วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

กอ.รมน.จันทบุรีจัดอบรมเยาวชนโครงการเทิดทูนสถาบัน

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดจันทบุรีจัดอบรมโครงการเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ ส่งเสริมเยาวชนระดับอุดมศึกษาให้รู้รัก สามัคคี

วันนี้ ( 18 ก.พ.57 ) ที่อาคาร กปร.ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดจันทบุรีได้จัดกิจกรรม โครงการเทิดทูนสถาบันหลักของชาติไทย โดยมีพลตรีบำรุง ศรีเสวก รองผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเป็นประธานเปิดอบรมพร้อมบรรยายพิเศษ ซึ่งนาวาโทกายสิทธิ์ วงศ์ดินดำ รองหัวหน้ากลุ่มงานกิจการมวลชนและประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.จันทบุรีกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดอบรมครั้งนี้เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด และยังเป็นการเผยแพร่พระราชกรณี แนวคิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง ส่งเสริมและพัฒนาศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริและขยายผลศูนย์การเรียนรู้สู่ชุมชน หมู่บ้าน และราษฎรอย่างทั่วถึง รวมทั้งให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้ศึกษาและเรียนรู้วิถีชีวิตตามแนวทางพระราชทาน โดยการใช้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน เป็นศูนย์กลางการศึกษา ทดลอง วิจัย และการปฏิบัติจริง  สำหรับการจัดอบรมในครั้งนี้มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี ร่วมเข้ารับการอบรม 115 คน มีระยะเวลาในการเข้าค่ายอบรมรวม 3 วัน



จรัล/ภาพ/ข่าว

ฉก.นย. 182 สนธิกำลัง ฝ่ายปกครอง อ.คลองใหญ่ จ.ตราด กวาดล้างแรงงานต่างด้าวเถื่อนได้กว่า 300 คน

(18 ก.พ. 57)   น.ท.สุรศักดิ์ ศรีเผือก ผบ.ฉก.นย.ที่ 182 บ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด พร้อมกำลังทหารนาวิกโยธินกว่า 100 นาย สนธิกำลังกันกับ อส.ฝ่ายปกครองอำเภอคลองใหญ่ โดยมี นายปิยวุฒิ ประสิทธิเวช กำนัน ต.หาดเล็ก นำ ชรบ.เข้าร่วมรวมแล้วเกือบ 200 นาย เพื่อและกวาดล้างจับกุมแรงงานต่างด้าวเถื่อนในพื้นที่ เป็นการจัดระเบียบพื้นที่ เป็นการปรามไม่ให้แรงานต่างด้าวนั้นเหิมเกริมสร้างความเดือดร้อนในพื้นที่ เป้าหมายชุมชน บ้านคลองมะขาม-ชุมชนคลองสน หมู่ 1-5 ต.หาดเล็ก โดยมีการวางแผนกระจายกำลังกัน เข้าตรวจค้นหลายจุดด้วยกัน อาทิเช่น ซอย ป่าโกงกาง ตามท่าเทียบเรือประมง ซึ่งเป็นแหล่งที่พักอาศัยของแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา จำนวนมาก

เมื่อเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นตามเป้าหมายก็ได้พบแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาทั้งชายและหญิง บางส่วนเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้แสดงอาการตกใจ วิ่งหนีกระโดดลงทะเล สามารถควบคุมตัวได้ทั้งหมด 323 คนเป็นชาย 181 คน หญิง 142 คน จึงนำตัวมารวมกันที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติฯ บ้านคลองมะขามหมู่ 1 ต.หาดเล็ก เพื่อทำการถ่ายรูปทำประวัติและสุ่มตรวจฉี่แรงงานต่างด้าวชายที่น่าสงสัย ซึ่งแรงงานส่วนใหญ่เป็นลูกเรือประมง และอยู่ตามท่าเทียบเรือประมง-โรงน้ำแข็ง-คาราโอเกะ จากการตรวจสอบพบว่า ไม่มีบัตรรวมทั้งหมดจำนวน 226 คน หญิง 122คน ชาย 104 คน ตรวจพบฉี่สีม่วง จำนวน 34 คน จึงควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวที่พบสารเสพติดให้ ร.ต.ท. วีรวิชญ์ บัวสันเทียะ พนักงานสอบสวน สภ.อ.คลองใหญ่ ดำเนินคดี ส่วนแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีบัตรทั้งหมด ทหารได้นำบันทึกอย่างละเอียดแล้วได้ส่งตัวให้ ตม.คลองใหญ่ เพื่อทำการผลักดันออกนอกประเทศต่อไป

ปภ.ตราด เสริมสร้างศักยภาพชุมชนด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้กับชุมชนตำบลห้วยแร้ง

(18 ก.พ. 57)  นายฐิตนันท์ อุดมสุข หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด กล่าวหลังการเปิดโครงการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้กับประชาชนหมู่ที่ 2, 3 และ 5 ตำบลห้วยแร้ง อำเภอเมืองตราด ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแร้ง ว่า ในอดีตรูปแบบการดำเนินการจัดการภัยพิบัติ คือ การตั้งรับโดยเมื่อเกิดภัยพิบัติแล้วจึงเข้าไปจัดการแก้ไขปัญหาที่ตามมา ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความสูญเสียที่มากมาย แต่การดำเนินการโครงการนี้เป็นแนวคิดในการจัดการภัยพิบัติแผนใหม่ คือ การดึงประชาชนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ โดยการให้ประชาชนเข้ามาคิดเองจัดการเองว่าในหมู่บ้านของตนมาสิ่งแวดล้อมอย่างไรภัยพิบัติที่เสี่ยงต่อหมู่บ้านของตนมีอะไรบ้าง จากนั้นประชาชนจะได้ร่วมกันจัดทำแผนที่ชุมชนว่าพื้นที่ตรงไหนของหมู่บ้านเป็นจุดเสี่ยงภัย หรือพื้นที่ตรงไหนเป็นพื้นที่ปลอดภัย จากนั้นจึงให้ประชาชนร่วมจำลองสถานการณ์ที่เกิดภัยพิบัติในหมู่บ้านของตนพร้อมทั้งเรียงลำดับความสำคัญในการแก้ไขปัญหา โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็นพี่เลี้ยงดำเนินการ อย่างไรก็ตามการดำเนินการในครั้งนี้ได้มีการคัดเลือกตำบลแห่งนี้ดำเนินการ เนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยจากปัญหาน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังจากน้ำล้นตลิ่ง ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของประชาชนในชุมชน พร้อมทั้งสร้างระบบเตือนภัยในชุมชน และมีการจัดตั้งทีมกู้ภัยประจำชุมชน ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาแล้ว ประชาชนในชุมชนดังกล่าวสามารถขนย้ายทรัพย์สิน และเอาตัวรอดจากเหตุการณ์โดยไม่ได้รับอันตราย

จังหวัดตราด เปิดเวทีเพื่อผู้พิการ ในงานวันคนพิการสากลจังหวัดตราด ประจำปี 2557

(18 ก.พ. 57)  นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานเปิดงานวันคนพิการสากลจังหวัดตราด ประจำปี 2557 ซึ่งจังหวัดตราดโดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ร่วมกับชมรมคนพิการจังหวัดตราด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ร่วมกันจัดขึ้น ที่ลานเอนกประสงค์ศูนย์แสดงสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด โดยมีคนพิการจำนวนมากเข้าร่วมงาน

นางสาวมนิดา ลิ่มนิจสรกุล พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงการให้ความสำคัญกับคนพิการให้สามารถดำรงชีวิตเช่นบุคคลปกติ ทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนพิการได้มีโอกาสพบปะ แลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การมอบรางวัลให้กับหน่วยงาน องค์กร ที่สนับสนุนงานด้านคนพิการดีเด่น การมอบวิลแชร์ให้กับผู้พิการ การแสดงของเยาวชนผู้พิการจากศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดตราด การจัดกิจกรรมจับฉลากมอบของขวัญให้กับผู้พิการ การมอบรางวัลให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดีเด่นที่จัดสวัสดิการสำหรับผู้พิการ รวมไปถึงการจัดกิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ ให้กับผู้พิการ ตลอดจนการรับขึ้นทะเบียนผู้พิการ ซึ่งปัจจุบันจังหวัดตราดมีฐานข้อมูลผู้พิการแล้วกว่า 4,000 ราย และกำลังอยู่ระหว่างการสำรวจเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บุคคลเหล่านั้นได้รับสิทธิต่าง ๆ จากภาครัฐ

“อำนวย” ผู้ตรวจฯ เขต 9 จี้จังหวัดเร่งดำเนินการโครงการ”ครัวไทยสู่ครัวโลก”ตามนโยบายของรัฐบาล

วันที่ 18 ก.พ.ที่ห้องประชุมศูนย์ราชการจังหวัดระยอง นายอำนวย โชติสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 9 พร้อมคณะฯ ได้เดินทางมาตรวจราชการติดตามโครงการเร่งด่วนต่างๆ ของรัฐบาลที่จังหวัดระยอง โดยมีผู้แทนภาครัฐ เอกชน ตลอดจนผู้แทนภาคประชาชน เข้าร่วมประชุมจำนวน 50 คน ซึ่งการมาตรวจติดตามการดำเนินโครงการเร่งด่วนดังกล่าว เป็นการตรวจราชการแบบบูรณาการเพื่อมุ่งผลสัมฤทธิ์ ตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นการเร่งดำเนินการตามนโยบาย "ครัวไทยสู่ครัวโลก”

นายอำนวย กล่าวว่า รัฐบาล ได้ดำเนินโครงการ "ครัวไทยสู่ครัวโลก” เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์อาหารและเพื่อให้ตระหนักถึงปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงทางอาหาร โดยเป้าหมายหลักของโครงการ คือ การผลิตอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพสูง ในราคาที่สามารถแข่งขันได้ ได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล โดยมียุทธศาสตร์สำคัญ คือ 1.การขยายธุรกิจการเกษตรและอาหาร 2.การเพิ่มมูลค่าสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรด้วยเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง 3.การสนับสนุนความร่วมมือระดับภูมิภาคและระดับระหว่างประเทศภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและระดับโลก ซึ่งจะช่วยเอื้อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร 4.สนับสนุนการลงทุนของไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะการสร้างเครือข่ายร้านอาหารไทยในต่างแดน ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่ทำกิน แม่น้ำ เกษตรกร รวมทั้ง พ่อครัวและผู้ประกอบการร้านอาหาร ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยรัฐบาลไทยเร่งส่งเสริมนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก เพื่อให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงด้านคุณภาพในระดับสากล

นายอำนวย กล่าวต่อว่า จังหวัดระยอง เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้านอาหาร โดยเฉพาะเป็นเมืองแห่งผลไม้ และสินค้าทางด้านการเกษตร จากการรับฟังรายงานในที่ประชุม ทราบว่า จังหวัดได้มีการดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรทั้งผลไม้ และพืชผักสู่มาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่องแล้วโดยมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผลไม้คุณภาพดีผ่านกระบวนการเรียนรู้และเรียนศึกษาดูงาน แก่เกษตรกร มีการอบรมระบบการผลิตตามมาตรฐาน GAP พืช และมีการพัฒนากลุ่มผู้ผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษ การจัดกระบวนการเรียนรู้ผักปลอดภัยและ GAP ผักด้วย นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาทักษะกำลังแรงงานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารรองรับนโยบายอีกด้วย

IRPC ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่

บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ได้จัดโครงการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ครั้งที่ 1/2557 เมื่อวันที่29 มกราคม 2557 ณ ศาลาศาลเจ้าหมู่ 1 บ้านนาตาขวัญ ต. นาตาขวัญ อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อเป็นการดูแลชุมชนบริเวณรอบเขตประกอบการฯ ให้มีสุขภาพอนามัยที่ดีขึ้น,ให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเขตประกอบการฯ และเพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน ซึ่งมีการตรวจรักษาโรคทั่วไป,บริการด้านทันตกรรมโดยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์,บริการตัดผม(ฟรี!)จากโรงเรียนเสริมสวยนิรันดร์รัตน์นอกจากนั้น ยังมีทีมเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการเพื่อสังคม ได้ทำการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการดำเนินงานการดูแลสิ่งแวดล้อม ของเขตประกอบการฯ รับสมัครบัตรไออาร์พีซีการ์ดเคลื่อนที่ พร้อมทั้งรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนด้วย บริษัทฯ ยึดมั่นในหลักการ การดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งสู่การเป็นต้นแบบอุตสาหกรรมเชิงนิเวศของประเทศไทย

ผู้ตรวจฯ เขต 9 ตรวจติดตามโครงการส่งเสริมอาชีพทำกิน กลุ่มวิสาหกิจแปรรูปกล้วยชุมชนมาบชะลูด จ.ระยอง

เมื่อเวลา 13.00 น.ของวันที่ 18 ก.พ.ที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนมาบชะลูด ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง นายอำนวย โชติสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 9 พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจติดตามโครงการส่งเสริมอาชีพทำกินตามนโยบายของรัฐบาล ที่กลุ่มวิสาหกิจแปรรูปกล้วยชุมชนมาบชลูด มีนางจิรสุดา สุขเจริญ ประธานกลุ่มฯ พร้อมสมาชิกให้การต้อนรับ พร้อมสาธิตการแปรรูปกล้วย การแพ็กกิ้งหีบห่อ ให้ชม ประกอบด้วย กล้วยกวน และกล้วยฉาบ

นายอำนวย กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนมาบชลูดที่ทำการแปรรูปกล้วย เป็นอีกกลุ่มชุมชนที่ทางภาครัฐเข้าไปช่วยเหลือ โดยทางจังหวัดได้ของบประมาณไปดำเนินการส่งเสริมอาชีพชุมชนดังกล่าว ซึ่งการมาตรวจติดตามครั้งนี้ เพื่อมาดูว่ามีการใช้งบประมาณการดำเนินการของกลุ่มขับเคลื่อนอย่างไร ตลอดจนการต่อยอดให้ยั่งยืนอย่างไรบ้าง มีปัญหา อุปสรรคการดำเนินงานอย่างไรบ้างด้วย

 นายอำนวย กล่าวต่อว่า จากการตรวจติดตามการดำเนินงานของกลุ่ม พบว่าทางกลุ่มมีความเข้มแข็งมาก เนื่องจากชุมชนดังกล่าวอยู่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโรงงานอุตสาหกรรม แต่อย่างไรก็ตามงบประมาณที่ให้ก็มีจำกัด ทำให้การดำเนินการยังขาดความต่อเนื่อง โดยเฉพาะการหาตลาดรองรับ และแพ็กกิ้งหีบห่อให้เป็นที่สนใจผู้บริโภค ซึ่งตรงนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องให้ความรู้ และทักษะต่างๆ เพื่อให้กลุ่มดำเนินการไปได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ให้ชุมชนมีรายได้สามารถพึ่งพาตนเองได้

เอสซีจี เคมิคอลส์ จัดกิจกรรมเปตองเชื่อมความสัมพันธ์ชุมชนครั้งที่ 1

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เอสซีจี เคมิคอลส์ จัดพิธีมอบลูกเปตอง ให้กับชุมชน 46 ชุมชนและอีก 6 กลุ่มประมงในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด และเทศบางตำบลมาบข่าพัฒนา รวมมูลค่า 550,000 บาท ภายใต้โครงการ "เปตองเชื่อมความสัมพันธ์ชุมชน” เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายภายในชุมชน ซึ่งจะมีการจัดการแข่งขันเปตองเชื่อมความสัมพันธ์ ระหว่าง เอสซีจี เคมิคอลส์ และชุมชน ระหว่างวันที่ 1-2 มีนาคม 2557 พร้อมกันนี้ ยังได้จัดกิจกรรมแนะนำตัวคณะผู้บริหารเอสซีจี เคมิคอลส์ ที่ดูแลชุมชนแต่ละพื้นที่ กับคณะกรรมการชุมชนที่มาร่วมงาน เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อไปอีกด้วย

เอสซีจี เคมิคอลส์ จัดกิจกรรมพัฒนาชายหาดอย่างต่อเนื่อง

เอสซีจี เคมิคอลส์ จัดกิจกรรมพัฒนาชายหาดอย่างต่อเนื่อง โดยหมุนเวียนไปตามชายหาดต่างๆ ในจังหวัดระยองเป็นประจำทุกเดือน และในวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา ได้นำพนักงานบริษัทในกลุ่มฯ ประกอบด้วย บริษัท แกรนด์ สยามคอมโพสิต จำกัด (GSC) และบริษัท สยามมิตซุย พีทีเอ จำกัด (SMPC) ร่วมกับกลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็กหนองแฟบ รวมกว่า 50 คน ช่วยกันเก็บขยะบริเวณชายหาดหนองแฟบ ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อความสะอาด ปรับภูมิทัศน์ให้สวยงานและความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว

มหกรรมแก้จน สร้างคน สร้างอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืนจังหวัดสระแก้ว

ที่ หอประชุมปางสีดา ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว นายภัครธรณ์  เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วเป็นประธานเปิดงานมหกรรมแก้จน สร้างคน สร้างอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืนจังหวัดสระแก้ว โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสระแก้ว ซึ่งการจัดงานในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาความยากจนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและนำมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัว สำหรับกิจกรรมของงานในวันนี้ประกอบด้วยการบรรยายแก้ไขปัญหาความยากจนด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง/ เวทีเสวนา ในหัวข้อ "แก้ปัญหาความยากจนด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”/ การมอบรางวัลการประกวดภาพถ่าย ตามแนวคิดที่ว่า "บ้านฉันก็มีวิถีพอเพียง”  /การมอบวัสดุสาธิตอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจนต้นแบบ และนิทรรศการ "ตลาดอาชีพจากส่วนราชการและภาคประชาชน”ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนชาวจังหวัดสระแก้วร่วมกิจกรรมในวันนี้เป็นจำนวนมาก

นายมงคล ปัตลา พัฒนาการชุมชนจังหวัดสระแก้ว นายมงคล ปัตลา พัฒนาการชุมชนจังหวัดสระแก้ว นายมงคล ปัตลา พัฒนาการชุมชนจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า กรมการพัฒนาชุมชนได้มอบหมายให้จังหวัดดำเนินการโครงการการบริหารจัดการครัวเรือนยากจนแบบบูรณาการตามแนวนโยบายการแก้ไขปัญหาความยากจนลดคามเลื่อมล้ำด้านรายได้ ด้วยการขจัดปัญหาความยากจนในชนบทตอบสนองอุดมการณ์กระทรวงมหาดไทยในการ "บำบัดทุกข์ บำรุง ให้แก่ประชาชน” ซึ่งทางจังหวัดสระแก้วมีครัวเรือนยากจน จำนวน 144 ครัวเรือน  คือมีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อคน ต่อปีและการดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนในปี 2557 มีเป้าหมายให้ครัวเรือนยากจนลดลงอย่างน้อย จำนวน 101 ครัวเรือน

นายภัครธรณ์  เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความยากจนของจังหวัดสระแก้ว เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับการเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน และเกิดการบูรณาการการทำงานที่เป็นนโยบายของจังหวัดที่ใช้นโยบาย 4 ดี คือ คนดี สุขภาพดี รายได้ดี และสิ่งแวดล้อมดี เป็นต้นแบบในการพัฒนาจังหวัดตลอดจนการนำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในการดำเนินชีวิต

วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ผู้ตรวจราชการ สำนักนายกฯ ติดตามโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดชลบุรี

วันจันทร์ 17 กุมภาพันธ์ 2557 นายอำนวย โชติสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต9 ได้เดินทางมาติดตามโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 และโครงการของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต9 ณ ห้องพระพิพิธโภไคย ศาลากลางจังหวัดชลบุรี

นายอำนวย โชติสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 9 ได้เดินทางมาตรวจสอบราชการตามแผนการปฏิบัติราชการแบบบูรณาการ การติดตามผลการดำเนินงานของจังหวัดชลบุรี ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ โดยมีนายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงต่าง ๆ เข้าร่วมประชุมและรายงานความคืบหน้าในโครงการต่างๆ เช่น โครงการฝึกอบรมผู้ประกอบการอาหารไทยรองรับครัวไทยสู่ครัวโลก และติดตามนโยบายการดำเนินการก่อนเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ปี 2558

ส่วนในช่วงบ่ายผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำคณะกรรมาธิการระดับจังหวัดเดินทางตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาแหล่งน้ำตื้นเขิน ที่อำเภอศรีราชา ซึ่งอำเภอศรีราชามีพื้นที่การปกครอง 643 ตารางกิโลเมตร มีประชากรตามข้อมูลงานทะเบียนเกิน 200,000 คน มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากและประมาณการว่ามีประชากรแฝงกว่าในพื้นที่อำเภอกว่า 500,000 คน ในขณะที่หมู่บ้าน ที่อยู่ห่างจากอำเภอที่สุดมีระยะทางมากกว่า 30 กิโลเมตร พื้นที่อำเภอมีทั้งส่วนที่เป็นทะเลและเป็นภูเขา ไม่มีแม่น้ำไหลผ่านแต่มีนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ถึง 5 แห่ง มีสนามกอล์ฟและสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งและยังมีท่าเรือแหลมฉบังซึ่งเป็นท่าเรือระดับโลกซึ่งมีตู้คอนเทนเนอร์เข้าออกปีละกว่า 5 ล้านตู้ เหตุปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้อำเภอศรีราชาประสบปัญหาเรื่องน้ำเป็นอย่างยิ่ง จากการจัดทำแผนพัฒนาอำเภอทำให้อำเภอวางแผนระยะสั้นในการแก้ไขปัญหาคือการขุดลอดคลองห้วย สระน้ำ ให้สามารถรองรับน้ำได้และปลูกหญ้าแฝกยึดดินริมตลิ่งไว้

นอกจากนี้ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการปรับปรุงสวนสุขภาพตำบลหนองขาม เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสใช้ชิวิตอยู่กับธรรมชาติ เป็นสถานที่ออกกำลังกาย และผักผ่อนหย่อนใจอันเป็นส่วนหนึ่งทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอีกด้วย



ปริญญา/ข่าว/ภาพ                 

กาชาดจังหวัดจันทบุรี ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมครอบครัวป่วยทั้งบ้าน

กาชาดจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับท้องถิ่นลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม มีฐานะยากจนและมีโรคประจำตัวทั้งบ้าน อาศัยสวนยางผู้ใจบุญเป็นที่ซุกหัวนอน

วันนี้ ( 17 ก.พ.57 ) ที่ ซอยป่ายางข้างหมู่บ้านเพิ่มทรัพย์ ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี  นายเกรียงเดช เข็มทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีพร้อมด้วยคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี ผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าช้าง กำนันตำบลท่าช้าง พัฒนาสังคมจังหวัด และกลุ่มทุนมังกรจังหวัดจันทบุรีได้เดินทางไปเยี่ยมปลอบขวัญให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้ยากไร้ที่ประสบปัญหาทางสังคม ที่ป่วยกันทั้งครอบครัวโดยผู้ที่แข็งแรงที่สุดของครอบครัวเป็นหลานสาว ที่ติดเชื้อเอดส์จากมารดาตั้งแต่อยู่ในครรภ์แต่รอดชีวิตมาได้จนกระทั่งปัจจุบันมีอายุได้ 18 ปีต้องกินยาต้านไวรัส  HIV อย่างต่อเนื่อง

ส่วนมารดาและบิดาเสียชีวิตไปแล้ว อาศัยอยู่กับตา – ยาย ซึ่งเป็นคนต่างจังหวัดได้ผู้ใจบุญ เจ้าของสวนยาง อนุเคราะห์ให้ปลูกกระต๊อบเป็นที่อาศัย พักพิง ส่วนตามีอาชีพรับจ้างทั่วไป ไม่มีสวัสดิการทางสังคมเนื่องจากเป็นคนไทยที่ไม่มีบัตรประชาชน ส่วนยาย 2 คน อาศัยอยู่ในบ้านทำงานไม่ได้เนื่องจากคนหนึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ต่อมไทรอย อีกคนหนึ่งเป็นโรคความดันและเบาหวานเดินเหินไม่สะดวก ต้องอยู่ตามยถากรรม เป็นที่เวทนาของผู้พบเห็นซึ่งท้องถิ่นและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือแล้วระดับหนึ่งแต่ก็เป็นเพียงการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งครอบครัวของผู้ป่วยอนาถานี้ต้องการพันธุ์ไก่ไข่เพื่อเลี้ยงและประกอบเป็นอาชีพสร้างรายได้เข้าครอบครัว โดยกลุ่มทุนมังกรได้รับที่จะระดมทุนมาช่วยเหลือต่อไป โอกาสนี้ทางสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรีได้สนับสนุนทุนในการซ่อมปรับปรุงบ้านพักอาศัยให้มีความมั่นคง แข็งแรงยิ่งขึ้น พร้อมทั้งได้มอบเงินทุนเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพรวม 3,000 บาท พร้อมทั้งถุงยังชีพ และเวชภัณฑ์ยาสามัญประจำบ้าน



จรัล/ภาพ/ข่าว

สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดตราดเชิญชวนผู้ประกอบการ ผู้สนใจร่วมเวที “เปิดโลกธุรกิจเมืองตราด เจาะตลาด AEC”

(16 ก.พ. 57) นางมณัฐษสลิล ประเสริฐสุด นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ รักษาการ หัวหน้าสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ตามประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังจะเข้าเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ในปี พ.ศ. 2558 ซึ่งจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงภายในภูมิภาคอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในด้านการค้า การลงทุน และการบริการระหว่างประเทศ ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการ และผู้สนใจทั่วไป ทางสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดตราดจึงกำหนดจัดเวทีสัมมนาเรื่อง "เปิดโลกธุรกิจเมืองตราด เจาะตลาด AEC” ขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม 2557 ระหว่างเวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องประชุมราชาวดี บ้านปูรีสอร์ท แอนด์ สปาร์ จังหวัดตราด ทั้งนี้เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับความรู้ในเรื่องระเบียบและกฎหมายภาษีอากร เป็นการเปิดโลกทัศน์ แลกเปลี่ยนมุมมอง และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับธุรกิจในจังหวัดตราดต่อการเปิดตลาด AEC หรือการรวมเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดตราด จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถสำรองที่นั่งเข้าร่วมเวทีดังกล่าว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดตราด หมายเลขโทรศัพท์ 0-3951-1530 ในวันและเวลาราชการ 

ผู้บริหารธนาคารออมสินตราด ยอมรับมีผู้มาถอนเงินและปิดบัญชีจริง เผย ส่วนใหญ่เข้าใจหลังได้รับคำชี้แจง ระบุ วันนี้ลูกค้าเดินทางมาใช้บริการมาก เหตุหยุด 3 วัน

(17 ก.พ. 57) นายประยุทธ กระทอง ผู้จัดการธนาคารออมสิน จำกัด สาขาตราด เปิดเผยว่า จากกรณีที่ธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อแบบอินเตอร์แบงค์ให้กับธนาคารเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจำนวน 5,000 ล้านบาทตามที่ปรากฏเป็นข่าวออกไป แต่ปรากฏว่ามีการนำไปเชื่อมโยงกับการเมือง และมีการเรียกร้องจากกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ให้ประชาชนไปถอนเงินจากธนาคารออมสินทั่วประเทศนั้น จากการที่ได้สอบถามไปยังสาขาต่างๆในจ.ตราดรวม 4 แห่งในช่วงเช้าที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีลูกค้าจำนวนหนึ่งที่เดินทางมาถอนเงินออกไป แต่ทางพนักงานได้ชี้แจงให้ทราบถึงเหตุที่มีการกู้เงินว่าไม่ได้ปล่อยกู้เพื่อนำไปใช้ในโครงการรับจำนำข้าวหลายรายก็เข้าใจไม่ถอนเงินหรือปิดบัญชี ทั้งนี้ ทางธนาคารยืนยันว่าธนาคารออมสินในจังหวัดตราดไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ขณะที่บรรยากาศที่ธนาคารออมสิน จำกัด สาขาตราด ปรากฎว่าตั้งแต่เช้ามีลูกค้าธนาคารเดินทางมาใช้บริการ จำนวนมาก ทั้งทำการถอนเงินและฝากเงิน

ด้านนายณรงค์ หงษ์สุทธิ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารออมสิน จำกัด สาขาตราด กล่าวว่า ที่ธนาคารออมสิน จำกัดสาขาตราดทุกวันจะมีชาวตราดมาใช้บริการมากเหมือนทุกวันแต่วันนี้มีมากขึ้นเนื่องจากมีวันหยุดเพิ่ม 3 วันที่ผ่านมา ทำให้มีลูกค้ามาใช้บริการมาก ซึ่งมีทั้งการฝากการถอนตามปกติทุกวัน ส่วนในเรื่องการถอนเงินจำนวนมากหรือปิดบัญชียอมรับว่ามีบ้าง แต่ส่วนใหญ่ทางพนักงานได้ชี้แจงให้ลูกค้าได้ทราบถึงข้อเท็จจริง และส่วนใหญ่ก็เข้าใจและไม่ถอนเงินออกไป ทั้งนี้ส่วนสาขาอื่น ๆ พบว่ามีลูกค้ามาใช้บริการตามปกติและมีที่มาสอบถามและมาขอเบิกเงินและปิดบัญชีแต่ได้มีการชี้แจงข้อเท็จจริงไป ส่วนใหญ่จะเข้าใจในสิ่งที่ธนาคารได้ปฏิบัติ เรื่องดังกล่าวเป็นการปล่อยกู้ระหว่างธนาคาร ที่เป็นเรื่องปกติเพื่อเสริมสภาพคล่องของธนาคารเท่านั้น และเป็นการปล่อยกู้ระยะสั้นเพียงเดือนเดียวเท่านั้น เป็นเรื่องปกติของธนาคารแต่ละแห่งเท่านั้น อย่างไรก็ตามมีลูกค้าธนาคารเกือบ 10 รายที่แจ้งถึงความประสงค์ว่าจะปิดบัญชี และถอนเงินออกไปจากธนาคารออมสินสาขาตราด แม้พนักงานจะได้ชี้แจงเหตุผลให้แล้วแต่ทุกคนยืนยัยที่จะเบิกเงินไป โดยลูกค้ารายที่ปิดบัญชีระบุว่าจะถอนเงินไปปลูกบ้าน ส่วนอีกคนบอกว่าจะไปซื้อที่ดิน

ชาวประมงพื้นบ้าน ต.ไม้รูด พบเต่าตนุว่ายน้ำอ่อนแรงอยู่กลางทะเลนำขึ้นเหลือช่วยเหลือเบื้องต้น ขณะศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลฯ จ.ระยอง รับตัวไปตรวจและดูแลแล้ว

(17 ก.พ. 57) เครือข่ายช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ได รับเต่าตนุ เพศเมีย ความยาวกระดอง 79 ซ.ม. ความกว้างกระดอง 71 เซนติเมตร จากชาวประมงพื้นบ้าน หมู่ 1 ต.ไม้รูด และเป็นสมาชิกเครือข่าย หลังออกทำประมงแล้วพบว่ายน้ำอย่างเชื่องช้าอยู่กลางทะเล จากการตรวจสอบสภาพของเต่าตนุไม่พบบาดแผลภายนอก นายกฤตภาส ระบุว่า ชาวประมงพื้นบ้านที่เป็นสมาชิก ได้นำเรือประมงเล็กออกจากฝั่งเพื่อวางอวนและลอบปูที่ห่างจากฝั่งประมาณ 1,000 เมตร พบเต่าตนุตัวดังกล่าวว่ายน้ำอยู่ แต่ผิดปกติที่ว่ายได้ช้ามาก และไม่หลบหนีเมื่อเรือเข้าไปใกล้ คาดว่าเต่าตนุอาจเจ็บป่วย จึงได้เข้าช่วยเหลือนำขึ้นเรือแล้วนำเข้ามายังฝั่งพร้อมแจ้งให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออกทำการช่วยเหลือ โดยทางสมาชิกช่วยกันทำบ่อโดยใช้ผ้าใบรองและใส่น้ำไว้ จากนั้นนำเต่าตนุลงไปแช่ไว้และใช้ผ้าห่มชุบน้ำคลุมกระดองเต่าไว้ให้ชุ่มชื้นตลอดเวลา

ต่อมาช่วงบ่ายของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทย จ.ระยอง ได้เดินทางมาเพื่อตรวจสอบ พบว่าสภาพของเต่าตนุโดยทั่วไปมีอาการปกติ แต่ยังไม่ทราบอาการบาดเจ็บภายในจะมีหรือไม่ ต้องนำเต่าไปทำการตรวจโดยละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งผลเป็นอย่างไรก็จะแจ้งให้ทางเครือข่ายฯได้รับทราบ

สมาชิกเครือข่ายหนี้สินชาวนาในภาคตะวันออก ชุมนุมเรียกร้องให้สหกรณ์แหลมงอบ โอนหนี้เกษตรกรใน จ.ตราด ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

(17 ก.พ. 57) บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดตราด กลุ่มสมาชิกเครือข่ายหนี้สินชาวนาในภาคตะวันออก นำโดยนายชุมพร จิตนาวสาร ประธานองค์กรรวมน้ำใจเป็นหนึ่งเดียวจังหวัดตราด พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่ายฯ ประมาณ 100 คน รวมตัวกันชุมนุมปราศรัยโจมตีการทำงานของสหกรณ์แหลมงอบ สหกรณืเมืองตราด และสหกรณ์แหลมกลัด ที่ไม่ยอมโอนหนี้สินของเกษตรกรจำนวน 4 ราย คือ นายบพิตร พัตรสงวน นายล้วน แสงนิล นายชิงชัย ชาติกุล และนายสุภัค อัศวภูม ให้กับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) โดยเฉพาะกรณีของของนายบพิตร พัตรสงวน ที่ที่ดินกำลังจะถูกขายทอดตลาด ทางจังหวัดนำโดยนายณรงค์ ธีระจันทรางกูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้เชิญตัวแทนเครือข่ายหนี้สินชาวนามาหารือเพื่อหาทางออกร่วมกับผู้แทนจากสหกรณ์แหลมงอบ แต่ยังไม่สามารถหาทางออกของปัยหากรณีการเตรียมขายทอดตลาดของนายบพิตร พัตรสงวน ได้ โดยผู้แทนสหกรณ์ได้ระบุว่าเป็นมติของคณะกรรมการสหกรณ์ที่ให้ขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าว อีกทั้งลูกหนี้รายนี้ติดค้างการชำระหนี้มาแล้ว 4 – 5 ปี และที่ผ่านมาไม่ยอมจ่ายส่วนต่าง ดอกเบี้ย ให้กับทางสหกรณ์ก่อนการโอนหนี้ให้กับ กฟก.

อย่างไรก็ตาม ต่อมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด จึงได้เรียกประชุมคณะกรรมการสหกรณ์แหลมงอบ เป็นกรณีพเศษ เพื่อขอให้มีการยกเลิกมติขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าว ซึ่งผลจากการประชุมคณะกรรมการสหกรณ์แหลมงอบมีมติให้ยอมโอนหนี้ของเกษตรกรให้กับ กฟก. และจะยกเลิกการขายทอดตลาด แต่เกษตรกรลูกหนี้จะต้องจ่ายเงินส่วนต่าง ดอกเบี้ยจำนวนครึ่งหนึ่งของทั้งหมด จนเป็นที่พอใจของผู้ชุมนุม และสลายการชุมนุมไปในที่สุด

กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ร่วมตำรวจท่องเที่ยว พัฒนาเครือข่ายภาคบริการและความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว เชื่อมโยงไทย – กัมพูชา – เวียดนาม รองรับ AEC

(17 ก.พ. 57) นายณรงค์ ธีระจันทรางกูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดกิจกรรมพัฒนาบุคลากรเครือข่ายภาคบริการและความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเชื่อมโยงไทย – กัมพูชา – เวียดนาม รองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ประจำปีงบประมาณ 2557 ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก มอบหมายให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราดร่วมกับสถานีตำรวจท่องเที่ยว 6 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันจัดขึ้นที่ศูนย์ราชการุณย์ สภากาชาดไทย เขาล้าน จังหวัดตราด

นายฐกัดชัย เกียรติอัมพร ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด กล่าวว่า การพัฒนาบุคลากรเครือข่ายภาคบริการและความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเชื่อมโยงไทย – กัมพูชา – เวียดนาม ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมจากกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก คือ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด มีเป้าหมายคือ บุคลากรภาคบริการ และดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งอาสาสมัครกู้ภัย อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่จากสถานประกอบการ รวมทั้งสิ้น 250 คน จำนวนนี้มีเครือข่ายภาคบริการการท่องเที่ยวจากกัมพูชา – และเวียดนาม ซึ่งอยู่แนวเส้นทางเส้นทางสายเลียบชายฝั่งทะเล ( R 10 ) ซึ่งเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดตราด – เกาะกง – สะแรอัมเบิล – กัมปอต – ฮาเตียง – คาเมา – น้ำคาน เข้าร่วมกิจกรรมนี้ 30 คน สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีการดำเนินการรวม 2 รุ่น ๆ ละ 3 วันโดยรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกของการดำเนินการ

ด้าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า การพัฒนาศักยภาพบุคลากรเครือข่ายภาคบริการและความปลอดภัยนักท่องเที่ยวนับเป็นเรื่องที่สำคัญ ในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เนื่องจากเส้นทางสาย R 10 นับเป็นเส้นทางหลักในการเชื่อมโยงการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ผ่านทั้ง 3 ประเทศ ที่แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญมากมาย 

ฝรั่งเยอรมันนี่เครียดไม่มีเงินใช้ผูกคอดับอนาถใต้ต้นไม้

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 17 ก.พ. 57 ร.ต.ท.สันติ ปาการะโภ ร้อยเวร สภ.บ้านกร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง ได้รับแจ้งมีชาวต่างชาติผูกคอนอนตายอยู่ใต้ต้นกระถินณรงค์ ในบ้านพักวิลล่าราวาดีรีสอร์ท ริมถนนสายแหลมแม่พิมพ์-บ้านเพ ม. 3 ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยอง จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบแล้วรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.สุภาพ นาคทอง พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ เจ้าหน้าที่ พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ระยอง แพทย์เวร รพ.แกลง และหน่วยกู้ภัยพุทธสตร์สงเคราะห์เมืองแกลง ไปตรวจที่เกิดเหตุพบ นายSABLOTTNY อายุ 44 ปี ชาวเยอรมันนี่ สภาพนอนหงายอยู่ใต้กระถินณรงค์ สวมกางเกงขาสั้น3ส่วน ลายแถบขาว น้ำเงิน เสื้อยึดแขนยาวสีน้ำเงิน ใส่รองผ้าใบสีแดง ที่ลำคอมีเชือกไนลอนสีขาวพันอยู่ 2 รอบ ที่มือด้านซ้ายพันหมัดติดอยู่กับเชือกโดยใช้เชือกผูกติดกับต้นไม้สูงประมาณ 2 เมตร และเชือกได้ขาดลงมานอนตายอยู่ในที่เกิดเหตุ ใกล้ๆพบกระเป๋าเป้ใส่เสื้อผ้าของผู้ตายภายในมีหนังสือเดินทาง เงินสด 200 บาท และรถ จยย.ยามาฮ่า สีน้ำเงิน ทะเบียน งพล 415 ชลบุรี ที่เช่ามาจากพัทยา จอดอยู่ 1 คัน จาก        

การสอบถาม รปภ.ของที่พักทราบว่า ผู้ตายได้ขับ รถ จยย.เข้าจอดมา ตั้งแต่ตอนเย็นของวันที่ 16 ก.พ.และบ่นว่าไปกดเงินที่ตู้ เอที่เอ็ม แต่ไม่มีเงินออกมา และป่นว่าให้ภรรยาที่ประเทศเยอรมันนี่ โอนเงินมาให้แต่ไม่มีเงิน จึงเครียด ไปซื้อเบียร์มานั่งดื่นกิน จนดึก ก็หายไป มารุ่งเช้ากลายเป็นศพดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งศพไปตรวจที่สถาบันนิติเวชเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง ก่อนจะติดต่อญาติให้มารับศพเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศพตามประเพณีต่อไป



มาโนช สนองสุข /ข่าว

ไม่พบความผิดปกติกรณีลูกค้าถอนเงินจากธนาคารออมสินสาขาระยอง ทั้ง 6 สาขา

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 17 ก.พ.57 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศประชาชนที่เข้าไปใช้บริการของธนาคารออมสิน สาขา จ.ระยอ ที่บริเวณถนนตากสินมหาราช ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง มีลูกค้าของธนาคารมาใช้บริการอย่างคึกคัก ต้องนั่งรอคิวจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ของธนาคารระบุว่า วันนี้มีลูกค้า มาใช้บริการจำนวนมากเนื่องจากหยุดวันเสาร์และอาทิตย์ สาเหตุที่มีผู้มาใช้บริการจำนวนมากเนื่องจากมาเบิกเงินกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ประกอบกับธนาคารออมสินสาขาห้างสรรพสินต่างๆค้ายังไม่เปิดบริการ จึงหันมาใช้บริการที่ธนาคารสาขาใหญ่ และจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีลูกค้าที่ฝากเงินบัญชีออมทรัพย์รายใหญ่มาถอนเงินออกไปแต่อย่างใด ซึ่งสถานการณ์ยังไม่วิกฤต ลูกค้าส่วนใหญ่มีความเข้าใจ ต้องรอดูสถานการณ์ในวันถัดไป

ขณะที่ธนาคารออมสินสาขา เนินพระ สาขาห้างแหลมทอง และสาขาศูนย์การค้าสตาร์ บรรยากาศเงียบเหงาเช่นกันไม่มีผู้ฝากเงินรายใหญ่มาถอนเงินแม้แต่รายเดียว มีคนบางตาไม่มีคนมาถอนเงินผิดปกติแต่อย่างใด


วฐิต/ข่าว

จ.ฉะเชิงเทรา จัดอบรมโครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดองประจำปี 2557

วันนี้ ( 17 ก.พ.57)  ที่ นาย อนุกูล ตังคณานุกูลชัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา    เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง ประจำปี 2557 " กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3 ร่วมเพื่อ3 สร้าง” โดยมี นายเริงศักดิ์  มหาวินิจฉัยมนตรี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  นายเดชา ใจยะ ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา  พ.อ.องอาจ   ชวาลวิวัฒน์  รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา   หัวหน้าส่วนราชการ แ ละผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีเปิดการอบรม  ณโรงแรมแกรนด์ รอยัล  พลาซ่า  อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ทั้งนี้มีผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วย กลุ่มเยาวชน แกนนำนักเรียน นักศึกษา ในสถานศึกษา จำนวน 50 คน และกลุ่มผู้นำกลุ่มต่างๆของอำเภอ จำนวน 60 คน รวม 110 คน ระยะเวลาอบรม ระหว่างวันที่ 17-21 กุมภาพันธ์ 2557

นาย อนุกูล ตังคณานุกูลชัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  กล่าวว่า โครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง เป็นโครงการที่มุ่งให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างสังคมประชาธิปไตยสังคมแห่งความปรองดองและรู้รักสามัคคี โดยนำเยาวชนแกนนำนักเรียน นักศึกษาและผู้นำกลุ่มต่างๆจากสถานศึกษาในพื้นที่และอำเภอต่างๆเข้ามาพบปะพูดคุยกันจะทำให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเยาวชน ผู้นำ ครูอาจารย์ ผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่และเกิดการบูรณาการความร่วมมือที่ผนึกความรัก ความสามัคคีในอันที่จะสร้างสังคมปรองดองให้เกิดขึ้นโดยเฉพาะอย่างเป็นการส่งต่อการถ่ายทอดความคิดประสบการณ์จากผู้นำชุมชนผู้นำกลุ่ม สู่เยาวชน และเวทีอภิปรายแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่เปิดรับฟังความคิดเห็นทางการเมืองการปกครองซึ่งกันและกันรวมทั้งเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้อันจะทำให้เกิดเครือข่ายที่เข้มแข็งให้กับการพัฒนาประชาธิปไตยในบรรยากาศที่สร้างสรรค์ขึ้นได้

ด้านนาย เดชา ใจยะ ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา  กล่าวว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทย ได้จัดทำโครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดองประจำปี 2555 และ2556เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล  ดังนั้นเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวเป็นไปอย่างต่อเนื่องและบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด ในปี 2557 นี้ จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงได้จัดทำโครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง ประจำปี 2557  ขึ้น เป็นปีที่ 3เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ด้านการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตยในระดับพื้นที่โดยมีวัตถุประสงค์หรือกลไกลสำคัญในการดำเนินการของโครงการฯคือ การสร้างกระบวนการเรียนรู้ ประกอบด้วย หลัก 3ร่วม เพื่อ 3 สร้าง คือร่วมกันคุย เพื่อสร้างความสามัคคี ร่วมกันคิด เพื่อสร้างพลัง  และร่วมกันทำ เพื่อสร้างสังคมปรองดอง โดยการจัดอบรมดังกล่าวได้รับเกียรติจากนายเริงศักดิ์  มหาวินิจฉัยมนตรี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  /กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดจังหวัดฉะเชิงเทรา /วัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา/พัฒนาการจังหวัดฉะเชิงเทรา  มาเป็นผู้ฝึกอบรมให้ความรู้นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีการศึกษาดูงานตามโครงการพระราชดำริและปราชญ์ชาวบ้านฯ อีกด้วย



ชาญณรงค์/ข่าวธนภัทร/ภาพ

สระแก้ว ถ่ายทอดเทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังเป็นเมืองแห่งพืชพลังงาน

ที่หอประชุมอำเภอเมืองสระแก้ว นายชูศักดิ์ ตรีสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วเป็นประธานเปิดการอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว โดยนายสามารถ ชื่นวงศา เกษตรจังหวัดสระแก้วเป็นผู้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดการอบรมครั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรได้นำความรู้เทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสมไปพัฒนาเพิ่มผลผลิตแปลงต้นแบบของเกษตรกรภายใต้โครงการที่จังหวัดสระแก้วได้สนับสนุนปัจจัยการผลิตได้แก่ พันธุ์มันสำปะหลังเกษตรศาสตร์ 50และปุ๋ยอินทรีย์ ให้เกษตรกรรายละ 5 ไร่สำหรับการอบรมในวันนี้ประกอบด้วยการชี้แจงรายละเอียดของโครงการ เงื่อนไขการขยายผลในปีต่อไปและเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง ซึ่งมีเกษตรกรเข้าร่วมอบรมในวันนี้ 215 คน

นายสามารถ ชื่นวงศา เกษตรจังหวัดสระแก้ว กล่าวเพิ่มเติมว่า  ตามที่จังหวัดสระแก้วสนับสนุนเงินพัฒนาจังหวัด ปี 2557 โดยให้สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้วดำเนินงานโครงการพัฒนาเพื่อเพิ่มผลผลิตพืชพลังงานจำนวน 2 ชนิด ได้แก่อ้อยโรงงานและมันสำปะหลังซึ่งเป็นเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ของจังหวัดในการพัฒนาจังหวัดสระแก้วให้เป็นเมืองพืชพลังงานซึ่งจังหวัดสระแก้วมีศักยภาพของพื้นที่ในการปลูกพืชทั้ง 2 ชนิดนี้ ซึ่งจังหวัดสระแก้วมีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังรวมทั้งสิ้น 430,000 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 3.5 ตันต่อไร่และมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 9 อำเภอ 1,800 คน โดยได้รับความสนใจจากเกษตรกรเพื่อพัฒนาให้จังหวัดสระแก้วเป็นเมืองแห่งพืชพลังงานต่อไปในอนาคต

วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง สั่งเตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณผลผลิตผลไม้ของจังหวัดในปีนี้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตมากกว่าปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันจะเร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและส่งเสริมกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว เปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด

ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง สั่งเตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณผลผลิตผลไม้ของจังหวัดในปีนี้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตมากกว่าปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันจะเร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและส่งเสริมกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว เปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด

นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สำหรับปริมาณผลผลิตของผลไม้จังหวัดระยองในปีนี้ คาดว่า จะมีปริมาณผลผลิตมากกว่าปีที่แล้ว ทั้งนี้เนื่องจากสภาพของอากาศที่หนาวเย็นกว่าทุกปี และอาจจะทำให้ผลผลิตติดดอกออกผลช้ากว่าปกติ ดังนั้นในส่วนการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับปริมาณของผลไม้ของจังหวัด ขณะนี้ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกส่วนเตรียมพร้อมรับมือแก้ปัญหาแล้ว อีกทั้งงานเทศกาลผลไม้ของดีจังหวัดระยองปีนี้ จังหวัดระยองจะจัดให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตามนอกจากงานเทศกาลผลไม้และของดีจังหวัดระยองแล้ว ในส่วนการส่งเสริมการท่องเที่ยวในด้านอื่นแล้ว ทางจังหวัดจะเร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อมแหล่งท่องเที่ยว หลังจากได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำมันดิบรั่วไหล นอกจากนี้จะเร่งเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตอำเภอเขาชะเมา ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง..
วฐิต/ข่าว

นักธุรกิจรุ่นใหม่ มอบเงินสนับสนุนการกุศลกาชาด

กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ หอการค้าจังหวัดจันทบุรีมอบเงินรายได้จากการจัดคอนเสิร์ตการกุศลแก่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรีเพื่อใช้ในการช่วยเหลือสาธารณะกุศล

วันที่ ( 15 ก.พ.57 ) ที่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยนางศศิพัชร์ พงษ์เจริญ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรีได้ร่วมกันรับมอบเงินจากชมรมนักธุรกิจรุ่นใหม่ หอการค้าจังหวัดจันทบุรี หรือ CYEC ( ซี.วาย.อี.ซี ) หอการค้าจันทบุรี ซึ่งเป็นเงินรายได้จากการจัดคอนเสิร์ตการกุศล กินลมชมจันท์เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา และประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม มีกลุ่มวัยรุ่น ประชาชน นักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศเดินทางมาชมคอนเสิร์ตที่ชายหาดเจ้าหลาว ทำให้ที่โรงแรม ที่พัก รีสอร์ทในจันทบุรีเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างจังหวัด สร้างรายได้แก่คนในพื้นที่และเพิ่มรายได้ทางเศรษฐกิจโดยรวม สำหรับการมอบเงินครั้งนี้กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ CYEC หอการค้าจังหวัดจันทบุรีนำโดยนายชายพงษ์ นิยมกิจ เป็นตัวแทนของนายธีระ กนกกาญจนรัตน์ ประธานชมรมได้มอบเงินเพื่อให้กาชาดจังหวัดจันทบุรีนำไปช่วยเหลือด้านสาธารณะกุศลในจังหวัดจันทบุรี 10,000 บาท นอกจากนี้ กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ CYEC หอการค้าจังหวัดจันทบุรียังได้มอบเงินรายได้จากการจัดคอนเสิร์ตการกุศล แก่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจังหวัดจันทบุรีสมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ช่วยชีวิตผู้ป่วยอีกจำนวน 50,000 บาท



จรัล/ภาพ/ข่าว

พระบาทพลวงจันทบุรี เปิดปกติแล้วหลังหยุดเพราะฝนตก 2 ชั่วโมง

ประชาชน พุทธศาสนิกชนที่ขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏจังหวัดจันทบุรี สามารถขึ้นลงได้ตามปกติแล้วหลังหยุดเดินรถ 2 ชั่วโมงเพราะฝนตกเกรงไม่ปลอดภัย

บรรยากาศงานเทศกาลมนัสการรอบพระพุทธบาทพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ช่วงสุดสัปดาห์นี้มีประชาชน พุทธศาสนิกชน หลั่งไหลมาขึ้นเขาเพื่อ นมัสการรอยพระพุทธบาทที่ตั้งอยู่บนยอดเขาจำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุด มาฆะบูชาติดต่อกัน 3 วัน และเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา มีฝนตกลงมาทำให้เส้นทางการจราจรบนเขามีความเสี่ยงสูง นายเกรียงเดช เข็มทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้สั่งการให้รถที่ขึ้น – ลงบนเขาคิชฌกูฏหยุดรับ – ส่งผู้โดยสารชั่วคราวเนื่องจากเกรงจะไม่ปลอดภัย เป็นอันตรายต่อผู้ที่ขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทได้ จึงมีประชาชนตกค้างอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ในช่วงสายวันนี้ภายหลังฝนหยุดตกได้ 2 ชั่วโมง การจราจรบนเขาก็กลับมาปกติ รถบริการขึ้นลงเขาที่มีอยู่ทั้งสิ้นรวมประมาณ 150 คัน ก็กลับมาให้บริการรับส่ง ประชาชน พุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวได้ตามปกติ

สำหรับงานนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏจังหวัดจันทบุรี ปีนี้จะเปิดให้ประชาชน พุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาคิชฌกูฏได้จนถึงวันที่ 1 เมษายน 2557 พร้อมทั้งมีรถบริการเฉพาะถิ่น รับส่งผู้โดยสารตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องมาในวันหยุด หรือต้องขึ้นเขาในช่วงเช้าซึ่งอาจจะต้องเสียเวลาคอยรถโดยสารที่มีจำนวนจำกัด หากเป็นวันธรรมดา หรือช่วงสายก็สามารถขึ้นลงเขาได้อย่างสะดวกรวดเร็วกว่า



จรัล/ภาพ/ข่าว

รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานปิดงานมหกรรมสัตว์ปีกสวยงามแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 งานแสดงสินค้า OTOP ภาคตะวันออก และงานเกษตรแฟร์ 2557

วันนี้ ( 16 ก.พ.57  )  ที่สวนปาล์มฟาร์มนก  อำเภอคลองเขื่อน  จังหวัดฉะเชิงเทรา  นาย ยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานปิดงาน"มหกรรมสัตว์ปีกสวยงามแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 งานแสดงสินค้า OTOP ภาคตะวันออก และงานเกษตรแฟร์ 2557” พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดภาพถ่าย  โดยมี ดร. โภคิน พลกุล  ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี    นาย ไพศาล วิมลรัตน์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมพิธี

นายยุคล  ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรระบบสหกรณ์มุ่งที่จะสนับสนุนให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาชนมีความมั่นคงด้านอาหารเป็นฐานสร้างรายได้ให้แผ่นดิน ซึ่งการจัดงานดังกล่าวถือเป็นการเพิ่มช่องทางการสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่เกษตรกรอย่างแท้จริงอีกทั้งยังส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทรา  ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในระดับประเทศและระดับนานาชาติ  รวมทั้งเพิ่มช่องทางการสร้างงาน สร้างอาชีพในการจำหน่ายสินค้าทางด้านการเกษตรและสินค้า OTOP ที่มีคุณภาพของจังหวัดฉะเชิงเทรา และภาคตะวันออกให้เป็นที่นิยมของผู้บริโภค รวมถึงยังเป็นการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ SMEsในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  ซึ่งสามารถทำให้นักท่องเที่ยวได้รับความพึงพอใจและประทับใจจังหวัดฉะเชิงเทรามากยิ่งขึ้นด้วย



ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพ

หอการค้าจันทบุรี จัดกิจกรรมดอกไม้บุญรักรุ่งเรืองไม่รู้โรยลา

หอการค้าจังหวัดจันทบุรีร่วมกับอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว จัดกิจกรรมส่งเสริมความรักอย่างยั่งยืน ดอกไม้บุญรักรุ่งเรืองไม่รู้โรยลา ส่งเสริมความรักและการให้ในวันวาเลนไทน์

วันที่ ( 14 ก.พ.57 ) ที่บริเวณหน้าสถูปพิระมิดที่ระลึกถึงความรักแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวีอรรคมเหสี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หอการค้าจังหวัดจันทบุรีร่วมกับอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว และภาคเอกชน ได้จัดให้มีกิจกรรม ดอกไม้บุญรักรุ่งเรืองไม่รู้โรยลาเพื่อยกย่องความรักอันบริสุทธิ์ ส่งเสริม สนับสนุนให้ประชาชนใช้วันสำคัญแสดงออกถึงความเอื้ออาทร ช่วยเหลือกัน เป็นการสร้างแนวความคิดที่ถูกต้องดีงาม รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นให้ประชาชนชาวไทยเข้ามาสักการะสถูปแห่งความรักด้วยดอกบานไม่รู้โรย และดอกดาวเรือง สืบไป โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีประชาชน นักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา ที่เดินทางพาครอบครัวมาพักผ่อนท่องเที่ยวที่น้ำตกพลิ้ว ร่วมงานและนำดอกไม้วางถวายที่หน้าพระบรมรูปพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวีอัครมเหสี ในรัชกาลที่ 5 กันจำนวนมาก โดยดอกไม้บานไม่รู้โรยที่หอการค้าจังหวัดจันทบุรี นำมาถวายเป็นดอกไม้ประดิษฐ์ที่ชมรมคนพิการจังหวัดจันทบุรีทำขึ้นเป็นงานฝีมือหารายได้จุลเจือครอบครัวคนพิการ ส่วนดอกบานไม่รู้โรยเป็นของเกษตรกรในกลุ่มสภาเกษตรกรจังหวัดจันทบุรีนำมาจำหน่ายสร้างรายได้แก่เกษตรกร  ซึ่งกิจกรรม ดอกไม้บุญรักรุ่งเรืองไม่รู้โรยลา ที่น้ำตกพลิ้วจังหวัดจันทบุรีจะจัดเป็นประจำต่อเนื่องทุกปี ในวันวันวาเลนไทน์



จรัล/ภาพ/ข่าว

บรรยากาศงานรำลึกพระบารมี 111 ปี ฉลองเมืองจันท์คึกคัก

ประชาชน นักท่องเที่ยวร่วมแต่งกายย้อนยุค ร่วมงาน รำลึกพระบารมี 111 ปี ฉลองเมืองจันท์ กันอย่างคึกคักท่ามกลางกลิ่นอายย้อนยุค พร้อมอาหารโบราณมากมาย      

ที่บริเวณวัดเขาแหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี อำเภอแหลมสิงห์ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลบางกะไชย สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องได้จัดให้มีพิธีเปิดงาน ป้อมไพรีพินาศรำลึก " รำลึกพระบารมี 111 ปี ฉลองเมืองจันท์ ”โดยมีนายสมหมาย วิเชียรฉันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานเปิดงาน ที่ปีนี้มีกิจกรรมเฉลิมฉลองรวม 2 วัน เพื่อรำลึก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสดุดีวีรกรรมชาติไทย ในคราวที่ฝรั่งเศสถอนกำลังออกจากจังหวัดจันทบุรีเมื่อ ร.ศ.123 หรือเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2446 ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงตัดสินพระทัยนำเงินถุงแดงหรือพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่รัชกาลที่ 3 ที่ 4 ทรงเก็บสะสมไว้มาจ่ายเป็นค่าปรับให้ฝรั่งเศสเพื่อแลกดินแดนจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด

โดยชาวอำเภอแหลมสิงห์จังหวัดจันทบุรีจัดกิจกรรมเพื่อรำลึกและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เฉลิมฉลองวันอิสรภาพเป็นประจำทุกปี ซึ่งมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิพิธีเชิญธงช้างเผือก ร้องเพลงชาติไทยโบราณ การแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ ประกวดวาดภาพ การขับขับเสภา  การแสดงละครชาตรี รำเท่งตุ๊ก  รำวงย้อนยุค รำซัดชาตรี การละเล่นเพลงหงส์ฟาง การแสดงของเด็ก เยาวชน การออกร้านอาหารพื้นบ้าน อาหารพื้นเมืองของหน่วยงานราชการและภาคเอกชนเลี้ยงฟรีแก่ผู้ร่วมงานโดยกิจกรรมเน้นบรรยากาศย้อนยุคการแต่งกายสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น  ส่วนวันนี้ 14 กุมภาพันธ์กำหนดจัดกิจกรรมที่จุดพักรถชมวิวสวนล่มเกล้าชายหาดแหลมสิงห์เวลา 10.00 น.มีการเลี้ยงพระเพล เวลา 18.00 น.เป็นต้นไปมีการแสดงดนตรีไทย มหกรรมกลองเฉลิมฉลอง สาธิตการประกอบอาหารพื้นบ้าน การเปิดร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง อาหารพื้นบ้านของกลุ่มแม่บ้านชาวอำเภอแหลมสิงห์ การประกวดแต่งกายชุดไทยสวยงาม การแสดงของนักเรียนโรงเรียนปากน้ำแหลมสิงห์ การแสดงละครชาตรี    



จรัล/ภาพ/ข่าว

ชาวจันทบุรีร่วมทำบุญตักบาตรวันมาฆะบูชา คึกคัก

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนำข้าราชการ ประชาชน พุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตักบาตร ถวายอาหารคาว – หวานแด่พระภิกษุสงฆ์เนื่องในวันมาฆะบูชา กันอย่างเนืองแน่น

วันที่ ( 14 ก.พ.57 ) ที่วัดบูรพาพิทยาราม พระอารามหลวง ตำบลเขาวัว อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี นายเกรียงเดช เข็มทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้นำข้าราชการ พุทธศาสนิกชน ประชาชน จำนวนมากร่วมใส่ชุดขาวและร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรถวายภัตราหารแด่พระภิกษุสงฆ์ โดยมีพระราชจันทโมลี เจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี อาวาสวัดบูรพาพิทยาราม พระอารามหลวง นำคณะสงฆ์จำนวน 18 รูปออกรับบิณฑบาตจากประชาชน ส่วนภาคค่ำ เวลา 19.00 น.เป็นต้นไป ที่วัดบูรพาพิทยาราม พระอารามหลวง ตำบลเขาวัว อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี นายเกรียงเดช เข็มทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีจะนำข้าราชการ พุทธศาสนิกชน ประชาชน ร่วมในพิธีถือศีลปฏิบัติธรรม สวดมนต์ และเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา


จรัล/ภาพ/ข่าว

พุทธศาสนิกชนชาวตราด รวมทั้งแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา จำนวนมากร่วมกันทำบุญเนื่องในวันมาฆบูชา

(14 ก.พ. 57) บรรยากาศการทำบุญในวันวันมาฆบูชาในพื้นที่จังหวัดตราด มีความคึกคัก โดยที่วัดคลองเพชร เขตตำบลวังกระแจะ อำเภอเมืองตราด นอกจากพุทธศาสนิกชนชาวไทยแล้ว ยังมีกลุ่มแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา ที่อาศัยอยู่ในย่านบ้านท่าเรือจ้างพากันจูงบุตรหลานมาร่วมทำบุญ จนเต็มพื้นที่ศาลาการเปรียญวัดคลองเพชร

พระครูวิเสษธรรมวาที เจ้าอาวาสวัดคลองเพชร กล่าวว่า วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งทางพระพุทธศาสนา เป็นวันที่ชาวพุทธต่างปิติยินดี พร้อมสามัคคีร่วมปฎิบัติกิจกรรมความดี ตั้งอยู่ในศีล และปฎิบัติธรรม เพื่อน้อมนำและน้อมรำลึกถึงคุณูปการที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงประกาศหลักธรรมสำคัญของพระพุทธศาสนาเสมือนหนึ่งรัฐธรรมนูญที่ใช้เป็นกฎหมายแม่บทสำคัญสูงสุดของประเทศ คือ ทรงแสดงพระโอวามปาติโมกข์ให้พระอรหันต์สาวก ถือเป็นหลักปฎิบัติเพื่อนำไปเผยแผ่อุดมการณ์ หลักการ และวิธีการแห่งพระพุทธศาสนาทั้งนี้ วันมาฆบูชา นอกจากจะเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาแล้ว เมื่อปี พ.ศ. 2549 รัฐบาลไทยยังได้ประกาศให้วันมาฆบูชา เป็น "วันกตัญญูแห่งชาติ" และเป็นวันแห่งความรักอันบริสุทธิ์ของชาวพุทธ ซึ่งในปีนี้วันมาฆบูชาตรงกับวันแห่งความรักอีกด้วย

พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดตราด ร่วมทำบุญวันมาฆบูชา กันอย่างเนืองแน่น

(14 ก.พ. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นำพุทธสาสนิกชนชาวตราด ร่วมทำบุญตักบาตร เข้าวัดฟังธรรม ถวายภัตตาหาร และกิจกรรมการรักษาอุโบสถศีล ปฏิบัติธรรม เนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันมาฆบูชา ประจำปี 2557 ซึ่งจังหวัดตราดโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ร่วมกับคณะสงฆ์ในจังหวัดตราดร่วมกันจัดขึ้นโดยมีศูนย์กลางการจัดงานอยู่ที่วัดบางปรือ ตำบลห้วยแร้ง อำเภอเมืองตราด

ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า วันมาฆบูชา หรือวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์คือการประกาศหลักธรรม คำสั่งสอนของพระองค์ ต่อหน้าพระอรหันต์จำนวน 1,250 รูปมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 แต่หากวันเพ็ญเดือน 3 ถ้าปีใดมีเดือน 8 สองหน เลื่อนเป็นเดือน 4 ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ดังนั้นเพื่อเป็นการร่วมเผยแพร่กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาเนื่องในวันดังกล่าวทางจังหวัดจึงได้ร่วมกับวัดต่าง ๆ จัดกิจกรรมในทุกวัดโดยเขตอำเภอเมืองตราดในช่วงเช้า มีศูนย์กลางของการจัดกิจกรรมอยู่ที่วัดวัดบางปรือ ตำบลห้วยแร้ง อำเภอเมืองตราด แห่งนี้ อย่างไรก็ตามในช่วงค่ำตั้งแต่ เวลา 18.30 น.เป็นต้นไป มีการจัดกิจกรรมแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ตลอดจนพิธีเวียนเทียนโดยมีศูนย์กลางการจัดงานที่เจดีย์ 3 ท่านเจ้าคุณ วัดไผ่ล้อม ตำบลบางพระ อำเภอเมืองตราด

สภาพัฒนาการเมือง เปิดเวที “มาฆฤกษ์ เบิกปัญญา พัฒนาพลเมืองตราด” มุ่งเผยแพร่หลักการและเสนอแนวคิดการพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง

(14 ก.พ. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานเปิดเวที "มาฆฤกษ์ เบิกปัญญา พัฒนาพลเมืองตราด” ซึ่งศูนย์ประสานงานสภาพัฒนาการเมืองจังหวัดตราดจัดขึ้น เพื่อมุ่งเผยแพร่หลักการและเสนอแนวคิดการพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง ร่วมชี้แจงวัตถุประสงค์ของ "สภาพัฒนาการเมืองกับการเสริมสร้าง พลเมืองร่วมใจ การเมืองไทยเข้มแข็ง” โดยมีประชาชนชาวตราดจากสาขาอาชีพต่าง ๆ เข้าร่วมเวทีในครั้งนี้ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดตราด

นางสาวศิริวรรณ บุตราช สมาชิกสภาพัฒนาการเมืองจังหวัดตราด เปิดเผยว่า การจัดเวทีเวที "มาฆฤกษ์ เบิกปัญญา พัฒนาพลเมืองตราด” ครั้งนี้ได้ถือเอาฤกษวันมาฆบูชาดำเนินการจัดวทีขึ้น เพื่อเป็นการให้ความรู้ พัฒนาศักยภาพ และรับฟังความคิดเห็นของชุมชน และสาขาอาชีพต่าง ๆ จากทั้ง 7 อำเภอของจังหวัดตราด เป็นการส่งเสริมให้เกิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสนอแนวความคิดในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของชุมชน และประชาชนกลุ่มเป้าหมาย อันได้แก่ สภาองค์กรชุมชนตำบล ผู้แทนกลุ่ม องค์กรชุมชน เครือข่าย และผู้นำชุมชนจากทั้ง 7 อำเภอ เป็นการเปิดพื้นที่ให้กับเวทีสาธารณะให้คนตราดทุกเพศทุกวัย ได้มาแสดงออกความคิดความสามารถ ภูมิปัญาท้องถิ่น การนำเสนอ แนะนำต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และมีผลกระทบต่อชุมชนด้วยความสำนึกในบทบาทหน้าที่การเป็นพลเมืองไทย โดยเฉพาะการนำเสนอสิ่งที่ดี ๆ ออกมาสู่เวทีสาธารณในครั้งนี้ เช่น พลเมืองตราดกับการจัดการที่อยู่อาศัย พลเมืองตราดกับการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และพลเมืองตราดกับอาชีพวิถีเกษตรกรรม เป็นต้น

พุทธศาสนิกชน จ.ตราด พร้อมใจกันนุ่งขาวห่มขาว ร่วมสวดพระพุทธมนต์ 108 จบ และร่วมเวียนเทียน เนื่องในวันวันมาฆบูชา

(14 ก.พ. 57) บริเวณเจดีย์ 3 ท่านเจ้าคุณ วัดไผ่ล้อม อ.เมืองตราด พระครูสังฆรักษ์ ทรงวุฒิ รองเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม นำพุทธศาสนิกชนชาวตราดจำนวนมากที่ต่างนุ่งขาวห่มขาว ร่วมสวดพระพุทธมนต์ 108 จบ พร้อมทั้งแสดงตนเป็นพุทธมามกะ และร่วมกันเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2557

พระครูสังฆรักษ์ทรงวุฒิ รองเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม กล่าวว่า การจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันมาฆบูชา จังหวัดตราดวัดทุกวัดในจังหวัดต่างร่วมจัดกิจกรรมพร้อมเพรียงกัน โดยที่เจดีย์ 3 ท่านเจ้าคุณ วัดไผ่ล้อม อ.เมืองตราด แห่งนี้ มี 3 กิจกรรมหลัก คือ การสวดพระพุทธมนต์ 108 จบ การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ และกิจกรรมการเวียนเทียน พร้อมกันนี้พุทธศาสนิกชนชาวตราดที่เข้าร่วมพิธีได้ร่วมกันอธิฐานให้เกิดความสามัคคีและความสงบสุขให้กับชาติไทย พร้อมทั้งถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อย่างไรก็ตามเป็นที่น่ายินดีว่าการจัดพิธีในครั้งนี้มีประชาชนต่างพาบุตรหลานจำนวนมากข้าร่วมพิธีเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในโอกาสสำคัญดังกล่าว

ผู้ว่าฯ ตราด นำประชาชนร่วมสวดพระพุทธมนต์ แสดงตนเป็นพุทธมามกะ พร้อมเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา

(14 ก.พ. 57) บริเวณเจดีย์ 3 ท่านเจ้าคุณ วัดไผ่ล้อม อ.เมืองตราด นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นำพุทธศาสนิกชนชาวตราดจำนวนมาก ร่วมสวดพระพุทธมนต์ พร้อมทั้งแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ร่วมกันเวียนเทียน และเจริญจิตภาวนาถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในโอกาสวันมาฆบูชา ประจำปี 2557

พระครูสังฆรักษ์ทรงวุฒิ รองเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม กล่าวว่า การจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันมาฆบูชา ในส่วนของจังหวัดตราดวัดทุกวัดในจังหวัดต่างร่วมจัดกิจกรรมโดยพร้อมเพรียงกัน โดยมีศูนย์กลางจัดกิจกรรมอยู่ ณ เจดีย์ 3 ท่านเจ้าคุณ วัดไผ่ล้อม อ.เมืองตราด แห่งนี้ มีกิจกรรมหลักที่สำคัญ คือ การสวดพระพุทธมนต์ การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ กิจกรรมการเวียนเทียน และการเจริญจิตภาวนาถวายเป็นพุทธบูชา ทั้งนี้วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ เป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ คือ การประกาศหลักธรรม คำสั่งสอนของพระองค์ ต่อหน้าพระอรหันต์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 แต่ในปีนี้มีเดือน 8 สองหน เลื่อนเป็นเดือน 4 

ระยอง ทำบุญตักบาตร เนื่องในวันมาฆบูชาเนื่องแน่น

เมื่อเวลา 07.30 น.ของวันที่ 14 ก.พ.ที่วัดเนินพระ อ.เมืองระยอง นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อมด้วยนายทรรศนะ วิชัยธนพัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายธีระวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยอง นายนิพนธ์ เลิศศรีสุวัฒนา นายอำเภอเมืองระยอง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระยอง นำพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดระยอง กว่า 700 คน รวมกันทำบุญตักบาตรแด่พระภิกษุสงฆ์ เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2557 ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ ทั้งนี้ในช่วงค่ำวันเดียวกันในเวลา 19.00 น. จะมีพิธีเวียนเทียนพร้อมการแสดงธรรมเทศนาของพระราชสิทธินายก เจ้าคณะจังหวัดระยอง ณ วัดเนินพระ อ.เมืองระยอง ด้วย ทั้งนี้วันมาฆบูชาซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนามากอีกวันหนึ่ง และมีความสำคัญ เพราะวันมาฆบูชา หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน 3 เนื่องในโอกาสคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ เป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ในวันสำคัญนี้มีเหตุการณ์อัศจรรย์คือ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าจำนวน 1,250 รูป พร้อมใจกันมาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ประเทศอินเดีย โดยมิได้นัดหมายกัน และพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ในที่ประชุมสงฆ์เหล่านั้นด้วย ซึ่งเป็นทั้งหลักการ อุดมการณ์ และวิธีการปฏิบัติที่นำไปใช้ได้ทุกสังคม

พบโลมาปากขวด ไล่กินเหยื่อชายหาดเมืองระยอง อวดสายตานักท่องเที่ยว

พบฝูงปลาโลมาปากขวดไล่กินเหยื่อบริเวณหาดแม่รำพึง เมืองระยอง อวดสายตานักท่องเที่ยว ในรอบ 10 ปี

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 พบฝูงปลาโลมาไล่กินเหยื่อปลาที่บริเวณปากอ่าวลานหินขาว-หาดแม่รำพึง อ.เมือง จ.ระยอง ในรอบ 10 ปี โดยมีนายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 พร้อมด้วยนายมนตรี หามนตรี หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองปราบปรามทางทะเล นายกฤตยชญ์ ชำนาญช่าง หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์และฟื้นฟู ว่าที่ร้อยตรีวิษณุพงศ์ วิเชียรรัตนคุณ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการอนุรักษ์ ได้นำเรือศูนย์อนุรักษ์ทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 ออกสำรวจฝูงปลาโลมา พบฝูงปลาโลมาปากขวดประมาณ 10 ตัว กำลังว่ายวนต้อนฝูงปลาทูและไล่กินเหยื่อ เจ้าหน้าที่จึงได้ถ่ายรูปไว้ เพื่อทำรายงานส่งสำนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

นายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าปลาโลมาที่พบบริเวณอ่าวทะเลช่วงเขาแหลมหญ้า-ลานหินขาว-หาดแม่รำพึง เป็นโลมาชนิดโลมาปากขวดประมาณ 10 ตัว ซึ่งไม่พบปลาโลมาปากขวดชนิดนี้มาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว และในวันนี้ได้มีปลาโลมากลับเข้ามาหากินอาหารในพื้นที่อ่าวระยอง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในพื้นที่นั้นมีความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหาร มีสัตว์น้ำมากขึ้น ปลาโลมานั้นจะกินปลาไม่มีเกล็ด เช่น ปลาทู ปลาโม่ง ปลาดุกทะเล เป็นต้น ซึ่งพื้นที่นี้จะมีความสะอาดของน้ำทะเล ระบบวงจรนิเวศดีขึ้น และปลาโลมาจะไล่ตามกินปลาไปเรื่อยๆ ในการพบฝูงปลาโลมาปากขวดครั้งนี้สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวอย่างมาก ที่มีฝูงปลาโลมาเข้ามาหากินในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาพบฝูงปลาโลมาประมาณ 200 ตัว ในพื้นที่อ่าวทะเลตราด และพื้นที่ปากอ่าวแม่น้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา มาแล้ว

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 จะเฝ้าติดตามฝูงปลาโลมาที่หากินในพื้นที่อ่าวระยอง จะไม่ให้ชาวประมงดักจับหรือเข้าทำร้ายปลาโลมาเพราะเป็นสัตว์สงวนหายาก เพราะที่ผ่านมาเคยพบชาวประมงทำร้ายปลาโลมาเนื่องจากปลาโลมาไปขโมยกินเหยื่อปลาทูที่ชาวประมงได้วางอวนดักปลาไว้ ฉะนั้นเจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 จึงเฝ้าติดตามฝูงปลาโลมาปากขวดไว้

รมว.มหาดไทยเปิดงานมหกรรมสัตว์ปีกสวยงามแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 งานแสดงสินค้า OTOP ภาคตะวันออก และงานเกษตรแฟร์ 2557

วันที่ (14 ก.พ.57)    จังหวัดฉะเชิงเทราร่วมกับสมาพันธ์สัตว์ปีกสวยงามแห่งประเทศไทย มหกรรมสัตว์ปีกสวยงามแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 งานแสดงสินค้า OTOP ภาคตะวันออก และงานเกษตรแฟร์ 2557 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 -16 กุมภาพันธ์ 2557  ณ  สวนปาล์มฟาร์มนก  อำเภอคลองเขื่อน  จังหวัดฉะเชิงเทรา  โดยมีนายจารุพงศ์  เรืองสุวรรณ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ดร.โภคิน พลกุล  ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี  นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา   นายขวัญชัย วงศ์นิติกร อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน   นายฉัตรชัย พรหมเลิศ  อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย   ดร.ภมรชัย อภิชาตประคัลภ์  รองประธานสมาพันธ์สัตว์ปีกสวยงามแห่งประเทศไทย  หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจน นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป  เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทรา  ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในระดับประเทศและระดับนานาชาติ  รวมทั้งเพิ่มช่องทางการสร้างงาน สร้างอาชีพในการจำหน่ายสินค้า OTOP หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ และสินค้าทางด้านการเกษตรที่มีคุณภาพของจังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดในภาคตะวันออกให้เป็นที่นิยมของผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ SME ในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และไฮไลต์ในปีนี้มีการจัดงานภายใต้กรอบแนวคิด "วันแห่งความรักและมาฆบูชา”โดยมุ่งเน้นให้เกิดจิตสำนึกแบบไทยให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของไทยรวมทั้งจัดให้มีการแต่งงานนก การประกวดตกแต่งรถบุปผชาติอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆมากมาย   อาทิ การประกวดสัตว์ปีกสวยงาม  ชิงถ้วยพระราชทาน    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี    การประกวดนกเชื่องแสนรู้  การประกวดภาพถ่ายชิงเงินรางวัล หัวข้อ " มนต์เสน่ห์แห่งสวนปาล์มฟาร์มนก ” การตอบปัญหาแบบสด ๆ  กับรายการหมอเฮ  เสธฮาสัญจร  ตลอดจนชมความแสนรู้ของนกชนิดต่างๆ รวมทั้งการโชว์สัตว์ปีกสวยงาม ที่หาชมได้ยาก  การประกวดสัตว์ปีกสวยงามประเภทต่างๆ  การแข่งขันความสามารถนกนักล่า  และประชันเสียงนกหัวจุก  เป็นต้น    จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปเข้าชมงานมหกรรมสัตว์ปีกสวยงามแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 งานแสดงสินค้า OTOP ภาคตะวันออก และงานเกษตรแฟร์ 2557 ระหว่างวันที่ 13 – 16 กุมภาพันธ์ 2557 ณ สวนปาล์มฟาร์มนก ตำบลบางตลาด อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา



ชาญณรงค์ /ข่าว-ภาพ

พุทธศาสนิกชนชาวสระแก้ว ร่วมทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง เนื่องในวันมาฆบูชา

เช้าที่ (14 ก.พ.) ที่ศาลาการเปรียญวัดสระแก้ว พระอารามหลวง นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ  ประชาชน นักเรียน ร่วมทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง เนื่องในวันมาฆบูชา โดยมีพระราชธรรมภาณี เจ้าคณะจังหวัดสระแก้ว ได้แสดงสัมโมทนียคาถา ให้กับพุทธศาสนิกชนได้รับฟังด้วย

ส่วนอำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว นายวุฒิดนัย สวัสดินฤนาท นายอำเภอ โคกสูง เปิดเผยว่า วันนี้ (14 ก.พ.) อำเภอโคกสูง กำหนดจัด "พิธีเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา” ประจำปี 2557 ณ บริเวณปราสาทสด๊กก๊อกทม ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามทางพระพุทธศาสนา และส่งเสริมการท่องเที่ยวปราสาทสด๊กก๊อกทม โบราณสถานล้ำค่าและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด กิจกรรมในงานประกอบด้วย การประกวดขบวนแห่รูปหล่อพระเกจิอาจารย์ชื่อดังประจำตำบล มีการประดับตกแต่งขบวนสวยงาม และชุดการแสดงประจำขบวนแห่ ทั้ง 4 ตำบล เริ่มเวลา 12.00 น.และเคลื่อนขบวนเข้าสู่ปราสาทฯ เวลา 14.00 น. และอัญเชิญรูปหล่อพระเกจิอาจารย์ประดิษฐานหน้าปราสาท และพระพุทธรูปนวราชบพิตร ประจำอำเภอโคกสูง เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะบูชาและปิดทอง และร่วมพิธีเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา

วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ชลบุรี แถลงข่าวจัดงานพฤกษาตะวันออก ครั้งที่ 8

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 นายวรวิทย์ สายสุพัฒน์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายวิจิตร กมลวารินทร์ เกษตรจังหวัดชลบุรี และประธานชมรมสมาคมไม้ดอกไม้ประดับฯ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน พฤกษาตะวันออก ครั้งที่ 8 ณ เกษตรจังหวัดชลบุรี

จังหวัดชลบุรี ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด เกษตรจังหวัด ชมรมไม้ดอกไม้ประดับ และอีกหลายๆ หน่วยงาน จัดงานพฤกษาตะวันออก ระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2557 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี เพื่อประกาศศักยภาพการผลิตพืชผลทางการเกษตรของจังหวัดชลบุรีและภาคตะวันออก และการพัฒนาคุณภาพการผลิตและอนุรักษ์สายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ การส่งเสริมการขาย ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรีและภาคตะวันออกส่งเสริมการผลิต และปรับปรุงพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ ให้ทัดเทียมกับตลาดในประเทศและต่างประเทศ และส่งเสริมการจำหน่ายผลผลิต และการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ

วิจิตร กมลวารินทร์ เกษตรจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า งานพฤกษาตะวันออกครั้งที่ 8 เป็นความร่วมมือของจังหวัดชลบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และสมาคมไม้ดอกไม้ประดับฯ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ในปีที่ผ่านมา ปี 2556 พฤกษาตะวันออกครั้งที่ 7 มีผู้เข้าชมงาน 44,710 คน มีเงินหมุนเวียนตลอดงาน 8 วัน จำนวน 33,736.500 บาท (สามสิบสามล้านเจ็ดแสนสามหมื่นหกพันห้าร้อยบาทถ้วน) สำหรับการจัดงานพฤกษาตะวันออก ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี

สำหรับการจัดงานพฤกษาตะวันออกในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 8 มีชื่อว่า ตอนพรรณพฤกษาป่าหิมพานต์ ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2557 ร่วม 8 วัน ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสื่องกลางทางด้านวิชาการและธุรกิจไม้ดอกไม้ประดับให้เกษตรกร เพื่อเป็นเวทีกลางให้เกษตรกรผู้ผลิต หรือผู้ปรับปรุงพันธุ์ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เพื่อส่งเสริมการผลิตและขยายตลาดไม้ดอกไม้ประดับให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ให้นักเรียน นักศึกษา ที่สนใจอาชีพการเกษตร เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรีและจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก และเพื่อก่อให้เกิดการรักษ์ธรรมชาติ ทำให้พันธุ์พืชดำรงอยู่ต่อไป

นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า จังหวัดชลบุรี เป็นเจ้าภาพหลักในการส่งเสริมท่องเที่ยวภาคตะวันออก ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น ที่อยู่อาศัย โรงแรม ร้านอาหาร สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นต้น ทำให้ธุรกิจไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งเป็นธุรกิจที่เติมเต็มในธุรกิจท่องเที่ยวให้สมบูรณ์ขึ้นนี้ได้ขยายตัวไปด้วย โดยจะส่งผลดีต่อเนื่องถึงเกษตรกรที่ผลิตไมดอกไม้ประดับ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ได้สนับสนุนการจัดงานด้วยงบประมาณ 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดชลบุรี ให้หมุนเวียนไปได้ดียิ่งขึ้น จุดมุ่งหมายทำให้เกษตรกรมีรายได้ดีและเพิ่มขึ้นนำไปสู่การพัฒนาการจัดการกระบวนการผลิต ด้วยการปรับปรุงพันธุ์ ปรับปรุงวิธีการผลิตและสร้างมาตรฐานสินค้า เพื่อมุ่งเน้นความดีเยี่ยมของสินค้าให้เป็นที่ยอมรับในเรื่องคุณภาพ ซึ่งทำให้สินค้าเกษตรอยู่รอดได้และเตรียมพร้อมสู่อาเซียนต่อไป

นายวรวิทย์ สายสุพัฒน์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า จังหวัดชลบุรี เป็นแหล่งที่มีศักยภาพด้านการตลาดของไม้ดอกไม้ประดับ ส่งผลดีแก่เกษตรกรที่ทำการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ เพราะผลิตแล้วจำหน่ายได้เนื่องจากจังหวัดชลบุรีมีเศรษฐกิจที่แข่งแกร่ง อสังหาริมทรัพย์เติบโตอย่างต่อเนื่องผู้ประกอบการมีกำลังซื้อไม้ดอกไม้ประดับสูง เพื่อนำไปตกแต่งสวนในบ้านจัดสรรคอนโดมิเนียม โรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เป็นต้น นับว่าเป็นผลดีกับการส่งเสริมการผลิตไม้ดอกไม้ประดับให้มีการขยายตัวดีตามไปด้วย เป็นหนึ่งในกระบวนการที่ส่งผลทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรี และยังเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี อีกด้วย

นอกจากนี้ธุรกิจไม้ดอกไม้ประดับ เป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องของการท่องเที่ยวได้รับผลดีไปด้วย ทำให้ส่งผลดีแก่เกษตรกรผู้ผลิตไม้ดอกไม้ประดับได้มีการจำหน่ายผลผลิตผลของตนเองได้มากขึ้น และมีรายได้ดีขึ้นอีกด้วย


ปริญญา/ข่าว/ภาพ    

จันทบุรี ปรามห้ามจำหน่ายสุราในวันมาฆะบูชา

คณะทำงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดจันทบุรีตรวจเตือนร้านค้า ห้ามจำหน่ายสุราเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆะบูชา ซึ่งตรงกับวันวาเลนไทน์ปีนี้สถิติพบชาวจันท์นิยมดื่มเป็นอันดับ 6 ของประเทศ

คณะทำงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดจันทบุรี ที่มีสาธารณะสุขจังหวัดจันทบุรีเป็นเลขาคณะทำงานได้นำผู้แทนของหน่วยงานราชการและองค์กรเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี ออกสุ่มตรวจเตือนเฝ้าระวังการกระทำผิด พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะวันมาฆะบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา ที่มีมติคณะรัฐมนตรีห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด ซึ่งปีนี้วันมาฆบูชาตรงกับวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวัน วาเลนไทน์ที่วัยรุ่น หนุ่มสาว มักถือเป็นโอกาสในการแสดงความรัก และสถานประกอบการร้านค้าชอบจัดกิจกรรมรวมทั้งมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ทางคณะทำงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดจันทบุรีจึงวางแผนและออกตรวจเตือนร้านค้าที่จำหน่ายสุรา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มิให้กระทำผิดกฎหมายดังกล่าว รวมทั้งสร้างความเข้าใจเรื่องการโฆษณาชวนเชื่อที่เข้าข่ายผิดกฎหมายดังกล่าวด้วย ทั้งนี้จังหวัดจันทบุรีมีสถิติการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเป็นอันดับ 6 ของประเทศ ที่น่าเป็นห่วงคือมีข้อมูลทางสาธารณะสุขยืนยันได้ว่าพบนักดื่มรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเยาวชนอายุระหว่าง 15 ถึง 19 ปี มีพฤติกรรมชอบดื่มเพิ่มมากขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงเรื่องสุขภาพ อุบัติเหตุทางถนน ปัญหาสังคม ปัญหายาเสพติดและปัญหาเศรษฐกิจ โดยจังหวัดจันทบุรีมีร้านค้าที่ขออนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากถึง 4,726 ร้าน เฉพาะในเขตอำเภอเมืองมีทั้งสิ้น 1,448 ร้านค้า



จรัล/ภาพ/ข่าว

อบต.หนองคันทรง จ.ตราด ชู แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ “มหัศจรรย์ป่าชายเลน บ้านท่าระแนะ” เป็นจุดขายวิถีพื้นบ้านคนกับป่าชายเลน

(13 ก.พ. 57)  นายสุมล เง็กลี้ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคันทรง อ.เมืองตราด กล่าวหลังการแถลงข่าวการจัดงาน 1 รอบ มหกรรมอาหารทะเลพื้นบ้านเมืองตราด ประจำปี 2557 ว่า การจัดงานดังกล่าวนอกจากเป็นการเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารทะเลพื้นบ้านของจังหวัดตราดแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ให้กับตำบลหนองคันทรง ที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ คือ กระโจมไฟเกาะปู หมู่บ้านชาวประมงพื้นบ้าน และมหัศจรรย์ป่าชายเลน บ้านท่าระแนะ ซึ่งเป็นป่าชายเลนที่ชาวบ้านหมู่ที่ 2 บ้านท่าระแนะ ตำบลหนองคันทรง ร่วมกันอนุรักษ์ไว้เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนที่สำคัญให้กับชาวประมงพื้นบ้าน สำหรับป่าชายเลนบ้านท่าระแนะมีเนื้อที่นับพันไร่ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติคอนกรีตความยาวกว่า 600 เมตร มีหอชมนก และชมธรรมชาติของป่าชายเลนสูง 15 เมตร รวมทั้งมีศาลาพัก ระหว่างเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ตลอดจนมีธนาคารปู ที่กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านร่วมกันอนุรักษ์พันธุ์ปูไว้ให้กับชุมชน สำหรับความแตกต่างของป่ายชายเลนบ้านท่าระแนะแห่งนี้กับป่าชายเลนแห่งอื่น คือ มีต้นแสม อายุกว่า 100 ปี มีสัตว์น้ำที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะ ปลากระบอก หอยพอก หอยจุ๊บแจง ปูแสม อย่างไรก็ตามปัจจุบันชุมชนบ้านท่าระแนะแห่งนี้เริ่มมีโฮมสเตย์ในการรองรับนักท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่สนใจเข้ามาเยี่ยมชมอีกด้วย ทั้งนี้ผู้สนใจเยี่ยมชมป่าชายเลนบ้านท่าระแนะ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อบต.หนองคันทรง หมายเลขโทรศัพท์ 0-3954-2443 ต่อ 14 

จ.ตราด วางมาตรการป้องกันยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินกรณีภัยแล้ง แม้ยังไม่มีพื้นที่ใดประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากภัยแล้ง

(13 ก.พ. 57) นายสมศักดิ์ อิทธิวรกุล ปลัดจังหวัดตราด เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดำเนินการป้องกัน หรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2557 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วย คณะกรรมการดำเนินการป้องกัน หรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ที่ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด

นายฐิตนันท์ อุดมสุข หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ เน้นในเรื่องของการพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ภัยแล้ง ภายใต้งบประมาณในการดำเนินการในเชิงป้องกัน หรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจำนวน 10 ล้านบาท โดยอำเภอต่างๆ ขอรับการสนับสนุนในการดำเนินโครงการ รวม 6 อำเภอ ยกเว้น อำเภอแหลมงอบ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 17,240,755 บาท ซึ่งประกอบไปด้วยโครงการต่างๆ ของแต่ละอำเภอ อาทิ โครงการขุดลอกเปิดทางน้ำ และโครงการจัดหาวัสดุท่อส่งน้ำ PVC ของอำเภอเมืองตราด โครงการขุดลอกเปิดทางน้ำ โครงการจัดหาดินสร้างทำนบดินชั่วคราว โครงการจัดหาวัสดุท่อส่งน้ำ PVC และโครงการซ่อมแซมระบบประปา ของอำเภอเขาสมิง โครงการขุดลอกเปิดทางน้ำ และโครงการจัดหาวัสดุท่อส่งน้ำ PVC ของ อำเภอคลองใหญ่ โครงการขุดลอกเปิดทางน้ำ โครงการจัดหาวัสดุท่อส่งน้ำ PVC และโครงการเป่าล้างบ่อบาดาล ของอำเภอบ่อไร่ โครงการจัดหาวัสดุท่อส่งน้ำ PVC ของอำเภอเกาะกูดและ อำเภอเกาะช้าง

อย่างไรก็ตามแม้ปัจจุบันจังหวัดตราด จะยังไม่มีพื้นที่ใดการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติจากภัยแล้ง แต่เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับสถานการณ์ดังกล่าว จึงจำเป็นต้องดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการดำเนินการป้องกัน หรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการเชิงป้องกันของแต่ละอำเภอให้คงเหลือภายใต้งบประมาณดำเนินการ 10 ล้านบาท แต่หากมีความจำเป็น ต้องขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของแต่ละอำเภอ ที่จะเข้ามาเติมเต็มโครงการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ 

อบต.หนองคันทรง จ.ตราด กำหนดจัดงาน “1 รอบมหกรรมอาหารทะเลพื้นบ้านเมืองตราด”

(13 ก.พ. 57)  นายสุมล เง็กลี้ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคันทรง อ.เมืองตราด กล่าวระหว่างแถลงข่าวการจัดมหกรรมอาหารทะเลพื้นบ้านเมืองตราด ประจำปี 2557 ว่า การจัดงานดังกล่าวนับเป็นครั้งที่ 12 ที่ อบต.หนองคันทรงร่วมกับประชาชนในชุมชนร่วมกันจัดขึ้น จึงใช้ชื่อของงานว่า 1 รอบมหกรรมอาหารทะเลพื้นบ้านเมืองตราด” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 23 กุมภาพันธ์ 2557 บริเวณกระโจมไฟเกาะปู บ้านแหลมหิน ตำบลหนองคันทรง อำเภอเมืองตราด การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารทะเลพื้นบ้านของจังหวัดตราด เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ตำบลหนองคันทรงจำนวนไม่น้อย ประกอบด้านการประมง อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์บริเวณกระโจมไฟเกาะปูเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัด เป็นการดำเนินการตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างอาชีพและรายได้ให้กับชุมชน ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าว มีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การจำหน่ายอาหารทะเลปรุงสำเร็จสดๆจากชาวประมงโดยกลุ่มแม่ครัวพื้นบ้าน ในราคาประหยัด ในบรรยากาศริมทะเลป่าชายเลนการจำหน่ายสินค้าชุมชนนอกจากนี้ยังมีการแสดงพื้นบ้าน การแสดงดนตรี บนเวทีกลางภายในงาน ประชาชน หรือนักท่องเที่ยว สนใจเที่ยวชมงานสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อบต.หนองคันทรง หมายเลขโทรศัพท์ 0-3954-2443

จ.ตราด จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันวาเลนไทน์ (LOVE : NO CIG & NO SEX)

(13 ก.พ. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดกิจกรรมกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันวาเลนไทน์ (LOVE : NO CIG & NO SEX) ซึ่งจังหวัดตราด โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ร่วมกับสถานศึกษาในจังหวัดตราด จัดขึ้นที่หอประชุมโรงเรียนตราษตระการคุณ อ.เมืองตราด มีเยาวชนในสถานศึกษากว่า 300 คน เข้าร่วมกิจกรม

นางอัจฉราภารณ์ ละเอียดดี นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด กล่าวว่า สถานการณ์ปัญหาสุขภาพของเยาวชนจังหวัดตราดในปัจจุบันอยู่ในภาวะเสี่ยงสูงจากการมีเพศสัมพันธ์ ที่ไม่ป้องกัน ก่อให้เกิดปัญหาตามมา ทั้ง เอดส์ โรงติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันคาร นอกจากนี้ปัจจุบันยังพบปัญหาการติดบุหรี่ ที่อาจส่งผลให้เกิดแนวโน้มการติดสารเสพติดอื่น ๆ ตามมา ดังนั้นเพื่อเป็นการ ป้องกันปัญหาที่ต่อเนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวันอันควร ในเรื่อง NO Sex หาวิธีป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ ให้เด็กเรียนรู้เรื่องเพศแบบเปิดเผยจากผู้ใหญ่ เพื่อเรียนรู้ผลกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้น รวมทั้งการเร่งเผยแพร่ในเรื่อง Safe Sex ส่งเสริมให้มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย โดยใช้ถุงยางอนามัยจึงได้มีการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้น นอกจากนี้การจัดกิจกรรม NO CIG ยังเป็นการมุ่งเผยแพร่โทษและพิษภัยของบุหรี่ ให้เยาวชนได้เรียนรู้เพื่อเป้นการลดนักเสพหน้าใหม่ในกลุ่มเยาวชน และลดอัตราการเกิดปัญหาโรคจากการสูบบุหรี่ของจังหวัดตราด

บรรยากาศการจำหน่ายดอกกุหลาบในวันวาเลนไทน์ที่จังหวัดตราดเป็นไปอย่างคึกคัก หลังมีประชาชน และนักเรียน หาซื้อนำไปมอบให้กับคนรัก เพื่อน แทนความสุขส่งให้กัน

(13 ก.พ. 57) จากการสำรวจตลอดกอกไม้โดยเฉพาะดอกกุหลาบของพ่อค้าแม่ค้าใในเขตเทศบาลเมืองตราด พบว่ามีประชาชน เยาวชน และนักเรียนต่างให้ความสนใจในการออกมาหาซื้อดอกกุหลาบในวันวาเลนไทน์ กันเป็นจำนวนมาก ก่อนที่เยาวชน ประชาชน และนักเรียน จะมอบความสุขให้แก่กันโดยการมอบดอกกุหลาบ หรือ สิ่งของอื่นๆ เช่น ตุ๊กตา เป็นต้น ทำให้บรรยากาศหน้าโรงเรียนสตรีประเสริฐศิลป์ เป็นไปอย่างคึกคัก ทำให้พ่อค้า แม่ค้า มีรายได้ดีจากการขายดอกกุหลาบในช่วงนี้

นางสาวธนพร เพ่งจินดา ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายดอกไม้กล่าวว่า สำหรับในปีนี้ ดอกกุหลาบยังเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมอยู่สำหรับในหมู่เยาวชน นักเรียน เนื่องจากเป็นสิ่งที่แสดงความรักที่ดีต่อกัน รวมถึงเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความสุขรวมถึงดอกกุหลาบก็หาซื้อได้ง่ายแม้ในปีนี้จะราคาแพงก็ตาม ดอกกุหลาบในปีนี้มีตั้งแต่ ราคา 15 - 200 บาท แล้วแต่ขนาดช่อของดอกกุหลาบ และกุหลาบที่ขายดีในปีนี้ คือดอกกุหลาบสีแดง และสีขาวจะได้รับความนิยมจาก เยาวชน และนักเรียนในการออกมาหาซื้อส่งความสุขมอบให้กัน รวมถึงดอกกุหลาบพลาสติกที่ได้รับความนิยม ด้วยเช่นกันเนื่องจากสามารถเก็บไว้ได้นาน

ศูนย์ปฏิบัติการร่วมการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงปีใหม่ ๒๕๕๗ จังหวัดระยอง ได้สรุปผลการปฏิบัติ ช่วงวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๗

ที่ห้องประชุมภักดีศรีสงคราม ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง ศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน จังหวัดระยอง ได้ประชุมสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๗ โดยมี นายธีรวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยอง เป็นประธานการประชุม

สรุปรายงานผลการปฏิบัติงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๗ สรุปได้ดังนี้
- จำนวนที่เกิดอุบัติเหตุ จำนวน ๖ ครั้ง ลดลงจากปี ๒๕๕๖ จำนวน ๑๔ ครั้ง คิดเป็นร้อยละ ๗๐
 - จำนวนผู้เสียชีวิต จำนวน ๔ คน ลดลงจากปี ๒๕๕๖ จำนวน ๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๖๓
 - จำนวนผู้บาดเจ็บ จำนวน ๑๗ คน ลดลงจากปี ๒๕๕๖ จำนวน ๑๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๖

สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ขับรถย้อนศร รถที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ รถมอเตอร์ไซค์ ถนนที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ถนนกรมทางหลวง บริเวณที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ทางตรง ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ช่วงเวลา ๐๐.๐๑ – ๐๐.๔๐ น. ช่วงอายุผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ระหว่างช่วงอายุ ๒๕-๒๙ ปี จำนวนยานพาหนะที่ถูกเรียกตรวจ จำนวนทั้งสิ้น ๑๘,๑๗๙ คัน การดำเนินคดีตามมาตรการลดพฤติกรรมเสี่ยง ๓ ม ๒ ข ๑ ร ลำดับแรก คือ ไม่สวมหมวกนิรภัย จำนวน ๑,๐๑๔ ราย

เทศบาลตำบลชากบก จัดงานทำบุญข่าวใหม่เดือนสามเผาข้าวหลามชากบก

นายนาค ระยอง นายกเทศมนตรีตำบลชากบก แจ้งกับ ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง ว่า ด้วยเทศบาลตำบลชากบก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ได้กำหนดจัดโครงการทำบุญข้าวใหม่เดือนสามเผาข้าวหลามชากบก ประจำปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๑๔-๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ณ บริเวณลานเอนกประสงค์เทศบาลตำบลชากบก เพื่อเป็นการสืบสานอนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่นของตำบลชากบก

โดยงานทำบุญข้าวใหม่เดือนสามเผาข้าวหลามชากบก ประจำปี ๒๕๕๗ นี้ ภายในงานจัดให้มีการเผาข้าวหลาม จำนวน ๕,๐๐๐ กระบอก การแสดงลานวัฒนธรรม(ข้าวของเครื่องใช้สมัยโบราณ) การจำหน่ายขนมไทยและผลิตภัณฑ์จากชุมชน การทำพิธีสวดมนต์เย็น การทำพิธีทำขวัญข้าว การทำพิธ๊ทำบุญข้าวใหม่ กิจกรรมบนเวที และการแสดงของทีมงาน เท่ง เถิดเทิง ฯลฯ

จึงใคร่ขอเชิญผู้สนใจ และนักท่องเที่ยวทุกท่านร่วมงานประจำปีของตำบลชากบก ในช่วงระหว่างวันที่ ๑๔-๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ทุกๆท่าน จึงขอประชาสัมพันธ์มา ณ โอกาสนี้