็นการส่งเสริม และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่ ตลอด จนเป็นการเสริมสร้างให้เกิดความรัก ความสามัคคีของประชาชนตำบลอ่างศิลา นอกจากนั้นเพื่อให้เด็กและเยาวชน ประชาชนได้แสดงออกถึงความกตัญญูต่อผู้สูงอายุและผู้มีพระคุณ อีกด้วย



คมศักดิ์/ข่าว/ภาพ

ไทยเป็นเจ้าภาพ จัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน-จีน ครั้งที่ 20 และการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน-จีน ว่าด้วยการปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยการปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ ครั้งที่ 7

วันที่ 21 เมษายน 2557  ประเทศไทย จัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน-จีน ครั้งที่ 20 และการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน-จีน ว่าด้วยการปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยการปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ ครั้งที่ 7 โดยมี        นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมดัวย นายหลิว เจิ้นหมิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน  เป็นประธานกล่าวเปิดงานการประชุม ณ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา จังหวัดชลบุรี

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ  กล่าวว่า จัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน-จีน มีวัตถุประสงค์ เพื่อติดตามความก้าวหน้าของความร่วมมือในกรอบอาเซียน -จีนในรอบปีที่ผ่านมา ผลักดันผลการประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 16 เมื่อเดือนตุลาคม 2556 ให้นำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม รวมทั้งหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางและแนวทางการส่งเสริมความร่วมมืออาเซียน-จีน ในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เพื่อผลประโยชน์ ร่วมกัน เช่นการส่งเสริมการค้าการลงทุน การยกระดับความตกลงเขตการค้าเสรี อาเซียน - จีน การส่งเสริมบทบาทของจีนในการพัฒนาความเชื่อมโยงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การขยายความร่วมมือทางทะเลและการจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองปีแห่งการแลกเปลี่ยนของวัฒนธรรมอาเซียน-จีน

ส่วนการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน-จีน ว่าด้วยการปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยการปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ ครั้งที่ 7 ต่อยอดจากการประชุมครั้งที่ 6 ที่ เมืองซูโจว ซึ่งอาเซียน และจีน ได้เริ่มหารือเรื่องการจัดทำแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ ( Code of Conduct in South China Sea : COC ) อย่างเป็นทางการ มีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาผลการประชุมคณะทำงานร่วมอาเซียน-จีน ว่าด้วยการปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยการปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ ครั้งที่ 10 เมื่อเดือนมีนาคม 2557 ที่สิงคโปร์ รวมทั้งมอบนโยบายในการทำงานแก่คณะทำงานร่วมฯ เกี่ยวกับการปฏิบัติตาม ปฏิญญาฯ เพื่อให้บรรลุแผนงานประจำปี 2557 และผลักดันการจัดทำแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ให้มีความคืบหน้า ต่อไปอีกด้วย



คมศักดิ์/ข่าว/ภาพ

วันเสาร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2557

ชาวสระแก้วร่วมขบวนแห่พระพุทธรูปศักสิทธิ์และแห่เจ้าพ่อพระปรง เล่นน้ำวันไหลส่งท้ายสงกรานต์

บรรยากาศวันไหลสระแก้ว ส่งท้ายสงกรานต์เป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนต่างออกมาร่วมสรงน้ำขบวนแห่เจ้าพ่อพระปรง และเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน

วันนี้ (19 เม.ย.) นายชัยภัทร  หิรัณยเลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วเป็นประธานปล่อยขบวนแห่พระพุทธรูปศักสิทธิ์และแห่เจ้าพ่อพระปรง ในงานวันไหลสระแก้ว ส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ของ จ.สระแก้ว โดยประชาชนในจังหวัดสระแก้ว และจังหวัดใกล้เคียงพากันออกมาร่วมสรงน้ำขบวนแห่เจ้าพ่อพระปรง และเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนานตลอดถนนสายสุวรรณศร และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33 มุ่งหน้าเข้าเขตเทศบาลเมืองสระแก้ว

ทั้งนี้ กิจกรรมแห่เจ้าพ่อพระปรง เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมสรงน้ำจัดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2517 และปีนี้จังหวัดได้จัดขบวนแห่พระพุทธรูป รูปปั้น และรูปจำลองเจ้าพ่อพระปรง เคลื่อนผ่าน ต.บ้านแก้ง ต.สระแก้ว เข้าสู่ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว ต.ท่าเกษม อ.เมือง โดยมี ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ร่วมสรงน้ำพระพุทธรูป และรูปจำลอง

อนึ่ง เจ้าพ่อพระปรง สถิตอยู่ในศาลริมถนนสุวรรณศร หมู่ 8 ต.บ้านนา อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี นามเดิม คือ หลวงเดชาศิริ อดีตนายด่านรักษาการชายแดน เป็นผู้มีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวจนเป็นที่เคารพของบุคคลทั่วไป โดยเชื่อกันว่า ผู้ที่ได้มีโอกาสอธิษฐานขอพรแล้วจะประสบความสำเร็จตามปรารถนา จึงเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในพื้นที่

สรุปผลการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2557 จังหวัดฉะเชิงเทรา มีผู้เสียชีวิต 5 ราย

วันนี้ (18 เม.ย. 57)  ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2557 จังหวัดฉะเชิงเทรา  นายบัณฑิตย์  เทวีทิวารักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานการประชุมคณะทำงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี สาธารณสุข ,ตำรวจ ,ขนส่ง, แขวงการทาง,ทางหลวงชนบท,ประชาสัมพันธ์จังหวัด และป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด  เข้าร่วมประชุม เพื่อสรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมา

นายบัณฑิตย์  เทวีทิวารักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า  สถานการณ์การเดินทางการใช้รถใช้ถนน "ร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย สงกรานต์ทั่วไทยไร้อุบัติเหตุ ” ระหว่างวันที่ 11  - 17 เมษายน  2557  พื้นที่ของจังหวัดฉะเชิงเทรา   มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นรวม 7 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 5  คน เป็นเพศชาย 2 คน  เพศหญิง 3 คน  และมีผู้บาดเจ็บ 6 คน อำเภอที่เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่อำเภอบ้านโพธิ์   อำเภอสนามชัยเขต อำเภอท่าตะเกียบ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และ อำเภอแปลงยาว   อำเภอที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ อำเภอบางคล้า  อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางปะกง  อำเภอพนมสารคาม  อำเภอราชสาส์น และ อำเภอ คลองเขื่อน สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง7 วันที่ผ่านมาของการตั้งจุดตรวจ จุดบริการผู้เดินทาง มีการเรียกตรวจยานพาหนะตามมาตรการหลักทั้งหมดรวม 49,127 คันและถูกดำเนินคดี 2,290 คนคิดเป็น4.6เปอร์เซ็นต์ของการเรียกตรวจ โดยมีความผิดกรณีไม่มีใบขับขี่   เป็นอันดับ 1 รองลงมาได้แก่ไม่มีใบขับขี่  ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย และไม่สวมหมวกนิรภัย ทั้งนี้จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ตั้งจุดตรวจหลัก รวม 22จุด มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 580คนและจุดตรวจรอง 100 จุด จากสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2557 ของจังหวัดฉะเชิงเทราพบว่าพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุเป็นรถยนต์และจักรยานยนต์สาเหตุเกิดจากการขับขี่ด้วยความประมาท และผู้ขับขี่เมาสุราขณะขับรถ

พร้อมกันนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ฝากขอบคุณหน่วยงานภาคี เครือข่ายทุกหน่วย เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่ทุ่มเทและเสียสละเพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2557



ชาญณรงค์ /ข่าว-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

จังหวัดระยองขอเชิญร่วมพิธีวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 25 เมษายน นี้

นายมาโนช โอสถเจริญ ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง แจ้งว่า จังหวัดระยองกำหนดจัดงานวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราชขึ้นในวันที่ 25 เมษายน 2557 ณ หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดระยอง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548กำหนดวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นวันรัฐพิธี และให้วันที่ 25เมษายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยให้มีการวางพานพุ่มถวายสักการะ

ทั้งนี้ไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ จังหวัดระยองจึงขอเชิญชวนข้าราชกาทั้งภาครัฐ/ เอกชน ทหาร ตำรวจ กลุ่มมวลชน นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไปร่วมพิธี ดังกล่าว โดยพร้อมเพรียงกัน
สวรส/ข่าว

ระยอง สรุป 7 วันอันตราย เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 5 คน สาเหตุหลักมอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัยและเมาแล้วขับ

ระยอง สรุป 7 วันอันตรายเกิดอุบัติเหตุ 4 ครั้ง เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 5 คน สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุคือมอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย

นายจุมพฎ วรรณฉัตรศิริ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า ผลการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ของจังหวัดระยอง ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2557 รวม 7 วัน มีดังนี้ เกิดอุบัติเหตุ 4 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 2 บาดเจ็บ 5 คน ในเขตอำเภอเมือง ฯ อำเภอแกลง มีผู้บาดเจ็บ 5 คน พฤติกรรมเสี่ยงสูงสุด ได้แก่ มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย เมาแล้ว ขับ ไม่มีใบขับขี่ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด ฝ่าฝืนไฟจราจร ประเภทถนนที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ ถนนกรมทางหลวง ถนนในเมือง ถนนสายรอง สาย อบต./หมู่บ้าน ตามลำดับ พาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือจากรถมอเตอร์ไซด์ รองลงมาเป็นรถยนต์กระบะ อำเภอที่มีการเกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ อำเภอเมืองระยอง บ้านฉาง แกลง วังจันทร์ บ้านค่าย ปลวกแดง ตามลำดับ ช่วงอายุผู้ถูกดำเนินคดีสูงสุด 30-39ปี รองลงมา คือ อายุ 50 ปีขึ้นไป จำนวนจุดตรวจรวมทั้งสิ้น 67 จุด จุดตรวจหลัก 8 จุด จุดตรวจรอง 55 จุด จุดตรวจของตำรวจทางหลวง 4 จุด จำนวนเข้าหน้าที่ปฏิบัติงานจุดตรวจ 567 คน ยานพาหนะที่ถูกเรียกตรวจ 2904 คัน ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดตามมาตรการ 3 ม 2 ข 1 ร ไม่มีใบอนุญาตใบขับขี่ 281 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 280 ราย มอเตอร์ไซต์ไม่ปลอดภัย 45 ราย เมาสุรา 35 ราย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 34 ราย ความเร็วเกินกำหนด 34 ราย ใช้โทรศัพท์เคลื่อน ที่ขณะขับรถ 22 ราย ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร 11 ราย ขับขี่ย้อนศร 10 ราย รวม 752 ราย สำหรับมาตรการตำรวจทางหลวงยานพาหนะที่เรียกตรวจ 84 คัน ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดตามมาตรการหลัก 84 ราย รวมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดตามมาตรการหลักทั้งสิ้น 836 ราย


สวรส รูปแก้ว/ข่าว

โรงพยาบาลตราด ร่วมศูนย์ควบคุมนำโดยแมลงที่ 3.4 ตราด รณรงค์ป้องกันไข้เลือดออก พ่นหมอกควันในทุกพื้นที่อำเภอเมืองตราด

(19 เม.ย. 57) นายแพทย์พิเชียร วุฒิสถิรภิญโญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตราด กล่าวภายหลังนำเจ้าหน้าที่ร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์การลดโรคไข้เลือดออก ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน จังหวัดตราด ได้รับรายงานผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จำนวนทั้งสิ้น 15 ราย คิดเป็นอัตราผู้ป่วย 6.76 ต่อประชากรแสนคน โดยพบผู้ป่วยในอำเภอบ่อไร่ 8 ราย อำเภอเขาสมิง อำเภอแหลมงอบ และอำเภอเมืองตราด อำเภอละ 2 ราย และอำเภอเกาะช้าง 1 ราย ทั้งนี้ในพื้นที่อำเภอเมืองตราพบผู้ป่วยในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลเนินทราย และหมู่ที่ 2 ตำบลชำราก คิดเป็นอัตราผู้ป่วย 2.20 ต่อประชากรแสนคน ดังนั้นเพื่อเป็นการเร้งป้องกันปัญหาโรคไข้เลือกออกที่อาตแพร่ระบาด ทางโรงพยาบาลตราดจึงได้ร่วมกับ ศูนย์ควบคุมนำโดยแมลงที่ 3.4 ตราด เทศบาลเมืองตราด ตลอดจน อสม.ในพื้นที่ร่มกันจัดกกิจกรรมรณรงค์ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ด้วยการฉีดเคมีพ่น รวมทั้งการพ่นหมอกควัน และหยอดทรายอะเบท นอกจากนี้ยังรณรงค์ให้ประชาชนปรับสภาพแวดล้อมในบ้านของตนไม่ให้เอื้อต่อการดำรงชีวิตและขยายพันธุ์ของยุงลาย อีกด้วย

ททท.ตราด เผย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา อัตราการเข้าพักโรงแรม รีสอร์ท ใน จ.ตราด เต็ม 100 % เม็ดเงินสะพัดกว่า 300 ล้านบาท

(19 เม.ย. 57) นายวรนิติ์ กายราศ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตราด เปิดเผยว่า จากสำรวจข้อมูลที่พักจากผู้ประกอบการในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดตราด ประมาณ 39,600 คน ทั้งในเขตเมืองตราด อำเภอคลองใหญ่ และแหล่งท่องเที่ยวเกาะหลัก ๆ ของจังหวัดตราด คือ เกาะช้าง เกาะกูด และเกาะหมาก จำนวนโรงแรม รีสอร์ท รวม 373 แห่ง มีจำนวนห้องพักรวม 10,111 ห้อง ในช่วงดังกล่าวมีอัตราการเข้าพักของนักท่องเที่ยวเต็ม 100 % ทำให้มีเงินสะพัดในช่วงดังกล่าวกว่า 300ล้านบาท ทั้งนี้นับว่าแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดตราดยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามนอกจากแหล่งท่องเที่ยวในหมู่เกาะช้าง แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดตราดที่ได้รับความนิยมมากขึ้นคือแหล่งท่องเที่ยว ด้านอำเภอคลองใหญ่ ที่ในช่วงสงกรานต์มีการจัดงานสืบสานประเพณีสงกรานต์ สีสันสู่อาเซียน ในพื้นที่บ้านหาดเล็ก ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางเข้ามา ประกอบกับเส้นทางสุขุมวิท ช่วงตราด – หาดเล็ก มีเส้นทางคมนาคมสะดวก รวมทั้งทั้งหาดทรายสวยงาม มีตลาดการค้าชายแดนบ้านหาดเล็ก แล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวยังจังหวัดเกาะกง ของกัมพูชาได้โดยสะดวกอีกด้วย จึงนับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งรองจากแหล่งท่องเที่ยวในหมู่เกาะช้าง ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน

สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดตราด เดินหน้าส่งเสริมการตลาดให้สินค้า 0TOP เผย ล่าสุดงานสุดยอด OTOP สีสันตะวันออก และของดี 4 ภาคสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ OTOP กว่า 5 ล้านบาท

(19 เม.ย. 57) นางสาวอัธยา ธเนศนิรัตศัย พัฒนาการจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดตราด ร่วมกับเครือข่ายผู้ผลิตสินค้า OTOP จากจังหวัดต่าง ๆ และหอการค้าจังหวัดตราด ร่วมกันจัดงานสุดยอด OTOP สีสันตะวันออก และของดี 4 ภาค ครั้งที่ 6 ประจำปี 2557 ขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 7 เมษายน ที่ผ่านมา บริเวณสวนรุกขชาติจังหวัดตราด โดยมีกลุ่มผู้ผลิตสินค้า OTOP ของจังหวัดตราด จำนวน 30 บูธ และกลุ่มผู้ผลิตสินค้า OTOP ระดับ 3-5 ดาวจากจังหวัดต่าง ๆ เข้าร่วมงานจำนวน 140 บูธ จากการประเมินผลการจัดงานดังกล่าว ปรากฏว่าสินค้า OTOP ที่นำมาแสดงและจำหน่ายในงานดังกล่าว มียอดจำหน่ายรวม 5,042,250 บาท แบ่งเป็นยอดจำหน่ายสินค้า OTOP ของจังหวัดตราด 911,830 บาท และยอดจำหน่ายสินค้า OTOP จากจังหวัดอื่น 4,130,420 บาท ทั้งนี้สินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในงานดังกล่าวได้แก่ ผลิตภัณฑ์เครื่องประดับพลอย ของกลุ่มเจียรนัยพลอย จังหวัดตราด สามารถทำยอดจำหน่ายได้ 300,000 บาท รองลงไปเป็นผลิตภัณฑ์ผู้ปูที่นอนสีพื้น จากกรุงเทพฯ 125,000 บาท และตามด้วยผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ไม้สักจากจังหวัดสระแก้ว 113,000 บาท การจัดงานดังกล่าวพบอุปสรรคในเรื่องของฝนตกอย่างต่อเนื่องในช่วงจัดงาน ทั้งนี้หากไม่พบปัญหาดังกล่าวคาดว่าการจัดงานนี้จะสามารถทำยอดจำหน่ายสินค้า OTOP ได้มากกว่านี้ อย่างไรก็ตามทางสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตราดได้ดำเนินการส่งเสริมด้านการตลาดให้กับสินค้า OTOP อย่างต่อเนื่องโดยนำผู้ประกอบการร่มแสดงและจำหน่ายงานสินค้า OTOP ตามจังหวัดต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการจัดงานในพื้นที่จังหวัดตราดเอง หรือแม้แต่การจัดงาน OTOP ในจังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา

ชาวคริสต์จันทบุรีร่วมพิธีมรรคาศักดิ์สิทธิ์จำลองเหตุการณ์พระเยซูถูกตรึงไม้กางเขน

วัดโรมันคาทิลิกจังหวัดจันทบุรีจัดการแสดงจำลองเหตุการณ์พระทรมานของพระเยซูคริสต์เจ้ามีคริสศาสนิกชน ประชาชน นักท่องเที่ยวร่วมชมการแสดงแสง สี เสียงจำนวนมาก

เมื่อค่ำวานนี้ ( 18 เม.ย.57 ) ที่ชุมชนหลังวัดโรมันคาทอลิกจังหวัดจันทบุรี อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จันทบุรี ได้จัดให้มีพิธีมรรคาศักดิ์สิทธิ์ การจำลองเหตุการณ์พระทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า ย้อนคริสต์ประวัติในคราวที่พระเยซูถูกตรึงกางเขนก่อนสิ้นพระชนม์ มีนักแสดง สัตบุรุษ ที่เป็นชาวบ้านในชุมชนชาวคริสต์เมืองจันท์ ร่วมแต่งกายย้อนอดีตชาวยิวโบราณร่วมพิธี โดยอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จันทบุรี ถือเป็นแห่งเดียวในประเทศไทย ที่จัดการแสดง แสง สี เสียงถ่ายทอด พิธีมรรคาศักดิ์สิทธิ์ให้มีชีวิต จำลองเหตุการณ์พระทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า องค์ศาสดาแห่งศาสนาคริสต์ ในวาระสุดท้ายตั้งแต่เริ่มต้นจวบจนถูกตรึงและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เส้นทางการจำลองเหตุการณ์เริ่มต้นจากหน้าอาคารหลังใหม่โรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ไปสิ้นสุดที่อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางมีจุดจำลองเหตุการณ์สำคัญรวม 6 จุด และมีคริสต์ศาสนิกชนร่วมตั้งโต๊ะบูชา จุดเทียน สวดภาวนา  เปิดโอกาสให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมและชมการแสดงอย่างใกล้ชิด และหลังจากเสร็จการแสดงจำลองเหตุการณ์พระทรมานของพระเยซูคริสตเจ้าเสร็จแล้ว ได้จัดให้มีพิธีนมัสการกางเขน และ รับศีลมหาสนิทซึ่งเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ของคริสต์ศาสนิกชน โดยการแสดงของชาวบ้านคริสต์ศาสนิกชนในชุมชนหลังวัดโรมันคาทอลิกจังหวัดจันทบุรีปีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชน นักท่องเที่ยว ร่วมพิธีและชมการแสดงจำนวนมากซึ่งถือเป็นเสน่ห์การท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรีอีกอย่างหนึ่งที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกเชื้อชาติ ศาสนา ได้ร่วมชมพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์อย่างใกล้ชิด



จรัล/ภาพ/ข่าว ( 19  เม.ย. 57 )
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว

วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2557

จ.ตราด เตรียมความพร้อมจัดงาน “สุดยอด OTOP สีสันตะวันออกและของดี 4 ภาค ครั้งที่ 6” วันที่ 3 -7 เม.ย. นี้

(21 มี.ค. 57) นายณรงค์ ธีรจัทรางกูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานจัดกิจกรรมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP งาน "สุดยอด OTOP สีสันตะวันออกและของดี 4 ภาค ครั้งที่ 6” ซึ่งจังหวัดตราดโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดร่วมกับเครือข่ายผู้ผลิตสินค้า OTOP กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 7เมษายน 2557 ณ บริเวณสวนรุกขชาติจังหวัดตราด

นางสาวอัธยา ธเนศนิรัตศัย พัฒนาการจังหวัดตราด กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าวเป็นการสร้างรายได้ ขยายโอกาสและประชาสัมพันธ์ด้านการตลาดให้กว้างขวางแก่กลุ่มอาชีพในระดับชุมชนประกอบกับช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวจึงเป็นโอกาสดีที่ผู้ผลิตผู้ประกอบการจะได้นำผลิตภัณฑ์มาเผยแพร่สู่สาธารณชนและ ขยายผลไปสู่ระดับภาคและระดับประเทศสำหรับการจัดงานดังกล่าวจะมีสินค้ามาจำหน่ายจากทุกภาคของประเทศไทยรวมทั้งสิ้นกว่า 150 บูธ ประกอบด้วย กลุ่มผู้ผลิตสินค้า OTOP ของจังหวัดตราด ประมาณ 30 บูธ และสินค้าที่มีคุณภาพได้มาตรฐานระดับ 3-5 ดาวตลอดจนของดี 4 ภาค อาทิ หมูยอ แคปหมู กุนเชียงน้ำพริก ไข่มุกอันดามันจากภูเก็ตข้าวเกรียบปลาจากสงขลา ผ้าไหม-ผ้าฝ้าย เครื่องประดับนิล เครื่องเงิน อัญมณีพลอย กระเป๋าหนัง รองเท้าหนัง เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการแสดงบนเวที การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง OTOP ทั้งประเภทประชาชน และเยาวชน การประกวดวงสตริง อย่างไรก็ตามการจัดงานดังกล่าวปีที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการกว่า 5 ล้านบาท สำหรับการจัดงานในปีนี้คาดว่าจะมียอดจำหน่ายมากกว่าปีที่ผ่านมาจึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวเตรียมร่วมซื้อสินค้าและชมมหรสพที่น่าสนใจได้ตลอดงาน

ปศุสัตว์จังหวัดตราด เดินหน้าโครงการเขียงสะอาดในชุมชน สร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อเนื้อสัตว์คุณภาพ

(21 มี.ค. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดโครงการอบรมเขียงสะอาดในชุมชน ประจำปี 2557 ซึ่งสำนักงานปสุสัตว์จัดขึ้น โดยมีผู้ประกอบการจำหน่ายเนื้อสัตว์ หรือเขียงจำหน่ายเนื้อสัตว์ จากอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดตราดรวม 20 ราย เข้าร่วมโครงการ ที่ห้องประชุมตราดสีทอง ศาลากลางจังหวัดตราด

นางสาวเยาวนิตย์ บุรีรักษา ปศุสัตว์จังหวัดตราด กล่าวว่า โครงการเขียงสะอาดในชุมชนเป็นโครงการตามแผนยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ด้านความปลอดภัยอาหารในและอาหารศึกษา ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาหารสินค้าปสุสัตว์ตลอดห่วงโซ่อาหาร ให้มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค โดยการจัดโครงการนี้มุ่งให้เกิดการพัฒนาสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ ที่มีคุณภาพปลอดภัยได้มาตรฐาน โดยเฉพาะการเลือกหาเนื้อสัตว์ที่มีความปลอดภัยมาจำหน่ายแก่ผู้บริโภค เป็นการสร้างความมมั่นใจในการบริโภคเนื้อสัตว์ให้กับประชาชน อย่างไรก็ตามนอกจาการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการจำหน่ายเนื้อสัตว์แล้วสำนักงานปสุสัตว์จังหวัดตราดได้ร่วมเข้าไปพัฒนาสินค้าปสุสัตว์คุรภาพตังแต่ต้นน้ำ ได้แก่ในฟาร์มเลี้ยงให้ได้มาตรฐาน จนถึงการพัฒนาโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ ที่มีการตรวจสอบคูณภาพและความปลอดภัยในระยะกลางน้ำ และการพัฒนาเขียงจำหน่ายเนื้อสัตว์ ก่อนที่เนื้อสัตว์คุณภาพจะถึงมือผู้บริโภคในด้านปลายน้ำอย่างครบวงจรคุณภาพ

จังหวัดตราด พัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน เตรียมความพร้อมสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ

(21 มี.ค. 57) นายสมศักดิ์ อิทธิวรกุล ปลัดจังหวัดตราด เปิดโครงการอบรมเสริมความรู้และเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงานอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ประจำปี 2557 ซึ่งจังหวัดตราดโดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราดเป็นเจ้าภาพดำเนินการจัดขึ้น ที่ห้องประชุมวัดหนองเสม็ด อำเภอเมืองตราด โดยมีเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 43 แห่งในจังหวัดตราด ประธานกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ 7 ศูนย์ ตลอดจนอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ รวมทั้งสิ้น 100 คน เข้าร่วมโครงการนี้

นางสาวมนิดา ลิ่มนิจสรกุล พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ผู้สูงอายุในสังคมไทยมีสัดส่วนสูงขึ้นถึงกว่าร้อยละ 12.59 ซึ่งถือว่ามากที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน จากผลของความก้าวหน้าทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมทั้งอัตราการเกิดน้อยลงแต่ประชากรมีอายุยืนยาวมากขึ้น คาดว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบหรือมีอัตราสัดส่วนผู้สูงอายุในสังคมอยู่ถึงร้อยละ 20 ในส่วนของจังหวัดตราดปัจจุบันผู้จำนวนผู้สูงอายุเกือบ 30,000 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 13.10 ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่สูงกว่าภาพรวมของประเทศ ทางจังหวัดโดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราดได้ดำเนินการสร้างอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้านมาตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบันจังหวัดตราดมีอาสาสมัครดูแลผู้สุงอายุ อยู่ในทุกตำบลอย่าน้อยตำบลละ 5 คน มียอดรวมทั้งสิ้น 349 คน ดังนั้นเพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงานของอาสาสมัครดุแลผู้สูงอายุที่บ้านตามชุมชนต่างจึงได้มีการจัดโครงการนี้ขึ้น โดยมีวิทยากรจากโรงพยาบาลตราดร่วมให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้เพื่อให้ระบบงานดูแลผู้สูงอายุของจังหวัดตราดมีประสิทธิภาพ มีความเข้มแข็ง เป็นการเตรียมความพร้อมสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ

จ.ตราด เชิญชวนประชาชนร่วมพิธีทำบุญเมือง เนื่องในงานวันตราดรำลึก ในเย็นวันพรุ่งนี้ (22 มี.ค. 57)

(21 มี.ค. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดตราดร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันจัดงาน "วันตราดรำลึก ครบรอบ 108 ปี” ขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 25 มีนาคม นี้ ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัด เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ทรงดำเนินวิเทโสบายทางการเมืองนำเมืองตราดรอดพ้นจากการปกครองของฝรั่งเศส ที่ทรงนำเมืองพระตะบอง เมืองศรีโสภณ และเมืองเสียมราฐ แลกกับเมืองตราด เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2449 ซึ่งการจัดงานตราดรำลึกจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเย็นวันพรุ่งนี้ (22 มี.ค. 57) ตั้งแต่เวลา 15.59 น. เป็นต้นไป จะได้มีการประกอบพิธีพิธีทำบุญเมือง บริเวณปะรำพิธี ศาลา 100 ปี ตราดรำลึก หน้าศาลากลางจังหวัดตราด ซึ่งทางเทศบาลเมืองตราดได้จัดให้มีการโยงสายสิญจน์ไปรอบเขตเทศบาลเมืองตราด จึงขอขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้

ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดไผ่ล้อม จ.ตราด จัดกิจกรรมตลาดนัดพอเพียง มุ่งส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาประยุกต์ใช้

(21 มี.ค. 57) ที่ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดไผ่ล้อม ถนนหลักเมือง ตำบลบางพระ อำเภอเมืองตราด นางสาวมยุรี อภิวาท ผู้อำนวยการศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดไผ่ล้อม พร้อมด้วยคณะครู อาจารย์ ได้จัดกิจกรรมตลาดนัดพอเพียงขึ้น โดยมีเด็กนักเรียนก่อนปฐมวัยอายุตั้งแต่ 2 -4 ขวบ กว่า 300 คน ตลอดจนผู้ปกครอง และครูอาจารย์ เข้าร่วม

นางสาวโยษิตา แซ่เซียว รองผู้อำนวยการศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดไผ่ล้อม ฝ่ายบริหารทั่วไป กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาประยุกต์ใช้ ให้สอดคล้องกับตลาดนัดพอเพียง เป็นการฝึกความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องให้กับเยาวชน และเป็นการการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างเด้ก ผู้ปกครอง และครู อาจารย์ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เด็กรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น ด้วยการปฏิบัติจริงในศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ทางกลุ่มโครงงานตลาดนัดพอเพียง เคียงคู่คุณธรรม นำภูมิปัญญา พัฒนาชีวิต เศรษฐกิจยั่งยืนจึงได้มีการจัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้น

ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดไผ่ล้อม จ.ตราด จัดกิจกรรมตลาดนัดพอเพียง มุ่งส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาประยุกต์ใช้

(21 มี.ค. 57) ที่ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดไผ่ล้อม ถนนหลักเมือง ตำบลบางพระ อำเภอเมืองตราด นางสาวมยุรี อภิวาท ผู้อำนวยการศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดไผ่ล้อม พร้อมด้วยคณะครู อาจารย์ ได้จัดกิจกรรมตลาดนัดพอเพียงขึ้น โดยมีเด็กนักเรียนก่อนปฐมวัยอายุตั้งแต่ 2 -4 ขวบ กว่า 300 คน ตลอดจนผู้ปกครอง และครูอาจารย์ เข้าร่วม

นางสาวโยษิตา แซ่เซียว รองผู้อำนวยการศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดไผ่ล้อม ฝ่ายบริหารทั่วไป กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาประยุกต์ใช้ ให้สอดคล้องกับตลาดนัดพอเพียง เป็นการฝึกความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องให้กับเยาวชน และเป็นการการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างเด้ก ผู้ปกครอง และครู อาจารย์ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เด็กรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น ด้วยการปฏิบัติจริงในศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ทางกลุ่มโครงงานตลาดนัดพอเพียง เคียงคู่คุณธรรม นำภูมิปัญญา พัฒนาชีวิต เศรษฐกิจยั่งยืนจึงได้มีการจัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้น

บัณฑิตวิทยาลัย ม.ขอนแก่น จัดการประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัย ระดับบัณฑิตศึกษา ครั้งที่ ๑๕ วันศุกร์ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์อัญชลี ตัตตะวะศาสตร์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ ม.ขอนแก่น แจ้งกับประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง ว่า ด้วยบัณฑิตวิทยาลัย จัดการประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัย ระดับบัณฑิตศึกษา ครั้งที่ ๑๕ ๕๐ ปี มข. แห่งการอุทิศเพื่อสังคม ในวันศุกร์ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๘.๑๕ น.-๑๘.๐๐ น. ณ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยจะมีการบรรยายพิเศษ เรื่อง "การพัฒนาผลงานวิจัยบัณฑิตศึกษา เพื่อสร้างคุณค่าและการใช้ประโยชน์” โดย รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลา ๐๙.๒๐ น. ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น ๑ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมีการนำเสนอผลงานวิจัย แบบบรรยายและแบบโปสเตอร์ จากสถาบันอุดมศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศไทย กว่า ๔๐๐ เรื่อง ดูรายละเอียด ได้ที่ http://gs.kku.ac.th/gradresearch15/ หรือโทรศัพท์ ๐๔๓ ๒๐๒๔๒๐ โทรศัพท์มือถือ ๐๘๘ ๐๖๒๐๑๓๓ โทร.ภายใน มข. ๔๒๔๒๓

เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว บัณฑิตวิทยาลัยจึงใคร่ประชาสัมพันธ์ให้อาจารย์และนักศึกษาได้ทราบโดยทั่วกัน

สำนักงานศาลยุติธรรมจัดโครงการ ค่ายเยาวชนต้นกล้าตุลาการ รุ่นที่ ๔

นางวัฒนพร คชภูมิ ผู้อำนวยการกองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ กล่าวกับ ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง ว่า กองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ สำนักงานศาลยุติธรรม เชิญชวนเยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า เข้าร่วมโครงการเยาวชนต้นกล้าตุลาการ รุ่นที่ ๔ ระหว่างวันที่ ๒๘ เมษายน – ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เพิ่มพูนประสบการณ์การเรียนรู้ และเตรียมความพร้อมทางด้านกฎหมาย เพื่อปูทางสู่การเป็น ผู้พิพากษา ในอนาคต เยาวชนที่สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๗ ผ่านทาง http://app.coj.go.th/judkid ประกาศผลการคัดเลือก ๒๑ เมษายนศกนี้ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒ ๕๑๒๓๖๒๕ และ ๐๒ ๔๑๒๒๓๒๙

“สนทนายามเช้า สภากาแฟ ”จังหวัดฉะเชิงเทรา

วันนี้ (21 มี.ค.57)  นายบัณทิตย์ เทวีทิวารักษ์   รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อพัฒนาองค์การและการปฏิบัติราชการ พ.ศ. 2557หรือ สภากาแฟจังหวัดฉะเชิงเทรา ประเดือนมีนาคม  ณ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา  โดยมีไพศาล วิมลรัตน์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา      หัวหน้าส่วนราชการ ภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา  เข้าร่วมพบปะสนทนาระหว่างหน่วยงานต่างๆ  เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลปัญหาความต้องการและข้อเสนอแนะ  โดยมีการบูรณาการร่วมกัน เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการพัฒนาจังหวัด และสร้างสัมพันธ์อันดีต่อกัน ทั้งนี้เพื่อให้บุคลากรของจังหวัดฉะเชิงเทรามีการดำเนินการจัดการความรู้ได้สอดคล้องกับภารกิจและวิสัยทัศน์ของจังหวัด สร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อพัฒนาองค์การและการปฏิบัติราชการ โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ หน่วยงาน สังกัดกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ อุตสาหกรรม หอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา สภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทราร่วมเป็นเจ้าภาพ

กิจกรรม"สภากาแฟ”จังหวัดฉะเชิงเทรา จัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน โดยจะมีหน่วยงานต่างๆสลับหมุนเวียนเปลี่ยนกันเป็นจ้าภาพในแต่ละเดือนในครั้งต่อไปหน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพได้แก่ สำนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา ตำรวจจังหวัดฉะเชิงเทรา และ หน่วยงานสังกัดกระทรวงยุติธรรมภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมเป็นเจ้าภาพในครั้งต่อไป



ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

รองผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา เปิดงานวันสตรีสากลและสมัชชาสตรีจังหวัดฉะเชิงเทรา ประจำปี 2557

วันนี้ (21 มี.ค. 57) นายไพศาล วิมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดงานวันสตรีสากลและสมัชชาสตรีจังหวัดฉะเชิงเทรา  โดยมี นางวิภวา อุดมรัตน์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทราผู้แทนองค์กรสตรี ผู้แทนองค์กรหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม กว่า 200 คน เข้าร่วมงาน ณ โรงแรมแกรนด์รอยัล พลาซ่า อำเภอเมืองจังหวัดฉะเชิงเทรา

รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรากล่าวว่าองค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ ๘ มีนาคม ของทุกปี เป็นวันสตรีสากล และเชิญชวนให้ประเทศสมาชิกจัดกิจกรรมเพื่อร่วมเฉลิมฉลองและรำลึกถึงการต่อสู้ของสตรีเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ ความเสมอภาค สันติสุข และการพัฒนา  สำหรับประเทศไทย ถึงแม้สตรีจะได้รับการยกย่องยอมรับให้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว สตรียังประสบปัญหาความเลื่อมล้ำในเรื่องสิทธิ โอกาส และการถูกกระทำความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีในท้องถิ่นที่ยังมีปัญหาในเรื่องคุณภาพชีวิตได้รับบริการไม่ทั่วถึง ถูกเอารัดเอาเปรียบถูกละเมิดสิทธิ   จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงตั้งใจและมุ่งหวังที่จะขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี ส่งเสริมสิทธิ โอกาส ความก้าวหน้าของสตรีไทย โดยเชื่อว่า การรวมพลังของสตรี และบุรุษ นำไปสู่การขจัดความไม่เท่าเทียมทางเพศให้หมดสิ้นไป และหากสังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิ และความเสมอภาค ก็ จะส่งผลให้สตรีสามารถเข้าถึงทรัพยากร และแหล่งทุนต่างๆ ได้รับสิทธิทางกฎหมาย ได้รับโอกาสแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถร่วมสร้างสรรค์ ประเทศไทยให้พัฒนาอย่างมีความเสมอภาค  

ด้านพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ประเทศไทยได้เริ่มจัดงานวันสตรีสากลอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2532 ปีนี้จึงนับเป็นปีที่ 26 ของการเฉลิมฉลอง สำนักงานพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทราจึงร่วมกับสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดฉะเชิงเทราจัดงานวันสตรีสากลและสมัชชาสตรีจังหวัดฉะเชิงเทรา ประจำปี 2557 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของวันสตรีสากลสนับสนุนและร่วมจัดกิจกรรมเนื่องในวันสตรีสากล,ส่งเสริมและสนับสนุนให้หน่วยงานองค์กรเครือข่ายมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อชุมชน,ส่งเสริมให้สตรีและบุรุษมีส่วนร่วมในกิจกรรมทุกด้านและทุกระดับในสังคม, เสริมสร้างเจตคติของสังคมในการคำนึงถึงศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นมนุษย์,ส่งเสริมศักยภาพและพิทักษ์คุ้มครองสิทธิมนุษยชนของสตรีและเสริมสร้างความเสมอภาคระหว่างหญิงชายอีกทั้งยังเป็นการนำเสนอนโยบายยุทธศาสตร์และแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสตรีตลอดจนส่งเสริมความเสมอภาคของหญิงชายภายในจังหวัด โดยมีแนวคิดการจัดงานในประเด็น "การเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายพัฒนาสตรีและครอบครัว” สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการเสวนา การจัดนิทรรศการองค์ความรู้เกี่ยวกับสตรีของหน่วยงานองค์กรต่างๆที่ปฏิบัติงานด้านการพัฒนาสตรีและการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงและชาย



ภูมินทร์/ข่าว/ภาพ

กกต.ฉะเชิงเทรา จัดเวทีกลางเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สมัครรับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาของจังหวัดฉะเชิงเทราได้หาเสียงต่อประชาชน

นายสุขสันต์  วนะภูติ  กรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดฉะชิงเทราและ ในฐานะผู้จัดเวทีหาเสียง โดยการสนับสนุนของรัฐ กล่าวว่า เนื่องจากสมาชิกวุฒิสภาครบวาระการดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2557 และมี พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา เป็นการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 30 มีนาคม2557 ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวิธีการสนับสนุน การหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2551 หมวดที่ 3 ข้อ 13 ให้สำนักงานคณะกรรมกรการเลือกตั้งประจำจังหวัดจัดให้มีสถานที่โฆษณาหาเสียงหรือเวทีกลาง เพื่อให้ผู้สมัครใช้โฆษณาหาเสียงอย่างน้อย 1 แห่ง โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด อาจจัดให้มีการแสดงหรือการดำเนินการอื่นใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาฟังการโฆษณาหาเสียงด้วยก็ได้ แต่ต้องมิใช่เป็นการจัดให้มีเพื่อสนับสนุนผู้สมัครผู้ใดโดยเฉพาะ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา

จึงได้จัดเวทีกลางหาเสียงให้กับผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาของจังหวัดฉะเชิงเทราได้โฆษณาหาเสียงโดยเท่าเทียมกันประกอบกับฟังดนตรีจากนักเรียน ที่ผ่านการประกวด และได้รับรางวัลจากรายการชิงช้าสวรรค์ สลับคั่นการปราศรัยของผู้สมัครในแต่ละท่าน   ณ บริเวณสนามหน้าศาลาจัตุรมุข ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)โฆษณาหาเสียงอย่างเท่าเทียมกัน รวมทั้งเพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ทราบประวัติผลงานของผู้สมัคร เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจลงคะแนนและเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าร่วมกิจกรรมและไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเพิ่มมากขึ้นสำหรับผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม 2557 และสำหรับผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งปกติในวันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม 2557 โดยพร้อมเพรียงกัน



ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

เหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ภาค3 ครั้ง2/2557

วันนี้ (21 มีนาคม 2557) นาย แผน วรรณเมธี  เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ภาค 3ครั้ง2/2557 โดยมี นาย อนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา   นางมารยาท  ตังคณานุกูลชัย  นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยนางสาวจิตรา  พรหมชุติมา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดปราจีนบุรี กรรมการสภากาชาดผู้แทนภาค 3และกิ่งกาชาดอำเภอ คณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาด ภาค3ทั้ง 7 จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 353 คน เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง  ณ ห้องเทพราช โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา

นางสาวจิตรา  พรหมชุติมา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดปราจีนบุรี กรรมการสภากาชาดผู้แทนภาค 3กล่าวว่า เหล่ากาชาดจังหวัดภาค3 ประกอบด้วย 7 จังหวัดภาคตะวันอออก ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา /ชลบุรี/ระยอง/จันทบุรี/ตราด/สระแก้วและปราจีนบุรี นอกจากนี้ยังมีอีก 6 กิ่งกาชาดอำเภอ คือ กิ่งอำเภอสอยดาว/กิ่งอำเภอบางละมุง/กิ่งอำเภอสัตหีบ/กิ่งอำเภอคลองใหญ่ และกิ่งอำเภออรัญประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญอีกหน่วยงานของสภากาชาดไทยในการปฏิบัติภารกิจของสภากาชาดไทยในส่วนภูมิภาค มีบทบาทสำคัญในการให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ได้รับความทุกข์ยาก ตามหลักการกาชาดสากล และดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ประกอบด้วย การบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เป็นเลิศและครบวงจร/การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว/การพัฒนาและขยายบริการโลหิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมาและเซลส์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต/การพัฒนาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชน/และการพัฒนาระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการเชิงรุก

สำหรับการประชุมคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ภาค 3 ได้จัดขึ้นตามระเบียบข้อบังคับสภากาชาดไทยที่กำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอำเภอภายในภาค ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า ๓ ครั้ง เพื่อให้คณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด ตลอดจนกิ่งกาชาดอำเภอ ได้รับการพัฒนา เพิ่มพูนทักษะ และสร้างความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ และที่สำคัญที่สุดคือการได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการช่วยเหลือทั้งผู้ด้อยโอกาส และผู้ประสบภัย ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นปกติสุข

ทั้งนี้ เหล่ากาชาดจังหวัด ภาค 3จะบูรณาการการทำงานร่วมกันให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของสภากาชาดไทยที่ตั้งไว้ เพื่อให้การปฏิบัติงานในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ตกทุกข์ได้ยากให้พ้นจากทุกข์ภัย มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ส่งผลให้ครอบครัวเข้มแข็ง ชุมชนเข้มแข็ง และสามารถให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไป


ชาญณรงค์/ข่าว
ธนภัทร-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

กองกำลังบูรพาปลูกป่าอาเซียนเชื่อมผืนป่า 2 ประเทศ ไทย-กัมพูชา

ที่บริเวณบ้านทับทิมสยาม 03 ตำบลทัพไทย อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว พลตรีกู้เกียรติ  ศรีนาคา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เป็นประธานปลูกป่าอาเซียน บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารบกและแม่ทัพภาคที่ 1 ในการดำเนินโครงการปลูกป่าอาเซียนในพื้นที่ชายแดนพร้อมด้วยหน่วยทหารเพื่อนบ้านเพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนและสร้างแหล่งทรัพยากรในอนาคต  เชื่อมโยงผืนป่าของทั้ง 2 ประเทศเข้าด้วยกัน สร้างความสัมพันธ์อันดีและส่งเสริมความเข้าใจตลอดจนมีทัศนคติที่ดีต่อกันระหว่างเจ้าหน้าที่บริเวณชายแดน

โครงการปลูกป่าอาเซียนในพื้นที่จังหวัดสระแก้วจะปลูกใน 4 พื้นที่ด้วยกัน ได้แก่ บ้านทับทิมสยาม 03 ต.ทัพไทย อ.ตาพระยา บ้านหนองปรือ อ.อรัญประเทศ บ้านเขาดิน อ.คลองหาดและบ้านทับทิมสยาม05 ต.คลองไก่เถื่อน อ.คลองหาด รวมพื้นที่ทั้ง 2เทศ จำนวน 226 ตารงกิโลเมตร โดยกิจกรรมในวันนี้ได้มีการแสดง ศิลปวัฒนธรรมไทย มอบพันธ์กล้าไม้ให้กับเจ้าหน้าที่ฝั่งไทยและกัมพูชาและหลังจากนั้นได่ร่วมกันปลูกป่าในพื้นที่บริเวณดังกล่าว

วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2557

กองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลท่าช้าง จัดโครงการ “มหกรรมตลาดนัดสุขภาพดีวิถีคนท่าช้าง”

กองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลท่าช้าง จะดำเนินการจัดทำ "โครงการ มหกรรมตลาดนัดสุขภาพดีวิถีคนท่าช้าง” ขึ้น เพื่อสร้างกระแสการสร้างสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ให้มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารอย่างเหมาะสม ลดหวาน มัน เค็ม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

โดยมีการจัดกิจกรรมตรวจคัดกรอง โรคเบาหวาน ความดันโลหิต ไขมัน ตรวจวัดสายตา ตรวจมะเร็วเต้านม มะเร็งปากมดลูก ให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในวันที่25 มีนาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 12.00 น. ณ ตลาดเจริญสุข หมู่ที่ 8 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี

ขอเชิญร่วมประกวดโครงการเยาวชนไทยหัวใจสะอาด ประจำปี 2557

ด้วยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดจันทบุรี จะดำเนินการโครงการเยาวชนไทยหัวใจสะอาด ประจำปี 2557 กิจกรรมประกวดสื่อหนังสั้นภายใต้หัวข้อ "เยาวชนไทยหัวใจใสสะอาด ลูกพ่อตากปราศจากคอรัปชั่น” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม รวมทั้งตระหนักถึงพิษภัยของการทุจริตคอรัปชั่นให้เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสในการแสดงออกถึงการร่วมรณรงค์ต่อต้านทุจริต รวมทั้งเพิ่มสื่อที่มีคุณภาพในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ต่อต้านการทุจริต คอรัปชั่น ทั้งนี้ผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล และโล่เกียรติยศ จากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมประกวดได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันที่ 20 พฤษภาคม 2557 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม มายัง สำนักงานพัฒนาสังคมฯ หมายเลขโทรศัพท์ 039-125-520 039-327-668 ในวันและเวลาราชการ

กกต.ระยอง ติวเข้มกปน.เลือกตั้งนอกเขต ส.ว. 23 มีนาคมนี้

กกต.ระยองติวเข้มกปน. 770 คนเตรียมพร้อมเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต สมาชิกวุฒิสภา 70 หน่วยเลือกตั้ง มีผู้สมัคร 2 รายต้องไปชี้แจงคุณสมบัติศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมือง

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่ห้องประชุม"ปทุมราช" วิทยาลัยเทคโนโลยี่ไออาร์พีซี ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง พ.ต.ท.สมหมาย ธัญลักษณากุล ผอ.กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)จ.ระยอง เป็นประธานเปิดการอบรมผอ.ประจำหน่วยเลือกตั้ง กรรมการประจำหน่วย(กปน.)และเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเตรียมพร้อมในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)นอกเขตในวันที่ 23 มีนาคมนี้ ณ สนามกีฬากลาง ต.เนินพระ อ.เมืองระยองโดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาจารย์วิทยาลัยเทคโนโลยี่ไออาร์พีซี อาจารย์วิทยาลัยเทคนิคระยอง นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยี่ไออาร์พีซีและนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคระยองร่วมเป็นผอ.ประจำหน่วยเลือกตั้งและกรรมการประจำหน่วยรวมทั้งสิ้น 770 คน จำนวนหน่วยเลือกตั้ง 70 หน่วย มีผู้มาขอใช้สิทธิลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจำนวน 65,909 คน

พ.ต.ท.สมหมาย ธัญลักษณากุล ผอ.กกต.ระยอง กล่าวว่าในวันเดียวกันกกต.จัดให้มีการเลือกตั้งส.ว.ล่วงหน้าในเขตจังหวัด โดยใช้ศาลาประชาคมอำเภอทั้ง 8 อำเภอ เป็นสถานที่ลงคะแนน มีผู้มาขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจำนวน 110 คน อ.เมืองระยอง 47 คน อ.แกลง 9 คน อ.บ้านค่าย 7 คน อ.บ้านฉาง 30 คน อ.วังจันทร์ 3 คน อ.ปลวกแดง 4 คน อ.เขาชะเมา 10 คนส่วนอ.นิคมพัฒนาไม่มีผู้มาขอใช้สิทธิแม้แต่คนเดียว

พ.ต.ท.สมหมาย ผอ.กกต.ระยอง กล่าวและว่าการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครส.ว.ทั้ง 7 ราย แต่มีอยู่1หรือ 2 ราย ต้องรอให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมืองพิจารณาเรื่องขาดคุณสมบัติ ขณะนี้ได้แจ้งให้ผู้สมัครทั้ง 2 รายทราบแต่ขณะนี้ยังถือว่าเขายังเป็นผู้สมัครอยู่ หากผู้สมัครดังกล่าวได้ไปชี้แจงศาลฎีกาฯและศาลพิจารณาแล้วว่าไม่ขาดคุณสมบัติก็มีสิทธิลงสมัครเลือกตั้งได้ส่วนชื่อผู้สมัครทั้ง 2 รายที่ให้ศาลฎีกาพิจารณาเรื่องคุณสมบัติของผู้สมัครนั้นไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้เพราะอาจทำให้ผู้สมัครได้รับความเสียหาย

พ.ต.ท.สมหมาย ผอ.กกต.ระยอง กล่าวต่อไปว่าการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)ในวันที่ 30 มีนาคม มีผู้สมัครเลือกตั้งจำนวน 7 รายดังนี้ หมายเลข 1 นายนิคม อ่อนละมัย หมายเลข 2 นายพฤกษ์ พลายเวช หมายเลข 3 นายสุรชัย ปิตุเตชะ หมายเลข 4 ว่าที่ร้อยโท สรสุชาติ บุญปลื้ม หมายเลข 5 นาวาโท ภานุพงศ์ จิตดล หมายเลข 6 นายรฐชาย ยอดมาลัย หมายเลข 7 นายภีมเดช อมรสุคนธ์ จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 493,372 คนจำนวนหน่วยเลือกตั้ง 805 หน่วยประกอบด้วยอ.เมืองระยอง 296 หน่วย อ.แกลง 185 หน่วย อ. นายพฤกษ์ พลายเวช หมายเลข 3 นายสุรชัย ปิตุเตชะ หมายเลข 4 ว่าที่ร้อยโท สรสุชาติบ้านค่าย 83 หน่วย อ.บ้านฉาง 73 หน่วย อ.วังจันทร์ 33 หน่วย อ.ปลวกแดง 58 หน่วย อ.เขาชะเมา 29 หน่วยและ อ.นิคมพัฒนา 48 หน่วย



วฐิต/ข่าว

สถานการณ์การผลิตผลไม้ภาคตะวันออกในปี 2557 มีจำนวนลดลงจากปีที่แล้ว ขณะที่ความต้องการของตลาดพบว่ามีจำนวนลดลงตามไปด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งวางแผนบริหารจัดการ

สถานการณ์ก​ารผลิตผลไม้​ภาคตะวันออ​กในปี 2557 มีจำนวนลดล​งจากปีที่แ​ล้ว ขณะที่ความ​ต้องการของ​ตลาดพบว่ามี​จำนวนลดลงต​ามไปด้วย หน่วยงานที่​เกี่ยวข้อง​เร่งวางแผน​บริหารจัดก​าร

นายวิชิตร ช่วยพิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 จังหวัดระยอง เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตไม้ผลภาคตะวันออกในปี 2557 จำนวน 4 ชนิดคือ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ระยอง และตราด ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญของประเทศ พบว่า ปี 2557 มีเนื้อที่ให้ผลรวมทั้ง 4 ชนิดจำนวน 663,697 ไร่ ลดลงจากปีที่แล้วจำนวน 8,679 ไร่ โดยทุเรียน และเงาะ มีเนื้อที่ให้ผลผลิตลดลง ร้อยละ 3.04 และร้อยละ 1.32 ตามลำดับ ส่วนมังคุด และลองกอง เนื้อที่ให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.01 และ 0.73 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ผลผลิตต่อไร่ทั้ง 4 ชนิดเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 0.62 โดยผลผลิตต่อไร่ที่เพิ่มขึ้นคือทุเรียน เงาะ และลองกอง เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.05 3.72 และ 1.10 ตามลำดับ ส่วนผลผลิตของมังคุด ลดลงมากถึงร้อยละ 10 เนื่องจากปีที่ผ่านมาติดผลมากจึงมีระยะพักต้นที่นานขึ้น

ทั้งนี้ ผลผลิตรวมไม้ผลทั้ง 4 ชนิด ปี 2557 จะมีประมาณ 758,194 ตัน ลดลงจากปี 2556 เล็กน้อยจำนวน 5,218 ตัน (ร้อยละ 0.68) ขณะที่ข้อมูลความต้องการDemand-Supply ของผลไม้ภาคตะวันออกปี 2557 โดยปริมาณผลผลิตผลไม้รวมทั้ง 4 ชนิด จำนวน 758,194 ตัน ปริมาณความต้องการของตลาดจำนวน 705,537 ตัน และมีผลผลิตส่วนเกินจำนวน 52,657 ตัน

นายวิชิตร กล่าวต่อว่า จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นได้ส่งผลให้ช่วงระยะเวลาที่ไม้ผลจะเก็บผลได้ช้ากว่าปกติ จึงคาดว่าทุเรียนและมังคุด จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดกระจาย 4–5 รุ่น โดยจะออกมากในช่วงเดือนปลายเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนมิถุนายน 2557 อย่างไรก็ตาม เกษตรกรอาจประสบปัญหาในการจัดการด้านการเกษตรกรรม เนื่องจากใน หนึ่งต้นจะมีดอกทุเรียนตั้งแต่ระยะเพิ่งออกดอก เป็นมะเขือพวงเล็ก มะเขือพวงใหญ่ หางแย้ ไปจนถึงผลขนาดเล็ก อยู่รวมกัน ซึ่งการใส่ปุ๋ยเพื่อบำรุงผลอาจให้ดอกร่วงเสียหายได้ ส่วนลองกองนั้นออกดอกน้อยมาก เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นนานในปีนี้ซึ่งกระทบทำให้ไม้ผลชะงักการออกดอกล่าช้ากว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 จังหวัดระยอง ได้วางแผนสำรวจข้อมูลไม้ผลร่วมกันเพื่อจัดทำข้อมูลปริมาณผลผลิตไม้ผลเอกภาพ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออกตลอดปี 2557 และการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ปัญหาผลไม้ภาคตะวันออกต่อไป


วฐิต/ข่าว

สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง จับเจ้าหน้าที่เข้าคอร์สอบรมธรรมะ เพื่อพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานโดยการยกระดับจิตใจของตัวเอง

สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง จับเจ้าหน้าที่เข้าคอร์สอบรมธรรมะ เพื่อพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานโดยการยกระดับจิตใจของตัวเอง วันที่ 19 มี.ค.ที่โรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง

นายอรุณ วิชกิจ ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่คุณธรรม เพิ่มความสุข และสนุกในการทำงาน โดยได้มีการกราบอาราธนานิมนต์ พระราชวิจิตรปฎิภาณผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ฯ พระนักเทศน์ชื่อดัง มาบรรยายธรรม ให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ในสังกัดได้รับฟัง        

นายอรุณ  วิชกิจกล่าวว่า ในปัจจุบันระบบเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ประสบปัญหาและความขัดแย้ง ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลต่อการปฏิบัติงานและการดำเนินชีวิตประจำวันเกิดความเครียด และขาดความสุขในการทำงาน สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง ได้ตระหนักในเรื่องดังกล่าว จึงได้จัดกิจกรรมโครงการโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่คุณธรรม เพิ่มความสุข และสนุกในการทำงานขึ้น เพื่อให้บุคลากรในสังกัด ได้ที่เข้าอบรมได้พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม เพื่อนำพาความสุขให้เกิดขึ้นในชีวิต เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้วยการยกระดับจิตใจของตนเองสู่มาตรฐานความเป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม รู้จักครองตนตามสายกลาง คือ รู้จักประมาณตน รู้จักความพอดี มีความซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ตรงต่อเวลา รู้จักอดทน มีเมตตา เอื้ออาทร เสียสละต่อส่วนรวม มีสติยั้งคิดในการใช้ชีวิต มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อร่วมงาน และมีความรัก ความสามัคคี ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในองค์กรอีกด้วย


วฐิต กลางนอก/ข่าว

จ.ระยอง นำหน่วยเคลื่อนที่ให้บริการประชาชนฟรี ตามโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน” พร้อมรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่

จ.ระยอง นำหน่วยเคลื่อนที่ให้บริการประชาชนฟรี ตามโครงการ "หน่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน” พร้อมรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 19 มี.ค. เวลา 09.30 น. ที่หอประชุมโรงเรียนวังจันทร์วิทยา ต.ชุมแสง อ.วังจันทร์ จ.ระยอง นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดนำหน่วยบริการเคลื่อนที่จากส่วนราชการต่างๆ ตามโครงการ"บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน" ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง โดยนายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง ที่ได้นำหน่วย อบจ.เคลื่อนที่ ออกให้บริการประชาชนด้วย โดยมีการให้บริการหลายด้านด้วยกัน เช่น แจกถุงยังชีพผู้ยากไร้ มอบทุนการศึกษา อุปกรณ์กีฬา แว่นตา บริการรักษาพยาบาลเบื้องต้น วัดความดันโลหิต อุดฟัน ถอนฟัน ตัดผม เสริมสวย ฉีดวัคซีนสุนัข แมว แจกจ่ายพันธุ์ไม้ พันธุ์ปลา นิทรรศการความรู้ด้านต่างๆ และจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์จากกลุ่มแม่บ้านในพื้นที่

ทั้งนี้การนำหน่วยเคลื่อนที่มาบริการฟรีแก่ประชาชนครั้งนี้ ถือเป็นการลดค่าใช้จ่าย และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โดยตำบลชุมแสง ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร และต้องการให้ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคให้ดีขึ้น เช่น ถนน ไฟฟ้า และน้ำประปา เป็นต้น      

นายวิชิต เปิดเผยว่า การออกหน่วยเคลื่อนที่ ให้บริการประชาชนในโครงการ"บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน" ในครั้งนี้ นอกจากจะมีการให้บริการฟรีหลายอย่างแล้ว ส่วนราชการยังได้มารับทราบปัญหาความต้องการ ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำกลับไปจัดทำแผนงบประมาณให้การช่วยเหลือต่อไปอีกด้วย


วฐิต กลางนอก/ข่าว  

จ.ฉะเชิงเทรา จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯและ จังหวัดเคลื่อนที่ออกให้บริการประชาชนในพื้นที่อำเภอบางคล้า

วันนี้ (20 มี.ค.57)    นายอนุกูล  ตังคณานุกลชัย   ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา   เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ  สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยมี นายนิคม ไวยรัชพาณิช ประธานวุฒิสภา ข้าราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ  ผู้นำท้องถิ่น และ  ประชาชน  เข้าร่วมโครงการ  และ ร่วมกล่าวถวายพระพร กล่าวคำปฏิญาณเทิดทูนสถาบันของชาติ และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและสดุดีมหาราชา เพื่อแสดงความจงรักภักดี  ณ วัดบางกระเจ็ด อำเภอบางคล้า  จังหวัดฉะเชิงเทรา

สำหรับโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ  ภายในงานได้จัดกิจกรรมแบบบูรณาการของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการบริการทางวิชาการและได้รับการแก้ไขปัญหาดานการเกษตรอย่างครบวงจร โดยมี การให้บริการคลินิกเกษตร การจัดนิทรรศการความรู้ทางการเกษตร กิจกรรมสาธิตอาชีพเสริม สนับสนุนโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว การจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร และการจำหน่ายสินค้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชน

ในโอกาสเดียวกันนี้   ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา   ได้ นำหัวหน้าส่วนราชการ  หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ  และผู้นำท้องถิ่น  ออกเยี่ยมเยียนพบปะประชาชนในพื้นที่ตาม โครงการ"หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” (โครงการจังหวัดเคลื่อนที่)พร้อมนำบริการเคลื่อนที่ของหน่วยงานต่าง ๆ  ไปให้บริการพี่น้องประชาชน   และมีการมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนยากจน  มอบเงินสงเคราะห์แก่ครอบครัวผู้ยากไร้    มอบอุปกรณ์กีฬาและหนังสือเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสหกรณ์แก่โรงเรียนในพื้นที่  มอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคและบริโภค การแจกจ่ายน้ำดื่มสะอาดจากรถกรองน้ำเคลื่อนที่ ของกองบัญชาการกองทัพไทย การเปิดโครงการรณรงค์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าประจำปี  2557 ของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดฉะเชิงเทราโดยนำทีมสัตว์แพทย์มาให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า การจัดการประชุมเสวนาเวทีนี้มีคำตอบ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น และในโอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้กล่าวถึงแนวทางการดำเนินชีวิตที่จะทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขในหมู่บ้าน/ชุมชน คือ ความจงรักภักดีเทิดทูนต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  ความสามัคคี การเคารพนับถือผู้สูงอายุ การสร้างความอบอุ่นแก่ครอบครัว การช่วยกันป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ,การดูแลรักษาสุขภาพให้ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ,การอนุรักษ์ธรรมชาติ และและสิ่งแวดล้อม



ภูมินทร์/ข่าว
ธนภัทร/ภาพ

ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา นำสื่อมวลชนศึกษาดูงานศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน และสำนักประชาสัมพันธ์เขต 7 จันทบุรี

นายอุทิศ  วงศ์มาก  ประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทราได้นำสื่อมวลชน นักจัดรายการวิทยุ และเครือข่ายอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน (อปมช.)เดินทางไปศึกษาดูงานโครงการพระราชดำริหรือศูนย์เรียนรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี  ตามโครงการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ของกรมประชาสัมพันธ์   เพื่อให้สื่อมวลชนได้ตระหนัก ซาบซึ้ง ถึงพระราชกรณีกิจต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพสกนิกรชาวไทย และนำข้อมูลข่าวสารที่ได้รับไปขยายผลให้ประชาชนจังหวัดฉะเชิงเทราได้ทราบอย่างแพร่หลาย  ระหว่างวันที่  18-19 มีนาคม 2557 โดยมีสื่อมวลชนในจังหวัดฉะเชิงเทรา และเจ้าหน้าที่โครงการฯ รวมจำนวน 35 คน เข้าร่วมกิจกรรม

นายอุทิศ  วงศ์มาก  ประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา  กล่าวว่า  สำหรับการจัดเสวนาและศึกษาดูงานครั้งนี้ ในวันที่  18 มีนาคม 2557  ได้นำสื่อมวลชน  ศึกษาดูงานที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  จันทบุรี   และในวันที่  19 มีนาคม  2557  ศึกษาดูงานที่สำนักประชาสัมพันธ์เขต 7 โดยมีนาย พิทักษ์ สัจจาพิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 7 จันทบุรี เป็นประธานเปิดโครงการฯ  เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ได้รับทราบภารกิจการแบ่งส่วนงาน และการดำเนินงานประชาสัมพันธ์โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับโครงการพระราชดำริต่าง ๆ

นายอุทิศ  วงศ์มาก  ประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา  กล่าวต่อว่า  ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทุกพระองค์ทรงมีพระปณิธานที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรของพระองค์มาโดยตลอดจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่พสกนิกรชาวไทย น้อมสำนึกและตระหนักในพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระมหากษัตริย์ไทย นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์  ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งในด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร พระราชกรณียกิจ พระราชจริยวัตร พระมหากรุณาธิคุณ  โดยผ่านเครือข่ายสื่อมวลชนนำความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาดูงานนำไปขยายผลเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร และมีความตระหนักต่อการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์มากยิ่งขึ้น



ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา 

วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2557

คณะครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 16 จ.มหาสารคาม ศึกษาดูงานโรงเรียนในจังหวัดระยอง เพื่อนำกลับพัฒนาการเรียน การสอนให้มีประสิทธิภาพ

คณะครูและบุ​คลากรทางกา​รศึกษาโรงเ​รียนราชประ​ชานุเคราะห์ 16 จ.มหาสารคา​ม ศึกษาดูงาน​โรงเรียนใน​จังหวัดระย​อง เพื่อนำกลั​บพัฒนาการเ​รียน การสอนให้มี​ประสิทธิภา​พ

เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่โรงเรียนสาธิตเทศบาลนครระยอง อ.เมืองระยอง นายสุรีย์ บัวรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 16 ต.หัวเรือ อ.วาปีประทุม จ.มหาสารคาม นำคณะครู และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียน จำนวน 20 คน เดินทางมาศึกษาดูงานด้านการจัดการเรียน การสอนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลนครระยอง โดยมีนางพรทิพย์ เวชกามา ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ พร้อมด้วยว่าที่ ร.ต.จรัล ภิญวัย นายมนตรี สิริทัตสุนทร รองผู้อำนวยการโรงเรียนฯ และคณะครู ให้การต้อนรับ             นายสุรีย์ กล่าวว่า การเดินทางมาศึกษาดูงานด้านการจัดการเรียน การสอนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลนครระยองครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่า โรงเรียนดังกล่าว มีการพัฒนาการเรียน การสอนที่เป็นเลิศในหลายสาขาวิชา เช่น ในด้านการเรียนการสอนโดยโดยใช้สื่อภาษาอังกฤษเป็นสื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้มีโอกาสที่จะใช้ภาษาอังกฤษกับครูผู้สอนที่เป็นครูชาวต่างชาติ และการจัดการเรียนการสอนแบบมอนเตสชอรี่ ที่เน้นการพัฒนาความต้องการของเด็ก มีอิสรภาพในการเลือก รวมทั้งการจัดกิจกรรมแบบบูรณาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีที่ลงตัว โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันส่งเสริมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เป็นการเน้นส่งเสริมให้เด็กเกิดกระบวนการเรียนรู้ การสืบเสาะหาความรู้และกระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์ ตลอดจนพัฒนาศักยภาพ ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และค้นพบด้วยตัวเองมากที่สุด

นายสุรีย์ กล่าวต่อว่า สิ่งเหล่านี้จะนำกลับไปพัฒนาการเรียน การสอนในระดับประถมศึกษาของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 16 เพื่อพัฒนาผู้เรียน ผู้สอนให้มีความเป็นเลิศให้ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้ผู้ปกครองไว้วางใจดังเช่นโรงเรียนสาธิตเทศบาลนครระยอง ที่มีนักเรียนเพิ่มขึ้นทุกปี นั่นเป็นการแสดงให้เห็นว่าผู้ปกครองมีความไว้วางใจ สำหรับโรงเรียนสาธิตเทศบาลนครระยองแห่งนี้ เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล จนถึงชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 มีนักเรียน 1,185 คน มีครู และบุคลากรทางการศึกษา 86 คน เน้นจัดการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการบูรณาการแต่ละกลุ่มการเรียนรู้ โดยเน้น 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ และใช้ครูชาวต่างชาติร่วมสอนกับครูภาษาไทย เป็นต้น


วฐิต/ข่าว

วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557

คณะกรรมการติดตามกำกับดูแลการรับจำนำระดับจังหวัดฉะเชิงเทราตรวจเยี่ยมโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต2556/57

วันนี้ (4 มี.ค.57)  คณะกรรมการติดตามกำกับดูแลการรับจำนำระดับจังหวัดฉะเชิงเทรา นำโดย นายไพศาล  วิมลรัตน์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยนาย สุวพรรณ มลิลา พาณิชย์จังหวัดฉะเชิงเทรา  นายบำรุง  เจียรมาศ  การค้าภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา นาย สุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ เกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา นาย อุทิศ วงศ์มาก ประชาสัมพันธ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบจก.เอเชีย โกลเด้นไรซ์ ซึ่งเป็นคลังสินค้ากลางรับฝากเก็บข้าวสารตามโครงการ รับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต2556/57  เพื่อให้ทุกฝ่ายเกิดความสบายใจ โดยปริมาณข้าวโรงสีแห่งนี้มี 202,753 กระสอบ

นายไพศาล  วิมลรัตน์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวภายหลังจากตรวจสอบคลังสินค้าว่า  วันนี้ตนได้พาคณะกรรมการติดตามกำกับดูแลการรับจำนำระดับจังหวัดฉะเชิงเทรา ตรวจติดตามการเก็บรักษาสภาพข้าวของจังหวัดฉะเชิงเทราที่เข้าโครงการรับจำนำ ข้าวเปลือก ปีการผลิต2556/57 จากการตรวจสอบพบว่า คุณภาพของข้าวอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก และสามารถเก็บรักษาได้อย่างดี  ไม่มีมอด อะไรที่ทำให้ข้าวเสียหาย  สบายใจได้ว่าในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา คณะกรรมการคณะกรรมการติดตามกำกับดูแลการรับจำนำระดับจังหวัดได้ดูแลเป็นอย่างดีเอาใจใส่ ติดตาม ทุกๆโกดัง  จากการสุ่มตรวจดูปรากฏว่าเป็นที่น่าพอใจคุณภาพข่าวที่อยู่ในโกดังในจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้คุณภาพข้าวที่ดีสบายใจได้


ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพ

รับสมัคร ส.ว.วันแรกคึกคัก มีผู้สมัครแล้ว 5 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 4 มีนาคม บรรยากาศการรับสมัครเลือกตั้งสมาชิวุฒิสภา (ส.ว.) จังหวัดระยอง ที่ใช้สถานที่ห้องประชุมศาลาประชาคม อ.เมืองระยอง โดยวันแรกมีผู้มาสมัครรับเลือกตั้ง ส.ว. 5 คน โดยมี นายสุขุม โกมาสถิตย์ ประธาน กกต.จ.ระยอง เป็นสักขีพยานในการรับสมัครครั้งนี้ พร้อมด้วย พ.ต.ท.สมหมาย ธัญลักษณากุล ผอ.กกต.ระยอง และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ เนื่องจากมีชาวบ้านมาดูผู้สมัครที่เป็นขวัญใจลงสมัครอย่างคึกคัก โดยผู้สมัครทั้ง 5 คน มาก่อนเวลา จึงได้ทำการจับเบอร์ ผลปรากฏว่า นายนิคม อ่อนละมัย ได้เบอร์ 1 นายพฤกษ์ พลายเวช เบอร์ 2 นายสุรชัย ปิตุเตชะ เบอร์ 3 ว่าที่ร.ท. สรสุชาติ บุญปลื้ม เบอร์ 4 และน.ท.ดร.ภานุพงศ์ จิตดล เบอร์ 5

พ.ต.ท.สมหมาย ธัญลักษณากุล ผอ.กกต.ระยอง กล่าวว่า การเลือกตั้ง ส.ว. ครั้งนี้มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 490,3372 มีจำนวนหน่วยเลือกตั้ง 805 หน่วย จะมีการเลือกตั้งนอกเขตวันที่ 23 มีนาคม ที่สนามกีฬากลาง จ.ระยองและในวันเดียวกันจะมีการเลือกตั้ง ส.ว. ล่วงหน้าในเขตเช่นเดียวกันด้วย แต่ผู้ที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขต ต้องไปลงทะเบียนที่สำนักทะเบียนอำเภอ สำนักทะเบียนท้องถิ่นที่มีภูมิลำเนาอยู่ ตั้งแต่วันที่ 10 - 14 มี.ค.นี้ โดยมีหน่วยเลือกตั้งกลางอยู่ที่ที่ศาลาประชาคมอำเภอทั้ง 8 อำเภอ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ว.ครั้งนี้ 60 - 70 % การเลือกตั้งส.ว.คงไม่มีแรงกดดันเนื่องจากการเลือกตั้ง ส.ว. ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง หาเสียงไม่ได้ ได้แต่มีการแนะนำตัวเท่านั้น ส่วนด้านการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งส.ว.มีระยะเวลาการประชาสัมพันธ์น้อย เนื่องจากกฤษฎีกาเพิ่งประกาศเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ต่อจากนี้จะต้องเร่งรัดการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั้งจังหวัดระยองได้ทราบอย่างทั่วถึงต่อไป


 วฐิต  กลางนอก/ข่าว

บทแถลงข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า เรื่อง ศาลพิพากษาประหารชีวิตจำเลยในคดีโจมตีฐานพระองค์ดำ

ตามที่เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๗ คณะทำงานติดตามและประสานคดีสำคัญ กกล.มพ.จชต. พร้อมทนายความได้ติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายลอบโจมตีฐาน ร้อย ร.15121 หรือ พระองค์ดำ เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๔ ณ ศาลจังหวัดนราธิวาส เพื่อร่วมรับฟังคำพิพากษา นายซุลกิฟลี ซิกะ จำเลยในคดีดังกล่าว ผลคำพิพากษาศาลตัดสินประหารชีวิตและให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งจำเลยรอยื่นอุทธรณ์ โดยก่อนหน้านี้ศาลได้มีคำพิพากษาตัดสินจำเลยในคดีเดียวกันไปแล้วจำนวน ๑๒ ราย และอยู่ระหว่างหลบหนีคดีอีกจำนวน ๒๑ ราย ต่อกรณีดังกล่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้าขอชี้แจงให้ได้รับทราบดังนี้

ประการที่ ๑ การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมของคดีดังกล่าวจนศาลมีคำพิพากษาตัดสินเป็นการปฏิบัติโดยยึดถือหลักนิติรัฐ ซึ่งเป็นบทบัญญัติในการรับรองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเป็นสำคัญแม้ว่าการยึดถือหลักข้างต้นจะใช้ระยะเวลาตามกระบานการเป็นเวลานานแต่เพื่อให้เกิดผลที่จะผดุงความยุติธรรม ให้กับจำเลยซึ่งมีสถานะเป็นผู้ต้องหาหลักการนี้จะยังดำรงอยู่ในทุกขั้นตอนของทุกคดีความมั่นคง

ประการที่ ๒ ฝ่ายความมั่นคงยังคงยึดมั่นในการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้ขอบเขตตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอย่างเคร่งครัด และจะติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดมารับโทษตามกฎหมายอย่างเต็มความสามารถ

ประการที่ ๓ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้าในฐานะเป็นหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงยังยืนยันที่จะใช้มาตรการแสวงหาทางออกจากปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี โดยการพูดคุยกับผู้เห็นต่างจากรัฐที่ต้องการใช้โอกาสที่ทางราชการเปิดโอกาสให้ ซึ่งผู้เห็นต่างจากรัฐสามารถติดต่อกับหน่วยทหาร ตำรวจใกล้เคียงเพื่อแสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้านได้ในทุกโอกาส

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ได้รับผลกระทบการเหตุการณ์ก่อความไม่สงบและผู้เห็นต่างจากรัฐให้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวได้อย่างมีความสุข ดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้ด้วยตนเองอย่างสมภาคภูมิ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าด้วยการอยู่ร่วมกันภายใต้ภาวะแห่งความเข้าใจจะช่วยให้กระบวนการสร้างสันติภาพที่ทุกฝ่ายพยายามสร้างเพื่อนำพาสันติสุขที่ทุกคนต้องการกลับคืนสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปในเร็ววัน

 จึงแถลงมาเพื่อทราบ พันเอกนิโรธ ฉายากุล ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการข่าวสารและประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

ส.ปชส.จันทบุรี/ประกาศโครงการชลประทานจันทบุรี

ประกาศโครงการชลประทานจันทบุรี

โครงการชลประทานมีความประสงค์จะสอบราคาซื้อวัสดุเบ็ดเตล็ด จำนวน 46 รายการ ของงานฝายคลองโป่งน้ำร้อน ตำบลคลองน้ำเป็น อำเภอเขาคิชณกูฎ จังหวัดจันทบุรี

ผู้สนใจติดต่อขอรับเอกสารสอบราคาได้ที่ งานพัสดุ โครงการชลประทานจันทบุรี ตำบลท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ตั้งแต่บันนี้เป็นต้นไปจนถึง วันที่ 17 มีนาคม 2557 หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข 039-433400 ในวันและเวลาราชการ