วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง สั่งเตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณผลผลิตผลไม้ของจังหวัดในปีนี้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตมากกว่าปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันจะเร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและส่งเสริมกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว เปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด

ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง สั่งเตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณผลผลิตผลไม้ของจังหวัดในปีนี้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตมากกว่าปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันจะเร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและส่งเสริมกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว เปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด

นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สำหรับปริมาณผลผลิตของผลไม้จังหวัดระยองในปีนี้ คาดว่า จะมีปริมาณผลผลิตมากกว่าปีที่แล้ว ทั้งนี้เนื่องจากสภาพของอากาศที่หนาวเย็นกว่าทุกปี และอาจจะทำให้ผลผลิตติดดอกออกผลช้ากว่าปกติ ดังนั้นในส่วนการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับปริมาณของผลไม้ของจังหวัด ขณะนี้ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกส่วนเตรียมพร้อมรับมือแก้ปัญหาแล้ว อีกทั้งงานเทศกาลผลไม้ของดีจังหวัดระยองปีนี้ จังหวัดระยองจะจัดให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตามนอกจากงานเทศกาลผลไม้และของดีจังหวัดระยองแล้ว ในส่วนการส่งเสริมการท่องเที่ยวในด้านอื่นแล้ว ทางจังหวัดจะเร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อมแหล่งท่องเที่ยว หลังจากได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำมันดิบรั่วไหล นอกจากนี้จะเร่งเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตอำเภอเขาชะเมา ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง..
วฐิต/ข่าว

นักธุรกิจรุ่นใหม่ มอบเงินสนับสนุนการกุศลกาชาด

กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ หอการค้าจังหวัดจันทบุรีมอบเงินรายได้จากการจัดคอนเสิร์ตการกุศลแก่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรีเพื่อใช้ในการช่วยเหลือสาธารณะกุศล

วันที่ ( 15 ก.พ.57 ) ที่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยนางศศิพัชร์ พงษ์เจริญ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรีได้ร่วมกันรับมอบเงินจากชมรมนักธุรกิจรุ่นใหม่ หอการค้าจังหวัดจันทบุรี หรือ CYEC ( ซี.วาย.อี.ซี ) หอการค้าจันทบุรี ซึ่งเป็นเงินรายได้จากการจัดคอนเสิร์ตการกุศล กินลมชมจันท์เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา และประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม มีกลุ่มวัยรุ่น ประชาชน นักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศเดินทางมาชมคอนเสิร์ตที่ชายหาดเจ้าหลาว ทำให้ที่โรงแรม ที่พัก รีสอร์ทในจันทบุรีเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างจังหวัด สร้างรายได้แก่คนในพื้นที่และเพิ่มรายได้ทางเศรษฐกิจโดยรวม สำหรับการมอบเงินครั้งนี้กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ CYEC หอการค้าจังหวัดจันทบุรีนำโดยนายชายพงษ์ นิยมกิจ เป็นตัวแทนของนายธีระ กนกกาญจนรัตน์ ประธานชมรมได้มอบเงินเพื่อให้กาชาดจังหวัดจันทบุรีนำไปช่วยเหลือด้านสาธารณะกุศลในจังหวัดจันทบุรี 10,000 บาท นอกจากนี้ กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ CYEC หอการค้าจังหวัดจันทบุรียังได้มอบเงินรายได้จากการจัดคอนเสิร์ตการกุศล แก่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจังหวัดจันทบุรีสมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ช่วยชีวิตผู้ป่วยอีกจำนวน 50,000 บาท



จรัล/ภาพ/ข่าว

พระบาทพลวงจันทบุรี เปิดปกติแล้วหลังหยุดเพราะฝนตก 2 ชั่วโมง

ประชาชน พุทธศาสนิกชนที่ขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏจังหวัดจันทบุรี สามารถขึ้นลงได้ตามปกติแล้วหลังหยุดเดินรถ 2 ชั่วโมงเพราะฝนตกเกรงไม่ปลอดภัย

บรรยากาศงานเทศกาลมนัสการรอบพระพุทธบาทพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ช่วงสุดสัปดาห์นี้มีประชาชน พุทธศาสนิกชน หลั่งไหลมาขึ้นเขาเพื่อ นมัสการรอยพระพุทธบาทที่ตั้งอยู่บนยอดเขาจำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุด มาฆะบูชาติดต่อกัน 3 วัน และเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา มีฝนตกลงมาทำให้เส้นทางการจราจรบนเขามีความเสี่ยงสูง นายเกรียงเดช เข็มทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้สั่งการให้รถที่ขึ้น – ลงบนเขาคิชฌกูฏหยุดรับ – ส่งผู้โดยสารชั่วคราวเนื่องจากเกรงจะไม่ปลอดภัย เป็นอันตรายต่อผู้ที่ขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทได้ จึงมีประชาชนตกค้างอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ในช่วงสายวันนี้ภายหลังฝนหยุดตกได้ 2 ชั่วโมง การจราจรบนเขาก็กลับมาปกติ รถบริการขึ้นลงเขาที่มีอยู่ทั้งสิ้นรวมประมาณ 150 คัน ก็กลับมาให้บริการรับส่ง ประชาชน พุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวได้ตามปกติ

สำหรับงานนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏจังหวัดจันทบุรี ปีนี้จะเปิดให้ประชาชน พุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาคิชฌกูฏได้จนถึงวันที่ 1 เมษายน 2557 พร้อมทั้งมีรถบริการเฉพาะถิ่น รับส่งผู้โดยสารตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องมาในวันหยุด หรือต้องขึ้นเขาในช่วงเช้าซึ่งอาจจะต้องเสียเวลาคอยรถโดยสารที่มีจำนวนจำกัด หากเป็นวันธรรมดา หรือช่วงสายก็สามารถขึ้นลงเขาได้อย่างสะดวกรวดเร็วกว่า



จรัล/ภาพ/ข่าว

รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานปิดงานมหกรรมสัตว์ปีกสวยงามแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 งานแสดงสินค้า OTOP ภาคตะวันออก และงานเกษตรแฟร์ 2557

วันนี้ ( 16 ก.พ.57  )  ที่สวนปาล์มฟาร์มนก  อำเภอคลองเขื่อน  จังหวัดฉะเชิงเทรา  นาย ยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานปิดงาน"มหกรรมสัตว์ปีกสวยงามแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 งานแสดงสินค้า OTOP ภาคตะวันออก และงานเกษตรแฟร์ 2557” พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดภาพถ่าย  โดยมี ดร. โภคิน พลกุล  ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี    นาย ไพศาล วิมลรัตน์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมพิธี

นายยุคล  ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรระบบสหกรณ์มุ่งที่จะสนับสนุนให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาชนมีความมั่นคงด้านอาหารเป็นฐานสร้างรายได้ให้แผ่นดิน ซึ่งการจัดงานดังกล่าวถือเป็นการเพิ่มช่องทางการสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่เกษตรกรอย่างแท้จริงอีกทั้งยังส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทรา  ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในระดับประเทศและระดับนานาชาติ  รวมทั้งเพิ่มช่องทางการสร้างงาน สร้างอาชีพในการจำหน่ายสินค้าทางด้านการเกษตรและสินค้า OTOP ที่มีคุณภาพของจังหวัดฉะเชิงเทรา และภาคตะวันออกให้เป็นที่นิยมของผู้บริโภค รวมถึงยังเป็นการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ SMEsในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  ซึ่งสามารถทำให้นักท่องเที่ยวได้รับความพึงพอใจและประทับใจจังหวัดฉะเชิงเทรามากยิ่งขึ้นด้วย



ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพ

หอการค้าจันทบุรี จัดกิจกรรมดอกไม้บุญรักรุ่งเรืองไม่รู้โรยลา

หอการค้าจังหวัดจันทบุรีร่วมกับอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว จัดกิจกรรมส่งเสริมความรักอย่างยั่งยืน ดอกไม้บุญรักรุ่งเรืองไม่รู้โรยลา ส่งเสริมความรักและการให้ในวันวาเลนไทน์

วันที่ ( 14 ก.พ.57 ) ที่บริเวณหน้าสถูปพิระมิดที่ระลึกถึงความรักแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวีอรรคมเหสี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หอการค้าจังหวัดจันทบุรีร่วมกับอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว และภาคเอกชน ได้จัดให้มีกิจกรรม ดอกไม้บุญรักรุ่งเรืองไม่รู้โรยลาเพื่อยกย่องความรักอันบริสุทธิ์ ส่งเสริม สนับสนุนให้ประชาชนใช้วันสำคัญแสดงออกถึงความเอื้ออาทร ช่วยเหลือกัน เป็นการสร้างแนวความคิดที่ถูกต้องดีงาม รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นให้ประชาชนชาวไทยเข้ามาสักการะสถูปแห่งความรักด้วยดอกบานไม่รู้โรย และดอกดาวเรือง สืบไป โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีประชาชน นักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา ที่เดินทางพาครอบครัวมาพักผ่อนท่องเที่ยวที่น้ำตกพลิ้ว ร่วมงานและนำดอกไม้วางถวายที่หน้าพระบรมรูปพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวีอัครมเหสี ในรัชกาลที่ 5 กันจำนวนมาก โดยดอกไม้บานไม่รู้โรยที่หอการค้าจังหวัดจันทบุรี นำมาถวายเป็นดอกไม้ประดิษฐ์ที่ชมรมคนพิการจังหวัดจันทบุรีทำขึ้นเป็นงานฝีมือหารายได้จุลเจือครอบครัวคนพิการ ส่วนดอกบานไม่รู้โรยเป็นของเกษตรกรในกลุ่มสภาเกษตรกรจังหวัดจันทบุรีนำมาจำหน่ายสร้างรายได้แก่เกษตรกร  ซึ่งกิจกรรม ดอกไม้บุญรักรุ่งเรืองไม่รู้โรยลา ที่น้ำตกพลิ้วจังหวัดจันทบุรีจะจัดเป็นประจำต่อเนื่องทุกปี ในวันวันวาเลนไทน์



จรัล/ภาพ/ข่าว

บรรยากาศงานรำลึกพระบารมี 111 ปี ฉลองเมืองจันท์คึกคัก

ประชาชน นักท่องเที่ยวร่วมแต่งกายย้อนยุค ร่วมงาน รำลึกพระบารมี 111 ปี ฉลองเมืองจันท์ กันอย่างคึกคักท่ามกลางกลิ่นอายย้อนยุค พร้อมอาหารโบราณมากมาย      

ที่บริเวณวัดเขาแหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี อำเภอแหลมสิงห์ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลบางกะไชย สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องได้จัดให้มีพิธีเปิดงาน ป้อมไพรีพินาศรำลึก " รำลึกพระบารมี 111 ปี ฉลองเมืองจันท์ ”โดยมีนายสมหมาย วิเชียรฉันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานเปิดงาน ที่ปีนี้มีกิจกรรมเฉลิมฉลองรวม 2 วัน เพื่อรำลึก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสดุดีวีรกรรมชาติไทย ในคราวที่ฝรั่งเศสถอนกำลังออกจากจังหวัดจันทบุรีเมื่อ ร.ศ.123 หรือเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2446 ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงตัดสินพระทัยนำเงินถุงแดงหรือพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่รัชกาลที่ 3 ที่ 4 ทรงเก็บสะสมไว้มาจ่ายเป็นค่าปรับให้ฝรั่งเศสเพื่อแลกดินแดนจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด

โดยชาวอำเภอแหลมสิงห์จังหวัดจันทบุรีจัดกิจกรรมเพื่อรำลึกและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เฉลิมฉลองวันอิสรภาพเป็นประจำทุกปี ซึ่งมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิพิธีเชิญธงช้างเผือก ร้องเพลงชาติไทยโบราณ การแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ ประกวดวาดภาพ การขับขับเสภา  การแสดงละครชาตรี รำเท่งตุ๊ก  รำวงย้อนยุค รำซัดชาตรี การละเล่นเพลงหงส์ฟาง การแสดงของเด็ก เยาวชน การออกร้านอาหารพื้นบ้าน อาหารพื้นเมืองของหน่วยงานราชการและภาคเอกชนเลี้ยงฟรีแก่ผู้ร่วมงานโดยกิจกรรมเน้นบรรยากาศย้อนยุคการแต่งกายสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น  ส่วนวันนี้ 14 กุมภาพันธ์กำหนดจัดกิจกรรมที่จุดพักรถชมวิวสวนล่มเกล้าชายหาดแหลมสิงห์เวลา 10.00 น.มีการเลี้ยงพระเพล เวลา 18.00 น.เป็นต้นไปมีการแสดงดนตรีไทย มหกรรมกลองเฉลิมฉลอง สาธิตการประกอบอาหารพื้นบ้าน การเปิดร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง อาหารพื้นบ้านของกลุ่มแม่บ้านชาวอำเภอแหลมสิงห์ การประกวดแต่งกายชุดไทยสวยงาม การแสดงของนักเรียนโรงเรียนปากน้ำแหลมสิงห์ การแสดงละครชาตรี    



จรัล/ภาพ/ข่าว

ชาวจันทบุรีร่วมทำบุญตักบาตรวันมาฆะบูชา คึกคัก

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนำข้าราชการ ประชาชน พุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตักบาตร ถวายอาหารคาว – หวานแด่พระภิกษุสงฆ์เนื่องในวันมาฆะบูชา กันอย่างเนืองแน่น

วันที่ ( 14 ก.พ.57 ) ที่วัดบูรพาพิทยาราม พระอารามหลวง ตำบลเขาวัว อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี นายเกรียงเดช เข็มทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้นำข้าราชการ พุทธศาสนิกชน ประชาชน จำนวนมากร่วมใส่ชุดขาวและร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรถวายภัตราหารแด่พระภิกษุสงฆ์ โดยมีพระราชจันทโมลี เจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี อาวาสวัดบูรพาพิทยาราม พระอารามหลวง นำคณะสงฆ์จำนวน 18 รูปออกรับบิณฑบาตจากประชาชน ส่วนภาคค่ำ เวลา 19.00 น.เป็นต้นไป ที่วัดบูรพาพิทยาราม พระอารามหลวง ตำบลเขาวัว อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี นายเกรียงเดช เข็มทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีจะนำข้าราชการ พุทธศาสนิกชน ประชาชน ร่วมในพิธีถือศีลปฏิบัติธรรม สวดมนต์ และเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา


จรัล/ภาพ/ข่าว

พุทธศาสนิกชนชาวตราด รวมทั้งแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา จำนวนมากร่วมกันทำบุญเนื่องในวันมาฆบูชา

(14 ก.พ. 57) บรรยากาศการทำบุญในวันวันมาฆบูชาในพื้นที่จังหวัดตราด มีความคึกคัก โดยที่วัดคลองเพชร เขตตำบลวังกระแจะ อำเภอเมืองตราด นอกจากพุทธศาสนิกชนชาวไทยแล้ว ยังมีกลุ่มแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา ที่อาศัยอยู่ในย่านบ้านท่าเรือจ้างพากันจูงบุตรหลานมาร่วมทำบุญ จนเต็มพื้นที่ศาลาการเปรียญวัดคลองเพชร

พระครูวิเสษธรรมวาที เจ้าอาวาสวัดคลองเพชร กล่าวว่า วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งทางพระพุทธศาสนา เป็นวันที่ชาวพุทธต่างปิติยินดี พร้อมสามัคคีร่วมปฎิบัติกิจกรรมความดี ตั้งอยู่ในศีล และปฎิบัติธรรม เพื่อน้อมนำและน้อมรำลึกถึงคุณูปการที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงประกาศหลักธรรมสำคัญของพระพุทธศาสนาเสมือนหนึ่งรัฐธรรมนูญที่ใช้เป็นกฎหมายแม่บทสำคัญสูงสุดของประเทศ คือ ทรงแสดงพระโอวามปาติโมกข์ให้พระอรหันต์สาวก ถือเป็นหลักปฎิบัติเพื่อนำไปเผยแผ่อุดมการณ์ หลักการ และวิธีการแห่งพระพุทธศาสนาทั้งนี้ วันมาฆบูชา นอกจากจะเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาแล้ว เมื่อปี พ.ศ. 2549 รัฐบาลไทยยังได้ประกาศให้วันมาฆบูชา เป็น "วันกตัญญูแห่งชาติ" และเป็นวันแห่งความรักอันบริสุทธิ์ของชาวพุทธ ซึ่งในปีนี้วันมาฆบูชาตรงกับวันแห่งความรักอีกด้วย

พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดตราด ร่วมทำบุญวันมาฆบูชา กันอย่างเนืองแน่น

(14 ก.พ. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นำพุทธสาสนิกชนชาวตราด ร่วมทำบุญตักบาตร เข้าวัดฟังธรรม ถวายภัตตาหาร และกิจกรรมการรักษาอุโบสถศีล ปฏิบัติธรรม เนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันมาฆบูชา ประจำปี 2557 ซึ่งจังหวัดตราดโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ร่วมกับคณะสงฆ์ในจังหวัดตราดร่วมกันจัดขึ้นโดยมีศูนย์กลางการจัดงานอยู่ที่วัดบางปรือ ตำบลห้วยแร้ง อำเภอเมืองตราด

ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า วันมาฆบูชา หรือวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์คือการประกาศหลักธรรม คำสั่งสอนของพระองค์ ต่อหน้าพระอรหันต์จำนวน 1,250 รูปมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 แต่หากวันเพ็ญเดือน 3 ถ้าปีใดมีเดือน 8 สองหน เลื่อนเป็นเดือน 4 ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ดังนั้นเพื่อเป็นการร่วมเผยแพร่กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาเนื่องในวันดังกล่าวทางจังหวัดจึงได้ร่วมกับวัดต่าง ๆ จัดกิจกรรมในทุกวัดโดยเขตอำเภอเมืองตราดในช่วงเช้า มีศูนย์กลางของการจัดกิจกรรมอยู่ที่วัดวัดบางปรือ ตำบลห้วยแร้ง อำเภอเมืองตราด แห่งนี้ อย่างไรก็ตามในช่วงค่ำตั้งแต่ เวลา 18.30 น.เป็นต้นไป มีการจัดกิจกรรมแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ตลอดจนพิธีเวียนเทียนโดยมีศูนย์กลางการจัดงานที่เจดีย์ 3 ท่านเจ้าคุณ วัดไผ่ล้อม ตำบลบางพระ อำเภอเมืองตราด

สภาพัฒนาการเมือง เปิดเวที “มาฆฤกษ์ เบิกปัญญา พัฒนาพลเมืองตราด” มุ่งเผยแพร่หลักการและเสนอแนวคิดการพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง

(14 ก.พ. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานเปิดเวที "มาฆฤกษ์ เบิกปัญญา พัฒนาพลเมืองตราด” ซึ่งศูนย์ประสานงานสภาพัฒนาการเมืองจังหวัดตราดจัดขึ้น เพื่อมุ่งเผยแพร่หลักการและเสนอแนวคิดการพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง ร่วมชี้แจงวัตถุประสงค์ของ "สภาพัฒนาการเมืองกับการเสริมสร้าง พลเมืองร่วมใจ การเมืองไทยเข้มแข็ง” โดยมีประชาชนชาวตราดจากสาขาอาชีพต่าง ๆ เข้าร่วมเวทีในครั้งนี้ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดตราด

นางสาวศิริวรรณ บุตราช สมาชิกสภาพัฒนาการเมืองจังหวัดตราด เปิดเผยว่า การจัดเวทีเวที "มาฆฤกษ์ เบิกปัญญา พัฒนาพลเมืองตราด” ครั้งนี้ได้ถือเอาฤกษวันมาฆบูชาดำเนินการจัดวทีขึ้น เพื่อเป็นการให้ความรู้ พัฒนาศักยภาพ และรับฟังความคิดเห็นของชุมชน และสาขาอาชีพต่าง ๆ จากทั้ง 7 อำเภอของจังหวัดตราด เป็นการส่งเสริมให้เกิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสนอแนวความคิดในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของชุมชน และประชาชนกลุ่มเป้าหมาย อันได้แก่ สภาองค์กรชุมชนตำบล ผู้แทนกลุ่ม องค์กรชุมชน เครือข่าย และผู้นำชุมชนจากทั้ง 7 อำเภอ เป็นการเปิดพื้นที่ให้กับเวทีสาธารณะให้คนตราดทุกเพศทุกวัย ได้มาแสดงออกความคิดความสามารถ ภูมิปัญาท้องถิ่น การนำเสนอ แนะนำต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และมีผลกระทบต่อชุมชนด้วยความสำนึกในบทบาทหน้าที่การเป็นพลเมืองไทย โดยเฉพาะการนำเสนอสิ่งที่ดี ๆ ออกมาสู่เวทีสาธารณในครั้งนี้ เช่น พลเมืองตราดกับการจัดการที่อยู่อาศัย พลเมืองตราดกับการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และพลเมืองตราดกับอาชีพวิถีเกษตรกรรม เป็นต้น

พุทธศาสนิกชน จ.ตราด พร้อมใจกันนุ่งขาวห่มขาว ร่วมสวดพระพุทธมนต์ 108 จบ และร่วมเวียนเทียน เนื่องในวันวันมาฆบูชา

(14 ก.พ. 57) บริเวณเจดีย์ 3 ท่านเจ้าคุณ วัดไผ่ล้อม อ.เมืองตราด พระครูสังฆรักษ์ ทรงวุฒิ รองเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม นำพุทธศาสนิกชนชาวตราดจำนวนมากที่ต่างนุ่งขาวห่มขาว ร่วมสวดพระพุทธมนต์ 108 จบ พร้อมทั้งแสดงตนเป็นพุทธมามกะ และร่วมกันเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2557

พระครูสังฆรักษ์ทรงวุฒิ รองเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม กล่าวว่า การจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันมาฆบูชา จังหวัดตราดวัดทุกวัดในจังหวัดต่างร่วมจัดกิจกรรมพร้อมเพรียงกัน โดยที่เจดีย์ 3 ท่านเจ้าคุณ วัดไผ่ล้อม อ.เมืองตราด แห่งนี้ มี 3 กิจกรรมหลัก คือ การสวดพระพุทธมนต์ 108 จบ การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ และกิจกรรมการเวียนเทียน พร้อมกันนี้พุทธศาสนิกชนชาวตราดที่เข้าร่วมพิธีได้ร่วมกันอธิฐานให้เกิดความสามัคคีและความสงบสุขให้กับชาติไทย พร้อมทั้งถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อย่างไรก็ตามเป็นที่น่ายินดีว่าการจัดพิธีในครั้งนี้มีประชาชนต่างพาบุตรหลานจำนวนมากข้าร่วมพิธีเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในโอกาสสำคัญดังกล่าว

ผู้ว่าฯ ตราด นำประชาชนร่วมสวดพระพุทธมนต์ แสดงตนเป็นพุทธมามกะ พร้อมเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา

(14 ก.พ. 57) บริเวณเจดีย์ 3 ท่านเจ้าคุณ วัดไผ่ล้อม อ.เมืองตราด นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นำพุทธศาสนิกชนชาวตราดจำนวนมาก ร่วมสวดพระพุทธมนต์ พร้อมทั้งแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ร่วมกันเวียนเทียน และเจริญจิตภาวนาถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในโอกาสวันมาฆบูชา ประจำปี 2557

พระครูสังฆรักษ์ทรงวุฒิ รองเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม กล่าวว่า การจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันมาฆบูชา ในส่วนของจังหวัดตราดวัดทุกวัดในจังหวัดต่างร่วมจัดกิจกรรมโดยพร้อมเพรียงกัน โดยมีศูนย์กลางจัดกิจกรรมอยู่ ณ เจดีย์ 3 ท่านเจ้าคุณ วัดไผ่ล้อม อ.เมืองตราด แห่งนี้ มีกิจกรรมหลักที่สำคัญ คือ การสวดพระพุทธมนต์ การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ กิจกรรมการเวียนเทียน และการเจริญจิตภาวนาถวายเป็นพุทธบูชา ทั้งนี้วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ เป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ คือ การประกาศหลักธรรม คำสั่งสอนของพระองค์ ต่อหน้าพระอรหันต์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 แต่ในปีนี้มีเดือน 8 สองหน เลื่อนเป็นเดือน 4 

ระยอง ทำบุญตักบาตร เนื่องในวันมาฆบูชาเนื่องแน่น

เมื่อเวลา 07.30 น.ของวันที่ 14 ก.พ.ที่วัดเนินพระ อ.เมืองระยอง นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อมด้วยนายทรรศนะ วิชัยธนพัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายธีระวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยอง นายนิพนธ์ เลิศศรีสุวัฒนา นายอำเภอเมืองระยอง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระยอง นำพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดระยอง กว่า 700 คน รวมกันทำบุญตักบาตรแด่พระภิกษุสงฆ์ เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2557 ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ ทั้งนี้ในช่วงค่ำวันเดียวกันในเวลา 19.00 น. จะมีพิธีเวียนเทียนพร้อมการแสดงธรรมเทศนาของพระราชสิทธินายก เจ้าคณะจังหวัดระยอง ณ วัดเนินพระ อ.เมืองระยอง ด้วย ทั้งนี้วันมาฆบูชาซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนามากอีกวันหนึ่ง และมีความสำคัญ เพราะวันมาฆบูชา หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน 3 เนื่องในโอกาสคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ เป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ในวันสำคัญนี้มีเหตุการณ์อัศจรรย์คือ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าจำนวน 1,250 รูป พร้อมใจกันมาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ประเทศอินเดีย โดยมิได้นัดหมายกัน และพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ในที่ประชุมสงฆ์เหล่านั้นด้วย ซึ่งเป็นทั้งหลักการ อุดมการณ์ และวิธีการปฏิบัติที่นำไปใช้ได้ทุกสังคม

พบโลมาปากขวด ไล่กินเหยื่อชายหาดเมืองระยอง อวดสายตานักท่องเที่ยว

พบฝูงปลาโลมาปากขวดไล่กินเหยื่อบริเวณหาดแม่รำพึง เมืองระยอง อวดสายตานักท่องเที่ยว ในรอบ 10 ปี

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 พบฝูงปลาโลมาไล่กินเหยื่อปลาที่บริเวณปากอ่าวลานหินขาว-หาดแม่รำพึง อ.เมือง จ.ระยอง ในรอบ 10 ปี โดยมีนายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 พร้อมด้วยนายมนตรี หามนตรี หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองปราบปรามทางทะเล นายกฤตยชญ์ ชำนาญช่าง หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์และฟื้นฟู ว่าที่ร้อยตรีวิษณุพงศ์ วิเชียรรัตนคุณ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการอนุรักษ์ ได้นำเรือศูนย์อนุรักษ์ทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 ออกสำรวจฝูงปลาโลมา พบฝูงปลาโลมาปากขวดประมาณ 10 ตัว กำลังว่ายวนต้อนฝูงปลาทูและไล่กินเหยื่อ เจ้าหน้าที่จึงได้ถ่ายรูปไว้ เพื่อทำรายงานส่งสำนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

นายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าปลาโลมาที่พบบริเวณอ่าวทะเลช่วงเขาแหลมหญ้า-ลานหินขาว-หาดแม่รำพึง เป็นโลมาชนิดโลมาปากขวดประมาณ 10 ตัว ซึ่งไม่พบปลาโลมาปากขวดชนิดนี้มาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว และในวันนี้ได้มีปลาโลมากลับเข้ามาหากินอาหารในพื้นที่อ่าวระยอง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในพื้นที่นั้นมีความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหาร มีสัตว์น้ำมากขึ้น ปลาโลมานั้นจะกินปลาไม่มีเกล็ด เช่น ปลาทู ปลาโม่ง ปลาดุกทะเล เป็นต้น ซึ่งพื้นที่นี้จะมีความสะอาดของน้ำทะเล ระบบวงจรนิเวศดีขึ้น และปลาโลมาจะไล่ตามกินปลาไปเรื่อยๆ ในการพบฝูงปลาโลมาปากขวดครั้งนี้สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวอย่างมาก ที่มีฝูงปลาโลมาเข้ามาหากินในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาพบฝูงปลาโลมาประมาณ 200 ตัว ในพื้นที่อ่าวทะเลตราด และพื้นที่ปากอ่าวแม่น้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา มาแล้ว

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 จะเฝ้าติดตามฝูงปลาโลมาที่หากินในพื้นที่อ่าวระยอง จะไม่ให้ชาวประมงดักจับหรือเข้าทำร้ายปลาโลมาเพราะเป็นสัตว์สงวนหายาก เพราะที่ผ่านมาเคยพบชาวประมงทำร้ายปลาโลมาเนื่องจากปลาโลมาไปขโมยกินเหยื่อปลาทูที่ชาวประมงได้วางอวนดักปลาไว้ ฉะนั้นเจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 จึงเฝ้าติดตามฝูงปลาโลมาปากขวดไว้

รมว.มหาดไทยเปิดงานมหกรรมสัตว์ปีกสวยงามแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 งานแสดงสินค้า OTOP ภาคตะวันออก และงานเกษตรแฟร์ 2557

วันที่ (14 ก.พ.57)    จังหวัดฉะเชิงเทราร่วมกับสมาพันธ์สัตว์ปีกสวยงามแห่งประเทศไทย มหกรรมสัตว์ปีกสวยงามแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 งานแสดงสินค้า OTOP ภาคตะวันออก และงานเกษตรแฟร์ 2557 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 -16 กุมภาพันธ์ 2557  ณ  สวนปาล์มฟาร์มนก  อำเภอคลองเขื่อน  จังหวัดฉะเชิงเทรา  โดยมีนายจารุพงศ์  เรืองสุวรรณ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ดร.โภคิน พลกุล  ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี  นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา   นายขวัญชัย วงศ์นิติกร อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน   นายฉัตรชัย พรหมเลิศ  อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย   ดร.ภมรชัย อภิชาตประคัลภ์  รองประธานสมาพันธ์สัตว์ปีกสวยงามแห่งประเทศไทย  หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจน นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป  เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทรา  ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในระดับประเทศและระดับนานาชาติ  รวมทั้งเพิ่มช่องทางการสร้างงาน สร้างอาชีพในการจำหน่ายสินค้า OTOP หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ และสินค้าทางด้านการเกษตรที่มีคุณภาพของจังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดในภาคตะวันออกให้เป็นที่นิยมของผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ SME ในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และไฮไลต์ในปีนี้มีการจัดงานภายใต้กรอบแนวคิด "วันแห่งความรักและมาฆบูชา”โดยมุ่งเน้นให้เกิดจิตสำนึกแบบไทยให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของไทยรวมทั้งจัดให้มีการแต่งงานนก การประกวดตกแต่งรถบุปผชาติอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆมากมาย   อาทิ การประกวดสัตว์ปีกสวยงาม  ชิงถ้วยพระราชทาน    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี    การประกวดนกเชื่องแสนรู้  การประกวดภาพถ่ายชิงเงินรางวัล หัวข้อ " มนต์เสน่ห์แห่งสวนปาล์มฟาร์มนก ” การตอบปัญหาแบบสด ๆ  กับรายการหมอเฮ  เสธฮาสัญจร  ตลอดจนชมความแสนรู้ของนกชนิดต่างๆ รวมทั้งการโชว์สัตว์ปีกสวยงาม ที่หาชมได้ยาก  การประกวดสัตว์ปีกสวยงามประเภทต่างๆ  การแข่งขันความสามารถนกนักล่า  และประชันเสียงนกหัวจุก  เป็นต้น    จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปเข้าชมงานมหกรรมสัตว์ปีกสวยงามแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 งานแสดงสินค้า OTOP ภาคตะวันออก และงานเกษตรแฟร์ 2557 ระหว่างวันที่ 13 – 16 กุมภาพันธ์ 2557 ณ สวนปาล์มฟาร์มนก ตำบลบางตลาด อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา



ชาญณรงค์ /ข่าว-ภาพ

พุทธศาสนิกชนชาวสระแก้ว ร่วมทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง เนื่องในวันมาฆบูชา

เช้าที่ (14 ก.พ.) ที่ศาลาการเปรียญวัดสระแก้ว พระอารามหลวง นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ  ประชาชน นักเรียน ร่วมทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง เนื่องในวันมาฆบูชา โดยมีพระราชธรรมภาณี เจ้าคณะจังหวัดสระแก้ว ได้แสดงสัมโมทนียคาถา ให้กับพุทธศาสนิกชนได้รับฟังด้วย

ส่วนอำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว นายวุฒิดนัย สวัสดินฤนาท นายอำเภอ โคกสูง เปิดเผยว่า วันนี้ (14 ก.พ.) อำเภอโคกสูง กำหนดจัด "พิธีเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา” ประจำปี 2557 ณ บริเวณปราสาทสด๊กก๊อกทม ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามทางพระพุทธศาสนา และส่งเสริมการท่องเที่ยวปราสาทสด๊กก๊อกทม โบราณสถานล้ำค่าและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด กิจกรรมในงานประกอบด้วย การประกวดขบวนแห่รูปหล่อพระเกจิอาจารย์ชื่อดังประจำตำบล มีการประดับตกแต่งขบวนสวยงาม และชุดการแสดงประจำขบวนแห่ ทั้ง 4 ตำบล เริ่มเวลา 12.00 น.และเคลื่อนขบวนเข้าสู่ปราสาทฯ เวลา 14.00 น. และอัญเชิญรูปหล่อพระเกจิอาจารย์ประดิษฐานหน้าปราสาท และพระพุทธรูปนวราชบพิตร ประจำอำเภอโคกสูง เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะบูชาและปิดทอง และร่วมพิธีเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา

วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ชลบุรี แถลงข่าวจัดงานพฤกษาตะวันออก ครั้งที่ 8

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 นายวรวิทย์ สายสุพัฒน์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายวิจิตร กมลวารินทร์ เกษตรจังหวัดชลบุรี และประธานชมรมสมาคมไม้ดอกไม้ประดับฯ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน พฤกษาตะวันออก ครั้งที่ 8 ณ เกษตรจังหวัดชลบุรี

จังหวัดชลบุรี ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด เกษตรจังหวัด ชมรมไม้ดอกไม้ประดับ และอีกหลายๆ หน่วยงาน จัดงานพฤกษาตะวันออก ระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2557 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี เพื่อประกาศศักยภาพการผลิตพืชผลทางการเกษตรของจังหวัดชลบุรีและภาคตะวันออก และการพัฒนาคุณภาพการผลิตและอนุรักษ์สายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ การส่งเสริมการขาย ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรีและภาคตะวันออกส่งเสริมการผลิต และปรับปรุงพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ ให้ทัดเทียมกับตลาดในประเทศและต่างประเทศ และส่งเสริมการจำหน่ายผลผลิต และการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ

วิจิตร กมลวารินทร์ เกษตรจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า งานพฤกษาตะวันออกครั้งที่ 8 เป็นความร่วมมือของจังหวัดชลบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และสมาคมไม้ดอกไม้ประดับฯ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ในปีที่ผ่านมา ปี 2556 พฤกษาตะวันออกครั้งที่ 7 มีผู้เข้าชมงาน 44,710 คน มีเงินหมุนเวียนตลอดงาน 8 วัน จำนวน 33,736.500 บาท (สามสิบสามล้านเจ็ดแสนสามหมื่นหกพันห้าร้อยบาทถ้วน) สำหรับการจัดงานพฤกษาตะวันออก ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี

สำหรับการจัดงานพฤกษาตะวันออกในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 8 มีชื่อว่า ตอนพรรณพฤกษาป่าหิมพานต์ ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2557 ร่วม 8 วัน ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสื่องกลางทางด้านวิชาการและธุรกิจไม้ดอกไม้ประดับให้เกษตรกร เพื่อเป็นเวทีกลางให้เกษตรกรผู้ผลิต หรือผู้ปรับปรุงพันธุ์ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เพื่อส่งเสริมการผลิตและขยายตลาดไม้ดอกไม้ประดับให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ให้นักเรียน นักศึกษา ที่สนใจอาชีพการเกษตร เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรีและจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก และเพื่อก่อให้เกิดการรักษ์ธรรมชาติ ทำให้พันธุ์พืชดำรงอยู่ต่อไป

นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า จังหวัดชลบุรี เป็นเจ้าภาพหลักในการส่งเสริมท่องเที่ยวภาคตะวันออก ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น ที่อยู่อาศัย โรงแรม ร้านอาหาร สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นต้น ทำให้ธุรกิจไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งเป็นธุรกิจที่เติมเต็มในธุรกิจท่องเที่ยวให้สมบูรณ์ขึ้นนี้ได้ขยายตัวไปด้วย โดยจะส่งผลดีต่อเนื่องถึงเกษตรกรที่ผลิตไมดอกไม้ประดับ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ได้สนับสนุนการจัดงานด้วยงบประมาณ 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดชลบุรี ให้หมุนเวียนไปได้ดียิ่งขึ้น จุดมุ่งหมายทำให้เกษตรกรมีรายได้ดีและเพิ่มขึ้นนำไปสู่การพัฒนาการจัดการกระบวนการผลิต ด้วยการปรับปรุงพันธุ์ ปรับปรุงวิธีการผลิตและสร้างมาตรฐานสินค้า เพื่อมุ่งเน้นความดีเยี่ยมของสินค้าให้เป็นที่ยอมรับในเรื่องคุณภาพ ซึ่งทำให้สินค้าเกษตรอยู่รอดได้และเตรียมพร้อมสู่อาเซียนต่อไป

นายวรวิทย์ สายสุพัฒน์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า จังหวัดชลบุรี เป็นแหล่งที่มีศักยภาพด้านการตลาดของไม้ดอกไม้ประดับ ส่งผลดีแก่เกษตรกรที่ทำการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ เพราะผลิตแล้วจำหน่ายได้เนื่องจากจังหวัดชลบุรีมีเศรษฐกิจที่แข่งแกร่ง อสังหาริมทรัพย์เติบโตอย่างต่อเนื่องผู้ประกอบการมีกำลังซื้อไม้ดอกไม้ประดับสูง เพื่อนำไปตกแต่งสวนในบ้านจัดสรรคอนโดมิเนียม โรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เป็นต้น นับว่าเป็นผลดีกับการส่งเสริมการผลิตไม้ดอกไม้ประดับให้มีการขยายตัวดีตามไปด้วย เป็นหนึ่งในกระบวนการที่ส่งผลทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรี และยังเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี อีกด้วย

นอกจากนี้ธุรกิจไม้ดอกไม้ประดับ เป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องของการท่องเที่ยวได้รับผลดีไปด้วย ทำให้ส่งผลดีแก่เกษตรกรผู้ผลิตไม้ดอกไม้ประดับได้มีการจำหน่ายผลผลิตผลของตนเองได้มากขึ้น และมีรายได้ดีขึ้นอีกด้วย


ปริญญา/ข่าว/ภาพ    

จันทบุรี ปรามห้ามจำหน่ายสุราในวันมาฆะบูชา

คณะทำงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดจันทบุรีตรวจเตือนร้านค้า ห้ามจำหน่ายสุราเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆะบูชา ซึ่งตรงกับวันวาเลนไทน์ปีนี้สถิติพบชาวจันท์นิยมดื่มเป็นอันดับ 6 ของประเทศ

คณะทำงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดจันทบุรี ที่มีสาธารณะสุขจังหวัดจันทบุรีเป็นเลขาคณะทำงานได้นำผู้แทนของหน่วยงานราชการและองค์กรเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี ออกสุ่มตรวจเตือนเฝ้าระวังการกระทำผิด พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะวันมาฆะบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา ที่มีมติคณะรัฐมนตรีห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด ซึ่งปีนี้วันมาฆบูชาตรงกับวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวัน วาเลนไทน์ที่วัยรุ่น หนุ่มสาว มักถือเป็นโอกาสในการแสดงความรัก และสถานประกอบการร้านค้าชอบจัดกิจกรรมรวมทั้งมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ทางคณะทำงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดจันทบุรีจึงวางแผนและออกตรวจเตือนร้านค้าที่จำหน่ายสุรา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มิให้กระทำผิดกฎหมายดังกล่าว รวมทั้งสร้างความเข้าใจเรื่องการโฆษณาชวนเชื่อที่เข้าข่ายผิดกฎหมายดังกล่าวด้วย ทั้งนี้จังหวัดจันทบุรีมีสถิติการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเป็นอันดับ 6 ของประเทศ ที่น่าเป็นห่วงคือมีข้อมูลทางสาธารณะสุขยืนยันได้ว่าพบนักดื่มรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเยาวชนอายุระหว่าง 15 ถึง 19 ปี มีพฤติกรรมชอบดื่มเพิ่มมากขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงเรื่องสุขภาพ อุบัติเหตุทางถนน ปัญหาสังคม ปัญหายาเสพติดและปัญหาเศรษฐกิจ โดยจังหวัดจันทบุรีมีร้านค้าที่ขออนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากถึง 4,726 ร้าน เฉพาะในเขตอำเภอเมืองมีทั้งสิ้น 1,448 ร้านค้า



จรัล/ภาพ/ข่าว

อบต.หนองคันทรง จ.ตราด ชู แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ “มหัศจรรย์ป่าชายเลน บ้านท่าระแนะ” เป็นจุดขายวิถีพื้นบ้านคนกับป่าชายเลน

(13 ก.พ. 57)  นายสุมล เง็กลี้ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคันทรง อ.เมืองตราด กล่าวหลังการแถลงข่าวการจัดงาน 1 รอบ มหกรรมอาหารทะเลพื้นบ้านเมืองตราด ประจำปี 2557 ว่า การจัดงานดังกล่าวนอกจากเป็นการเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารทะเลพื้นบ้านของจังหวัดตราดแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ให้กับตำบลหนองคันทรง ที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ คือ กระโจมไฟเกาะปู หมู่บ้านชาวประมงพื้นบ้าน และมหัศจรรย์ป่าชายเลน บ้านท่าระแนะ ซึ่งเป็นป่าชายเลนที่ชาวบ้านหมู่ที่ 2 บ้านท่าระแนะ ตำบลหนองคันทรง ร่วมกันอนุรักษ์ไว้เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนที่สำคัญให้กับชาวประมงพื้นบ้าน สำหรับป่าชายเลนบ้านท่าระแนะมีเนื้อที่นับพันไร่ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติคอนกรีตความยาวกว่า 600 เมตร มีหอชมนก และชมธรรมชาติของป่าชายเลนสูง 15 เมตร รวมทั้งมีศาลาพัก ระหว่างเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ตลอดจนมีธนาคารปู ที่กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านร่วมกันอนุรักษ์พันธุ์ปูไว้ให้กับชุมชน สำหรับความแตกต่างของป่ายชายเลนบ้านท่าระแนะแห่งนี้กับป่าชายเลนแห่งอื่น คือ มีต้นแสม อายุกว่า 100 ปี มีสัตว์น้ำที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะ ปลากระบอก หอยพอก หอยจุ๊บแจง ปูแสม อย่างไรก็ตามปัจจุบันชุมชนบ้านท่าระแนะแห่งนี้เริ่มมีโฮมสเตย์ในการรองรับนักท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่สนใจเข้ามาเยี่ยมชมอีกด้วย ทั้งนี้ผู้สนใจเยี่ยมชมป่าชายเลนบ้านท่าระแนะ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อบต.หนองคันทรง หมายเลขโทรศัพท์ 0-3954-2443 ต่อ 14 

จ.ตราด วางมาตรการป้องกันยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินกรณีภัยแล้ง แม้ยังไม่มีพื้นที่ใดประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากภัยแล้ง

(13 ก.พ. 57) นายสมศักดิ์ อิทธิวรกุล ปลัดจังหวัดตราด เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดำเนินการป้องกัน หรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2557 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วย คณะกรรมการดำเนินการป้องกัน หรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ที่ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด

นายฐิตนันท์ อุดมสุข หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ เน้นในเรื่องของการพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ภัยแล้ง ภายใต้งบประมาณในการดำเนินการในเชิงป้องกัน หรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจำนวน 10 ล้านบาท โดยอำเภอต่างๆ ขอรับการสนับสนุนในการดำเนินโครงการ รวม 6 อำเภอ ยกเว้น อำเภอแหลมงอบ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 17,240,755 บาท ซึ่งประกอบไปด้วยโครงการต่างๆ ของแต่ละอำเภอ อาทิ โครงการขุดลอกเปิดทางน้ำ และโครงการจัดหาวัสดุท่อส่งน้ำ PVC ของอำเภอเมืองตราด โครงการขุดลอกเปิดทางน้ำ โครงการจัดหาดินสร้างทำนบดินชั่วคราว โครงการจัดหาวัสดุท่อส่งน้ำ PVC และโครงการซ่อมแซมระบบประปา ของอำเภอเขาสมิง โครงการขุดลอกเปิดทางน้ำ และโครงการจัดหาวัสดุท่อส่งน้ำ PVC ของ อำเภอคลองใหญ่ โครงการขุดลอกเปิดทางน้ำ โครงการจัดหาวัสดุท่อส่งน้ำ PVC และโครงการเป่าล้างบ่อบาดาล ของอำเภอบ่อไร่ โครงการจัดหาวัสดุท่อส่งน้ำ PVC ของอำเภอเกาะกูดและ อำเภอเกาะช้าง

อย่างไรก็ตามแม้ปัจจุบันจังหวัดตราด จะยังไม่มีพื้นที่ใดการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติจากภัยแล้ง แต่เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับสถานการณ์ดังกล่าว จึงจำเป็นต้องดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการดำเนินการป้องกัน หรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการเชิงป้องกันของแต่ละอำเภอให้คงเหลือภายใต้งบประมาณดำเนินการ 10 ล้านบาท แต่หากมีความจำเป็น ต้องขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของแต่ละอำเภอ ที่จะเข้ามาเติมเต็มโครงการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ 

อบต.หนองคันทรง จ.ตราด กำหนดจัดงาน “1 รอบมหกรรมอาหารทะเลพื้นบ้านเมืองตราด”

(13 ก.พ. 57)  นายสุมล เง็กลี้ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคันทรง อ.เมืองตราด กล่าวระหว่างแถลงข่าวการจัดมหกรรมอาหารทะเลพื้นบ้านเมืองตราด ประจำปี 2557 ว่า การจัดงานดังกล่าวนับเป็นครั้งที่ 12 ที่ อบต.หนองคันทรงร่วมกับประชาชนในชุมชนร่วมกันจัดขึ้น จึงใช้ชื่อของงานว่า 1 รอบมหกรรมอาหารทะเลพื้นบ้านเมืองตราด” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 23 กุมภาพันธ์ 2557 บริเวณกระโจมไฟเกาะปู บ้านแหลมหิน ตำบลหนองคันทรง อำเภอเมืองตราด การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารทะเลพื้นบ้านของจังหวัดตราด เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ตำบลหนองคันทรงจำนวนไม่น้อย ประกอบด้านการประมง อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์บริเวณกระโจมไฟเกาะปูเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัด เป็นการดำเนินการตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างอาชีพและรายได้ให้กับชุมชน ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าว มีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การจำหน่ายอาหารทะเลปรุงสำเร็จสดๆจากชาวประมงโดยกลุ่มแม่ครัวพื้นบ้าน ในราคาประหยัด ในบรรยากาศริมทะเลป่าชายเลนการจำหน่ายสินค้าชุมชนนอกจากนี้ยังมีการแสดงพื้นบ้าน การแสดงดนตรี บนเวทีกลางภายในงาน ประชาชน หรือนักท่องเที่ยว สนใจเที่ยวชมงานสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อบต.หนองคันทรง หมายเลขโทรศัพท์ 0-3954-2443

จ.ตราด จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันวาเลนไทน์ (LOVE : NO CIG & NO SEX)

(13 ก.พ. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดกิจกรรมกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันวาเลนไทน์ (LOVE : NO CIG & NO SEX) ซึ่งจังหวัดตราด โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ร่วมกับสถานศึกษาในจังหวัดตราด จัดขึ้นที่หอประชุมโรงเรียนตราษตระการคุณ อ.เมืองตราด มีเยาวชนในสถานศึกษากว่า 300 คน เข้าร่วมกิจกรม

นางอัจฉราภารณ์ ละเอียดดี นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด กล่าวว่า สถานการณ์ปัญหาสุขภาพของเยาวชนจังหวัดตราดในปัจจุบันอยู่ในภาวะเสี่ยงสูงจากการมีเพศสัมพันธ์ ที่ไม่ป้องกัน ก่อให้เกิดปัญหาตามมา ทั้ง เอดส์ โรงติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันคาร นอกจากนี้ปัจจุบันยังพบปัญหาการติดบุหรี่ ที่อาจส่งผลให้เกิดแนวโน้มการติดสารเสพติดอื่น ๆ ตามมา ดังนั้นเพื่อเป็นการ ป้องกันปัญหาที่ต่อเนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวันอันควร ในเรื่อง NO Sex หาวิธีป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ ให้เด็กเรียนรู้เรื่องเพศแบบเปิดเผยจากผู้ใหญ่ เพื่อเรียนรู้ผลกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้น รวมทั้งการเร่งเผยแพร่ในเรื่อง Safe Sex ส่งเสริมให้มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย โดยใช้ถุงยางอนามัยจึงได้มีการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้น นอกจากนี้การจัดกิจกรรม NO CIG ยังเป็นการมุ่งเผยแพร่โทษและพิษภัยของบุหรี่ ให้เยาวชนได้เรียนรู้เพื่อเป้นการลดนักเสพหน้าใหม่ในกลุ่มเยาวชน และลดอัตราการเกิดปัญหาโรคจากการสูบบุหรี่ของจังหวัดตราด

บรรยากาศการจำหน่ายดอกกุหลาบในวันวาเลนไทน์ที่จังหวัดตราดเป็นไปอย่างคึกคัก หลังมีประชาชน และนักเรียน หาซื้อนำไปมอบให้กับคนรัก เพื่อน แทนความสุขส่งให้กัน

(13 ก.พ. 57) จากการสำรวจตลอดกอกไม้โดยเฉพาะดอกกุหลาบของพ่อค้าแม่ค้าใในเขตเทศบาลเมืองตราด พบว่ามีประชาชน เยาวชน และนักเรียนต่างให้ความสนใจในการออกมาหาซื้อดอกกุหลาบในวันวาเลนไทน์ กันเป็นจำนวนมาก ก่อนที่เยาวชน ประชาชน และนักเรียน จะมอบความสุขให้แก่กันโดยการมอบดอกกุหลาบ หรือ สิ่งของอื่นๆ เช่น ตุ๊กตา เป็นต้น ทำให้บรรยากาศหน้าโรงเรียนสตรีประเสริฐศิลป์ เป็นไปอย่างคึกคัก ทำให้พ่อค้า แม่ค้า มีรายได้ดีจากการขายดอกกุหลาบในช่วงนี้

นางสาวธนพร เพ่งจินดา ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายดอกไม้กล่าวว่า สำหรับในปีนี้ ดอกกุหลาบยังเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมอยู่สำหรับในหมู่เยาวชน นักเรียน เนื่องจากเป็นสิ่งที่แสดงความรักที่ดีต่อกัน รวมถึงเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความสุขรวมถึงดอกกุหลาบก็หาซื้อได้ง่ายแม้ในปีนี้จะราคาแพงก็ตาม ดอกกุหลาบในปีนี้มีตั้งแต่ ราคา 15 - 200 บาท แล้วแต่ขนาดช่อของดอกกุหลาบ และกุหลาบที่ขายดีในปีนี้ คือดอกกุหลาบสีแดง และสีขาวจะได้รับความนิยมจาก เยาวชน และนักเรียนในการออกมาหาซื้อส่งความสุขมอบให้กัน รวมถึงดอกกุหลาบพลาสติกที่ได้รับความนิยม ด้วยเช่นกันเนื่องจากสามารถเก็บไว้ได้นาน

ศูนย์ปฏิบัติการร่วมการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงปีใหม่ ๒๕๕๗ จังหวัดระยอง ได้สรุปผลการปฏิบัติ ช่วงวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๗

ที่ห้องประชุมภักดีศรีสงคราม ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง ศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน จังหวัดระยอง ได้ประชุมสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๗ โดยมี นายธีรวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยอง เป็นประธานการประชุม

สรุปรายงานผลการปฏิบัติงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๗ สรุปได้ดังนี้
- จำนวนที่เกิดอุบัติเหตุ จำนวน ๖ ครั้ง ลดลงจากปี ๒๕๕๖ จำนวน ๑๔ ครั้ง คิดเป็นร้อยละ ๗๐
 - จำนวนผู้เสียชีวิต จำนวน ๔ คน ลดลงจากปี ๒๕๕๖ จำนวน ๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๖๓
 - จำนวนผู้บาดเจ็บ จำนวน ๑๗ คน ลดลงจากปี ๒๕๕๖ จำนวน ๑๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๖

สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ขับรถย้อนศร รถที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ รถมอเตอร์ไซค์ ถนนที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ถนนกรมทางหลวง บริเวณที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ทางตรง ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ช่วงเวลา ๐๐.๐๑ – ๐๐.๔๐ น. ช่วงอายุผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ระหว่างช่วงอายุ ๒๕-๒๙ ปี จำนวนยานพาหนะที่ถูกเรียกตรวจ จำนวนทั้งสิ้น ๑๘,๑๗๙ คัน การดำเนินคดีตามมาตรการลดพฤติกรรมเสี่ยง ๓ ม ๒ ข ๑ ร ลำดับแรก คือ ไม่สวมหมวกนิรภัย จำนวน ๑,๐๑๔ ราย

เทศบาลตำบลชากบก จัดงานทำบุญข่าวใหม่เดือนสามเผาข้าวหลามชากบก

นายนาค ระยอง นายกเทศมนตรีตำบลชากบก แจ้งกับ ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง ว่า ด้วยเทศบาลตำบลชากบก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ได้กำหนดจัดโครงการทำบุญข้าวใหม่เดือนสามเผาข้าวหลามชากบก ประจำปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๑๔-๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ณ บริเวณลานเอนกประสงค์เทศบาลตำบลชากบก เพื่อเป็นการสืบสานอนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่นของตำบลชากบก

โดยงานทำบุญข้าวใหม่เดือนสามเผาข้าวหลามชากบก ประจำปี ๒๕๕๗ นี้ ภายในงานจัดให้มีการเผาข้าวหลาม จำนวน ๕,๐๐๐ กระบอก การแสดงลานวัฒนธรรม(ข้าวของเครื่องใช้สมัยโบราณ) การจำหน่ายขนมไทยและผลิตภัณฑ์จากชุมชน การทำพิธีสวดมนต์เย็น การทำพิธีทำขวัญข้าว การทำพิธ๊ทำบุญข้าวใหม่ กิจกรรมบนเวที และการแสดงของทีมงาน เท่ง เถิดเทิง ฯลฯ

จึงใคร่ขอเชิญผู้สนใจ และนักท่องเที่ยวทุกท่านร่วมงานประจำปีของตำบลชากบก ในช่วงระหว่างวันที่ ๑๔-๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ทุกๆท่าน จึงขอประชาสัมพันธ์มา ณ โอกาสนี้

จังหวัดระยอง ประชุมสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557

เช้าวันนี้ (13 ก.พ.57) เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมภัคดีศรีสงคราม ชั้น 4 ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง นายธีรวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยองเป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการร่วม และคณะทำงานตรวจติดตามศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 จังหวัดระยอง ซึ่งสรุปผลการดำเดินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 มีจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ 6 ครั้ง ลดลงจากเทศกาลปีใหม่ 2556 จำนวน 14 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 4 คน ลดลงจากเทศกาลปีใหม่ 2556 จำนวน 7 คน ผู้บาดเจ็บ 4 คน ลดลงจากเทศกาลปีใหม่ 2556 จำนวน13 คน สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือการขับขี่มอเตอร์ไซค์ ถนนที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ถนนกรมทางหลวง ถนนในเขตเทศบาล ถนนกรมทางหลวง ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือช่วงเวลา 00.01-04.00 น. ช่วงอายุผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตสูงสุดอยู่ระหว่างช่วงอายุ 30-50 ปี การดำเดินคดีตามมาตรการลดพฤติกรรมเสี่ยง 3 ม.2 ข. 1 ร. ลำดับแรกคือ ไม่สวมหมวกนิรภัย จำนวน 1,014 ราย รองลงมาคือ ไม่มีใบขับขี่ จำนวน 770 ราย

นายธีรวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยองเพิ่มเติมอีกว่า ขอให้สื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ได้ช่วยกันให้ความสะดวกเปิดทางให้รถปฐมพยาบาลฉุกเฉินได้วิ่งรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉินได้เข้ารับการรักษาตัวและช่วยชีวิตอย่างทันท่วงทีด้วย และในกรณีที่ประชาชนมีผู้ป่วยฉุกเฉิน สามารถใช้รถบริการปฐมพยาบาลฉุกเฉินได้ โดย โทร. 1669 ซึ่งเป็นการให้บริการฟรี จึงขอแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ทราบและใช้บริการต่อไป

การสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลเชิงเนิน ซึ่งเปิดรับสมัครแล้ว บรรยากาศค่อนข้างคึกคัก โดยคู่ชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเป็น อดีต สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ลงชิงเก้าอี้กับอดีตนายก อบต. เชิงเนิน สมัยที่แล้ว

การสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลเชิงเนิน ซึ่งเปิดรับสมัครแล้ว บรรยากาศค่อนข้างคึกคัก โดยคู่ชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเป็น อดีต สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ลงชิงเก้าอี้กับอดีตนายก อบต. เชิงเนิน สมัยที่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นี้ เป็นวันแรกการเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลเชิงเนิน อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ซึ่งบรรยากาศการรับสมัคร ณ โรงละครหนังใหญ่ วัดบ้านดอน ที่เปิดใช้เป็นสถานที่รับสมัคร ค่อนข้างคึกคักเป็นพิเศษ โดยตั้งแต่เช้าก่อนเวลา 8 โมงครึ่ง บรรดาผู้สมัครจากทีมต่าง ๆ ได้เดินทางไปลงชื่อลงเวลากันอย่างคึกคัก เพื่อชิงหมายเลขสมัครกัน นอกจากนี้ยังมีบรรดากองเชียร์ ได้เดินทางไปร่วมสังเกตุการณ์และคอยให้กำลังใจแก่ ผู้สมัครกันเป็นจำนวนมาก

ส่วนผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งนายกเทศมนตรี มีผู้สมัคร 2 คน ด้วยกัน คือ นายประเชิญ เห่งยี่ อดีตนายก อบต.เชิงเนิน หัวหน้าทีมรักษ์เชิงเนินพัฒนา และนายณรงค์ เอี่ยมพิทักษ์สกุล อดีตสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง หัวหน้าทีมเชิงเนินรวมใจ ในขณะที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลเชิงเนิน มีผู้สมัครทั้งสิ้น 28 คน แบ่งเป็นเขตเลือกตั้งที่ 1 จำนวน 13 คน เป็นผู้สมัครจากทีมรักษ์เชิงเนินพัฒนาและทีมเชิงเนินรวมใจ ทีมละ 6 คน ผู้สมัครอิสระ 1 คน และเขตเลือกตั้งที่ 2 อีก 15 คน จากทีมรักษ์เชิงเนินพัฒนาและทีมเชิงเนินรวมใจ ทีมละ 6 คน ผู้สมัครอิสระ 3 คน และผลการจับหมายเลขเบอร์ของผู้สมัครชิงนายกเทศมนตรี ปรากฏว่านายประเชิญ เห่งยี่ หัวหน้าทีมรักษ์เชิงเนินพัฒนา ได้เบอร์ 1 นายณรงค์ เอี่ยมพิทักษ์สกุล หัวหน้าทีมเชิงเนินรวมใจ ได้เบอร์ 2 ส่วนผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลตำบลเชิงเนิน ทีมรักษ์เชิงเนินพัฒนา ได้เบอร์ 1 ถึงเบอร์ 6 และทีมเชิงเนินรวมใจ ได้เบอร์ 7 ถึงเบอร์ 12 และผู้สมัครอิสระคือนายสมบัติ จุฑาศรี ได้เบอร์ 13 และเขต 2 ผู้สมัครอิสระ 3 คน มีนายประจวบ บำรุงอินทร์ เบอร์ 13 นายประพันธ์ บัวเล็ก เบอร์ 14 นายสวัสดิ์ ขจรรัตน์ เบอร์ 15
สำหรับการเปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาล ตำบลเชิงเนิน จะเปิดรับสมัครไปจนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นี้ และจะมีการเลือกตั้งขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม ที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ดีผู้สมัครชิงนายกเทศมนตรีและหัวหน้าทีมใหญ่ทั้ง 2 ทีม ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ ต่างยืนยันว่า มีความพร้อม เนื่องจากมีเวลาลงพื้นที่หาเสียงมาเป็นเวลาร่วมปีเศษแล้ว



ชิงชัย เชิดกลิ่น/ข่าว

ระยอง จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน

จังหวัดระยอง จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน มีการจัดกิจกรรมทั้งพิธีการทางศาสนา มอบเกียรติบัตรและทุนการศึกษาแก่บุตรหลานของ อส. ที่ศาลาประชาคมอำเภอเมืองระยอง

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดระยอง ได้จัดให้มีพิธีและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงการก่อตั้งกองอาสารักษาดินแดน และบทบาทของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนในอดีต รวมทั้งเพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจให้กับสมาชิกซึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือสังคมอยู่ในปัจจุบัน โดยมีนายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ในฐานะผู้บังคับกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธี สำหรับพิธีและกิจกรรมที่กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดระยอง จัดขึ้นในครั้งนี้ ประกอบด้วยพิธีทางศาสนา ได้นิมนต์พระราชสิทธินายก เจ้าคระจังหวัดระยอง พร้อมพระสงฆ์ 9 รูป มาทำพิธีทางศาสนาและปะพรมน้ำพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมมงคล           

จากนั้นนายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ในฐานะผู้บังคับกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดระยอง เป็นประธานมอบเกียรติบัตรแก่ อส.เด่น จำนวน 10 นาย และมอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานของ อส. จำนวน 19 ทุน จากนั้นได้อ่านสารของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มีมายัง อส.เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน พร้อมทั้งกล่าวให้โอวาทตามลำดับ นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน หรือที่เรียกว่า สมาชิก อส.เป็นกองกำลังกึ่งทหาร ซึ่งอยู่ในการบังคับบัญชาของฝ่ายปกครอง ซึ่งหากนับจนถึง      

วันนี้เป็นวันครบรอบ 60 ปี ของการสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ทั้งนี้จุดมุ่งหมายการก่อตั้งกองอาสารักษาดินแดน เพื่อใช้เป็นกำลังประจำถิ่นในการปราบปรามผู้ก่อการร้าย และการรักษาความสงบเรียบร้อย แต่ปัจจุบันสถานการณ์ด้านก่อการร้ายได้เปลี่ยนแปลงไป บทบาทของสมาชิก อส. จึงปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่หลักตามพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ.2497 คือ รักษาความสงบเรียบร้อย การบรรเทาสาธารณภัยที่เกิดจากธรรมชาติและการกระทำของข้าศึก การข่าว การรักษาสถานที่สำคัญ เป็นต้น นอกจากนี้ยังจะต้องปฏิบัติตามนโยบายของกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ทั้งด้านการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว การป้องกันปราบปรามยาเสพติด หรือภารกิจอื่นตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย.



ชิงชัย เชิดกลิ่น/ข่าว

ระยอง จัดอบรมพนักงานส่วนท้องถิ่นที่ได้รับบรรจุแต่งตั้งใหม่

ระยอง จัดอบรมพนักงานส่วนท้องถิ่นที่ได้รับบรรจุแต่งตั้งใหม่ ประจำปีงบประมาณ 2557 โดยเน้นให้รับทราบกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ หลักวิธีการปฏิบัติราชการ บทบาทหน้าที่ของข้าราชการในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เพื่อเป็นข้าราชการที่ดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ห้องประชุมโรงแรมพี เอ็มวาย บีช รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดระยอง นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดอบรมพนักงานส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งใหม่ ประจำปีงบประมาณ 2557 โดยมีพนักงานส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งใหม่ จำนวน 123 คน เข้ารับการอบรม นายวิชิต เปิดเผยว่า สำหรับการอบรมดังกล่าว สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดระยอง ได้จัดขึ้น เพื่อให้พนักงานส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งใหม่ สังกัดเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดระยอง ได้รับทราบกฎหมายระเบียบแบบแผนของทางราชการ หลักและวิธีการปฏิบัติราชการ บทบาท หน้าที่ของข้าราชการในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่เป็นข้าราชการที่ดี นอกจากนี้เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม ค่านิยม วิธีคิด วิธีการปฏิบัติงานของข้าราชการพนักงานส่วนท้องถิ่นให้เอื้อต่อการพัฒนาระบบ ราชการ อีกทั้งเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ซึ่งกันและกัน และนำเอาปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน ที่ประสบหลังจากได้ปฏิบัติงานไปแล้วระยะหนึ่งมาปรึกษาหารือ คิดค้นแนวทางการแก้ปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และที่สำคัญ เพื่อให้นำความรู้ที่ได้รับ ไปใช้ในการปฏิบัติงานให้เป็นไปในแนวเดียวกัน สามารถตอบสนองนโยบายของผู้บริหาร ปัญหาความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์ในเชิงเครือข่ายของพนักงานส่วนท้องถิ่น ในเขตจังหวัดระยองให้เกิดความสมัครสมาน สามัคคี อันจะก่อให้เกิดผลดีต่อทางราชการต่อไป          

ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้ชี้แนะแนวทางการทำงานขอให้ทุกคนมีจิตสำนึกในการที่จะบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้บริการ โดยยึดประโยชน์สุขของประชาชนเป็นเป้าหมาย ยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเท่าทัน รู้จักครองตนครองใจดำรงชีวิต โดยยึดแนวทางตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง.



ชิงชัย เชิดกลิ่น/ข่าว

เทศบาลเมืองมาบตาพุด ระยอง ติวเข้ม อสม. จัดฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพ เพื่อเสริมความรู้และเทคนิควิธีการดูแลสุขภาพเบื้องต้นของประชาชน

เทศบาลเมืองมาบตาพุด ระยอง ติวเข้ม อสม. จัดฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพ เพื่อเสริมความรู้และเทคนิควิธีการดูแลสุขภาพเบื้องต้นของประชาชน

นายถวิล โพธิบัวทอง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองมาบตาพุด เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 12 ก.พ.-10 ก.ย. 57 กลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพ สำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองมาบตาพุด จัดโครงการอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการดูแลฟื้นฟูบุคคล ครอบครัว และชุมชนที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพ ประจำปี 2557 แก่ อสม.ในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองมาบตาพุด ณ ห้องประชุม 403 สำนักงานเทศบาลเมืองมาบตาพุด เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับความรู้ เทคนิค วิธีการดูแลสุขภาพเบื้องต้น อีกทั้งยังพัฒนาความรู้และทักษะแก่ อสม.ในการดูแลฟื้นฟูบุคคล ครอบครัว และชุมชนที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพ รวมทั้งยังเป็นการแลกเปลี่ยนทัศนคติ ประสบการณ์ระหว่างกันเพื่อนำไปปรับใช้กับการทำงานของ อสม.

นายถวิล กล่าวต่อว่า เทศบาลเมืองมาบตาพุด ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญด้านคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุขภาพอนามัยของชุมชน ซึ่งมี อสม.เป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดและมีบทบาทต่อการดูแลด้านสุขภาพของประชาชนในเบื้องต้น และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อสม.ก็ได้แสดงให้เห็นถึงการทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง โดยเทศบาลเมืองมาบตาพุดในด้านการสนับสนุนงบประมาณ จัดกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ส่งผลถึงการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชนมาโดยตลอด นับเป็นการบูรณาการร่วมกันเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนชาวมาบตาพุด ซึ่งมีการอบรมทั้งสิ้น 15 หลักสูตร ประกอบด้วย การจัดการสุขภาพชุมชน ,นมแม่ สายใยรักแห่งครอบครัว,การป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ในชุมชน,การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชน,นวัตกรรมในการดูแลสุขภาพ,อสม.กับเศรษฐกิจพอเพียง,ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ,การคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ,การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน,สุขภาพจิตในชุมชน,การเฝ้าระวังและควบคุมโรคติดต่อ,การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ , ผู้พิการ,การดำเนินงานด้านสุขศึกษา และการสร้างหลักประกันสุขภาพ,การจัดการสุขภาพในภาวะวิกฤต และการจัดทำแผนสุขภาพในชุมชน

อย่างไรก็ตามการจัดโครงการฝึกอบรมเพื่อเสริมเทคนิควิธีและรับความรู้อย่างสม่ำเสมอ จึงน่าจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อ อสม.และประชาชนทุกคน และส่งผลถึงสุขภาพอนามัยที่ดีในภาพรวมทั้งจังหวัด



ชิงชัย เชิดกลิ่น / ระยอง

ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง สั่งเตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณผลผลิตผลไม้ของจังหวัดในปีนี้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตมากกว่าปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันจะเร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและส่งเสริมกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว เปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด

ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง สั่งเตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณผลผลิตผลไม้ของจังหวัดในปีนี้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตมากกว่าปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันจะเร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและส่งเสริมกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว เปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด

นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สำหรับปริมาณผลผลิตของผลไม้จังหวัดระยองในปีนี้ คาดว่า จะมีปริมาณผลผลิตมากกว่าปีที่แล้ว ทั้งนี้เนื่องจากสภาพของอากาศที่หนาวเย็นกว่าทุกปี และอาจจะทำให้ผลผลิตติดดอกออกผลช้ากว่าปกติ ดังนั้นในส่วนการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับปริมาณของผลไม้ของจังหวัด ขณะนี้ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกส่วนเตรียมพร้อมรับมือแก้ปัญหาแล้ว อีกทั้งงานเทศกาลผลไม้ของดีจังหวัดระยองปีนี้ จังหวัดระยองจะจัดให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตามนอกจากงานเทศกาลผลไม้และของดีจังหวัดระยองแล้ว ในส่วนการส่งเสริมการท่องเที่ยวในด้านอื่นแล้ว ทางจังหวัดจะเร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อมแหล่งท่องเที่ยว หลังจากได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำมันดิบรั่วไหล นอกจากนี้จะเร่งเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตอำเภอเขาชะเมา ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง


วฐิต/ข่าว

รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจราชการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จังหวัดฉะเชิงเทรา

วันนี้ (13 ก.พ.57)  นายวิเชษฐ์  เกษมทองศรี  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะลงพื้นที่เพื่อตรวจราชการ ณ เขตรักษาสัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน อำเภอท่าตะเกียบ  จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีนาย อนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและบรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า วันนี้มาตรวจราชการดูแลพื้นที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนและเขตรอยต่อ 5 จังหวัด ซึ่งเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์และมีสัตว์ป่าอยู่จำนวนมาก แต่สภาพปัญหามีหลายส่วนคือการบุกรุกพื้นที่ป่า  ต่อไปจะใช้การลาดตระเวณเพิ่มมากขึ้น มีชั่วโมงในการตรวจมากขึ้น รวมทั้งมีการเพิ่มกำลังและประกันชีวิตหมู่ผู้พิทักษ์ป่าและเจ้าหน้าที่ด้วย  ส่วนปัญหาเรื่องการตัดไม้ทำลายป่าโดยเฉพาะไม้พยุงเวลานี้มีการสั่งซื้อมากจากประเทศจีน เวียดนาม ทำให้ราคาสูงขึ้นก็เลยทำให้คนกล้าที่จะเสี่ยงเข้ามาตัดไม้ทำลายป่ามากขึ้น ดังนั้นจะดำเนินการอย่างเข็มงวดจับกุมบุคคลเหล่านี้ อีกสิ่งหนึ่งก็คือ สนับสนุนกำลังในเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ทันสมัยให้สู้กับพวกที่จะมาตัดไม้ทำลายป่าได้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อว่า อีกส่วนหนึ่งที่จะต้องแก้ปัญหาระยะยาวก็คือการวิจัยไม้พยุงให้มีการเติบโตเร็ว  ไม้พยุงมีข้อจำกัดก็คือเวลาปลูกจะต้องใช้เวลา 30-40 ปี จะใช้ได้แต่สามารถหาพันธ์ไม้พยุงที่สามารถเจริญเติบโตได้เร็วอันนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นการแก้ปัญหาระยะยาว และในอนาคตก็จะทำไม้พยุงเป็นไม้เศรษฐกิจ และเรื่องปัญหาช้าง ช้างที่เขตรักษาสัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน มีการเติบโตเร็วจำนวนตอนนี้มีประมาณ 320 ตัว ซึ่งอัตราเฉลี่ยปีหนึ่งขยายประมาณ 9เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นปัญหาทั้งเรื่องอาหารการกินซึ่งจะต้องอาศัยงบประมาณจากทางจังหวัดเข้ามาทำแหล่งน้ำแหล่งอาหาร แต่ที่สำคัญก็คือออกนอกพื้นที่ไปทำลายพืชไร่บางทีก็ไปทำให้คนเสียชีวิต ตอนนี้ทหารได้ข้ามาช่วยขุดคูกันช้างตรงนี้ได้ผลดี  ต่อไปจะมีงบประมาณดูแลรักษาคูกันช้างไม่ให้ตื่นไม่นั้นช้างจะข้ามไปได้ และจะร่วมกับภาคเอกชนในการที่จะเคลื่อนย้ายช้าง ไปอยู่ในอุทยานหรือเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าที่มีช้างอยู่น้อยซึ่งอันนี้จะดำเนินการให้เป็นรูปธรรม และในโอกาสนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและคณะได้ปลูกต้นพะยูงและขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินตรวจสภาพป่ารอยต่อ5จังหวัดอีกด้วย


 ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

เมืองสวยใสไร้มลพิษ (Clean & Green City)

วันนี้ (13 ก.พ.) ที่ห้องประชุมดอกแก้ว ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว นายสุวรรณ  นันทศรุต ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) เป็นประธานเปิดการประชุมโครงการเมืองสวยใส ไร้มลพิษ (Clean & Green City) โดยมีคณะผู้บรหารและเจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมในวันนี้ สำหรับโครงการเมืองสวยใสไร้มลพิษเป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ถึงรูปแบบและวิธีการจัดการขยะมูลฝอย ของเสียอันตรายจากชุมชนและขยะมูลฝอยติดเชื้อในพื้นที่ของชุมชนให้มีการกำจัดถูกต้องตามหลักวิชาการเพื่อพัฒนาเมืองให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งทางจังหวัดสระแก้วเป็นจังหวัดนำร่องเมื่อปี 2556 และมีอปท.เข้าร่วมทั้งสิ้น 16 แห่ง

นายสุวรรณ  นันทศรุต ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) เปิดเผยว่า  กระทรวงทรัพยากรธรรฒชาติและสิ่งแวดล้อมได้กำหนดนโยบายการจัดการขยะมูลฝอยให้มีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและนโยบายต่างๆเพื่อจัดการในรูปแบบของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดมุ่งเน้นให้มีระบบการจัดการขยะมูลฝอยในชุมชนแบบครบวงจรตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการเกิดขยะมูลฝอยจนถึงการกำจัดขั้นสุดท้ายพร้อมทั้งการนำขยะมูลฝอยให้นำกลับมาใช้ใหม่และลดปริมาณขยะมูลฝอยให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งกำหนดแนวทางในการดำเนินงานในพื้นที่ ของอปท. โดยการสร้างความเข้าใจในระดับผู้บริหารท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาความรู้ให้กับบุคลากรท้องถิ่น สนับสนุนการดำเนินงาน รวมทั้งการนิเทศ การติดตามและประเมินผล เก็บข้อมูล เพื่อมาปรับปรุงและวางแผนการดำเนินงานในปีต่อไป

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

จันทบุรี จัดโครงการจังหวัดเคลื่อนที่

จังหวัดจันทบุรี จัดโครงการจังหวัดเคลื่อนที่  เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ตำบลบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี

วันนี้ ( 11 ก.พ. 57 ) ที่ วัดบางสระเก้า ตำบลบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี  นายเกรียงเดช เข็มทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิดโครงการจังหวัดเคลื่อนที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ท้องถิ่นชนบทให้ได้ รับความสะดวกในการขอรับบริการจากหน่วยงานภาครัฐและเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังข้อเสนอแนะ จากท้องถิ่นมาปรับปรุงพัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน และมีการออกให้บริการแก่ประชาชน มีการมอบถุงยังชีพแก่ผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อย สำนักงานเหล่ากาชาดบริการตรวจวัดสายตาและแจกแว่นสายตาฟรีแก่ผู้สูงอายุ

นอกจากนี้ยังได้มอบทุนการศึกษา และรถจักรยาน จำนวน 10 คัน ให้แก่เด็กนักเรียนตามโครงการจักรยานเรียนดี สำหรับปัญหาและอุปสรรคที่ตำบลบางสระเก้าต้องการได้รับการสนับสนุนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมี 4 ประการได้แก่ 1.ปัญหาด้านคุณภาพชีวิตที่ต้องการสถานที่ออกกำลังกายและสนามกีฬาที่ได้มาตรฐาน 2.ปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนอย่างยั่งยืน แก้ปัญหาขยะชุมชน 3.ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ไฟตกกระชากบ่อยทำให้เกษตรกรผู้ทำนากุ้งและเลี้ยงปลาได้รับผลกระทบ 4.ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานขาดงบประมาณงบประมาณดำเนินการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก หมู่ที่ 3

สำหรับโครงการจังหวัดเคลื่อนที่จะออกให้บริการเป็นประจำทุกเดือนสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนครอบคลุมทุกพื้นที่ของจังหวัดจันทบุรี มีการให้บริการต่างๆมากมายอาทิเช่น บริการตรวจรักษาโรคและแจกเวชภัณฑ์ยา  บริการอุดฟัน  ถอนฟัน  บริการทำบัตรประชาชน จดทะเบียนสมรส ขึ้นทะเบียนทหาร ต่อใบอนุญาตขับขี่ ต่อทะเบียนรถ ให้คำปรึกษาเรื่องกฎหมาย ชี้แนะความรู้เรื่องแรงงาน หลักประกันสังคม ส่งเสริมอาชีพต่างๆ และมีการจดทะเบียนคนพิการ  การจัดแสดงสาธิตและจำหน่ายสินค้า โอท็อป สินค้าของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร บริการตรวจเช็คซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องยนต์ รถจักยานยนต์ เครื่องสูบน้ำ บริการตัดผมและเสริมสวย บริการทำหมัน สุนัข และแมว ซึ่งการออกหน่วยในแต่ละครั้งได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่มาขอรับบริการเป็นจำนวนมาก
                                                             

จรัล/ภาพ/ข่าว

จังหวัดมหาสารคาม กำหนดจัดกิจกรรมเชื่อมโยงการค้าข้าวหอมมะลิกับผู้บริโภคในจังหวัดตราด

(8 ก.พ. 57) นายกฤษฎา อินทชาติ พาณิชย์จังหวัดตราด เปิดเผยว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมหาสารคามกำหนดจัดกิจกรรม "Road Show ข้าวหอมมะลิมหาสารคมสู่จีงหวัดตราด” ภายใต้โครงการพัฬยสข้าวหอมมะลิจังหวัดมหาสารคาม ประจำปี 2557 เพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิตข้าวหอมมะลิที่มีชื่อเสียงของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของจังหวัดมหาสารคาม ในส่วนของจังหวัดตราดสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมหาสารคาม ได้กำหนดนำผู้ผลิต ผู้ประกอบการค้าข้าวหอมมะลิจากแหล่งผลิตข้าว มาพบกับผู้บริโภคโดยตรงภายใต้กิจกรรมดังกล่าว ระหว่างวันที่ 14 – 15 กุมภาพันธ์ นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. ณ บริเวณหน้าร้านสหกรณ์จังหวัดตราด ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างโอกาส และเชื่อมโยงตลาดให้ผลิตภัณฑ์ข้าวหอมมะลิไทย สู่ผู้บริโภคในประเทศ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถทำตลาดได้

รวมทั้งเกษตรกรสามารถมีช่องทางในการจำหน่ายข้าวหอมมะลิคุณภาพ ทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายการค้าในประเทศระหว่างกัน การจัดงานดังกล่าวภายในงานจะมีการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าวหอมมะลิที่มีชื่อเสียงของจังหวัดมหาสารรคาม ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ และข้าวกล้อง มาจำหน่ายในราคาพิเศษ จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้สนใจร่วมอุดหนุนข้าวหอมมะลิได้จากงานดังกล่าว

กรมเจ้าท่า กำหนดเปิดเวทีศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบเพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือคลองหินดำ เกาะกูด จ.ตราด

(9 ก.พ. 57) นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า กรมเจ้าท่า ได้ดำเนินการว่าจ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ดำเนินโครงการศึกษษผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบเพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือคลองหินดำ อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด ทั้งนี้เพื่อปรับปรุงท่าเทียบเรือคลองหินดำที่ปัจจุบันอยู่ในสภาพทรุดโทรม ให้สามารถใช้งานเพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเกาะกูด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำรายงานความก้าวหน้า ครั้งที่ 2 ดังนั้นเพื่อเป็นการดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 จึงได้มีการกำหนดจัดเวทีรับฟังความคิกดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนขึ้น ในวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ นี้ ระหว่างเวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด กรมเจ้าท่าจึงขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ประชาชน ผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียกับโครงการเข้าร่วมเวทีนี้ตามวันและเวลาดังกล่าว

ศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมอบรมเยาวชนป้องกันยาเสพติด ให้กับนักเรียนโรงเรียนแหลมงอบวิทยาคม

(9 ก.พ. 57) พลเรือตรี บรรพต เกิดภู่ เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีเปิดการจัดกิจกรรมการอบรมเยาวชนป้องกันยาเสพติด ให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลาย โรงเรียนแหลมงอบวิทยาคม โดยมีนาวาเอก กฤษณ์ เคลือบมาศ รองหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์และบำบัดฟื้นฟู ศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ทัพเรือภาคที่ 1 และรองผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่ 1 กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้น โดยมีนายอำเภอแหลมงอบ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมงอบ ผู้อำนวยการโรงเรียนแหลมงอบวิทยาคม คณะครู และนักเรียน จำนวนกว่า 100 คน เข้าร่วมในพิธี

เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ทัพเรือภาคที่ 1 กล่าวว่า ด้วยผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของเยาวชนในพื้นที่รับผิดชอบ โดยให้ความสำคัญกับสถาบันการศึกษาเป็นอันดับแรก จึงได้ร่วมมือกับทางโรงเรียนแหลมงอบวิทยาคม จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้กับน้องๆนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลาย พร้อมทั้งจัดการแข่งขันกีฬาป้องกันยาเสพติดขึ้นเพื่อ ให้ความรู้และปลูกจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ ได้ทราบถึงพิษภัยและโทษของยาเสพติด และให้เยาวชนรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ด้วยการส่งเสริมการรวมกลุ่มเล่นกีฬา การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วย 2 กิจกรรมได้แก่ กิจกรรมการอบรมเยาวชนป้องกันยาเสพติด และกิจกรรมการแข่งขันกีฬาป้องกันยาเสพติด อย่างไรก็ดีในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ยังคงต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่จะแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพื่อให้เด็กและเยาวชนไม่ยุ่งเกี่ยวและห่างไกลจากยาเสพติด

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด จัดกิจกรรมสื่อสัญจรเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามโครงการประชาสัมพันธ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

(9 ก.พ. 57) สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราดจัดกิจกรรมสื่อสัญจรเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว และวิทยาลัยโพธิวิชาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นการดำเนินการตามโครงการประชาสัมพันธ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ของกรมประชาสัมพันธ์ มอบหมายให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราดดำเนินโครงการ โดยมีสื่อมวลชนท้องถิ่นแขนงต่าง ๆ อาสาสมัครประชาสัมพันธ์หมู่บ้านและชุมชน (อป.มช.) ปราชญ์ชาวบ้าน ในพื้นที่จังหวัดตราดกว่า 40 คน เข้าร่วมโครงการ

สำหรับโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ เป็นโครงการพระราชดำริในมูลนิธิชัยพัฒนา ตั้งอยู่ที่ตำบลศาลาลำดวน อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และได้พระราชทานชื่อว่า โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ โดยให้เป็นศูนย์การอบรมกระบือในการทำนา ทำการเกษตร และกิจกรรมต่างๆ และให้ความรู้แก่เกษตรกรที่สนใจจะใช้ประโยชน์จากกระบือในการประกอบอาชีพ รวมทั้งจัดทำแปลงสาธิตทางการเกษตรรูปแบบต่างๆ

ส่วน วิทยาลัยโพธิวิชาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นสถาบันการศึกษาที่มุ่งส่งเสริมการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในระบบการศึกษา โดยมุ่งส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และจัดการความรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทั้งในระดับครอบครัว และชุมชน ผ่านกระบวนการศึกษาของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นการสร้างกระบวนการผลิตบัณฑิตคืนถิ่น ที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน โดยชุมชนมีส่วนร่วม แนวการพัฒนาที่มีความสมดุล คำนึงถึงบริบทของชุมชน เพื่อชุมชนเข็มแข็งและยั่งยืน รวมทั้งการจัดการศึกษาในชุมชน เพื่อเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต

อย่างไรก็ตามการจัดโครงการสื่อมวลชนสัญจรในครั้งนี้เป็นการมุ่งให้ผู้เข้าร่วมโครงการร่วมเป็นเครือข่ายที่สำคัญในการเผยแพร่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปขยายผลสู่ประชาชนต่อไป

สมาชิกกองร้อยอาสารักษาดินแดน จ.ตราด ปฏิญาณตนและสวนสนาม เนื่องในวันสถาปนากองร้อยอาสารักษาดินแดนปีที่ 60

วันที่ (10 ก.พ. 57) บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดตราด นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ในฐานะผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดตราด เป็นประธานในพิธีปฏิญาณตนและสวนสนามของสมาชิกกองอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดตราด เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน วันที่ 10 กุมภาพันธ์ของทุกปี โดยปีนี้นับเป็นปีที่ 60 ที่ได้มีการตราพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน

ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดตราดได้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือส่วนราชการ ภาคเอกชน ท้องถิ่น และประชาชนในจังหวัดตราดอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยในยามวิกฤติจากสถานการณ์ก่อการร้าย การดูแลความสงบสุขของสังคมและประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งการช่วยเหลือด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยต่าง ๆ ถึงแม้การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวจะเป็นการสนับสนุนภาระของทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง แต่กองร้อยอาสารักษาดินแดนก็พร้อมที่จะปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานภาคราชการอื่น ๆ เพื่อประชาชน อย่างไรก็ตามนอกจากการจัดพิธีปฏิญาณตนและสวนสนามในครั้งนี้แล้ว ยังมีการจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับสมาชิด อ.ส. ที่ล่วงลับไปแล้ว การมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรสมาชิก อ.ส. ที่มีผลการเรียนดี มีความประพฤติเรียบร้อยจำนวน 39 ทุน และมอบของขวัญให้กับสมาชิก อ.ส. อีกด้วย

กรมเจ้าท่า เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบ เพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือคลองหินดำ เกาะกูด จ.ตราด รองรับการขยายตัวการท่องเที่ยว

(11 ก.พ. 57) นายทรงกลด พึ่งสอนรักษ์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครอง อำเภอเกาะกูด เป็นประธานเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบเพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือคลองหินดำ อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด ซึ่งกรมเจ้าท่า ได้ดำเนินการว่าจ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดำเนินการออกแบบสำรวจ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยมีนายบุญเรียง รัตนบัณฑิตกุล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาตราด ตลอดจนส่วนราชการ ระดับจังหวัด อำเภอ ผู้นำท้องถิ่น ผู้ประกอบการ ตลอดจนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมเวทีครั้งนี้ที่ห้องประชุม ที่ว่าการอำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด

นายกิตติรัศมิ์ เมธีกุล วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ กรมเจ้าท่า กล่าวว่า ท่าเทียบเรือคลองหินดำ ของอำเภอเกาะกูด ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 โดยกรมโยธาธิการในสมัยนั้น ปัจจุบันตัวสะพานท่าเทียบเรืออยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมเสี่ยงอัตรายแก่ผู้ใช้งานท่าเทียบเรือแห่งนี้ ทางกรมเจ้าท่าจึงได้ดำเนินโครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือแห่งนี้ จึงได้ดำเนนการว่าจ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบเพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือคลองหินดำ อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 ก่อนที่จะดำเนินการออกแบบก่อสร้างท่าเทียบเรือใหม่ทดแทนท่าเทียบเรือเดิม ที่มีสภาพโครงสร้างของท่าเทียบเรือที่ชำรุด ทั้งนี้เพื่อให้ท่าเทียบเรือคลองหินดำสามารถใช้งานเพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเกาะกูด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากปัจจุบันเกาะกูดมีอัตราการขยายตัวของการท่องเที่ยวเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการดำเนินโครงการนี้จะยังประโยชน์ต่อระดับพื้นที่ได้อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตมการดำเนินโครงการนี้ในเบื้องต้นทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ออกแบบท่าเทียบเรือแห่งนี้ได้ออกแบบเป็น 3 รูปแบบ คือ แบบตัวที แบบก้างปลา และแบบตัวแอล ซึ่งหลังการจัดเวทีครั้งนี้ผู้เข้าร่วมเวทีต่างมีความเห็นในการเลือกรูปแบบตัวที ซึ่งเป็นรูปแบบเดิม แต่มีควากว้าง และความยาว ของตัวสะพานท่าเทียบเรือมากกว่าเดิม ซึ่งหลังจาการจัดเวทีครั้งนี้แล้วจะมีการจัดเวทีชี้แจงร่างผลการศึกษาความเหมาะสม และร่างรายละเอียดของโครงการก่อสร้าง รวมทั้งเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในครั้งที่สองประมาณเดือนเมษายน 2557 จากนั้นจะได้มีการจัดเวทีรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่ได้รับความเห็นของจากสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ต่อไป ทั้งนี้หากผ่านกระบวนการทั้ง 3 ขั้นตอนแล้วคาดว่าทางกรมเจ้าท่าจะสามารถตั้งของบประมาณดำเนินโครงการนี้ได้ในปีงบประมาณ 2560 ต่อไป

รพ.ระยอง ดึงสถานประกอบการ ร่วมสัมมนา “รู้ไว้ใช้สิทธิ ปี 57” เพื่อให้ทราบสิทธิพิเศษการรับบริการ

วันที่ 11 ก.พ.เวลา 10.00 น.ที่โรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง รพ.ระยอง ได้จัดให้มีการสัมมนา เรื่อง "รู้ไว้ใช้สิทธิ ปี 57”โดยมีผู้แทนสถานประกอบการ หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ จำนวน 200 คน มีนายแพทย์วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการ รพ.ระยอง แพทย์หญิงลัญชนา ปาลสุทธิ์ รองผู้อำนวยการ รพ.ระยอง และทีมแพทย์จาก รพ.ระยอง มาให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในการเข้ารับบริการ ณ รพ.ระยอง นายแพทย์วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการ รพ.ระยอง กล่าวว่า ตามที่ทราบกันดีแล้วว่า รพ.ระยอง เป็น รพ.คู่สัญญาหลักในโครงการประกันสังคม 

ซึ่งเราได้มีความมุ่งมั่นที่จะมีการพัฒนาคุณภาพบริการอย่างบริการอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทางด้านระบบการบริการ อาคารสถานที่ รวมถึงการพัฒนาบุคคลเพื่อให้มีความพร้อมที่จะรองรับการให้บริการประชาชนชาวระยองได้อย่างพอเพียง ซึ่ง รพ.ระยอง ได้จัดการประชุมสัมมนาสถานประกอบการ หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจขึ้นเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับผู้รับบริการที่จะได้รับทราบถึงการพัฒนาปรับปรุง สิทธิประโยชน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนประกันสังคม สิทธิพิเศษและการเข้ารับบริการ ณ รพ.ระยอง

จ.ฉะเชิงเทราประชุมคณะทำงาน CORE TEAM TO BE NUMBER ONE

วันนี้ (11 ก.พ.57)  นายบัณฑิตย์  เทวีทิวารักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และในฐานะประธานคณะทำงาน CORE TEAMจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานในการประชุมคณะทำงาน CORE TEAM  TO BE NUMBER ONE   ครั้งที่1 ประจำปีงบประมาณ 2557  โดยมี คณะทำงานทุกประเภท และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง   ณ ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา

สำหรับเรื่องที่ประธานได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบ เรื่อง การประชุมคณะทำงาน CORE TEAM  TO BE NUMBER ONE จังหวัดฉะเชิงเทรา ครั้งแรกเพื่อเตรียมการข้าร่วมประกวดใน ระดับภาคระดับภาคกลางและตะวันออก ในวันอังคารที่ 12 มีนาคม  2557  ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้ จอมเทียน พัทยา จังหวัดชลบุรี จึงขอให้คณะทำงานและผู้เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นกำลังใจในการประกวดด้วย นอกจากนี้ที่ประชุมได้ขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์การประกวดออกแบบโลโก้และประกวดเรียงความฯในวาระครบรอบ 12 ปี TO BE NUMBER ONE และเรื่องการประกวดเยาวชน TO BE NUMBER ONE  IDOLS  วันเสาร์ที่ 1 มีนาคม 2557  ณ ลาน SUNKEN (ฝั่งชายหาด) ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยาบีช จังหวัดชลบุรีและโอกาสนี้ที่ประชุมได้แจ้งงบประมาณการดำเนินงาน TO BE NUMBER ONE  ของชมรมประเภทต่างๆได้รับสนับสนุน จากจำนวน120,000 บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นบาทถ้วน) เป็นเงิน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) รวมทั้งการเตรียมความพร้อมในการประกวดจังหวัด/ชมรม TO BE NUMBER ONE   ระดับภาคระดับภาคกลางและตะวันออก ประจำปี 2557 ทั้งนี้ได้มีการซักซ้อมการนำเสนอกลุ่มต้นแบบ และกลุ่มดีเด่นด้วย



ชาญณรงค์/ข่าว
อมรเทพ-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

รอง ผวจ.ฉะเชิงเทรา ลงเรือ ออกตรวจ ปราบปรามผู้ละเมิดพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่าน น้ำไทยฯ และ ตรวจสภาพการจ้างงานสภาพการทำงานและการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในกิจการด้านการประมง

วันนี้ (11 ก.พ. 57) นายไพศาล วิมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นำเรือออกตรวจ ปราบปรามผู้ละเมิดพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่าน น้ำไทย และ ตรวจสภาพการจ้างงานสภาพการทำงานและการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในกิจการด้านการประมง โดยมี นางสาวเทียมจิต อมาตยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาฉะเชิงเทรา นายชาญชัย ช่างสาร สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดฉะเชิงเทรา และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมตรวจ ณ บริเวณแม่น้ำบางปะกง ตั้งแต่เขตอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จนถึง บริเวณปากแม่น้ำบางปะกง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

นายไพศาล วิมลรัตน์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า การออกตรวจ ปราบปรามผู้ละเมิดพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่าน น้ำไทยฯ และ ตรวจสภาพการจ้างงานสภาพการทำงานและการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในกิจการด้านการประมง เป็นการร่วมบูรณาการกันระหว่าง จังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาฉะเชิงเทรา สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดฉะเชิงเทราและหน่วยงานในสังกัด สํานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา และ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเป็นการตรวจตราความปลอดภัยของท่าเทียบเรือ ตรวจเอกสารเกี่ยวกับการเรือและผู้ควบคุมเรือ และ ตรวจปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย การใช้แรงงานเด็กในกิจการด้านการประมง

ซึ่งต่างประเทศมองว่าประเทศไทยนั้นมีการใช้แรงงานเด็กมีการกดขี่ขมเหงแรงงานเด็ก จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาก จึงได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมออกตรวจปัญหาดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจในวันนี้ ไม่พบผู้การกระทำผิดพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่าน น้ำไทยฯ และปัญหา การค้ามนุษย์ด้านแรงงานในกิจการด้านการประมง ทั้งแรงงานผิดกฎหมายและแรงงานเด็ก และนอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ที่ร่วมออกตรวจยังได้ให้ความรู้กฎหมายด้านแรงงาน กฎหมายด้านการเดินเรือและ ความรู้การเดินเรืออย่างปลอดภัย กับ เรือที่ได้ทำการเข้าตรวจสอบอีกด้วย

วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกวิทยาเขตบางพระ จัดอบรมแนวทางการป้องกันอัคคีภัย

ที่อาคารคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกวิทยาเขตบางพระได้มีการจัดอบรมแนวทางการป้องกันอัคคีภัย และการซ้อมดับเพลิงให้กับนักศึกษาและเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันอัคคีภัย รวมทั้งหลักการอพยพหนีไฟ เรียนรู้วิธีป้องกันไม่ให้อัคคีภัยลุกลามในเบื้องต้น รวมทั้งเพื่อสร้างมาตรฐานขององค์กร ให้ได้มีการซักซ้อมทบทวนขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพหากเกิดเหตุการณ์จริงขึ้น ซึ่งจะสามารถลดความสูญเสียที่จะเกิดแก่ชีวิตและทรัพย์สินได้ โดยมีวิทยากรจากงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองศรีราชา มาเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ในครั้งนี้



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกพร้อมรับมือภัยแล้ง

นายอาคเนย์ บุญเลิศ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางศูนย์ฯ พร้อมรับมือภัยแล้งในปี 2557 โดยได้มีการเตรียมความพร้อมในทุกเรื่องแล้ว อาทิ เจ้าหน้าทื่ สารเคมี รวมถึงเครื่องบินของกระทรวงเกษตร จำนวน 5 เครื่อง ที่ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ ณ สนามบินอู่ตะเภา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง 3 เครื่อง และที่สนามบินท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี จำนวน 2 เครื่อง ซึ่งจะมีการประสานงานกัน เพื่อโปรยสารเคมีสร้างฝนหลวงสนับสนุนน้ำฝนทางด้านการเกษตรในพื้นที่ จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดชลบุรี รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง โดยกระทรวงเกษตรได้กำหนดให้มีพิธีเปิดโครงการฝนหลวงแก้ภัยแล้งปี 2557 ขึ้นอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 1 มีนาคม 2557 ณ สนามบินนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมกันทั้ง 5 ภาค เพื่อปฏิบัติการฝนหลวง โดยเน้นเป้าหมายในการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่างๆ ตั้งแต่เดือน มีนาคม ไปจนถึงสิ้นสุดฤดูฝนประมาณเดือน ตุลาคม 2557

สำหรับ “สถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออก” ขณะนี้น้ำในอ่างเก็บน้ำยังมีเพียงพอ อ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเกณท์ดีมีน้ำมากกว่าร้อยละ 80 เพื่อใช้ในช่วงฤดูแล้ง และในช่วงนี้เกษตรกรณ์ส่วนใหญ่ อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวพืชผลทางด้านการเกษตร จึงไม่มีความจำเป็นต้องการน้ำแต่อย่างใด หากไมมีการร้องขอก็จะขึ้นปฏิบัติการทำฝนหลวงตามแผนที่กำหนดไว้ ในวันที่ 1 มีนาคมนี้  หรือหากเกษตรกรณ์มีความจำเป็นต้องการน้ำอย่างเร่งด่วนทางศูนย์ฯ ก็สามารถดำเนินการได้ในทันทีขอให้แจ้งความต้องการมา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการร้องขอน้ำจากโครงการฝนหลวงแต่อย่างใด



ปริญญา/ข่าว/ภาพ