วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

หน่วยทหารที่ฝึกคอบร้าโกลด์ 2014 ส่งมอบอาคารเรียนแก่โรงเรียนบ้านคลองโป่ง ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี

หน่วยทหารที่ฝึกคอบร้าโกลด์ 2014 ส่งมอบอาคารเรียนแก่โรงเรียนบ้านคลองโป่ง

หน่วยทหารสหรัฐ เกาหลีใต้ และไทย ที่ร่วมฝึกคอบร้าโกลด์ 2014 ได้ร่วมกันก่อสร้างอาคารเรียนและส่งมอบให้โรงเรียนบ้านคลองโป่ง ตำบลขุนซ่อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

เมื่อเย็นวันที่ 20 ก.พ.57 ที่โรงเรียนวัดขุนซ่องห้องเรียนเคลื่อนที่บ้านคลองโป่ง ตำบลขุนซ่อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี นายเกรียงเดช เข็มทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำชุดการแสดงของวิทยาลัยนาฏศิลป์จังหวัดจันทบุรีร่วมแสดงต้อนรับและขอบคุณหน่วยทหารกองกำลังผสมที่เข้ามาฝึกคอบร้าโกลด์ 2014 ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ที่มีชุดทหารช่างก่อสร้างกองพันทหารช่างกองพลนาวิกโยธิน ร่วมกับชุดทหารช่างกองพันทหารช่างก่อสร้างที่ 3 กองทัพเรือสหรัฐอเมริกา และชุดทหารช่างก่อสร้างสาธารณรัฐเกาหลี ที่ได้ร่วมกันก่อสร้างอาคารเรียนตามโครงการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่การฝึก แก่โรงเรียนวัดขุนซ่องห้องเรียนเคลื่อนที่บ้านคลองโป่งเพื่อใช้ประโยชน์แก่เด็กนักเรียนและชุมชนบ้านคลองโป่งเป็นอาคารเรียนชั้นเดียวขนาด 7.8 คูณ 20 เมตร 3 ห้องเรียน

โดยใช้เวลาในการก่อสร้างรวม 36 วัน และได้จัดให้มีพิธีส่งมอบและเปิดอาคารอเนกประสงค์อย่างเป็นทางการ โดยมีนายเกรียงเดช เข็มทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธาน รับมอบอาคารเรียนจากพลเรือตรีรัตนะ วงษาโรจน์ รองผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน กองทัพเรือ นาวาเอกเจพี เฮดเจส นายทหารตัวแทนกองทัพสหรัฐอเมริกา และ นาวาเอกอาน มายองจิน นายทหารตัวแทนกองทัพสาธารณรัฐเกาหลีใต้ หลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้ส่งมอบอาคารเรียนต่อผู้อำนวยการโรงเรียนวัดขุนซ่อง ก่อนนำคณะเยี่ยมชมการเรียนการสอนของเด็กนักเรียน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น มีเด็กนักเรียน ผู้ปกครอง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และชาวบ้านนำดอกไม้มาให้การต้อนรับแสดงความขอบคุณทหารจากหน่วยต่าง ๆ ที่เข้ามาฝึกคอบร้าโกลด์ 2014 ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เป็นวันสุดท้ายก่อนจะมีพิธีปิดการฝึกซ้อมรบประจำปี สร้างความประทับแก่หน่วยทหารต่างชาติเป็นอย่างดี


จรัล/ภาพ/ข่าว

เทศบาลเมืองตราด กำหนดจัดงาน “เล่าขานตำนานคลองบางพระ” ชุมชนรางวัลกินรี มุ่งเผยแพร่วิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวตราด

(20 ก.พ. 57)  นายชนินท์ สุทธิวารี นายกเทศมนตรีเมืองตราด กล่าวระหว่างการประชุมแถลงข่าวงาน "เล่าขานตำนานคลองบางพระ” (THE LEGEND OF KLONG BANGPRA) ประจำปี 2557 ว่า งานดังกล่าวเทศบาลเมืองตราดร่วมกับชุมชนรักษ์คลองบางพระกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 9 มีนาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. – 24.00 น.บริเวณถนนธนเจริญริมคลองบางพระ อำเภอเมือง จังหวัดตราด การจัดงานดังกล่าวถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นการมุ่งสืบสานและอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนสองฝั่งคลองบางพระ ซึ่งเป็นชุมชนที่เคยรุ่งเรืองในอดีตทั้งเป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวชุมชน และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของทางจังหวัดตราด

เนื่องจากชุมชนรักษ์คลองบางพระเป็นอีกชุมชนหนึ่งของจังหวัดตราดที่เคยได้รับรางวัลกินรี หรือรางวัลชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยว จาก ททท. ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 สำหรับการจัดงานดังกล่าวมีกิจกรรมมากมายประกอบด้วยการแสดงวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนริมคลองบางพระที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าของจังหวัดตราดในอดีตกิจกรรมเปิดบ้านขอชาวชุมชนรักษ์คลองบางพระเพื่อแสดงของเก่าสะสม นิทรรศการการอนุรักษ์บ้านเก่า การจำหน่ายอาหารและขนมพื้นบ้าน กิจกรรมการแสดงแสดงเท่งกุ๊กหรือละครชาตรี การแสดงพื้นบ้าน กิจกรรมย้อนยุคชมหนังกลางแปลงกิจกรรมรำวงย้อนยุคเจ้าแรกของจังหวัดตราด ตลอดจนการแสดงของเด็กและเยาวชนบนเวทีกลางและการประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง อย่างไรก็ตามระหว่างการจัดงานนี้เทศบาลเมืองตราดได้รณรงค์ให้ชาวชุมชนรักษ์คลองบางพระและผู้เข้าร่วมงานและผู้ออกร้านในงานร่วมแต่งกายย้อนยุคเพื่อเติมสีสันให้กับการจัดงานดังกล่าวด้วย

ประมงจังหวัดตราดดึงเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพชาวประมงร่วมเป็นเครือข่ายประมงอาสา

(20 ก.พ. 57) นายไชยันต์ การสมเนตร ประมงจังหวัดตราด เปิดโครงการอบรมสร้างประมงอาสา ประจำปี 2557 ซึ่งสำนักงานประมงจังหวัดตราด ดำเนินการพัฒนาเกษตรกร รวมทั้งกลุ่มผู้ประกอบอาชีพชาวประมง ที่มีศักยภาพ และมีจิตอาสาจากทั้ง 7 อำเภอของจังหวัดตราด จำนวน 30 คน เพื่อทำหน้าที่ทำหน้าที่เป็นประมงอาสา ของสำนักงานประมงจังหวัดตราด จัดขึ้นที่ห้องประชุมศูนย์ส่งการเรียนรู้และพัฒนาป่าชายเลนที่ 1 จังหวัดตราด

ประมงจังหวัดตราด กล่าวว่า การดำเนินงานสร้างประมงอาสาเป็นการดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการสร้างอาสาสมัครเกษตรกรผู้นำท้องถิ่น ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ของชุมชน เพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสารถ่ายทอดความรู้ และเทคโนโลยีข่าวสารด้านประมงให้กับเกษตรกรในชุมชนของตนเอง ทั้งยังทำหน้าที่สอดส่องดูและปัยหาในการประกอบอาชีพประมงให้กับภาครัฐ เข้าไปดำเนินการแก้ไขในกรณีที่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำประสบปัญหาจาการประกอบอาชีพประมงอีกด้วย อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้สำนักงานประมงจังหวัดตราดได้สร้างประมงอาสาในพื้นที่ต่าง ๆ มาแล้ว 180 คน ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้นับเป็นการสร้างเครือข่ายประมงอาสาให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ของจังหวัดตราด

เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตร.3 บ้านคลองมะนาว ตรวจยึดไม้พะยูง 41 ท่อน คาดเตรียมลักลอบส่งออกนอกประเทศ

(20 ก.พ. 57) บริเวณปลายสะพานแหลมหิน บ้านแหลมหิน หมู่ 1 ต.หนองคันทรง อ.เมือง จ.ตราด นายวรพงษ์ ผ่องวิจิตร หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตร.3 บ้านคลองมะนาว พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจยึด, นับไม้พยุงจำนวน 41 ท่อน ที่พบอยู่บนแพไม้บริเวณใกล้ปากแม่น้ำตราด บ้านแหลมหิน ตำบลหนองคันทรง อำเภอเมืองตราด

สำหรับการเข้าตรวจยึดไม้พยุงในครั้งนี้ สืบเนื่องจากชุดสืบสวนสอบสวนสภ.เมืองตราด รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีการขนไม้พะยูงบริเวณบ้านแหลมหิน อ.เมือง จ.ตราดจึงนำกำลังเจ้าหน้าชุดสืบสวนตรวจสอบพบไม้จำนวนมากกองอยู่บนแพดังกล่าว แต่ไม่พบผู้ที่ลักลอบกระทำผิด ที่คาดว่าจะลำเลียงออกนอกประเทศ จึงได้ทำการตรวจสอบเป็นไม้พะยูงทั้งหมดถูกแปรรูปเป็นท่อนจำนวนหลายท่อนจึงได้นำไม้ของกลางมาเก็บไว้บริเวณสะพานปลาบ้านแหลมหิน อ.เมือง จ.ตราด เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางเป็นไม้พะยูงแปรรูปเป็นท่อนจำนวน 41 ท่อน และได้นำไม้ขึ้นไว้บนสะพานปลา เพื่อรอเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาตรวจวัดปริมาตร และประเมินมูลค่าความเสียหายของภาครัฐรวม 174,000 บาท หลังจากเจ้าหน้าป่าไม้มาถึงได้ทำการตรวจวัดท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างลำบาก ก่อนที่จะนำของกลางทั้งหมดมาเก็บไว้ต่อไป

วิทยาลัยการปกครองนำผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรป้องกันจังหวัด ดูงาน จ.ตราด ตามโครงการพัฒนาบุคลากรในส่วนภูมิภาค เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

(20 ก.พ. 57) นายศุภวัฒน์ คงดี ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาบุคลากรในส่วนภูมิภาค เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน นำผู้เข้ารับการอบรม หลักสูตรป้องกันจังหวัด จำนวน 72 คน เดินทางศึกษาดูงานการค้าชายแดนจังหวัดตราด ตามโครงการพัฒนาบุคลากรในส่วนภูมิภาค เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ที่ห้องประชุมพลอยแดง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดตราด มีนายพยัคฆพันธุ์ โพธิ์แก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมร่วมบรรยายสรุปงานการค้าชายแดนระหว่างไทย – กัมพูชา ด้านจังหวัดตราด

ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาบุคลากรในส่วนภูมิภาค เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน หลักสูตรป้องกันจังหวัด กล่าวว่า ตามที่ประเทศในภูมิภาคเอเซียตะวันออกฉียงใต้ จะรวมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมจึงได้นำคณะผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งเป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย ตำปหน่งป้องกันจังหวัดจากทั่วประเทศ เดินทางศึกษาดูงานการค้าชายแดนด้านจังหวัดตราด เพื่อรับทราบสถานการณ์ การปกครอง เศรษฐกิจและความมั่นคงตามแนวชายแดนด้านจังหวัดตราด โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจชายแดนที่จังหวัดตราด ซึ่งนับว่าเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพในการพัฒนาการค้า การเชื่อมโยงท่องเที่ยวสู่ภูมิภาคอินโดจีน ภายใต้ความร่วมมือของทางจังหวัดและภาคเอกชนจนส่งผลให้มีมูลค่าการค้าการค้ารวม ตลอดปีงบประมาณ 2556 ถึง 26,720.38 ล้านบาท สูงกว่ายอดรวมตลอดปีงบประมาณ 2555 ที่มีมูลค่าการค้ารวม 24,557.70 ล้านบาท โดยเฉพาะการมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศอย่างหมู่เกาะช้าง ที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้กับประเทศได้ไม่น้อยในแต่ละปี ทั้งนี้คณะผู้เข้ารับการอบรมจะได้นำข้อมูลในทุก ๆ ด้าน จากการศึกษาดูงาน มาพัฒนาความรู้ ความสามารถ ทักษะ ทัศนคติตลอดจนวิสัยทัศน์ที่เหมาะสม ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบของตนเองได้อย่างแท้จริง

จ.ตราด เปิดงานมหกรรมอาหารทะเลพื้นบ้านเมืองตราด ประจำปี 2557 อย่างเป็นทางการ

(20 ก.พ. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดงานมหกรรมอาหารทะเลพื้นบ้านเมืองตราด ประจำปี 2557 ซึ่งจังหวัดตราดโดยองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคันทรง ร่วมกับประชาชนในชุมชนร่วมกันจัดขึ้น บริเวณกระโจมไฟเกาะปู บ้านแหลมหิน ต.หนองคันทรง อ.เมือง จ.ตราด โดยมีประชาชนและผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก

นายสุมล เง็กลี้ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคันทรง อ.เมืองตราด กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้นับเป็นปีที่ 12 ของการจัดงานจึงใช้ชื่อของงานว่า 1 รอบมหกรรมอาหารทะเลพื้นบ้านเมืองตราด” ทั้งนี้เพื่อเป็นการมุ่งเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารทะเลพื้นบ้านของจังหวัดตราด ทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์บริเวณกระโจมไฟเกาะปูซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเป็นการสร้างรายได้ให้กับกับชุมชนจากการท่องเที่ยวและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป ซึ่งนอกจากจะมีการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลปรุงสำเร็จสดๆ จากชาวประมงโดยกลุ่มแม่ครัวพื้นบ้านแล้ว ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวชมป่าชายเลนและวิถีชีวิตชุมชน ภายใช้ชื่อมหัศจรรย์ป่าชายเลน บ้านท่าระแนะ ที่มีต้นรำแพนเก่าแก่ อายุนับ 100 ปี การจำหน่ายสินค้าชุมชนนอกจากนี้ยังมีการแสดงพื้นบ้าน การแสดงดนตรี บนเวทีกลางภายในงาน สำหรับงานดังกล่าวจะมีไปจนถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นี้

อบต.เขาสมิง จ.ตราด ร่วม วิสาหกิจชุมชนกลุ่มรักษ์กล้วยไม้บ้านวังตัก เตรียมจัดงาน “วันรักษ์กล้าวยไม้เมืองตราด ครั้งที่ 1”

(21 ก.พ. 57)  นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เยี่ยมชมสวนกล้วยไม้ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มรักษ์กล้วยไม้วังตัก ตำบลเขาสมิง อำเภอเขาสมิง เพื่อเตรียมความพร้อมในการที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มรักษ์กล้วยไม้วังตัก จะได้ร่วมกับ อบต.เขาสมิง จัดงาน "วันรักษ์กล้วยไม้เมืองตราด ครั้งที่ 1” ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2557 ณ บริเวณลานหน้าองค์การบริหารส่วนตำบเขาสมิง อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด

นายปราโมทย์ ดุละลัมพะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาสมิง กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกของจังหวัดตราดที่มีการจัดงานกล้วยไม้ ขึ้น มีวัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อเป็นการสนับสนุนการเพาะเลี้ยงกล้วยไม้พื้นเมืองตราดเพื่อการอนุรักษ์ ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างให้เกิดอาชีพแก่ชุมชน เนื่องจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มรักษ์กล้วยไม้ไทยบ้านวังตัก มีความเข้มแข็งในการดำเนินการอนุรักษ์กล้วยไม้ นอกจากนี้การจัดงานดังกล่าวยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกของประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และพรรณพืชท้องถิ่นอีกด้วย อย่างไรก็ตามกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มรักษ์กล้วยไม้วังตัก ส่วนใหญ่เป็นการเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ที่มีการนำกล้วยไม้ไปปลุกอิงไว้กับต้นเงาะ และจะสวยงามเมืออกดอกพร้อมกันในช่วงนี้ โดยเฉพาะกล้วยไม้เหลืองจันท์ ซึ่งนับว่ามีศักยภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ในการการเที่ยวชมกล้วยไม้ในสวนผลไม้ได้อีกทางหนึ่งด้วย

ผู้ตรวจฯ สำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จ.ตราด ติดตามโครงการปรับปรุงฝายสะตอน้อย ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดตราด

(21 ก.พ. 57) นายอำนวย โชติสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำเขตตรวจราชการที่ 9 พร้อมด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตราด เดินทางติดตามการดำเนินงานตามการดำเนินการตามนโยบายพัฒนาพื้นที่ของจังหวัดตราด มีนายณรงค์ ธีรจันทรางกูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูลการดำเนินงาน พร้อมทั้งลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินโครงการปรับปรุงฝายสะตอน้อย ตั้งอยู่ที่ตำบลสะตอ อำเภอเขาสมิง

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำเขตตรวจราชการที่ 9 กล่าวว่า ในภาพรวมการดำเนินการนโยบายต่าง ๆ ของจังหวัดตราด เป็นไปตามเกณฑ์ตัวชี้วัดของแต่ละหน่วยงาน ในส่วนของการติดตามการดำเนินโครงการปรับปรุงฝายสะตอน้อย ตั้งอยู่ที่ตำบลสะตอ อำเภอเขาสมิง ที่ดำเนินการแล้วเสร็จแล้ว โดยโครงการชลประทานตราด คาดว่าจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาปัญหาภัยแล้งให้กับประชาชนได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

สำหรับโครงการปรับปรุงฝายสะตอน้อย เป็นความต้องการของประชาชน และองต.สะตอ เนื่องจากฝายดังกล่าวชำรุดไม่วสามารถกักเก็บน้ำได้ ทาง อบต.สะตอ จึงขอรับการสนับสนุนในการดำเนินการจากโครงการชลประทานตราดในวงเงินดำเนินโครงการเกือบ 27 ล้านบาท ซึ่งสามารถดำเนินการจนแล้วเสร็จ ทั้งนี้คาดว่าฝายดังกล่าวจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในเรื่องน้ำอุปโภคบริโภคกว่า 250 ครัวเรือน เป็นการเพิ่มพื้นที่ชลประทานเพื่อการเกษตรกว่า 3,000 ไร่

ตร.ระยอง จับ 2 ผู้ต้องหา พร้อมยาไอซ์มูลค่า 6 ล้านบาท

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุมเพียรช่างการุญ กองบังคับการตำรวจภูธร จ.ระยอง พล.ต.ต.สมนึก บุรมิ ผบก.ภ.จว.ระยอง พร้อมด้วย พ.ต.อ.มนเทียร พันธ์อิ่ม รองผบก.ภ.จว.ระยอง ร่วมแถลงข่าวจับกุม 1.นายนเรศ หรือตั้ง พูลเล็ก อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 16/2 หมู่ 1 ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยองพร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนัก 1.544.66 กรัม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องยี่ห้อโนเกียและไอโฟน รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำตาล ทะเบียน ผจ. 6657 ขอนแก่น รถยนต์เก๋งยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นอัลติส สีเทา ทะเบียน กน 2488 ระยอง เครื่องชั่งยี่ห้อ KITCHEN SCALE 1 เครื่อง สมุดฝากเงินออมทรัพย์ธนาคารกรุงไทย สาขาห้างแหลมทอง 1 เล่มชื่อบัญชี นายนเรศ พูลเล็ก สาขาบ้านฉาง 1 เล่มชื่อบัญชี น.ส.บงกช ปาพ้นภัย บัตรวีซ่าธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทยรวม 4 ใบ สร้อยคอทองคำหนัก 30.44 กรัม 1 เส้น แหวนทองคำ หนัก 1.85 กรัม 1 วง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง 2.นายศิลา หรือหนุ่ม สิงห์โตทอง อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 186/79 หมู่ 3 ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยองได้ของกลางยาไอซ์ หนัก 92.19 กรัม ยาบ้า 230 เม็ดโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เงินสด 5,000 บาท บัตรวีซ่า 1 ใบ บัตรเอทีเอ็ม ธนาคารกรุงไทย ชื่อ นางวลัยลักษณ์ น้ำฝน 1 ใบ พล.ต.ต.สมนึก กล่าวว่า            

พ.ต.อ.มนเทียร พันธ์อิ่ม รองผบก.ภ.จว.ระยอง พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรพณ มงคลยุทธ ผกก.สส.ภ.จว.ระยอง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภ.จว.ระยองจับกุมนายนเรศ หรือตั้ง พูลเล็ก ที่บ้านเลขที่ 111/117 หมู่บ้านวาน่าคาซ่า ต.เนินพระพร้อมของกลางดังกล่าวคุมตัวไปสอบสวนขยายผล และให้ผู้ต้องหาติดต่อนายศิลา หรือหนุ่ม สิงห์โตทอง เพื่อขอยืมยาไอซ์จำนวน 50 กรัม โดยนัดหมายให้มาส่งพร้อมเข้าจับกุมค้นในตัวพบยาไอซ์ จำนวนดังกล่าวยาไอซ์ทั้งหมดที่จับกุมได้มูลค่า 6 ล้านบาท

จากการสอบสวนนายศิลาหรือหนุ่ม สิงห์โตทอง ผู้ต้องหารับสารภาพว่านายประทีบหรือต้น กิจสมบูรณ์ ผู้ต้องขังเรือนจำกลางระยองโทรศัพท์สั่งให้ไปรับยาไอซ์ตามจุดที่วางไว้แล้วจะมีคนมารับช่วงต่อโดยได้ค่าจ้างครั้งละ 3,000 - 5,000 บาท ทำมาหลายครั้งแล้ว


มาโนช  สนองสุข/ข่าว

วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด จัดงาน เทคนิคปริทัศน์ เปิดบ้านวันวิชาการ ประจำปีการศึกษา 2556 มุ่งพัฒนาผู้เรียนในด้านทักษะ ความสามารถทางวิชาการ ส่งเสริมการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมของนักเรียนนักศึกษา

วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด จัดงาน เทคนิคปริทัศน์ เปิดบ้านวันวิชาการ ประจำปีการศึกษา 2556 มุ่งพัฒนาผู้เรียนในด้านทักษะ ความสามารถทางวิชาการ ส่งเสริมการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมของนักเรียนนักศึกษา

วันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ที่วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ด๊อกเตอร์สมชาย ธำรงสุข ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก เป็นประธานเปิดงาน เทคนิคปริทัศน์ เปิดบ้านวันวิชาการ ประจำปีการศึกษา 2556 ซึ่งวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุดจัดขึ้น โดยมีนายอดิศักดิ์ ชัชเวช ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสถานศึกษา ผู้แทนสถานประกอบการ คณะครูอาจารย์และนักเรียนเข้าร่วมงาน

นายอดิศักดิ์ ชัชเวช ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด กล่าวว่า สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเป็นการพัฒนาผู้เรียนในด้านทักษะ ความสามารถทางวิชาการ และส่งเสริมการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมต่างๆของนักเรียนนักศึกษา โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน รวมทั้งสร้างมาตรฐานวิชาชีพให้ผู้เรียนเป็นที่ยอมรับของสถานประกอบการ ชุมชน และสังคม โดยการพัฒนาตนเอง รู้จักวางแผน มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์คิดเป็นแก้ปัญหาเป็น นอกจากนี้ยังเป็นการบูรณาการจัดการเรียนการสอนตามนโยบายการปรับวิธีเรียน เปลี่ยนวิธีสอน บูรณาการอาชีพและส่งเสริมให้นักเรียนนักศึกษาได้เผยแพร่ผลงานต่อสาธารณชนในรูปแบบต่างๆ โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การประกวดผลงานโครงการวิชาชีพนักศึกษาและผลงานโปรเจ็ค เบสท์ นิทรรศการการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ นิทรรศการแนะแนวการศึกษาและการรับสมัครเรียน การอบรมวิชาชีพ 108 อาชีพ แก่ประชาชนทั่วไป กิจกรรมการแสดงของนักเรียนนักศึกษา เป็นต้น

ด้าน ด๊อกเตอร์สมชาย ธำรงสุข ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้สนับสนุนวิทยาลัยให้พัฒนาสิ่งประดิษฐ์เพื่อส่งเสริมความรู้ความสามารถของบุคลากรให้มีศักยภาพทางด้านความคิด โดยเฉพาะนักเรียนระดับอาชีวศึกษา ให้มีโอกาสสร้างสรรค์ ค้นคว้าและวิจัยผลงานสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆอันจะเป็นประโยชน์ต่อชีวิต ประจำวัน สังคม และการพัฒนาประเทศต่อไปทั้งนี้เพื่อให้นักเรียน นักศึกษามีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆรู้จักค้นคว้าและวิจัยผลงานและเพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์แก้ปัญหาและกระตุ้นให้นักเรียน นักศึกษา ได้ฝึกการใช้ความคิดในการพัฒนาต่อยอดสิ่งประดิษฐ์ตลอดจนเพื่อกระตุ้นให้นักเรียน นักศึกษาได้ใช้ศักยภาพที่มีอยู่และพัฒนาให้เกิดกับตนเอง สังคม และประเทศชาติต่อไป


ชิงชัย เชิดกลิ่น /ข่าว

ชาวบ้านเมืองระยอง โวยลักลอบทิ้งผงสนิมเหล็กกลางชุมชน หวั่นกระทบน้ำใช้ทางการเกษตร และหากสัมผัสอาจเป็นผืนคันขึ้นตามตัวได้

เมื่อเวลา 13.00 น.ของวันที่ 20 ก.พ.ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายประเสริฐ ทรงศิลป์ อายุ 48 ปี ประธานชุมชนก้นปึก เขตเทศบาลนครระยอง ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง ว่า มีการลักลอบนำสารเคมีลักษณะเป็นผงสีดำคล้ายผงสนิมเหล็ก ถูกบรรจุใส่ถุงบิ๊กแบ็กขนาดใหญ่ นำมาทิ้งในที่ของนายทุนรายหนึ่ง กระจายเต็มพื้นที่ประมาณ 1 ไร่เศษ บริเวณริมถนนภายในซอยทางไผ่ 4/1 เทศบาลนครระยอง ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง โดยนำสารเคมีลักษณะผงสีดำดังกล่าวทิ้งไว้เป็นกองๆ บางกองผงสีดำมีการจับตัวกันเป็นก้อนขนาดใหญ่ รวมทั้งมีเศษถุงบิ๊กแบ็ค ถุงพลาสติก และกระดาษปนมากับกองผงสีดำด้วย

นายประเสริฐ กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหลายวันแล้ว โดยมีรถบรรทุกมาช่วงกลางคืนนำผงสีดำดังกล่าวเข้ามาทิ้ง จึงได้เข้ามาตรวจสอบ โดยชาวบ้านระบุว่าดูจากลักษณะแล้วอาจจะเป็นผงสนิมเหล็ก มีกลิ่นเหม็นแสบจมูก ซึ่งจากการสังเกตนายทุน น่าจะนำมาทิ้งเพื่อถมที่ให้เต็ม เนื่องจากก่อนหน้านี้ที่ดินผืนดังกล่าว เจ้าของที่ได้มีการปักป้ายให้นำขยะ เศษวัสดุเหลือใช้มาทิ้งในพื้นที่ได้ ก่อนจะนำดินมาถมไปแล้ว อย่างไรก็ตามเบื้องต้น ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาตรวจสอบว่าเป็นผงสีดำดังกล่าว เป็นอะไรกันแน่ จึงอยากให้เข้ามาตรวจสอบโดยด่วน และแจ้งให้เจ้าของที่ดินจัดการจัดเก็บให้ถูกต้อง เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่หวั่นว่า หากปล่อยทิ้งไว้จะกระทบกับน้ำใช้ทางการเกษตร โดยพื้นที่โดยรอบเป็นสวนผลไม้ มีสวนมะม่วง และสวนพุทธา นอกจากนี้ฝุ่นจากผงดังกล่าวอาจจะกระทบการระบบทางเดินหายใจ หากสูดดมเข้าไป และหากสัมผัสผงสีดำอาจเกิดการระคายเคือง เป็นผืนคันตามตัวได้อีกด้วย

ธกส.ระยอง จ่ายเงินจำนำข้าวให้เกษตรกรครบทุกรายแล้ว

เมื่อเวลา 14.00 น.ของวันที่ 20 ก.พ.ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ธกส.สาขาระยอง นายชัยศักดิ์ เบ้านาค ผู้จัดการ ธกส.สาขาระยองกล่าวถึงโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลว่า จังหวัดระยอง ได้รับเงินในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกฤดูกาลผลิต 2556/2557 จากรัฐบาลที่โอนเงินรวมทุกสาขา ประกอบด้วย สาขา อ.บ้านค่าย อ.แกลงและ สาขาระยอง จำนวน 26,430,171.94 บาท เพื่อให้แต่ละสาขาทำการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรลูกค้าในโครงการรับจำนำข้าว จำนวน 262 ราย มีใบประทวนข้าวทั้งหมดประมาณ 309 ฉบับ ซึ่งได้มีการโอนเงินจำนวนดังกล่าว ให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการไปหมดแล้ว โดยได้มีการทยอยจ่ายให้หมดทุกรายตั้งแต่ 2 เดือนที่แล้ว ไม่มีตกค้างแต่อย่างใด ซึ่งตัวเกษตรกรที่ได้รับเงินไปแล้ว ก็พอใจ


วฐิต/ข่าว

จ.ฉะเชิงเทรา แถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมจำหน่าย สินค้า OTOP กลุ่มเบญจบูรพาสุวรรณภูมิ”

วันนี้ (21 ก.พ.57)  นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยนาย อรชุน ธิวรรณลักษณ์ พัฒนาการจังหวัดฉะเชิงเทรา   นาง สุนีย์ บุตรเนียน พัฒนาการจังหวัดนครนายก นางธนัชศวรรธ์น วรรณวิจิตร พัฒนาการจังหวัดปราจีนบุรี นาย มงคล ปัตลา พัฒนาการจังหวัดสระแก้ว นายก วิน สายวาณิชย์ นักวิชาการพัฒนาชุมชน จังหวัดสมุทรปราการ  ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน"มหกรรมจำหน่าย สินค้า OTOP กลุ่มเบญจบูรพาสุวรรณภูมิ” ครั้งที่ 1โดยมีดร. กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา  หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชน เข้าร่วมงานแถลงอย่างคับคั่ง ณ อาคารศาลาประชาคมเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดฉะเชิงเทรา

นาย อนุกูล ตังคณานุกูลชัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  กล่าวว่า  กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง ประกอบด้วย จังหวัดสระแก้ว นครนายก ปราจีนบุรี สมุทรปราการ และจังหวัดฉะเชิงเทราได้ดำเนินกิจกรรมตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง และดำเนินโครงการเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้า OTOP กลุ่มเบญจบูรพาสุวรรณภูมิ โดยกำหนดจัดงานมหกรรมแสดงสินค้า OTOP กลุ่มเบญจบูรพาสุวรรณภูมิภายใต้ชื่องาน "สีสันภูมิปัญญา OTOP กลุ่มเบญจบูรพาสุวรรณภูมิ” ครั้งที่1 ระหว่างวันที่26กุมภาพันธ์-2 มีนาคม 2557 รวม5วัน ณ  บริเวณหน้าศาลาจัตุรมุข  ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรามีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ มีช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์OTOP เพิ่มขึ้นสร้างรายได้ สร้างโอกาสและได้ประชาสัมพันธ์ ทำให้ผู้บริโภค ได้เลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ จากผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP โดยตรง ทั้งนี้ภายในงานจัดแบ่งพื้นที่เป็น 3 โซน ได้แก่โซนที่1 ประเภทผลิตภัณฑ์ OTOPผู้ผลิตผู้ประกอบการOTOP ระดับ 3-5 ดาว  จำนวนกว่า 100ร้านค้า โซนที่2 เป็นโซนตลาดโบราณ เน้นผลิตภัณฑ์ไอศกรีมจากผลไม้ในจังหวัดฉะเชิงเทราและขนมหวาน  ขนมเบเกอรี่ และขนมไทย โซนที่3 เวทีกิจกรรม นำเสนอการแสดงดนตรีหรือศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยในแบบต่างๆสลับหมุนเวียนกันทุกวัน(ระหว่างเวลา 19.00น. – 20.00 น.)

จังหวัดฉะเชิงเทราจึงขอเชิญชวนประชาชนชาวจังหวัดฉะเชิงเทราและใกล้เคียง เที่ยวชม ชิม ช้อปในงาน"มหกรรมจำหน่าย สินค้า OTOP กลุ่มเบญจบูรพาสุวรรณภูมิ” ระหว่างวันที่26กุมภาพันธ์ -2 มีนาคม 2557 ณ  บริเวณหน้าศาลาจัตุรมุข  ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา


ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติปางสีดาฯ จ.สระแก้ว

วันนี้ (21 ก.พ.57) ที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา จังหวัดสระแก้ว นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา โดยมีนายชูศักดิ์ ตรีสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วให้การต้อนรับ

นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในครั้งนี้เพื่อเป็นสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพราะอุทยานแห่งชาติปางสีดา เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ และมีการบุกรุกพื้นที่ป่า ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ล่าสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ สำหรับการลักลอบตัดไม้พะยูงเป็นจำนวนมากในขณะนี้ เนื่องจากภาวะปัจจุบันราคาของไม้พะยูงมีราคาสูงเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า คุ้มค่ากับการเสี่ยงต่อการถูกจับกุมดำเนินคดี ทำให้งานของผู้พิทักษ์ผืนป่าต้องเผชิญกับอันตรายมาก ดังนั้น จะเพิ่มมาตรการอย่างเข็มงวดจับกุมกับบุคคลเหล่านี้ แต่เนื่องจากอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในขณะนี้ล้าสมัยมาก ดังนั้นจะสนับสนุนในเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ทันสมัย การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่โดยการติดตั้งกล้อง CCTV / การลาดตระเวนโดยใช้ GPS ในการตรวจจับคนบุกรุกฯ หรืออาจจะติดไว้กับสัตว์เพื่อติดตามคนร้ายได้ /การเพิ่มชั่วโมงบินในการตรวจลาดตระเวน ซึ่งจะทำให้การบุกรุกทำลายป่าลดลง รวมทั้งมีการเพิ่มกำลังและประกันชีวิตหมู่ผู้พิทักษ์ป่าและเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ได้ออกระเบียบที่จะช่วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีเงินทดแทน และรับทายาทผู้เสียชีวิตเข้ามาปฏิบัติงานในกรมอุทยานฯ และในโอกาสเดียวกันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและคณะฯ ได้ปลูกต้นพะยูง และขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินตรวจสภาพผืนป่าของอุทยานแห่งชาติปางสีดาด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ผู้ตรวจสำนักนายกฯ ลงพื้นที่ติดตามงานที่ จ.จันทบุรี

ผู้ตรวจสำนักนายกรัฐมนตรีเขตตรวจราชการที่ 9 พร้อมคณะตรวจติดตามโครงการของรัฐบาลที่จังหวัดจันทบุรี พร้อมประชุมรับทราบปัญหา อุปสรรค คณะกรรมาธิการจังหวัดก่อนลงพื้นที่รับทราบปัญหา อุปสรรคการส่งออกลำไยนอกฤดู

ที่จังหวัดจันทบุรี นายอำนวย โชติสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำเขตตรวจราชการที่ 9 เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดจันทบุรี หรือ กธจ.จันทบุรี ครั้งที่ 1/2557 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานในภาพรวมของโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 และ 2557 รวมทั้งติดตามตรวจสอบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐในจังหวัด เพื่อให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 สำหรับแผนงาน/โครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ที่ กธจ.จันทบุรี ได้ตรวจติดตามในครั้งนี้ ได้แก่ โครงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพลำไยเพื่อการส่งออก โครงการส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์ โครงการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก และโครงการส่งเสริมการตลาดด้านการท่องเที่ยว

จากนั้น ผู้ตรวจสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะ กธจ.จันทบุรี ได้ร่วมกันออกตรวจติดตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพลำไยเพื่อการส่งออกในพื้นที่อำเภอสอยดาว และยังได้ไปตรวจเยี่ยมสถานประกอบการที่รับซื้อลำไย ล้งลำไย เพื่อส่งออกไปต่างประเทศเพื่อรับทราบปัญหา – อุปสรรค ความต้องการของเกษตรกรและผู้ประกอบการซึ่งลำไยนับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งของจังหวัดจันทบุรี มีพื้นที่ปลูกมากกว่า 125,000 ไร่ ผลผลิตรวมประมาณ 210,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าของผลผลิตที่เกษตรกรขายได้ปีละประมาณ 7 พันกว่าล้าน บาท                                              


จรัล/ภาพ/ข่าว

ตำบลขุนซ่อง อำเภอแก่งหางแมว จ.จันทบุรีรณรงค์ป้องกันไข้เลือดออก

ตำบลขุนซ่องอำเภอแก่งหางแมวจังหวัดจันทบุรีเร่งรณรงค์ป้องกันไข้เลือดออกหลังพบสถิติผู้ป่วยเพิ่มขึ้นปัจจัยเสี่ยงจากการประกอบอาชีพเข้าป่ากรีดยาง

ที่ลานเอนกประสงค์ตลาดนัดวังพง ตำบลขุนซ่อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี องค์การบริหารตำบลขุนซ่อง ร่วมกับ รพ.สต.สถานศึกษา กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเดินรณรงค์ป้องกันไข้เลือดออกขึ้น โดยมีนายนิวัฒน์ สุภาพ นายอำเภอแก่งหางแมวเป็นประธาน และมีนายเดช จินโนรส นายกองค์การบริหารส่วนตำบลขุนซ่องกล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมที่มุ่งหวังป้องกันและลดจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกในพื้นที่ ที่มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากราษฎรมีอาชีพที่ต้องเข้าป่ากรีดยางหารายได้ รวมทั้งการทำสวนผลไม้ มีแหล่งลูกน้ำยุงลายในพื้นที่มาก 

การรณรงค์ครั้งนี้มุ่งหวังกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีที่เน้นให้ทำความสะอาด กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายทุกสัปดาห์ รวมทั้งมาตรการ 5 ป 1 ข. คือปิดภาชนะน้ำกิน น้ำใช้ให้มิดชิดป้องกันยุงวางไข่ เปลี่ยนน้ำในแจกันน้ำทุก 7 วันเพื่อตัดวงจรลูกน้ำที่กลายเป็นยุง ปล่อยปลาหางนกยูงหรือปลากินลูกน้ำลงในอ่างบัวหรือภาชนะกักเก็บน้ำที่ไม่มีฝาปิด ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมให้ปลอดโปร่งโล่งสะอาดลมพัดผ่านไม่เป็นที่เกาะพักของยุงลาย ปฏิบัติให้เป็นประจำ เป็นนิสัย พร้อมทั้งขัดภาชนะที่ใช้กักเก็บน้ำเพื่อทำลายไข่ยุงลายที่อาจเกาะติดภาชนะดังกล่าว โดยการรณรงค์ป้องกันไข้เลือดออกครั้งนี้ มีนักเรียน ครู อาจารย์ อสม.กลุ่มพลังมวลชน ท้องถิ่น ท้องที่ กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหมู่บ้าน ร่วมเดินรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนไปตามถนนสายต่าง ๆ ในเขตตำบลขุนซ่อง มีการแต่งกายชุดแฟนซีสร้างความสนใจแก่ประชาชนที่ผ่านไปมา


จรัล/ภาพ/ข่าว

ขุนซ่องแก่งหางแมวจันทบุรีแล้งหนัก อบต.เร่งแจกน้ำช่วยชาวบ้าน

ตำบลขุนซ่อง อำเภอแก่งหางแมวจังหวัดจันทบุรีประสบปัญหาภัยแล้งหนักราษฎรขาดน้ำ อบต.เร่งแจกจ่ายน้ำช่วยชาวบ้าน วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ ขณะที่จังหวัดจันทบุรีประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้วทั้งสิ้น 43 ตำบล ใน 8 อำเภอ ได้รับผลกระทบ 389 หมู่บ้าน

ที่หมู่ 16 ตำบลขุนซ่อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี นายเดช จินโนรส นายกองค์การบริหารส่วนตำบลขุนซ่อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี นำเจ้าหน้าที่เร่งแจกจ่ายน้ำแก่ชาวบ้านที่ประสบปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากพื้นที่ตำบลขุนซ่องทั้ง 16 หมู่บ้านได้เกิดปัญหาฝนทิ้งช่วงมายาวนานกว่า 3 เดือน ถึงแม้ปัจจุบันในพื้นที่อำเภออื่น ๆ ของจังหวัดจันทบุรีจะมีฝนตกลงมาบ้างแต่ที่อำเภอแก่งหางแมวกลับไม่มีฝนตกจึงทำให้ราษฎรได้รับผลกระทบอย่างหนัก รวมทั้งพืชสวน พืชไร่เริ่มขาดแคลนน้ำ โดยองค์การบริหารส่วนตำบลขุนซ่องจะนำรถน้ำออกแจกจ่ายน้ำเพื่อใช้ในครัวเรือนวันละ 30,000 ลิตร แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของราษฎรที่ประสบปัญหาที่มีมากถึง 4,500 ครัวเรือน ราษฎรได้รับผลกระทบกว่า 15,000 คน ขณะนี้ได้ทำเรื่องร้องขอความช่วยเหลือไปที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดจันทบุรีแล้วเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรอย่างเร่งด่วน ขณะที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายเกรียงเดช เข็มทอง ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติภัยแล้งในจังหวัดจันทบุรีพร้อมแบ่งเขตความรับผิดชอบช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ภัยแล้ง ครอบคลุม 8 อำเภอ รวม 43 ตำบล 389 หมู่บ้าน เพื่อเร่งให้การช่วยเหลือบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากกว่า 1 แสนราย


จรัล/ภาพ/ข่าว

รองผู้ว่าฯฉะเชิงเทราประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาภัยแล้งของเกษตรกรอำเภอบางน้ำเปรี้ยวพร้อมวางแผนระบบการบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 นายไพศาล วิมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย นายเกรียงศักดิ์ รัตนกุญชลี นายอำเภอบางน้ำเปรี้ยว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม แก้ไขปัญหาภัยแล้งในเขตพื้นที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยวพร้อมร่วมวางแผนระบบการบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน ณ เทศบาลตำบลดอนเกาะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา

นายไพศาล วิมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า พื้นที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยวของ จังหวัดฉะเชิงเทรา นั้น เป็นพื้นที่ ในฤดูน้ำก็จะประสบปัญหาน้ำท่วมและฤดูแล้งก็จะประสบปัญหาภัยแล้ง จังหวัดฉะเชิงเทราจึงมีแผนในการช่วยเหลือประชาชน 2 ระยะ คือในระยะสั้นที่ประชาชนประสบปัญหาภัยแล้งในขณะนี้จะต้องใช้น้ำจากชลประทานในการบรรเทาทุกข์ของประชาชนไปก่อน ส่วนในระนะยาวนั้นจะมีการดำเนินการในสามระดับ ระดับแรกคือในระดับภูมิภาคจะเป็นหน้าที่ของชลประทานเป็นสำคัญ และในระดับกลางคือระดับพื้นที่ของอำเภอเอง ควรจะมีการพึ่งตัวเองมากขึ้นและระดับล่างสุดคือระดับพื้นที่ของเกษตรกรก็ควรจะมีพื้นที่เก็บกักน้ำเป็นของตัวเองไว้ใช้ในฤดูแล้ง สำหรับในวันนี้ เป็นการประชุมหารือในระดับกลางกับอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีแนวทางในการวางแผนระบบการบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันปัญหาภัยแล้ง คือ ในช่วงฤดูน้ำนั้น พื้นที่ของอำเภอบางน้ำเปรียวจะประสบปัญหาน้ำท่วมในทุกๆปี เราจะใช้น้ำจืดที่ท่วมทุกปีนั้นนำมากักเก็บให้ได้มากที่สุดเพื่อเก็บไว้ใช้ในฤดูแล้งโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราได้มีนโยบายให้ทำแก้มลิงตามธรรมชาติโดยการขยายและการขุดลอกคูคลองในพื้นที่ให้เป็นไปตามหลักวิศวะกรรมเพื่อใช้กักน้ำในช่วงน้ำท่วม โดยให้องค์กรปกครองส่วนพูดคุยกับทางอำเภอในการขุดลอกคูคลองและทำแผนให้ทางจังหวัดทราบโดยเร็วเพื่อที่จังหวัดได้นำมาบูรณาการและดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ซึ่งคาดว่าจะลดปัญหาของประชาชนที่ประสบภัยแล้งในทุกๆปีได้



ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดงาน “รวมพลัง สร้างคน สร้างงาน :แปดริ้วโมเดล ”

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.57    นาย จาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานในพิธีเปิดงาน"รวมพลัง สร้างคน สร้างงาน :แปดริ้วโมเดล ” ซึ่งจังหวัดฉะเชิงเทราร่วมกับหน่วยงานการศึกษา สถาบันอาชีวศึกษาและสถานประกอบการในจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกันจัดงานขึ้น โดยมี นาย อนุกูล ตังคณานุกูลชัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ผู้นำท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ปกครองนักเรียน ผู้บริหารสถานศึกษาและนักเรียน กว่า 1,000 คน เข้าร่วมงาน  ณ อาคารราชนครินทร์  ชั้น5   มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์    อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา

สำหรับการจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อแนะนำ แนะแนว ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ปกครองนักเรียน  และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เห็นความสำคัญและประโยชน์ของการเรียนต่ออาชีวศึกษา และเพื่อให้สถานประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วม ในการจัดและสนับสนุนการศึกษาด้านอาชีวศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน รวมทั้งเพื่อประกันคุณภาพการจัดการด้านอาชีวศึกษาให้ตอบสนองต่อตลาดแรงงานทั้งด้านปริมาณด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์และสร้างความมั่นใจให้แก่นักเรียนและผู้ปกครองด้านสวัสดิภาพและสวัสดิการในระหว่างกำลังเรียนสถาบันการศึกษาและการมีงานทำในอนาคต  การจัดงานในครั้งนี้มีระยะเวลา 2วัน คือวันที่ 19 -20 กุมภาพันธ์ 2557 กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแนะแนวด้านการศึกษาต่อการสำรวจความต้องการ และความสนใจการศึกษาต่ออาชีวศึกษา  ตลอดจนมีการทดสอบความรู้ความสามารถวัดแววอาชีพ  เกี่ยวกับความถนัดและการเรียนต่ออาชีวศึกษา   การจัดนิทรรศการ 9 เมืองสาขาอาชีพ  การลงนามความเข้าใจและข้อตกลงร่วมกัน(MOU)ระหว่าง สถาบันอาชีวศึกษา กับสถานประกอบการต่างๆ และการเสวนาทางวิชาการเรื่อง"การศึกษา สร้างคน สร้างงาน :แปดริ้วโมเดล ”



ชาญณรงค์/ข่าวภาพส.ปชส.เชิงเทรา

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา จัดสัมมนา “การจัดการกากอุตสาหกรรม ”

วันนี้ (20 ก.พ.57)  นายไพศาล  วิมลรัตน์   รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นประธานในพิธีเปิดและอบรมสัมมนาเรื่อง"การจัดการกากอุตสาหกรรม" พร้อมมอบแนวทางการจัดการกากของเสียอุตสาหกรรม  โดยมี นาย ประกอบ วิวิธจินดา อุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา  ให้การต้อนรับและกล่าวรายงาน  พร้อมด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้ารับการสัมมนากว่า 80 คน ณ โรงแรมแกรนด์ รอยัล พลาซ่า อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา

นายไพศาล  วิมลรัตน์   รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ เป็นจำนวนมากประมาณ 1,800 กว่าโรงงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรมขนส่ง  ดังนั้น  จากปัญหามลพิษอุตสาหกรรมอันเกิดจากการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา อาจมาจากโรงงานในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือจังหวัดใกล้เคียง การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการวางแผนดูแลและป้องกันการลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม   เป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการไม่ก่อให้เกิดปัญหาหรือมลภาวะต่อชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา

ด้านนายประกอบ  วิวิธจินดา อุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมได้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ รวมถึงจังหวัดฉะเชิงเทราได้มีการลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรมในพื้นที่เป็นจำนวนมาก โดยกากอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มาจากโรงงานอุตสาหกรรม มีทั้งรูปของเหลวและของแข็งแบบที่เป็นอันตรายและไม่เป็นอันตรายซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมากทั้งด้านสุขภาพอนามัย และด้านความเป็นอยู่ของชุมชนในพื้นที่นั้นและจากปัญหามลพิษอุตสาหกรรมที่เกิดจากการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา  สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทราได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว ในการให้ความรู้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงความอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากกากของเสียอุตสาหกรรม รวมทั้งการบริหารและการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการวางแผนดูแลและป้องกันการลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม



ชาญณรงค์/ข่าวอมรเทพ/ภาพ

จังหวัดฉะเชิงเทรา จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ออกให้บริการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน

วันนี้ (20 ก.พ. 57)  นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายเริงศักดิ์มหาวินิจฉัยมนตรี ผู้ชำนาญการด้านการเมืองการปกครองประจำวุฒิสภา หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชน ออกเยี่ยมเยียนพบปะประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ตามโครงการ"หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” (โครงการจังหวัดเคลื่อนที่ ) ณ วัดเทวารุทธาราม ตำบลคลองเขื่อน อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมนำบริการเคลื่อนที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ไปให้บริการพี่น้องประชาชนและเพื่อให้ส่วนราชการ ได้มีโอกาสพบปะประชาชนในท้องที่ พร้อมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและหาทางช่วยเหลือในเบื้องต้นซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและของจังหวัดฉะเชิงเทรา

โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราได้นำข้าราชการและประชาชน กล่าวคำปฏิญาณเทิดทูนสถาบันของชาติ ต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและสดุดีมหาราชา เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้กล่าวฝากถึงแนวทางการดำเนินชีวิตที่จะทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขในหมู่บ้าน/ชุมชน คือ ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ความสามัคคี การเคารพนับถือผู้สูงอายุ การสร้างความอบอุ่นแก่ครอบครัว การช่วยกันป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด การดูแลรักษาสุขภาพให้ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ รวมถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ยังได้จัดประชุมเสวนาเวทีนี้มีคำตอบ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นรวมทั้งได้มีการมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนยากจน มอบอุปกรณ์กีฬาและหนังสือเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสหกรณ์ แก่โรงเรียนในพื้นที่ มอบเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง มอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคและบริโภคกับราษฎรที่ยากจน และโอกาสเดียวกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ประธานวุฒิสภาและหัวหน้าส่วนราชการ ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ และเยี่ยมชมกิจกรรมการให้บริการที่ส่วนราชการต่าง ๆ ได้มาร่วมกันจัดกิจกรรมให้บริการประชาชนอีกด้วย



 ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

จังหวัดชลบุรี จัดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน จังหวัดชลบุรี

วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 25557 จังหวัดชลบุรี จัดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน จังหวัดชลบุรี ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ หมู่11 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยมีนายคนสับ เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธี

สืบเนื่องจากนโยบายรัฐบาลได้กำหนดภารกิจ หลายประการให้ประทรวงมหาดไทยรับมาปฏิบัติ ขับเคลื่อนขยายผล ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในเรื่องต่างๆ ดังนี้ การสร้างความสามัคคี สมานฉันท์ การแก้ไขปัญหาความเดือนร้อน ภัยธรรมชาติ ที่ดิน หนี้สิน สินค้าเกษตรราคาตกต่ำ และการแก้ไขความยากจน การว่างงาน ปัญหาสังคม ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กระทรวงมหาดไทย ให้จังหวัดจัดทำโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน จังหวัดชลบุรี” ซึ่งจังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดนำร่อง

โครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน จังหวัดชลบุรี มีส่วนราชการ ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคในจังหวัด ได้มีส่วนร่วมผนึกกำลังกันทำงานในวันนี้ โดยมีจุดมุ่งหมายหลักสำคัญ เพื่อให้บริการเชิงรุก ในลักษณะของเคาน์เตอร์บริการ (Counter Service) หรือจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ เข้าไปให้บริการถึงพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชนเป้าหมาย เพื่ออำนวยความสะดวก ลดระยะเวลาค่าใช้จ่ายแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ เพื่อขับเคลื่อนสนองตอบนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ในการแก้ไขปัญหาความเดือนร้อน พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น รวมทั้งสอดคล้องกับแนวทางดำเนินการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

สำหรับโครงการ หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน จังหวัดชลบุรี มีสาระสำคัญหลายประการ เช่น การจัดกลุ่มงานบริการของส่วนราชการต่างๆ ที่มีลักษณะเดียวกันไว้รวมกัน เพื่อความสะดวก คล่องตัว รวดเร็วในการให้บริการ เช่น งานทะเบียน ซึ่งเป็นกิจกรรมเกี่ยวเนื่องให้บริการตั้งแต่เรื่องเกิดรวมไปถึงเรื่องบ้าน ที่ดิน ไฟฟ้า ประปา จดทะเบียนรถ ห้างร้าน นิติบุคคลชำระภาษี กลุ่มแรงงาน ความต้องการแรงงาน และแนะแนวอาชีพ การให้ความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง งานสวัสดิการ แจกเบี้ยยังชีพ สินเชื่อของรัฐ การมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน ให้ความรู้ด้านเทคโนโลยี สาสนเทศ พลังงาน ให้คำปรึกษากฎหมาย แก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ความเดือนร้อน จำหน่ายสินค้า OTOP ธงฟ้าราคาประหยัด ทุกส่วนราชการในจังหวัด ทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น รวมทั้งภาคเอกชน มีความเห็นพ้อง และให้ความร่วมมือสนับสนุน ผลักดันให้เกิดผลสำเร็จ โดยยึดถือความต้องการของประชาชนเป็นเป้าหมายสำคัญ

นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า จังหวัดชลบุรีได้จัดทำโครงการ หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน จังหวัดชลบุรีขึ้น เพื่อเป็นการนำบริการของส่วนราชการ หน่วยงานของภาครัฐ ทุกส่วนราชการหรือทุกกระทรวง ออกไปพร้อมกันให้บริการแก่ประชาชน ในพื้นที่เป้าหมายในกิจกรรมที่ประชาชนมีความต้องการ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนของประชาชน ลดภาระค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน การยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางของการทำงานหรือเป็นหัวใจของการปฏิบัติงาน งานทุกงานจะต้องเป็นไปเพื่อรับใช้และให้บริการประชาชน โดยให้คำนึงถึงความต้องการของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก การประสานความร่วมมือ ระหว่างส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐและเกชนทุกฝ่าย ในการให้ความรู้ ข้อมูลข่าวสาร เพื่อสร้างความเข้าใจแกประชาชนอย่างถูกต้อง โดยข้าราชการฝ่ายปกครอง นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะเป็นผู้มีบทบาทเป็นตัวจักรสำคัญ ที่มีส่วนต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวต่อการแก้ไขปัญหา พัฒนาพื้นที่ อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ได้จัดการประชุมนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำหมู่บ้านและชุมชน เพื่อรับฟังสภาพปัญหาในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนของประชาชนต่อไป


ปริญญา/ข่าว/ภาพ

ร.พ.กรุงเทพตราด ร่วมกับ เหล่ากาชาดจังหวัดตราด เปิดรับบริจาคโลหิต ตามโครงการ "ร่วมสร้างกุศล ส่งบุญ ด้วยการบริจาคโลหิต”

(19 ก.พ. 57)  ที่ห้องประชุมชั้น 4 โรงพยาบาลกรุงเทพตราด เหล่ากาชาดจังหวัดตราด ร่วมกับโรงพยาบาลกรุงเทพตราด เปิดรับบริจาคโลหิต ตามโครงการ "ร่วมสร้างกุศล ส่งบุญ ด้วยการบริจาคโลหิต” ประจำปี 2557 เพื่อนำไปมอบให้กับโรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชน ในการช่วยเหลือรักษาผู้ป่วยที่ต้องการโลหิต โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรต่างๆ ส่งตัวแทนและเจ้าหน้าที่ร่วมบริจาคโลหิตกับโครงการดังกล่าว

นายแพทย์ตะวัน จิตต์จุฬานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพตราด กล่าวว่า รพ.กรุงเทพตราด ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการในพื้นที่จังหวัดตราดมากว่า 10 ปี ทาง รพ.กรุงเทพตราด จึงได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้ป่วยตามโรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชน ที่ยังขาดแคลนโลหิตในการช่วยเหลือชีวิต โดยในทุกปี ทาง รพ.กรุงเทพตราด จะมีการเปิดรับบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องปีละ 3 ครั้ง ดังนั้นในวันนี้ จึงได้ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดตราด จัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิตขึ้นเป็นครั้งแรกของปี 2557 เพื่อช่วยเหลือสังคม ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรสาธารณะประโยชน์ ส่งตัวแทนเข้าร่วมบริจาคโลหิต สำหรับการเปิดรับบริจาคโลหิตในครั้งนี้ ได้ยอดบริจาคกว่า 50 ถุง ซึ่งต้องขอขอบคุณในน้ำใจผู้ร่วมบริจาคโลหิตทุกคน รวมไปถึงคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดตราด แพทย์และพยาบาล ที่ช่วยให้กิจกรรมการเปิดรับบริจาคโลหิต ในครั้งนี้ บรรลุวัตถุประสงค์ไปได้ด้วยดี

จัดหางาน จ.ตราด ดึงครูแนะแนวในสถานศึกษาร่วมเป็นเครือข่ายการแนะแนวอาชีพรองรับ AEC

(19 ก.พ. 57)  นายณรงค์ ธีรจันทรางกูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราดเปิดโครงการแนะแนวอาชีพกิจกรรม สร้างเครือข่ายการแนะแนวอาชีพ ซึ่งจังหวัดตราดโดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดตราด ดำเนินการจัดขึ้น ที่ศูนย์ประสานงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดตราด โดยมีครู อาจารย์แนะแนวในสถานศึกษาต่าง ๆ ในจังหวัดตราด กว่า 50 คนเข้าร่วมโครงการ

นางรัตนาภรณ์ วัชโรทัย จัดหางานจังหวัดตราด กล่าวว่า โครงการแนะแนวอาชีพกิจกรรมสร้างเครือข่ายการแนะแนวอาชีพ จัดขึ้นเพื่อสร้างกระบวนการที่สำคัญในการแนะนำช่วยนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงานได้มีแนวทางเลือกประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับตนเอง ทั้งนี้เนื่องจากครู อาจารย์แนะแนวจากสถานศึกษาต่าง ๆ นับเป็นบุคคลที่สำคัญที่ใกล้ชิดกับนักเรียน นักศึกษา มากที่สุด โดยจะเป็นผู้แนะแนวทางในการประกอบอาชีพแก่นักเรียน ทำให้นักเรียนนักศึกษา ที่จะจบการศึกษาออกไป สามารถหางานทำได้ตามความถนัดของแต่ละบุคคล และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะการที่ประเทศในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้กำลังจะเข้าเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ในปี พ.ศ. 2558 ซึ่งมีหลายอาชีพสามารถเดินทางทำงานในประเทศในกลุ่มอาเซียนได้ ดังนั้นการจัดโครงการนี้ยังเป็นการมุ่งให้ความรู้ด้านสถานการณ์แรงงานเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอีกทางหนึ่งด้วย

อบต.เกาะกูด จ.ตราด เผย สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ปีนี้ยังไม่รุนแรง ระบุ เตรียมมาตรการแก้ไขปัญหาให้ ประชาชนแล้ว

(19 ก.พ. 57)  นายเดชาธร จันทร์อบ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะกูด จังหวัดตราด เปิดเผยถึง มาตรการรับมือกับปัญหาภัยแล้งในสาวนของ อบต.เกาะกูด ว่า แม้พื้นที่เกาะกูดจะยังไม่ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากภัยแล้ง แต่เนื่องจากพื้นที่เกาะกูดมีแหล่งกักเก็บน้ำจืดค่อนข้างจำกัด ทาง อบต.เกาะกูด จึงได้มีการดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการขุดลอกจัดทำฝายชะลอน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมทั้งมีการเตรียมรถบรรทุกน้ำขนาด 10,000 ลิตร จำนวน 1 คัน ในการออกให้บริการประชาชนในจุดที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งยังมีจำนวนไม่มากนัก เนื่องจากประชาชนฬฯตำบลเกาะกูดซึ่งเป็นพื้นที่เกาะ ทราบดีว่า ในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ – เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่มักประสบปัญหาภัยแล้ง จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างไร ประกอบกับประชาชนส่วนใหญ่ใช้น้ำบาดาล

ทั้งนี้หากพบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ทาง อบต.เกาะกูด ก็พร้อมที่จะนำรถบรรทุกน้ำไปให้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตามปัญหาการขาดแคลนน้ำมักจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่พัก เพื่อการท่องเที่ยว ที่มีปริมาณใช้น้ำค่อนข้างสูง ทาง อบต.เกาะกูดได้แก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยได้มีการออกข้อบัญญัติ อบต.เกาะกูด ในเรื่องของค่าบริการ นำรถบรรทุกน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำที่ทางกรมชลประทานมาดำเนินการก่อสร้างให้ไปแจกจ่ายให้กับผู้ประกอบการ กรณีที่พบปัญหาขาดแคลนน้ำรุนแรง เพื่อเป็นรายได้เข้ารัฐ เป็นการชดเชยค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ทาง อบต.เกาะกูด รับผิดชอบอยู่ ทั้งนี้ในภาพรวมคาดว่าสถานการภัยแล้งในปีนี้ ทาง อบต.เกาะกูดยังสามารถรับมือกับปัญหาดังกล่าวได้

วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

กอ.รมน.จันทบุรีจัดอบรมเยาวชนโครงการเทิดทูนสถาบัน

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดจันทบุรีจัดอบรมโครงการเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ ส่งเสริมเยาวชนระดับอุดมศึกษาให้รู้รัก สามัคคี

วันนี้ ( 18 ก.พ.57 ) ที่อาคาร กปร.ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดจันทบุรีได้จัดกิจกรรม โครงการเทิดทูนสถาบันหลักของชาติไทย โดยมีพลตรีบำรุง ศรีเสวก รองผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเป็นประธานเปิดอบรมพร้อมบรรยายพิเศษ ซึ่งนาวาโทกายสิทธิ์ วงศ์ดินดำ รองหัวหน้ากลุ่มงานกิจการมวลชนและประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.จันทบุรีกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดอบรมครั้งนี้เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด และยังเป็นการเผยแพร่พระราชกรณี แนวคิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง ส่งเสริมและพัฒนาศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริและขยายผลศูนย์การเรียนรู้สู่ชุมชน หมู่บ้าน และราษฎรอย่างทั่วถึง รวมทั้งให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้ศึกษาและเรียนรู้วิถีชีวิตตามแนวทางพระราชทาน โดยการใช้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน เป็นศูนย์กลางการศึกษา ทดลอง วิจัย และการปฏิบัติจริง  สำหรับการจัดอบรมในครั้งนี้มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี ร่วมเข้ารับการอบรม 115 คน มีระยะเวลาในการเข้าค่ายอบรมรวม 3 วัน



จรัล/ภาพ/ข่าว

ฉก.นย. 182 สนธิกำลัง ฝ่ายปกครอง อ.คลองใหญ่ จ.ตราด กวาดล้างแรงงานต่างด้าวเถื่อนได้กว่า 300 คน

(18 ก.พ. 57)   น.ท.สุรศักดิ์ ศรีเผือก ผบ.ฉก.นย.ที่ 182 บ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด พร้อมกำลังทหารนาวิกโยธินกว่า 100 นาย สนธิกำลังกันกับ อส.ฝ่ายปกครองอำเภอคลองใหญ่ โดยมี นายปิยวุฒิ ประสิทธิเวช กำนัน ต.หาดเล็ก นำ ชรบ.เข้าร่วมรวมแล้วเกือบ 200 นาย เพื่อและกวาดล้างจับกุมแรงงานต่างด้าวเถื่อนในพื้นที่ เป็นการจัดระเบียบพื้นที่ เป็นการปรามไม่ให้แรงานต่างด้าวนั้นเหิมเกริมสร้างความเดือดร้อนในพื้นที่ เป้าหมายชุมชน บ้านคลองมะขาม-ชุมชนคลองสน หมู่ 1-5 ต.หาดเล็ก โดยมีการวางแผนกระจายกำลังกัน เข้าตรวจค้นหลายจุดด้วยกัน อาทิเช่น ซอย ป่าโกงกาง ตามท่าเทียบเรือประมง ซึ่งเป็นแหล่งที่พักอาศัยของแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา จำนวนมาก

เมื่อเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นตามเป้าหมายก็ได้พบแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาทั้งชายและหญิง บางส่วนเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้แสดงอาการตกใจ วิ่งหนีกระโดดลงทะเล สามารถควบคุมตัวได้ทั้งหมด 323 คนเป็นชาย 181 คน หญิง 142 คน จึงนำตัวมารวมกันที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติฯ บ้านคลองมะขามหมู่ 1 ต.หาดเล็ก เพื่อทำการถ่ายรูปทำประวัติและสุ่มตรวจฉี่แรงงานต่างด้าวชายที่น่าสงสัย ซึ่งแรงงานส่วนใหญ่เป็นลูกเรือประมง และอยู่ตามท่าเทียบเรือประมง-โรงน้ำแข็ง-คาราโอเกะ จากการตรวจสอบพบว่า ไม่มีบัตรรวมทั้งหมดจำนวน 226 คน หญิง 122คน ชาย 104 คน ตรวจพบฉี่สีม่วง จำนวน 34 คน จึงควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวที่พบสารเสพติดให้ ร.ต.ท. วีรวิชญ์ บัวสันเทียะ พนักงานสอบสวน สภ.อ.คลองใหญ่ ดำเนินคดี ส่วนแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีบัตรทั้งหมด ทหารได้นำบันทึกอย่างละเอียดแล้วได้ส่งตัวให้ ตม.คลองใหญ่ เพื่อทำการผลักดันออกนอกประเทศต่อไป

ปภ.ตราด เสริมสร้างศักยภาพชุมชนด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้กับชุมชนตำบลห้วยแร้ง

(18 ก.พ. 57)  นายฐิตนันท์ อุดมสุข หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด กล่าวหลังการเปิดโครงการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้กับประชาชนหมู่ที่ 2, 3 และ 5 ตำบลห้วยแร้ง อำเภอเมืองตราด ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแร้ง ว่า ในอดีตรูปแบบการดำเนินการจัดการภัยพิบัติ คือ การตั้งรับโดยเมื่อเกิดภัยพิบัติแล้วจึงเข้าไปจัดการแก้ไขปัญหาที่ตามมา ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความสูญเสียที่มากมาย แต่การดำเนินการโครงการนี้เป็นแนวคิดในการจัดการภัยพิบัติแผนใหม่ คือ การดึงประชาชนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ โดยการให้ประชาชนเข้ามาคิดเองจัดการเองว่าในหมู่บ้านของตนมาสิ่งแวดล้อมอย่างไรภัยพิบัติที่เสี่ยงต่อหมู่บ้านของตนมีอะไรบ้าง จากนั้นประชาชนจะได้ร่วมกันจัดทำแผนที่ชุมชนว่าพื้นที่ตรงไหนของหมู่บ้านเป็นจุดเสี่ยงภัย หรือพื้นที่ตรงไหนเป็นพื้นที่ปลอดภัย จากนั้นจึงให้ประชาชนร่วมจำลองสถานการณ์ที่เกิดภัยพิบัติในหมู่บ้านของตนพร้อมทั้งเรียงลำดับความสำคัญในการแก้ไขปัญหา โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็นพี่เลี้ยงดำเนินการ อย่างไรก็ตามการดำเนินการในครั้งนี้ได้มีการคัดเลือกตำบลแห่งนี้ดำเนินการ เนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยจากปัญหาน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังจากน้ำล้นตลิ่ง ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของประชาชนในชุมชน พร้อมทั้งสร้างระบบเตือนภัยในชุมชน และมีการจัดตั้งทีมกู้ภัยประจำชุมชน ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาแล้ว ประชาชนในชุมชนดังกล่าวสามารถขนย้ายทรัพย์สิน และเอาตัวรอดจากเหตุการณ์โดยไม่ได้รับอันตราย

จังหวัดตราด เปิดเวทีเพื่อผู้พิการ ในงานวันคนพิการสากลจังหวัดตราด ประจำปี 2557

(18 ก.พ. 57)  นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานเปิดงานวันคนพิการสากลจังหวัดตราด ประจำปี 2557 ซึ่งจังหวัดตราดโดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ร่วมกับชมรมคนพิการจังหวัดตราด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ร่วมกันจัดขึ้น ที่ลานเอนกประสงค์ศูนย์แสดงสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด โดยมีคนพิการจำนวนมากเข้าร่วมงาน

นางสาวมนิดา ลิ่มนิจสรกุล พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงการให้ความสำคัญกับคนพิการให้สามารถดำรงชีวิตเช่นบุคคลปกติ ทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนพิการได้มีโอกาสพบปะ แลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การมอบรางวัลให้กับหน่วยงาน องค์กร ที่สนับสนุนงานด้านคนพิการดีเด่น การมอบวิลแชร์ให้กับผู้พิการ การแสดงของเยาวชนผู้พิการจากศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดตราด การจัดกิจกรรมจับฉลากมอบของขวัญให้กับผู้พิการ การมอบรางวัลให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดีเด่นที่จัดสวัสดิการสำหรับผู้พิการ รวมไปถึงการจัดกิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ ให้กับผู้พิการ ตลอดจนการรับขึ้นทะเบียนผู้พิการ ซึ่งปัจจุบันจังหวัดตราดมีฐานข้อมูลผู้พิการแล้วกว่า 4,000 ราย และกำลังอยู่ระหว่างการสำรวจเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บุคคลเหล่านั้นได้รับสิทธิต่าง ๆ จากภาครัฐ

“อำนวย” ผู้ตรวจฯ เขต 9 จี้จังหวัดเร่งดำเนินการโครงการ”ครัวไทยสู่ครัวโลก”ตามนโยบายของรัฐบาล

วันที่ 18 ก.พ.ที่ห้องประชุมศูนย์ราชการจังหวัดระยอง นายอำนวย โชติสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 9 พร้อมคณะฯ ได้เดินทางมาตรวจราชการติดตามโครงการเร่งด่วนต่างๆ ของรัฐบาลที่จังหวัดระยอง โดยมีผู้แทนภาครัฐ เอกชน ตลอดจนผู้แทนภาคประชาชน เข้าร่วมประชุมจำนวน 50 คน ซึ่งการมาตรวจติดตามการดำเนินโครงการเร่งด่วนดังกล่าว เป็นการตรวจราชการแบบบูรณาการเพื่อมุ่งผลสัมฤทธิ์ ตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นการเร่งดำเนินการตามนโยบาย "ครัวไทยสู่ครัวโลก”

นายอำนวย กล่าวว่า รัฐบาล ได้ดำเนินโครงการ "ครัวไทยสู่ครัวโลก” เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์อาหารและเพื่อให้ตระหนักถึงปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงทางอาหาร โดยเป้าหมายหลักของโครงการ คือ การผลิตอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพสูง ในราคาที่สามารถแข่งขันได้ ได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล โดยมียุทธศาสตร์สำคัญ คือ 1.การขยายธุรกิจการเกษตรและอาหาร 2.การเพิ่มมูลค่าสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรด้วยเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง 3.การสนับสนุนความร่วมมือระดับภูมิภาคและระดับระหว่างประเทศภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและระดับโลก ซึ่งจะช่วยเอื้อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร 4.สนับสนุนการลงทุนของไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะการสร้างเครือข่ายร้านอาหารไทยในต่างแดน ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่ทำกิน แม่น้ำ เกษตรกร รวมทั้ง พ่อครัวและผู้ประกอบการร้านอาหาร ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยรัฐบาลไทยเร่งส่งเสริมนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก เพื่อให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงด้านคุณภาพในระดับสากล

นายอำนวย กล่าวต่อว่า จังหวัดระยอง เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้านอาหาร โดยเฉพาะเป็นเมืองแห่งผลไม้ และสินค้าทางด้านการเกษตร จากการรับฟังรายงานในที่ประชุม ทราบว่า จังหวัดได้มีการดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรทั้งผลไม้ และพืชผักสู่มาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่องแล้วโดยมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผลไม้คุณภาพดีผ่านกระบวนการเรียนรู้และเรียนศึกษาดูงาน แก่เกษตรกร มีการอบรมระบบการผลิตตามมาตรฐาน GAP พืช และมีการพัฒนากลุ่มผู้ผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษ การจัดกระบวนการเรียนรู้ผักปลอดภัยและ GAP ผักด้วย นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาทักษะกำลังแรงงานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารรองรับนโยบายอีกด้วย

IRPC ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่

บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ได้จัดโครงการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ครั้งที่ 1/2557 เมื่อวันที่29 มกราคม 2557 ณ ศาลาศาลเจ้าหมู่ 1 บ้านนาตาขวัญ ต. นาตาขวัญ อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อเป็นการดูแลชุมชนบริเวณรอบเขตประกอบการฯ ให้มีสุขภาพอนามัยที่ดีขึ้น,ให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเขตประกอบการฯ และเพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน ซึ่งมีการตรวจรักษาโรคทั่วไป,บริการด้านทันตกรรมโดยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์,บริการตัดผม(ฟรี!)จากโรงเรียนเสริมสวยนิรันดร์รัตน์นอกจากนั้น ยังมีทีมเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการเพื่อสังคม ได้ทำการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการดำเนินงานการดูแลสิ่งแวดล้อม ของเขตประกอบการฯ รับสมัครบัตรไออาร์พีซีการ์ดเคลื่อนที่ พร้อมทั้งรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนด้วย บริษัทฯ ยึดมั่นในหลักการ การดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งสู่การเป็นต้นแบบอุตสาหกรรมเชิงนิเวศของประเทศไทย

ผู้ตรวจฯ เขต 9 ตรวจติดตามโครงการส่งเสริมอาชีพทำกิน กลุ่มวิสาหกิจแปรรูปกล้วยชุมชนมาบชะลูด จ.ระยอง

เมื่อเวลา 13.00 น.ของวันที่ 18 ก.พ.ที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนมาบชะลูด ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง นายอำนวย โชติสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 9 พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจติดตามโครงการส่งเสริมอาชีพทำกินตามนโยบายของรัฐบาล ที่กลุ่มวิสาหกิจแปรรูปกล้วยชุมชนมาบชลูด มีนางจิรสุดา สุขเจริญ ประธานกลุ่มฯ พร้อมสมาชิกให้การต้อนรับ พร้อมสาธิตการแปรรูปกล้วย การแพ็กกิ้งหีบห่อ ให้ชม ประกอบด้วย กล้วยกวน และกล้วยฉาบ

นายอำนวย กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนมาบชลูดที่ทำการแปรรูปกล้วย เป็นอีกกลุ่มชุมชนที่ทางภาครัฐเข้าไปช่วยเหลือ โดยทางจังหวัดได้ของบประมาณไปดำเนินการส่งเสริมอาชีพชุมชนดังกล่าว ซึ่งการมาตรวจติดตามครั้งนี้ เพื่อมาดูว่ามีการใช้งบประมาณการดำเนินการของกลุ่มขับเคลื่อนอย่างไร ตลอดจนการต่อยอดให้ยั่งยืนอย่างไรบ้าง มีปัญหา อุปสรรคการดำเนินงานอย่างไรบ้างด้วย

 นายอำนวย กล่าวต่อว่า จากการตรวจติดตามการดำเนินงานของกลุ่ม พบว่าทางกลุ่มมีความเข้มแข็งมาก เนื่องจากชุมชนดังกล่าวอยู่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโรงงานอุตสาหกรรม แต่อย่างไรก็ตามงบประมาณที่ให้ก็มีจำกัด ทำให้การดำเนินการยังขาดความต่อเนื่อง โดยเฉพาะการหาตลาดรองรับ และแพ็กกิ้งหีบห่อให้เป็นที่สนใจผู้บริโภค ซึ่งตรงนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องให้ความรู้ และทักษะต่างๆ เพื่อให้กลุ่มดำเนินการไปได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ให้ชุมชนมีรายได้สามารถพึ่งพาตนเองได้

เอสซีจี เคมิคอลส์ จัดกิจกรรมเปตองเชื่อมความสัมพันธ์ชุมชนครั้งที่ 1

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เอสซีจี เคมิคอลส์ จัดพิธีมอบลูกเปตอง ให้กับชุมชน 46 ชุมชนและอีก 6 กลุ่มประมงในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด และเทศบางตำบลมาบข่าพัฒนา รวมมูลค่า 550,000 บาท ภายใต้โครงการ "เปตองเชื่อมความสัมพันธ์ชุมชน” เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายภายในชุมชน ซึ่งจะมีการจัดการแข่งขันเปตองเชื่อมความสัมพันธ์ ระหว่าง เอสซีจี เคมิคอลส์ และชุมชน ระหว่างวันที่ 1-2 มีนาคม 2557 พร้อมกันนี้ ยังได้จัดกิจกรรมแนะนำตัวคณะผู้บริหารเอสซีจี เคมิคอลส์ ที่ดูแลชุมชนแต่ละพื้นที่ กับคณะกรรมการชุมชนที่มาร่วมงาน เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อไปอีกด้วย

เอสซีจี เคมิคอลส์ จัดกิจกรรมพัฒนาชายหาดอย่างต่อเนื่อง

เอสซีจี เคมิคอลส์ จัดกิจกรรมพัฒนาชายหาดอย่างต่อเนื่อง โดยหมุนเวียนไปตามชายหาดต่างๆ ในจังหวัดระยองเป็นประจำทุกเดือน และในวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา ได้นำพนักงานบริษัทในกลุ่มฯ ประกอบด้วย บริษัท แกรนด์ สยามคอมโพสิต จำกัด (GSC) และบริษัท สยามมิตซุย พีทีเอ จำกัด (SMPC) ร่วมกับกลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็กหนองแฟบ รวมกว่า 50 คน ช่วยกันเก็บขยะบริเวณชายหาดหนองแฟบ ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อความสะอาด ปรับภูมิทัศน์ให้สวยงานและความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว

มหกรรมแก้จน สร้างคน สร้างอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืนจังหวัดสระแก้ว

ที่ หอประชุมปางสีดา ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว นายภัครธรณ์  เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วเป็นประธานเปิดงานมหกรรมแก้จน สร้างคน สร้างอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืนจังหวัดสระแก้ว โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสระแก้ว ซึ่งการจัดงานในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาความยากจนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและนำมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัว สำหรับกิจกรรมของงานในวันนี้ประกอบด้วยการบรรยายแก้ไขปัญหาความยากจนด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง/ เวทีเสวนา ในหัวข้อ "แก้ปัญหาความยากจนด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”/ การมอบรางวัลการประกวดภาพถ่าย ตามแนวคิดที่ว่า "บ้านฉันก็มีวิถีพอเพียง”  /การมอบวัสดุสาธิตอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจนต้นแบบ และนิทรรศการ "ตลาดอาชีพจากส่วนราชการและภาคประชาชน”ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนชาวจังหวัดสระแก้วร่วมกิจกรรมในวันนี้เป็นจำนวนมาก

นายมงคล ปัตลา พัฒนาการชุมชนจังหวัดสระแก้ว นายมงคล ปัตลา พัฒนาการชุมชนจังหวัดสระแก้ว นายมงคล ปัตลา พัฒนาการชุมชนจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า กรมการพัฒนาชุมชนได้มอบหมายให้จังหวัดดำเนินการโครงการการบริหารจัดการครัวเรือนยากจนแบบบูรณาการตามแนวนโยบายการแก้ไขปัญหาความยากจนลดคามเลื่อมล้ำด้านรายได้ ด้วยการขจัดปัญหาความยากจนในชนบทตอบสนองอุดมการณ์กระทรวงมหาดไทยในการ "บำบัดทุกข์ บำรุง ให้แก่ประชาชน” ซึ่งทางจังหวัดสระแก้วมีครัวเรือนยากจน จำนวน 144 ครัวเรือน  คือมีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อคน ต่อปีและการดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนในปี 2557 มีเป้าหมายให้ครัวเรือนยากจนลดลงอย่างน้อย จำนวน 101 ครัวเรือน

นายภัครธรณ์  เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความยากจนของจังหวัดสระแก้ว เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับการเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน และเกิดการบูรณาการการทำงานที่เป็นนโยบายของจังหวัดที่ใช้นโยบาย 4 ดี คือ คนดี สุขภาพดี รายได้ดี และสิ่งแวดล้อมดี เป็นต้นแบบในการพัฒนาจังหวัดตลอดจนการนำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในการดำเนินชีวิต

วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ผู้ตรวจราชการ สำนักนายกฯ ติดตามโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดชลบุรี

วันจันทร์ 17 กุมภาพันธ์ 2557 นายอำนวย โชติสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต9 ได้เดินทางมาติดตามโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 และโครงการของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต9 ณ ห้องพระพิพิธโภไคย ศาลากลางจังหวัดชลบุรี

นายอำนวย โชติสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 9 ได้เดินทางมาตรวจสอบราชการตามแผนการปฏิบัติราชการแบบบูรณาการ การติดตามผลการดำเนินงานของจังหวัดชลบุรี ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ โดยมีนายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงต่าง ๆ เข้าร่วมประชุมและรายงานความคืบหน้าในโครงการต่างๆ เช่น โครงการฝึกอบรมผู้ประกอบการอาหารไทยรองรับครัวไทยสู่ครัวโลก และติดตามนโยบายการดำเนินการก่อนเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ปี 2558

ส่วนในช่วงบ่ายผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำคณะกรรมาธิการระดับจังหวัดเดินทางตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาแหล่งน้ำตื้นเขิน ที่อำเภอศรีราชา ซึ่งอำเภอศรีราชามีพื้นที่การปกครอง 643 ตารางกิโลเมตร มีประชากรตามข้อมูลงานทะเบียนเกิน 200,000 คน มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากและประมาณการว่ามีประชากรแฝงกว่าในพื้นที่อำเภอกว่า 500,000 คน ในขณะที่หมู่บ้าน ที่อยู่ห่างจากอำเภอที่สุดมีระยะทางมากกว่า 30 กิโลเมตร พื้นที่อำเภอมีทั้งส่วนที่เป็นทะเลและเป็นภูเขา ไม่มีแม่น้ำไหลผ่านแต่มีนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ถึง 5 แห่ง มีสนามกอล์ฟและสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งและยังมีท่าเรือแหลมฉบังซึ่งเป็นท่าเรือระดับโลกซึ่งมีตู้คอนเทนเนอร์เข้าออกปีละกว่า 5 ล้านตู้ เหตุปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้อำเภอศรีราชาประสบปัญหาเรื่องน้ำเป็นอย่างยิ่ง จากการจัดทำแผนพัฒนาอำเภอทำให้อำเภอวางแผนระยะสั้นในการแก้ไขปัญหาคือการขุดลอดคลองห้วย สระน้ำ ให้สามารถรองรับน้ำได้และปลูกหญ้าแฝกยึดดินริมตลิ่งไว้

นอกจากนี้ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการปรับปรุงสวนสุขภาพตำบลหนองขาม เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสใช้ชิวิตอยู่กับธรรมชาติ เป็นสถานที่ออกกำลังกาย และผักผ่อนหย่อนใจอันเป็นส่วนหนึ่งทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอีกด้วย



ปริญญา/ข่าว/ภาพ                 

กาชาดจังหวัดจันทบุรี ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมครอบครัวป่วยทั้งบ้าน

กาชาดจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับท้องถิ่นลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม มีฐานะยากจนและมีโรคประจำตัวทั้งบ้าน อาศัยสวนยางผู้ใจบุญเป็นที่ซุกหัวนอน

วันนี้ ( 17 ก.พ.57 ) ที่ ซอยป่ายางข้างหมู่บ้านเพิ่มทรัพย์ ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี  นายเกรียงเดช เข็มทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีพร้อมด้วยคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี ผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าช้าง กำนันตำบลท่าช้าง พัฒนาสังคมจังหวัด และกลุ่มทุนมังกรจังหวัดจันทบุรีได้เดินทางไปเยี่ยมปลอบขวัญให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้ยากไร้ที่ประสบปัญหาทางสังคม ที่ป่วยกันทั้งครอบครัวโดยผู้ที่แข็งแรงที่สุดของครอบครัวเป็นหลานสาว ที่ติดเชื้อเอดส์จากมารดาตั้งแต่อยู่ในครรภ์แต่รอดชีวิตมาได้จนกระทั่งปัจจุบันมีอายุได้ 18 ปีต้องกินยาต้านไวรัส  HIV อย่างต่อเนื่อง

ส่วนมารดาและบิดาเสียชีวิตไปแล้ว อาศัยอยู่กับตา – ยาย ซึ่งเป็นคนต่างจังหวัดได้ผู้ใจบุญ เจ้าของสวนยาง อนุเคราะห์ให้ปลูกกระต๊อบเป็นที่อาศัย พักพิง ส่วนตามีอาชีพรับจ้างทั่วไป ไม่มีสวัสดิการทางสังคมเนื่องจากเป็นคนไทยที่ไม่มีบัตรประชาชน ส่วนยาย 2 คน อาศัยอยู่ในบ้านทำงานไม่ได้เนื่องจากคนหนึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ต่อมไทรอย อีกคนหนึ่งเป็นโรคความดันและเบาหวานเดินเหินไม่สะดวก ต้องอยู่ตามยถากรรม เป็นที่เวทนาของผู้พบเห็นซึ่งท้องถิ่นและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือแล้วระดับหนึ่งแต่ก็เป็นเพียงการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งครอบครัวของผู้ป่วยอนาถานี้ต้องการพันธุ์ไก่ไข่เพื่อเลี้ยงและประกอบเป็นอาชีพสร้างรายได้เข้าครอบครัว โดยกลุ่มทุนมังกรได้รับที่จะระดมทุนมาช่วยเหลือต่อไป โอกาสนี้ทางสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรีได้สนับสนุนทุนในการซ่อมปรับปรุงบ้านพักอาศัยให้มีความมั่นคง แข็งแรงยิ่งขึ้น พร้อมทั้งได้มอบเงินทุนเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพรวม 3,000 บาท พร้อมทั้งถุงยังชีพ และเวชภัณฑ์ยาสามัญประจำบ้าน



จรัล/ภาพ/ข่าว

สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดตราดเชิญชวนผู้ประกอบการ ผู้สนใจร่วมเวที “เปิดโลกธุรกิจเมืองตราด เจาะตลาด AEC”

(16 ก.พ. 57) นางมณัฐษสลิล ประเสริฐสุด นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ รักษาการ หัวหน้าสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ตามประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังจะเข้าเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ในปี พ.ศ. 2558 ซึ่งจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงภายในภูมิภาคอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในด้านการค้า การลงทุน และการบริการระหว่างประเทศ ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการ และผู้สนใจทั่วไป ทางสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดตราดจึงกำหนดจัดเวทีสัมมนาเรื่อง "เปิดโลกธุรกิจเมืองตราด เจาะตลาด AEC” ขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม 2557 ระหว่างเวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องประชุมราชาวดี บ้านปูรีสอร์ท แอนด์ สปาร์ จังหวัดตราด ทั้งนี้เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับความรู้ในเรื่องระเบียบและกฎหมายภาษีอากร เป็นการเปิดโลกทัศน์ แลกเปลี่ยนมุมมอง และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับธุรกิจในจังหวัดตราดต่อการเปิดตลาด AEC หรือการรวมเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดตราด จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถสำรองที่นั่งเข้าร่วมเวทีดังกล่าว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดตราด หมายเลขโทรศัพท์ 0-3951-1530 ในวันและเวลาราชการ 

ผู้บริหารธนาคารออมสินตราด ยอมรับมีผู้มาถอนเงินและปิดบัญชีจริง เผย ส่วนใหญ่เข้าใจหลังได้รับคำชี้แจง ระบุ วันนี้ลูกค้าเดินทางมาใช้บริการมาก เหตุหยุด 3 วัน

(17 ก.พ. 57) นายประยุทธ กระทอง ผู้จัดการธนาคารออมสิน จำกัด สาขาตราด เปิดเผยว่า จากกรณีที่ธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อแบบอินเตอร์แบงค์ให้กับธนาคารเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจำนวน 5,000 ล้านบาทตามที่ปรากฏเป็นข่าวออกไป แต่ปรากฏว่ามีการนำไปเชื่อมโยงกับการเมือง และมีการเรียกร้องจากกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ให้ประชาชนไปถอนเงินจากธนาคารออมสินทั่วประเทศนั้น จากการที่ได้สอบถามไปยังสาขาต่างๆในจ.ตราดรวม 4 แห่งในช่วงเช้าที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีลูกค้าจำนวนหนึ่งที่เดินทางมาถอนเงินออกไป แต่ทางพนักงานได้ชี้แจงให้ทราบถึงเหตุที่มีการกู้เงินว่าไม่ได้ปล่อยกู้เพื่อนำไปใช้ในโครงการรับจำนำข้าวหลายรายก็เข้าใจไม่ถอนเงินหรือปิดบัญชี ทั้งนี้ ทางธนาคารยืนยันว่าธนาคารออมสินในจังหวัดตราดไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ขณะที่บรรยากาศที่ธนาคารออมสิน จำกัด สาขาตราด ปรากฎว่าตั้งแต่เช้ามีลูกค้าธนาคารเดินทางมาใช้บริการ จำนวนมาก ทั้งทำการถอนเงินและฝากเงิน

ด้านนายณรงค์ หงษ์สุทธิ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารออมสิน จำกัด สาขาตราด กล่าวว่า ที่ธนาคารออมสิน จำกัดสาขาตราดทุกวันจะมีชาวตราดมาใช้บริการมากเหมือนทุกวันแต่วันนี้มีมากขึ้นเนื่องจากมีวันหยุดเพิ่ม 3 วันที่ผ่านมา ทำให้มีลูกค้ามาใช้บริการมาก ซึ่งมีทั้งการฝากการถอนตามปกติทุกวัน ส่วนในเรื่องการถอนเงินจำนวนมากหรือปิดบัญชียอมรับว่ามีบ้าง แต่ส่วนใหญ่ทางพนักงานได้ชี้แจงให้ลูกค้าได้ทราบถึงข้อเท็จจริง และส่วนใหญ่ก็เข้าใจและไม่ถอนเงินออกไป ทั้งนี้ส่วนสาขาอื่น ๆ พบว่ามีลูกค้ามาใช้บริการตามปกติและมีที่มาสอบถามและมาขอเบิกเงินและปิดบัญชีแต่ได้มีการชี้แจงข้อเท็จจริงไป ส่วนใหญ่จะเข้าใจในสิ่งที่ธนาคารได้ปฏิบัติ เรื่องดังกล่าวเป็นการปล่อยกู้ระหว่างธนาคาร ที่เป็นเรื่องปกติเพื่อเสริมสภาพคล่องของธนาคารเท่านั้น และเป็นการปล่อยกู้ระยะสั้นเพียงเดือนเดียวเท่านั้น เป็นเรื่องปกติของธนาคารแต่ละแห่งเท่านั้น อย่างไรก็ตามมีลูกค้าธนาคารเกือบ 10 รายที่แจ้งถึงความประสงค์ว่าจะปิดบัญชี และถอนเงินออกไปจากธนาคารออมสินสาขาตราด แม้พนักงานจะได้ชี้แจงเหตุผลให้แล้วแต่ทุกคนยืนยัยที่จะเบิกเงินไป โดยลูกค้ารายที่ปิดบัญชีระบุว่าจะถอนเงินไปปลูกบ้าน ส่วนอีกคนบอกว่าจะไปซื้อที่ดิน

ชาวประมงพื้นบ้าน ต.ไม้รูด พบเต่าตนุว่ายน้ำอ่อนแรงอยู่กลางทะเลนำขึ้นเหลือช่วยเหลือเบื้องต้น ขณะศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลฯ จ.ระยอง รับตัวไปตรวจและดูแลแล้ว

(17 ก.พ. 57) เครือข่ายช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ได รับเต่าตนุ เพศเมีย ความยาวกระดอง 79 ซ.ม. ความกว้างกระดอง 71 เซนติเมตร จากชาวประมงพื้นบ้าน หมู่ 1 ต.ไม้รูด และเป็นสมาชิกเครือข่าย หลังออกทำประมงแล้วพบว่ายน้ำอย่างเชื่องช้าอยู่กลางทะเล จากการตรวจสอบสภาพของเต่าตนุไม่พบบาดแผลภายนอก นายกฤตภาส ระบุว่า ชาวประมงพื้นบ้านที่เป็นสมาชิก ได้นำเรือประมงเล็กออกจากฝั่งเพื่อวางอวนและลอบปูที่ห่างจากฝั่งประมาณ 1,000 เมตร พบเต่าตนุตัวดังกล่าวว่ายน้ำอยู่ แต่ผิดปกติที่ว่ายได้ช้ามาก และไม่หลบหนีเมื่อเรือเข้าไปใกล้ คาดว่าเต่าตนุอาจเจ็บป่วย จึงได้เข้าช่วยเหลือนำขึ้นเรือแล้วนำเข้ามายังฝั่งพร้อมแจ้งให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออกทำการช่วยเหลือ โดยทางสมาชิกช่วยกันทำบ่อโดยใช้ผ้าใบรองและใส่น้ำไว้ จากนั้นนำเต่าตนุลงไปแช่ไว้และใช้ผ้าห่มชุบน้ำคลุมกระดองเต่าไว้ให้ชุ่มชื้นตลอดเวลา

ต่อมาช่วงบ่ายของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทย จ.ระยอง ได้เดินทางมาเพื่อตรวจสอบ พบว่าสภาพของเต่าตนุโดยทั่วไปมีอาการปกติ แต่ยังไม่ทราบอาการบาดเจ็บภายในจะมีหรือไม่ ต้องนำเต่าไปทำการตรวจโดยละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งผลเป็นอย่างไรก็จะแจ้งให้ทางเครือข่ายฯได้รับทราบ

สมาชิกเครือข่ายหนี้สินชาวนาในภาคตะวันออก ชุมนุมเรียกร้องให้สหกรณ์แหลมงอบ โอนหนี้เกษตรกรใน จ.ตราด ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

(17 ก.พ. 57) บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดตราด กลุ่มสมาชิกเครือข่ายหนี้สินชาวนาในภาคตะวันออก นำโดยนายชุมพร จิตนาวสาร ประธานองค์กรรวมน้ำใจเป็นหนึ่งเดียวจังหวัดตราด พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่ายฯ ประมาณ 100 คน รวมตัวกันชุมนุมปราศรัยโจมตีการทำงานของสหกรณ์แหลมงอบ สหกรณืเมืองตราด และสหกรณ์แหลมกลัด ที่ไม่ยอมโอนหนี้สินของเกษตรกรจำนวน 4 ราย คือ นายบพิตร พัตรสงวน นายล้วน แสงนิล นายชิงชัย ชาติกุล และนายสุภัค อัศวภูม ให้กับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) โดยเฉพาะกรณีของของนายบพิตร พัตรสงวน ที่ที่ดินกำลังจะถูกขายทอดตลาด ทางจังหวัดนำโดยนายณรงค์ ธีระจันทรางกูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้เชิญตัวแทนเครือข่ายหนี้สินชาวนามาหารือเพื่อหาทางออกร่วมกับผู้แทนจากสหกรณ์แหลมงอบ แต่ยังไม่สามารถหาทางออกของปัยหากรณีการเตรียมขายทอดตลาดของนายบพิตร พัตรสงวน ได้ โดยผู้แทนสหกรณ์ได้ระบุว่าเป็นมติของคณะกรรมการสหกรณ์ที่ให้ขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าว อีกทั้งลูกหนี้รายนี้ติดค้างการชำระหนี้มาแล้ว 4 – 5 ปี และที่ผ่านมาไม่ยอมจ่ายส่วนต่าง ดอกเบี้ย ให้กับทางสหกรณ์ก่อนการโอนหนี้ให้กับ กฟก.

อย่างไรก็ตาม ต่อมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด จึงได้เรียกประชุมคณะกรรมการสหกรณ์แหลมงอบ เป็นกรณีพเศษ เพื่อขอให้มีการยกเลิกมติขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าว ซึ่งผลจากการประชุมคณะกรรมการสหกรณ์แหลมงอบมีมติให้ยอมโอนหนี้ของเกษตรกรให้กับ กฟก. และจะยกเลิกการขายทอดตลาด แต่เกษตรกรลูกหนี้จะต้องจ่ายเงินส่วนต่าง ดอกเบี้ยจำนวนครึ่งหนึ่งของทั้งหมด จนเป็นที่พอใจของผู้ชุมนุม และสลายการชุมนุมไปในที่สุด

กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ร่วมตำรวจท่องเที่ยว พัฒนาเครือข่ายภาคบริการและความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว เชื่อมโยงไทย – กัมพูชา – เวียดนาม รองรับ AEC

(17 ก.พ. 57) นายณรงค์ ธีระจันทรางกูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดกิจกรรมพัฒนาบุคลากรเครือข่ายภาคบริการและความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเชื่อมโยงไทย – กัมพูชา – เวียดนาม รองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ประจำปีงบประมาณ 2557 ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก มอบหมายให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราดร่วมกับสถานีตำรวจท่องเที่ยว 6 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันจัดขึ้นที่ศูนย์ราชการุณย์ สภากาชาดไทย เขาล้าน จังหวัดตราด

นายฐกัดชัย เกียรติอัมพร ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด กล่าวว่า การพัฒนาบุคลากรเครือข่ายภาคบริการและความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเชื่อมโยงไทย – กัมพูชา – เวียดนาม ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมจากกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก คือ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด มีเป้าหมายคือ บุคลากรภาคบริการ และดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งอาสาสมัครกู้ภัย อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่จากสถานประกอบการ รวมทั้งสิ้น 250 คน จำนวนนี้มีเครือข่ายภาคบริการการท่องเที่ยวจากกัมพูชา – และเวียดนาม ซึ่งอยู่แนวเส้นทางเส้นทางสายเลียบชายฝั่งทะเล ( R 10 ) ซึ่งเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดตราด – เกาะกง – สะแรอัมเบิล – กัมปอต – ฮาเตียง – คาเมา – น้ำคาน เข้าร่วมกิจกรรมนี้ 30 คน สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีการดำเนินการรวม 2 รุ่น ๆ ละ 3 วันโดยรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกของการดำเนินการ

ด้าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า การพัฒนาศักยภาพบุคลากรเครือข่ายภาคบริการและความปลอดภัยนักท่องเที่ยวนับเป็นเรื่องที่สำคัญ ในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เนื่องจากเส้นทางสาย R 10 นับเป็นเส้นทางหลักในการเชื่อมโยงการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ผ่านทั้ง 3 ประเทศ ที่แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญมากมาย 

ฝรั่งเยอรมันนี่เครียดไม่มีเงินใช้ผูกคอดับอนาถใต้ต้นไม้

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 17 ก.พ. 57 ร.ต.ท.สันติ ปาการะโภ ร้อยเวร สภ.บ้านกร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง ได้รับแจ้งมีชาวต่างชาติผูกคอนอนตายอยู่ใต้ต้นกระถินณรงค์ ในบ้านพักวิลล่าราวาดีรีสอร์ท ริมถนนสายแหลมแม่พิมพ์-บ้านเพ ม. 3 ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยอง จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบแล้วรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.สุภาพ นาคทอง พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ เจ้าหน้าที่ พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ระยอง แพทย์เวร รพ.แกลง และหน่วยกู้ภัยพุทธสตร์สงเคราะห์เมืองแกลง ไปตรวจที่เกิดเหตุพบ นายSABLOTTNY อายุ 44 ปี ชาวเยอรมันนี่ สภาพนอนหงายอยู่ใต้กระถินณรงค์ สวมกางเกงขาสั้น3ส่วน ลายแถบขาว น้ำเงิน เสื้อยึดแขนยาวสีน้ำเงิน ใส่รองผ้าใบสีแดง ที่ลำคอมีเชือกไนลอนสีขาวพันอยู่ 2 รอบ ที่มือด้านซ้ายพันหมัดติดอยู่กับเชือกโดยใช้เชือกผูกติดกับต้นไม้สูงประมาณ 2 เมตร และเชือกได้ขาดลงมานอนตายอยู่ในที่เกิดเหตุ ใกล้ๆพบกระเป๋าเป้ใส่เสื้อผ้าของผู้ตายภายในมีหนังสือเดินทาง เงินสด 200 บาท และรถ จยย.ยามาฮ่า สีน้ำเงิน ทะเบียน งพล 415 ชลบุรี ที่เช่ามาจากพัทยา จอดอยู่ 1 คัน จาก        

การสอบถาม รปภ.ของที่พักทราบว่า ผู้ตายได้ขับ รถ จยย.เข้าจอดมา ตั้งแต่ตอนเย็นของวันที่ 16 ก.พ.และบ่นว่าไปกดเงินที่ตู้ เอที่เอ็ม แต่ไม่มีเงินออกมา และป่นว่าให้ภรรยาที่ประเทศเยอรมันนี่ โอนเงินมาให้แต่ไม่มีเงิน จึงเครียด ไปซื้อเบียร์มานั่งดื่นกิน จนดึก ก็หายไป มารุ่งเช้ากลายเป็นศพดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งศพไปตรวจที่สถาบันนิติเวชเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง ก่อนจะติดต่อญาติให้มารับศพเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศพตามประเพณีต่อไป



มาโนช สนองสุข /ข่าว

ไม่พบความผิดปกติกรณีลูกค้าถอนเงินจากธนาคารออมสินสาขาระยอง ทั้ง 6 สาขา

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 17 ก.พ.57 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศประชาชนที่เข้าไปใช้บริการของธนาคารออมสิน สาขา จ.ระยอ ที่บริเวณถนนตากสินมหาราช ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง มีลูกค้าของธนาคารมาใช้บริการอย่างคึกคัก ต้องนั่งรอคิวจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ของธนาคารระบุว่า วันนี้มีลูกค้า มาใช้บริการจำนวนมากเนื่องจากหยุดวันเสาร์และอาทิตย์ สาเหตุที่มีผู้มาใช้บริการจำนวนมากเนื่องจากมาเบิกเงินกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ประกอบกับธนาคารออมสินสาขาห้างสรรพสินต่างๆค้ายังไม่เปิดบริการ จึงหันมาใช้บริการที่ธนาคารสาขาใหญ่ และจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีลูกค้าที่ฝากเงินบัญชีออมทรัพย์รายใหญ่มาถอนเงินออกไปแต่อย่างใด ซึ่งสถานการณ์ยังไม่วิกฤต ลูกค้าส่วนใหญ่มีความเข้าใจ ต้องรอดูสถานการณ์ในวันถัดไป

ขณะที่ธนาคารออมสินสาขา เนินพระ สาขาห้างแหลมทอง และสาขาศูนย์การค้าสตาร์ บรรยากาศเงียบเหงาเช่นกันไม่มีผู้ฝากเงินรายใหญ่มาถอนเงินแม้แต่รายเดียว มีคนบางตาไม่มีคนมาถอนเงินผิดปกติแต่อย่างใด


วฐิต/ข่าว

จ.ฉะเชิงเทรา จัดอบรมโครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดองประจำปี 2557

วันนี้ ( 17 ก.พ.57)  ที่ นาย อนุกูล ตังคณานุกูลชัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา    เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง ประจำปี 2557 " กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3 ร่วมเพื่อ3 สร้าง” โดยมี นายเริงศักดิ์  มหาวินิจฉัยมนตรี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  นายเดชา ใจยะ ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา  พ.อ.องอาจ   ชวาลวิวัฒน์  รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา   หัวหน้าส่วนราชการ แ ละผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีเปิดการอบรม  ณโรงแรมแกรนด์ รอยัล  พลาซ่า  อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ทั้งนี้มีผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วย กลุ่มเยาวชน แกนนำนักเรียน นักศึกษา ในสถานศึกษา จำนวน 50 คน และกลุ่มผู้นำกลุ่มต่างๆของอำเภอ จำนวน 60 คน รวม 110 คน ระยะเวลาอบรม ระหว่างวันที่ 17-21 กุมภาพันธ์ 2557

นาย อนุกูล ตังคณานุกูลชัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  กล่าวว่า โครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง เป็นโครงการที่มุ่งให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างสังคมประชาธิปไตยสังคมแห่งความปรองดองและรู้รักสามัคคี โดยนำเยาวชนแกนนำนักเรียน นักศึกษาและผู้นำกลุ่มต่างๆจากสถานศึกษาในพื้นที่และอำเภอต่างๆเข้ามาพบปะพูดคุยกันจะทำให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเยาวชน ผู้นำ ครูอาจารย์ ผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่และเกิดการบูรณาการความร่วมมือที่ผนึกความรัก ความสามัคคีในอันที่จะสร้างสังคมปรองดองให้เกิดขึ้นโดยเฉพาะอย่างเป็นการส่งต่อการถ่ายทอดความคิดประสบการณ์จากผู้นำชุมชนผู้นำกลุ่ม สู่เยาวชน และเวทีอภิปรายแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่เปิดรับฟังความคิดเห็นทางการเมืองการปกครองซึ่งกันและกันรวมทั้งเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้อันจะทำให้เกิดเครือข่ายที่เข้มแข็งให้กับการพัฒนาประชาธิปไตยในบรรยากาศที่สร้างสรรค์ขึ้นได้

ด้านนาย เดชา ใจยะ ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา  กล่าวว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทย ได้จัดทำโครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดองประจำปี 2555 และ2556เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล  ดังนั้นเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวเป็นไปอย่างต่อเนื่องและบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด ในปี 2557 นี้ จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงได้จัดทำโครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง ประจำปี 2557  ขึ้น เป็นปีที่ 3เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ด้านการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตยในระดับพื้นที่โดยมีวัตถุประสงค์หรือกลไกลสำคัญในการดำเนินการของโครงการฯคือ การสร้างกระบวนการเรียนรู้ ประกอบด้วย หลัก 3ร่วม เพื่อ 3 สร้าง คือร่วมกันคุย เพื่อสร้างความสามัคคี ร่วมกันคิด เพื่อสร้างพลัง  และร่วมกันทำ เพื่อสร้างสังคมปรองดอง โดยการจัดอบรมดังกล่าวได้รับเกียรติจากนายเริงศักดิ์  มหาวินิจฉัยมนตรี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  /กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดจังหวัดฉะเชิงเทรา /วัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา/พัฒนาการจังหวัดฉะเชิงเทรา  มาเป็นผู้ฝึกอบรมให้ความรู้นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีการศึกษาดูงานตามโครงการพระราชดำริและปราชญ์ชาวบ้านฯ อีกด้วย



ชาญณรงค์/ข่าวธนภัทร/ภาพ

สระแก้ว ถ่ายทอดเทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังเป็นเมืองแห่งพืชพลังงาน

ที่หอประชุมอำเภอเมืองสระแก้ว นายชูศักดิ์ ตรีสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วเป็นประธานเปิดการอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว โดยนายสามารถ ชื่นวงศา เกษตรจังหวัดสระแก้วเป็นผู้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดการอบรมครั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรได้นำความรู้เทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสมไปพัฒนาเพิ่มผลผลิตแปลงต้นแบบของเกษตรกรภายใต้โครงการที่จังหวัดสระแก้วได้สนับสนุนปัจจัยการผลิตได้แก่ พันธุ์มันสำปะหลังเกษตรศาสตร์ 50และปุ๋ยอินทรีย์ ให้เกษตรกรรายละ 5 ไร่สำหรับการอบรมในวันนี้ประกอบด้วยการชี้แจงรายละเอียดของโครงการ เงื่อนไขการขยายผลในปีต่อไปและเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง ซึ่งมีเกษตรกรเข้าร่วมอบรมในวันนี้ 215 คน

นายสามารถ ชื่นวงศา เกษตรจังหวัดสระแก้ว กล่าวเพิ่มเติมว่า  ตามที่จังหวัดสระแก้วสนับสนุนเงินพัฒนาจังหวัด ปี 2557 โดยให้สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้วดำเนินงานโครงการพัฒนาเพื่อเพิ่มผลผลิตพืชพลังงานจำนวน 2 ชนิด ได้แก่อ้อยโรงงานและมันสำปะหลังซึ่งเป็นเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ของจังหวัดในการพัฒนาจังหวัดสระแก้วให้เป็นเมืองพืชพลังงานซึ่งจังหวัดสระแก้วมีศักยภาพของพื้นที่ในการปลูกพืชทั้ง 2 ชนิดนี้ ซึ่งจังหวัดสระแก้วมีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังรวมทั้งสิ้น 430,000 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 3.5 ตันต่อไร่และมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 9 อำเภอ 1,800 คน โดยได้รับความสนใจจากเกษตรกรเพื่อพัฒนาให้จังหวัดสระแก้วเป็นเมืองแห่งพืชพลังงานต่อไปในอนาคต

วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง สั่งเตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณผลผลิตผลไม้ของจังหวัดในปีนี้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตมากกว่าปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันจะเร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและส่งเสริมกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว เปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด

ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง สั่งเตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณผลผลิตผลไม้ของจังหวัดในปีนี้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตมากกว่าปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันจะเร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและส่งเสริมกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว เปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด

นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สำหรับปริมาณผลผลิตของผลไม้จังหวัดระยองในปีนี้ คาดว่า จะมีปริมาณผลผลิตมากกว่าปีที่แล้ว ทั้งนี้เนื่องจากสภาพของอากาศที่หนาวเย็นกว่าทุกปี และอาจจะทำให้ผลผลิตติดดอกออกผลช้ากว่าปกติ ดังนั้นในส่วนการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับปริมาณของผลไม้ของจังหวัด ขณะนี้ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกส่วนเตรียมพร้อมรับมือแก้ปัญหาแล้ว อีกทั้งงานเทศกาลผลไม้ของดีจังหวัดระยองปีนี้ จังหวัดระยองจะจัดให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตามนอกจากงานเทศกาลผลไม้และของดีจังหวัดระยองแล้ว ในส่วนการส่งเสริมการท่องเที่ยวในด้านอื่นแล้ว ทางจังหวัดจะเร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อมแหล่งท่องเที่ยว หลังจากได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำมันดิบรั่วไหล นอกจากนี้จะเร่งเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตอำเภอเขาชะเมา ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง..
วฐิต/ข่าว