วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

จังหวัดระยอง เตรียมจัดงาน “วันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระราชา” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อประชาชนชาวระยอง ในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗

จังหวัดระยอง เตรียมจัดงาน "วันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระราชา” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อประชาชนชาวระยอง ในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗

นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า ดัวยในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๒๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมา ณ ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดง ตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง จังหวัดระยอง จึงได้กำหนดจัดงานวันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อประชาชนชาวระยอง โดยเน้นการปลูกฝังความเข้าใจเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้กิจกรรมต่างๆของศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดง ตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง ในพื้นที่ที่ได้ขึ้นชื่อว่า "ครั้งหนึ่งพระราชา…ได้เสด็จพระราชดำเนินมา” เมื่อวันที่ ๑๔กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ อ่างเก็บน้ำดอกกราย ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง

ทั้งนี้ ในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ภาคเช้าเวลา ๐๙.๐๐น พิธีเปิดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้ม คืนความสุขให้กับประชาชน ครั้งที่ ๑๐ประจำปี ๒๕๕๗ จังหวัดระยอง โดย นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง จากนั้น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองกล่าวพบปะประชาชนและมอบป้ายโครงการงบพัฒนาของ อบจ.ประจำปี ๒๕๕๗ มอบกีฬาให้กับโรงเรียน ต่อด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง หัวหน้าส่วนราชการนายอำเภอ ร่วมมอบถุงยังชีพ/จักรยาน การให้บริการของหน่วยงานต่างๆ นอกจากนี้มี มหกรรมรวมสินค้าโอท็อป สินค้าธงฟ้าราคาประหยัด ผลิตภัณฑ์ชุมชน อื่น ๆ อีกมากมาย  จากนั้น เวลา ๑๐.๓๐ น นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ประชุมแก้ไขปัญหาของประชาชนร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพืนที่ เพื่อรับทราบปัญหา ข้อเสนอแนะ และพิจารณากำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป ส่วนภาคบ่ายเวลา ๑๖.๐๐น หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ร่วมพิธี กลุ่มพลังมวลชน ทั้ง ๘ อำเภอร่วมปล่อยพันธ์สัตว์น้ำและปลูกป่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชมการแสดงมหรสพ นั่งรถไฟชมกิจกรรมภายในศูนย์ฯ การแสดงโดดร่มเหินเวหา ของหน่วยทหาร นำเทียนชัยลงมาจากฟ้า จากนั้นเวลา ๑๙.๒๙ น พิธีจุดเทียนชัยและกล่าวถวายพระพรชัยมงคล นำโดยนายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ร่วมพิธี กลุ่มพลังมวลชน ทั้ง ๘ อำเภอ ร่วมขับร้องเพลง ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติ ดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี การแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดระยอง

จึงขอเชิญชวน ร่วมงาน "วันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระราชา ” และโครงการ หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้ม คืนความสุขให้ประชาชน ครั้งที่ ๑๐ ประจำปี ๒๕๕๗ ในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ อ่างเก็บน้ำดอกกราย ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง โดยพร้อมเพรียงกัน


สวรส /ข่าว

ผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา ตรวจติดตามการดำเนินการสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ระดับจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่น

วันนี้ (3 ก.ค. 57) นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย พล.ต. พิชิต ฟูฟุ้ง  ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11  พล.ต.ต. เชิดชาย เสขะนันทน์  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมติดตามการ  ดำเนินการสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ระดับจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่น พร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานของการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ณ อำเภอบางคล้า  และ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา  โดยมี นายอำเภอ กล่าวรายงานผลการดำเนินงานการสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ระดับอำเภอและท้องถิ่น และ หัวหน้าส่วนราชการ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. อพปร.  และประชาชน เข้าร่วมประชุมและร่วมนำเสนอข้อมูล ความคิดเห็นและแนวทางการสร้างความปรองดองสมานฉันท์

ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีคำสั่งให้จัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปตามเจตนารมณ์ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาตินั้นมีแนวทางการปฏิบัติ4 ขั้นตอน     1.ต้องการให้เกิดความสงบเรียบร้อยโดยเร็วปราศจากการต่อต้านและหยุดการเคลื่อนไหวทุกรูปแบบโดยเฉพาะแกนนำเสื้อสีต่างหันหน้ามาพูดกันโดยยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก 2.ขับเคลื่อนการบริหารประเทศให้มีความพร้อมไปสู่ประชาคมอาเซียน 3.การเข้าสู่การเลือกตั้งที่ทุกคนทุกฝ่ายยอมรับเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ 4.สร้างความรักความสามัคคีปรองดองให้คนในชาติกลับมาเหมือนเดิมตั้งแต่สถาบันครอบครัวจนถึงระดับชาติ   จังหวัดฉะเชิงเทราจึงได้สั่งการให้ทุกอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดตั้ง  ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป เพื่อสร้างความรักสามัคคี ให้คนไทยทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายยุติความขัดแย้ง โดยคำนึงถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  และเพื่อให้การขับเคลื่อนศูนย์ปรองดองฯ  เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ  จึงได้มีการติดตามการดำเนินการสร้างความปรองดองฯ และมอบนโยบาย การดำเนินงานขึ้น  โดยการติดตามและมอบนโยบายการดำเนินงานในวันนี้ยังมีการชี้แจงแนวทางในการปฏิรูปประเทศ ของคณะ คสช. การนำทุกภาคส่วนมาร่วมพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยน เรียนรู้สถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้น    นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรายังกล่าวเพิ่มเติมว่า หากท่านใดมีข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ สามารถเสนอผ่านจังหวัด/กอ.รมน.จว.ฉช. ได้ตลอดเวลา หรือจะเสนอไปทางตู้ ปณ.99 สาขามหาดไทย กรุงเทพฯ 10206 โดยตรงก็ได้

สำหรับการดำเนินงาน การสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ระดับจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่น ของอำเภอบางคล้านั้นได้ดำเนินการ จัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ระดับอำเภอและระดับท้องถิ่น และ แต่งตั้งชุดปฏิบัติการประจำตำบล จัดประชุมประชาคมสร้างความเข้าใจเจตนารมเกี่ยวกับการปรองดองสมานฉันท์ กับประชาชนในพื้นที่ ปัจจุบันได้ดำเนินการแล้ว 47 หมู่บ้าน จาก ทั้งหมด 56 หมู่บ้าน คิดเป็น  84  % นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมร่วมกันการปลูกต้นไม้สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ในพื้นที่สวนสาธารณะ สถานที่ราชการ บ้านเรือน และในส่วนของ อำเภอบางน้ำเปรี้ยวนั้น ได้ดำเนินการ จัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์  ใน ระดับอำเภอและระดับท้องถิ่น โดยในระดับอำเภอมีการจัดประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจในเจตนารมณ์นโยบาย และขั้นตอนการดำเนินงานของคณะ คสช. ส่วนในระดับท้องถิ่น มีการจัดเวทีเสวนาปรองดองสมานฉันท์ซึ่งได้ดำเนินการครบ 100% ทั้ง 14 ท้องถิ่น 148 หมู่บ้าน และมีการจัดกิจกรรม การแสดง การละเล่น กิจกรรมสาธารณประโยชน์ การปลูกต้นไม้ เพื่อให้เกิดความรัก ความปรองดองและสมานฉันท์



ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา


   

จังหวัดฉะเชิงเทรา ส่งบ้านคลองเตยเข้าประกวดหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง ระดับภาคประจำปี2557

วันนี้ ( 3 ก.ค. 57)   คณะกรรมการการประกวดหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง ระดับภาค โดยการนำของ พล.ต. บัญชา ทองวิลัย เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 1 พร้อมคณะกรรมการฯ จาก 12 หน่วยงาน ได้เดินทางมาตรวจให้คะแนนการประกวดหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง หรือ หมู่บ้าน อพป. ระดับภาค  ที่บ้านคลองเตย หมู่ที่12 ตำบลท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีนาย บัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา/ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา   พ.อ.วุฒิชัย เจริญรื่น หัวหน้ากลุ่มงานข่าว กอ.รมน.จ.ฉะเชิงเทรา  นาง วราภรณ์ ศิริวงศ์ นายอำเภอสนามชัยเขต พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสมาชิกหมู่บ้านอพป.บ้านคลองเตยและใกล้เคียงให้การต้อนรับ  สำหรับการตรวจให้คะแนนในครั้งนี้ได้มีการตรวจติดตามผลการดำเนินงานด้านต่างๆของหมู่บ้านอพป.และชุดรักษาความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน หรือชุด ชรบ. 

พล.ต. บัญชา ทองวิลัย เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 1 กล่าวว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้จัดให้มีการประกวดหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเองเป็นประจำทุกปี   ภายหลังจากการเสร็จสิ้นการฝึกอบรมจัดตั้งและทบทวนหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเองแล้ว ในส่วนของกองอำนวยรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 มีการจัดการประกวดในพื้นที่หมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด 7 จังหวัด โดยเริ่มดำเนินการระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน 2557 ถึงวันที่ 6 กรกฎาคม 2557 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ฉะเชิงเทรา และจังหวัดชลบุรี  โดยหมู่บ้านที่ชนะเลิศระดับภาค ประจำปี2557 จะได้รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค1      

เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 1 กล่าวต่อว่า การจัดประกวดหมู่บ้าน อพป. มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมการดำเนินการหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเองทั้งทางด้านเศรษฐกิจ  สังคม จิตวิทยา การปกครองและการรักษาความปลอดภัยให้เป็นหมู่บ้านตัวอย่างในการจัดระเบียบชายแดน รวมทั้งสามารถสนับสนุนการพัฒนาระบบงานของหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง คือระบบการรักษาความปลอดภัย ระบบการพัฒนาและบริการ และระบบการบริหารงานหมู่บ้านให้มีความเข้มแข็ง ตลอดจนเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้ชุดครูฝึก ในการพัฒนาการฝึกให้ดียิ่งขึ้นต่อไป และเพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือ ร่วมใจ ระหว่างประชาชนในหมู่บ้าน ให้มีความตั้งใจ และทุ่มเทในการฝึกอย่างจริงจัง ซึ่งมีรางวัลประกวดเป็นสิ่งตอบแทน



ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

จังหวัดสระแก้วจัดการประชุมให้ความรู้ผู้ประกอบกิจการภาพยนตร์และวีดีทัศน์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2551 และโครงการพัฒนาสถานประกอบการร้านเกม

วันนี้ ( 3 ก.ค.) เวลา 13.30 น. นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ปลัดจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานเปิดโครงการประชุมให้ความรู้ผู้ประกอบกิจการ ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2551 และโครงการพัฒนาสถานประกอบการ (ร้านเกม) ให้เป็นแหล่งเรียนรู้แก่เด็กและเยาวชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 ณ วิทยาลัยชุมชนสระแก้ว โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการประกอบการร้านวีดีทัศน์ให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2551 เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านเกมมีจิตใจสำนึก มีความรับผิดชอบร่วมกันในการแก้ไขปัญหาสังคมอันเนื่องมาจากร้านเกม และเพื่อประสานความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการสร้างแหล่งเรียนรู้ให้แก่เด็กๆ เยาวชนและประชาชนที่เข้าใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยมี ผู้เข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วย ผู้ประการร้านวีดีทัศน์ (ร้านเกม/ร้านคาราโอเกะ) และร้านให้เช่า จำหน่าย หรือแลกเปลี่ยนภาพยนตร์และวีดีทัศน์ จำนวน 152 ร้าน

นายสมเกียรติ พันธรรม วัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่าสำนักงานวัฒนธรรมมีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ.2551 ในการกำกับดูแลสถานประกอบกิจการให้มีทิศทางในการปฏิบัติร่วมกันให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด จึงได้จัดโครงการประชุมให้ความรู้ผู้ประกอบกิจการ ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ.2551 และโครงการพัฒนาสถานประกอบการ (ร้านเกม) ให้เป็นแหล่งเรียนรู้แก่เด็กและเยาวชน จังหวัดสระแก้ว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557


(กรรณิการ์/ข่าว)

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ชลบุรี จัดการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม

วันที่ 2 กรกฎาคม 2557  ณ ห้องประชุม พระพิพิธโภไคย  ศาลากลางจังหวัดชลบุรี จังหวัดชลบุรีจัดประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย  วาตภัย  และดินโคลนถล่ม จังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 1 โดยมีนายเลอสัน  ศศิพงษ์ นายอำเภอเมืองชลบุรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการศูนย์ฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

นายเลอสัน  ศศิพงษ์ นายอำเภอเมืองชลบุรี กล่าวว่า ได้จัดการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มในพื้นที่จังหวัดชลบุรีที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วง ฤดูฝน ปี 2557 ซึ่งได้มีการทบทวนแผนการทำงาน  โครงการ และการแก้ไขปัญหา ตลอดจนการขับเคลื่อนการทำงานของศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ประจำปี 2557 ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ของแต่ละอำเภอ ในจังหวัดชลบุรี

สำหรับจังหวัดชลบุรีได้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ขึ้น  ณ ศาลากลาง จังหวัดชลบุรีและแต่งตั้ง คณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม จังหวัดชลบุรี ประจำปี 2557 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่ม ที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมทั้งให้มีการติดตามสถานการณ์ปริมาณฝน ในพื้นที่เสี่ยงภัย อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย



คมศักดิ์/ข่าว /ภาพ

ท.เมืองจันท์ พร้องน้ำทุ่งนาเชย เตรียมรองรับปริมาณน้ำฝน

เทศบาลเมืองจันทบุรี ทำการพร่องน้ำในทะเลสาบ ทุ่งนาเชย ให้สามารถรับปริมาณน้ำฝนและระบายออกได้อย่างรวดเร็ว ลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากฝนตกหนัก

ที่บริเวณประตูระบายน้ำ ทะเลสาบทุ่งนาเชย จังหวัดจันทบุรี นางสุกานดา  สุทธิพัฒนกุล  นายกเทศมนตรีเมืองจันทบุรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลได้ลงพื้นที่เพื่อดูการพร่องน้ำในทะเลสาบทุ่งนาเชย ลดระดับน้ำใน เพิ่มพื้นที่การรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะมีมากขึ้นในฤดูฝนนี้  โดยกองช่างสุขาภิบาล ได้ทำการพร่องน้ำในทะเลสาบสวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทุบคันกั้นน้ำ คสล. บริเวณประตูระบายน้ำข้างสนามสามเหลี่ยม ทำให้น้ำในทะเลสาบมีระดับลดลงอย่างรวดเร็ว ป้องกันสถานการณ์น้ำเอ่อล้นทะเลสาบ ท่วมขังผิวจราจรถนนบริเวณโดยรอบที่เกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงฝนตกหนัก ป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมผิวจราจรในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี



จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 2 ก.ค..57 )
                  ธเนศ  เธียรนันทน์/ตรวจข่าว

มาบตาพุดสดใส กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนร่วมทำบันทึกข้อตกลงรับเด็ก ปวช. – ปวสมาพัฒนาเป็นช่างเทคนิคประจำโรงงาน

มาบตาพุดสดใส กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนร่วมทำบันทึกข้อตกลงรับเด็ก ปวช. – ปวสมาพัฒนาเป็นช่างเทคนิคประจำโรงงาน ระยอง

 (1 กรกฎาคม) เมื่อเวลา 13.30 น.ของวันนี้ ที่อาคาร Somboon Learning Academy (SLA ) นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ เลขที่ 7/260 หมู่ 6 ตำบลมาบยางพร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง นายอดิศักดิ์ ชัชเวช ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด และนายยงเกียรติ์ กิตะพาณิชย์ กรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มสมบูรณ์กรุ๊ป ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการพัฒนาช่างเทคนิคภายใต้ความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุดและบริษัทฯ ในกลุ่มสมบูรณ์กรุ๊ป โดยมีนายสิทธิศักดิ์ รัตนพาณิชย์ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษา เกษตรและประมง และนายวิชัย ศรีมาวรรณ รองกรรมการผู้อำนวยการฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน นายยงเกียรติ์ กิตะพาณิชย์ กรรมการผู้อำนวยการฯ เปิดเผยว่า สำหรับกลุ่มสมบูรณ์กรุ๊ปทำธุรกิจด้านผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น เพลาข้าง อุปกรณ์จาน - ดิสเบรก แหนบ โช๊คอัพ รถยนต์กระบะ รถเก๋ง ฯลฯ และชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อการเกษตร เปิดมาแล้วกว่า 52 ปี โดยที่จังหวัดระยองมีโรงงานรวม 2 แห่ง และมีโรงงานแม่ที่จังหวัดสมุทรปราการ มีพนักงานรวม 2,000 กว่าคน ซึ่งในกลุ่มสมบูรณ์กรุ๊ปเป็นบริษัทที่ต้องใช้เทคโนโลยี่ในการผลิต ซึ่งหากสามารถยกระดับพวกช่างฝีมืออย่างเช่น เด็ก ปวช. – ปวส ให้มีความสามารถทำงานให้กับกลุ่มบริษัทฯ ของเราโดยตรง น่าจะเป็นการดี จึงได้ร่วมมือกับทางวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด นำนักศึกษาในระดับดังกล่าวมาพัฒนาความรู้ความสามารถรุ่นละ 20 คน



มาโนช  สนองสุข

มอบรถเพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม , 2557   นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อมด้วย พล.ต.ต.รุ่งฤทธิ์ ซุ่นทรัพย์ รอง ผบช.ภ.2  รรก.ผบก.ภ.จว.ระยอง ให้เกียรติรับมอบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติสีขาวเพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ จากนายบวร วงศ์สินอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) ณ หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง



มาโนช สนองสุข /ข่าว

เทศบาลเมืองมาบตาพุด จัดกิจกรรมประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งและหางเครื่อง ประจำปี ๒๕๕๗

ด้วยเทศบาลเมืองมาบตาพุด ได้จัดโครงการส่งเสริมการจัดกิจกรรมนันทนาการเพื่อเยาวชน ประจำปี ๒๕๕๗ โดยจัดกิจกรรมประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งและหางเครื่อง เพื่อให้เยาวชนได้แสดงออกถึงความสามารถของเด็กและเยาวชน และปลูกสำนึกให้เด็กและเยาวชนร่วมกันอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่ต่อไป ในวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ. สนามโรงเรียนบ้านมาบตาพุด ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง

รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลพร้อมใบสมัคร ได้ที่ www.mtp.go.th สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ กองการศึกษา งานกิจการนักเรียน เทศบาลเมืองมาบตาพุด โทรศัพท์หมายเลข ๐๓๘ ๖๘๕๕๖๙ โทรสาร ๐๓๘ ๖๘๕๕๖๙

วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

จังหวัดชลบุรี จัดประชุมชี้แจง นโยบายและแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารแรงงานต่างด้าวตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ article

วันอังคารที่  1 กรกฎาคม 2557 นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธาน พร้อมด้วยพันเอกโอภาส อุตตรนคร รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14  นายแพทย์วุฒิไกร ศักดิ์สุรกานต์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี และพลตำรวจตรีธเนตร์ พิณเมืองงาม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 รักษาราชการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ร่วมกันชี้แจง นโยบายและแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารแรงงานต่างด้าว ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ณ ห้องประชุม 201 อาคารหอประชุมธำรงบัวศรี มหาวิทยาลัยบูรพา โดยมีตัวแทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เทศบาลต่างๆ เมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ จังหวัดชลบุรี ผู้ประกอบการ นายจ้าง และประชาชนที่สนใจ เข้าร่วมรับฟัง กว่า 1,800 คน

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้กล่าวว่า เนื่องจากจังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมทั้งด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว จึงมีการจ้างแรงงานต่างด้าวอยู่จำนวนมาก ดังนั้นการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวจะทำให้ปัญหาสังคมต่าง ๆลดลง โดยจังหวัดชลบุรี จะเปิดโอกาสให้นายจ้างมาแจ้งยอดของแรงงานต่างด้าว ที่หลบหนีเข้าเมืองได้ที่หน่วยงานท้องถิ่น หรือสำนักงานจัดหางาน ภายในวันที่ 15 ก.ค. นี้ เพื่อทราบยอดที่แท้จริง ก่อนจะมีการจัดตั้งศูนย์ One Stop Service เคลื่อนที่ ภายใต้การบูรณาการของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงแรงงาน จะไปให้บริการรับขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวตามพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีแรงงานต่างด้าวอยู่เป็นจำนวนมาก

ด้านนายสิบหมื่นชัย โพธิสินธ์ รักษาการจัดหางานจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันจังหวัดชลบุรี มีแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนอยู่ราว 1 แสน 4 หมื่นคน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา ส่วนแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง คาดว่าน่าจะมีอยู่ราว 5 หมื่นคน โดยในวันที่ 15 ก.ค. นี้จะทราบตัวเลขที่แน่นอน ส่วนนายจ้างที่แจ้งความประสงค์จะไปรับแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชากลับมาทำงาน ตอนนี้มียอดตัวเลขแล้ว จำนวน 6,199 คน โดยส่วนใหญ่จะเดินไปรับที่จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด  



ศิริชัย โสรเนตร/ข่าว คมศักดิ์/ภาพ

กำหนดการผู้ว่าเดินสายมอบนโยบายกำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดจันทบุรี

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เดินสายตรวจเยี่ยมมอบนโยบาย กำนัน – ผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดจันทบุรี ลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม ตามยุทธศาสตร์จันทบุรีเมืองแห่งความสุข สุขทุกวันที่จันทบุรี 

นายธเนศ เธียรนันทน์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรีเปิดเผยว่า ในห้วงเดือน กรกฎาคม 2557 นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี มีกำหนดเดินทางไปตรวจเยี่ยม มอบนโยบาย แลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็น รับทราบปัญหา อุปสรรคกับผู้นำชุมชน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ตามอำเภอต่าง ๆ ดังนี้

วันที่ 1 กรกฎาคม เวลา 11.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอแหลมสิงห์

วันที่ 2  กรกฎาคม เวลา 09.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอท่าใหม่

                        เวลา 11.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอนายายอาม

วันที่ 3  กรกฎาคม เวลา 09.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่อาคารเฉลิมพระเกียรติเทศบาลเมืองจันทบุรี

                         เวลา 11.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอขลุง

วันที่ 4  กรกฎาคม เวลา 09.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอโป่งน้ำร้อน

                        เวลา 11.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอสอยดาว    

วันที่ 7  กรกฎาคม เวลา 09.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอเขาคิชฌกูฏ

                        เวลา 11.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอแก่งหางแมว

และวันที่ 8กรกฎาคม เวลา 09.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอมะขาม


จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 1 ก.ค.57 )
                  ธเนศ  เธียรนันทน์/ตรวจข่าว  

กำหนดการ ผวจ.นำข้าราชการ เข้าวัดทำบุญช่วงเทศกาลเข้าพรรษา

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เตรียมนำข้าราชการ ประชาชนร่วมเข้าวัดทำบุญปฏิบัติธรรมส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามของไทยในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา

นายธเนศ เธียรนันทน์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรีเปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาปีนี้ นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีมีกำหนดนำข้าราชการ ประชาชน พุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญตักบาตร ถวายภัตราหารแด่พระภิกษุสงฆ์ ส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของไทย ตามวัดต่าง ๆ ดังนี้

วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม 2557 เวลา 07.00 น.วัดบูรพาพิทยาราม ( พระอารามหลวง ) อ.ท่าใหม่

 วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2557 เวลา 07.00 น.วัดจันทนาราม อ.เมือง

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม 2557 เวลา 07.00 น.วัดโค้งสนามเป้า อ.เมือง

วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2557 เวลา 07.00 น.วัดป่าเทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน

วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม 2557 เวลา 07.00 น.วัดกะทิง อ.เขาคิชฌกูฏ

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม 2557 เวลา 07.00 น.วัดโป่งขนมจีน อ.แก่งหางแมว

วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2557 เวลา 07.00 น.วัดวังหิน อ.นายายอาม

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน 2557 เวลา 07.00 น.วัดปะตงวนาราม อ.สอยดาว

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน 2557 เวลา 07.00 น.วัดบ้านอ่าง อ.มะขาม

วันอังคารที่ 16 กันยายน 2557 เวลา 07.00 น.วัดบางสระเก้า อ.แหลมสิงห์

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน 2557 เวลา 07.00 น.วัดกลางเก่า อ.ขลุง

วันพุธที่ 1 ตุลาคม 2557 เวลา 07.00 น.วัดแหลมเสด็จ อ.ท่าใหม่

วันพุธที่ 8 ตุลาคม 2557 เวลา 07.00 น.วัดทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน



จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 1 ก.ค..57 )
                  ธเนศ  เธียรนันทน์/ตรวจข่าว

ระยอง จัดพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามของลูกเสือ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ครบ 103 ปี

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 1 ก.ค.ที่สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ในฐานะผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามของลูกเสือ และเนตรนารี เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ประจำปี 2557 โดยมีนายธวัชชัย อุ่ยพานิช ผู้อำนวยการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษาระยอง เขต 1 และผู้บังคับบัญชาลูกเสือ และเนตรนารี ร่วมพิธีดังกล่าวจำนวนมาก

ทั้งนี้ภายในในงานได้จัดให้มีพิธีกล่าวคำปฏิญาณและสวนสนามของผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ลูกเสือ และเนตรนารี รวม 2,353 คน จากโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่เข้าร่วมพิธี รวมทั้งมีพิธีมอบประกาศเกียรติคุณให้แก่กองลูกเสือ กองเนตรนารีโรงเรียน ที่ชนะเลิศการประกวดระเบียบแถวระดับจังหวัดอีกด้วย
นายธวัชชัย ชัย อุ่ยพานิช ผู้อำนวยการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษาระยอง เขต 1 กล่าวว่า วันที่ 1 ก.ค.ของทุกปี เป็นวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ และปีนี้ครบ 103 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2454 ทั้งนี้เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และเพื่อถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช องค์พระประมุขคณะลูกเสือแห่งชาติ คณะลูกเสือจังหวัดระยอง จึงได้จัดพิธีกล่าวคำปฏิญาณและสวนสนามของลูกเสือและเนตรนารีดังกล่าวขึ้น พร้อมกับจังหวัดอื่นทั่วประเทศในวันนี้

กอ.รมน.จ.ฉะเชิงเทราสนธิกำลัง ตำรวจป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดบุกจับไม้เถื่อนพื้นที่ ต.ท่าไข่ อ.เมืองฉะเชิงเทรา

วันที่ 30 มิ.ย. 57 นาย อนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย นายเดชาใจยะ ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา  พ.ต.ท. ประทีป ชูศรี กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายธวัชชัย  วิจิตรวงค์ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 ปราจีนบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่ อส.จังหวัดฉะเชิงเทรา และตำรวจป่าไม้ป่าไม้ เข้าบุกตรวจค้น ไม้เถื่อนบ้านเลขที่ 24 ม.7 ต. ท่าไข่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา  หลังจากได้รับการร้องเรียนว่ามีการซุกซ่อนไม้เถื่อนในสถานที่ดังกล่าว

สำหรับการบุกตรวจค้นในวันนี้ สืบเนืองจากมีชาวบ้านร้องทุกข์ผ่านไปยัง สายด่วน  1136  ที่รับแจ้งเหตุการณ์กระทำผิดกฎหมายว่าด้วยป่าไม้  ว่ามีการซุกซ่อนไม้เถื่อน บริเวณบ้านเลขที่ 24 ม.7 ต. ท่าไข่ อ.เมือง จ. ฉะเชิงเทรา  จึงได้นำกำลังเข้าบุกตรวจค้นและพบว่ามีการซุกซ่อนไม้อยู่จริง โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีทั้งไม้ผิดกฎหมายและไม้ไม่ผิดกฎหมาย  ซึ่งเป็นของนาย ไพรัช สายเจริญ โดยรับสารภาพว่าเป็นเจ้าของไม้จริง ได้ซื้อสะสมไว้ปลูกบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ ยึดไม้ของกลางที่ผิดกฎหมาย เป็นไม้ท่อน 8 ท่อน ไม้แปรรูป 163 แผ่น รวมปริมาตร 3.132 ลูกบาศก์เมตร และนอกจากนี้ ยังพบไม้ท่อนจำนวนมากซุกซ่อนไว้ในบ่อน้ำซึ่งอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ เพื่อดำเนินคดีต่อไป



ภูมินทร์/ข่าว
ชาญณรงค์/ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

สำนักงานลูกเสือแห่งชาติจังหวัดฉะเชิงเทราจัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติประจำปี 2557

ลูกเสือจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานในพิธีสวนสนามและทบทวนคำปฏิญาณตนของเหล่าลูกเสือ เนตรนารี เนื่องในวันวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติประจำปี 2557โดยมีลูกเสือ และ เนตรนารี จากสถานศึกษาในจังหวัดฉะเชิงเทราจำนวนกว่า 1,200 คน เข้าร่วมพิธี  ณ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์  อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา

วันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี    เป็นวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ คณะลูกเสือแห่งชาติจังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานลูกเสือแห่งชาติจังหวัดฉะเชิงเทรา สถานศึกษาที่มีกองลูกเสือ เนตรนารี รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดพิธีสวนสนามและทบทวนคำปฏิญาณตนของเหล่าลูกเสือ เนตรนารี เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทยคือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6และเป็นการถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติรวมทั้งยังมีการบำเพ็ญประโยชน์ของกองลูกเสือและเนตรนารีแต่ละสถานศึกษาด้วย



ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทราเป็นประธานปิดโครงการ บำบัด ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด

วันที่ (30 มิ.ย.57)   ที่สโมสรนายทหาร กองพันทหารช่างที่ 2 รักษาพระองค์ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา  นายอนุกูล    ตังคณานุกูลชัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  เป็นประธานปิดโครงการบำบัด ฟื้นฟู สมรรถภาพผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด และมอบวุฒิบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 60 คน   ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)  เรื่องการปรามปราบและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติดกำหนดให้หน่วยงานรับผิดชอบนำผู้เสพยาเสพติดเข้ารับการบำบัดรักษาโดยทันทีและติดตามดูแลให้ความช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตได้ตามปกติ    โดยมี นาย เดชา ใจยะ  ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวรายงาน  พร้อมด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เข้าร่วมพิธีปิดโครงการฯ 

ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า โครงการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด(โรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองฝ่ายปกครอง) ของจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นโครงการที่มีการฝึกระเบียบวินัย ปลูกจิตสำนึก ต่อสังคมประเทศชาติและสร้างจิตอาสาในการเฝ้าระวังป้องกันปัญหายาเสพติดใน หมู่บ้าน/ชุมชน ก่อให้การพัฒนาด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนอย่างแท้จริง ทำให้ประเทศชาติ มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคมมีความปลอดภัยในทรัพย์สิน ประชาชนมีอาชีพที่สุจริต สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยไม่ต้องหวาดระแวงภัยจากปัญหายาเสพติด ส่งผลต่อปัญหาต่าง ๆ ในชุมชนให้หมดสิ้นไป หรือเบาลงโดยผู้ที่เข้ารับการอบรม จะไม่หวนกลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด มีอาชีพที่สุจริต มีการดำเนินชีวิตโดยยึดทางสายกลาง ตั่งอยู่บนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่น และเห็นประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2557

จันทบุรี เตือนระวังฝนตกหนัก คลื่นลมแรง

จังหวัดจันทบุรีเตือนประชาชนเฝ้าระวังฝนตกหนัก คลื่นลมแรง แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลติดป้ายเตือนอันตรายห้ามลงเล่นน้ำ

ที่จังหวัดจันทบุรีแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลบริเวณหาดเจ้าหลาว หาดแหลมเสด็จ อำเภอท่าใหม่ มีคลื่นลมแรง ผู้ประกอบการต้องนำป้ายเตือนห้ามประชาชน และนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลในระยะนี้ เพื่อความปลอดภัย ส่งผลทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวทางทะเลในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เป็นไปอย่างเงียบเหงาซบเซา มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนบางตาเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูฝน ทั้งนี้สำนักงานอุตุนิยมวิทยาจังหวัดจันทบุรี ได้เปิดเผยถึงสภาพอากาศในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรี ว่ามีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. สาเหตุมาจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนกระจาย ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบน มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังไว้ด้วย

อนึ่งในช่วงวันที่ 22-25 มิถุนายน 2557 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำยังคงปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง และคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

      

คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดีทัศน์แห่งชาติสนใจเมืองจันท์เป็นที่ถ่ายหนัง

คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดีทัศน์แห่งชาติจัดสัมมนากำหนดแนวทางการพิจารณาการอนุญาตสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย พร้อมยกย่องจังหวัดจันทบุรีมีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ เหมาะสมแนะนำกองถ่ายภาพยนตร์มาใช้โลเกชั่น

วันนี้ ( 21 มิ.ย.57 ) ที่ห้องประชุมทอแสงบีชรีสอร์ท หาดเจ้าหลาว ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดีทัศน์แห่งชาติ ได้จัดประชุมคณะกรรมการเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น กำหนดแนวทางการพิจารณาอนุญาต สร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักร โดยมีนายภาษิต พุ่มชูศรี รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยวเป็นประธานและมีคณะกรรมการร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ก่อนสรุปความคิดเห็นต่าง ๆ เพื่อวางแนวทาง ระเบียบ ข้อบังคับที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการถ่ายทำภาพยนตร์สร้างรายได้เข้าประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีงามของไทยโดยเฉพาะด้านความมั่นคง ศิลปะ วัฒนธรรมและสังคมแก่ชาวโลก ถึงแม้ปัจจุบันสถานการณ์บ้านเมืองจะวุ่นวายแต่อุตสาหกรรมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ ในประเทศไทยยังได้รับการยอมรับจากกองถ่ายทั่วโลกเดินทางมาผลิตภาพยนตร์ สารคดี โฆษณาอย่างต่อเนื่อง

นายภาษิต พุ่มชูศรี รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของจังหวัดจันทบุรีมีความได้เปรียบเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีอย่างหลากหลาย รวมทั้งประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิตที่สงบเรียบง่ายของชาวสวนผลไม้ถือเป็นจุดเด่นที่กองถ่ายทำภาพยนตร์จะเลือกจันทบุรีเป็นสถานที่ผลิตภาพยนตร์ ทั้งนี้ที่ผ่านจังหวัดจันทบุรีมีกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศเดินทางมาผลิตภาพยนตร์และโฆษณาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โฆษณาสินค้า รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เทคโนโลยีการสื่อสาร การถ่ายทำภาพยนตร์เยอรมัน อินเดีย เกาหลี รวมทั้งฮอลิวู๊ดของสหรัฐอเมริกาก็เคยมาใช้โลเกชั่นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรีถ่ายทำ นอกจากนี้ยังมีกองถ่ายสารคดีท่องเที่ยวต่าง ๆ หลายประเทศให้ความสนใจที่จะเดินทางมาถ่ายทำในจังหวัดจันทบุรีซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรีและส่งเสริมรายได้แก่คนในพื้นที่



จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 21  มิ.ย.57 )
                  ธเนศ  เธียรนันทน์/ตรวจข่าว
   

สภาอุตสาหกรรมจ.ฉะเชิงเทราร่วมกับหอการค้าจ.ฉะเชิงเทราจัดการแข่งขัน "แรลลี่รวมใจคาวบอยไนท์”เส้นทางฉะเชิงเทรา –เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

วันนี้ (21 มิ.ย.57) ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา    นายบัณฑิตย์   เทวีทิวารักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราเป็น เป็นประธานเปิดกิจกรรมการแข่งขัน"แรลลี่รวมใจคาวบอยไนท์” เส้นทางฉะเชิงเทรา สิ้นสุดโรงแรม THE GREENERY RESORT เขาใหญ่  จ.นครราชสีมา  ระหว่างวันเสาร์ 21 มิถุนายนและ วันอาทิตย์ที่ 22  มิถุนายน 2557  ซึ่งจัดโดยสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทราร่วมกับหอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา  มีผู้เข้าร่วมการแข่งขัน 50  ทีม จำนวน 110 คน ผู้ชนะในลำดับต่างๆจะได้รับ ถ้วยรางวัล จากผู้ว่าราชการจังหวัด  ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัด  ประธานหอการค้าจังหวัด และประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสามัคคีระหว่างองค์กร  หอการค้า จังหวัดฉะเชิงเทรา  สภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา และครอบครัวสมาชิก ตลอดจนห้างร้านบุคคลทั่วไปได้มีส่วนร่วมและเป็นการเสริมสร้างสัมพันธภาพอันดีร่วมกันนอกจากนี้ยังเป็นการหารายได้สนับสนุนการดำเนินงานของหอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทราและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้งนี้กิจกรรมบันเทิงในช่วงค่ำได้จัดให้มีการประกวดแต่งกายคาวบอยและคาวเกิร์ลประเภทสวยงามอีกด้วย


ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2557

สระแก้วเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวและกีฬา

ที่ โรงแรมทิพปุระ  อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว นายชูศักดิ์  ตรีสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานเปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการท่องเที่ยวและกีฬาโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระแก้ว ซึ่งการจัดโครงการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อสร้างเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวและกีฬาของจังหวัดนำไปพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมทั้งมีการมอบเงินให้แก่เครือข่ายกีฬาที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดสระแก้ว ได้แก่ โรงเรียนบ้านเหล่าอ้อย ชมรมกีฬาผู้สูงอายุและชมรมครูพลศึกษา
   

สระแก้วประชุมคณะทำงานศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป

ที่ห้องประชุมสระแก้ว ศาลากลางจังหวัดสระแก้วนายภัคธรณ์  เทียนไชยผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วเป็นประธานเปิดการประชุมคณะทำงานศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปจังหวัดสระแก้ว ซึ่งทางจังหวัดสระแก้วมีนโยบาย ยึดมั่นในความจงรักภักดี ปกป้องเทิดทูนดำรงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นศูนย์รวมจิตใจประชาชนชาวไทยและเน้นการสร้างความเข้าใจและสามัคคีปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติของแต่ละอำเภอ ประชาชนในพื้นที่และการจัดกิจกรรมคืนความสุขให้คนในชาติตามแผนงานโครงการของส่วนราชการต่างๆโดยมีการบูรณาการแลฃะประสานการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด

สระแก้วศึกษาระบบภูมิสารสนเทศในการบริหารจัดการจังหวัด

ที่ ห้องประชุมบูรพา ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว นายภัครธรณ์  เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วเป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังและนำเสนอความต้องการใช้ระบบภูมิสารสนเทศในการบริหารจัดการจังหวัดโดยสำนักพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน)ซึ่งระบบภูมิสารสนเทศนี้ช่วยในการบริหารจัดการจังหวัดและสร้างขีดความสามารถของประเทศโดยใช้ลักษณะของภาพถ่ายดาวเทียม ซึ่งระบบดังกล่าวนี้จะนำมาช่วยในการบริหารจัดการที่ดีและนำมาประยุกต์ใช้กับงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ด้านทรัพยากรธรรมชาติ เกษตร ภัยพิบัติ ผังเมือง แผนที่ โดยจะนำข้อมูลภาพที่ได้จากดาวเทียมมาเป็นข้อมูลในการจัดการและพัฒนาจังหวัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดของพื้นที่ในจังหวัดเพื่อประโยชน์ของประชาชน

มูลนิธิชัยพัฒนามอบเมล็ดพันธุ์ข้าว เมล็ดพันธุ์ผักและไก่ไข่ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว

วันนี้ (20 มิ.ย.) นายลลิต  ถนอมสิงห์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นประธานในพิธีมอบเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 เมล็ดพันธุ์ผักพื้นบ้านและไก่ไข่ในโครงการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูแก่ราษำรผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ณ โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ ต.ศาลาลำดวน อ.เมือง จ.สระแก้ว

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีได้พระราชทานเมล็ดพันข้าวหอมมะลิ 105 จำนวน 56,000 กิโลกรัมและได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน ประกอบด้วย ผักบุ้ง คะน้า กระเจี้ยบ บวบ มะเขือ จำนวน 400 ชุดและพระราชทานไก่ไข่ จำนวน 385 ตัวโดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 8 อำเภอ ได้แก่  อำเภอโคกสูง อำเภอวัฒนานคร อำเภอตาพระยา อำเภอเขาฉกรรจ์ อำเภอเมืองสระแก้ว อำเภอวังน้ำเย็น อำเภอวังสมบูรณ์และอำเภออรัญประเทศ

หลังจากให้ความช่วยเหลือในระยะแรกแล้วมูลนิธิชัยพัฒนาจะได้ดำเนินระยะต่อไปคือการจัดตั้งกลุ่มอาชีพเสริมต่างๆ รวมถึงการจัดทำพื้นที่ต้นแบบการปรับปรุงบำรุงดินในพื้นที่สาธารณประโยชน์ของหมู่2 ตำบลทัพราช อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ให้มีสภาพเหมาะสมสำหรับการเกษตรเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้เข้ามาเรียนรู้และสามารถดำเนินการในพื้นที่ของตัวเองได้
   

ประเพณีสู่ขวัญควายจังหวัดสระแก้ว

วันนี้ (20 มิ.ย. ) นายภัครธรณ์  เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วยนายลลิต ถนอมสิงห์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาได้เป็นประธานเปิดงานฟื้นฟูประเพณีสู่ขวัญควายจังหวัดสระแก้ว ประจำปี 2557  ซึ่งจัดขึ้นที่โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ อำเภอเมืองสระแก้ว ซึ่งเป็นการบูรณาการ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ ส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 

สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดประเพณีสู่ขวัญควายเพื่อเป็นการตอบแทนบุญควาย และอนุรักษ์ฟื้นฟูประเพณีสู่ขวัญมิให้สูญหาย ถ่ายทอดภูมิปัญญาสู่ขวัญควายให้อนุชนรุ่นหลังได้สืบทอด และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมของจังหวัด โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ คือ การประกวดธิดากาสร (ธิดาควาย) ซึ่งในปีนี้ธิดากาสรฯได้แก่นางสาวนภัทรศร  สุทธิแพทย์ พร้อมทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยวให้กับจังหวัดสระแก้ว 

นอกจากนี้ยังมีพิธีสู่ขวัญควาย การประกวดปั้นควาย การปลูกข้าวโดยวิธีโยน การแข่งขันการเดินโถกเถกการแจกพันธุ์ปลา แจกกล้าไม้และนิทรรศการภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยได้รับความสนใจจากผู้สื่อข่าว และประชาชนจำนวนมาก

สำหรับประเพณีสู่ขวัญควาย ถือว่าเป็นการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีการสู่ขวัญควายไม่ให้สูญหาย ทั้งนี้ กระบือ หรือควาย ถือเป็นสัตย์ที่อยู่คู่กับชาวไร่ชาวนามาช้านาน เป็นสัตว์ที่ให้คุณ และเป็นกำลังหลักของชาวนาในการปลูกข้าว เลี้ยงผู้คนตลอดมา ซึ่งการจัดงานฟื้นฟูประเพณีสู่ขวัญควาย ก็เพื่อเตือนสติ เตือนจิต เตือนใจ ให้คนมีความกตัญญูกตเวที รำลึกถึงบุญคุณของควายที่ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลแก่ชาวนา ชาวนาจึงมีวิธีที่จะตอบแทนบุญคุณ ของควาย และขออโหสิกรรมต่อควาย

สำหรับโรงเรียนกาสรกสิวิทย์จัดตั้งขึ้นตามพระราชกระแสรับสั่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นโรงเรียนฝึกกระบือ และให้เกษตรกรมาใช้ชีวิตที่เกี่ยวข้องกับกระบือเพื่องานเกษตรกรรม โดยเกษตรกรจะเข้าพักอาศัยตามสภาพแวดล้อมการดำรงชีวิตแบบพอเพียง ไม่ดิ้นรนหาความเดือดร้อน นับเป็นการฝึกกระบือให้ทำการเกษตรได้ดี และฝึกคนให้เข้าใจถึงวิธีการใช้กระบือในการทำเกษตรกรรม

จ.ฉะเชิงเทราจัดอบรมมารยาทไทยสู่บุคลากรทางการศึกษาหวังนำไปถ่ายทอดเยาวชนสืบสานเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยและ เป็นสายใยนำไปสู่ความปรองดองของสังคม

วันนี้ ( 20 มิ.ย.57) สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับ สภาวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา  จัดอบรมมารยาทไทย สายใยปรองดอง ประจำปี 2557 โดยมี  นาย เดชา ใจยะ ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา  ประธานในพิธีเปิดการอบรมฯ  พร้อมด้วย นาย วิรัตน์ วิโรจนุปถัมภ์ วัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา  นายจิตติน  ตั้งกงพานิช ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา  และ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง  เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง    มี ครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา เครือข่ายวัฒนธรรม  ข้าราชการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา   และคณะกรรมการสภาวัฒนธรรม รวมทั้งสิ้น 150 ราย   เข้ารับการอบรม  ณ ห้องประชุมอาคารพระพรหมคุณาภรณ์ วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร  มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา  

ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา  กล่าวว่า  มารยาทไทยเป็นคุณลักษณะประจำตัวของบุคคลที่แสดงออกทั้งในด้านกิริยา วาจา ซึ่งมีแบบแผนในการประพฤติ ปฏิบัติ ที่ถือว่าสุภาพ เรียบร้อย อ่อนน้อม สำรวม ถูกกาลเทศะ เป็นสิ่งที่พอเหมาะพองาม ดังนั้นจึงเป็นกรอบแบบแผนที่ควรปฏิบัติหรือละเว้นที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น หรือต่อสังคมส่วนรวมและจำเป็นต่อการอยู่ร่วมกันโดยเฉพาะในยุคของสังคมปัจจุบันที่เกิดปัญหาทางสังคมที่มีความขัดแย้งและขาดหลักที่มีมารยาทต่อกันเกิดความสับสนว่า สิ่งใดควรไม่ควร การจัดอบรมมารยาทไทย สายใยปรองดองครั้งนี้ เป็นการเสริมสร้างบรรยากาศที่ดีในสังคม  การปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในสังคม นอกจากจะเป็นการถ่ายทอดสืบสานเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทย แล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันด้วยหลักมารยาทไทย เป็นสายใยนำไปสู่ความปรองดองของสังคมอีกด้วย

วัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา  กล่าวว่า มารยาทไทยถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญอันโดดเด่น ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไทย และเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ จนเป็นที่ยอมรับและยกย่องชื่นชมจากชาวต่างชาติมาช้านาน ซึ่งการอบรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้หลักมารยาทไทยที่ควรประพฤติปฏิบัติหรือละเว้นให้คนไทยได้ตระหนักและเห็นคุณค่าและความสำคัญและเพื่อให้ครู อาจารย์ บุคคลากรทางวัฒนธรรม ที่เข้ารับการอบรมปฏิบัติตามแบบแผนมารยาทไทยได้ถูกต้อง เป็นต้นแบบ และสามารถนำไปถ่ายทอดให้เด็ก เยาวชน และประชาชนรู้หน้าที่ มีกาลเทศะ รู้หลักพบปะ ร่วมนำพาสังคมดีต่อไป



ชาญณรงค์/ข่าว
ธนภัทร/ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

ศพนิรนาม ถูกมัดมือเท้า ลอยอืดติดป่าโกงกาง คาดอาจเป็นไต๋เรือ หรือลูกเรือประมง ถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ก่อนโยนลงทะเล

ศ​พนิรนาม ถูกมัดมือเ​ท้า ลอยอืดติดป่​าโกงกาง คาดอาจเป็น​ไต๋เรือ หรือลูกเรื​อประมง ถูกทำร้ายร่​างกายจนเสี​ยชีวิต ก่อนโยนลงท​ะเล

เมื่อเวลา 15.00 น.ของวันที่ 19 มิ.ย. 57 ร.ต.ท.วุฒินันท์ ขันทองนาค ร้อยเวร สภ.ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่า พบศพลอยติดป่าโกงกางชายทะเล ม. 3 บ้านหัวหิน ต.คลองปูน อ.แกลง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิพุทธศาสตร์สงเคราะห์อำเภอแกลง ที่เกิดเหตุเป็นป่าโกงกางชายทะเล ห่างจากฝั่งประมาณ 1 กม. พบศพเป็นชายไม่ทราบชื่อและสัญชาติ ลอยน้ำมาติดกับรากต้นโกงกาง สภาพศพเน่า เนื้อหนังเริ่มหลุด ศีรษะเหลือแต่กะโหลก สวมกางชาวเล สีน้ำเงิน เสื้อยึดแขนยาวสีขาว ตรวจสอบพบ ที่บริเวณกะโหลกศีรษะ ด้านขวาเป็นรู คล้ายถูกของแข็งทุบจนแตก มือและเท้ามีเชือกมัดติดอยู่ ลักษณะถูกมัดมือเท้า เสียมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันนิษฐานว่า ผู้ตาย อาจเป็นไต๋เรือ หรือ ลูกเรือประมง อาจไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับผู้อื่น ถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ก่อนมัดมือเท้า โยนทิ้งทะเล ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำศพส่ง รพ.แกลง ให้แพทย์ชันสูตรศพ และเร่งตรวจสอบว่ามีญาติผู้ตายมีการแจ้งความหายไว้ที่ สภ.ใด หรือไม่





วฐิต/ข่าว

หนุ่มนักศึกษา มหาวิทยาลัยชื่อดัง ยื่นหนังสือถึง คสช. เรียกร้องจัดการ บ.ไออาร์พีซีฯ ถมดินรุกล้ำลำน้ำและคลองสาธารณะ พื้นที่กว่า 100 ไร่

เมื่อวานนี้ (19 มิ.ย.) ที่พัน.ร.6 กรม ร.2 พล.นย.ค่ายมหาสุรสิงหนาท ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง นายธีระพล ลายประดิษฐ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ เครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สาขาเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหน.คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ผ่าน น.ท.พิทักษ์รัฐ นิลพฤกษ์ ผบ.พัน ร.6 แต่ น.ท.พิทักษ์รัฐ ติดราชการ จึงมอบหมายให้ น.ต. อดิเรก สาทำ รองผบ.พัน ร.6 มารับหนังสือพร้อมเอกสารแทนนายธีระพล ลายประดิษฐ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ กล่าวว่า เขตประกอบการอุตสาหกรรมบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง ถมดินรุกล้ำลำราง คลองสาธารณะ ใน ต.เชิงเนิน ต.ตะพง และ ต.บ้านแลง รวมเนื้อที่ 117 ไร่เศษ และทางบริษัทได้นำพื้นที่อื่นมาแลกเปลี่ยนกับพื้นที่สาธารณะ ทำให้น้ำเปลี่ยนทิศทาง ท่วมในช่วงน้ำหลาก จึงขอเรียกร้องให้ดำเนินการตามกฎหมายกับเขตประกอบการไออาร์พีซีฯ

น.ต.อดิเรก กล่าวว่า เบื้องต้น จะนำเรื่องเรียน ผบ.พัน ร.6 ให้ทราบโดยเร็วที่สุด พร้อมกับจะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่า พื้นที่.ดังกล่าว เป็นของรัฐหรือของไออาร์พีซีฯ กันแน่ ซึ่งผลการดำเนินการตรวจเป็นอย่างไร จะแจ้งให้ผู้ร้องทราบตามขั้นตอนต่อไป





วฐิต กลางนอก/ข่าว

จ.ตราด ย้ำให้ผู้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือที่มีกฏหมายห้ามออกใบอนุญาต นำส่งมอบให้ภาครัฐ ตามประกาศ คสช. ภายใน 25 มิ.ย. นี้

(20 มิ.ย. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า ตามที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 62/2557 เรื่อง ให้ผู้ที่มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือที่มีกฏหมายห้ามออกใบอนุญาต นำส่งมอบให้กับทางราชการ เนื่องจากอาจมีความเสียงนำมาใช้ในการกระทำความผิดต่างๆ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน ทางจังหวัดจึงขอให้ ผู้ที่มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือที่มีกฏหมายห้ามออกใบอนุญาตตามกฏหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดหรือที่มีกฏหมายห้ามออกใบอนุญาต ส่งมอบต่อนายทะเบียนท้องที่ตามกฏหมายดังกล่าวภายในวันที่ 25 มิถุนายน 2557 ซึ่งจะไม่ต้องรับโทษทางอาญาตามที่บัญญัติไว้ในกฏหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานปกครอง ที่ทำการปกครองจังหวัดตราด หมายเลขโทรศัพท์ 0-3951-1005 ในวันและเวลาราชการ

บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดกิจกรรมกินข้าวเล่าเรื่อง มุ่งประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

(20 มิ.ย. 57) นายกิตติศักดิ์ ทองอยู่ ผู้จัดการภาคตะวันออก บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด พร้อมด้วย นางกันยา บุญชากร ผู้จัดการบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ สาขาตราด ร่วมกันเปิดกิจกรรมกินข้าวเล่าเรื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์การดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และกิจกรรมการรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุจราจร ของบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด โดยมีสื่อมวลชนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดตราดเข้าร่วม

ผู้จัดการภาคตะวันออก บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด กล่าวว่า การจัดกิจกรรมกินข้าวเล่าเรื่อง มุ่งที่จะประชาสัมพันธ์การดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ในพื้นที่จังหวัดตราด และในระดับประเทศ ทั้งนี้เพื่อการประสานการปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากระระหว่างบริษัท กับสื่อมวลชน เพื่อเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวไปสู่ประชาชน ทั้งในเรื่อง การรับคำร้องค่าสินไหมทดแทนตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ให้กับประชาชนที่เกิดอุบัติเหตุจากรถ ทั้ง ค่ารักษาพยาบาล ค่าปลงศพ ในกรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพ ภายใน 7 วัน การจำหน่าย พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ นอกจากนี้การจัดกิจกรรมครั้งนี้ยังเป็นการแนะนำเว็บไซต์ไทยอาร์ เอส ซี ดอท คอม (ThaiRSC.COM) ที่เป็นเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ ทั่วทั้งประเทศ สามารถเป็นฐานข้อมูลรณรงค์วัฒนธรรมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนให้กับหน้วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและะประชาชนทั่วไปอีกด้วย

นายกิตติศักดิ์ ทองอยู่ ยังกล่าวอีกว่า แม้จังหวัดตราดนับเป็นพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จในการรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซนต์ เพื่อลความสูญเสียจากอุบัติเหตุจราจรโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจราจรมากที่สุด แต่ยังพบว่าในจังหวัดตราดยังมีรถจักรยานยนต์อีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่มีการทำประกันตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ใช้ยานพาหนะทุกประเภทร่วมกันทำประกันตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เพื่อให้ได้สิทธิคุ้มครองกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งสามารถทำได้ในรถทุกประเภท เพียงแคทมีบัตรประชาชน และหมายเลขตัวถังของรถเท่านั้น

จังหวัดตราด เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและดินโคลนถล่มปี 2557

(20 มิ.ย. 57) นายพยัคฆพันธุ์ โพธิ์แก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานในการประชุมเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและดินโคลนถล่มปี 2557 ซึ่งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น โดยมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าร่วม

นายฐิตนันท์ อุดมสุข หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันได้เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ซึ่งจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่า ฤดูฝนปีนี้อาจยาวนานไปจนถึงเดือนสิ้นตุลาคม 2556 สำหรับจังหวัดตราด เป็นจังหวัดที่มีปริมาณน้ำฝนมากที่สุดในประเทศไทย และมีความเสี่ยงจังหวัดหนึ่งในการเกิดอุทกภัยและดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ อำเภอเกาะช้าง อำเภอบ่อไร่ และอำเภอเขาสมิง ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราดจึงได้ดำเนินการจัดประชุมเพื่อเตรียมการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวขึ้น เพื่อตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยดินโคลนถล่ม ประเมินความเสี่ยง จัดทำแผนพื้นที่เสี่ยงภัย จัดทำข้อมูลพื้นที่ปลอดภัยเพื่อรองรับการอพยพ รวมทั้งเตรียทการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว รวมทั้งแป็นการซักซ้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกระดับในการผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนได้รับทราบเมื่อเกิดปัญหาดังกล่าว ขึ้น อย่างไรก็ตามตั้งแต่ช่วงเข้าส่ฤดูฝนของปีนี้ เป็นต้นมา ในจังหวัดตราดยังไม่พบ ปัญหาดินโคลนถล่ม และอุทกภัยครั้งใหญ่ มีเพียงปัญหาเพียงน้ำท่วมถนนเล็กน้อย

จังหวัดตราด เดินหน้าเปิดค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด ตามโครงการใครติดยายกมือขึ้นรุ่นที่ 3

(20 มิ.ย. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด ตามโครงการใครติดยายกมือขึ้น รุ่นที่ 3 ประจำปี 2557 ซึ่งศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดตราด ร่วมกับสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดตราด กองร้อยตำรวจตะเวนชายแดนที่ 117 ร่วมกันจัดขึ้น โดยนำผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด จำนวน 60 คน เข้าร่วมโครงการโดยสมัครใจ ในระบบโปรแกรม Fast Model ในระยะเวลา 15 วัน ที่โรงเรียนวิวัฒน์พลเมือฝ่ายปกครองจังหวัดตราด กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดตราดที่ 1

ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดนับเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ดำเนินการร่วมกับทุกภาคส่วนร่วมกันป้องกันและแก้ไข การจัดค่ายในครั้งนี้เป็นการมุ่งลดจำนวนผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่ ผ่านการดำเนินการฟื้นฟูและพัฒนาสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดโดยใช้กิจกรรมกลุ่มบำบัด การหยุดคิด เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของกลุ่มผู้เสพให้หายขาดจากการติดยาเสพติด สามารถกลับมาใช้ชีวิตเช่นคนปกติทั่วไป ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่สุดในการเลิกเสพยาเสพติดที่ทางจังหวัดฝากไว้กับผู้เข้าร่วมโครงการนี้คือการเอาชนะใจตนเอง ซึ่งนับเป็นสิ่งที่สำคัญในการไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก อย่างไรก็ตามทางจังหวัดยังพร้อมที่จะดูแลในเรื่องของการฝึกอาชีพ หาอาชีพที่เหมาะสมให้กับผู้ผ่านกระบวนการบำบัดแล้วหากผู้เข้าร่วมโครงการมีความต้องการ

ท.เมืองจันทบุรี เร่งล้างลอกท่อระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน

เทศบาลเมืองจันทบุรีเร่งทำความสะอาดลอกท่อระบายน้ำ ป้องกันแก้ไขน้ำท่วมขัง ช่วงฤดูฝนบรรเทาความเดือดร้อนของคนในชุมชน  

ที่บริเวณชุมชนริมน้ำจันทบูรณ์ เขตเทศบาลเมืองจันทบุรี นางสุกานดา  สุทธิพัฒนกุล นายกเทศมนตรีเมืองจันทบุรีได้นำคณะผู้บริหารเทศบาล สมาชิกสภาฯ และเจ้าหน้าที่กองช่างสุขาภิบาล เร่งทำความสะอาดล้างลอกท่อระบายน้ำ เพราะช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝน ทำให้บางพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขัง ประกอบกับมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ ทำให้น้ำไหลไม่ดีเท่าที่ควรเมื่อฝนตก น้ำจึงเอ่อล้นขึ้นบนพื้นถนนไหลเข้าท่วมพื้นที่ต่ำ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี เพื่อป้องกันเหตุน้ำท่วมขังบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน คณะผู้บริหารเทศบาลเมืองจันทบุรี จึงดำเนินการให้เจ้าหน้าที่กองช่างสุขาภิบาล เทศบาลเมืองจันทบุรี เร่งขุดล้างลอกท่อระบายน้ำ เพื่อกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ

ทั้งนี้การทิ้งขยะสิ่งปฏิกูล และกวาดเศษ หิน ดิน ทราย ลงในท่อระบายน้ำ เป็นสาเหตุหลักของท่อระบายน้ำอุดตัน ส่งผลให้ระบบระบายน้ำมีประสิทธิภาพลดลง เทศบาลเมืองจันทบุรี จึงขอความร่วมมือจากประชาชนโปรดทิ้งขยะให้ถูกที่และปลูกฝังเยาวชนให้ใส่ใจรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างจิตสำนึกที่ดี และเพื่อให้บ้านเมืองสะอาด เป็นเมืองน่าอยู่ที่ยั่งยืนต่อไป



จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 20  มิ.ย.57 )
                  ธเนศ  เธียรนันทน์/ตรวจข่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ประกาศวาระจันทบุรีเมืองแห่งความสุข

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีมอบนโยบายส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกาศวาระจันทบุรีเมืองแห่งความสุข เน้นบริการรวดเร็ว โปร่งใส ทำทันทีที่รู้

เมื่อวานนี้ 19 มิถุนายน ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมนิวแทรเวิลลอร์ด จังหวัดจันทบุรี นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้มอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้ประกาศวาระจังหวัด ให้จังหวัดจันทบุรีเป็นเมืองแห่งความสุข สุขทุกวันที่จันทบุรี ซึ่งจากผลการทำโพลของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ พบว่าจังหวัดจันทบุรีเป็นเมืองที่มีความสุขเป็นอันดับที่ 6 ของประเทศ แต่อยากจะขอความร่วมมือทุกภาคส่วนทำให้จังหวัดจันทบุรีขยับอันดับขึ้นเป็นที่ 1 – 3 ของประเทศ

ผู้ว่าฯจันท์ นำนักโทษช่วยเกษตรกรเก็บเงาะแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนำนักโทษช่วยเกษตรกรเก็บเงาะ หลังพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานเนื่องจากชาวกัมพูชาที่มารับจ้างกลับบ้านหมด

วันนี้ ( 20 มิ.ย.57 ) ที่ สวนผลไม้ของนายสมชาย พุ่มเจริญ เกษตรกรหมู่ที่ 1  ตำบลวังใหม่ อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมสวนให้กำลังใจเกษตรกร พร้อมทั้งนำนักโทษชั้นดี จากเรือนจำจังหวัดจันทบุรีจำนวน 40 คนไปช่วยเก็บผลไม้ช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานเนื่องจากแรงงานชาวต่างด้าวชาวกัมพูชาได้ละทิ้งงานกลับบ้านกันหมดจึงทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบขาดแคลนแรงงานและส่งผลต่อผลผลิตที่อาจจะเสียหายหากเก็บเกี่ยวไม่ทัน ทั้งนี้ในช่วงปัจจุบันผลผลิตเงาะ และมังคุดของจังหวัดจันทบุรีกำลังอยู่ในช่วงให้ผลผลิตพร้อมกันหรือเรียกว่าช่วงพี๊กโดยปีนี้สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรีคาดการณ์ว่ามีเงาะให้ผลผลิตทั้งสิ้นประมาณ 138,000 ตัน เก็บผลผลิตไปแล้วประมาณ 61,000 ตัน คงเหลือผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดอีกประมาณ 77,000 ตัน ราคาที่พ่อค้าคนกลางซื้อจากเกษตรกรกิโลกรัมละ 12 ถึง 14 บาท หากเกษตรกรรายใดประสบปัญหาเรื่องแรงงานสามารถร้องขอจังหวัดจัดกำลังผู้ต้องโทษชั้นดีเข้าช่วยเหลือเก็บผลผลิตได้เพราะผู้ต้องโทษเหล่านี้ได้รับการฝึกฝีมือก่อนพ้นโทษและไม่ทำให้ผลผลิตเสียหาย

โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้กล่าวเชิญชวนให้ประชาชน นักท่องเที่ยวร่วมบริโภคผลไม้ไทยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้สูงขึ้น พร้อมทั้งเชิญชวนมาเที่ยวชมสวนผลไม้ เติมเต็มความสุขให้แก่ชีวิตและครอบครัว ที่จังหวัดจันทบุรีชมและเลือกซื้อผลไม้สดจากสวน ท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติต่าง ๆ ของจังหวัดจันทบุรีที่มีอยู่มากมาย ตามคำขวัญที่ว่า จันทบุรีเมืองแห่งความสุข สุขทุกวันที่จันทบุรี

วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2557

พ่อเมืองแปดริ้วนำส่วนราชการออกหน่วยเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอพนมสารคาม

วันนี้ (19 มิ.ย. 57 ) นาย อนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  พร้อมด้วย นาย บัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  นาย ไพศาล วิมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นาย กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา  หัวหน้าส่วนราชการ  หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ  ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชน  ออกเยี่ยมเยียนพบปะประชาชนในพื้นที่ห่างไกล  ตามโครงการ"หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” (โครงการจังหวัดเคลื่อนที่ ) ณ วัดธารพูด   หมู่ที่ 7  ตำบลบ้านซ่อง อำเภอพนมสารคาม พร้อมนำการบริการเคลื่อนที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ไปให้บริการพี่น้องประชาชน   และเพื่อให้ส่วนราชการ ได้มีโอกาสพบปะประชาชนในท้องที่ พร้อมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและหาทางช่วยเหลือในเบื้องต้นซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและของจังหวัดฉะเชิงเทรา

โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราได้นำข้าราชการและประชาชนตำบลบ้านซ่อง กล่าวคำปฏิญาณเทิดทูนสถาบันของชาติ ต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและสดุดีมหาราชา  เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้กล่าวฝากถึงแนวทางการดำเนินชีวิตที่จะทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขในหมู่บ้าน/ชุมชน คือ ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ความสามัคคี การเคารพนับถือผู้สูงอายุ การสร้างความอบอุ่นแก่ครอบครัว การช่วยกันป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด การดูแลรักษาสุขภาพให้ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ รวมถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  สำหรับโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ยังได้จัดประชุมเสวนาเวทีนี้มีคำตอบ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งได้มีการมอบสื่อพัฒนาเด็กเล็กแก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่ , มอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนยากจน , มอบหนังสือเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสหกรณ์ แก่โรงเรียนในพื้นที่ , มอบเงินปรับสภาพที่อยู่อาศัยคนพิการ ,มอบเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้ยากไร้ ,  มอบรถเข็นสำหรับคนพิการ ,มอบเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้พิการ ,มอบเครื่องอุปโภคและบริโภคกับราษฎรที่ยากจน   และโอกาสเดียวกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา   หัวหน้าส่วนราชการ ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ และเยี่ยมชมกิจกรรมการให้บริการที่ส่วนราชการต่าง ๆ ได้มาร่วมกันจัดกิจกรรมให้บริการประชาชนอีกด้วย



ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนานำอาหารกล่องแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ อ.พนสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

วันนี้  (19 มิ.ย. 57) สำนักพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้นำรถครัวสนาม มาดำเนินการจัดทำอาหารกล่อง จำนวน 300 กล่อง เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชน ที่เข้าร่วมงานโครงการ "หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน”  ณ วัดธารพูด ต.บ้านช่อง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีนายอนุกูล  ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย พันเอก ธวัชชัย ชวนสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 1  ร่วมกันมอบอาหารกล่องให้ประชาชนพื้นที่ตำบลบ้านซ่อง และตำบลใกล้เคียง

ทั้งนี้  สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาได้จัดบอร์ดประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่ผลงานการปฏิบัติงานของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา อาทิ เช่น การขุดลอกคลอง เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและให้มีน้ำเพื่อใช้ในการเกษตรกร จำนวน 7 งาน , การซ่อมทางลูกรัง จำนวน 3 เส้นทาง เพื่อบรรเทาการเดือดร้อนในการสัญจรของประชาชน และการนำผลิตผลทางการเกษตรออกสู่ตลาดในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงการขุดเจาะน้ำบาดาลและขุดเจาะบ่อน้ำตื้นให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลต่างๆ โดยได้แนะนำประชาชนผู้ร่วมงานให้ทราบถึงภารกิจการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนตลอดจนช่องทางในการขอรับการช่วยเหลือและการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และสามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานพัฒนาภาค 1 เลขที่ 179 หมู่ 7 บ.หนองเค็ดใหม่ ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา โทรศัพท์ 038-552881 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายคืนความสุขให้กับประชาชน ตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติอีกด้วย



ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

ตำรวจสนธิกำลังทหาร อาสาสมัครกว่า 300 นาย ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 18 มิถุนายน หน้ากองบังคับการตำรวจภูธร จังหวัดระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมืองระยอง พล.ต.ต.รุ่งฤทธิ์ ซุ่นทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2 รักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธี ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 - 24 มิถุนายน โดยมีข้าราชการตำรวจสังกัดตำรวจภูธร จังหวัดระยอง จำนวน 250 นาย ทหาร กองพันทหารราบที่ 6 กรมทหารราบที่ 2 กองพลนาวิกโยธิน จำนวน 23 นาย เจ้าหน้าที่อาสาสมัครตำรวจชุมชน จำนวน 80 นาย พร้อมรถยนต์สายตรวจจำนวน 25 คัน รถจักรยานยนต์สายตรวจจำนวน 10 คัน ร่วมในพิธีโดย พ.ต.อ.ไตรศูล เนียมทรัพย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดระยอง กล่าวรายงานว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ประกาศยกเลิกการห้ามออกนอกเคหะสถาน ได้ปรากฏข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลที่มีความคิดเห็นต่างและมีแนวโน้มที่จะระดมแนวร่วมมวลชน ออกมาเคลื่อนไหวหรือจัดกิจกรรมในระหว่างวันที่ 19 - 21 มิถุนายนนี้ ในหลายพื้นที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงสั่งให้ทุกหน่วยระดมกวาดล้างอาชญากรรมระหว่างวันที่ 18 - 24 มิถุนายนนี้ โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายสำคัญ เรื่องยาเสพติด อาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิดและระเบิดแสวงเครื่องรวมทั้งระเบิดปิงปอง เรื่องบุคคล สถานที่และสื่อสังคมออนไลน์ ที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านหรือจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ ให้สืบสวนหาข่าว ตรวจสอบติดตามบุคคลและสถานที่เป้าหมายเพื่อเข้าไปชี้แจงทำความเข้าใจ ขอความร่วมมือยุติการกระทำ

พ่อเมืองระยอง เปิดงานเทศกาลผลไม้และของดีอำเภอวังจันทร์คึกคัก

เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 18 มิถุนายน ที่บริเวณหน้าโรงเรียนวังจันทร์วิทยา ริมถนนสายบ้านบึง-แกลง หมู่ 1ต.ชุมแสง อ.วังจันทร์ จ.ระยอง นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เดินทางไปเป็นประธานเปิดงานเทศกาลผลไม้และของดีอำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง โดยมีนายศุภมิตร เลื่อนสุคันธ์ นายอำเภอวังจันทร์ นายปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ระยอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ชุมแสง นายก อบต.วังจันทร์ นายกอบต.พลงตาเอี่ยม กำนันผู้ใหญ่บ้าน และกลุ่มเกษตรกร ร่วมในพิธีคับคั่ง

นายศุภมิตร เลื่อนสุคันธ์ นายอำเภอวังจันทร์ กล่าวรายงานว่าข้าราชการ เกษตรกรและประชาชน พร้อมคณะกรรมการจัดงาน มีความรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานเปิดงานเทศกาลผลไม้และของดี อำเภอวังจันทร์ ปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจและสังคมของอำเภอวังจันทร์มีความเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ซึ่งมีพื้นที่การเกษตรทั้งหมด 80 %ของอำเภอวังจันทร์ ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญคือ ทุเรียน มังคุด ยางพารา มันสำปะหลัง สับปะรดฯลฯ ที่ผ่านมาผลผลิตทางเกษตรกรรมมักประสบปัญหาเรื่องราคาตกต่ำในช่วงฤดูกาลที่ให้ผลผลิตมาก ทำให้อำเภอวังจันทร์จึงร่วมใจกันจัดงานเทศกาลผลไม้และของดีอำเภอวังจันทร์ เป็นประจำทุกปี และในปีนี้งานจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 - 24 มิถุนายน

นายศุภมิตร นายอำเภอวังจันทร์ กล่าวต่อไปว่าการจัดงานครั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องราคาตกต่ำโดยมุ่งเน้นให้เกษตรกรนำผลไม้ที่มีคุณภาพมาจำหน่ายกับผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง และยังเป็นการเผยแพร่ผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะผลไม้ของอำเภอวังจันทร์เป็นผลไม้ที่มีคุณภาพให้แพร่หลายแก่คนทั่วไป ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพผลไม้ให้ดียิ่งขึ้น

นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวเปิดงานว่าการจัดงานเทศกาลผลไม้และของดีอำเภอวังจันทร์ สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างดียิ่ง และเป็นการแก้ไขปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำที่ตรงจุด เป็นการส่งเสริมช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าพี่น้องเกษตรกรชาวอำเภอวังจันทร์ให้ความร่วมมือร่วมใจในการแก้ไขปัญหารวมทั้งมีการพัฒนาศักยภาพของอำเภอวังจันทร์ไปในทิศทางเดียวกันอีกด้วย

สคบ.เร่งผลักดันการคุ้มครองผู้บริโภคสู่สหภาพแรงงาน

เมื่อเวลา 09.00 น.ของวันนี้ (19 มิถุนายน) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคร่วมกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จัดโครงการส่งเสริมและผลักดันการดำเนินงานเครือข่ายสหภาพแรงงาน โดยมีนายบัณฑิต ตั้งประเสริฐ รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาที่ โรงแรมโกลเด้นซิตี้ อำเภอเมืองระยอง

นายบัณฑิต ตั้งประเสริฐ รองเลขาธิการ สคบ. เปิดเผยว่า จากการทำข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง สคบ. กับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในการเร่งส่งเสริมให้ภาคแรงงานอุตสาหกรรมมีความรู้ความเข้าใจด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อเป็นการส่งเสริมบทบาทขององค์กรภาคเอกชนและภาคประชาชนให้ควบคู่ไปกับองค์กรภาคราชการ ในการพัฒนาศักยภาพของประชาสัมคมและชุมชนท้องถิ่นให้เกิดการรวมกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง สามารถพิทักษ์ปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของตนเองและสังคมไทย ไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการซื้อสินค้าหรือบริการ ซึ่งเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนผู้บริโภคได้เข้าใจและเห็นความสำคัญในสิทธิผู้บริโภค เพราะในการคุ้มครองผู้บริโภคในภาคส่วนต่างๆ กลุ่มสหภาพแรงงานนับเป็นกลุ่มพลังที่มีความเข้มแข็งและสามารถเป็นเครือข่ายด้านการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นอย่างดี

สคบ. ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการรวมพลังเป็นเครือข่ายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและถือเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องดูแลเอาใจใส่ประชาชน จึงจัดโครงการนี้ขึ้น โดยผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาประกอบด้วยผู้แทนสหภาพแรงงานและผู้แทนจากองค์กรนายจ้างจำนวนรวม 200 คน

สภ.เมืองระยอง แจงข้อเท็จจริงกรณีมีข่าวคนร้ายลักพาตัวเด็ก

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 18 มิ.ย.57 ที่หน้าตำรวจภูธรจังหวัดระยอง พันตำรวจเอกฐานวัฒน์ ธีรโชติเรืองชัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง เปิดเผยถึงกรณีข่าวคนร้ายลักพาตัวเด็ก โดยในข่าวระบุว่าเกิดบริเวณร้านตี๋ผลไม้ ศูนย์การค้าระยอง อำเภอเมืองระยอง ซึ่งได้ตรวจสอบแล้วเป็นเรื่องเข้าใจผิด ทั้งนี้จากเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2557 เวลา 10.00 น .ร.ต.อ.ชัชวาลย์ ไชยพา รองสารวัตรป้องกันและปราบปรามเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองระยองที่ออกตรวจป้องกันเหตุในศูรนย์การค้าระยองได้รับแจ้งเหตุจากหญิงคนหนึ่งว่า บุตรสาวอายุ 4 ขวบ หายไปใกล้บริเวณที่เป็นข่าว โดยมีผู้พบเห็นหญิงคนหนึ่งจูงมือไปยังสถานีขนส่งระยอง จึงพร้อมด้วยชุดเคลื่อนที่เร็วได้ออกติดตาม จนกระทั่งพบเด็กอยู่ในละแวกใกล้เคียง สอบถามหญิงที่จูงเด็กคนดังกล่าว ทราบว่าเป็นญาติพี่น้องที่มาซื้อของด้วยกัน โดยมารดาเด็กหญิงคนนั้นกล่าวยืนยันว่าเป็นความจริงและเป็นเรื่องเข้าใจผิด จากนั้นได้รีบเดินหลบไปโดยไม่แจ้งข้อมูลส่วนตัวให้ทราบ จากการสอบถามพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรเมืองระยองทุกนายยืนยันว่าไม่ได้รับแจ้งเหตุเด็กหายจากผู้อื่นอีก นอกจากนี้จากการตรวจสอบศูนย์ข้อมูลเด็กหาย มูลนิธิกระจกเงา (080 – 775 – 2673) ก็ยืนยันว่าไม่ได้รับแจ้งเหตุเด็กหายจากพื้นที่จังหวัดระยองเช่นกัน ในกรณีที่เกิดเป็นข้าวทางสื่ออนไลน์ น่าจะเกิดจากพลเมืองดีผ่านมาเห็นเหตุการณ์แล้วลงข่าวโดยไม่ได้ติดตามให้ตลอด ทำให้ข่าวดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกหวาดกลัวให้กับประชาชนในจังหวัดระยองเป็นอย่างมาก ทางสถานีตำรวจภูธรเมืองระยองจึงขอชี้แจงท้อเท็จจริง ข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องเข้าใจผิด

คนร้ายบุกเดี่ยวขี่รถจักรยานยนต์มาจอดทางเข้าบ้าน ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงถล่มบ้านอดีตตำรวจชุมชน พรุนกว่า 20 นัด สองแม่ลูกนอนอยู่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด แม่ครวญน้อยใจเสียใจ ทำไม่ต้องทำกันถึงขนาดนี้ ตำรวจคาดสาเหตุพัวพันยาเสพติด

เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 19 มิ.ย. ร.ต.ท.ธงชัย กาสีใส ร้อยเวร สภ.บ้านค่าย จ.ระยองรับแจ้งจากนางเชย เงินบุคคล อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/5 ถนนสายสวนหลาว-ดอนจันทร์ หมู่ 1 ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย และนายสุชาติ สายพิณ อายุ 42 ปี สองแม่ลูก ว่าเมื่อเวลา 04.30 น.วันเดียวกันขณะกำลังนอนหลับอยู่ในห้องนอน มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนยิงใส่บ้านเสียงดังสนั่นหวั่นไหว หลังเสียงปืนสงบออกมาดูไม่พบคนร้ายแต่อย่างใด หลังรับแจ้งจึงรายงาน พ.ต.อ.อธิก ลาภานุพัฒน์ ผกก.สภ.บ้านค่าย จึงเดินทางมาดูที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บ้านค่าย

ในที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนสายสวนหลาว-ดอนจันทร์ ซึ่งเป็นทางเข้าบ้านที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด เอ็ม 16 ตกอยู่จำนวน 22 ปลอก และหัวกระสุนปืน 3 หัว เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการตรวจสถานที่เกิดเหตุ มีบ่อน้ำอยู่หน้าบ้าน พบรอยกระสุนบริเวณปากบ่อจำนวน 1 รูและที่ไม้ปากบ่อน้ำใช้สำหรับแขวนลอกตักน้ำมีรอยกระสุนจำนวน 2 รู หลังบ่อน้ำเป็นผนังคอนกรีตห้องนอน พบรอยกระสุนรวม 14 รู ถังน้ำพลาสติกถูกกระสุนแตกร้าว ฝาไม้หน้าบ้านถูกยิงทะลุ 1 รู หลังคากระเบื้องในห้องนอนแตกเป็นรูโหว่ เจ้าหน้าที่พบหัวกระสุนตกบริเวณผนังห้องคอนกรีตจำนวน 3 หัว

จากการสอบสวนนางเชย เงินบุคคล เจ้าของบ้านให้การว่าเมื่อเวลา 04.30 น.วันเดียวกันขณะกำลังนอนหลับได้ยินเสียงปืนดังติดต่อกันจำนวนหลายนัด ไม่กล้าออกมาดูจนรุ่งเช้านางสมโภชน์ เงินบุคคล อายุ 65 ปี น้องสาวมีบ้านพักอยู่ฝั่งตรงข้ามได้เดินมาที่บ้านร้องเรียกว่ามีใครถูกยิงหรือเปล่า ตนจึงเปิดบ้านออกมาดูพบว่าบ้านถูกยิงได้รับความเสียหายหลายแห่งกระเบื้องหลังคาแตกเป็นรูพรุนพร้อมกล่าวว่ารู้สึกเสียใจ ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้

นางสมโภชน์ เงินบุคคล อายุ 65 ปี น้องสาวนางเชย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุหลังกลับจากกรีดยางเดินเข้าไปในบ้านต้มน้ำร้อนใส่บะหมี่สำเร็จรูปกำลังจะกิน ก็ได้ยินเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวจึงแอบดูเห็นชายฉกรรจ์ไม่สวมหมวกนั่งคร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์มองไม่ชัดว่าสีอะไรและไม่ทราบยี่ห้อ ใช้ปืนยาวกำลังยิงใส่บ้านพี่สาวแล้วก็ขี่รถจักรยานยนต์หนีไป

น.ส.บุญชู ผ่องฉาย อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122/1 หมู่ 3 ต.หนองละลอก ลูกสาวนางเชย กล่าวว่า เปิดร้านขายของชำที่บ้านถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนยิงใส่บ้านรวม 4 นัด เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมาแต่ไม่ได้แจ้งความ

ด้านนายสุชาติ สายพิณ อายุ 42 ปี ลูกชายนางเชย กล่าวว่า ในอดีตเมื่อ 10 ปีเศษที่ผ่านมาเคยเป็นตำรวจชุมชน ร่วมกับพวกออกปราบปรามยาเสพติดจนถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงใส่บ้าน รวม 5 นัดไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใดและเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาคนร้ายไม่สวมหมวกกันน็อก ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบสีและยี่ห้อมาจอดริมถนนห่างจากบ้าน 30 เมตร จุดเดียวกับที่คนร้ายยิงเมื่อ 10 ปีก่อน ขณะกำลังนอนหลับได้ยินเสียงคล้ายปืนกลดังถี่ยิบ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะแถบนี้มีคนยิงปืนกันเป็นประจำ จึงนอนต่อจนรุ่งเช้าออกมาดูจึงรู้ว่าบ้านถูกยิง ซึ่งไม่เข้าใจว่าคนร้ายต้องการอะไร และยิงถล่มบ้านตนเองทำไม เนื่องจากที่ผ่านมา ตนก็ไม่ได้มีเรื่องขัดแย้งกับใคร

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจฯ ได้เร่งสอบปากคำสองแม่ลูกบ้านเกิดเหตุรวมทั้งน้องสาวที่เห็นเหตุการณ์อย่างเร่งรีบ ส่วนเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกสืบสวนหาข่าวเส้นทางคนร้ายที่หลบหนี เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากพัวพันเรื่องยาเสพติด หรือแก๊งค้ายาบ้าที่เคยปราบปรามสมัยเป็นตำรวจชุมชนกลับมาแก้แค้น

จังหวัดจันทบุรี เร่งกระจายผลผลิตผลไม้ป้องกันผลไม้ล้นตลาดราคาตกต่ำ

จังหวัดจันทบุรีจัดกิจกรรมปล่อยคาราวานผลไม้ กระจายผลผลิตคุณภาพสู่อาเซียนเพิ่มช่องทางการตลาด ป้องกันแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาดราคาตกต่ำ

เมื่อเย็นวันที่ 18 มิถุนายน ที่ลานขนถ่ายสินค้า ศูนย์ปฏิบัติราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดจันทบุรีได้จัดกิจกรรม กระจายผลไม้คุณภาพจังหวัดจันทบุรีสู่อาเซียน เพื่อประชาสัมพันธ์ สร้างภาพลักษณ์ระบบการกระจายผลผลิตคุณภาพของจังหวัดจันทบุรีไปสู่ผู้บริโภคปลายทางในต่างประเทศ กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย พม่า และลาว โดยมีผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พลเรือตรีนพพร วุฒิรณฤทธิ์ รองผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เกษตรและสหกรณ์จังหวัด ประธานสภา อบจ.จันทบุรี และรองนายก อบจ.จันทบุรีร่วมสัมผัสลูกบอลเปิดงาน พร้อมทั้งปล่อยขบวนรถคาราวานผลไม้คุณภาพไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศ กระจายผลผลิต เพิ่มช่องทาง การตลาด ป้องกันแก้ไขปัญหาผลไม้ล้นตลาด ราคาตกต่ำ ช่วยให้เกษตรกรชาวสวนในจังหวัดจันทบุรีมีรายได้เพิ่มขึ้น

สำหรับสถานการณ์ผลไม้ในช่วงนี้ ทั้งเงาะ และมังคุดกำลังออกสู่ตลาดจำนวนมาก อีกทั้งปัญหาแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาที่ตื่นกับข่าวลือเดินทางกลับบ้านจึงขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยวผลผลิต รวมทั้งล้งที่รับซื้อผลไม้ก็ขาดแคลนแรงงานเช่นกันส่งผลให้การกระจายผลผลิตของเกษตรกรชาวจันทบุรีเริ่มมีปัญหาแต่ทางจังหวัดได้เตรียมป้องกันแก้ไขไว้แล้ว และพร้อมทันทีที่จะแทรกแซงราคาหากผลผลิตล้นตลาดราคาตกต่ำ



จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 19  มิ.ย.57 )
                  ธเนศ  เธียรนันทน์/ตรวจข่าว  

ส.ปชส. จันทบุรี จับมือ ปภ. จัดประชุมชี้แจงเชิงปฏิบัติการซ้อมแผนป้องกันอัคคีภัย

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรี ประชุมชี้แจงเชิงปฏิบัติการประชาสัมพันธ์เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสาธารณภัยและภาวะวิกฤต ด้านการป้องกันและระงับอัคคีภัย

วันนี้ ( 19 มิ.ย.57 ) ที่บริเวณศาลเจ้าที่ตลาดล่าง ริมน้ำจันทบูรณ์ จังหวัดจันทบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรีร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรีไดจัดประชุมชี้แจงเชิงปฏิบัติการประชาสัมพันธ์เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสาธารณภัยและภาวะวิกฤต พร้อมฝึกซ้อมแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับจังหวัด ด้านการป้องกันและระงับอัคคีภัย เพื่อสนองตอบปีแห่งการรณรงค์ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอัคคีภัย กรมประชาสัมพันธ์จึงได้มอบหมายให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดทุกจังหวัดจัดโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสาธารณภัยและภาวะวิกฤตขึ้นโดยมีนายสมหมาย วิเชียรฉันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานเปิดการสัมมนาและเปิดฝึกซ้อมแผนป้องกันสาธารณะภัย

ทั้งนี้ชุมชนริมน้ำจันทบูรณ์ถือเป็นพื้นที่เสี่ยงเนื่องมีบ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้และอยู่ติดกันอย่างหนาแน่นอาจเกิดอัคคีภัยได้ง่ายและยากแก่การควบคุมซึ่งอาจส่งผลต่อความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน สาเหตุการเกิดอัคคีภัยส่วนใหญ่มักเกิดจากความประมาทและขาดความระมัดระวัง โดยเฉพาะในที่อยู่อาศัย ซึ่งกลุ่มเป้าหมายในการจัดโครงการครั้งนี้เป็นสื่อมวลชนทุกแขนง จำนวน 30 คน ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจถึงบทบาท ภารกิจของสื่อมวลชน ในการเตรียมความพร้อมและซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติ ให้สามารถประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไปสู่ประชาชนได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอนวิธีการ เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดการตื่นตระหนก และให้ความร่วมมือกับภาครัฐด้วยดี อันจะช่วยลดภาวะสูญเสียได้ในระดับหนึ่ง โดยการสัมมนาครั้งนี้ได้จัดให้มีการบรรยายเรื่อง "บทบาทของสื่อมวลชน กับการป้องกันแก้ไขปัญหาสาธารณภัยและภาวะวิกฤต” โดย นายธเนศ เธียรนันท์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี และการบรรยายเรื่อง "สิ่งที่ ปภ. ต้องการความร่วมมือจากสื่อมวลชน เมื่อเกิดเหตุสาธารณภัยและภาวะวิกฤต” โดยนายวิสุทธิ์ ประกอบความดี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรี นอกจากนี้ยังมีการร่วมฝึกซ้อมแผนบนโต๊ะ (Table Top Exercies : TTX.) ด้านการป้องกันและระงับอัคคีภัย ประจำปี 2557 ด้วย



จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 19  มิ.ย.57 )
                  ธเนศ  เธียรนันทน์/ตรวจข่าว

พัทยา-ทหาร ตำรวจ กสทช. บุกยึดสถานีวิทยุ 3 แห่ง ออกอากาศละเมิดคำสั่ง คสช. พร้อมยึดเครื่องส่งกระจายเสียงรวม 6 เครื่อง

กสทช.ประสาน ทหาร ตำรวจ บุกยึดสถานีวิทยุ 3 แห่ง ออกอากาศละเมิดคำสั่ง คสช. พร้อมยึดเครื่องส่งกระจายเสียงรวม 6 เครื่อง ในเมืองพัทยา

นายเจษฎา สุขนิยม ผอ.สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เขต 5 (จันทบุรี) พร้อมด้วย ร.ท.ขุนดง เพ็ชรไธสง ร้อย รส.ที่ 8 ฐานทัพเรือสัตหีบ นำกำลังทหารพร้อมหมายศาลเข้าตรวจสอบสถานีวิทยุรวม 4 แห่งในพื้นที่เมืองพัทยา ที่ละเมิดคำสั่ง คสช. และ กสทช. เพราะยังเปิดดำเนินการวิทยุกระจายเสียงอยู่

โดยจุดแรกเข้าตรวจสอบสถานีวิทยุช้างสยาม คลื่นความถี่เอฟเอ็ม 105.00 MHz. ตั้งอยู่เลขที่ 6/28 ริมถนนสุขุมวิท ตรงข้ามปากซอยพรประภานิมิตร หมู่ 9 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง มีนางฌณิชา สารทอง อายุ 41 ปี นำพาเข้าตรวจค้น จุดที่ 2 ตรวจสอบ บริษัท มังกรธุรกิจ จำกัด เลขที่ 20/15-16 ซอยเดย์ไนท์ พัทยาใต้ หมู่ 10 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง เจ้าของคลื่นความถี่ 96.00 MHz. มีนายธนพงษ์ บยอร์นมาร์เทนโคลอฟ อายุ 23 ปี พาเข้าตรวจค้น และจุดที่ 3 เข้าตรวจสอบบริษัท ทิพย์มณีเคเบิลทีวี เลขที่ 263/92-93 ถนนชัยพฤกษ์ 2 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง คลื่นความถี่ 89.50 MHz. มี Mr.Sergey Petrushev อายุ 44 ปี สัญชาติรัสเซีย เจ้าของสถานี ที่มาเช่าเวลาจากทิพย์มณีเคเบิลทีวี เป็นผู้นำตรวจ โดยทั้ง 3 แห่ง เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดเครื่องกำเนิดความถี่ และเครื่องขยายกำลังส่งวิทยุ รวม 6 เครื่องไว้เป็นหลักฐาน

นายเจษฎา สุขนิยม เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้สถานีวิทยุทั้ง 3 แห่ง ได้กระทำการละเมิดคำสั่ง คสช. และ กสทช. ที่ให้สถานีวิทยุทุกแห่งทั่วประเทศงดการกระจายเสียง ตามประกาศฉบับที่ 32 และฉบับที่ 66 เว้นแต่จะได้รับอนุญาต แต่จากการตรวจสอบพบว่าทั้ง 3 แห่ง ยังมีการเปิดกระจายเสียงอยู่ จึงนำกำลังเข้าตรวจยึดเครื่องกำเนิดความถี่และเครื่องขยายกำลังส่งวิทยุ ซึ่งสถานีวิทยุที่สามารถกระจายเสียงได้จะต้องผ่านหลักเกณฑ์การตรวจสอบของ กสทช. โดยจะมีหนังสือเชิญเจ้าของสถานีวิทยุไปทำหนังสือข้อตกลงเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ ถึงจะออกอากาศกระจายเสียงตามคลื่นความถี่นั้นๆ ได้ตามปกติ



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

ชลบุรี จัดการประชุมขับเคลื่อนนโยบายปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปจังหวัด

วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2557 นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมกับพล.ต.ณัฐ อินทรเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 พลตำรวจตรี ธเนศ พิณเมืองงาม รองผู้บัญชาการตำรวจภาค 2 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และ  พลตรี รณกร  ดุลยรัตน์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชลบุรี ได้จัดการประชุมขับเคลื่อนนโยบายปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปจังหวัดชลบุรี ณ ห้องประชุมชลบุรี ชั้น3 ศาลกลางจังหวัดชลบุรี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมพร้อมเพียงกัน

นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ความไม่สงบเรียบร้อย ในบ้านเมือง มีความขัดแย้งทางความคิดทางการเมืองอย่างรุนแรง ประชาชนเกิดความคิดต่าง แบ่งกลุ่ม แบ่งฝ่ายทำให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติ ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีนโยบายการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยให้ส่วนราชการดำเนินการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปขึ้น เพื่อปลูกฝังสำนึกรักสามัคคี และเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ นำความสงบสุขสู่สังคมและประเทศชาติได้โดยเร็ว

สำหรับจังหวัดชลบุรี ได้มอบหมายภารกิจหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานราชการ ดำเนินการดังนี้ จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจจังหวัดชลบุรี เพื่อสนับสนุนการรักษาความสงบแห่งชาติ การชี้แจงทำความเข้าใจประชาสัมพันธ์ การจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) จังหวัดชลบุรี การป้องกันและปราบปรามการกระทำที่ไม่เหมาะสมต่อสถานบันสำคัญของชาติ การกวดขันห้ามเล่นการพนัน ส่งมอบอาวุธฯ ตรวจค้นอาวุธสงคราม ติดตาม ตรวจสอบกลุ่มทวงหนี้ชาวนาที่ไม่ชองด้วยกฎหมาย การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การปราบปรามยาเสพติด การจัดระเบียบรถรับจ้างสาธารณะ (รถจักรยานยนต์ รถตู้ เป็นต้น) การตรวจสอบสถานีวิทยุชุมชนที่ไม่ได้รับอนุญาต การระงับการชุมชนต่อต้าน การจัดระเบียบสังคมสถานบริการ สถานประกอบการ หอพัก ร้านเกมส์ เป็นต้น ติดตามสถานการณ์ หาแนวทางปฏิบัติประจำวันและประชาสัมพันธ์ กรอบแนวทางการสร้างความปรองดองสมานฉันท์จังหวัดชลบุรี (Road Map) และแผนการสร้างความปรองดองสมานฉันท์จังหวัดชลบุรี (Road Map)

นอกจากนี้ จังหวัดชลบุรี ได้มอบหมายให้อำเภอทุกอำเภอ ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูป โดยการจัดกิจกรรม “ชลบุรีปรองดองสมานฉันท์ เทิดทูนสถาบันรวมพลังต่อต้านยาเสพติด” ในวันที่ 26 มิถุนายน 2557 นี้



ปริญญา/ข่าว/ภาพ 

วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2557

กองพันทหารช่างที่ 2 รักษาพระองค์ จัดกิจกรรม ”แต่งแต้มกำแพงสวยด้วยสีเล่าภาพพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี

วันนี้ (14 มิ.ย. 57) พลตรี องอาจ ชวาลวิวัฒน์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นประธานเปิดโครงการแต่งแต้มกำแพงสวยด้วยสีเล่าภาพพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ที่จะทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา ในปีพุทธศักราช 2558 โดยมี  พ.ท. เกียรติพนธ์ ประทุรัตน์ ผู้บังคับกองพันทหารช่างที่ 2 รักษาพระองค์ ข้าราชการ ทหาร และนักเรียน เข้าร่วมพิธีเปิด ณ บริเวณด้านหน้า กองพันทหารช่างที่ 2 รักษาพระองค์ (ค่ายศรีโสธร) อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา

พ.ท. เกียรติพนธ์ ประทุรัตน์ ผู้บังคับกองพันทหารช่างที่ 2 รักษาพระองค์  กล่าวว่า โครงการแต่งแต้มกำแพงสวยด้วยสีเล่าภาพพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานถ้วยรางวัลในการนี้เพื่อเป็นการแสดงถึงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ทรงเยี่ยมราษฎรในถิ่นทุรกันดารและชนบทห่างไกลโดยมิได้เห็นแก่ความเหนื่อยพระวรกาย และด้วยพระราชกรณียกิจอันคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนสุดจะคณานับได้ กองพันทหารช่างที่ 2 รักษาพระองค์ จึงได้จัดกิจกรรมการประกวดวาดภาพบนกำแพงค่ายศรีโสธร ภายใต้หัวข้อ "พระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ เป็นการปลุกจิตสำนึกแสดงความจงรักภักดีเทิดทูนพระเกียรติและเผยแพร่พระราชกรณียกิจ และเพื่อพัฒนาความฉลาดทางด้านศิลปะ ให้แก่เด็กและเยาวชนไทย อีกทั้งยังเป็นการปรับภูมิทัศน์กำแพงกองพันทหารช่างรักษาพระองค์ให้มีความสวยงามอีกด้วย

สำหรับการประกวดการวาดภาพบนกำแพง  พระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันนี้มีโรงเรียนส่งเข้าแข่งขันจำนวน 17 โรงเรียน แบ่งเป็น 3ระดับได้แก่ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยผู้ชนะการแข่งขันแต่ระระดับจะได้รับ ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษาจำนวน 3000 บาท



ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา  

สำนักงานสหกรณ์จังหวัดฉะเชิงเทราจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดมันสำปะหลังฉะเชิงเทราปี 2557

วันนี้ (14 มิ.ย. 57) นายปัญญา เอี่ยมอ่อน ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธานเปิดงานส่งเสริมการตลาดมันสำปะหลังฉะเชิงเทราปี 2557  โดยมี นางสาววาสนา เนียมสูงเนิน  นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการพิเศษ กล่าวรายงาน  ผู้แทนสถาบันเกษตรกรในจังหวัดฉะเชิงเทราและประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงาน ณ ณ บริเวณโรงสีข้าวพระราชทาน ศูนย์การศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.พนมสารคาม จ. ฉะเชิงเทรา

ทั้งนี้เนื่องจากจังหวัดฉะเชิงเทรามีเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังจำนวนมากมีปริมาณผลผลิตเป็นอันดับสองของภาคตะวันออกและมักจะพบปัญหา ผลผลิตต่อไรตกต่ำ และราคาผลผลิตตกต่ำ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงได้จัดจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดมันสำปะหลังฉะเชิงเทรา เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต การแปรรูปและการตลาดครบวงจร และเป็นการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังคุณภาพดีผลิตโดยสถาบันเกษตรกรในจังหวัดเชิงเทรา  โดย กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย นิทรรศการมันสำปะหลังเชิงคุณภาพ , ทอล์คโชว์ หัวข้อ "เรื่องมันๆ ( มันสำปะหลัง)ของเกษตรกรไทย”,การจัดทำบันทึกข้อตกลงการซื้อ –ขายมันเส้นสะอาดของสถาบันเกษตรกร, โรงสีพระราชทาน ,นิทรรศการวาระแห่งชาติด้านการสหกรณ์ และ กิจกรรมสินค้าลดค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสในสมาชิกสถาบันเกษตรกรในจังหวัดฉะเชิงเทรา  และประชาชนทั่วไป ได้เรียนรู้ขั้นตอนการผลิตมันสำปะหลังเชิงคุณภาพ เพื่อการเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตของเกษตรกร การแปรรูปขั้นต้น (การผลิตมันเส้นสะอาด )



ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

กปช.จต.ประกอบพิธีบวงสรวงเตรียมจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์

ผู้บัญชาการทหารเรือเป็นประธานในพิธีบวงสรวงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในการเตรียมก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ภายในค่ายตากสินจังหวัดจันทบุรีท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

วันนี้ ( 14 มิ.ย.57 ) ที่บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ภายในกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน ค่ายตากสินจังหวัดจันทบุรี พลเรือเอก ณรงค์  พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีบวงสรวงถวายเครื่องราชสักการะแด่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เนื่องในโครงการจัดเตรียมก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ ประวัติศาสตร์จังหวัดจันทบุรี หรืออาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ค่ายตากสินจังหวัดจันทบุรี โดยพลเรือโท สนธยา น้อยฉายา ผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน กลุ่มพลังมวลชนร่วมพิธีจำนวนมากท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์ ประวัติศาสตร์จังหวัดจันทบุรีจะเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมาของจังหวัดจันทบุรี เทิดพระเกียรติ และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเจพระเจ้าตากสินมหาราชและบรรพบุรุษของปวงคนชาวไทย ที่ทรงตรากตรำ รวบรวมไพล่พลที่จังหวัดจันทบุรีก่อนไปกอบกู้อิสรภาพกรุงศรีอยุธยา กำหนดพื้นที่ก่อสร้างบริเวณสนามเทนนิสภายในค่ายตากสินจังหวัดจันทบุรีงบประมาณการก่อสร้าง 20 ล้านบาทกำหนดแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2558 

ในโอกาสเดียวกันนี้ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวงแล้ว กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ร่วมกับกองรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 ส่วนแยก 3 ได้จัดกิจกรรมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้แก่ชาวจันทบุรี มีข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้นำท้องถิ่น กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนสมาคม มูลนิธิ องค์กรภาคเอกชน กลุ่มพลังมวลชน ประชาชนร่วมกิจกรรมจำนวนมาก



จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 14 มิ.ย.57 )
                        ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว