วันเสาร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2557

คปภ.จับมือเวทีไทยนำร่องโปรโมท”ประกันภัย 200”ประเดิมที่แรกชลบุรี

วันเสาร์ ที่ 26 เมษายน 2557 สำนักคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เดินหน้าสร้างความเข้าใจ “ประกันภัย 200” ให้แก่ประชาชนในภูมิภาค ประเดิมที่แรกจังหวัดชลบุรี ร่วมกับเวทีไทย โดยมี

นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมกการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย  เป็นประธานพิธีเปิดการเสวนาความรู้ในหัวข้อ “ทำอย่างไร ให้คนไทยมีประกันภัย 200” ให้แก่ประชาชนในภูมิภาค จำนวน 250 คน 

ณ ห้องตำหนักน้ำ โรงแรมชลอินเตอร์ จังหวัดชลบุรี

นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมกการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย  กล่าวว่าตามที่ คณะกรรมการการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)ได้ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัย กำหนดนโยบายในการส่งเสริมโครงการการประกันภัยสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนทุกระดับโดยเฉพาะกลุ่มประชาชนฐานราก โดยร่วมกันกำหนดรูปแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยสำหรับรายย่อย ในชื่อที่เรียกว่า “กรมธรรม์ประกันภัย 200 สำหรับรายย่อย(ไมโครอินชัวรันส์)” หรือเรียกสั้นๆว่า “ประกันภัย 200” ซึ่งมีลักษณะกรมธรรม์ที่มีราคาไม่สูงคิดเบี้ยประกันภัย 200 บาทต่อปี เงื่อนไขกรมธรรม์เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ผ่านช่องทางการจำหน่ายที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย

เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นที่รู้จักต่อสาธารณชนในวงกว้าง สำนักงาน คปภ. จึงจัดให้มี “แผนรณรงค์ไมโครอินชัวรันส์ สู่ประชาชน ประจำปี 2557” ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค เพื่อเดินหน้ารณรงค์ และประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักต่อประชาชนในวงกว้างทั่วทั้งประเทศ โดยได้รณรงค์เผยแพร่เกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัย 200 ในทุกๆกิจกรรมที่สามารถเข้าไปเผยแพร่ความรู้ด้านประกันภัยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตามแผนงานโครงการที่กำหนดไว้ในปี 2557 อาทิ การประชาสัมพันธ์ผ่านสถานีวิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ หอกระจายข่าว เคเบิ้ลทีวีในพื้นที่ และความร่วมมือกับหน่วยงานเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเสริมว่า ปัจจุบัน ณ วันที่ 21 เมษายน 2557 “ประกันภัย 200” มียอดจำหน่ายกรมธรรม์แล้วทั้งสิ้น จำนวน 49,601 กรมธรรม ซึ่งสำนักงาน คปภ.จะทำการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเดินสายลงพื้นที่ เพื่อสร้างเครือข่าย “ประกันภัย 200” ร่วมกับเวทีไท ซึ่งเป็นงานมหกรรมครั้งใหญ่ที่มีรูปแบกิจกรรมที่หลากหลายครบวงจร เชื่อว่าจะสามารถเสริมสร้างความรู้ให้ประชาชนเข้าถึงระบบประกันภัยและมีการทำ“ประกันภัย 200” มากยิ่งขึ้น และยังมีส่วนช่วยสร้างทัศนคติที่ดีในการสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัยให้กับประชาชนอีกด้วยทั้งนี้ จะเดินสายลงพื้นที่ไปยังส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 5 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 วันที่ 26 เมษายน 2557 ณ ศาลากลางจังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 2 วันที่ 31 พฤษภาคม 2557 ณ ศาลากลาง จังหวัด สุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 3 วันที่ 28 มิถุนายน 2557 ณ ศาลากลาง จังหวัด พิษณุโลก ครั้งที่ 4 วันที่ 26 กรกฎาคม 2557 ณ ศาลากลาง จังหวัด อุบลราชธานี ครั้งที่ 5 วันที่ 9 สิงหาคม 2557 ณ สนามราบ 11 กรุงเทพฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนประกันภัย 1186 หรือ www.oic.or.th 

การดำเนินการตามแผนรณรงค์ ไมโครอิชัวรันส์ สู่ประชาชนในส่วนภูมิภาค จังหวัดชลบุรี  ถือเป็นจังหวัดแรก    ที่จัดงานตามแผนการรณรงค์ โดยช่วงเช้าจะเป็นการเสวนาความรู้ในหัวข้อ “ทำอย่างไร ให้ประชาชนมีประกันภัย 200” ซึ่งได้รับเกียรติจากวิทยากร ที่เป็นผู้บริหารระดับสูงของสำนักงาน คปภ. เป็นผู้ร่วมเสวนา โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนา ประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครประกันภัย จำนวน ทั้งสิ้น 250 คน ซึ่งการเสวนา จะเป็นลักษณะ ของการมาบอกเล่าให้ผู้เข้าร่วมเสาวนาได้มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการประกันภัย และจะได้รับทราบและรู้จักผลิตภัณฑ์ประกันภัย 200 มากยิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกระดับได้เข้าถึงสวัสดิการของภาครัฐอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ และผลักดันให้ระบบประกันภัยเข้าไปเป็นส่วนสำคัญในการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนฐานราก

โดยในช่วงบ่าย สำนัก คปภ.ได้ร่วมกับ เวทีไทย จัดกิจกรรม “ฉลอง 16 ปี มหกรรมปลดหนี้ทั่วไทย” เพื่อกระตุ้น “ประกันภัย 200” ให้เป็นที่รู้จัก และเข้าถึงประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ได้มากยิ่งขึ้น ภายในงานเป็นการออกบูชโซน “ประกันภัย 200” ซึ่งประกอบด้วย สำนัก คปภ. สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมวินาศภัยไทย บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต บจ.เอไอเอ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต บมจ.กรุงเทพประกันภัย และบมจ.วิริยะประกันภัย รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่าย ได้แก่ ธนาคารออมสิน บจ.ไปรษณีย์ไทย เคาน์เตอร์เซอร์วิส เทสโก้ฯ และบจ.ทีคิวเอ็ม นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม  และความบันเทิงต่างๆ อาทิ มหกรรมคอนเสิร์ตเวทีไทจากศิลปินลูกทุ่งชื่อดังโครงการปลดหนี้ การจำหน่ายสินค้าดีของไทย ลานสวนสนุก และของสมนาคุณมากมายภายในงานอีกด้วย




คมศักดิ์/ข่าว ปริญญา/ภาพ

จังหวัดชลบุรีจัดงานพิธีวางพวงมาลา เนื่องในวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

วันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2557 จังหวัดชลบุรีจัดงานพิธีวางพวงมาลา ถวายราชสักการะวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมีนายวรวิทย์ สายสุพัฒน์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธาน ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กรมทหารราบที่ 21 อำเภอเมืองชลบุรี

ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 กำหนดให้วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นวันรัฐพิธีและให้วันที่ 18 มกราคมของทุกปีเป็นวันยุทธหัตถี แทนวันที่ 25 มกราคม โดยมีการวางพานพุ่มถวายราชสักการะ และให้วันที่ 25 เมษายนของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช แทนวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 โดยให้มีการวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เพื่อเป็นการสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ จังหวัดชลบุรี ได้จัดงานประกอบพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักระวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช แม้พระองค์ได้เสด็จสวรรคตมานานกว่า 400 ปีแล้วก็ตาม พสกนิกรไทยทั้งมวลต่างสำนึกในพรมหากรุณาธิคุณ และพระเกียรติคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรงพระปรีชาสามารถ กล้าหาญเด็ดเดี่ยว ขับไล่อริราชศัตรูตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อสร้างความเป็นเอกราชให้แก่ชาติไทย และเป็นวีรกรรม ที่เลื่องลือปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ตารบจนทุกวันนี้

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพระราชสมภพ ณ พระราชวังจันทร์ เมื่อปีพุทธศักราช 2098 พระองค์ทรงเป็นวีรกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถอย่างล้ำเลิศ มีพระอัจฉริยภาพ และฝีพระหัตถ์ในทางการรบ และเชี่ยวชาญในอาวุธทุกชนิด ทรงตรากตรำพระวรกายในการทำศึกสงคราม ตลอดพระชนม์ชีพขับไล่กองทัพพระยาจีนจันตุ จนแตกพ่ายไป ในปีพุทธศักราช 2124 ทรงแสดงแสนยานุภาพในการยกกองทัพเข้าตีเมืองคัง ที่ตั้งอยู่บนเขาสูง และได้รับชัยชนะอย่างง่ายดาย จนถึงปีพุทธศักราช 2127 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง ว่าตั้งแต่วันนี้กรุงศรีอยุธยาขาดทางไมตรีกับกรุงหงสาวดี มิได้เป็นมิตรกันดังแต่ก่อนต่อไป

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำสงครามยุทธหัตถีที่เกียงไกลไปทั่วปฐพี คือในวันที่ 18 มกราคม ปีพุทธศักราช 2135 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาจนได้รับชัยชนะทำให้พระบรมเดชานุภาพแผ่ไพศาลไปทั่วปฐพี ในปีพุทธศักราช 2148 พระเจ้าอังวะมีอำนาจขึ้น กำลังขยายอาณาเขตเข้ามาทางแคว้นไทยใหญ่ สมเด็จพระนเรศวรยกทัพไปยังเมืองห้างหลวง และประชวรหนักจนเสด็จสวรรคต เมื่อเดือน 6 ขึ้น 8 ค่ำ ปีมะเส็ง พุทธศักราช 2148 พระชนมายุ 50 พรรษา อยู่ในราชสมบัติ 15 ปี จนทำให้พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพระเกียรติคุณของพระองค์ท่านตลอดไป




ปริญญา/ข่าว/ภาพ

วันศุกร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2557

จังหวัดฉะเชิงเทรา จัดพิธี “วันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช”


วันนี้ (25 เม.ย.57) นายอนุกูล  ตังคณานุกูลชัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ  พ่อค้า ประชาชน ประกอบพิธี "วันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช”  ณ ศาลาจัตุรมุข   หน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา  โดยผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ประธานในพิธี ได้วางพวงมาลาถวายสักการะ จุดธูป เทียน เครื่องทองน้อย  ต่อจากนั้น กล่าวคำถวายราชสดุดี ต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ท่านที่ทรงปรีชาสามารถ  กล้าหาญ  เด็ดเดี่ยว สร้างความเป็นเอกราชให้แก่ชาติไทย

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพระราชสมภพ ณ พระราชวังจันทร์ เมื่อปีพุทธศักราช 2098 พระองค์ทรงเป็นวีรกษัตริย์ ที่ทรงพระปรีชาสามารถอย่างล้ำเลิศ มีพระอัจฉริยภาพและฝีพระหัตถ์ในทางการรบและเชี่ยวชาญในอาวุธทุกชนิด ทรงตรากตรำพระวรกายในการศึกสงคราม ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ โดยมิว่างเว้น นับตั้งแต่พระชนมายุ 16 พรรษา ทรงสามารถขับไล่กองทัพพระยาจีนจันตุจนแตกพ่ายไป ในสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา บทบาทของเมืองฉะเชิงเทรา ด้วยเหตุที่ฉะเชิงเทราตั้งอยู่ใกล้ชายแดนเขมร  เขมรมักถือโอกาสซ้ำเติมไทยโดยยกทัพมากวาดต้อนผู้คน ในเวลาที่ไทยเพลี่ยงพล้ำ ในการศึกกับพม่า เช่น ปีพุทธศักราช 2124 ทรงแสดงแสนยานุภาพในการยกทัพ เข้าตีเมืองคัง  ที่ตั้งอยู่บนเขาสูง  และได้รับชัยชนะอย่างง่ายดาย ในปี 2126 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชจึงได้เกณฑ์ผู้คนนับหมื่น เสด็จกรีฑาทัพไปตีเมืองละแวก เพื่อแก้แค้นเขมร  มีการวางแผนรบอย่างรอบคอบ และฉะเชิงเทรา ได้กลายเป็นขุมกำลังและแหล่งเสบียงสำคัญ ที่มีหน้าที่แจกจ่ายเสบียงให้แก่กองทัพหลวง จนถึงปี2127 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครงว่า ตั้งแต่วันนี้ กรุงศรีอยุธยา ขาดไมตรีกับกรุงหงสาวดี มิได้เป็นมิตรกันดังแต่ก่อนต่อไป ถือว่าเป็นการประกาศอิสรภาพไทย

สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำสงครามขยายพระราชอาณาจักรไทย ให้แผ่ไพศาลไปในจตุรทิศ ทรงเป็นกษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่และกล้าหาญ ทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยชนะต่อพระมหาอุปราชแก่กรุงหงสาวดี เมื่อปี พ.ศ. 2135 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ.2148 ขณะพระชนมายุได้ 50 พรรษา รวมเวลาที่ทรงขึ้นครองราชย์นาน 15 ปี   จากวันนั้นถึงวันนี้ แม้พระองค์เสด็จสวรรคต นานกว่า 409 ปี  แล้วก็ตามพสกนิกรทุกมวล ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพระเกียรติคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรงพระปรีชาสามารถ กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ขับไล่อริราชศัตรูตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อสร้างเอกราชให้แก่ชาติไทย และเป็นมหาวีรกรรมที่เลื่องลือ ปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ตราบจนทุกวันนี้





ชาญณรงค์   /ข่าว-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

ระยอง ประกอบพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรณคตพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2557

ระยอง ถวายราชสักการะน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2557

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 25 เม.ย. ที่หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานนำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนชาวจังหวัดระยอง ประกอบพิธี "วันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ประจำปี 2557 โดยได้ถวายราชสักการะ และนำกล่าวถวายราชสดุดีต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้ทรงคุณอนันต์ต่อแผ่นดินสยาม ทรงกอบกู้สร้างความเป็นเอกราชให้แก่ชาติไทยตราบจนทุกวันนี้

สำหรับ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพระราชสมภพ ณ พระราชวังจันทน์ เมื่อปี พ.ศ. 2098 พระองค์ทรงเป็นวีรกษัตริย์ ที่ทรงพระปรีชาสามารถ โดยในปีพุทธศักราช 2124 ทรงแสดงแสนยานุภาพในการยกกองทัพเข้าตีเมืองคัง ที่ตั้งอยู่บนที่สูงและได้รับชัยชนะอย่างง่ายดาย จนถึงปีพุทธศักราช 2127 ทรงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง และเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2135 ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา จนได้รับชัยชนะ ทำให้พระบรมเดชานุภาพ แผ่ไพศาลไปทั่วปฐพี และปราบปรามหัวเมืองมอญฝ่ายใต้ ได้เมืองตะนาวศรี มะริด ทวาย ต่อมาปี 2138 และ 2142 ทรงยกทัพไปตีเมืองหงสาวดีได้เมืองเมาะลำเลิง และเมืองตองอู จนหัวเมืองไทยใหญ่ทั้งปวงยอมขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงประชวรหนักจนเสด็จสวรรคต เมื่อเดือน 6 ขึ้น 8 ค่ำ ปีมะเส็ง พ.ศ.2148 มีพระชนมายุ 50 พรรษา

ตราด เปิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศโดยชุมชน ส่งเสริมการสืบสานวิถีดั้งเดิมของชุมชน

( 25 เมษายน 2557 ) วันนี้ เวลา 18.30 น. นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานพิธีเปิดการจัดงานการท่องเที่ยวเชิงนิเวศโดยชุมชนจังหวัดตราด หรือ CBT ครั้งที่ 1 ณ บริเวณสนามหน้าจวนเรสิดังกัมปอต ถนนหลักเมือง ตำบลบางพระ อำเภอเมือง จังหวัดตราด

ในการนี้ นายฐกัดชัย เกียรติอัมพร ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด กล่าวว่า การจัดงานการท่องเที่ยวเชิงนิเวศโดยชุมชนจังหวัดตราด ในครั้งนี้ เพื่อที่จะอนุรักษ์ฟื้นฟูการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นการสืบสานวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีตของแต่ละชุมชน ในโอกาสเดียวกันก็จะเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน จากการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แหล่งท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของแต่ละชุมชนให้คงเอกลักษณ์ของวิถีชีวิตดั้งเดิม กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 25-27 เมษายน 2557 ณ บริเวณริมคลองบางพระ ตำบลบางพระ อำเภอเมืองตราด ซึ่งนักท่องเที่ยวหรือประชาชนที่ไปร่วมงานจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนต่างๆ ของจังหวัดตราดถึง 20 ชุมชนภายในงานนี้งานเดียว

จ.ตราด จัดงานรัฐพิธีวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

(25 เม.ย. 57) ที่ศาลาประชาคมจังหวัดตราด นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นำข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานรัฐวิสาหกิจ ตลอดจนกลุ่มพลังมวลชนจังหวัดตราด ร่วมรัฐพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยส่วนราชการต่าง ๆ ร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ส่วนราชการร่วมจัดรัฐพิธีวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในวันที่ 25 เมษายน ของทุกปี เพื่อถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยพระองค์ท่านทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย พร้อมทั้งทรงขยายอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลไปทั่วแดนสุวรรณภูมิ ทั้งนี้สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระราชสมภพเมื่อปี พ.ศ.2098 ทรงเป็นวีรกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถอย่างล้ำเลิศ ทรงตรากตรำพระวรกายในการทำศึกสงครามตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ทรงกระทำสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา จนได้ชัยชนะ ทำให้พระบรมเดชานุภาพ แผ่ไพศาลไปทั่วปฐพี หลังจากศึกครั้งใหญ่นี้แล้ว ได้เสด็จปราบปรามหัวเมืองมอญฝ่ายใต้ ได้เมืองตะหนาวศรี มะริด และทวาย ทรงกรีฑาทัพไปตีเมืองหงสาวดีได้เมืองเมาะลำเลิง แล้วทรงยกทัพไปถึงเมืองหงสาวดี และเมืองตองอู จนหัวเมืองไทยใหญ่ทั้งปวงยอมขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา แม้พระองค์จะสวรรคตผ่านมานานกว่า400 ปี แล้ว ชาวไทยทุกคนพร้อมกันรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จึงได้ร่วมจัดรัฐพิธีวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราชพร้อมกันทุกจังหวัด สำหรับการจัดรัฐพิธีของจังหวัดตราดในครั้งนี้ ประกอบด้วย พิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชของส่วนราชการต่าง ๆ พร้อมทั้งการกล่าวสดุดีเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่าน

จันทบุรีจัดพิธีวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

จังหวัดจันทบุรีจัดพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระปรีชาสามารถและแสดงความจงรักภักดี

วันนี้ ( 25 เม.ย.57 ) ที่ห้องประชุม 1 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายเกรียงเดช เข็มทองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ กลุ่มพลังมวลชน และ ประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรี ร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะต่อพระบรมสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณอนันต์ต่อแผ่นดินประเทศสยาม ทรงกอบกู้เอกราชชาติสยามจากการเป็นเมืองขึ้นของพม่าในสมัยอยุธยา ทรงยอมเสียสละและอดทนต่อการเป็นตัวประกันแลกเปลี่ยน ฝึกปรือฝีมือและตำราวิชัยยุทธ เมื่อได้รับอิสสระภาพกลับมาประเทศสยามได้รวบรวมไพล่พล และประกาศอิสสระภาพหลังจากถูกกดขี่ข่มเหงจากเจ้าผู้ครองนครพม่า ทรงกระทำยุทธหัตถีจนชนะพระมหาอุปราชผู้สำเร็จราชการกรุงหงสาวดี และทำศึกสงครามต่อเนื่องหลายครั้งจนชนะพม่าอย่างเด็ดขาดในสมัยนั้น ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยหลักทศพิธราชธรรม ประชาชนอยู่ดีมีสุข สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเสด็จสวรรคตเนื่องจากทรงพระประชวรในขณะยกทัพไปทำศึกที่เมืองห้างหลวง ปีมะเส็งพุทธศักราช 2148 เดือน 6 ขึ้น 8 ค่ำในขณะพระชนมายุ 50 พรรษา รัฐบาลไทยโดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่  29 พฤศจิกายน 2548 กำหนดให้ทุกวันที่ 25 เมษายน ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและให้ประกอบรัฐพิธี เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เชิดชูพระเกียรติคุณ พระปรีชาสามารถที่เลื่องลือปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ตราบเท่าทุกวันนี้ 

สมาคมผู้ผลิตอัญมณีจันทบุรีแถลงข่าวจัดงานต้นน้ำสายธารอัญมณีครั้งที่ 4

สมาคมผู้ผลิตอัญมณีจังหวัดจันทบุรีแถลงข่าวจัดงาน ต้นน้ำ สายธาร อัญมณี ครั้งที่ 4 ส่งเสริมการค้าพลอย อุตสาหกรรมอัญมณีที่นำรายได้เข้าประเทศจำหน่ายพลอยดิบพลอยก้อนราคาถูก

วันนี้ ( 25 เม.ย.57 ) ที่โรงแรมเคพีแกรนด์ จังหวัดจันทบุรี สมาคมผู้ผลิตอัญมณีและเครื่องระดับจังหวัดจันทบุรีได้จัดแถลงข่าว การจัดงาน Chanthaburi Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 4 หรืองาน ต้นน้ำ สายธาร อัญมณี ครั้งที่ 4 โดยมีนายเกรียงเดช เข็มทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นางสุกานดา สุทธิพัฒนกุล นายกเทศบาลเมืองจันทบุรี นายเกษมศักดิ์ ขันติมงคล นายกสมาคมผู้ผลิตอัญมณีและเครื่องประดับจังหวัดจันทบุรี และนายอนุสรณ์ ชีเจ็ดริ้ว ประธานการจัดงานร่วมแถลงข่าวงาน ต้นน้ำ สายธาร อัญมณี ครั้งที่ 4 ที่กำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 18 ถึง 22 มิถุนายน 2557 ณ บริเวณห้าแยกไปรษณีย์จันท์ธานี ตลาดน้ำพุ จังหวัดจันทบุรี เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจส่งเสริมการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการผลิตอัญมณีและเครื่องประดับ สร้างรายได้เข้าประเทศ เตรียมความพร้อมในการที่จะยกระดับจังหวัดจันทบุรีเป็นตลาดอัญมณีอาเซียน ส่งเสริมอาชีพแก่ผู้ประกอบการ

ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายพลอยก้อนเมืองจันท์ พลอยก้อนจากพ่อค้าพลอยชาวแอฟริกาเพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้ชื้อไปแปรรูปเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ รวมทั้งให้นักท่องเที่ยวซื้อพลอยก้อนในราคาถูกพร้อมเจียระไนยแปรรูปให้ฟรี การแสดงพลอยเมืองจันท์หายาก การประกวดมิสอัญมณี การแสดงแฟชั่นโชว์อัญมณีและเครื่องประดับ การออกร้านจำหน่ายสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ สินค้า OTOP สินค้าพื้นเมือง อาหารทะเล ผลไม้สดและแปรรูป กิจกรรมมินิทัวร์นำนักท่องเที่ยวเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในจังหวัดจันทบุรี รวมทั้งโรงงานผลิตอัญมณี สาธิตการแปรรูปเพิ่มมูลค่า การแต่งพลอย เจียรพลอย

จังหวัดชลบุรี จัดงานพิธีวางพวงมาลาเนื่องใน วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

วันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2557 จังหวัดชลบุรีจัดงานพิธีวางพวงมาลา ถวายราชสักการะวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมีนายวรวิทย์ สายสุพัฒน์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธาน ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กรมทหารราบที่ 21 อำเภอเมืองชลบุรี

ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 กำหนดให้วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นวันรัฐพิธีและให้วันที่ 18 มกราคมของทุกปีเป็นวันยุทธหัตถี แทนวันที่ 25 มกราคม โดยมีการวางพานพุ่มถวายราชสักการะ และให้วันที่ 25 เมษายนของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช แทนวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 โดยให้มีการวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เพื่อเป็นการสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ จังหวัดชลบุรี ได้จัดงานประกอบพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักระวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช แม้พระองค์ได้เสด็จสวรรคตมานานกว่า 400 ปีแล้วก็ตาม พสกนิกรไทยทั้งมวลต่างสำนึกในพรมหากรุณาธิคุณ และพระเกียรติคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรงพระปรีชาสามารถ กล้าหาญเด็ดเดี่ยว ขับไล่อริราชศัตรูตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อสร้างความเป็นเอกราชให้แก่ชาติไทย และเป็นวีรกรรม ที่เลื่องลือปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ตารบจนทุกวันนี้

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพระราชสมภพ ณ พระราชวังจันทร์ เมื่อปีพุทธศักราช 2098 พระองค์ทรงเป็นวีรกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถอย่างล้ำเลิศ มีพระอัจฉริยภาพ และฝีพระหัตถ์ในทางการรบ และเชี่ยวชาญในอาวุธทุกชนิด ทรงตรากตรำพระวรกายในการทำศึกสงคราม ตลอดพระชนม์ชีพขับไล่กองทัพพระยาจีนจันตุ จนแตกพ่ายไป ในปีพุทธศักราช 2124 ทรงแสดงแสนยานุภาพในการยกกองทัพเข้าตีเมืองคัง ที่ตั้งอยู่บนเขาสูง และได้รับชัยชนะอย่างง่ายดาย จนถึงปีพุทธศักราช 2127 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง ว่าตั้งแต่วันนี้กรุงศรีอยุธยาขาดทางไมตรีกับกรุงหงสาวดี มิได้เป็นมิตรกันดังแต่ก่อนต่อไป

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำสงครามยุทธหัตถีที่เกียงไกลไปทั่วปฐพี คือในวันที่ 18 มกราคม ปีพุทธศักราช 2135 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาจนได้รับชัยชนะทำให้พระบรมเดชานุภาพแผ่ไพศาลไปทั่วปฐพี ในปีพุทธศักราช 2148 พระเจ้าอังวะมีอำนาจขึ้น กำลังขยายอาณาเขตเข้ามาทางแคว้นไทยใหญ่ สมเด็จพระนเรศวรยกทัพไปยังเมืองห้างหลวง และประชวรหนักจนเสด็จสวรรคต เมื่อเดือน 6 ขึ้น 8 ค่ำ ปีมะเส็ง พุทธศักราช 2148 พระชนมายุ 50 พรรษา อยู่ในราชสมบัติ 15 ปี จนทำให้พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพระเกียรติคุณของพระองค์ท่านตลอดไป



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2557

ขนส่งจังหวัดสระแก้ว เปิดรับคำขอจัดสรรเงินค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการเนื่องจากประสบภัยจากการใช้รถทางถนน

นายกฤษณะ พึ่งปาน ขนส่งจังหวัดสระแก้วเปิดเผยว่า กรมขนส่งทางบกได้กำหนดให้มีการเปิดรับคำร้องขอจัดสรรเงินเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการเนื่องมาจากประสบภัยจากการใช้รถทางถนน สำหรับอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ ได้แก่ แขนเทียม ขาเทียม รถนั่งสำหรับผู้พิการ ไม้เท้าและไม้ค้ำยัน และ อุปกรณ์ เบาะรองนั่งป้องกันแผลกดทับ เตียงนอนธรรมดา 3 ไกรที่นอนลมป้องกันแผลกดทับ รถสามล้อโยก เครื่องช่วยหายใจ และ เครื่องดูดเสมหะ ผู้พิการท่านใดสนใจขอรับจัดสรรเงินเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือ สามายื่นคำขอได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดสระแก้ว ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2557 ถึงวันที่ 2 พฤษภาคม 2557 หรือต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มสามาโทรหมายเลข 037241809

สระแก้ว หารือแนวทางการคมนาคมและการเจรจาบริเวณตลาดตามแนวชายแดน

วันนี้ (24 เม.ย.57)  ที่ห้องประชุมสระแก้ว ชั้น3 ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว นายภัครธรณ์  เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วยนายชูศักดิ์  ตรีสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือแนวทางการคมนาคมขนส่งและการจราจรบริเวณตลาดตามแนวชายแดนซึ่งในปัจจุบันมีสิ่งก่อสร้างอาคารโรงเรือนเป็นจำนวนมากและในช่วงเทศกาลสำคัญๆหรือการจัดงานประเพณีขึ้นมักจะทำให้การขนส่ง การจราจร การดูแลรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้น และมีประชาชน นักท่องเที่ยวพร้อมทั้งผู้ประกอบการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเป็นประจำทุกปีจึงได้จัดประชุมหารือเพื่อบูรณาการดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมอบหน้าที่เพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป
   

สภาวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว จัดโครงการอบรมมารยาทไทย ประจำปี ๒๕๕๗ เพื่อขยายผลโครงการครูต้นแบบมารยาทไทย ไปสู่บุคลากรในสถานศึกษา ให้มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถถ่ายทอดมารยาทไทยในจังหวัด

เช้านี้ (๒๔ เม.ย. ๕๗)  สภาวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว ร่วมกับสำนักงานวัฒนาธรรมจังหวัดสระแก้ว จัดโครงการอบรมมารยาทไทย ประจำปี ๒๕๕๗  ณ วิทยาลัยชุมชนสระแก้ว  ตำบลท่าเกษม อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว มีนายชูศักดิ์  ตรีสาร   รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ นายประสิทธิ์  จันทรา ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว กล่าวถึงวัตถุประสงค์ว่า เพื่อขยายผลโครงการครูต้นแบบมารยาทไทย ไปสู่บุคลากรในสถานศึกษา ให้มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถถ่ายทอดมารยาทไทยในจังหวัดของตนได้ และเพื่อให้ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาที่เข้ารับการอบรมสามารถปฏิบัติตนตามแบบแผนมารยาทไทยได้  ผู้เข้ารับการอบรม ประกอบด้วย ครู อาจารย์ บุคลากรในสถานศึกษา และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว จำนวน ๑๕๐ คน ระยะเวลาอบรม ๒ วัน โดยรับเกียรติจากคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม

ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว  กล่าวว่า มารยาทไทย เป็นเอกลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งที่แสดงถึงความเป็นคนไทย ระเบียบแบบแผนการประพฤติที่ดีงามอันเหมาะสมแก่กาลเทศะและสังคม โดยเฉพาะการไหว้ ที่แสดงให้เห็นอุปนิสัยของคนไทยที่มีความนอบน้อม เคารพผู้อาวุโส ความกตัญญูกตเวทิตาต่อผู้มีพระคุณ ปัจจุบันเยาวชนไทยได้รับอิทธิพลทางด้านค่านิยมและวัฒนธรรมจากต่างประเทศ เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น ทั้งการแต่งกาย และการแสดงออกทางสังคม ทำให้ในบางครั้งมักจะแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับผู้อื่น เช่น แสดงกิริยาที่ก้าวร้าว ไม่เคารพผู้อาวุโส ฯลฯ ตลอดจนหลงลืมรากเหง้าของวัฒนธรรมไทย   



(ดุลยศักดิ์ ส.ปชส.สระแก้ว/ข่าว/ภาพ)

ปภ.สระแก้วเพิ่มศักยภาพชุมชนด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

วันนี้ (24 เม.ย.57) ที่วัดเนินผาสุก หมู่ที่6 บ้านเนินผ่สุก ตำบลสระขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว นายภัครธรณ์  เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระแก้ว โดยมีนางจรัส ใยเยื่อ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกล่าวรายงานภึงวัตถุประสงค์การจัดงาน

นายภัครธรณ์  เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า ปัจจุบันภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและเกิดจากการกระทำของมนุษย์ได้สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในทุกภูมิภาคและมีแนวโน้มที่มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับภัยพิบัติ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงได้ดำเนินโครงการนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2547-ปัจจุบัน โดยอาศัยชุมชนเป็นรากฐานซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยให้มความรู้และความเข้าใจ สามารถบริหารจัดการสาธารณภัยในเบื้องต้นก่อน

นางจรัส  ใยเยื่อ หัวหน้าสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดสระแก้วเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภัยและตำบลสระขวัญเคยประสบอุทกภัยเมื่อเดือนกันยายน 2556จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีการเตรียมความพร้อมเมื่อประสบภัยและสามารถช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ตนเองและรอบๆชุมชนเพื่อลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน
   
   
   
   
   
   

จ.ฉะเชิงเทรา จัดงาน“มหกรรมไอศกรีมผลไม้แปดริ้ว ปี 2557 ”

วันนี้ (24 เม.ย.57)  นายไพศาล  วิมลรัตน์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นประธานในพิธีเปิดงาน"มหกรรมไอศกรีมผลไม้แปดริ้ว ปี2557 ” พร้อมมอบรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณให้กับผู้ประกวดไอศกรีมผลไม้แปดริ้ว  โดยมีนาย อรชุน ธิวรรณลักษณ์ พัฒนาการจังหวัดฉะเชิงเทรา  กล่าวรายงาน   หัวหน้าส่วนราชการ  ประชาชนทั่วไป และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง   ณ บริเวณสนามหน้าศาลาจัตุรมุข หน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา  ทั้งนี้ภายในงานได้จัดให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการไอศกรีมจากผลไม้ นำสินค้ามาจำหน่าย  สาธิต แข่งขันการทำไอศกรีมจากผลไม้ในจังหวัดเพื่อให้มีการพัฒนารูปแบบ รสชาติ ให้มีความหลากหลาย

นายไพศาล  วิมลรัตน์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า การจัดงาน"มหกรรมไอศกรีมผลไม้แปดริ้ว ปี2557 ” มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไอศกรีมจากผลไม้และผลิตภัณฑ์ OTOP จากผลิตผลทางการเกษตรของจังหวัดฉะเชิงเทราให้เป็นสินค้าที่มีความแปลกใหม่  มีความโดดเด่น มีรูปแบบและคุณภาพที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด  อีกทั้งเป็นการกระตุ้นการตลาด  เพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการในการพัฒนารูปแบบ รสชาติ ให้มีความหลากหลาย ตรงกับความต้องของตลาด  ตลอดจนเป็นการสร้างเอกลักษณ์ของจังหวัดฉะเชิงเทรา  สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของจังหวัดฉะเชิงเทรา  สามารถพัฒนาเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดได้

จังหวัดฉะเชิงเทราจึงขอเชิญประชาชนและผู้ที่สนใจร่วมชิม ช้อป ไอศกรีมผลไม้ ผลิตภัณฑ์ OTOP และ OTOP ชวนชิม  ในงาน"มหกรรมไอศกรีมผลไม้แปดริ้วปี2557 ”   ระหว่างวันที่ 24-25  เมษายน 2557  ตั้งเวลา 10.00 น. เป็นต้นไป  ณ บริเวณสนามหน้าศาลาจัตุรมุข หน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา 



ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

พ่อเมืองแปดริ้วนำส่วนราชการออกหน่วยเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว

วันนี้ (24 เม.ย. 57 ) นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  พร้อมด้วย นางมารยาท  ตังคณานุกูลชัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา หัวหน้าส่วนราชการ  หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ  ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชน  ออกเยี่ยมเยียนพบปะประชาชนในพื้นที่ห่างไกล  ตามโครงการ"หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” (โครงการจังหวัดเคลื่อนที่ ) ณ โรงเรียนหมอนทองวิทยา   หมู่ที่ 7  ตำบลหมอนทอง อำเภอบางบางน้ำเปรี้ยวพร้อมนำการบริการเคลื่อนที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ไปให้บริการพี่น้องประชาชน   และเพื่อให้ส่วนราชการ ได้มีโอกาสพบปะประชาชนในท้องที่ พร้อมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและหาทางช่วยเหลือในเบื้องต้นซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและของจังหวัดฉะเชิงเทรา

โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราได้นำข้าราชการและประชาชนตำบลหมอนทอง  กล่าวคำปฏิญาณเทิดทูนสถาบันของชาติ ต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและสดุดีมหาราชา  เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้กล่าวฝากถึงแนวทางการดำเนินชีวิตที่จะทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขในหมู่บ้าน/ชุมชน คือ ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ความสามัคคี การเคารพนับถือผู้สูงอายุ การสร้างความอบอุ่นแก่ครอบครัว การช่วยกันป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด การดูแลรักษาสุขภาพให้ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ รวมถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

สำหรับโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ยังได้จัดประชุมเสวนาเวทีนี้มีคำตอบ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งได้มีการมอบสื่อการพัฒนาเด็กเล็กแก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่  มอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนยากจน  มอบหนังสือเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสหกรณ์ แก่โรงเรียนในพื้นที่  มอบเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง    มอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคและบริโภคกับราษฎรที่ยากจน   และโอกาสเดียวกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา  หัวหน้าส่วนราชการ ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ และเยี่ยมชมกิจกรรมการให้บริการที่ส่วนราชการต่าง ๆ ได้มาร่วมกันจัดกิจกรรมให้บริการประชาชนอีกด้วย



ชาญณรงค์/ข่าว
ธนภัทร-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

กอ.รมน.ระยอง เดินหน้าสร้างเครือข่ายมวลชน ปลูกฝังอุดมการณ์รักชาติ ปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 24 เม.ย.ที่ห้องประชุมศูนย์การเรียนรู้ชุมชน บ.ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) อ.เมืองระยอง น.อ.กิจพัฒน์ นาคมอญ รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน( กอ.รมน.) จังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาพัฒนาเครือข่ายมวลชน กอ.รมน. จังหวัดระยอง โดยมีประชาชนสมัครใจเข้าร่วมเป็นเครือข่าย กอ.รมน.จังหวัดระยอง จากอำเภอต่างๆ ในจังหวัด จำนวน 100 คน เข้าร่วมสัมมนา มี พ.ต.หญิง ปนัดดา ปานรักษา รองหัวหน้ากลุ่มงานกิจกรรมมวลชน กอ.รมน.จังหวัดระยอง และนายมาโนช โอสถเจริญ ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง ร่วมเป็นเกียรติ

 น.อ.กิจพัฒน์ กล่าวว่า เนื่องจากในสังคมไทย ได้เกิดความแตกแยกทางความคิด มีการปลุกระดมบิดเบือนข่าวสารจนเกิดความรุนแรงลุกลามไปสู่สังคมอย่างกว้างขวาง เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติโดยรวมในทุกๆ ด้าน อีกทั้งยังมีการมุ่งทำลายความสามัคคี ลดความศรัทธาต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กอ.รมน.จังหวัดระยอง ในฐานะเป็นหน่วยงานความมั่นคงในระดับพื้นที่ จำเป็นจะต้องเสริมสร้างให้ประชาชนมีจิตสำนึกในหน้าที่ของพลเมืองที่ดี รวมทั้งให้เข้ามาส่วนร่วมในการปกป้องสถาบันและเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อีกทั้งยังช่วยกันเฝ้าระวังภัยคุกคามต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงกับเครือข่ายมวลชนในสาขาวิชาชีพต่างๆ กอ.รมน.จังหวัดระยอง จึงได้ประชุมสัมมนาดังกล่าวขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างเครือข่ายมวลชนให้เข้มแข็ง ปลูกฝังอุดมการณ์ รักชาติ รักสามัคคี มีส่วนร่วมในการปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ในทุกโอกาส เป็นเครือข่ายเฝ้าระวังในการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ พร้อมทั้งจัดทำบัญชีข้อมูลเครือข่ายมวลชนของ กอ.รมน.จังหวัดระยอง ไว้ด้วย





วฐิต/ข่าว

ระยองประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการตลาดกลางและผลผลิตทางการเกษตรจังหวัดระยอง

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 24 เม.ย. 57 ที่ห้องประชุม1ชั้น 8 สำนักงานตึก อบจ.ระยอง อ.เมือง จ.ระยอง นายนิวัฒน์ พ้นชั่ว ประธานกรรมการคณะกรรมกาบริหารจัดการตลาดกลางและผลผลิตทางการเกษตรจังหวัดระยอง เป็นประธานการประชุม โดยมีนายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง นายสายหยุด อาบสุวรรณ เกษตรจังหวัดระยอง นายคัมภีร์ ศรีสุนทร รองปลัดการบริหารส่วนจังหวัดระยอง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างคับคั่ง ซึ่งในที่ประชุมได้พูดถึงปัญหาผลไม้ล้นตลาด การส่งออก การหาเงินที่จะช่วยเหลือเกษตรกรในการรับซื้อผลไม้ นายนิวัฒน์ พ้นชั่ว ประธานกรรมการคณะกรรมกาบริหารจัดการตลาดกลางและผลผลิตทางการเกษตรจังหวัดระยอง กล่าว่าขณะนี้อย่างไม่เกิดปัญหาอะไร ส่วนเงินของโครงการช่วยเหลือเกษตรกร( คชก.)นั้นคาดว่าน่าจะยังไม่มานั้นชาวเกษตรกรก็ต้องช่วยเหลือตัวเองกันไป และหมุนเวียนกันไปคงมีการกู้ลืมเงินทาง ธ.ก.ส. บ้าง ทาง อบจ.ระยอง ยังไม่ได้สนับสนุนงบประมาณลงมา ซึ่งได้รับช่วยเหลือเป็นตะกร้า กล่องเป็นบรรจุหีบภัณฑ์มากว่า ถ้าชาวเกษตรกรทำคุณภาพผลไม้ส่งออกได้ รับรองว่าผลไม้ไม่เพียรพอกับการต้องการของตลาด เรื่องการส่งออกต้องดูต้นเดือนหน้าตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค. ถึงวันที่ 10 มี.ค.57 ต้องดูกันเป็นระยะๆไปถ้าเป็นได้ก็อยากผลักดันเรื่องการส่งออกมากกว่า

ด้านนายสายหยุด อาบสุวรรณ เกษตรจังหวัดระยอง ได้กล่าวว่าปีนี้ผลิตผลไม้จากของจังหวัดระยองมีผลิตประมาณ111,000 ตันโดยประมาณร่วมผลไม้ทุกประเภทจะมีมากอยู่ในช่วงของเดือนพ.ค.ถึง มิ.ย. 57 นี้ ถือว่าเป็นช่วงที่ผลไม้ออกมาที่สุด ปัญหาของผลไม้มีอยู่ 2 ลักษณะคือ ความต้องการของตลาดผลไม้ ประเภทผลไม้เงาะจะเกินอยู่ประมาณ2พันตันส่วนทุเรียนเกินอยู่6พันตันร่วมแล้วประมาณ 8 พันตัน ซึ่งทางเกษตรจังหวัดระยองต้องมีการเตรียมการ เพื่อให้เกษตรกรได้รับราคาผลไม้ที่ดี ซึ่งปัญหาจะเกิดขึ้นในช่วงประมาณ 15 วันนี้แต่ผลไม้ทุเรียนจะไม่มีปัญหาซึ่งการส่งออกของผลไม้ทุเรียนนั้นสามารถไปด้วยกันได้ดีทั้งที่เกินความต้องการของตลาดในประเทศไทย จะมีปัญหาในส่วนของมังคุดในเรื่องคุณภาพของผิวลาย ตกขนาด ปัญหาเหล่านี้ ซึ่งต้องช่วยเหลือชาวเกษตรกรไม่ว่าจะเป็นทางโครงการช่วยเหลือเกษตรกร( คชก.)บ้าง ซึ่งมีการเจรจาสิ่งค้าระหว่างจังหวัดกับจังหวัดให้สิ่งผลไม้ได้ระบายออกไปสู่ต่างจังหวัดระยองไปยังภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นทางออกของผลไม้ที่ดีที่สุด ในส่วนที่จะช่วยเหลือชาวเกษตรกรได้อีกคือสหกรณ์เกษตร สหกรณ์ก็จะทำเรื่องของศูนย์กระจ่ายการผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะมีผลผลิตของเกษตรกรในนามเกษตรกรไปอีกสหกรณ์หนึ่งและทางสหกรณ์หนึ่งที่อยู่ต่างจังหวัดที่ได้ซึ่งเป็นคู่ค้ากัน

ส่วนสำนักงานเกษตรจังหวัดระยองได้ประสานทางโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความต้องการที่จะรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรหรือกลุ่มวิสากิจชุมชนที่อยู่ในจังหวัดระยองที่จะนำออกไปจำหน่ายให้ในช่วงไหนเวลาไหนประมาณเท่าไร สำนักงานการเกษตรกำลังสำรวจอยู่ นายณรงค์ เอี่ยมพิทักษ์ ประธานกรรมการบริษัทแอลเคยูนิตี้ จำกัด ผู้จำหน่ายผลไม้ส่งออกต่างประเทศกล่าวว่า เรื่องปัญหาการส่งออกผลไม้ในปีนี้ ทางบริษัทส่งออกนั้นปัญหาไม่มี ในส่วนของจังหวัดระยองผลรุ่นแรกก็จะหมดไป รุ่นที่ 2 ก็ออกในช่วงของวันที่ 10 พ.ค. และรุ่นที่ 3 จะช่วงเดือน ก.ค. 57 จังหวัดระยองผลไม้มีถึง 3 รุ่น สำคัญตลาดต่างประเทศนั้นถ้าในปีนี้คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมากนัก

สำหรับประเทศไทยน่าจะมีปัญหามากกว่าเพราะหลายองค์กรและในส่วนราชการที่เคยช่วยเหลือในด้านงบประมาณผลักดันกระจ่ายผลไม้ออกสู่ตลาดต่างจังหวัดปีนี้ จากการประชุมมา อบจ.ระยองได้มีการพลักดันกระจ่ายตลาดไปสู่ต่างจังหวัด ผลไม้ในส่วนจังหวัดระยองได้ผลักดันไปไม่ต่ำกว่า 300-400 ตันออกสู่ต่างจังหวัด ซึ่งคงนี้เป็นปัจจัยและตัวมีปัญหาให้กับจังหวัดระยองในเรื่องผลไม้ในฤดูกาลนี้ ผลไม้ประเภทมังคุดว่ามีอายุสั้นกว่าผลไม้อย่างอื่น ผลไม้ที่มีอายุสั้นจะทำให้ตลาดผลไม้ที่เรียกกันว่าตลาดตายซึ่งหมายความว่าราคานั้นต่ำเร็ว ราคาผลไม้เช่นมังคุดซื้อจำนวนกิโลกรัมละ5 บาทต้องขายออกในกิโลกรัม 5 บาทเช่นกัน ลักษณะนี้คือปัญหาของจังหวัดระยอง ปัญหาเรื่องผลไม้ล้นตลาดนั้นเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งประมาณผลไม้นั้นมีมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา และปีที่ผ่านมาเกิดประสพปัญหาอยู่ช่วงประมาณ 1 สัปดาห์เพราะไม่ได้ประกันราคาไว้ ซึ่งปัญหาต่างๆนั้นอยากให้หน่วยงานราชการเข้ามาดูแลเรื่องของผลไม้ให้มากขึ้นเพราะคาดว่าผลไม้ในปีนี้มีจำนวนมากอย่างแน่นอน



วฐิต/ข่าว

จับได้แล้วคนร้ายปล้นร้านเสื้อผ้าบูติ๊กกลางเมืองระยอง มีคนในร้านร่วม

เมื่อเวลา 17.00 น.ของวันที่ (23 เมษายน 57)  พลตำรวจตรีสมนึก  บุรมิ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุกิตติ ไสวเกียรติ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดีปล้นทรัพย์ร้านขายเสื้อผ้าบูติ๊ค "เดือน” ตั้งอยู่เลขที่ 292 – 292/1 ถนนสุขุมวิท ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมืองระยอง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2557 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง ได้จับกุมตัว นายชัชชัย (เบริ์ด) บุราคม อายุ 30 ปี นายณัฐวุฒิ (เคน) อ้วนอำพล อายุ 23 ปีและนางสาวลลิตา (มิ้ว) ทดคำใส อายุ 22 ปี พร้อมรถยนต์กระบะวีโก้สีดำ ทะเบียน ผฉ – 9417 ชลบุรี ซึ่งเป็นยานพาหนะในการก่อเหตุ)

ทั้งนี้โดยเมื่อเวลา 11.30 น.ของวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่เกิดเหตุ มีคนร้ายเป็นชาย 3 คน ได้บุกเข้าไปในร้านเดือน แล้วใช้กำลังทำร้ายจับนางสาวทอรุ้ง (เดือน) สิริวัฒนโกสิทธิ์ อายุ 49 ปี เจ้าของร้าน( ผู้เสียหาย) มัดมือไขว้หลังใช้ผ้าปิดตาก่อนจะพาไปค้นทรัพย์สินและบังคับให้เปิดตู้เชฟภายในห้องนอน แต่ไม่สามารถเปิดได้ จึงได้รื้อค้นและยึดเอาทรัพย์สินเป็นเครื่องประดับ กระเป๋า น้ำหอม รวมหลายรายการ พร้อมนำตัวผู้เสียหายและทรัพย์สินใส่รถยนต์เก๋งฮอนด้าซิตี้สีบรอนส์เงิน ทะเบียน กค. 6 ระยอง ซึ่งเป็นของผู้เสียหายหลบหนีไป ระหว่างทางผู้เสียหายได้พยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมจนคนร้ายใจอ่อนยอมปล่อยตัวกลับมาพร้อมรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวและทรัพย์สิน ก่อนที่คนร้ายจะแยกย้ายกันหลบหนี

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้าน พบว่าคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุมีทั้งหมด 4 คน และพบว่านางสาวลลิตา (มิ้ว) ทดคำใส ซึ่งทำงานเป็นลูกจ้างในร้านมีส่วนร่วมกระทำความผิดและหลังเกิดเหตุได้หายตัวไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมหลักฐานและขอให้ศาลออกหมายจับ และออกติดตามจนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้ที่เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ส่วนรถยนต์กระบะวีโก้สีดำที่ใช้เป็นยานพาหนะก่อเหตุเป็นของนายเฉลิมพงษ์ ทดคำใส บิดานางสาวลลิตา ฯ ที่ผู้ต้องหายืมมาก่อเหตุ



วฐิต/ข่าว

ระยอง จัดงานเทศกาลดนตรี Samet in love ส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะเสม็ด คาดเงินสะพัดกว่า 50 ล้านบาท

วันที่ 23 เม.ย.57  นายวราวุธ ปิ่นเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า จังหวัดระยอง พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า – หมู่เกาะเสม็ด สถานีตำรวจภูธรเพ ฯ9ฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และบริษัทบูสท์พลัส จำกัด กำหนดจัดงานเทศกาลดนตรี Samet in love เพื่อคงไว้เพื่อให้เป็นเทศกาลส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วง low Season ของเกาะเสม็ด ซึ่งในปีนี้นับเป็นครั้งที่ 5 แล้ว โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม ถึงวันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2557 ที่บริเวณหาดทรายแก้ว เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง โดยกิจกรรมในงานจะมีการแสดงดนตรีของศิลปินชื่อดังมากมายการ Paint สีสะท้อนแสงร่วมปาร์ตี้ใน Black Light Foam Party กิจกรรมนำร่องการอนุรักษ์รักษาสิ่งแวดล้อม เช่น การปลูกกิ่งปะการัง การรณรงค์ขี่จักรยานบนถนนเกาะเสม็ด และกิจกรรมคืนหาดสวยงามสู่เกาะเสม็ด ซึ่งหลังเสร็จสิ้นงานแล้วจะมีการเก็บขยะที่เกิดขึ้นระหว่างการจัดงานทั้งหมดส่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำไปดำเนินการตามกรรมวิธี อีกทั้งภายในงานนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเพ จะเน้นในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยดูแลผู้ที่มาร่วมงานอย่างเข้มแข็ง

คาดว่างานนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาร่วมนับกว่า 10,000 คน ส่วนที่พักบนเกาะเสม็ดเวลานี้เต็มแล้ว แต่ยังมีที่พักบนฝั่งที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างเพียงพอ พร้อมทั้งมั่นใจว่าช่วงเวลาการจัดงานนี้จะมีเงินสะพัดกว่า 50 ล้านบาท



วฐิต/ข่าว

อบต.หนองบัว จัดสัมมนาและศึกษาดูงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให้แก่ผู้บริหาร และพนักงานส่วนท้องถิ่น


เมื่อวันที่ 23 เม.ย.57 ที่โรงแรมสตาร์ระยอง นายสุจินต์ สุขเกิด นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมสัมมนาศึกษาดูงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให้แก่ผู้บริหาร และพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยมีผู้บริหาร และพนักงาน อบต.หนองบัว เข้าร่วมโครงการดังกล่าว จำนวน 100 คน โดยมีนายไตรภพ บันเทิงสุข ปลัด อบต.หนองบัว ร่วมเป็นเกียรติฯ

นายไตรภพ กล่าวว่า การบริหารจัดการภาครัฐในปัจจุบันได้ยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลและความคุ้มค่าเปิดเผย โปร่งใส และเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน มุ่งผลสัมฤทธิ์ ซึ่งเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2556 ทำให้หน่วยงานราชการต่างๆ ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการคิดใหม่ ให้มุ่งเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง และวิธีการทำงาน เพื่อมุ่งไปสู่การเป็นองค์กรสมัยใหม่ เพื่อให้ได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากประชาชนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ อบต.หนองบัว จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ให้พนักงาน ให้มีประสิทธิภาพในการทำงานและการให้บริการประชาชนในพื้นที่ และเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากร ผู้บริหาร ลูกจ้าง และพนักงานจ้างของ อบต.หนองบัว ได้ศึกษาหาความรู้และประสบการณ์จากสถานที่ต่างๆ เพื่อนำมาพัฒนาองค์กรและชุมชน ให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป



วฐิต/ข่าว

ระยอง ติวเข้ม อปพร.ในพื้นที่ พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณ อปพร.ปฏิบัติงานดีเด่น

เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลเมืองมาบตาพุด อ.เมืองระยอง วันที่ 23 เม.ย.นายธีรวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยอง เป็นประธานมอบใบประกาศเกียติคุณให้แก่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน(อปพร.) จังหวัดระยอง 27 คน พร้อมเปิดการประชุมประชาคม อปพร.จังหวัดระยอง โดยมี อปพร.ระยอง เข้าร่วมประชุม 120 คน โดยมีนายจุมพฏ วรรณศิริ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง ร่วมเป็นเกียรติฯ

นายจุมพฏ กล่าวว่า พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 กำหนดให้กรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นหน่วยงานกลางของรัฐ ในการดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของประเทศ มีนโยบายเกี่ยวกับการป้องกันบรรเทาสาธารณภัย โดยประสานความร่วมมือกับศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ในพื้นที่ ดำเนินพัฒนายกระดับมาตรฐานศูนย์ อปพร.ของตนเองทั้งด้านสถานที่ การบริหารจัดการ การบริการประชาชน และด้านสวัสดิการ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการสาธารณภัยได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ และเป็นกำลังหลักภาคประชาชนในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในทุกพื้นที่ รวมทั้งจัดอบรมทบทวนอาสาสมัคร อปพร. ให้ครบทุก อปท. โดยเฉพาะพื้นที่เป้าหมายเกิดภัยพิบัติบ่อยครั้ง และเกิดซ้ำซาก ซึ่งปัจจุบัน จังหวัดระยอง มีอาสาสมัคร อปพร.จำนวน 7,328 คน เพื่อให้อาสาสมัคร อปพร.เป็นกำลังสำคัญในการสร้างความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนอย่างยั่งยืน จังหวัดระยอง จึงได้จัดประชุมดังกล่าวขึ้น ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างสนับสนุนให้ศูนย์ อปพร.ในพื้นที่ทุกระดับ มีความเข้มแข็ง และขยายผลการดำเนินงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทั้งในภาวะปกติและฉุกเฉิน อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ในโอกาสนี้ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง ยังได้มอบประกาศเกียรติคุณเป็นขวัญกำลังใจ สำหรับอาสาสมัคร อปพร.ที่ปฏิบัติงานดีเด่นอีกด้วย





วฐิต/ข่าว

จ.ตราด จัดหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน ในพื้นที่ตำบลบางปิด อำเภอแหลมงอบ

( 23 เม.ย. 57 )  นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราดนำส่วนราชการทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ ออกให้บริการประชาชนตามโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน โดยการนำการบริการภาครัฐในลักษณะการบูรณาการงานให้บริการประชาชน ที่ศาลาเอนกประสงค์บ้านบางปิดบน หมู่ที่ 3 ตำบลบางปิด อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราดโดยมีส่วนราชการต่าง ๆ ออกให้บริการถึงในพื้นที่ เพื่อช่วยลดรายจ่ายในการเดินทาง และแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม

ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า การจัดโครงการนี้ทางจังหวัดมุ่งที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนถึงในพื้นที่โดยนำการบริการระดับจังหวัดและอำเภอลงมาให้บริการประชาชน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมพร้อมทั้งเป็นการนโยบายของรัฐบาลที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มาชี้แจงให้กับประชาชน สำหรับปัญหาที่ประชาชนต้องการให้หน่วยงานภาครัฐระดับจังหวัดขึ้นไป เข้ามาดำเนินการแก้ไขคือปัญหาขาดแคลนน้ำในการทำเกษตรกรในบางพื้นที่ทางจังหวัดได้ย้ำให้ อบต. บางปิด สำรวจพื้นที่เพื่อเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไข ในส่วนของปัยหาการกัดเซาะชายฝั่งในบางพื้นที่ของตำบลบางปิด ทางจังหวัดได้ขอให้ทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วทกับสำนักงานโยธิธิการและผังเมืองดำเนินการสำรวจและหาทางแก้ไขต่อไป ในส่วนการดำเนินการทำเขื่อนกันคลื่น นับเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งหากดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ในจุดใดก็ตาม อาจเกิดปัญหาในจุดอื่นใกล้เคียงที่ไม่ได้สร้างเขื่อนกันคลื่น ดังนั้นการดำเนินการในเรื่องนี้ต้องมีการสำรวจอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ผลผลิตผลไม้จะออกสู่ตลาด ทางจังหวัดขอวิงวอนให้เกตรกรผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพออกสู่ตลาด โดยเฉพาะทุเรียนไม่ควรตัดทุเรียนอ่อนนำเข้าสู่ตลาด เนื่องจากจะเป็นการทำลายกลไกลด้านราคาในภาพรวม

ผู้ประกอบการเดินเรือเฟอร์รี่ แหลมงอบ – เกาะช้าง จ.ตราด สร้างความมั่นใจในระบบความปลอดภัยในการให้บริการผู้โดยสาร

( 23 เม.ย. 57 )  นายเลอสรวง สุทธิบุหงา รองผู้จัดการท่าเรือเฟอร์รี่เซนเตอร์พอยท์ ที่ให้บริการเรือข้ามฟากระหว่างอำเภอแหลมงอบ กับอำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด กล่าวว่า จากกรณีที่เกิดปัญหาเรือเฟอร์รี่ในประเทศเกาหลีใต้พลิกคว่ำ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งนี้ในส่วนของการบริการเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะช้างแห่งนี้ขอให้นักท่องเที่ยว ผู้โดยสารที่ใช้บริการมีความมั่นใจว่า เรือเฟอร์รี่ที่ให้บริการมีความปลอดภัย โดยเฉพาะเรือเฟอร์รี่เซนเตอร์พ้อยท์แห่งนี้ เป็นเรือเฟอร์รี่ที่มีสองท้อง จึงมีการทรงตัวที่ดีกว่าเรือเฟอร์รี่ท้องเดียว และในส่วนของพนักงานขับเรือหรือนายท้ายเรือก็มีใบอนุญาตเดินเรือที่ถูกต้องตามกฎหมายจากกรมเจ้าท่า ทั้งนี้ในส่วนของความปลอดภัยของผู้โดยสาร ได้มีการจัดเตรียมจำนวนชูชีพไว้พียงพอกับผู้โดยสารตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตทะเบียนเรือ นอกจากนี้ปัจจัยในการเดินเรือในทะเลระหว่างอำเภอแหลมงอบกับเกาะช้างมีคลื่นลมที่สงบ ประกอบกับไม่เคยพบปัญหาในลักษณะเช่นที่เกาหลีใต้เลยในน่านน้ำทะเลตราด ดังนั้นผู้โดยสารจึงมั่นใจในความปลอดภัยได้เมื่อใช้บริการ อย่างไรก็ตามในส่วนของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาตราด ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ประจำท่าเรือโดยสารทุกแห่งของจังหวัดตราด ในการทำหน้าที่ตรวจตราความปลอดภัยก่อที่เรือโดยสารจะออกจากท่าทุกเที่ยวของการเดินเรือจึงเป็นการควบคุมเรื่องความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่งด้วย

ขนส่ง จ.ตราด ขอเชิญผู้พิการจากการใช้รถใช้ถนน ขอรับความช่วยเหลือจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับการดำรงชีพจากกองทุน กปถ.

( 23 เม.ย. 57 )  นางแสงจันทร์ จวบความสุข ขนส่งจังหวัดตราดเปิดเผยว่ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) กรมการขนส่งทางบก ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม โดยนำเงินรายได้จากการประมูลทะเบียนรถเลขสวยมอบให้แก่ผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน เพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นในการดำรงชีวิต ประจำปี 2557 อาทิ แขนเทียม ขาเทียม รถนั่งสำหรับคนพิการ เตียงสำหรับผู้พิการ ไม้เท้า และไม้ค้ำยัน ทั้งนี้เพื่อให้ผู้พิการสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุข ผู้พิการที่สนใจขอรับเงินจัดสรรค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการสามารถยื่นคำขอได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดตราด หรือที่กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก ได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 2 พฤาภาคม 2557 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักงานขนส่งจังหวัดตราด หมายเลขโทรศัพท์ 0-3952-0227 หรือCallCenter 1584

รองผู้ว่า กกท.ตวจความคืบหน้าสนามกีฬากลางจังหวัดจันทบุรี

รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมคณะตรวจความคืบหน้าการปรับปรุงสนามกีฬากลางจังหวัดจันทบุรีเพื่อใช้ในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 31 จันทบูรเกมส์

บ่ายวันนี้ ( 24 เม.ย.57 ) ที่สนามกีฬากลางจังหวัดจันทบุรี นายสังเวียน บุญโต รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยพร้อมคณะกรรมการตรวจการจ้าง ได้เดินทางมาตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการการก่อสร้างสนามฟุตบอล ลู่ ลานวัสดุสังเคราะห์ สนามกีฬากลางจังหวัดจันทบุรี ที่จะใช้ในการจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 31 จันทบูรเกมส์ โดยมี ผอ.การกีฬาแห่งประเทศไทยภาค 1 ผู้แทนสมาคมกีฬาจังหวัดจันทบุรี กกท.จังหวัดจันทบุรี กรรมการผู้จัดการบริษัทรับจ้างให้การต้อนรับ และครั้งนี้บริษัทที่รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดแรกที่แล้วเสร็จ ประกอบด้วยงานปรับปรุงสนาม วางตัวหนอน ระบบรางระบายน้ำ ท่อใต้ดิน สปิงเกอร์ บ่อทราย ที่แล้วเสร็จแก่คณะกรรมการตรวจการจ้าง ทั้งนี้สนามกีฬากลางจังหวัดจันทบุรีจะเป็นสนามที่ใช้ในพิธีเปิด – ปิด การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 31 จันทบูรเกมส์ ที่กำหนดจัดการแข่งขันในระหว่างวันที่ 16 ถึง 27 มีนาคม 2558  โดยการก่อสร้างสนามฟุตบอล ลู่ – ลานกรีฑา วัสดุยางสังเคราะห์ จังหวัดเจ้าภาพทางการกีฬาแห่งประเทศไทยได้ว่าจ้างบริษัทอุตสาหกรรมพื้นยางโอลิมปิก จำกัด เป็นผู้ดำเนินการในวงเงิน 34,860,000 บาท เริ่มโครงการตั้งแต่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 กำหนดแล้วเสร็จ 22 ตุลาคม 2557 รวมระยะเวลาการก่อสร้าง 240 วัน 



จรัล/ภาพ/ข่าว ( 24  เม.ย. 57 
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว 

จังหวัดจันทบุรี รณรงค์ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ


ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชน ร่วมรณรงค์ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง สร้างภูมิคุ้มกัน เป็นแบบอย่างแก่ประชาชน

เย็นวานนี้ ( 23 เม.ย.57 ) ที่บริเวณสวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทุ่งนาเชย จังหวัดจันทบุรี นายเกรียงเดช เข็มทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ตามโครงการ เดิน – วิ่งเพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ต้องการให้ประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรีหันมาสนใจการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ สร้างความกระปี้กระเป่าแก่ร่างกาย โดยให้ข้าราชการออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนและกำหนดทุกวันพุธของสัปดาห์เป็นวันสปอตเดย์ ของจังหวัดจันทบุรี และการณรงค์ในโอกาสต่อไปผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีจะนำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการไปออกกำลังกายตามสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดจันทบุรีเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวและของดีเมืองจันท์อีกทางหนึ่งด้วย



จรัล/ภาพ/ข่าว ( 24  เม.ย. 57 ) 
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว 

มกุฎราชกุมาร สาธารณรัฐโซมาเลีย ทรงปลื้ม การจัดสวน สวนนงนุชพัทยา

มกุฎราชกุมาร สาธารณรัฐโซมาเลีย และ mr.mustafa oeace เอกอัครราชฑูตรประเทศโซมาเลีย ประจำประเทศไทย และคณะ ฯ  ชื่นชมสวนนงนุชพัทยา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังก้องโลก มีศักยภาพไม่อายต่างประเทศ มีความหลากหลาย     

beeidaige Mohamed มกุฎราชกุมาร สาธารณรัฐโซมาเลีย ทรงเสด็จ พร้อม mr.mustafa oeace เอกอัครราชฑูตรประเทศโซมาเลีย ประจำประเทศไทย มาเยี่ยมชมสวนนงนุช พัทยา อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี นายกัมพล ตันสัจจาผู้อำนวยการ สวนนงนุช พัทยา นางพัทธนันท์ ขันติสุขพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไป สวนนงนุช นายมานิจ นารินทร์รักษ์ รองผู้จัดการทั่วไปสวนนงนุชพัทยา นายชยุต แสนจันทร์กุล รองผู้จัดการทั่วไปสวนนงนุชพัทยา นายเสกสรร นาควงศ์ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รับเสด็จให้การต้อนรับ

โดยนายกัมพล ตันสัจจาผู้อำนวยการสวนนงนุช พัทยา ได้รับเสด็จ คณะท่าน beeidaige Mohamed มกุฎราชกุมาร สาธารณรัฐโซมาเลีย และmr.mustafa oeace เอกอัครราชฑูตรประเทศโซมาเลีย ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมชมสวนสวย สัตว์น่ารัก ไม่ว่าจะเป็นสวนกระถาง สวนกล้วยไม้ สวนสับปะรดสี ทุ่งสวนชม ค่ายนงนุช โครงการรักษ์ต้นไม้ลดโลกร้อน ไบโอแก็ส สวนหินสโตนเฮ้นท์ สวนฝรั่งเศส วิวตึกมดและปิดท้ายด้วยการชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ช้างแสนรู้          

นายกัมพล ตันสัจจาผู้อำนวยการสวนนงนุช พัทยา ได้กล่าวว่าพระองค์ท่านทรงเรียนมาว่าออยากจะมาดูวัฒนธรรมของประเทศต่างๆ ก่อนที่ท่านจะขึ้นครองราชย์ เป็นการส่วนพระองค์ พระองค์ท่านทรงได้ทราบถึง สวนนงนุช เมืองพัทยา ท่านจึงเจาะจงที่จะมาเที่ยวที่นี่ ผมจึงได้มีโอกาศรับใช้ ฝ่าพระบาท พาพระองค์ท่านเสด็จทั่วสวนและอธิบายแนวคิดที่เราได้ทำสวนว่าทำเพื่ออะไรและทำยังไงให้พระองค์ท่านฟัง พระองค์ท่านก็สนใจเป็นพิเศษ ผมเองก็เรียนท่านว่าหากท่านมีอะไรที่จะให้เราช่วยหรือแนะแนวคิดที่ท่านจะทำอะไรในประเทศของท่านเราก็ยินดีหรือจะส่งคนของท่านมาฝึกงานเรียนรู้กับเราเพื่อที่จะไปจัดสวนในประเทศของท่านเราก็พร้อมเสมอ พระองค์ท่านก็เป็นคนที่มีความสนใจเป็นพิเศษในเรื่องพันธุ์ไม้ จึงได้นำท่านไปดูพันธุ์ไม้ของประเทศพระองค์ท่านเองซึ่งเราก็มีปลูกอยู่ในสวนนงนุชเช่นกัน ท่านก็สนพระทัยเรื่องนี้มากครับ แล้วก็เรื่องการบริหารการท่องเที่ยวพระองท่านก็เห็นว่ามีชาวต่างชาติมาเที่ยวกันมากมาย ท่านก็ไม่ได้พูดอะไรมากนะครับแต่ท่านบอกว่าชอบคนไทย เพราะคนไทยเป็นคนที่ยิ้มแย้มแจ่มใส



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

สวนวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลกใน มหกรรมพืชสวนโลกประเทศจีน

ณ ห้องนันทา เอบี สวนนงนุชพัทยา อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย – จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา  นายกำพล  ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา ได้จัดงานแถลงข่าว โครงการสวนวัฒนธรรมไทยสู่เวทีอาเซียนและเวทีโลก ระหว่างกระทรวงวัฒนธรรม,กรมส่งเสริมวัฒนธรรม,สภาวัฒนธรรมไทย – จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ เมืองพัทยา,และสวนนงนุชพัทยา โดยมี นายภวัต เลิศมุกดา นายอำเภอสัตหีบ ตลอดจนแขกรับเชิญ และสื่อมวลชนร่วมภายในงาน

นายกำพล  ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า สวนนงนุชพัทยา สัตหีบ ชลบุรี ได้รับมอบหมายจากกระทรวงวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรมไทย-จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ และเมืองพัทยา ให้เป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลก ชิงเต่า 2014 ประเทศจีน เป็นงานระดับโลกแสดงนวัตกรรมเกี่ยวกับพืชสวนและสายน้ำแห่งวิธีไทย และยังเป็นโอกาสในการเผยแพร่มิติวัฒนธรรม นอกเหนือจากมิติทางการเกษตรอย่างเดียว มหกรรมงานพืชสวนโลก เป็นงานมหกรรมระดับนาๆชาติที่จัดโดยสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ โดยอนุมัติหรือมีมติให้เมืองหรือประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นเจ้าภาพรับจัดงาน ระยะเวลาจัดงาน 3-6 เดือน มีผู้จัดแสดงมากกว่า 10 ประเทศ ซึ่งตามมติที่ประชุมเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2552 ครั้งที่ 61 ที่เมืองซาราโกซา ประเทศสเปน เมืองชิงเต่า ประเทศจีน ได้รีบการคัดเลือกจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศให้เป็นเจ้าภาพ ณ บริเวณอุทยานเขาไป๋กั่วสำหรับงานมหกรรมพืชสวนโลก ชิงเต่า 2014 ประเทศจีน ซึ่งเป็นงานระดับโลกโดยจัดขึ้นทุก 4 ปี โดยปี 2014 ประเทศจีนเป็นเจ้าภาพ สถานที่จัดงาน ณ เมืองชิงเต่า ประเทศจีน ระหว่างเดือน เมษายน-ตุลาคม 2557 โดยเชิญประเทศต่างๆ ในโลกเพื่อเข้าร่วมแสดงงานนวัตกรรมเกี่ยวกับพืชสวนและศิลปะการจัดสวน ตลอดจนแสดงอัตลักษณ์ของแต่ละประเทศ ในแง่การประชาสัมพันธ์ของประเทศนั้นๆ ในส่วนของประเทศไทยได้ใช้รูปแบบ สายน้ำแห่งวิธีไทยอันเป็นนิรันดร ความเป็นไทย จักถูกส่งผ่านวิถีแห่งสายน้ำ นำมาซึ้งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมของไทยกับต่างชาติ หากรู้จักหยิบยืมนำมาปรับปรุงให้เกิดประโยชน์  อีกทั้งยังเป็นเวทีในการสื่อสารทางวัฒนธรรมกับคนจีน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบวัฒนธรรมไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

นายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย – จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์  กล่าวว่า จากสายสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน เมืองชิงเต่าได้สถาปนาความสัมพันธ์ บ้านพี่เมืองน้องกับจังหวัดเชียงใหม่ นับตั้งแต่ปี 2552 ด้านการลงทุน การท่องเที่ยวและการศึกษา ในปี 2555 นครชิงเต่าได้ทำหนังสือบันทึกตกลงทำความเข้าใจ และสถาปนาความสัมพันธ์ บ้านพี่เมืองน้อง กับทางพัทยา เพื่อส่งเสริมการลงทุน การท่องเที่ยว ตลอดจนความร่วมมิกันเพื่อส่งเสริมและพัฒนาด้านต่างๆ จากความสัมพันธ์ดังกล่าวทางเมืองชิงเต่า ประเทศจีน ได้ทำหนังสือเชิญประเทศไทยเข้าร่วมการแสดงมหกรรมพืชสวนโลก 2014 ณ เมืองชิงเต่า โดยมอบพื้นที่ โซน A ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ดีที่สุดในส่วนของสวนอินเตอร์ ซึ่งมีขนาดพื้นที่ 1,353 ตารางเมตร เพื่อจัดแสดงเอกลักษณ์และประชาสัมพันธ์ในส่วนของประเทศไทย ทั้งด้านพืชสวนศิลปะการจัดสวน สถาปัตยกรรมตลอดจนสื่อแอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย รวมทั้งจัดแสดงกิจกรรมต่างๆ เช่น ภาพลักษณ์ประเทศไทยด้านการท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม อาหารไทย สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ประเทศไทยได้รับพื้นที่จัดแสดงในโซนสวนอินเตอร์ ขนาดพื้นที่จัดแสดง 1,353 ตารางเมตร ประกอบด้วยอาคารนิทรรศการ กว้าง 10 เมตร ยาว 19 เมตร สูง 9 เมตร แบ่งเป็น 3 ห้อง ห้องที่ 1 จัดแสดงพระราชกรณียกิจ ห้องที่ 2 จัดแสดงศิลปวัฒนธรรมของไทยแต่ละภาค 5 ภาค และสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญ 5 ภาค กิจกรรมต่างๆของประเทศไทย ห้องที่ 3 เป็นห้องวีไอพี รองรับบุคลสำคัญต่างๆจัดแสดงเรื่องราว และเอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย ส่วนแสดงภายนอก จัดแสดงศิลปวัฒนธรรม ตลอดจน เอกลักษณ์ของความเป็นไทย ในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยประกอบกับการจัดภูมิทัศน์สวนโดยรอบ

นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า เมืองพัทยา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการประชาสัมพันธ์ให้แก่นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้รู้จักเมืองพัทยามากยิ่งขึ้น โดยได้มีการดำเนินงานด้านการพัฒนากายภาพ ในการตกแต่งทัศนียภาพและดำเนินกิจกรรมร่วมกัน และเพื่อให้เกิดการบูรณาการทรัพยากรและกิจกรรมด้านต่าง ๆ ร่วมกัน เมืองพัทยา กับ สวนนงนุชพัทยา ถือเป็นโอกาสดีที่จะทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักประเทศไทย และเมืองพัทยาได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้นโดยสวนนงนุชพัทยา



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

ไทยแลนด์ มอเตอร์ เฟสติวัล รุกตลาดภูมิภาคเป็นปีที่ 2 เริ่มชลบุรีเป็นแห่งแรก ก่อนไปอีก 5 จังหวัดทั่วประเทศ

ที่ห้องแปซิฟิคฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าแปซิฟิค พาร์ค ศรีราชา นายเชาวลิต แสงอุทัย ปลัดจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงาน มหกรรมแสดงรถยนต์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย หรือ Thailand Motor Festival 2014 อย่างเป็นทางการ โดยมีนายก้องเกียรติ เหวียนระวี รองประธานการจัดงาน นายจตุพร ขันมณี นายวิลักษณ์ โหลทอง ประธานร่วมจัดงานร่วมในพิธีเปิด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมอบความสะดวกสบายในการซื้อรถยนต์ใหม่อย่างคุ้มค่า รวมทั้งยกระดับการจัดงานแสดงรถในส่วนภูมิภาค ให้มีความเป็นสากลอย่างต่อเนื่อง รับการเปิดประเทศสู่ประชาคมอาเซียนโดยใน ปีที่ผ่านมาสามารถสร้างยอดขายรถถึง 3,000 ล้านบาท โดยเฉพาะจ.ชลบุรี ที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และถือว่าเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคตะวันออก ซึ่งในปีนี้จะจัดขึ้นทั้งหมด 6 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ ชลบุรี สุราษฏร์ธานี เชียงใหม่ อุดรธานี ขอนแก่น และสงขลา โดยนำกลยุทธ์การกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อ ด้วยการขายแบบเคาะประตูบ้านให้กับลูกค้าที่ต้องการซื้อรถในส่วนภูมิภาค พร้อมทั้งรับสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่จองในงาน



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557

ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จัดฝึกอบรมสร้างองค์ความรู้ แก่เครือข่ายภาคประชาชน ในจังหวัดสระแก้วเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ

วันนี้ ( 23 เม.ย.) ที่โรงแรมอินโดจีน อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จัดกิจกรรมโครงการ "สร้างองค์ความรู้เครือข่ายศูนย์เตือนภัยพิบัติภาคประชาชน เพื่อป้องกันและบรรเทาภัย ประจำปี 2557" มีนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการอบรม และกล่าวปาฐกถาพิเศษ แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่และชุมชน และเครือข่ายภาคประชาชน จากทั้ง 9 อำเภอ ของจังหวัดสระแก้ว กว่า 200 คน

การฝึกอบรมตามโครงการดังกล่าว มีจุดมุ่งหมาย เพื่อต้องการให้ประชาชนทั่วไป และเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ รวมถึงอาสาสมัครเครือข่ายศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติภาคประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบเตือนภัยในปัจจุบัน และมีความพร้อมที่จะรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้น อีกทั้งเพื่อให้ทราบถึงภารกิจ และการทำงานของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ภายใต้หลักการบูรณาการความร่วมมือ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านข้อมูลข่าวสาร และด้านเทคโนโลยี ที่จะต้องเชื่อมโยงถึงกันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้เพื่อจะให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเตรียมความพร้อม เพื่อการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายและผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้รอดพ้นจากภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้น

นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า จังหวัดสระแก้วประสบปัญหาภัยทางธรรมชาติ โดยเฉพาะเมื่อเร็วนี้ได้เกิด วาตะภัย ขึ้นที่อำเภออรัญประเทศและอำเภอตาพระยา ถึงแม้จังหวัดได้ประกาศเตือนและป้องกันแล้วแต่ก็ยังมีความเสียหายเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีอุทกภัยที่ เกิดขึ้นทุกปี สร้างความเสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจ ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงควรจะต้องเข้ามามีส่วนร่วม ในการคอยเฝ้าระวัง ร่วมเป็นเครือข่าย ทั้งการเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิดเห็น วางระบบการจัดการ สร้างกลไกการเชื่อมโยงประสานกันตั้งแต่ในระดับชาติ ถึงระดับพื้นที่ ตำบล หมู่บ้าน เพื่อจะทำให้เกิดการบริหารจัดการ ด้านการระวังภัยอย่างเป็นระบบ และมีการนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม จึงจะสามารถป้องกันภัยพิบัติ และลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้

การอบรมครั้งนี้ ได้มีการจัดเวทีเสวนาเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการภัยพิบัติ,ภัยพิบัติทางธรรมชาติในท้องถิ่น,การซักซ้อมความเข้าใจของเครือข่ายด้านการติดต่อประสานงาน, การแลกเปลี่ยนข้อมูลและการขอรับการสนับสนุนที่จำเป็นสำหรับการเตือนภัย การเตรียมพร้อมเผชิญเหตุเชิงปฏิบัติของชุมชนต่อภาวะภัยพิบัติ และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมอบรม สมัครเป็นสมาชิกเครือข่ายศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติภาคประชาชน อีกด้วย



ดุลยศํกดิ์/ภาพ/ข่าว/23 เมย.2557

องค์การบริหารส่วนตำบลตาหลังใน มีกิจกรรมจัดประเพณีบุญบั้งไฟ ปี 2557

องค์การบริหารส่วนตำบลตาหลังใน มีกิจกรรมจัดประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นประจำทุกปี และในปี 2557 องค์การบริหารส่วนตำบลตาหลังในจึงได้กำหนดจัดงานขึ้นในระหว่างวันที่ 1-3 พฤษภาคม2557 ณ ลานจุดบั้งไฟ ที่องค์การบริหารส่วนตำบลตาหลังใน จุดประสงค์เพื่อเป็นการสืบสานประเพณี และ อนุรักษ์วัฒนธรรมและเป็นขวัญกำลังใจให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ต.ตาหลังในเพื่อให้ฝนตกตามฤดูกาล กิจกรรมในงาน วันที่ 1 พ.ค.57 เวลา 12.00 น.ขบวนแห่บั้งไฟบริเวณวัดตาหลังใน 14.00น.อดีต ส. ส ตรีนุช เทียนทอง เป็นประทานเปิดการแข่งขันบั้งไฟ และ เวลา 20.30 น. ชมการแข่งขันชกมวย และ การแสดงมโหรสพ ในวันที่ 2 พ.ค. 57 เวลา 09.00 น. แข่งขันบั้งไฟแสน 11.00 น. นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วเป็นประทานจุดบั้งไฟ และ 20.30 น.ชมการแข่งขันชกมวย และ การแสดงมหรสพ และ ในวันที่ 3 พ.ค.57 เวลา 09.00 น. 15.30 น. การแข่งขันบั้งไฟ 10.00 น. 17.00 น.ชมการแสดงดนตรี จนถึงเวลา 16.30 น. นายก องค์การบริหารส่วนตำบลตาหลังใน เป็นประทานมอบลางวัลผู้ชนะการแข่งขันบั้งไฟ และ ปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ปี 2557

สระแก้วฝึกอบรมราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า(รสทป.)

วันนี้ (23 เม.ย.) ที่ ศูนย์ฝึกอบรมการป้องกันและควบคุมไฟป่าภาคกลาง กรมป่าไม้ หมู่ที่ 3 ตำบลช่องกุ่ม อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว นายชูศักดิ์  ตรีสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมราษฎรอาสาพิทักษ์ป่า(รสทป.) โดยมีนายธนโรจน์  โพธิสาโร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่1 (ปราจีนบุรี) เป็นผู้กล่าวรายงาน      

นายธนโรจน์  โพธิสาโร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่1 (ปราจีนบุรี) เปิดเผยว่า การจัดอบรม รสทป. ในวันนี้เป็นการฝึกอบรมราษฎรที่อยู่บริเวณของเขตป่าอนุรักษ์รอบแนวชุมชนเพื่อเป็นไปตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถที่ประสงค์จะให้คนอยู่ร่วมกันกับป่าอย่างพึ่งพาอาศัยกันไม่ต้องการให้พสนิกรของพระองค์ต้องทุกข์ยากลำบากเพราะความแห้งแล้งซึ่งเกิดจากทรัพยากรป่าไม้ถูกทำลาย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่1 (ปราจีนบุรี)จึงจัดการฝึกอบรม รสทป.เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการคุ้มครองดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พร้อมทั้งให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากร ซึ่งการอบรมมีระยะเวลาตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 25 เมษายน 2557 โดยมีการฝึกทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
   
   
   
   
   
   
   

จังหวัดสระแก้วจัดแรลลี่ 4 ขุนเขา 2014 เขาฉกรรจ์ 20 ปี

วันนี้ (23 เม.ย.) ที่ อุทยานแห่งชาติปางสีดาจังหวัดสระแก้ว  นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา นายอำเภอเขาฉกรรจ์ แถลงเปิดกิจกรรมแรลลี่ 4 ขุนเขา 2014 เขาฉกรรจ์ 20 ปี ซึ่งการจัดกิจกรรมโครงการแรลลี่ 4 ขุนเขา เข้าชมสัตว์ป่า ศึกษาพรรณไม้ อำเภอเขาฉกรรจ์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2557 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเป็นการครบรอบ 20 ปีของการก่อตั้งอำเภอเขาฉกรรจ์ สำหรับรูปแบบการแข่งขันแรลลี่รถยนต์ใน 1 ทีม มี 4 คน โดยมีเส้นทางผ่านแหล่งท่องเที่ยวอำเภอเขาฉกรรจ์ทั้งหมด 4 ตำบล ของอำเภอเขาฉกรรจ์ ได้แก่ เขาจันทร์ เขาสำพุง เขาฉกรรจ์และเขาสามสิบมีระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร  เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ - 28 เมษายน 2557 สอบถามรายละเอียดหรือติดต่อสมัครเข้าร่วมการแข่งขันได้ที่ 037-5110320 และ 089-7785777

วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2557

สัมมนาโครงการส่งเสริมการสร้างโรงงานไฟฟ้าชีวมวลชุมชนต้นแบบจังหวัดสระแก้ว

วันนี้ (21 เม.ย. 57) ที่ ห้องประชุมบูรพา ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว นายชัยภัทร หิรัณยเลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วเป็นประธานเปิดการสัมมนาเผยแพร่ผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลชุมชนต้นแบบ จังหวัดสระแก้ว โดยสำนักงานจังหวัดสระแก้วและสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สัมมนาในหัวข้อ "ผลการศึกษาศักยภาพและแนวทางการพัฒนาจังหวัดสระแก้วเป็นเมืองพืชพลังงาน”และ "ความเป็นไปได้ของโรงงานไฟฟ้าชีวมวลชุมชนต้นแบบจังหวัดสระแก้ว”

นายชัยภัทร หิรัณยเลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า จังหวัดสระแก้ว กำหนดยุทธศาสตร์ให้เป็นเมืองแห่งพืชพลังงาน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรเป็นพลังงานทดแทน ซึ่งจังหวัดสระแก้วมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับภาคเกษตรกรเป็นหลัก โดยมีพื้นที่การเกษตร จำนวน 2,340,093 ไร่คิดเป็นร้อยละ 52 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด ซึ่งมีพืชเศรษฐกิจหลักได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย ปาล์มน้ำมันและพืชโตเร็วมากมาย ซึ่งทำให้จังหวัดสระแก้วมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นเมืองพืชพลังงาน เพื่อนำสู่เมืองพลังงานจึงต้องทำการศึกษาหาแนวทางพัฒนาให้เหมาะสมโดยพิจารณาถึงผลกระทบในทุกๆด้าน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมให้เกิดความสมดุลพร้อมกับดำเนินการส่งเสริมการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลชุมชนต้นแบบจังหวัดสระแก้วควบคู่ไปกับการส่งสริมให้เกษตรกรปลูกป่าไม้โตเร็วและมีศูนย์รวบรวมวัสดุชีวมวลในชุมชนเพื่อป้อนให้แกโรงไฟฟ้าไปด้วยเพื่อเป็นการลดช่องว่างระหว่างรายได้ของเกษตรกรโดยเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรรายย่อยจากพืชผลผลิตที่เหลือใช้ทางการเกษตรและจะได้นำแผนการพัฒนาบรรจุเข้าเป็นแผนพัฒนาจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการต่อไป

คณะกรรมการโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ตรวจเยี่ยมเยาวชนและครอบครัวอุปถัมภ์ ที่อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา

วันนี้ (  21 เม.ย. 57)  พลตำรวจโท อมรรักษ์ หุวะนันท์   กรรมการดำเนินโครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้ ”   พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเยาวชนและครอบครัวอุปถัมภ์ ในพื้นที่ตำบลสิงโตทอง   อำเภอบางน้ำเปรี้ยว  จังหวัดฉะเชิงเทรา  โดยมีนาย บัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ และนำเยี่ยมกิจกรรมโครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้ ” พร้อมมอบเงิน สิ่งของ เครื่องอุปโภคและบริโภคให้กับเยาวชนและครอบครัวอุปถัมภ์ ด้วย

สำหรับโครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้ ”  เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากดำริของ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการมูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรม  ติณสูลานนท์   มูลนิธิรักษ์ไทย  และมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ   กระทรวงมหาดไทย  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  โดยพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์  เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินการฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนมุสลิมในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีโอกาสเสริมสร้างทักษะเรียนรู้ วิสัยทัศน์ ประสบการณ์ชีวิต และพัฒนาแนวคิดให้สามารถปฎิบัติตนเป็นผู้นำที่ดีของชุมชนในอนาคต ก่อให้เกิดความคิดเชิงบวก มีความหวงแหนต่อแผ่นดินเกิดและยอมรับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติบนความหลากหลายของเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม ซึ่งจะช่วยส่งผลต่อการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีส่วนร่วมกับโครงการฯ  ครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 21 ระหว่างวันที่ 2 เมษายน - 2 พฤษภาคม 2557  จำนวน 20 คน อยู่ร่วมกับครอบครัวอุปถัมภ์ ครอบครัวละ 2 คน รวม 10 ครอบครัว  ครอบครัวอุปถัมภ์ ของจังหวัดฉะเชิงเทราอยู่ในพื้นที่ของตำบลสิงโตทองอำเภอบางน้ำเปรี้ยว  นอกจากเยาวชนที่มาจะมีการใช้ชีวิตประจำวันทั้งการอยู่อาศัย  การร่วมประกอบอาชีพ  การร่วมกิจกรรมต่างๆกับครอบครัวอุปถัมภ์แล้วจังหวัดฉะเชิงเทรายังได้จัดกิจกรรมนำคณะเยาวชนและครอบครัวอุปถัมภ์ไปศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอพนมสารคาม อีกด้วย



ชาญณรงค์ /ข่าว
ธนภัทร/ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

กรมการขนส่งทางบก โดย สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง เปิดรับคำขอรับการจัดสรรเงินค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ

นายอรุณ วิชกิจ ขนส่งจังหวัดระยอง เปิดเผยกับประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง ว่า กรมการขนส่งทางบกโดยอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้ออกประกาศกำหนดการขอรับจัดสรรเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗ โดยกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการยื่นคำขอรับการจัดสรรเงินค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการดังกล่าวไว้ ดังนี้

คุณสมบัติของผู้ขอรับจัดสรรเงินค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ ต้องเป็นผู้พิการเนื่องมาจากการประสบภัยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน ต้องไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมาก่อน หรือเคยได้รับความช่วยเหลือมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี

อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการที่สามารถขอรับจัดสรรได้มีดังนี้ แขนเทียม ขาเทียม รถนั่งสำหรับผู้พิการ ไม้เท้า และไม้ค้ำยัน อุปกรณ์อื่นๆ ได้แก่ เบาะรองนั่งป้องกันแผลกดทับ เตียงนอนธรรมดา ๓ ไกร ที่นอนลมป้องกันแผลกดทับ รถสามล้อโยก เครื่องช่วยหายใจ และเครื่องดูดเสมหะ ทั้งนี้จะพิจารณาตามความเหมาะสมกับสภาพความพิการ และสภาพการใช้งานของผู้พิการเป็นรายๆ ไป

ผู้พิการที่ประสงค์ขอรับจัดสรรเงินเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ ให้ยื่นคำร้องขอ ได้ที่ สำนักงานกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง ได้ตั้งแต่วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๗ ถึงวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ สำนักงานกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โทร. ๐๒ ๒๗๑๘๗๐๖ สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง โทร. ๑๕๘๔, ๐๓๘ ๖๑๖๗๙๒, ๐๓๘ ๙๖๗๓๒๓ และ สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง สาขาอำเภอแกลง โทร. ๐๓๘ ๖๗๑๙๐๔, ๐๓๘ ๖๗๑๐๔๗

ระยอง ดึงผู้นำชุมชน เยาวชน เข้าร่วมโครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง เพื่อความสมานฉันท์ของคนในชาติ

เมื่อเวลา 09.30 น.  วันที่ 21 เม.ย. 57  ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลทับมา อ.เมืองระยอง นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดโครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง ซึ่งจัดขึ้นโดยที่ทำการปกครองจังหวัดระยอง ระหว่างวันที่ 21-22 เม.ย.นี้ โดยมีผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และกลุ่มเยาวชน จำนวน 80 คน จากอำเภอเมืองระยอง อำเภอบ้านค่าย อำเภอบ้านฉาง และอำเภอนิคมพัฒนา เข้าร่วมโครงการ โดยมีนายวราวุธ ปิ่นเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายธีรวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยอง นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับมา และนายอดุลย์ บำรุงสุนทร นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหนองตะพาน อ.บ้านค่าย ร่วมเป็นเกียรติฯ นายธีรวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยอง กล่าวว่า จังหวัดระยอง ได้จัดทำโครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง ประจำปี 2557 ขึ้นเป็นปีที่ 3 แล้ว ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ด้านการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตยในระดับพื้นที่โดยมีหลักการที่สำคัญในการดำเนินของโครงการฯ คือ การสร้างกระบวนการเรียนรู้ ประกอบด้วย หลัก 3 ร่วม เพื่อ 3 สร้าง คือ ร่วมกันคุย เพื่อสร้างความสามัคคีร่วมกันคิด เพื่อสร้างพลังและร่วมกันทำ เพื่อสร้างสังคมปรองดอง โดยนำกลุ่มเป้าหมาย ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และกลุ่มเยาวชน มาพบปะพูดคุยกัน ทำให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเยาวชนผู้นำและเจ้าหน้าที่ เกิดการบูรณาการความรัก ความสามัคคีในอันที่จะสร้างสังคมปรองดองให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งโครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสร้างสามัคคี โดยกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสริมสร้างความรักสามัคคี เสริมสร้างการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ โดยร่วมทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความปรองดอง ตลอดจนเพื่อจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และหระมหากษัตริย์ อันที่จะสร้างสังคมปรองดองให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ทั้งนี้กิจกรรมที่จัดขึ้น ประกอบด้วย การบรรยาย "การน้อมนำพระบรมราโชวาทตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เรื่องคุณธรรม รู้รักสามัคคี” "การปูพื้นฐานแนวคิดและอุดมการณ์ประชาธิปไตยตามแนวทางการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” และการจัดเวทีอภิปรายเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของกลุ่มผู้นำและเยาวชน ในหัวข้อ "การเมืองเรื่องผลประโยชน์ของใคร”โดยเป็นการเปิดโอกาสให้ได้แสดงความคิดเห็นทางการเมืองการปกครองและแลกความรู้อันจะทำให้เกิดเครือข่ายที่เข้มแข็งในการพัฒนาประชาธิปไตยภายใต้บรรยากาศที่สร้างสรรค์

คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.) แจ้งเตือนผู้สมัครสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ให้ร่วมป้องกันการทุจริตการสอบแข่งขัน

นายทรรศนะ วิชัยธนพัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยกับประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง ว่า ตามที่คณะกรรมการการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.) ได้ประกาศการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ กำหนดรับสมัครระหว่างวันที่ ๔-๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๖ และกำหนดให้มีการสอบแข่งขันในวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๗ นั้น

ปรากฏว่ามีผู้แอบอ้างแสวงหาผลประโยชน์(ตกเบ็ด) จากผู้สมัครสอบเป็นจำนวนมาก โดยเสนอว่าสามารถช่วยผู้สอบ ให้สอบได้ โดยใช้วิธีการต่างๆ เช่น กล่าวอ้างว่ารู้จักข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่สามารถช่วยผู้สมัครสอบให้สอบได้ จะหาคนเข้าสอบแทนผู้สมัครสอบ มีข้อสอบที่ใช้ในการสอบ สามรถส่งสัญญาณโดยใช้อุปกรณ์ต่างๆ หรือช่วยผู้สอบในขณะสอบให้ทำข้อสอบได้ ฯลฯ

กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ขอเรียนว่า ในการดำเนินการสอบของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.) มีนโยบายและวัตถุประสงค์ ให้การสอบเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เพื่อให้ได้คนดี มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม อย่างแท้จริงมาปฏิบัติงานใน อปท. ขอให้ผู้สมัครสอบอย่าได้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อของผู้แอบอ้างดังกล่าว หากพบเห็นหรือทราบพฤติกรรมที่มีการแอบอ้างดังกล่าว

ขอให้แจ้งศูนย์ดำรงธรรม กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หมายเลขโทรศัพท์ ๐๒ ๒๔๑๙๐๑๔ หรือ ๐๒ ๒๔๑๙๐๐๐ ต่อ ๑๒๖๔ หรือเว็บไซต์ www.dla.go.th หรือ E-mail : som.mao@hotmail.com กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด และดำเนินการทางวินัย(กรณีเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น) ต่อผู้แอบอ้าง นั้น

จังหวัดตราด เตรียมความพร้อมทุกภาคส่วนในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

(21 เม.ย. 57) นายณรงค์ ธีรจันทรางกูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวระหว่างบรรยายสรุปการเตรียมความพร้อมของจังหวัดตราดในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แก่คณะศึกษาดูงานโครงการพัฒนาสมรรถนะเพื่อประสิทธิผลการบริหารงาน สำนักงานจังหวัดอุดรธานี และสำนักยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน 1 ว่า ในการเตรียมความพร้อมการเข้าสู่ปราคมอาเซียนในปีหน้า ทางจังหวัดโดยหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการดำเนินการตามแผนงงานของทางจังหวัดโดยได้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานอาเซียน จังหวัดตราด ขึ้นที่สำนักงานจังหวัดตราด นอกจากนี้ในส่วนของความะพร้อมของบุคลากรภาครัฐ ได้มีการพัฒนาขีดความสามารถโดยเฉพาะในด้านภาษาสากล อย่างภาษษอังกฤษ รวมทั้งภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน ในส่วนของการเตรียมความพร้อมด้านการศึกษา สถาบันการศึกษาทั้งในระดับวิทยาลัยต่ำกว่าปริญญาตรีอย่าง วิทยาลัยชุมชน ระดับอาชีวศึกษา มัธยมศึกษา และประถมศึกษา ได้มีการจัดการศึกษาในด้านภาษา รวมทั้งเพิ่มพูนความรู้ในเรื่องของประเทศทั้ง 10 ที่จะร่วมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ให้กับนักเรียน และนักศึกษา นอกจากนี้ยังมีการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านการเกษตร ที่มีการผลักดันให้สินค้าเกษตรของจังหวัดตราด มีคุณภาพที่มีมาตรฐาน (GAP) รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ในด้านอุตสาหกรรม และด้านแรงงาน มีการเตรียมความพร้อมเพื่อการปรับตัวให้กับผู้ประกอบการ ผู้ใช้แรงงาน ด้านการค้า มีการเสริมสร้างความรู้ถึงผลกระทบทั้งด้านบวก และด้านลบ ให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทางจังหวัดได้จัดสรรงบประมาณทั้งงบยุทธศาสตร์จังหวัดประจำงบประมาณ และงบยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด ในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการคมนาคม ด้านการศุลกากร โดยเฉพาะการพัฒนาถนนสุขุมวิท ช่วงตราด – หาดเล็ก ซึ่งอยู่ในแนวเส้นทางสายเลียบชายฝั่งทะเล ( R 10 ) ซึ่งเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดตราด– เกาะกง – สะแรอัมเบิล – กัมปอต – ฮาเตียง – คาเมา – น้ำคาน รวมทั้งการพัฒนาการขนส่งทางน้ำที่ทางกรมเจ้าท่า กำลังดำเนินการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกคลองใหญ่ ทั้งนี้การดำเนินโครงการื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของจังหวัดจะอยู่ภายใต้การพัฒนา 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียน คือ ด้านการเมืองและความมั่นคง รวม 40 โครงการ ด้านเศรษฐกิจ 24 โครงการ และด้านสังคมและวัฒนธรรม 38 โครงการ ซึ่งนับเป็นการเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของจังหวัดตราดที่สภาพพื้นที่ ที่นับเป็นประตูสู่ประเทศเพื่อนบ้าน

จ.ตราด ย้ำเชิญส่งชื่อลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่เข้ารับการพิจารณาคัดเลือกเพื่อรับรางวัลโล่เกียรติคุณในโอกาสวันแม่แห่งชาติประจำปี 2557

(21 เม.ย. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดเผยว่า สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้กำหนดจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2557 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2557 โดยได้จัดกิจกรรมเพื่อเทิดทูนและเผยแพร่พระเกียรติคุณสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พระคุณและบทบาทของแม่ที่มีต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติรวมทั้งหน้าที่ของลูกที่มีต่อแม่เข้ารับการคัดเลือกเป็นลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ในโอกาสวันแม่แห่งชาติปี 2557 ดังนั้นทางจังหวัดจึงขอเชิญชวนหน่วยงาน องค์การและผู้สนใจส่งเรื่องจริงของผู้มีคุณสมบัติเป็นลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ รวม 5 ประเภท คือ นักเรียน นักศึกษา , ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ , นักร้อง นักแสดง ศิลปิน , สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป เข้ารับการพิจารณาคัดเลือกเพื่อรับรางวัลโล่เกียรติคุณในโอกาสวันแม่แห่งชาติประจำปี 2557 โดยผู้สนใจสามารถส่งเรื่องจริงของผู้มีคุณสมบัติเป็นลูกที่ที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่เข้ารับการพิจารณาคัดเลือก พร้อมประวัติ รายละเอียดจำนวน 6 ชุด พร้อมรูปถ่ายหน้าตรงขนาด 2 นิ้วจำนวน 4 รูป มาที่ กลุ่มการพัฒนาสังคม สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด ชั้น 1 อาคารศาลากลางจังหวัดตราดภายในวันที่ 10 พฤษภาคม 2557 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-3951-1588 ในวันและเวลาราชการ

กระทรวงทรัพยาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วางมาตรการแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกที่เกษตรกรรมของประชาชนในภาพรวมอย่างเป็นระบบ

(21 เม.ย. 57) นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปิดเผยระหว่างการเดินทางมาตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดตราด ว่า ตามที่ในหลายจังหวัดพบปัญหาช้างป่าบุกรุกเข้ามาหากินในพื้นที่เกษตรกรรม รวมทั้งพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน รวมทั้งทรัย์สิน พืชผลทางการเกษตร ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงได้เตรียมดำเนนการตามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกที่ของประชาชน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยใน ระยะสั้นได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสำรวจเพื่อสร้างแนวคูกันช้างในจุดที่มีปัญหาระหว่างเขตแนวป่ากับเขตพื้นที่เกษตรกรรม หรือที่อยู่อาศัยของประชาชน ส่วนการแก้ไขปัยหาในระยะยาวจะต้องมีการสำรวจปริมาณช้างเทียบอัตราส่วนกับพื้นที่หากิน หากพบว่าจุดดังกล่าวมีความหนาแน่นของประชากรช้างป่าจะต้องมีการเคลื่อนย้ายช้าง ไปยังเขตพื้นที่อุทยานที่มีจำนวนประชากรช้างน้อย นอกจากนี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพรรณพืช ยังได้เตรียมที่อยู่ของช้างหรือบ้านช้าง ไว้ที่ เขาตะกรุบ ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่างจังหวัดฉะเชิงเทรากับจังหวัดสระแก้ว มีเนื้อที่กว่า 4,200 ไร่ มีลักษณะเป็นภูเขาล้อมรอบ 3 ด้าน ส่วนอีกด้านหนึ่งจะมีการขุดคูกันช้าง พร้อมทั้งมีแนวลวดหนามกั้นอีกชั้นหนึ่ง ภายในจะมีแหล่งน้ำและแหล่งอาหารสำหรับช้างไว้พร้อม อย่างไรก็ตามการเคลื่อนย้ายช้างป่าจะต้องเกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเอง หน่วยงานภาคเอกชนที่พร้อมที่จะสนับสนุน หรือแม้แต่ทางกองทัพ ที่มีเครื่องมือ หรือยานพาหนะที่พร้อม

ผลการแข่งรถบังคับวิทยุชิงแชมป์ประเทศไทยสนามจันทบุรี

สมาคมรถบังคับวิทยุแห่งประเทศไทยร่วมกับชมรมรถบังคับวิทยุจังหวัดจันทบุรีจัดแข่งขันรถบังคับวิทยุชิงแชมป์ประเทศไทยหาผู้ชนะเป็นตัวแทนแข่งระดับนานาชาติ

ที่สนามแข่งรถบังคับวิทยุ โอเอซีส เรสซิ่ง แท็กซ์ ถนนพระยาตรัง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรีสมาคมรถบังคับวิทยุแห่งประเทศไทยร่วมกับชมรมรถบังคับวิทยุจังหวัดจันทบุรีได้จัดให้มีการแข่งขันรถบังคับวิทยุชิงแชมป์ประเทศไทยเพื่อหาผู้ชนะเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งรถบังคับวิทยุระดับนานาชาติ IF MAR ( อีฟ ม่า ) เวิล์ดแชมป์เปี้ยนชิพ 2014ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2557 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันที่กรุงเทพมหานคร  

โดยการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของสมาคมฯที่จัดการแข่งขันในต่างจังหวัด โดยสนามโอเอซีส เรสซิ่ง แท็กซ์เป็นสนามที่ได้มาตรฐานสากลมีนักแข่งรถบังคับวิทยุมืออาชีพเข้าร่วมแข่งขันจำนวนมากทั้งประเภททีมและประเภทบุคคล อาทิ ทีมแม็กซีม่ากรุงเทพมหานคร ทีม PRCพัทยา ทีมไนท์วู๊ท ทีม NCRระยอง ทีมโอเอซีสจันทบุรี วชิระพันธุ์ วัฒนพงษ์ สุริกาญจน์ ชัยเดชสุริยะ น้องเกมส์ น้องตริน น้องเจมส์ นักแข่งรถบังคับวิทยุระดับชาติ ร่วมแข่งขันท่ามกลางกองเชียร์ที่สนุกสนาน โดยผลการแข่งขัน รถบังคับวิทยุแบบน้ำมัน Scaie 1/8 ชนะเลิศได้แก่ น้องเกมส์จากทีมแม็กซีม่า รุ่น Touring Car 1/10 ทางเรียบชนะเลิศได้แก่น้องเจมส์จากทีม PRC พัทยา RC เพาว์เว่อร์โบท รุ่นรถไฟฟ้า Formula One ชนะเลิศได้แก่คุณเก่ง ทีมRC ซิสตี้ดอนเมืองกรุงเทพฯ รุ่นรถสปอต No Boost 13.5 T หรือรถสปอตไฟฟ้า 2 ประตูชนะเลิศได้แก่สุริกาญจน์ ชัยเดชสุริยะทีมฮิ้ว กรุงเทพมหานคร และรุ่น Open Boost หรือรถสปอตไฟฟ้า 4 ประตูชนะเลิศได้แก่น้องเจมส์ทีม PRC พัทยา RC เพาว์เว่อร์โบท



จรัล/ภาพ/ข่าว ( 21  เม.ย. 57 )
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว

เทศบาลเมืองอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี จัดงาน สืบสานงานประเพณีสงกรานต์และวันผู้สูงอายุ ประจำปี 2557

วันที่ 21 เมษายน 2557  นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธาน เปิดงานสืบสานงานประเพณีสงกรานต์และวันผู้สูงอายุ เทศบาลเมืองอ่างศิลา ประจำปี 2557 ณ ลานวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนเทศบาลเมืองอ่างศิลา (พระตำหนักราชินี) อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยมีผู้สูงอายุ และข้าราชการบำนาญเข้าร่วมพิธีกันเป็นจำนวนมาก

โดยมี นายทวีป กรณียกิจ นายกเทศมนตรีเมืองอ่างศิลา กล่าวรายงาน  ถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ซึ่งทางเทศบาลเมืองอ่างศิลา ได้เล็งเห็นในการบำรุงพระพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมทั้งให้ความความสำคัญถึงประเพณีสงกรานต์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย ที่เป็นประเพณีอันดีงามที่คนไทย ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน    

ในการจัดงานในครั้งนี้ ได้มีกิจกรรมประกอบไปด้วย พิธีสรงน้ำพระสงฆ์ การรดน้ำผู้สูงอายุ การปล่อยพันธุ์ปลากะพงขาว การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน โดยมีประชาชนในตำบลอ่างศิลา  ตำบลเสม็ด  ตำบลห้วยกะปิ  เข้าร่วมงานกว่า  700  คน  และเพื่อเป็นการส่งเสริม และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่ ตลอด จนเป็นการเสริมสร้างให้เกิดความรัก ความสามัคคีของประชาชนตำบลอ่างศิลา นอกจากนั้นเพื่อให้เด็กและเยาวชน ประชาชนได้แสดงออกถึงความกตัญญูต่อผู้สูงอายุและผู้มีพระคุณ อีกด้วย



คมศักดิ์/ข่าว/ภาพ

ไทยเป็นเจ้าภาพ จัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน-จีน ครั้งที่ 20 และการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน-จีน ว่าด้วยการปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยการปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ ครั้งที่ 7

วันที่ 21 เมษายน 2557  ประเทศไทย จัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน-จีน ครั้งที่ 20 และการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน-จีน ว่าด้วยการปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยการปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ ครั้งที่ 7 โดยมี        นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมดัวย นายหลิว เจิ้นหมิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน  เป็นประธานกล่าวเปิดงานการประชุม ณ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา จังหวัดชลบุรี

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ  กล่าวว่า จัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน-จีน มีวัตถุประสงค์ เพื่อติดตามความก้าวหน้าของความร่วมมือในกรอบอาเซียน -จีนในรอบปีที่ผ่านมา ผลักดันผลการประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 16 เมื่อเดือนตุลาคม 2556 ให้นำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม รวมทั้งหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางและแนวทางการส่งเสริมความร่วมมืออาเซียน-จีน ในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เพื่อผลประโยชน์ ร่วมกัน เช่นการส่งเสริมการค้าการลงทุน การยกระดับความตกลงเขตการค้าเสรี อาเซียน - จีน การส่งเสริมบทบาทของจีนในการพัฒนาความเชื่อมโยงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การขยายความร่วมมือทางทะเลและการจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองปีแห่งการแลกเปลี่ยนของวัฒนธรรมอาเซียน-จีน

ส่วนการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน-จีน ว่าด้วยการปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยการปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ ครั้งที่ 7 ต่อยอดจากการประชุมครั้งที่ 6 ที่ เมืองซูโจว ซึ่งอาเซียน และจีน ได้เริ่มหารือเรื่องการจัดทำแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ ( Code of Conduct in South China Sea : COC ) อย่างเป็นทางการ มีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาผลการประชุมคณะทำงานร่วมอาเซียน-จีน ว่าด้วยการปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยการปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ ครั้งที่ 10 เมื่อเดือนมีนาคม 2557 ที่สิงคโปร์ รวมทั้งมอบนโยบายในการทำงานแก่คณะทำงานร่วมฯ เกี่ยวกับการปฏิบัติตาม ปฏิญญาฯ เพื่อให้บรรลุแผนงานประจำปี 2557 และผลักดันการจัดทำแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ให้มีความคืบหน้า ต่อไปอีกด้วย



คมศักดิ์/ข่าว/ภาพ

วันเสาร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2557

ชาวสระแก้วร่วมขบวนแห่พระพุทธรูปศักสิทธิ์และแห่เจ้าพ่อพระปรง เล่นน้ำวันไหลส่งท้ายสงกรานต์

บรรยากาศวันไหลสระแก้ว ส่งท้ายสงกรานต์เป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนต่างออกมาร่วมสรงน้ำขบวนแห่เจ้าพ่อพระปรง และเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน

วันนี้ (19 เม.ย.) นายชัยภัทร  หิรัณยเลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วเป็นประธานปล่อยขบวนแห่พระพุทธรูปศักสิทธิ์และแห่เจ้าพ่อพระปรง ในงานวันไหลสระแก้ว ส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ของ จ.สระแก้ว โดยประชาชนในจังหวัดสระแก้ว และจังหวัดใกล้เคียงพากันออกมาร่วมสรงน้ำขบวนแห่เจ้าพ่อพระปรง และเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนานตลอดถนนสายสุวรรณศร และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33 มุ่งหน้าเข้าเขตเทศบาลเมืองสระแก้ว

ทั้งนี้ กิจกรรมแห่เจ้าพ่อพระปรง เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมสรงน้ำจัดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2517 และปีนี้จังหวัดได้จัดขบวนแห่พระพุทธรูป รูปปั้น และรูปจำลองเจ้าพ่อพระปรง เคลื่อนผ่าน ต.บ้านแก้ง ต.สระแก้ว เข้าสู่ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว ต.ท่าเกษม อ.เมือง โดยมี ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ร่วมสรงน้ำพระพุทธรูป และรูปจำลอง

อนึ่ง เจ้าพ่อพระปรง สถิตอยู่ในศาลริมถนนสุวรรณศร หมู่ 8 ต.บ้านนา อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี นามเดิม คือ หลวงเดชาศิริ อดีตนายด่านรักษาการชายแดน เป็นผู้มีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวจนเป็นที่เคารพของบุคคลทั่วไป โดยเชื่อกันว่า ผู้ที่ได้มีโอกาสอธิษฐานขอพรแล้วจะประสบความสำเร็จตามปรารถนา จึงเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในพื้นที่

สรุปผลการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2557 จังหวัดฉะเชิงเทรา มีผู้เสียชีวิต 5 ราย

วันนี้ (18 เม.ย. 57)  ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2557 จังหวัดฉะเชิงเทรา  นายบัณฑิตย์  เทวีทิวารักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานการประชุมคณะทำงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี สาธารณสุข ,ตำรวจ ,ขนส่ง, แขวงการทาง,ทางหลวงชนบท,ประชาสัมพันธ์จังหวัด และป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด  เข้าร่วมประชุม เพื่อสรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมา

นายบัณฑิตย์  เทวีทิวารักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า  สถานการณ์การเดินทางการใช้รถใช้ถนน "ร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย สงกรานต์ทั่วไทยไร้อุบัติเหตุ ” ระหว่างวันที่ 11  - 17 เมษายน  2557  พื้นที่ของจังหวัดฉะเชิงเทรา   มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นรวม 7 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 5  คน เป็นเพศชาย 2 คน  เพศหญิง 3 คน  และมีผู้บาดเจ็บ 6 คน อำเภอที่เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่อำเภอบ้านโพธิ์   อำเภอสนามชัยเขต อำเภอท่าตะเกียบ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และ อำเภอแปลงยาว   อำเภอที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ อำเภอบางคล้า  อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางปะกง  อำเภอพนมสารคาม  อำเภอราชสาส์น และ อำเภอ คลองเขื่อน สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง7 วันที่ผ่านมาของการตั้งจุดตรวจ จุดบริการผู้เดินทาง มีการเรียกตรวจยานพาหนะตามมาตรการหลักทั้งหมดรวม 49,127 คันและถูกดำเนินคดี 2,290 คนคิดเป็น4.6เปอร์เซ็นต์ของการเรียกตรวจ โดยมีความผิดกรณีไม่มีใบขับขี่   เป็นอันดับ 1 รองลงมาได้แก่ไม่มีใบขับขี่  ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย และไม่สวมหมวกนิรภัย ทั้งนี้จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ตั้งจุดตรวจหลัก รวม 22จุด มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 580คนและจุดตรวจรอง 100 จุด จากสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2557 ของจังหวัดฉะเชิงเทราพบว่าพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุเป็นรถยนต์และจักรยานยนต์สาเหตุเกิดจากการขับขี่ด้วยความประมาท และผู้ขับขี่เมาสุราขณะขับรถ

พร้อมกันนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ฝากขอบคุณหน่วยงานภาคี เครือข่ายทุกหน่วย เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่ทุ่มเทและเสียสละเพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2557



ชาญณรงค์ /ข่าว-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา