วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

อำเภอบ้านฉาง จัดโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์

เมื่อเวลา07.30 น.วันที่ 2 กรกฎาคม ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง จัดโครงการเดินรณรงค์สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ปฏิญาณตน โดยนายธีรวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธี โดยมี พ.ต.อ.เทอดเกียรติ วิริยะสถิตกุลผกก.สภ.บ้านฉาง ข้าราชการตำรวจ พันเอก บุรินทร์ ฐาปณพงศธร สัสดีจังหวัดระยอง ข้าราชการฝ่ายปกครองอำเภอบ้านฉาง นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง สมาชิกสภาเทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและนักเรียนร่วมในพิธีจำนวนมาก

นายอินทรีย์ เกิดมณี นายอำเภอบ้านฉาง กล่าวรายงานว่าในนามของข้าราชการพนักงานรัฐวิสาหกิจ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ผู้บริหารและสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรภาคเอกชนกลุ่มพลังมวลชนและพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบ้านฉางเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้เพื่อเป็นการสนับสนุนแนวทางการดำเนินงาน การสร้างความรัก ความสามัคคี ปรองดองสมานฉันท์ ในประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ร่วมมือร่วมใจกับทางราชการพัฒนาประเทศชาติ ตามเจตนารมณ์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและเหนืออื่นใด คือความต้องการให้พี่น้องชาวไทยทุกกลุ่มทุกฝ่าย คำนึงถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์มากกว่าสิ่งอื่นใด

นายธีรวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยอง ประธานในพิธี ได้กล่าวนำปฏิญาณตนและร่วมกันร้องเพลง รักกันไว้เถิด และนางนิรมล ธำรงราชนิติ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฏหมายและบังคับคดี จังหวัดระยอง กล่าวนำปฏิญาณตนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีและความรุนแรงในครอบครัว จากนั้นได้เดินรณรงค์สร้างความปรองดองสมานฉันท์ไปตามถนนสุขุมวิท ถึงสี่แยกไฟแดง(หาดพยูน-ชากหมาก) เลี้ยวกลับมาที่ว่าการอำเภอบ้านฉาง

ตร.สภ แกลง รวบแก๊งลักรถจักรยานยนต์ ลักทรัพย์ในสถานศึกษา ผู้ต้องหาชายหญิง 14 คน ของกลางหลายรายการ รวมทั้งแท็ปเล็ตของนักเรียนที่ถูกโจรกรรมมาด้วย

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 2 ก.ค. ที่สภ.แกลง จ.ระยอง พล.ต.ต.รุ่งฤทธิ์ ซุ่นทรัพย์ รักษาการ ผบก.ภ.จว.ระยอง พ.ต.อ.ไตรศูร เนียมทรัพย์ รอง ผบก.ภ.จว.ระยอง พ.ต.อ.จตุวัฒน์ กิ่งบัวหลวง ผกก.สภ.แกลง ร่วมแถลงข่าวจับกุมแก๊งโจรกรรม รถ จยย.และลักทรัพย์ในสถานศึกษา พร้อมผู้ต้องหาชายหญิงรวม 14 คน 1. นายสุทธชาติ หรือดำ นิลนาจักร์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 155 ม. 4 ต.กร่ำ อ.แกลง ระยอง 2.นายศิริพงค์ หรือหนู บุญยิ่งอายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 196 หมู่ 8 ต.บ้านนา อ.แกลง 3.นายวันมา ภักดีงาม อายุ 30 ปี 4.นายจีระศักดิ์ ใจหาญ อายุ 28 ปี 5. นายวินัย สินทรัพย์ อายุ 33 ปี 6.นายไผ่ ภิญโญ อายุ 38 ปี 7.นายบรรจง คงทน อายุ 34 ปี 8.น.ส.ศิริพร สาครเสถียร อายุ 47 ปี 9.นางจรีนันท์ บัวจร อายุ 30 ปี 10.น.ส.น้ำฝน บุญสุด อายุ 22 ปี 11.น.ส.นิชนันท์ ไชโย อายุ 26 ปี 12.น.ส.ปุณยนุช ถึงไชย อายุ 28 ปี (ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์และเสพยาเสพติด )13นายสินชัย หรือต้อม พูนสวัสดิ์ อายุ 42 ปี 14.นายสมบัติ หรือมี่ ภิญโญ อายุ 39 ปี (ข้อหารับของโจร) พร้อมของกลาง รถจยย. 6 คัน แทปเล็ต5 เครื่อง เครื่องเล่นซีดี 2 เครื่อง แอมป์ขยายเสียง 1 เครื่อง ยาไอซ์0.03 กรัม ยาบ้า 6 เม็ด กุญแจผี 1 อัน ไขควง ปากแบน 1 ชุด โดยมีผู้เสียหายมายืนดูหน้าผู้ต้องหาและรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรม

พล.ต.ต.รุ่งฤทธิ์ รักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดระยอง กล่าวว่าพฤติกรรมแก๊งนี้ มีนายสุทธิชาติ หรือดำ เป็นหน.แก๊ง ร่วมกับนายศิริพงค์ หรือหนู ตระเวนลักรถจักรยานยนต์ตามห้างสรรพสินค้า บ้านเรือนประชาชน ที่จอดทิ้งไว้หน้าบ้านหรือที่ทำงาน แล้วส่งต่อให้เพื่อนร่วมแก๊งนำไปขาย หาเงินเที่ยวเตร่ และซื้อยาบ้าเสพ นอกจากนี้ได้ไปงัดหน้าต่างโรงเรียนวัดโพธิ์ทอง ต.บ้านนา และโรงเรียนรุ่งนภาพิทยา เขตเทศบาลตำบลเมืองแกลง ขโมยแท๊ปเล็ตของเด็กนักเรียน เครื่องเล่นซีดีและแอมป์ขยายเสียง ของโรงเรียน พร้อมชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แกลง ที่สามารถติดตามจับกุมแก๊งนี้ได้ยกแก๊ง..



วฐิต กลางนอก/ระยอง 0871373960

จังหวัดระยอง จัดประชุมซักซ้อมแนวทางปฏิบัติการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ

จังหวัดระยอง จัดประชุมซักซ้อมแนวทางปฏิบัติการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ

วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 เวลา 09.00 น ณ ห้องอุตรกิจพิจารณ์ ศาลากลางจังหวัดระยอง จังหวัดระยองจัดประชุมเร่งด่วนซักซ้อมแนวทางปฏิบัติการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จตามมาตรการชั่วคราวในการดำเนินการต่อแรงงานต่างด้าว เพื่อกำหนดให้มีการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว โดยมี นายธีรวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยอง เป็นประธานการประชุม และมีหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด ที่เกี่ยวข้อง องค์กรบริหารส่วนจังหวัดระยอง อำเภอต่างๆ เข้าร่วมประชุมซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว และเป็นการเตรียมความพร้อมของศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในวันที่ 7 กรกฎาคม 2557 นี้ ทั้งนี้จังหวัดระยองได้จัดตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ ณ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติตากสินระยอง ภายในสนามกีฬากลางจังหวัดระยอง ถ.สุขุมวิท ต. เนินพระ อ. เมือง จ.ระยอง เพื่อจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนม่าร์ ลาว และกัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 7-30 กรกฎาคม 2557 เวลา 08.30 น ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยให้มารายงานตัวและรับบัตรคิวก่อนเวลา 15.00 น. ของแต่ละวัน โดยแยกเป็น 8 อำเภอดังนี้ แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอเมือง ตั้งแต่วันที่7-11 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอแถลง ตั้งแต่วันที่ 12-14 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่ อำเภอปลวกแดง ตั้งแต่วันที 15-17 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอนิคมพัฒนาตั้งแต่วันที่ 18-19 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอบ้านฉาง ตั้งแต่วันที่ 20-21 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอบ้านค่าย ตั้งแต่วันที่ 22-23 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอวังจันทร์ วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอเขาชะเมา วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 และแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ทุกอำเภอ (เฉพาะที่ตกค้าง) ตั้งแต่วันที่ 25 –30 กรกฎาคม 2557

จึงขอประชาสัมพันธ์ให้นายจ้าง ผู้ประกอบการ นำแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ลาว หรือ กัมพูชา ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตสิ้นสุดแล้ว และอาศัยหรือทำงาน อยู่ในพื้นทีจังหวัดระยอง มาจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าว ณ ศูนย์ฯ ตามกำหนดต่อไป



สวรส รูปแก้ว /ข่าว

ผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา สนธิกำลังปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายภายในเรือนจำกลางฉะเชิงเทรา ตามนโยบาย คสช.

วันนี้ (4 ก.ค.57 ) นายอนุกูล   ตังคณานุกูลชัย   ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา/ผู้อำนวยการศูนย์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดฉะเชิงเทรา  พร้อมด้วยนาย บัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา   นายเดชาใจยะ  ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา  นายธวัชชัย  ชัยวัฒน์  ผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดฉะเชิงเทรา  พล.ต.ต.เชิดชาย  เสขะนันทน์  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา พล.ต. องอาจ ชวาลวิวัฒน์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา พ.อ. ณรงค์  พฤกษารุ่งเรือง  รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11    และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังทหาร ตำรวจ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.)  เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่เรือนจำประกอบด้วยชุดปฏิบัติการจำนวน140 นาย  ปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายภายในเรือนจำกลางฉะเชิงเทรา  เพื่อเป็นการปราบปรามเสพติดในเรือนจำ การป้องกันการซุกซ่อนอาวุธ การนำโทรศัพท์มือถือ สิ่งของต้องห้ามเข้ามาในเรือนจำ  รวมทั้งเป็นการป้องปรามปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดให้โทษ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของคสช.  ด้านการปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด

ซึ่งภายหลังจากการตรวจค้นสิ่งของต้องห้ามภายในเรือนจำกลางฉะเชิงเทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราและคณะได้ร่วมกันแถลงข่าว ผลการปฏิบัติการตรวจค้น ดังนี้ ตรวจค้นผู้ต้องขังชาย 3,668 คน หญิง 292 คน รวม 3,960 คน พบอุปกรณ์เหล็กแหลม จำนวน 4 เล่ม สื่ออนาจาร จำนวน 4 ชุด อุปกรณ์การเล่นพนัน จำนวน 1ชุด ไฟแช๊ค จำนวน 4 อัน นอกจากนี้ยังนำตัวผู้ต้องขัง มาตรวจสารเสพติดและสุ่มตรวจปัสสาวะโครงการ To be Number One /ชุมชนบำบัดระบบต้องโทษและโครงการเรือนนอนสีขาว จำนวน 427  คน ซึ่งผลการตรวจไม่พบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย



ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมทหารและคณะลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคลังสินค้า บริษัท เอเชียโกลเด้นไรซ์ จำกัด จังหวัดฉะเชิงเทรา

วันนี้ ( 4 ก.ค. 57) นายนิรันดร เอื้องตระกูลสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย พ.อ.บรมวิช วารุณประภา รอง ผบ.ร111 และคณะ ลงพื้น ตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว ณ บริษัท เอเชียโกลเด้นไรซ์ จำกัด ต.ท่าสะอ้าน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายไพศาลวิมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และ นายครรชิต สุขเสถียร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดฉะเชิงเทราให้การต้อนรับและร่วมตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว

ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า  สำหรับ โกดังแห่งนี้ เป็นโกดังแห่งแรกของจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่มีการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว หลัง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าว (นบข.) และคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณข้าวคงเหลือของรัฐฯ ออกตรวจสอบปริมาณข้าวในโกดังรัฐทั่วประเทศ ซึ่งในส่วนของจังหวัดฉะเชิงเทรามีโกดังกลางเก็บข้าวรัฐบาล จำนวนทั้งสิ้น 33 แห่ง โดยคาดว่าจะสามารถตรวจข้าวในสต๊อกแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคมนี้

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า  วันนี้ได้ทำการตรวจสอบข้าวขาว 5%  ปี 2555/56 จำนวน  121,969 กระสอบ ในคลังประมงหลังที่ 4 ของบริษัท เอเชียโกลเด้นไรซ์  จำกัด  ซึ่งจากการตรวจสอบของผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่ามีปริมาณข้าวถูกต้องตามบัญชีและในส่วนของคุณภาพข้าวจากการตรวจเบื้องต้นพบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่มีมาตรฐานแต่จะต้องทำการเก็บตัวอย่างข้าวกองละ 3 ถุง จากจำนวน 10 กอง และส่งไปตรวจสอบคุณภาพต่อไป ทั้งนี้โดยภาพรวมคลังจังหวัดฉะเชิงเทรานั้นมีคลังที่รับฝากข้าวสารเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 33 คลัง มีการประมูลและขายไปแล้วบางส่วนคงเหลือข้าวในคลังอีก 16 คลัง  มีโรงสีเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปี 2556/57 จำนวน 26 รายโดยเป็นโรงสี 24 ราย และจุดรับจำนำของโรงสีภายในจังหวัดอีก 2 จุด



ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สืบสวนโรงพักพัทยาจับสมุนเอเย่นต์ค้ายาบ้ารายใหญ่เครือข่ายเรือนจำชลบุรี

พ.ต.อ.สุภธีร์ บุญครอง รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ภูมิสิทธิ์ สิงห์เถื่อน รอง ผกก.สส พ.ต.ท.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย รรท.รอง ผกก.ป. พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายโสภณ หรืออู๊ด รัตนะ อายุ 35 ปี ชาว จังหวัดชลบุรี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 4,000 เม็ด นายเอกชัย หรือเบริด สูหญ้านาง อายุ 19 ปี ชาว อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ของกลางยาบ้า 388 เม็ด และนายไพฑูรย์ หรือนัด ทีประเสริฐ อายุ 24 ปี ชาว จังหวัดหนองคาย พร้อมของกลางยาบ้า 100 เม็ด

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา สืบทราบว่า นายโสภณ หรืออู๊ด มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาบ้าทั้งในเขตจังหวัดชลบุรี และเมืองพัทยา จึงส่งสายลับออกสืบสวนหาข่าวจนทราบว่านายโสภณ กำลังขับรถตู้ขนยาบ้าออกมาจากซอยสวนผึ้ง ตำบลหนองรี ผ่านทางถนนหมายเลข 334 (ชลบุรี-บ้านบึง) จึงนำกำลังตำรวจเดินทางไปจับกุมตัวไว้ได้พร้อมของกลางยาบ้า 4,000 เม็ด จากการสอบสวนให้การรับสารภาพว่า เมื่อไม่นานมานี้เคยติดคุกในคดียาเสพติดและไปรู้จักกับเอเย่นต์ค้ายาบ้าคนหนึ่งที่เรือนจำจังหวัดชลบุรี พอพ้นโทษออกมาจึงได้รับการติกต่อว่าจ้างจากเอเย่นต์คนดังกล่าว ให้ทำหน้าที่คอยไปเอายาบ้าที่เครือข่ายนำไปทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อนำไปส่งให้กับลูกค้า โดยได้รับค่าจ้างเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาทต่อยาบ้า 1 มัด (2,000 เม็ด) จนมาถูกตำรวจจับกุมดังกล่าว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเดียวกันได้ทำการขยายผลไปจับกุมนายเอกชัย ได้ที่หน้าศาลเจ้า ใน ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง ส่วนนายไพฑูรย์ จับได้ที่เล้าไก่ ซอยบ้านกำนันเขียว ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง ซึ่งแนวทางการสืบสวนทราบว่าทั้งคู่ได้สั่งซื้อยาบ้าจากเอเย่นต์ใหญ่ในเรือนจำชลบุรี โดยมีนายโสภณ เป็นคนนำมาส่งให้ ภายหลังการสอบสวนเบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาทั้ง 3 คนว่ามียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ปริญญา/ข่าว/ภาพ 

“เปิดบ้านวิชาการ “รัตนจามจุรี ศรีพัทยา” 35 ปี แสงสว่างแห่งปัญญาสู่ 36 ปี การศึกษาเมืองพัทยาก้าวไกล

นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เป็นประธานกล่าวเปิดงานวันวิชาการ “เปิดบ้านวิชาการ “รัตนจามจุรี ศรีพัทยา” 35 ปี แสงสว่างแห่งปัญญาสู่ 36 ปี การศึกษา เมืองพัทยาก้าวไกล พร้อมด้วยนายวัฒนา จันทนวรานนท์ รองนายกเมืองพัทยา สมาชิกสภาเมืองพัทยา นายมานัส คงวัฒนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองพัทยา 7 คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครูผู้ปกครอง และนักเรียนโรงเรียนเมืองพัทยา เข้าร่วมพิธีเปิด ณ โรงเรียนเมืองพัทยา 7 (บ้านหนองพังแค)

สำหรับกิจกรรม เปิดบ้านวิชาการ “รัตนจามจุรี ศรีพัทยา” 75 ปี แสงสว่างแห่งปัญญาสู่ 36 ปี การศึกษา เมืองพัทยาก้าวไกล จัดขึ้นเพื่อนำเสนอรูปแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผลงานนักเรียน และเผยแพร่การจัดการศึกษาของโรงเรียนสู่ชุมชน รวมไปถึงเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความก้าวหน้าทางวิชาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในปัจจุบันโรงเรียนเมืองพัทยา 7 จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มีนักเรียนทั้งสิ้น จำนวน 2,245 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษาอีก 117 คน

ซึ่งงานวันวิชาการครั้งนี้ เป็นการจัดงานภายใต้แนวคิด เปิดบ้านวิชาการ “รัตนจามจุรี ศรีพัทยา” 35 ปี แสงสว่างแห่งปัญญาสู่ 36 ปี การศึกษาเมืองพัทยาก้าวไกล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ ความสามารถ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 20 ก่อเกิดทักษะในการคิดและแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้การปลูกฝังคุณธรรมเป็นฐาน เพื่อมุ่งเน้นพัฒนาคนแบบองค์รวมให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพและยกระดับมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนเมืองพัทยา7ต่อไป



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

ช้างแสนรู้ 9 เชือกหล่อเทียน เทศกาลเข้าพรรษา

สวนนงนุชพัทยา จัดหล่อเทียนพรรษายิ่งใหญ่ นำช้างแสนรู้ 9 เชือก ปางช้างสวนนงนุชพัทยา เป็นพรีเซ็นเตอร์เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ร่วมประเพณีหล่อเทียนพรรษา สืบสานประเพณีไทย สืบทอดพระพุทธ ศาสนา ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว และสร้างความปองดองสมานฉันท์ในวิถีพุทธ ภายใต้โครงการ  หล่อเทียนพรรษา 9 วัน 9 วัด 9 ต้น

นางพัทธนันท์ ขันติสุขพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไปสวนนงนุชพัทยา เป็นประธานในพิธีหล่อเทียนพรรษา 9 วัน 9 วัด 9 ต้น ณ ปรัมพิธีหน้าห้องอาหารวิวัฒน์  สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมี พระครูเกษมกิตติโสภณ เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ประกอบพิธีทางศาสนา เพื่อเกิดความเป็นสิริมงคล ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการหล่อเทียนพรรษา ซึ่งเป็นประเพณีที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาที่มีมาแต่โบราณกาล

โดยสวนนงนุชพัทยาได้นำช้างแสนรู้ จำนวน 9 เชือก ประกอบด้วย พลายไม้เมือง พังแสงดาว พังคริสมาสต์ พังพิมพ์ทอง พังหยก พังทับทิม พังขวัญเมือง พังแบมบี้ และพังทิมทอง มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ตัวแทนสวนนงนุชพัทยา ใช้งวงจับกระบวยตักน้ำเทียนเทเข้าแท่นหล่อเทียนพรรษา เพื่อเป็นการเชิญชวนให้นักท่องเที่ยว และเหล่าพุทธศาสนิกชนได้มาร่วมกันประกอบพิธีหล่อเทียนพรรษา เพื่อสืบสานประเพณีไทยที่มีมาแต่สมัยโบราณ และเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา รวมถึงการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว และที่สำคัญเป็นการสร้างความปองดองสมานฉันท์คืนความสุขให้คนในชาติแนววิถีพุทธ ตามนโยบายของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในปัจจุบัน โดยจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 1-9 ก.ค.57 ก่อนจะนำเทียนพรรษาไปถวายยังวัดต่างๆ จำนวน 9 วัด ได้แก่ วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร วัดสามัคคีบรรพต วัดนาจอมเทียน วัดอัมพาราม วัดบางเสร่คงคาราม วัดเขาบำเพ็ญบุญ วัดเขาคันธสมาทน์ วัดหนองจับเต่า และวัดใหม่อยู่สงัด เพื่อเป็นกุศลทานตามความเชื่อ หากบุคคลใดให้ทานด้วยแสงสว่างจะมีอานิสงส์เพิ่มพูนปัญญาหูตาสว่างไสว มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด และชีวิตรุ่งเรืองดั่งแสงเทียน

สำหรับประเพณีหล่อเทียนพรรษาได้ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี กล่าวคือ เมื่อถึงฤดูเข้าพรรษา บรรดาภิกษุสามเณรต้องเข้าจำพรรษาในวัด หรือสถานที่ที่กำหนดตลอดระยะเวลา 3 เดือน โดยมิให้ไปค้างแรมที่อื่น ในการนี้พระภิกษุสามเณรจะมีการทำวัตร สวดมนต์ทุกเช้าเย็น ซึ่งในสมัยโบราณยังไม่มีไฟฟ้าใช้ยามค่ำคืน ต้องอาศัยแสงสว่างจากไส้ตะเกียงน้ำมัน หรือประทีปโคมไฟอื่นๆ พุทธศาสนิกชนจึงร่วมใจกันหล่อเทียนจำนำพรรษา เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ได้ใช้จุดเวลาทำวัตรสวดมนต์ หรือจุดบูชาพระตลอด 3 เดือน ซึ่งในพื้นที่ตามชนบท การหล่อเทียนจำนำพรรษาจะทำกันอย่างเอิกเกริกสนุกสนาน ก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคีของคนในชุมชน ซึ่งการจัดกิจกรรมในวันนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสนองตอบต่อนโยบายของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการสร้างความปองดองสมาน ฉันท์ของคนในชาติตามแนววิถีพุทธในปัจจุบันอีกด้วย




ปริญญา/ข่าว/ภาพ

เทศบาลเมืองศรีราชา จัดงานวันคล้ายวันถึงแก่อสัญกรรม ท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี อย่างยิ่งใหญ่

นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ณ อนุสาวรีย์จอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี บริเวณหน้าเทศบาลเมืองศรีราชา

เทศบาลเมืองศรีราชา จัดกิจกรรมงานวันคล้ายวันถึงแก่อสัญกรรม ท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ผู้ก่อตั้งเมืองศรีราชาประจำปี 2557 อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งเทศบาลได้กำหนดจัดขึ้นทุกวันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี โดยในช่วงเช้าเวลา 05.30 นาฬิกา คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลและหัวหน้าส่วนการงาน ร่วมพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี และเวลา 07.00 นาฬิกาหน่วยงานภาครัฐและเอกชน พ่อค้า ประชาชน ร่วมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 80 รูป จากนั้น ได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ เจ้าอาวาส 9 วัด มาเจริญพระพุทธมนต์ และร่วมถวายภัตราหารเช้า เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้น นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีกล่าวสดุดีถวายแด่ท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี และมี นายธานี รัตนานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองศรีราชา เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมทั้งคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา หัวหน้าส่วนการงาน และพนักงานเทศบาล เข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากกองทหารเกียรติยศพลแตรเงิน เป่าแตรนอน เพื่อเป็นการแสดงเกียรติสูงสุดแด่ท่านเจ้าคุณ จากนั้นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จำนวนมากเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาด้านหน้าอนุสาวรีย์ ท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี เพื่อร่วมรำลึกถึงคุณงามความดีของท่านที่เป็นผู้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับอำเภอศรีราชา และประเทศชาติไว้เป็นอย่างมาก



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

มอบทุนการศึกษากว่า 2 ล้านบาท ให้บุตรทหารชายแดนใต้เพื่อเป็นและกำลังใจ

สมาคมภริยาทหารเรือ ระดมทุนการศึกษามอบให้กับบุตร-ธิดา ข้าราชการในสังกัดที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงทุนส่งเสริมการศึกษาต่อเนื่องบุตรของสมาชิกจนจบปริญญาตรี และปริญญาโท รวมกว่า 2 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เป็นขวัญและกำลังใจแก่บุตรของสมาชิกที่มีความขยันหมั่นเพียรและมีผลการเรียนดี

ที่หอประชุมนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นางอัจฉรา พิพัฒนาศัย นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ได้เป็นประธานมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรของสมาชิกสมาคมภริยทหารเรือ ประจำปี 2557 จำนวน 582 ทุน เป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับสมาชิกตลอดจนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่บุตรของสมาชิกที่มีความขยันหมั่นเพียรและมีผลการเรียนดี

สำหรับการมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ ประกอบด้วยทุนผูกพันที่เข้ารับการศึกษาในสถาบันของรัฐ จนถึงระดับปริญญาตรี-ปริญญาโท ทุนส่งเสริมการศึกษาในระดับประถมศึกษาถึงระดับอุดมศึกษา ทุนกรณีพิเศษมอบให้แก่บุตรของ พันจ่าเอกจักรกฤช พีพิมาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนใต้ และทุนการศึกษามอบให้แก่บุตรของกำลังพลที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมเป็นทุนการศึกษาที่มอบให้กับบุตรสมาชิกของสมาคมภริยาทหารเรือในครั้งนี้ จำนวน 582 ทุน เป็นเงินทั้งสิ้น 2,090,000 บาท (สองล้านเก้าหมื่นบาท) โดยมี พลเรือโทสนธยา น้อยฉายา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ คณะกรรมการสมาคมภริยาทหารเรือทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมถึงผู้ปกครองเข้าร่วมในพิธีมอบทุนการศึกษาในวันนี้ด้วยเป็นจำนวนมาก 

นายกสมาคมภริยาทหารเรือกล่าวว่า ทุนการศึกษาที่มอบให้ในวันนี้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับบุตรของสมาชิกรวมถึงเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ปกครองในช่วงสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีอยู่ในขณะนี้ ขอให้ผู้รับทุนการศึกษานำเงินที่ได้รับในครั้งนี้ ถึงแม้จะไม่มากนักแก่ก็สามารถแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทางด้านการศึกษา และตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเป็นกำลังที่สำคัญของชาติต่อไปในอนาคต สำหรับบุตร-ธิดาของกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางสมาคมจะมอบทุนการศึกษาให้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่เสียงภัยอยู่ในปัจจุบันอีกด้วย 



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

ผวจ.จันทบุรี เดินหน้ามอบนโยบายสร้างสุขให้สังคม

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเดินสายมอบนโยบาย สร้างความสามัคคี ปรองดอง ลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม ประกาศวาระจันทบุรีเมืองแห่งความสุข สุขทุกวันที่จันทบุรี

วันนี้ ( 3 ก.ค.57 ) ที่ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเทศบาลเมืองจันทบุรี นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้ตรวจเยี่ยม มอบนโยบาย แลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็น รับทราบปัญหา อุปสรรคกับผู้นำชุมชน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ กำนัน – ผู้ใหญ่บ้านในเขตอำเภอเมืองจังหวัดจันทบุรี โดยมุ่งเน้นสร้างความสามัคคี ปรองดอง ลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม พร้อมประกาศวาระจันทบุรีเมืองแห่งความสุข สุขทุกวันที่จันทบุรี โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้กำชับกำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนเนื่องจากมีความใกล้ชิดกับประชาชนเป็นอย่างดี มีข้อมูล และเป็นกลไกสำคัญที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากจังหวัดจันทบุรี   

หลังจากนั้นเวลา 11.00 น.ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีพร้อมคณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมมอบนโยบาย ข้าราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ในเขตอำเภอขลุง ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอขลุง



จรัล/ภาพ/ข่าว (  3 ก.ค. 57 )
                            ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว 

จังหวัดจันทบุรี รณรงค์ออกกำลังกาย เดิน – วิ่ง อิงประวัติศาสตร์สร้างความปรองดอง

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชน ร่วมรณรงค์ออกกำลังกายตามสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของจังหวัด เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างความปรองดอง สมานฉันท์  

เมื่อเย็นวานนี้ (  2 ก.ค.57 ) ที่วัดเสม็ดงาม ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยนายสมหมาย วิเชียรฉันท์ นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนร่วมโครงการเดิน – วิ่ง อิงประวัติศาสตร์ โดยครั้งนี้เป็นการเดิน – วิ่ง ศึกษาเรียนรู้แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ชุมชนบ้านเสม็ดงามที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน    

ทั้งนี้การรณรงค์ออกกำลังกาย ตามโครงการ เดิน – วิ่งอิงประวัติศาสตร์เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงเป็นไปตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ต้องการให้ประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรีหันมาสนใจการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ สร้างความกระปี้กระเป่าแก่ร่างกาย สร้างความสามัคคี ปรองดอง ลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม ตามยุทธศาสตร์จันทบุรีเมืองแห่งความสุข สุขทุกวันที่จันทบุรี เป็นแบบอย่างแก่ประชาชน และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี จึงนำข้าราชการ ประชาชน ออกกำลังกายเป็นประจำตามแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัดจันทบุรี โดยจะหมุนเวียนไปตามอำเภอต่าง ๆ เดือนละ 2 ครั้ง



จรัล/ภาพ/ข่าว (  3 ก.ค. 57 )
                            ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว 

บ.ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) แจงกรณีเกิดไฟไหม้หน่วยการผลิต VGOHT หลังชาวบ้านเข้าพบขอคำชี้แจง

นายวิทยา ชัชวาลชาญชนกิจ ผู้จัดการส่วนชุมชนสัมพันธ์ และนายแสงจันทร์ ผานิล ผู้จัดการแผนกสิ่งแวดล้อม ผู้แทน บริษัท ไออาร์พีซีจำกัด(มหาชน) ได้ชี้แจงข้อมูลกรณีการเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่หน่วยผลิต VGOHT เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2557 เวลาประมาณ 18:00 น.หลังชาวบ้านเข้าพบขอคำชี้แจง โดยกล่าวว่า กรณีดังกล่าว เกิดจากการรั่วไหลของสารไฮโดรคาร์บอนชนิดเบา(น้ำมันเบา) ออกมาอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดไอของน้ำมันเบา จนลุกไหม้และเกิดเสียงดัง(ระเบิด)โดยใช้เวลาดับเพลิงประมาณชั่วโมงเศษ ทั้งนี้เหตุดังกล่าวก่อให้เกิดเขม่าควัน ซึ่งพบว่าทิศทางลมขณะเกิดเหตุได้พัดจากตะวันตกเฉียงใต้ไปทิศตะวันออกเฉียงเหนือ โดยดูจากอุปกรณ์เครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ติดตั้งตามสถานีต่างๆทั้ง 5 สถานีในพื้นที่ชุมชน ขณะที่ผลตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ หลังเกิดเหตุมีค่าฝุ่นละอองและเขม่าสูงขึ้นเล็กน้อยและลดลงมาซึ่งยังมีค่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน โดยสัมพันธ์กับผลการตรวจวัดของหน่วยงานราชการ สำหรับน้ำดับเพลิงที่ใช้แล้ว จะส่งเข้าระบบบำบัดน้ำส่วนกลางของเขตประกอบการฯ ก่อนที่จะระบายออก สู่ภายนอก ทางคลองก้นปึก ผ่านป่าชายเลน ผ่านชุมชนแหลมรุ่งเรืองลงสู่ทะเล และทิศทางการไหลของน้ำขึ้นน้ำลง ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์กับคราบน้ำมันที่บริเวณชายหาดแม่รำพึงแต่อย่างใด

โครงการสร้างความสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หมู่บ้านรักษาศีล 5 ประชาเป็นสุข

วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมภักดีศรีสงคราม ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองเป็นประธานการประชุมโครงการสร้างความสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หมู่บ้านรักษาศีล 5 ประชาเป็นสุข พร้อมด้วย พระครูโอภาสบุญวัฒน์ รองเจ้าคณะจังหวัดระยอง เจ้าคณะอำเภอทุกอำเภอ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา นายดำริ สมควรคิด ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง และคณะกรรมการดำเนินงานฯ ร่วมประชุมเพื่อกำหนดรูปแบบในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในรูปแบบการบูรณาการความร่วมมือทางพระพุทธศาสนาทุกภาคส่วน กว่า 80 คน ทั้งนี้ จังหวัดระยอง อยู่ในช่วงการดำเนินโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ตามมติมหาเถรสมาคม เพื่อการขับเคลื่อนโครงการอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาความขัดแย้ง สร้างความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้สังคมมีความสงบ ร่มเย็น และเกิดสันติสุขอย่างยั่งยืน



สวรส/ข่าว

บุกค้นบ้านรองนายกอบต.พบไม้หวงห้ามกว่า 20 ท่อน

บุกค้นบ้านรองนายกอบต.พบไม้หวงห้ามกว่า 20 ท่อน

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 2 กรกฎาคม นายพงษ์ศักดิ์ คงคารัตน์ ปลัดอำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พ.ต.อ.ประเสริฐ มาเห็ม ผกก.สภ.เขาชะเมา พ.ต.ท.ธีระพงศ์ วรการพงศ์ สวป. สภ.เขาชะเมา ทหารพัน ร.7 เจ้าหน้าที่ป่าไม้กว่า 20 นายเข้าปิดล้อมบ้านบริบูรณ์ หมู่ 1 ต.เขาน้อย เพื่อตรวจค้นไม้หวงห้าม หลังได้รับรายงานว่ามีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครอง ในที่เกิดเหตุมีการปลูกสร้างบ้านด้วยไม้หลังเล็กๆ พื้นที่บริเวณรอบบ้านเป็นสวนผลไม้ จากการตรวจสอบทราบว่าเจ้าของบ้านชื่อนายวสันต์ บริบูรณ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)เขาชะเมา ขณะเข้าตรวจค้นนายวสันต์ไม่อยู่บ้าน อยู่แต่นายวิศิษฐ์ บริบูรณ์ อายุ 24 ปี ลูกชาย จากการตรวจค้นพบไม้ตะเคียน ไม้มะค่าและไม้ประดู่ มีไม้แปรรูปหน้ากว้างกว่า 1 เมตร ยาว 2.50 เมตร และขนาดต่างๆรวมกว่า 20 ท่อน กองไว้ข้างบ้าน พร้อมโต๊ะเลื่อยไฟฟ้าสำหรับแปรรูปไม้ และเลื่อยโซ่ยนต์ 1 ตัว เจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึกจับกุม นายวิศิษฐ์ บริบูรณ์ ปี ลูกชายนายวสันต์ รับเป็นเจ้าของ ควบคุมตัวส่งร.ต.ท.สุเชษฐ์ เทพชารี พนักงานสอบสวนสภ.เขาชะเมา ดำเนินคดีต่อมากำลังชุดจับกุมชุดเดียวกันได้เข้าตรวจสอบบ้านนายออด ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง บริเวณหลังหน่วยกู้ภัยเขาชะเมา ต.ชำฆ้อพบไม้หวงห้ามจำนวนมาก ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจวัดปริมาตรไม้เพื่อลงบันทึกจับกุมยังไม่เสร็จสิ้น


วฐิต/ข่าว

จังหวัดระยอง เตรียมจัดงาน “วันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระราชา” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อประชาชนชาวระยอง ในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗

จังหวัดระยอง เตรียมจัดงาน "วันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระราชา” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อประชาชนชาวระยอง ในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗

นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า ดัวยในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๒๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมา ณ ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดง ตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง จังหวัดระยอง จึงได้กำหนดจัดงานวันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อประชาชนชาวระยอง โดยเน้นการปลูกฝังความเข้าใจเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้กิจกรรมต่างๆของศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดง ตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง ในพื้นที่ที่ได้ขึ้นชื่อว่า "ครั้งหนึ่งพระราชา…ได้เสด็จพระราชดำเนินมา” เมื่อวันที่ ๑๔กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ อ่างเก็บน้ำดอกกราย ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง

ทั้งนี้ ในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ภาคเช้าเวลา ๐๙.๐๐น พิธีเปิดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้ม คืนความสุขให้กับประชาชน ครั้งที่ ๑๐ประจำปี ๒๕๕๗ จังหวัดระยอง โดย นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง จากนั้น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองกล่าวพบปะประชาชนและมอบป้ายโครงการงบพัฒนาของ อบจ.ประจำปี ๒๕๕๗ มอบกีฬาให้กับโรงเรียน ต่อด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง หัวหน้าส่วนราชการนายอำเภอ ร่วมมอบถุงยังชีพ/จักรยาน การให้บริการของหน่วยงานต่างๆ นอกจากนี้มี มหกรรมรวมสินค้าโอท็อป สินค้าธงฟ้าราคาประหยัด ผลิตภัณฑ์ชุมชน อื่น ๆ อีกมากมาย  จากนั้น เวลา ๑๐.๓๐ น นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ประชุมแก้ไขปัญหาของประชาชนร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพืนที่ เพื่อรับทราบปัญหา ข้อเสนอแนะ และพิจารณากำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป ส่วนภาคบ่ายเวลา ๑๖.๐๐น หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ร่วมพิธี กลุ่มพลังมวลชน ทั้ง ๘ อำเภอร่วมปล่อยพันธ์สัตว์น้ำและปลูกป่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชมการแสดงมหรสพ นั่งรถไฟชมกิจกรรมภายในศูนย์ฯ การแสดงโดดร่มเหินเวหา ของหน่วยทหาร นำเทียนชัยลงมาจากฟ้า จากนั้นเวลา ๑๙.๒๙ น พิธีจุดเทียนชัยและกล่าวถวายพระพรชัยมงคล นำโดยนายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ร่วมพิธี กลุ่มพลังมวลชน ทั้ง ๘ อำเภอ ร่วมขับร้องเพลง ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติ ดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี การแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดระยอง

จึงขอเชิญชวน ร่วมงาน "วันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระราชา ” และโครงการ หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้ม คืนความสุขให้ประชาชน ครั้งที่ ๑๐ ประจำปี ๒๕๕๗ ในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ อ่างเก็บน้ำดอกกราย ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง โดยพร้อมเพรียงกัน


สวรส /ข่าว

ผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา ตรวจติดตามการดำเนินการสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ระดับจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่น

วันนี้ (3 ก.ค. 57) นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย พล.ต. พิชิต ฟูฟุ้ง  ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11  พล.ต.ต. เชิดชาย เสขะนันทน์  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมติดตามการ  ดำเนินการสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ระดับจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่น พร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานของการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ณ อำเภอบางคล้า  และ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา  โดยมี นายอำเภอ กล่าวรายงานผลการดำเนินงานการสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ระดับอำเภอและท้องถิ่น และ หัวหน้าส่วนราชการ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. อพปร.  และประชาชน เข้าร่วมประชุมและร่วมนำเสนอข้อมูล ความคิดเห็นและแนวทางการสร้างความปรองดองสมานฉันท์

ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีคำสั่งให้จัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปตามเจตนารมณ์ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาตินั้นมีแนวทางการปฏิบัติ4 ขั้นตอน     1.ต้องการให้เกิดความสงบเรียบร้อยโดยเร็วปราศจากการต่อต้านและหยุดการเคลื่อนไหวทุกรูปแบบโดยเฉพาะแกนนำเสื้อสีต่างหันหน้ามาพูดกันโดยยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก 2.ขับเคลื่อนการบริหารประเทศให้มีความพร้อมไปสู่ประชาคมอาเซียน 3.การเข้าสู่การเลือกตั้งที่ทุกคนทุกฝ่ายยอมรับเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ 4.สร้างความรักความสามัคคีปรองดองให้คนในชาติกลับมาเหมือนเดิมตั้งแต่สถาบันครอบครัวจนถึงระดับชาติ   จังหวัดฉะเชิงเทราจึงได้สั่งการให้ทุกอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดตั้ง  ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป เพื่อสร้างความรักสามัคคี ให้คนไทยทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายยุติความขัดแย้ง โดยคำนึงถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  และเพื่อให้การขับเคลื่อนศูนย์ปรองดองฯ  เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ  จึงได้มีการติดตามการดำเนินการสร้างความปรองดองฯ และมอบนโยบาย การดำเนินงานขึ้น  โดยการติดตามและมอบนโยบายการดำเนินงานในวันนี้ยังมีการชี้แจงแนวทางในการปฏิรูปประเทศ ของคณะ คสช. การนำทุกภาคส่วนมาร่วมพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยน เรียนรู้สถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้น    นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรายังกล่าวเพิ่มเติมว่า หากท่านใดมีข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ สามารถเสนอผ่านจังหวัด/กอ.รมน.จว.ฉช. ได้ตลอดเวลา หรือจะเสนอไปทางตู้ ปณ.99 สาขามหาดไทย กรุงเทพฯ 10206 โดยตรงก็ได้

สำหรับการดำเนินงาน การสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ระดับจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่น ของอำเภอบางคล้านั้นได้ดำเนินการ จัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ระดับอำเภอและระดับท้องถิ่น และ แต่งตั้งชุดปฏิบัติการประจำตำบล จัดประชุมประชาคมสร้างความเข้าใจเจตนารมเกี่ยวกับการปรองดองสมานฉันท์ กับประชาชนในพื้นที่ ปัจจุบันได้ดำเนินการแล้ว 47 หมู่บ้าน จาก ทั้งหมด 56 หมู่บ้าน คิดเป็น  84  % นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมร่วมกันการปลูกต้นไม้สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ในพื้นที่สวนสาธารณะ สถานที่ราชการ บ้านเรือน และในส่วนของ อำเภอบางน้ำเปรี้ยวนั้น ได้ดำเนินการ จัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์  ใน ระดับอำเภอและระดับท้องถิ่น โดยในระดับอำเภอมีการจัดประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจในเจตนารมณ์นโยบาย และขั้นตอนการดำเนินงานของคณะ คสช. ส่วนในระดับท้องถิ่น มีการจัดเวทีเสวนาปรองดองสมานฉันท์ซึ่งได้ดำเนินการครบ 100% ทั้ง 14 ท้องถิ่น 148 หมู่บ้าน และมีการจัดกิจกรรม การแสดง การละเล่น กิจกรรมสาธารณประโยชน์ การปลูกต้นไม้ เพื่อให้เกิดความรัก ความปรองดองและสมานฉันท์



ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา


   

จังหวัดฉะเชิงเทรา ส่งบ้านคลองเตยเข้าประกวดหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง ระดับภาคประจำปี2557

วันนี้ ( 3 ก.ค. 57)   คณะกรรมการการประกวดหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง ระดับภาค โดยการนำของ พล.ต. บัญชา ทองวิลัย เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 1 พร้อมคณะกรรมการฯ จาก 12 หน่วยงาน ได้เดินทางมาตรวจให้คะแนนการประกวดหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง หรือ หมู่บ้าน อพป. ระดับภาค  ที่บ้านคลองเตย หมู่ที่12 ตำบลท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีนาย บัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา/ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา   พ.อ.วุฒิชัย เจริญรื่น หัวหน้ากลุ่มงานข่าว กอ.รมน.จ.ฉะเชิงเทรา  นาง วราภรณ์ ศิริวงศ์ นายอำเภอสนามชัยเขต พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสมาชิกหมู่บ้านอพป.บ้านคลองเตยและใกล้เคียงให้การต้อนรับ  สำหรับการตรวจให้คะแนนในครั้งนี้ได้มีการตรวจติดตามผลการดำเนินงานด้านต่างๆของหมู่บ้านอพป.และชุดรักษาความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน หรือชุด ชรบ. 

พล.ต. บัญชา ทองวิลัย เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 1 กล่าวว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้จัดให้มีการประกวดหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเองเป็นประจำทุกปี   ภายหลังจากการเสร็จสิ้นการฝึกอบรมจัดตั้งและทบทวนหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเองแล้ว ในส่วนของกองอำนวยรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 มีการจัดการประกวดในพื้นที่หมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด 7 จังหวัด โดยเริ่มดำเนินการระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน 2557 ถึงวันที่ 6 กรกฎาคม 2557 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ฉะเชิงเทรา และจังหวัดชลบุรี  โดยหมู่บ้านที่ชนะเลิศระดับภาค ประจำปี2557 จะได้รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค1      

เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 1 กล่าวต่อว่า การจัดประกวดหมู่บ้าน อพป. มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมการดำเนินการหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเองทั้งทางด้านเศรษฐกิจ  สังคม จิตวิทยา การปกครองและการรักษาความปลอดภัยให้เป็นหมู่บ้านตัวอย่างในการจัดระเบียบชายแดน รวมทั้งสามารถสนับสนุนการพัฒนาระบบงานของหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง คือระบบการรักษาความปลอดภัย ระบบการพัฒนาและบริการ และระบบการบริหารงานหมู่บ้านให้มีความเข้มแข็ง ตลอดจนเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้ชุดครูฝึก ในการพัฒนาการฝึกให้ดียิ่งขึ้นต่อไป และเพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือ ร่วมใจ ระหว่างประชาชนในหมู่บ้าน ให้มีความตั้งใจ และทุ่มเทในการฝึกอย่างจริงจัง ซึ่งมีรางวัลประกวดเป็นสิ่งตอบแทน



ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

จังหวัดสระแก้วจัดการประชุมให้ความรู้ผู้ประกอบกิจการภาพยนตร์และวีดีทัศน์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2551 และโครงการพัฒนาสถานประกอบการร้านเกม

วันนี้ ( 3 ก.ค.) เวลา 13.30 น. นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ปลัดจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานเปิดโครงการประชุมให้ความรู้ผู้ประกอบกิจการ ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2551 และโครงการพัฒนาสถานประกอบการ (ร้านเกม) ให้เป็นแหล่งเรียนรู้แก่เด็กและเยาวชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 ณ วิทยาลัยชุมชนสระแก้ว โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการประกอบการร้านวีดีทัศน์ให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2551 เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านเกมมีจิตใจสำนึก มีความรับผิดชอบร่วมกันในการแก้ไขปัญหาสังคมอันเนื่องมาจากร้านเกม และเพื่อประสานความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการสร้างแหล่งเรียนรู้ให้แก่เด็กๆ เยาวชนและประชาชนที่เข้าใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยมี ผู้เข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วย ผู้ประการร้านวีดีทัศน์ (ร้านเกม/ร้านคาราโอเกะ) และร้านให้เช่า จำหน่าย หรือแลกเปลี่ยนภาพยนตร์และวีดีทัศน์ จำนวน 152 ร้าน

นายสมเกียรติ พันธรรม วัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่าสำนักงานวัฒนธรรมมีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ.2551 ในการกำกับดูแลสถานประกอบกิจการให้มีทิศทางในการปฏิบัติร่วมกันให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด จึงได้จัดโครงการประชุมให้ความรู้ผู้ประกอบกิจการ ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ.2551 และโครงการพัฒนาสถานประกอบการ (ร้านเกม) ให้เป็นแหล่งเรียนรู้แก่เด็กและเยาวชน จังหวัดสระแก้ว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557


(กรรณิการ์/ข่าว)

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ชลบุรี จัดการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม

วันที่ 2 กรกฎาคม 2557  ณ ห้องประชุม พระพิพิธโภไคย  ศาลากลางจังหวัดชลบุรี จังหวัดชลบุรีจัดประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย  วาตภัย  และดินโคลนถล่ม จังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 1 โดยมีนายเลอสัน  ศศิพงษ์ นายอำเภอเมืองชลบุรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการศูนย์ฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

นายเลอสัน  ศศิพงษ์ นายอำเภอเมืองชลบุรี กล่าวว่า ได้จัดการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มในพื้นที่จังหวัดชลบุรีที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วง ฤดูฝน ปี 2557 ซึ่งได้มีการทบทวนแผนการทำงาน  โครงการ และการแก้ไขปัญหา ตลอดจนการขับเคลื่อนการทำงานของศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ประจำปี 2557 ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ของแต่ละอำเภอ ในจังหวัดชลบุรี

สำหรับจังหวัดชลบุรีได้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ขึ้น  ณ ศาลากลาง จังหวัดชลบุรีและแต่งตั้ง คณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม จังหวัดชลบุรี ประจำปี 2557 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่ม ที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมทั้งให้มีการติดตามสถานการณ์ปริมาณฝน ในพื้นที่เสี่ยงภัย อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย



คมศักดิ์/ข่าว /ภาพ

ท.เมืองจันท์ พร้องน้ำทุ่งนาเชย เตรียมรองรับปริมาณน้ำฝน

เทศบาลเมืองจันทบุรี ทำการพร่องน้ำในทะเลสาบ ทุ่งนาเชย ให้สามารถรับปริมาณน้ำฝนและระบายออกได้อย่างรวดเร็ว ลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากฝนตกหนัก

ที่บริเวณประตูระบายน้ำ ทะเลสาบทุ่งนาเชย จังหวัดจันทบุรี นางสุกานดา  สุทธิพัฒนกุล  นายกเทศมนตรีเมืองจันทบุรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลได้ลงพื้นที่เพื่อดูการพร่องน้ำในทะเลสาบทุ่งนาเชย ลดระดับน้ำใน เพิ่มพื้นที่การรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะมีมากขึ้นในฤดูฝนนี้  โดยกองช่างสุขาภิบาล ได้ทำการพร่องน้ำในทะเลสาบสวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทุบคันกั้นน้ำ คสล. บริเวณประตูระบายน้ำข้างสนามสามเหลี่ยม ทำให้น้ำในทะเลสาบมีระดับลดลงอย่างรวดเร็ว ป้องกันสถานการณ์น้ำเอ่อล้นทะเลสาบ ท่วมขังผิวจราจรถนนบริเวณโดยรอบที่เกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงฝนตกหนัก ป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมผิวจราจรในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี



จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 2 ก.ค..57 )
                  ธเนศ  เธียรนันทน์/ตรวจข่าว

มาบตาพุดสดใส กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนร่วมทำบันทึกข้อตกลงรับเด็ก ปวช. – ปวสมาพัฒนาเป็นช่างเทคนิคประจำโรงงาน

มาบตาพุดสดใส กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนร่วมทำบันทึกข้อตกลงรับเด็ก ปวช. – ปวสมาพัฒนาเป็นช่างเทคนิคประจำโรงงาน ระยอง

 (1 กรกฎาคม) เมื่อเวลา 13.30 น.ของวันนี้ ที่อาคาร Somboon Learning Academy (SLA ) นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ เลขที่ 7/260 หมู่ 6 ตำบลมาบยางพร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง นายอดิศักดิ์ ชัชเวช ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด และนายยงเกียรติ์ กิตะพาณิชย์ กรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มสมบูรณ์กรุ๊ป ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการพัฒนาช่างเทคนิคภายใต้ความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุดและบริษัทฯ ในกลุ่มสมบูรณ์กรุ๊ป โดยมีนายสิทธิศักดิ์ รัตนพาณิชย์ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษา เกษตรและประมง และนายวิชัย ศรีมาวรรณ รองกรรมการผู้อำนวยการฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน นายยงเกียรติ์ กิตะพาณิชย์ กรรมการผู้อำนวยการฯ เปิดเผยว่า สำหรับกลุ่มสมบูรณ์กรุ๊ปทำธุรกิจด้านผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น เพลาข้าง อุปกรณ์จาน - ดิสเบรก แหนบ โช๊คอัพ รถยนต์กระบะ รถเก๋ง ฯลฯ และชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อการเกษตร เปิดมาแล้วกว่า 52 ปี โดยที่จังหวัดระยองมีโรงงานรวม 2 แห่ง และมีโรงงานแม่ที่จังหวัดสมุทรปราการ มีพนักงานรวม 2,000 กว่าคน ซึ่งในกลุ่มสมบูรณ์กรุ๊ปเป็นบริษัทที่ต้องใช้เทคโนโลยี่ในการผลิต ซึ่งหากสามารถยกระดับพวกช่างฝีมืออย่างเช่น เด็ก ปวช. – ปวส ให้มีความสามารถทำงานให้กับกลุ่มบริษัทฯ ของเราโดยตรง น่าจะเป็นการดี จึงได้ร่วมมือกับทางวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด นำนักศึกษาในระดับดังกล่าวมาพัฒนาความรู้ความสามารถรุ่นละ 20 คน



มาโนช  สนองสุข

มอบรถเพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม , 2557   นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อมด้วย พล.ต.ต.รุ่งฤทธิ์ ซุ่นทรัพย์ รอง ผบช.ภ.2  รรก.ผบก.ภ.จว.ระยอง ให้เกียรติรับมอบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติสีขาวเพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ จากนายบวร วงศ์สินอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) ณ หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง



มาโนช สนองสุข /ข่าว

เทศบาลเมืองมาบตาพุด จัดกิจกรรมประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งและหางเครื่อง ประจำปี ๒๕๕๗

ด้วยเทศบาลเมืองมาบตาพุด ได้จัดโครงการส่งเสริมการจัดกิจกรรมนันทนาการเพื่อเยาวชน ประจำปี ๒๕๕๗ โดยจัดกิจกรรมประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งและหางเครื่อง เพื่อให้เยาวชนได้แสดงออกถึงความสามารถของเด็กและเยาวชน และปลูกสำนึกให้เด็กและเยาวชนร่วมกันอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่ต่อไป ในวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ. สนามโรงเรียนบ้านมาบตาพุด ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง

รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลพร้อมใบสมัคร ได้ที่ www.mtp.go.th สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ กองการศึกษา งานกิจการนักเรียน เทศบาลเมืองมาบตาพุด โทรศัพท์หมายเลข ๐๓๘ ๖๘๕๕๖๙ โทรสาร ๐๓๘ ๖๘๕๕๖๙

วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

จังหวัดชลบุรี จัดประชุมชี้แจง นโยบายและแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารแรงงานต่างด้าวตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ article

วันอังคารที่  1 กรกฎาคม 2557 นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธาน พร้อมด้วยพันเอกโอภาส อุตตรนคร รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14  นายแพทย์วุฒิไกร ศักดิ์สุรกานต์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี และพลตำรวจตรีธเนตร์ พิณเมืองงาม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 รักษาราชการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ร่วมกันชี้แจง นโยบายและแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารแรงงานต่างด้าว ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ณ ห้องประชุม 201 อาคารหอประชุมธำรงบัวศรี มหาวิทยาลัยบูรพา โดยมีตัวแทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เทศบาลต่างๆ เมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ จังหวัดชลบุรี ผู้ประกอบการ นายจ้าง และประชาชนที่สนใจ เข้าร่วมรับฟัง กว่า 1,800 คน

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้กล่าวว่า เนื่องจากจังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมทั้งด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว จึงมีการจ้างแรงงานต่างด้าวอยู่จำนวนมาก ดังนั้นการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวจะทำให้ปัญหาสังคมต่าง ๆลดลง โดยจังหวัดชลบุรี จะเปิดโอกาสให้นายจ้างมาแจ้งยอดของแรงงานต่างด้าว ที่หลบหนีเข้าเมืองได้ที่หน่วยงานท้องถิ่น หรือสำนักงานจัดหางาน ภายในวันที่ 15 ก.ค. นี้ เพื่อทราบยอดที่แท้จริง ก่อนจะมีการจัดตั้งศูนย์ One Stop Service เคลื่อนที่ ภายใต้การบูรณาการของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงแรงงาน จะไปให้บริการรับขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวตามพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีแรงงานต่างด้าวอยู่เป็นจำนวนมาก

ด้านนายสิบหมื่นชัย โพธิสินธ์ รักษาการจัดหางานจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันจังหวัดชลบุรี มีแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนอยู่ราว 1 แสน 4 หมื่นคน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา ส่วนแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง คาดว่าน่าจะมีอยู่ราว 5 หมื่นคน โดยในวันที่ 15 ก.ค. นี้จะทราบตัวเลขที่แน่นอน ส่วนนายจ้างที่แจ้งความประสงค์จะไปรับแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชากลับมาทำงาน ตอนนี้มียอดตัวเลขแล้ว จำนวน 6,199 คน โดยส่วนใหญ่จะเดินไปรับที่จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด  



ศิริชัย โสรเนตร/ข่าว คมศักดิ์/ภาพ

กำหนดการผู้ว่าเดินสายมอบนโยบายกำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดจันทบุรี

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เดินสายตรวจเยี่ยมมอบนโยบาย กำนัน – ผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดจันทบุรี ลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม ตามยุทธศาสตร์จันทบุรีเมืองแห่งความสุข สุขทุกวันที่จันทบุรี 

นายธเนศ เธียรนันทน์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรีเปิดเผยว่า ในห้วงเดือน กรกฎาคม 2557 นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี มีกำหนดเดินทางไปตรวจเยี่ยม มอบนโยบาย แลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็น รับทราบปัญหา อุปสรรคกับผู้นำชุมชน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ตามอำเภอต่าง ๆ ดังนี้

วันที่ 1 กรกฎาคม เวลา 11.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอแหลมสิงห์

วันที่ 2  กรกฎาคม เวลา 09.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอท่าใหม่

                        เวลา 11.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอนายายอาม

วันที่ 3  กรกฎาคม เวลา 09.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่อาคารเฉลิมพระเกียรติเทศบาลเมืองจันทบุรี

                         เวลา 11.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอขลุง

วันที่ 4  กรกฎาคม เวลา 09.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอโป่งน้ำร้อน

                        เวลา 11.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอสอยดาว    

วันที่ 7  กรกฎาคม เวลา 09.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอเขาคิชฌกูฏ

                        เวลา 11.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอแก่งหางแมว

และวันที่ 8กรกฎาคม เวลา 09.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอมะขาม


จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 1 ก.ค.57 )
                  ธเนศ  เธียรนันทน์/ตรวจข่าว  

กำหนดการ ผวจ.นำข้าราชการ เข้าวัดทำบุญช่วงเทศกาลเข้าพรรษา

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เตรียมนำข้าราชการ ประชาชนร่วมเข้าวัดทำบุญปฏิบัติธรรมส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามของไทยในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา

นายธเนศ เธียรนันทน์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรีเปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาปีนี้ นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีมีกำหนดนำข้าราชการ ประชาชน พุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญตักบาตร ถวายภัตราหารแด่พระภิกษุสงฆ์ ส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของไทย ตามวัดต่าง ๆ ดังนี้

วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม 2557 เวลา 07.00 น.วัดบูรพาพิทยาราม ( พระอารามหลวง ) อ.ท่าใหม่

 วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2557 เวลา 07.00 น.วัดจันทนาราม อ.เมือง

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม 2557 เวลา 07.00 น.วัดโค้งสนามเป้า อ.เมือง

วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2557 เวลา 07.00 น.วัดป่าเทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน

วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม 2557 เวลา 07.00 น.วัดกะทิง อ.เขาคิชฌกูฏ

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม 2557 เวลา 07.00 น.วัดโป่งขนมจีน อ.แก่งหางแมว

วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2557 เวลา 07.00 น.วัดวังหิน อ.นายายอาม

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน 2557 เวลา 07.00 น.วัดปะตงวนาราม อ.สอยดาว

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน 2557 เวลา 07.00 น.วัดบ้านอ่าง อ.มะขาม

วันอังคารที่ 16 กันยายน 2557 เวลา 07.00 น.วัดบางสระเก้า อ.แหลมสิงห์

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน 2557 เวลา 07.00 น.วัดกลางเก่า อ.ขลุง

วันพุธที่ 1 ตุลาคม 2557 เวลา 07.00 น.วัดแหลมเสด็จ อ.ท่าใหม่

วันพุธที่ 8 ตุลาคม 2557 เวลา 07.00 น.วัดทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน



จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 1 ก.ค..57 )
                  ธเนศ  เธียรนันทน์/ตรวจข่าว

ระยอง จัดพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามของลูกเสือ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ครบ 103 ปี

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 1 ก.ค.ที่สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ในฐานะผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามของลูกเสือ และเนตรนารี เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ประจำปี 2557 โดยมีนายธวัชชัย อุ่ยพานิช ผู้อำนวยการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษาระยอง เขต 1 และผู้บังคับบัญชาลูกเสือ และเนตรนารี ร่วมพิธีดังกล่าวจำนวนมาก

ทั้งนี้ภายในในงานได้จัดให้มีพิธีกล่าวคำปฏิญาณและสวนสนามของผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ลูกเสือ และเนตรนารี รวม 2,353 คน จากโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่เข้าร่วมพิธี รวมทั้งมีพิธีมอบประกาศเกียรติคุณให้แก่กองลูกเสือ กองเนตรนารีโรงเรียน ที่ชนะเลิศการประกวดระเบียบแถวระดับจังหวัดอีกด้วย
นายธวัชชัย ชัย อุ่ยพานิช ผู้อำนวยการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษาระยอง เขต 1 กล่าวว่า วันที่ 1 ก.ค.ของทุกปี เป็นวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ และปีนี้ครบ 103 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2454 ทั้งนี้เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และเพื่อถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช องค์พระประมุขคณะลูกเสือแห่งชาติ คณะลูกเสือจังหวัดระยอง จึงได้จัดพิธีกล่าวคำปฏิญาณและสวนสนามของลูกเสือและเนตรนารีดังกล่าวขึ้น พร้อมกับจังหวัดอื่นทั่วประเทศในวันนี้

กอ.รมน.จ.ฉะเชิงเทราสนธิกำลัง ตำรวจป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดบุกจับไม้เถื่อนพื้นที่ ต.ท่าไข่ อ.เมืองฉะเชิงเทรา

วันที่ 30 มิ.ย. 57 นาย อนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย นายเดชาใจยะ ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา  พ.ต.ท. ประทีป ชูศรี กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายธวัชชัย  วิจิตรวงค์ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 ปราจีนบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่ อส.จังหวัดฉะเชิงเทรา และตำรวจป่าไม้ป่าไม้ เข้าบุกตรวจค้น ไม้เถื่อนบ้านเลขที่ 24 ม.7 ต. ท่าไข่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา  หลังจากได้รับการร้องเรียนว่ามีการซุกซ่อนไม้เถื่อนในสถานที่ดังกล่าว

สำหรับการบุกตรวจค้นในวันนี้ สืบเนืองจากมีชาวบ้านร้องทุกข์ผ่านไปยัง สายด่วน  1136  ที่รับแจ้งเหตุการณ์กระทำผิดกฎหมายว่าด้วยป่าไม้  ว่ามีการซุกซ่อนไม้เถื่อน บริเวณบ้านเลขที่ 24 ม.7 ต. ท่าไข่ อ.เมือง จ. ฉะเชิงเทรา  จึงได้นำกำลังเข้าบุกตรวจค้นและพบว่ามีการซุกซ่อนไม้อยู่จริง โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีทั้งไม้ผิดกฎหมายและไม้ไม่ผิดกฎหมาย  ซึ่งเป็นของนาย ไพรัช สายเจริญ โดยรับสารภาพว่าเป็นเจ้าของไม้จริง ได้ซื้อสะสมไว้ปลูกบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ ยึดไม้ของกลางที่ผิดกฎหมาย เป็นไม้ท่อน 8 ท่อน ไม้แปรรูป 163 แผ่น รวมปริมาตร 3.132 ลูกบาศก์เมตร และนอกจากนี้ ยังพบไม้ท่อนจำนวนมากซุกซ่อนไว้ในบ่อน้ำซึ่งอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ เพื่อดำเนินคดีต่อไป



ภูมินทร์/ข่าว
ชาญณรงค์/ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

สำนักงานลูกเสือแห่งชาติจังหวัดฉะเชิงเทราจัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติประจำปี 2557

ลูกเสือจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานในพิธีสวนสนามและทบทวนคำปฏิญาณตนของเหล่าลูกเสือ เนตรนารี เนื่องในวันวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติประจำปี 2557โดยมีลูกเสือ และ เนตรนารี จากสถานศึกษาในจังหวัดฉะเชิงเทราจำนวนกว่า 1,200 คน เข้าร่วมพิธี  ณ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์  อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา

วันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี    เป็นวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ คณะลูกเสือแห่งชาติจังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานลูกเสือแห่งชาติจังหวัดฉะเชิงเทรา สถานศึกษาที่มีกองลูกเสือ เนตรนารี รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดพิธีสวนสนามและทบทวนคำปฏิญาณตนของเหล่าลูกเสือ เนตรนารี เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทยคือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6และเป็นการถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติรวมทั้งยังมีการบำเพ็ญประโยชน์ของกองลูกเสือและเนตรนารีแต่ละสถานศึกษาด้วย



ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทราเป็นประธานปิดโครงการ บำบัด ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด

วันที่ (30 มิ.ย.57)   ที่สโมสรนายทหาร กองพันทหารช่างที่ 2 รักษาพระองค์ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา  นายอนุกูล    ตังคณานุกูลชัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  เป็นประธานปิดโครงการบำบัด ฟื้นฟู สมรรถภาพผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด และมอบวุฒิบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 60 คน   ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)  เรื่องการปรามปราบและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติดกำหนดให้หน่วยงานรับผิดชอบนำผู้เสพยาเสพติดเข้ารับการบำบัดรักษาโดยทันทีและติดตามดูแลให้ความช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตได้ตามปกติ    โดยมี นาย เดชา ใจยะ  ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวรายงาน  พร้อมด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เข้าร่วมพิธีปิดโครงการฯ 

ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า โครงการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด(โรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองฝ่ายปกครอง) ของจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นโครงการที่มีการฝึกระเบียบวินัย ปลูกจิตสำนึก ต่อสังคมประเทศชาติและสร้างจิตอาสาในการเฝ้าระวังป้องกันปัญหายาเสพติดใน หมู่บ้าน/ชุมชน ก่อให้การพัฒนาด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนอย่างแท้จริง ทำให้ประเทศชาติ มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคมมีความปลอดภัยในทรัพย์สิน ประชาชนมีอาชีพที่สุจริต สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยไม่ต้องหวาดระแวงภัยจากปัญหายาเสพติด ส่งผลต่อปัญหาต่าง ๆ ในชุมชนให้หมดสิ้นไป หรือเบาลงโดยผู้ที่เข้ารับการอบรม จะไม่หวนกลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด มีอาชีพที่สุจริต มีการดำเนินชีวิตโดยยึดทางสายกลาง ตั่งอยู่บนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่น และเห็นประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2557

จันทบุรี เตือนระวังฝนตกหนัก คลื่นลมแรง

จังหวัดจันทบุรีเตือนประชาชนเฝ้าระวังฝนตกหนัก คลื่นลมแรง แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลติดป้ายเตือนอันตรายห้ามลงเล่นน้ำ

ที่จังหวัดจันทบุรีแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลบริเวณหาดเจ้าหลาว หาดแหลมเสด็จ อำเภอท่าใหม่ มีคลื่นลมแรง ผู้ประกอบการต้องนำป้ายเตือนห้ามประชาชน และนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลในระยะนี้ เพื่อความปลอดภัย ส่งผลทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวทางทะเลในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เป็นไปอย่างเงียบเหงาซบเซา มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนบางตาเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูฝน ทั้งนี้สำนักงานอุตุนิยมวิทยาจังหวัดจันทบุรี ได้เปิดเผยถึงสภาพอากาศในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรี ว่ามีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. สาเหตุมาจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนกระจาย ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบน มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังไว้ด้วย

อนึ่งในช่วงวันที่ 22-25 มิถุนายน 2557 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำยังคงปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง และคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

      

คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดีทัศน์แห่งชาติสนใจเมืองจันท์เป็นที่ถ่ายหนัง

คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดีทัศน์แห่งชาติจัดสัมมนากำหนดแนวทางการพิจารณาการอนุญาตสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย พร้อมยกย่องจังหวัดจันทบุรีมีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ เหมาะสมแนะนำกองถ่ายภาพยนตร์มาใช้โลเกชั่น

วันนี้ ( 21 มิ.ย.57 ) ที่ห้องประชุมทอแสงบีชรีสอร์ท หาดเจ้าหลาว ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดีทัศน์แห่งชาติ ได้จัดประชุมคณะกรรมการเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น กำหนดแนวทางการพิจารณาอนุญาต สร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักร โดยมีนายภาษิต พุ่มชูศรี รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยวเป็นประธานและมีคณะกรรมการร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ก่อนสรุปความคิดเห็นต่าง ๆ เพื่อวางแนวทาง ระเบียบ ข้อบังคับที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการถ่ายทำภาพยนตร์สร้างรายได้เข้าประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีงามของไทยโดยเฉพาะด้านความมั่นคง ศิลปะ วัฒนธรรมและสังคมแก่ชาวโลก ถึงแม้ปัจจุบันสถานการณ์บ้านเมืองจะวุ่นวายแต่อุตสาหกรรมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ ในประเทศไทยยังได้รับการยอมรับจากกองถ่ายทั่วโลกเดินทางมาผลิตภาพยนตร์ สารคดี โฆษณาอย่างต่อเนื่อง

นายภาษิต พุ่มชูศรี รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของจังหวัดจันทบุรีมีความได้เปรียบเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีอย่างหลากหลาย รวมทั้งประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิตที่สงบเรียบง่ายของชาวสวนผลไม้ถือเป็นจุดเด่นที่กองถ่ายทำภาพยนตร์จะเลือกจันทบุรีเป็นสถานที่ผลิตภาพยนตร์ ทั้งนี้ที่ผ่านจังหวัดจันทบุรีมีกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศเดินทางมาผลิตภาพยนตร์และโฆษณาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โฆษณาสินค้า รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เทคโนโลยีการสื่อสาร การถ่ายทำภาพยนตร์เยอรมัน อินเดีย เกาหลี รวมทั้งฮอลิวู๊ดของสหรัฐอเมริกาก็เคยมาใช้โลเกชั่นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรีถ่ายทำ นอกจากนี้ยังมีกองถ่ายสารคดีท่องเที่ยวต่าง ๆ หลายประเทศให้ความสนใจที่จะเดินทางมาถ่ายทำในจังหวัดจันทบุรีซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรีและส่งเสริมรายได้แก่คนในพื้นที่



จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 21  มิ.ย.57 )
                  ธเนศ  เธียรนันทน์/ตรวจข่าว
   

สภาอุตสาหกรรมจ.ฉะเชิงเทราร่วมกับหอการค้าจ.ฉะเชิงเทราจัดการแข่งขัน "แรลลี่รวมใจคาวบอยไนท์”เส้นทางฉะเชิงเทรา –เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

วันนี้ (21 มิ.ย.57) ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา    นายบัณฑิตย์   เทวีทิวารักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราเป็น เป็นประธานเปิดกิจกรรมการแข่งขัน"แรลลี่รวมใจคาวบอยไนท์” เส้นทางฉะเชิงเทรา สิ้นสุดโรงแรม THE GREENERY RESORT เขาใหญ่  จ.นครราชสีมา  ระหว่างวันเสาร์ 21 มิถุนายนและ วันอาทิตย์ที่ 22  มิถุนายน 2557  ซึ่งจัดโดยสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทราร่วมกับหอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา  มีผู้เข้าร่วมการแข่งขัน 50  ทีม จำนวน 110 คน ผู้ชนะในลำดับต่างๆจะได้รับ ถ้วยรางวัล จากผู้ว่าราชการจังหวัด  ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัด  ประธานหอการค้าจังหวัด และประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสามัคคีระหว่างองค์กร  หอการค้า จังหวัดฉะเชิงเทรา  สภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา และครอบครัวสมาชิก ตลอดจนห้างร้านบุคคลทั่วไปได้มีส่วนร่วมและเป็นการเสริมสร้างสัมพันธภาพอันดีร่วมกันนอกจากนี้ยังเป็นการหารายได้สนับสนุนการดำเนินงานของหอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทราและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้งนี้กิจกรรมบันเทิงในช่วงค่ำได้จัดให้มีการประกวดแต่งกายคาวบอยและคาวเกิร์ลประเภทสวยงามอีกด้วย


ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2557

สระแก้วเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวและกีฬา

ที่ โรงแรมทิพปุระ  อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว นายชูศักดิ์  ตรีสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานเปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการท่องเที่ยวและกีฬาโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระแก้ว ซึ่งการจัดโครงการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อสร้างเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวและกีฬาของจังหวัดนำไปพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมทั้งมีการมอบเงินให้แก่เครือข่ายกีฬาที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดสระแก้ว ได้แก่ โรงเรียนบ้านเหล่าอ้อย ชมรมกีฬาผู้สูงอายุและชมรมครูพลศึกษา
   

สระแก้วประชุมคณะทำงานศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป

ที่ห้องประชุมสระแก้ว ศาลากลางจังหวัดสระแก้วนายภัคธรณ์  เทียนไชยผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วเป็นประธานเปิดการประชุมคณะทำงานศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปจังหวัดสระแก้ว ซึ่งทางจังหวัดสระแก้วมีนโยบาย ยึดมั่นในความจงรักภักดี ปกป้องเทิดทูนดำรงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นศูนย์รวมจิตใจประชาชนชาวไทยและเน้นการสร้างความเข้าใจและสามัคคีปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติของแต่ละอำเภอ ประชาชนในพื้นที่และการจัดกิจกรรมคืนความสุขให้คนในชาติตามแผนงานโครงการของส่วนราชการต่างๆโดยมีการบูรณาการแลฃะประสานการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด

สระแก้วศึกษาระบบภูมิสารสนเทศในการบริหารจัดการจังหวัด

ที่ ห้องประชุมบูรพา ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว นายภัครธรณ์  เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วเป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังและนำเสนอความต้องการใช้ระบบภูมิสารสนเทศในการบริหารจัดการจังหวัดโดยสำนักพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน)ซึ่งระบบภูมิสารสนเทศนี้ช่วยในการบริหารจัดการจังหวัดและสร้างขีดความสามารถของประเทศโดยใช้ลักษณะของภาพถ่ายดาวเทียม ซึ่งระบบดังกล่าวนี้จะนำมาช่วยในการบริหารจัดการที่ดีและนำมาประยุกต์ใช้กับงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ด้านทรัพยากรธรรมชาติ เกษตร ภัยพิบัติ ผังเมือง แผนที่ โดยจะนำข้อมูลภาพที่ได้จากดาวเทียมมาเป็นข้อมูลในการจัดการและพัฒนาจังหวัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดของพื้นที่ในจังหวัดเพื่อประโยชน์ของประชาชน

มูลนิธิชัยพัฒนามอบเมล็ดพันธุ์ข้าว เมล็ดพันธุ์ผักและไก่ไข่ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว

วันนี้ (20 มิ.ย.) นายลลิต  ถนอมสิงห์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นประธานในพิธีมอบเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 เมล็ดพันธุ์ผักพื้นบ้านและไก่ไข่ในโครงการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูแก่ราษำรผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ณ โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ ต.ศาลาลำดวน อ.เมือง จ.สระแก้ว

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีได้พระราชทานเมล็ดพันข้าวหอมมะลิ 105 จำนวน 56,000 กิโลกรัมและได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน ประกอบด้วย ผักบุ้ง คะน้า กระเจี้ยบ บวบ มะเขือ จำนวน 400 ชุดและพระราชทานไก่ไข่ จำนวน 385 ตัวโดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 8 อำเภอ ได้แก่  อำเภอโคกสูง อำเภอวัฒนานคร อำเภอตาพระยา อำเภอเขาฉกรรจ์ อำเภอเมืองสระแก้ว อำเภอวังน้ำเย็น อำเภอวังสมบูรณ์และอำเภออรัญประเทศ

หลังจากให้ความช่วยเหลือในระยะแรกแล้วมูลนิธิชัยพัฒนาจะได้ดำเนินระยะต่อไปคือการจัดตั้งกลุ่มอาชีพเสริมต่างๆ รวมถึงการจัดทำพื้นที่ต้นแบบการปรับปรุงบำรุงดินในพื้นที่สาธารณประโยชน์ของหมู่2 ตำบลทัพราช อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ให้มีสภาพเหมาะสมสำหรับการเกษตรเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้เข้ามาเรียนรู้และสามารถดำเนินการในพื้นที่ของตัวเองได้
   

ประเพณีสู่ขวัญควายจังหวัดสระแก้ว

วันนี้ (20 มิ.ย. ) นายภัครธรณ์  เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วยนายลลิต ถนอมสิงห์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาได้เป็นประธานเปิดงานฟื้นฟูประเพณีสู่ขวัญควายจังหวัดสระแก้ว ประจำปี 2557  ซึ่งจัดขึ้นที่โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ อำเภอเมืองสระแก้ว ซึ่งเป็นการบูรณาการ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ ส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 

สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดประเพณีสู่ขวัญควายเพื่อเป็นการตอบแทนบุญควาย และอนุรักษ์ฟื้นฟูประเพณีสู่ขวัญมิให้สูญหาย ถ่ายทอดภูมิปัญญาสู่ขวัญควายให้อนุชนรุ่นหลังได้สืบทอด และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมของจังหวัด โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ คือ การประกวดธิดากาสร (ธิดาควาย) ซึ่งในปีนี้ธิดากาสรฯได้แก่นางสาวนภัทรศร  สุทธิแพทย์ พร้อมทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยวให้กับจังหวัดสระแก้ว 

นอกจากนี้ยังมีพิธีสู่ขวัญควาย การประกวดปั้นควาย การปลูกข้าวโดยวิธีโยน การแข่งขันการเดินโถกเถกการแจกพันธุ์ปลา แจกกล้าไม้และนิทรรศการภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยได้รับความสนใจจากผู้สื่อข่าว และประชาชนจำนวนมาก

สำหรับประเพณีสู่ขวัญควาย ถือว่าเป็นการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีการสู่ขวัญควายไม่ให้สูญหาย ทั้งนี้ กระบือ หรือควาย ถือเป็นสัตย์ที่อยู่คู่กับชาวไร่ชาวนามาช้านาน เป็นสัตว์ที่ให้คุณ และเป็นกำลังหลักของชาวนาในการปลูกข้าว เลี้ยงผู้คนตลอดมา ซึ่งการจัดงานฟื้นฟูประเพณีสู่ขวัญควาย ก็เพื่อเตือนสติ เตือนจิต เตือนใจ ให้คนมีความกตัญญูกตเวที รำลึกถึงบุญคุณของควายที่ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลแก่ชาวนา ชาวนาจึงมีวิธีที่จะตอบแทนบุญคุณ ของควาย และขออโหสิกรรมต่อควาย

สำหรับโรงเรียนกาสรกสิวิทย์จัดตั้งขึ้นตามพระราชกระแสรับสั่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นโรงเรียนฝึกกระบือ และให้เกษตรกรมาใช้ชีวิตที่เกี่ยวข้องกับกระบือเพื่องานเกษตรกรรม โดยเกษตรกรจะเข้าพักอาศัยตามสภาพแวดล้อมการดำรงชีวิตแบบพอเพียง ไม่ดิ้นรนหาความเดือดร้อน นับเป็นการฝึกกระบือให้ทำการเกษตรได้ดี และฝึกคนให้เข้าใจถึงวิธีการใช้กระบือในการทำเกษตรกรรม

จ.ฉะเชิงเทราจัดอบรมมารยาทไทยสู่บุคลากรทางการศึกษาหวังนำไปถ่ายทอดเยาวชนสืบสานเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยและ เป็นสายใยนำไปสู่ความปรองดองของสังคม

วันนี้ ( 20 มิ.ย.57) สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับ สภาวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา  จัดอบรมมารยาทไทย สายใยปรองดอง ประจำปี 2557 โดยมี  นาย เดชา ใจยะ ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา  ประธานในพิธีเปิดการอบรมฯ  พร้อมด้วย นาย วิรัตน์ วิโรจนุปถัมภ์ วัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา  นายจิตติน  ตั้งกงพานิช ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา  และ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง  เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง    มี ครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา เครือข่ายวัฒนธรรม  ข้าราชการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา   และคณะกรรมการสภาวัฒนธรรม รวมทั้งสิ้น 150 ราย   เข้ารับการอบรม  ณ ห้องประชุมอาคารพระพรหมคุณาภรณ์ วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร  มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา  

ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา  กล่าวว่า  มารยาทไทยเป็นคุณลักษณะประจำตัวของบุคคลที่แสดงออกทั้งในด้านกิริยา วาจา ซึ่งมีแบบแผนในการประพฤติ ปฏิบัติ ที่ถือว่าสุภาพ เรียบร้อย อ่อนน้อม สำรวม ถูกกาลเทศะ เป็นสิ่งที่พอเหมาะพองาม ดังนั้นจึงเป็นกรอบแบบแผนที่ควรปฏิบัติหรือละเว้นที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น หรือต่อสังคมส่วนรวมและจำเป็นต่อการอยู่ร่วมกันโดยเฉพาะในยุคของสังคมปัจจุบันที่เกิดปัญหาทางสังคมที่มีความขัดแย้งและขาดหลักที่มีมารยาทต่อกันเกิดความสับสนว่า สิ่งใดควรไม่ควร การจัดอบรมมารยาทไทย สายใยปรองดองครั้งนี้ เป็นการเสริมสร้างบรรยากาศที่ดีในสังคม  การปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในสังคม นอกจากจะเป็นการถ่ายทอดสืบสานเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทย แล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันด้วยหลักมารยาทไทย เป็นสายใยนำไปสู่ความปรองดองของสังคมอีกด้วย

วัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา  กล่าวว่า มารยาทไทยถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญอันโดดเด่น ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไทย และเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ จนเป็นที่ยอมรับและยกย่องชื่นชมจากชาวต่างชาติมาช้านาน ซึ่งการอบรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้หลักมารยาทไทยที่ควรประพฤติปฏิบัติหรือละเว้นให้คนไทยได้ตระหนักและเห็นคุณค่าและความสำคัญและเพื่อให้ครู อาจารย์ บุคคลากรทางวัฒนธรรม ที่เข้ารับการอบรมปฏิบัติตามแบบแผนมารยาทไทยได้ถูกต้อง เป็นต้นแบบ และสามารถนำไปถ่ายทอดให้เด็ก เยาวชน และประชาชนรู้หน้าที่ มีกาลเทศะ รู้หลักพบปะ ร่วมนำพาสังคมดีต่อไป



ชาญณรงค์/ข่าว
ธนภัทร/ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

ศพนิรนาม ถูกมัดมือเท้า ลอยอืดติดป่าโกงกาง คาดอาจเป็นไต๋เรือ หรือลูกเรือประมง ถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ก่อนโยนลงทะเล

ศ​พนิรนาม ถูกมัดมือเ​ท้า ลอยอืดติดป่​าโกงกาง คาดอาจเป็น​ไต๋เรือ หรือลูกเรื​อประมง ถูกทำร้ายร่​างกายจนเสี​ยชีวิต ก่อนโยนลงท​ะเล

เมื่อเวลา 15.00 น.ของวันที่ 19 มิ.ย. 57 ร.ต.ท.วุฒินันท์ ขันทองนาค ร้อยเวร สภ.ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่า พบศพลอยติดป่าโกงกางชายทะเล ม. 3 บ้านหัวหิน ต.คลองปูน อ.แกลง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิพุทธศาสตร์สงเคราะห์อำเภอแกลง ที่เกิดเหตุเป็นป่าโกงกางชายทะเล ห่างจากฝั่งประมาณ 1 กม. พบศพเป็นชายไม่ทราบชื่อและสัญชาติ ลอยน้ำมาติดกับรากต้นโกงกาง สภาพศพเน่า เนื้อหนังเริ่มหลุด ศีรษะเหลือแต่กะโหลก สวมกางชาวเล สีน้ำเงิน เสื้อยึดแขนยาวสีขาว ตรวจสอบพบ ที่บริเวณกะโหลกศีรษะ ด้านขวาเป็นรู คล้ายถูกของแข็งทุบจนแตก มือและเท้ามีเชือกมัดติดอยู่ ลักษณะถูกมัดมือเท้า เสียมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันนิษฐานว่า ผู้ตาย อาจเป็นไต๋เรือ หรือ ลูกเรือประมง อาจไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับผู้อื่น ถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ก่อนมัดมือเท้า โยนทิ้งทะเล ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำศพส่ง รพ.แกลง ให้แพทย์ชันสูตรศพ และเร่งตรวจสอบว่ามีญาติผู้ตายมีการแจ้งความหายไว้ที่ สภ.ใด หรือไม่





วฐิต/ข่าว

หนุ่มนักศึกษา มหาวิทยาลัยชื่อดัง ยื่นหนังสือถึง คสช. เรียกร้องจัดการ บ.ไออาร์พีซีฯ ถมดินรุกล้ำลำน้ำและคลองสาธารณะ พื้นที่กว่า 100 ไร่

เมื่อวานนี้ (19 มิ.ย.) ที่พัน.ร.6 กรม ร.2 พล.นย.ค่ายมหาสุรสิงหนาท ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง นายธีระพล ลายประดิษฐ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ เครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สาขาเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหน.คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ผ่าน น.ท.พิทักษ์รัฐ นิลพฤกษ์ ผบ.พัน ร.6 แต่ น.ท.พิทักษ์รัฐ ติดราชการ จึงมอบหมายให้ น.ต. อดิเรก สาทำ รองผบ.พัน ร.6 มารับหนังสือพร้อมเอกสารแทนนายธีระพล ลายประดิษฐ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ กล่าวว่า เขตประกอบการอุตสาหกรรมบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง ถมดินรุกล้ำลำราง คลองสาธารณะ ใน ต.เชิงเนิน ต.ตะพง และ ต.บ้านแลง รวมเนื้อที่ 117 ไร่เศษ และทางบริษัทได้นำพื้นที่อื่นมาแลกเปลี่ยนกับพื้นที่สาธารณะ ทำให้น้ำเปลี่ยนทิศทาง ท่วมในช่วงน้ำหลาก จึงขอเรียกร้องให้ดำเนินการตามกฎหมายกับเขตประกอบการไออาร์พีซีฯ

น.ต.อดิเรก กล่าวว่า เบื้องต้น จะนำเรื่องเรียน ผบ.พัน ร.6 ให้ทราบโดยเร็วที่สุด พร้อมกับจะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่า พื้นที่.ดังกล่าว เป็นของรัฐหรือของไออาร์พีซีฯ กันแน่ ซึ่งผลการดำเนินการตรวจเป็นอย่างไร จะแจ้งให้ผู้ร้องทราบตามขั้นตอนต่อไป





วฐิต กลางนอก/ข่าว

จ.ตราด ย้ำให้ผู้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือที่มีกฏหมายห้ามออกใบอนุญาต นำส่งมอบให้ภาครัฐ ตามประกาศ คสช. ภายใน 25 มิ.ย. นี้

(20 มิ.ย. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า ตามที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 62/2557 เรื่อง ให้ผู้ที่มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือที่มีกฏหมายห้ามออกใบอนุญาต นำส่งมอบให้กับทางราชการ เนื่องจากอาจมีความเสียงนำมาใช้ในการกระทำความผิดต่างๆ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน ทางจังหวัดจึงขอให้ ผู้ที่มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือที่มีกฏหมายห้ามออกใบอนุญาตตามกฏหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดหรือที่มีกฏหมายห้ามออกใบอนุญาต ส่งมอบต่อนายทะเบียนท้องที่ตามกฏหมายดังกล่าวภายในวันที่ 25 มิถุนายน 2557 ซึ่งจะไม่ต้องรับโทษทางอาญาตามที่บัญญัติไว้ในกฏหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานปกครอง ที่ทำการปกครองจังหวัดตราด หมายเลขโทรศัพท์ 0-3951-1005 ในวันและเวลาราชการ

บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดกิจกรรมกินข้าวเล่าเรื่อง มุ่งประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

(20 มิ.ย. 57) นายกิตติศักดิ์ ทองอยู่ ผู้จัดการภาคตะวันออก บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด พร้อมด้วย นางกันยา บุญชากร ผู้จัดการบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ สาขาตราด ร่วมกันเปิดกิจกรรมกินข้าวเล่าเรื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์การดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และกิจกรรมการรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุจราจร ของบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด โดยมีสื่อมวลชนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดตราดเข้าร่วม

ผู้จัดการภาคตะวันออก บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด กล่าวว่า การจัดกิจกรรมกินข้าวเล่าเรื่อง มุ่งที่จะประชาสัมพันธ์การดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ในพื้นที่จังหวัดตราด และในระดับประเทศ ทั้งนี้เพื่อการประสานการปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากระระหว่างบริษัท กับสื่อมวลชน เพื่อเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวไปสู่ประชาชน ทั้งในเรื่อง การรับคำร้องค่าสินไหมทดแทนตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ให้กับประชาชนที่เกิดอุบัติเหตุจากรถ ทั้ง ค่ารักษาพยาบาล ค่าปลงศพ ในกรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพ ภายใน 7 วัน การจำหน่าย พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ นอกจากนี้การจัดกิจกรรมครั้งนี้ยังเป็นการแนะนำเว็บไซต์ไทยอาร์ เอส ซี ดอท คอม (ThaiRSC.COM) ที่เป็นเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ ทั่วทั้งประเทศ สามารถเป็นฐานข้อมูลรณรงค์วัฒนธรรมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนให้กับหน้วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและะประชาชนทั่วไปอีกด้วย

นายกิตติศักดิ์ ทองอยู่ ยังกล่าวอีกว่า แม้จังหวัดตราดนับเป็นพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จในการรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซนต์ เพื่อลความสูญเสียจากอุบัติเหตุจราจรโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจราจรมากที่สุด แต่ยังพบว่าในจังหวัดตราดยังมีรถจักรยานยนต์อีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่มีการทำประกันตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ใช้ยานพาหนะทุกประเภทร่วมกันทำประกันตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เพื่อให้ได้สิทธิคุ้มครองกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งสามารถทำได้ในรถทุกประเภท เพียงแคทมีบัตรประชาชน และหมายเลขตัวถังของรถเท่านั้น

จังหวัดตราด เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและดินโคลนถล่มปี 2557

(20 มิ.ย. 57) นายพยัคฆพันธุ์ โพธิ์แก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานในการประชุมเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและดินโคลนถล่มปี 2557 ซึ่งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น โดยมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าร่วม

นายฐิตนันท์ อุดมสุข หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันได้เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ซึ่งจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่า ฤดูฝนปีนี้อาจยาวนานไปจนถึงเดือนสิ้นตุลาคม 2556 สำหรับจังหวัดตราด เป็นจังหวัดที่มีปริมาณน้ำฝนมากที่สุดในประเทศไทย และมีความเสี่ยงจังหวัดหนึ่งในการเกิดอุทกภัยและดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ อำเภอเกาะช้าง อำเภอบ่อไร่ และอำเภอเขาสมิง ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราดจึงได้ดำเนินการจัดประชุมเพื่อเตรียมการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวขึ้น เพื่อตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยดินโคลนถล่ม ประเมินความเสี่ยง จัดทำแผนพื้นที่เสี่ยงภัย จัดทำข้อมูลพื้นที่ปลอดภัยเพื่อรองรับการอพยพ รวมทั้งเตรียทการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว รวมทั้งแป็นการซักซ้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกระดับในการผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนได้รับทราบเมื่อเกิดปัญหาดังกล่าว ขึ้น อย่างไรก็ตามตั้งแต่ช่วงเข้าส่ฤดูฝนของปีนี้ เป็นต้นมา ในจังหวัดตราดยังไม่พบ ปัญหาดินโคลนถล่ม และอุทกภัยครั้งใหญ่ มีเพียงปัญหาเพียงน้ำท่วมถนนเล็กน้อย

จังหวัดตราด เดินหน้าเปิดค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด ตามโครงการใครติดยายกมือขึ้นรุ่นที่ 3

(20 มิ.ย. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด ตามโครงการใครติดยายกมือขึ้น รุ่นที่ 3 ประจำปี 2557 ซึ่งศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดตราด ร่วมกับสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดตราด กองร้อยตำรวจตะเวนชายแดนที่ 117 ร่วมกันจัดขึ้น โดยนำผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด จำนวน 60 คน เข้าร่วมโครงการโดยสมัครใจ ในระบบโปรแกรม Fast Model ในระยะเวลา 15 วัน ที่โรงเรียนวิวัฒน์พลเมือฝ่ายปกครองจังหวัดตราด กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดตราดที่ 1

ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดนับเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ดำเนินการร่วมกับทุกภาคส่วนร่วมกันป้องกันและแก้ไข การจัดค่ายในครั้งนี้เป็นการมุ่งลดจำนวนผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่ ผ่านการดำเนินการฟื้นฟูและพัฒนาสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดโดยใช้กิจกรรมกลุ่มบำบัด การหยุดคิด เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของกลุ่มผู้เสพให้หายขาดจากการติดยาเสพติด สามารถกลับมาใช้ชีวิตเช่นคนปกติทั่วไป ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่สุดในการเลิกเสพยาเสพติดที่ทางจังหวัดฝากไว้กับผู้เข้าร่วมโครงการนี้คือการเอาชนะใจตนเอง ซึ่งนับเป็นสิ่งที่สำคัญในการไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก อย่างไรก็ตามทางจังหวัดยังพร้อมที่จะดูแลในเรื่องของการฝึกอาชีพ หาอาชีพที่เหมาะสมให้กับผู้ผ่านกระบวนการบำบัดแล้วหากผู้เข้าร่วมโครงการมีความต้องการ

ท.เมืองจันทบุรี เร่งล้างลอกท่อระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน

เทศบาลเมืองจันทบุรีเร่งทำความสะอาดลอกท่อระบายน้ำ ป้องกันแก้ไขน้ำท่วมขัง ช่วงฤดูฝนบรรเทาความเดือดร้อนของคนในชุมชน  

ที่บริเวณชุมชนริมน้ำจันทบูรณ์ เขตเทศบาลเมืองจันทบุรี นางสุกานดา  สุทธิพัฒนกุล นายกเทศมนตรีเมืองจันทบุรีได้นำคณะผู้บริหารเทศบาล สมาชิกสภาฯ และเจ้าหน้าที่กองช่างสุขาภิบาล เร่งทำความสะอาดล้างลอกท่อระบายน้ำ เพราะช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝน ทำให้บางพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขัง ประกอบกับมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ ทำให้น้ำไหลไม่ดีเท่าที่ควรเมื่อฝนตก น้ำจึงเอ่อล้นขึ้นบนพื้นถนนไหลเข้าท่วมพื้นที่ต่ำ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี เพื่อป้องกันเหตุน้ำท่วมขังบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน คณะผู้บริหารเทศบาลเมืองจันทบุรี จึงดำเนินการให้เจ้าหน้าที่กองช่างสุขาภิบาล เทศบาลเมืองจันทบุรี เร่งขุดล้างลอกท่อระบายน้ำ เพื่อกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ

ทั้งนี้การทิ้งขยะสิ่งปฏิกูล และกวาดเศษ หิน ดิน ทราย ลงในท่อระบายน้ำ เป็นสาเหตุหลักของท่อระบายน้ำอุดตัน ส่งผลให้ระบบระบายน้ำมีประสิทธิภาพลดลง เทศบาลเมืองจันทบุรี จึงขอความร่วมมือจากประชาชนโปรดทิ้งขยะให้ถูกที่และปลูกฝังเยาวชนให้ใส่ใจรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างจิตสำนึกที่ดี และเพื่อให้บ้านเมืองสะอาด เป็นเมืองน่าอยู่ที่ยั่งยืนต่อไป



จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 20  มิ.ย.57 )
                  ธเนศ  เธียรนันทน์/ตรวจข่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ประกาศวาระจันทบุรีเมืองแห่งความสุข

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีมอบนโยบายส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกาศวาระจันทบุรีเมืองแห่งความสุข เน้นบริการรวดเร็ว โปร่งใส ทำทันทีที่รู้

เมื่อวานนี้ 19 มิถุนายน ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมนิวแทรเวิลลอร์ด จังหวัดจันทบุรี นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้มอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้ประกาศวาระจังหวัด ให้จังหวัดจันทบุรีเป็นเมืองแห่งความสุข สุขทุกวันที่จันทบุรี ซึ่งจากผลการทำโพลของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ พบว่าจังหวัดจันทบุรีเป็นเมืองที่มีความสุขเป็นอันดับที่ 6 ของประเทศ แต่อยากจะขอความร่วมมือทุกภาคส่วนทำให้จังหวัดจันทบุรีขยับอันดับขึ้นเป็นที่ 1 – 3 ของประเทศ

ผู้ว่าฯจันท์ นำนักโทษช่วยเกษตรกรเก็บเงาะแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนำนักโทษช่วยเกษตรกรเก็บเงาะ หลังพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานเนื่องจากชาวกัมพูชาที่มารับจ้างกลับบ้านหมด

วันนี้ ( 20 มิ.ย.57 ) ที่ สวนผลไม้ของนายสมชาย พุ่มเจริญ เกษตรกรหมู่ที่ 1  ตำบลวังใหม่ อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมสวนให้กำลังใจเกษตรกร พร้อมทั้งนำนักโทษชั้นดี จากเรือนจำจังหวัดจันทบุรีจำนวน 40 คนไปช่วยเก็บผลไม้ช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานเนื่องจากแรงงานชาวต่างด้าวชาวกัมพูชาได้ละทิ้งงานกลับบ้านกันหมดจึงทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบขาดแคลนแรงงานและส่งผลต่อผลผลิตที่อาจจะเสียหายหากเก็บเกี่ยวไม่ทัน ทั้งนี้ในช่วงปัจจุบันผลผลิตเงาะ และมังคุดของจังหวัดจันทบุรีกำลังอยู่ในช่วงให้ผลผลิตพร้อมกันหรือเรียกว่าช่วงพี๊กโดยปีนี้สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรีคาดการณ์ว่ามีเงาะให้ผลผลิตทั้งสิ้นประมาณ 138,000 ตัน เก็บผลผลิตไปแล้วประมาณ 61,000 ตัน คงเหลือผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดอีกประมาณ 77,000 ตัน ราคาที่พ่อค้าคนกลางซื้อจากเกษตรกรกิโลกรัมละ 12 ถึง 14 บาท หากเกษตรกรรายใดประสบปัญหาเรื่องแรงงานสามารถร้องขอจังหวัดจัดกำลังผู้ต้องโทษชั้นดีเข้าช่วยเหลือเก็บผลผลิตได้เพราะผู้ต้องโทษเหล่านี้ได้รับการฝึกฝีมือก่อนพ้นโทษและไม่ทำให้ผลผลิตเสียหาย

โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้กล่าวเชิญชวนให้ประชาชน นักท่องเที่ยวร่วมบริโภคผลไม้ไทยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้สูงขึ้น พร้อมทั้งเชิญชวนมาเที่ยวชมสวนผลไม้ เติมเต็มความสุขให้แก่ชีวิตและครอบครัว ที่จังหวัดจันทบุรีชมและเลือกซื้อผลไม้สดจากสวน ท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติต่าง ๆ ของจังหวัดจันทบุรีที่มีอยู่มากมาย ตามคำขวัญที่ว่า จันทบุรีเมืองแห่งความสุข สุขทุกวันที่จันทบุรี