วันพุธที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2557
สหกรณ์จังหวัดสระแก้ว เผยแพร่ความรู้การสหกรณ์และการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติด้านการสหกรณ์
วันนี้ (11 มิ.ย.57) นายชัยภัทร หิรัณยเลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วเป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเผยแพร่ความรู้การสหกรณ์และการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติด้านการสหกรณ์ ประจำปี2557 โดยมีนายพีรพนธ์ กิจโกศล สหกรณ์จังหวัดสระแก้วเป็นผู้กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดโครงการในครั้งนี้ เพื่อให้เกิดการสร้างองค์ความรู้แก่ผู้มีหน้าที่ที่จะไปเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านสหกรณ์ให้กับประชาชนต่อไปและเตรียมพร้อมสำหรับการนำการสหกรณ์ไปใช้ในวิถีชีวิตเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยในวันนี้มีผู้เข้าร่วมรับการอบรมจำนวน 100 คนเพื่อนำไปถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการสหกรณ์ต่อไป
กลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็กจังหวัดระยอง จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาต้นตอโรงงานลักลอบปล่อยคราบน้ำมันปนเปื้อนหาดแม่รำพึง อ.เมืองระยอง หลังเคยเกิดเหตุน้ำมันรั่วกลางทะเล เมื่อปี 2556 มาแล้ว
กลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็กจังหวัดระยอง จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาต้นตอโรงงานลักลอบปล่อยคราบน้ำมันปนเปื้อนหาดแม่รำพึง อ.เมืองระยอง หลังเคยเกิดเหตุน้ำมันรั่วกลางทะเล เมื่อปี 2556 มาแล้ว ส่งผลให้สัตว์น้ำลดน้อยลงและหายากขึ้น นอกจากนี้ยังขอได้คำชี้แจงกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ บ.ไออาร์พีซี น้ำที่ใช้ดับเพลิงไหม้มีการลักลอบปล่อยลงทะเลหรือไม่ด้วย
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 11 มิ.ย.ที่ศาลากลางจังหวัดระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีกลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็กจังหวัดระยอง นำโดยนายละม่อม บุญยงค์ รองประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็กจังหวัดระยอง และนายอุดมศักดิ์ หลอดทอง ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบน้ำมันรั่วไหลในจังหวัดระยอง เข้าพบนายทรรศนะ วิชัยธนพัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ หาต้นตอโรงงานที่ปล่อยคราบน้ำมันปนเปื้อนหาดแม่รำพึง อ.เมืองระยอง เมื่อวานนี้ และขอได้คำชี้แจงกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ บ.ไออาร์พีซี น้ำที่ใช้ดับเพลิงไหม้มีการลักลอบปล่อยลงทะเลหรือไม่ด้วย โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย นายอาทิตย์ ละเอียดดี ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง นางสาวกาญจนา ทัพป้อม รักษาการอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง และนายวิทยา ชัชวาลชาญชนกุล ผู้จัดการส่วนชุมชนสัมพันธ์ บ.ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) เข้าร่วมให้คำชี้แจงด้วย
นายละม่อม กล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้อง 2 ข้อ คือ 1.ต้องการให้ทางจังหวัดหาผู้โรงงานหรือผู้ที่ลักลอบปล่อยคราบน้ำมันปนเปื้อนชายหาดแม่รำพึง จะหาตัวผู้กระทำผิดได้เมื่อไหร่ โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ 2.กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ในไซด์งานของ บ.ไออาร์พีซีฯ น้ำหรือโฟมที่ใช้ดับเพลิง มีการนำบำบัดอย่างไร หรือมีการปล่อยลงทะเลหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันชาวประมง ยังคงได้รับผลกระทบจากกรณีเกิดน้ำมันรั่วกลางทะเล เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2556 สัตว์น้ำลดลงน้อยลง และจับได้ยากขึ้น
นายทรรศนะ กล่าว เบื้องต้น ทางจังหวัดระยอง ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาติดตามตรวจสอบ หาต้นตอผู้กระทำความผิดแล้ว โดยเบื้องต้น ได้เก็บตัวอย่างคราบน้ำมันไปตรวจสอบยังห้องปฎิบัติการของกรมควบคุมมลพิษ และห้องแล็ปของเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งจะทราบผลภายใน 15-30 วัน ว่าคราบน้ำมันที่ปนเปื้อนชายหาดดังกล่าวมาแหล่งใด
ด้านนายวิทยา ยืนยันว่า การใช้น้ำและโฟมดับเพลิงไหม้บริษัทไออาร์พีซีฯ มีการบำบัดอย่างถูกวิธี นอกจากนี้ยังมีบ่อบำบัดดักกรองอีกชั้นหนึ่ง กรณีหากเกิดน้ำเสียหลุดลอดออกมาจากบ่อบำบัดได้ รวมทั้งทางบริษัทยังมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบคุณภาพน้ำตลอดแนวคลองกันปึกที่ทางมีการระบายน้ำที่ผ่านการบำบัดออกทางคลองก้นปึกก่อนลงสู่ทะเล ซึ่งชุมชนสามารถตรวจสอบได้ตลอดแนวคลองว่าสภาพน้ำเป็นอย่างไร
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 11 มิ.ย.ที่ศาลากลางจังหวัดระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีกลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็กจังหวัดระยอง นำโดยนายละม่อม บุญยงค์ รองประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็กจังหวัดระยอง และนายอุดมศักดิ์ หลอดทอง ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบน้ำมันรั่วไหลในจังหวัดระยอง เข้าพบนายทรรศนะ วิชัยธนพัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ หาต้นตอโรงงานที่ปล่อยคราบน้ำมันปนเปื้อนหาดแม่รำพึง อ.เมืองระยอง เมื่อวานนี้ และขอได้คำชี้แจงกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ บ.ไออาร์พีซี น้ำที่ใช้ดับเพลิงไหม้มีการลักลอบปล่อยลงทะเลหรือไม่ด้วย โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย นายอาทิตย์ ละเอียดดี ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง นางสาวกาญจนา ทัพป้อม รักษาการอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง และนายวิทยา ชัชวาลชาญชนกุล ผู้จัดการส่วนชุมชนสัมพันธ์ บ.ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) เข้าร่วมให้คำชี้แจงด้วย
นายละม่อม กล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้อง 2 ข้อ คือ 1.ต้องการให้ทางจังหวัดหาผู้โรงงานหรือผู้ที่ลักลอบปล่อยคราบน้ำมันปนเปื้อนชายหาดแม่รำพึง จะหาตัวผู้กระทำผิดได้เมื่อไหร่ โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ 2.กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ในไซด์งานของ บ.ไออาร์พีซีฯ น้ำหรือโฟมที่ใช้ดับเพลิง มีการนำบำบัดอย่างไร หรือมีการปล่อยลงทะเลหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันชาวประมง ยังคงได้รับผลกระทบจากกรณีเกิดน้ำมันรั่วกลางทะเล เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2556 สัตว์น้ำลดลงน้อยลง และจับได้ยากขึ้น
นายทรรศนะ กล่าว เบื้องต้น ทางจังหวัดระยอง ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาติดตามตรวจสอบ หาต้นตอผู้กระทำความผิดแล้ว โดยเบื้องต้น ได้เก็บตัวอย่างคราบน้ำมันไปตรวจสอบยังห้องปฎิบัติการของกรมควบคุมมลพิษ และห้องแล็ปของเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งจะทราบผลภายใน 15-30 วัน ว่าคราบน้ำมันที่ปนเปื้อนชายหาดดังกล่าวมาแหล่งใด
ด้านนายวิทยา ยืนยันว่า การใช้น้ำและโฟมดับเพลิงไหม้บริษัทไออาร์พีซีฯ มีการบำบัดอย่างถูกวิธี นอกจากนี้ยังมีบ่อบำบัดดักกรองอีกชั้นหนึ่ง กรณีหากเกิดน้ำเสียหลุดลอดออกมาจากบ่อบำบัดได้ รวมทั้งทางบริษัทยังมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบคุณภาพน้ำตลอดแนวคลองกันปึกที่ทางมีการระบายน้ำที่ผ่านการบำบัดออกทางคลองก้นปึกก่อนลงสู่ทะเล ซึ่งชุมชนสามารถตรวจสอบได้ตลอดแนวคลองว่าสภาพน้ำเป็นอย่างไร
เชิญร่วมรับฟังรายการ ผู้ว่าฯพบประชาชน
จังหวัดจันทบุรีเชิญร่วมรับฟังรายการผู้ว่าฯ พบประชาชน ทุกวันจันทร์ เวลา 06.00 น.ถึง 07.00 น.ทาง สวท.จันทบุรี
นายธเนศ เธียรนันทน์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่าทุกวันจันทร์ในช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 06.00 น.จนถึง 07.00 น.นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี จะจัดรายการผู้ว่าฯ พบประชาชน ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดจันทบุรี เพื่อแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นโยบายการพัฒนาจังหวัดเพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ตามยุทธศาสตร์ของจังหวัดจันทบุรีเมืองแห่งความสุข สุขทุกวันที่จันทบุรีรวมทั้งทิศทางการพัฒนาจังหวัด การตอบคำถามข้อสงสัยของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นรายการสด พร้อมทั้งมีการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุชุมชนทุกแห่งในจังหวัดจันทบุรี และหอกระจายข่าวทุกพื้นที่ จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรีร่วมรับฟังรายการและร่วมแสดงความคิดเห็นในการจัดรายการสด ทาง สวท.จันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ 039 – 325987
นายธเนศ เธียรนันทน์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่าทุกวันจันทร์ในช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 06.00 น.จนถึง 07.00 น.นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี จะจัดรายการผู้ว่าฯ พบประชาชน ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดจันทบุรี เพื่อแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นโยบายการพัฒนาจังหวัดเพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ตามยุทธศาสตร์ของจังหวัดจันทบุรีเมืองแห่งความสุข สุขทุกวันที่จันทบุรีรวมทั้งทิศทางการพัฒนาจังหวัด การตอบคำถามข้อสงสัยของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นรายการสด พร้อมทั้งมีการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุชุมชนทุกแห่งในจังหวัดจันทบุรี และหอกระจายข่าวทุกพื้นที่ จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรีร่วมรับฟังรายการและร่วมแสดงความคิดเห็นในการจัดรายการสด ทาง สวท.จันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ 039 – 325987
จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 11 มิ.ย.57 )
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว
คสช.ขยายเวลาส่งมอบอาวุธสงคราม และยกเลิกเคอร์ฟิวจันทบุรี
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ออกประกาศ ขยายระยะเวลาการนำส่งมอบอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงคราม
นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ตามที่ได้มีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 37/2557 ลงวันที่ 29 พ.ค. 2557 เรื่องให้ผู้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงครามนำส่งมอบ และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 53/2557 ลงวันที่ 3 มิ.ย. 2557 เรื่องกำหนดให้ผู้กระทำความผิดในบางกรณีไม่อยู่ใต้บังคับคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 37/2557 แล้วนั้น เพื่อให้มีการนำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงคราม ส่งมอบต่อนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมายต่อไปอีกระยะหนึ่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีประกาศ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ขยายเวลาแก่ผู้ที่มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงคราม ในการส่งมอบต่อนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 37/2557 ลงวันที่ 28 พ.ค. 2557 เรื่องให้ผู้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงครามนำส่งมอบ ต่อไปจนถึงวันที่ 25 มิ.ย. 2557
ข้อ 2 ให้ผู้นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงครามส่งมอบต่อนายทะเบียนท้องที่ภายในกำหนดเวลาตามข้อ 1 ไม่ต้องรับโทษทางอาญา ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน
ข้อ 3 ผู้ที่ฝ่าฝืนไม่นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงครามส่งมอบต่อนายทะเบียนทอ้งที่ภายในกำหนดเวลาตามข้อ 1 มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 20 ปี
ข้อ 4 ประกาศนี้มิบังคับแก่ผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ที่ถูกจับกุมหรือตกเป็นผู้ต้องหาหรือเป็นจำเลยก่อนวันที่ 29 พ.ค. 2557 และอยู่ระหว่างการสอบสวนหรือระหว่างคดี ยังไม่ถึงที่สุด นอกจากนี้ คสช.ยังมีประกาศ ฉบับที่ 60/2557 เรื่องยกเลิกการห้ามออกนอกเคหะสถานในบางพื้นที่ โดยลกเลิกเพิ่มเติม 20 จังหวัด รวมทั้งจังหวัดจันทบุรีด้วย
นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ตามที่ได้มีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 37/2557 ลงวันที่ 29 พ.ค. 2557 เรื่องให้ผู้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงครามนำส่งมอบ และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 53/2557 ลงวันที่ 3 มิ.ย. 2557 เรื่องกำหนดให้ผู้กระทำความผิดในบางกรณีไม่อยู่ใต้บังคับคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 37/2557 แล้วนั้น เพื่อให้มีการนำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงคราม ส่งมอบต่อนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมายต่อไปอีกระยะหนึ่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีประกาศ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ขยายเวลาแก่ผู้ที่มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงคราม ในการส่งมอบต่อนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 37/2557 ลงวันที่ 28 พ.ค. 2557 เรื่องให้ผู้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงครามนำส่งมอบ ต่อไปจนถึงวันที่ 25 มิ.ย. 2557
ข้อ 2 ให้ผู้นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงครามส่งมอบต่อนายทะเบียนท้องที่ภายในกำหนดเวลาตามข้อ 1 ไม่ต้องรับโทษทางอาญา ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน
ข้อ 3 ผู้ที่ฝ่าฝืนไม่นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงครามส่งมอบต่อนายทะเบียนทอ้งที่ภายในกำหนดเวลาตามข้อ 1 มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 20 ปี
ข้อ 4 ประกาศนี้มิบังคับแก่ผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ที่ถูกจับกุมหรือตกเป็นผู้ต้องหาหรือเป็นจำเลยก่อนวันที่ 29 พ.ค. 2557 และอยู่ระหว่างการสอบสวนหรือระหว่างคดี ยังไม่ถึงที่สุด นอกจากนี้ คสช.ยังมีประกาศ ฉบับที่ 60/2557 เรื่องยกเลิกการห้ามออกนอกเคหะสถานในบางพื้นที่ โดยลกเลิกเพิ่มเติม 20 จังหวัด รวมทั้งจังหวัดจันทบุรีด้วย
จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 11 มิ.ย.57 )
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว
เทศบาลเมืองจันทบุรี เตรียมพร้อมแก้ปัญหาการระบายน้ำช่วงฤดูฝน
เทศบาลเมืองจันทบุรี เร่งแก้ปัญหาฝนตกน้ำท่วมขังระบายไม่ทันเนื่องจากการขยายตัวของที่พักอาศัย และท่อระบายน้ำตีบตัน
ที่ซอยเทศบาลพัฒนา 2 ชุมชนย่อยที่ 10 เทศบาลเมืองจันทบุรี นางสุกานดา สุทธิพัฒนกุล นายกเทศมนตรีเมืองจันทบุรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา นำเจ้าหน้าที่กองช่างสุขาภิบาลเทศบาลเมืองจันทบุรี ออกให้บริการประชาชนแก้ปัญหาน้ำระบายไม่ทันเนื่องจากฝนตกหนัก ทั้งนี้ที่ผ่านมาตั้งแต่ฝนเริ่มตกเทศบาลเมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในซอยเทศบาลพัฒนา 2 ว่าพื้นที่บางส่วนในซอย เกิดน้ำท่วมขังไม่สามารถระบายน้ำได้ สาเหตุเกิดจากการถมที่ดิน ปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนขวางทางระบายน้ำ และใส่ท่อระบายน้ำไม่ได้ขนาด รวมทั้งมีสิ่งปฏิกูล ขยะไหลปิดทางเดินน้ำ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองจันทบุรี จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กองช่างสุขาภิบาลเร่งแก้ปัญหาเร่งด่วน พร้อมสำรวจและเตรียมปรับพื้นที่ดังกล่าวโดยการขุดรางระบายน้ำเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนต่อไป
ที่ซอยเทศบาลพัฒนา 2 ชุมชนย่อยที่ 10 เทศบาลเมืองจันทบุรี นางสุกานดา สุทธิพัฒนกุล นายกเทศมนตรีเมืองจันทบุรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา นำเจ้าหน้าที่กองช่างสุขาภิบาลเทศบาลเมืองจันทบุรี ออกให้บริการประชาชนแก้ปัญหาน้ำระบายไม่ทันเนื่องจากฝนตกหนัก ทั้งนี้ที่ผ่านมาตั้งแต่ฝนเริ่มตกเทศบาลเมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในซอยเทศบาลพัฒนา 2 ว่าพื้นที่บางส่วนในซอย เกิดน้ำท่วมขังไม่สามารถระบายน้ำได้ สาเหตุเกิดจากการถมที่ดิน ปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนขวางทางระบายน้ำ และใส่ท่อระบายน้ำไม่ได้ขนาด รวมทั้งมีสิ่งปฏิกูล ขยะไหลปิดทางเดินน้ำ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองจันทบุรี จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กองช่างสุขาภิบาลเร่งแก้ปัญหาเร่งด่วน พร้อมสำรวจและเตรียมปรับพื้นที่ดังกล่าวโดยการขุดรางระบายน้ำเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนต่อไป
จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 11 มิ.ย.57 )
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว
ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ติดตามดูช้างป่าที่หลงฝูงเข้าชุมชนให้กำลังใจชาวบ้าน
ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีลงพื้นที่ให้กำลังใจชาวบ้านที่หวาดผวา จากช้างป่าหลงฝูงหากินในชุมชน สั่งเจ้าหน้าที่จับตาใกล้ชิด ขณะที่ช้างเริ่มหงุดหงิดจากอาการบาดเจ็บ
ที่ซอยวังหว้า หมู่ 6 บ้านมาบคล้า ตำบลทับไทร อำเภอโป่งน้ำร้อน นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เดินทางเยี่ยมปลอบขวัญให้กำลังใจชาวบ้านและติดตามดูพฤติกรรมของช้างป่าพลายลูกแก้ว ที่หลงฝูงจากเขาอ่างฤาไนมาหากินในสวนผลไม้และชุมชนสร้างความหวาดวิตกแก่คนในพื้นที่เขาเกลือ อำเภอโป่งน้ำร้อน ซึ่งพลายลูกแก้วตัวนี้ เดินวนเวียนหากินในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน ตะเข็บรอยต่อชายแดนจันทบุรี – กัมพูชา มากว่าสัปดาห์แล้ว และมีอาการบาดเจ็บที่บริเวณขาหน้าขวา และขาหลังซ้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติคลองเครือหวาย และอุทยานแห่งชาติเขาสอยดาวได้จัดกำลังติดตามพร้อมนำยาแก้อักเสบผสมกับผลไม้ให้ช้างกินบรรเทาอาการ แต่ช้างยังมีอาการหงุดหงิด กระสับกระส่ายอยู่บ้างเจ้าหน้าที่ได้พยายามหลอกให้ช้างออกนอกพื้นที่ชุมชนอย่างสุดความสามารถ
อย่างไรก็ตาม นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้เยี่ยมปลอบขวัญให้กำลังใจชาวบ้านในพื้นที่ที่ช้างพลายลูกแก้วออกหากินพร้อมเตือนชาวบ้านอย่าได้ทำร้ายช้างป่าตัวนี้ โดยเฉพาะการจุดประทัดหรือยิงปืนส่งเสียงดังอาจทำให้ช้างตื่นตกใจสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินและชีวิตคนได้ ในส่วนของผลไม้ที่เสียหายจากการถูกช้างกินทางราชการมีแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาขอชาวบ้านอย่าหวาดวิตกส่วนการแก้ปัญหาจากนี้ต้องขอติดตามดูสถานการณ์ระยะหนึ่งหากเห็นว่าเสี่ยงทั้งคนและช้างจะรีบแจ้งให้กรมอุทยานแห่งชาติหาวิธีการนำช้างป่าตัวนี้ออกจากพื้นที่กลับคืนสู่ธรรมชาติแหล่งอาศัยที่อยู่เดิมโดยเร็วที่สุด ส่วนระยะยาวทางจังหวัดมีแผนโครงการที่จะจัดหาสถานที่แหล่งโซ่อาหารที่สมบูรณ์ให้ช้างอยู่อาศัยและไม่ออกมารบกวนชาวบ้าน เบื้องต้นทางอำเภอแก่งหางแมว มีชาวบ้าน ประชาชนจิตอาสาเตรียมทำโครงการปลูกพืชอาหารให้ช้าง สร้างความสมบูรณ์แก่ธรรมชาติเพิ่มขึ้นซึ่งจังหวัดจะเข้าช่วยเหลือเร่งรีบดำเนินการและอาจแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง
ที่ซอยวังหว้า หมู่ 6 บ้านมาบคล้า ตำบลทับไทร อำเภอโป่งน้ำร้อน นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เดินทางเยี่ยมปลอบขวัญให้กำลังใจชาวบ้านและติดตามดูพฤติกรรมของช้างป่าพลายลูกแก้ว ที่หลงฝูงจากเขาอ่างฤาไนมาหากินในสวนผลไม้และชุมชนสร้างความหวาดวิตกแก่คนในพื้นที่เขาเกลือ อำเภอโป่งน้ำร้อน ซึ่งพลายลูกแก้วตัวนี้ เดินวนเวียนหากินในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน ตะเข็บรอยต่อชายแดนจันทบุรี – กัมพูชา มากว่าสัปดาห์แล้ว และมีอาการบาดเจ็บที่บริเวณขาหน้าขวา และขาหลังซ้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติคลองเครือหวาย และอุทยานแห่งชาติเขาสอยดาวได้จัดกำลังติดตามพร้อมนำยาแก้อักเสบผสมกับผลไม้ให้ช้างกินบรรเทาอาการ แต่ช้างยังมีอาการหงุดหงิด กระสับกระส่ายอยู่บ้างเจ้าหน้าที่ได้พยายามหลอกให้ช้างออกนอกพื้นที่ชุมชนอย่างสุดความสามารถ
อย่างไรก็ตาม นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้เยี่ยมปลอบขวัญให้กำลังใจชาวบ้านในพื้นที่ที่ช้างพลายลูกแก้วออกหากินพร้อมเตือนชาวบ้านอย่าได้ทำร้ายช้างป่าตัวนี้ โดยเฉพาะการจุดประทัดหรือยิงปืนส่งเสียงดังอาจทำให้ช้างตื่นตกใจสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินและชีวิตคนได้ ในส่วนของผลไม้ที่เสียหายจากการถูกช้างกินทางราชการมีแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาขอชาวบ้านอย่าหวาดวิตกส่วนการแก้ปัญหาจากนี้ต้องขอติดตามดูสถานการณ์ระยะหนึ่งหากเห็นว่าเสี่ยงทั้งคนและช้างจะรีบแจ้งให้กรมอุทยานแห่งชาติหาวิธีการนำช้างป่าตัวนี้ออกจากพื้นที่กลับคืนสู่ธรรมชาติแหล่งอาศัยที่อยู่เดิมโดยเร็วที่สุด ส่วนระยะยาวทางจังหวัดมีแผนโครงการที่จะจัดหาสถานที่แหล่งโซ่อาหารที่สมบูรณ์ให้ช้างอยู่อาศัยและไม่ออกมารบกวนชาวบ้าน เบื้องต้นทางอำเภอแก่งหางแมว มีชาวบ้าน ประชาชนจิตอาสาเตรียมทำโครงการปลูกพืชอาหารให้ช้าง สร้างความสมบูรณ์แก่ธรรมชาติเพิ่มขึ้นซึ่งจังหวัดจะเข้าช่วยเหลือเร่งรีบดำเนินการและอาจแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง
จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 11 มิ.ย.57 )
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว
วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2557
เหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับโรงพยาบาลพุทธโสธร รับบริจาคโลหิตเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ
วันนี้ (10 มิ.ย.57) นางมารยาท ตังคณานุกูลชัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา พยาบาลและเจ้าหน้าที่จากพยาบาลโรงพยาบาลพุทธโสธร อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ได้จัดตั้งหน่วยรับบริจาคโลหิตจากประชาชนทั่วไป เพื่อเก็บสำรองเลือดเข้าโรงพยาบาลพุทธโสธร ไว้ช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือประสบอุบัติเหตุ โดยมี นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าร่วมพูดคุยและให้กำลังใจกับผู้มาบริจาคโลหิต ณ ห้องประชุมสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา
นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ภารกิจการรับบริจาคโลหิตของเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา จะรับบริจาคโลหิตจากหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไปในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเก็บสำรองเลือดไว้ใช้ในยามจำเป็น เร่งด่วน และ นอกจากจะมีการรับบริจาคโลหิตแล้วยังมีการเปิดรับ บริจาคดวงตา และอวัยวะ ด้วย ทั้งนี้หากใครมีความประสงค์จะบริจาคดวงตาและอวัยวะ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร. 038 – 814241 , 038-511411 ได้ทุกวันเวลาราชการ สำหรับกำหนดการบริจาคโลหิต ครั้งต่อไปในวันพุธ ที่ 11 มิถุนายน 2557 ณ โรงเรียนเซนต์หลุยส์ อำเภอเมืองฉะเชิงเทราและ พฤหัสบดี ที่ 12 มิถุนายน 2557 ณ บริษัท อิซุซุ มอเตอร์(ประเทศไทย)จำกัด อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงขอเชิญผู้ที่สนใจบริจาคโลหิต เข้าร่วมบริจาคได้ตามวันและสถานที่ดังกล่าว
นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ภารกิจการรับบริจาคโลหิตของเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา จะรับบริจาคโลหิตจากหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไปในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเก็บสำรองเลือดไว้ใช้ในยามจำเป็น เร่งด่วน และ นอกจากจะมีการรับบริจาคโลหิตแล้วยังมีการเปิดรับ บริจาคดวงตา และอวัยวะ ด้วย ทั้งนี้หากใครมีความประสงค์จะบริจาคดวงตาและอวัยวะ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร. 038 – 814241 , 038-511411 ได้ทุกวันเวลาราชการ สำหรับกำหนดการบริจาคโลหิต ครั้งต่อไปในวันพุธ ที่ 11 มิถุนายน 2557 ณ โรงเรียนเซนต์หลุยส์ อำเภอเมืองฉะเชิงเทราและ พฤหัสบดี ที่ 12 มิถุนายน 2557 ณ บริษัท อิซุซุ มอเตอร์(ประเทศไทย)จำกัด อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงขอเชิญผู้ที่สนใจบริจาคโลหิต เข้าร่วมบริจาคได้ตามวันและสถานที่ดังกล่าว
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา
จ.ฉะเชิงเทรา ร่วมกับชมรมกีฬาผู้สูงอายุจังหวัดฉะเชิงเทราจัดกิจกรรมส่งเสริมกีฬาและการออกกำลังกายผู้สูงอายุ ประจำปี 2557
วันนี้ (10 มิ.ย.57) นาย บัณฑิตย์ เทวีทิวา รักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมกีฬาและการออกกำลังกายผู้สูงอายุ ประจำปี 2557 โดยมี ว่าที่ร้อยตรีไพศาล พงศ์ศิริไพศาล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวรายงาน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน เจ้าหน้าที่ นักเรียน นักศึกษา และ นักกีฬาผู้สูงอายุจังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนกว่า 120 คน ณ บริเวณศาลาจัตุรมุข หน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา
รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ผู้สูงอายุเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าและสร้างคุณประโยชน์มากมายให้กับประเทศจึงสมควรได้รับการดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในการดำเนินชีวิตด้วยการเล่นกีฬาที่เหมาะสมกับวัยเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายรวมทั้งการจัดกิจกรรมนันทนาการร่วมกันเพื่อการมีสุขภาพจิตที่ดีของผู้สูงอายุเพราะจากการจัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาครั้งนี้แล้วยังเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์และสร้างความสามัคคีในกลุ่มผู้สูงอายุที่มาจากทุกอำเภอในจังหวัดฉะเชิงเทราด้วย
ด้านท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า การจัดกิจกรรมส่งเสริมกีฬาและการออกกำลังกายผู้สูงอายุ ประจำปี 2557 แบ่งการแข่งขันออกเป็น 7 ชนิดกีฬา ได้แก่ เปตอง กอล์ฟ หมากรุกไทย กรีฑา แบดมินตัน วู้ดบอล และคาราโอเกะ มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีโอกาสออกกำลังกาย เล่นกีฬาเพื่อสุขภาพเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและได้พบปะแลกเปลี่ยนกันในกลุ่มผู้สูงอายุที่สนใจเล่นกีฬาด้วยกัน รวมทั้งให้ผู้สูงอายุแสดงศักยภาพด้านกีฬาเพื่อสุขภาพ กาย ใจ และอารมณ์นอกจากนี้ยังเป็นการคัดเลือกตัวแทนนักกีฬาผู้สูงอายุจังหวัดฉะเชิงเทราเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาผู้สูงอายุ ประจำปี 2557ระหว่างวันที่ 22-25 กรกฏาคม 2557 ณ จังหวัดภูเก็ต อีกด้วย
รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ผู้สูงอายุเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าและสร้างคุณประโยชน์มากมายให้กับประเทศจึงสมควรได้รับการดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในการดำเนินชีวิตด้วยการเล่นกีฬาที่เหมาะสมกับวัยเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายรวมทั้งการจัดกิจกรรมนันทนาการร่วมกันเพื่อการมีสุขภาพจิตที่ดีของผู้สูงอายุเพราะจากการจัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาครั้งนี้แล้วยังเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์และสร้างความสามัคคีในกลุ่มผู้สูงอายุที่มาจากทุกอำเภอในจังหวัดฉะเชิงเทราด้วย
ด้านท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า การจัดกิจกรรมส่งเสริมกีฬาและการออกกำลังกายผู้สูงอายุ ประจำปี 2557 แบ่งการแข่งขันออกเป็น 7 ชนิดกีฬา ได้แก่ เปตอง กอล์ฟ หมากรุกไทย กรีฑา แบดมินตัน วู้ดบอล และคาราโอเกะ มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีโอกาสออกกำลังกาย เล่นกีฬาเพื่อสุขภาพเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและได้พบปะแลกเปลี่ยนกันในกลุ่มผู้สูงอายุที่สนใจเล่นกีฬาด้วยกัน รวมทั้งให้ผู้สูงอายุแสดงศักยภาพด้านกีฬาเพื่อสุขภาพ กาย ใจ และอารมณ์นอกจากนี้ยังเป็นการคัดเลือกตัวแทนนักกีฬาผู้สูงอายุจังหวัดฉะเชิงเทราเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาผู้สูงอายุ ประจำปี 2557ระหว่างวันที่ 22-25 กรกฏาคม 2557 ณ จังหวัดภูเก็ต อีกด้วย
ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา
จังหวัดระยอง จัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ในทุกพื้นที่
นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า จังหวัดระยอง ได้จัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูป ระดับจังหวัดระยอง เพื่อ ปฎิบัติตามเจตนารมย์ของหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ ในการสร้างความรัก ความสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์ ให้คนไทยทุกกลุ่มทุกฝ่าย โดยให้คำนึงถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มากกว่าสิ่งอื่นใด เกิดความร่วมมือกับภาคราชการ เดินหน้าปฎิรูปประเทศ ให้เป็นประชาธิปไตยที่ถูกต้องและยั่งยืน ไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียง และทุจริต คอรัปชั่น รวมทั้งมุ่งเนินให้ประชาชนคนไทย มีระเบียบวินัย รักษากฎหมายมากยิ่งขึ้น บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติกำหนดไว้ จังหวัดระยองจึงได้จัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูประดับจังหวัดขึ้น ณ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดระยอง ชั้น 2 ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง ศูนย์ดังกล่าวถือเป็นโรดแมปที่สำคัญที่ทุกจังหวัดจะต้องดำเนินการให้เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน และทุกอำเภอ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดระยองร่วมกันจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ในพื้นที่ท้องถิ่นของตนเอง เพื่อเป็นศูนย์กลางในการสร้างความรัก ความสามัคคี แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างความรู้ ความเข้าใจร่วมกันอย่างสมานฉันท์ภายใต้ความแตกต่างและหลากหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับข้าราชการผู้ปฎิบัติงานอยู่ในพื้นที่ที่จะต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของความขัดแย้งหรือเลือกฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด จะต้องทำงานบนพื้นฐานของความถูกต้อง และให้บริการประชาชนอย่างเต็มความสามารถ ในแต่ละศูนย์จะมีกิจกรรมเพื่อคืนความสุขให้กับประชาชน มีกิจกรรมนันทนาการ เชิญทุกฝ่ายมาร่วมหารือและรับฟังความคิดเห็น เพื่อสร้างความรัก ความสามัคคี ความปรองดอง สลายแนวคิดที่แตกต่างและป้องกันการปลุกระดมมวลชนที่จะนำไปสู่ความแตกแยกลดการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย โดยเน้นการแก้ไขปัญหาในชุมชนให้มองประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ไม่ขยายความขัดแย้ง ให้สร้างสรรค์และแสวงหาความร่วมมือไปข้างหน้าปรับทัศนคติอย่างมีเหตุผลด้วยความต่อเนื่องและสมัครใจ ขณะเดียวกันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเดินตามแผนปฎิรูปเพื่อให้สถานการณ์ต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นนั้นกลับเข้าสู่สภาวะความปกติสุขโดยเร็ว
สวรส/ข่าว
ผู้ว่าระยอง สั่งไออาร์พีซีหยุด 90 วันหลังเกิดเหตุระเบิดและไฟไหม้
เมื่อเวลา 10.00น.วันที่ 10 มิถุนายน ที่อาคาร 10 ปี บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน)มีการแถลงข่าวกรณีการเกิดเหตุระเบิดมีไฟลุกไหม้ที่หน่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำมันเตา(หน่วย VGOHT :Vacuum Gas Oil Hydro Treating) เพื่อป้อนหน่วยแครกเกอร์เพื่อผลิตเป็นสารโพรไพลีน ภายในบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยองเมื่อเวลา 18.00น.วันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมาโดยมีนายโพธิวัฒน์ เผ่าพงศ์ช่วง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) พร้อมด้วยนายศักดา พันธ์กล้า รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมและคณะโดยเป็นการแถลงผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เร้นส์จากศูนย์เอเนอร์ยี่คอมแพล็กซ์ อาคารบี ชั้น 6 ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯซึ่งมีนายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด เป็นผู้แถลงพร้อมกล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตการณ์ที่เกิดขึ้น ในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าสาเหตเกิดจากการรั่วไหลของสารไฮโดรคาร์บอนด์เป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ หลังเกิดดเหตุได้ตัดแยกระบบของหน่วยผลิตที่เกิดเพลิงไหม้ออกจากโรงงานอื่นๆของบริษัทฯ สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดตั้งแต่เวลา 19.00 น.วันเดียวกัน และได้ดับเพลิงได้ทั้งหมดเมื่อเวลา 20.20 น.วันเดียวกันและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากเขม่าควันไฟ บริษัทนได้ส่งรถเคลื่อนที่ออกไปตรวจวัดสภาพอากาศโดยรอบโรงงานทันทีที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม เบื้องต้นพบว่ามีผลกระทบเล็กน้อยต่อสภาพอากาศ
ซึ่งทางบริษัทฯจะเฝ้าระวังผลกระทบต่อชุมชนอย่างใกล้ชิด พร้อมส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกไปตรวจเยี่ยมประชาชน พร้อมรับฟังปัญหาเพื่อสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพอนามัย นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ กล่าวว่าขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบความเสียหายจากการเกิดเพลิงไหม้ สำหรับโรงกลั่นและโรงงานปิโตรเคมีโดยส่วนใหญ่ยังสามารถดำเนินการผลิตได้ มีเพียงหน่วยที่เกิดเพลิงไหม้และหน่วยผลิตใกล้เคียงจะต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว บริษัทฯประเมินว่ามีผลกระทบต่อการผลิตโดยรวมไม่มากนัก มูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบร่วมกับบริษัทประกันภัย ดดยบริษัทฯมีวงเงินประกัน 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐด้านนายศักดา พันธ์กล้า รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่าได้รับคำสั่งจากอธิบดีฯให้ลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงสาเหตุการเกิดระเบิดและมีไฟไหม้ จะเข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุในวันนี้ พร้อมผู้สื่อข่าวแต่เนื่องจากบริษัทฯมีข้อกฏหมายในเรื่องของการประกัน และรับรองความปลอดภัย บริษัทฯไม่สามารถควบคุมได้ จึงไม่มีอำนาจที่จะพาผู้สื่อข่าวเข้าไปจุดเกิดเหตุได้ แต่ความคืบหน้าในขณะนี้กรมโรงงานมีคำสั่งให้หยุดและให้ผู้บริหารไออาร์พีซี เซ็นรับทราบคำสั่ง
ขณะเดียวกันได้รับแจ้งว่านายธานี สามารถกิจ ผวจ.ระยอง ลงนามคำสั่งให้หยุดเป็นเวลา 90 วัน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สำนักการมีส่วนร่วมกรมโรงงานลงพื้นที่ว่ามีผลกระทบต่อประชาชนรอบโรงงานอย่างไรและให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องกฏหมาย การฟ้องร้องจากผลกระทบที่เกิดขึ้น
ซึ่งทางบริษัทฯจะเฝ้าระวังผลกระทบต่อชุมชนอย่างใกล้ชิด พร้อมส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกไปตรวจเยี่ยมประชาชน พร้อมรับฟังปัญหาเพื่อสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพอนามัย นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ กล่าวว่าขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบความเสียหายจากการเกิดเพลิงไหม้ สำหรับโรงกลั่นและโรงงานปิโตรเคมีโดยส่วนใหญ่ยังสามารถดำเนินการผลิตได้ มีเพียงหน่วยที่เกิดเพลิงไหม้และหน่วยผลิตใกล้เคียงจะต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว บริษัทฯประเมินว่ามีผลกระทบต่อการผลิตโดยรวมไม่มากนัก มูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบร่วมกับบริษัทประกันภัย ดดยบริษัทฯมีวงเงินประกัน 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐด้านนายศักดา พันธ์กล้า รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่าได้รับคำสั่งจากอธิบดีฯให้ลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงสาเหตุการเกิดระเบิดและมีไฟไหม้ จะเข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุในวันนี้ พร้อมผู้สื่อข่าวแต่เนื่องจากบริษัทฯมีข้อกฏหมายในเรื่องของการประกัน และรับรองความปลอดภัย บริษัทฯไม่สามารถควบคุมได้ จึงไม่มีอำนาจที่จะพาผู้สื่อข่าวเข้าไปจุดเกิดเหตุได้ แต่ความคืบหน้าในขณะนี้กรมโรงงานมีคำสั่งให้หยุดและให้ผู้บริหารไออาร์พีซี เซ็นรับทราบคำสั่ง
ขณะเดียวกันได้รับแจ้งว่านายธานี สามารถกิจ ผวจ.ระยอง ลงนามคำสั่งให้หยุดเป็นเวลา 90 วัน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สำนักการมีส่วนร่วมกรมโรงงานลงพื้นที่ว่ามีผลกระทบต่อประชาชนรอบโรงงานอย่างไรและให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องกฏหมาย การฟ้องร้องจากผลกระทบที่เกิดขึ้น
วฐิต/ข่าว
ระยอง จัดกิจกรรม รู้รักสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 10 มิ.ย.57 ที่หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดระยอง นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในการจัดกิจกรรม รู้รักสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ โดยมีข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำองค์กร กลุ่มพลังมวลชน และประชาชนในจังหวัดระยอง ร่วมจัดกิจกรรม จำนวนมาก มีนายวราวุธ ปิ่นเงิน นายทรรศนะ วิชัยธนพัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พล.ต.ต.รุ่งฤทธิ์ ซุ่นทรัพย์ ผบก.ภ.จว.ระยอง น.อ.กิจพัฒน์ นาคมอญ รอง ผอ.กอ.รมน.ระยอง นายสาธิต ปิตุเตชะ นายธารา ปิตุเตชะ นายบัญญัติ เจตนจันทร์ อดีต ส.ส.ระยอง นายสุรชัย ปิตุเตชะ อดีต สว.ระยอง นายวีรพล พวงพิทยาวุฒิ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง นางอนุชิดา ชินศิรประภา ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง และนางประชิด ชินราช ประธานคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดระยอง และนายสิงสมุทร ผิวเหลือง ผอ.สวท.ระยอง ร่วมเป็นเกียรติฯ ทั้งนี้ภายในงานได้จัดมีกิจกรรมร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ชมสารคดีพระราชกรณียกิจ สารคดี และนิทรรศการ สถาบันพระมหาชนก การบรรยายพิเศษ เรื่องเหตุผลที่ทำให้ประชาชนในชาติไม่มีความสุข โดยพลเรือตรีนิเวช บุตรศรี รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน การบริยายพิเศษเรื่องการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ โดยพันเอกโอภาส อุตตรนคร รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 บรรยายพิเศษ หัวข้อ "ตามรอยพระยุคลบาท” โดยพันเอกถิรวัฒน์ บุญเพ็ญ ราชองครักษ์ประจำ กรมราชองครักษ์
นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า ระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา บ้านเมืองมีความขัดแย้งกัน คนในสังคมเกิดความแตกแยก เนื่องจากความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่นับจากบัดนี้เป็นต้นไป คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะดำเนินการทุกอย่างเพื่อคืนความสุขให้แก่ประชาชน โดยขอให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน เพื่อร่วมสร้างความรัก ความสามัคคี และร่วมกันพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า และร่วมแสดงความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า ระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา บ้านเมืองมีความขัดแย้งกัน คนในสังคมเกิดความแตกแยก เนื่องจากความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่นับจากบัดนี้เป็นต้นไป คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะดำเนินการทุกอย่างเพื่อคืนความสุขให้แก่ประชาชน โดยขอให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน เพื่อร่วมสร้างความรัก ความสามัคคี และร่วมกันพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า และร่วมแสดงความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
วฐิต /ข่าว
พมจ.ตราด เชิญชวนนักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปส่งผลงานทางวิชาการเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการส่งเสริมสวัสดิภาพ การคุ้มครองพิทักสิทธิ และการพัฒนาเด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ
(10 มิ.ย. 57) นางสาวมนิดา ลิ่มนิจสรกุล พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด (พมจ.ตราด) เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็กเยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะดำเนินการจัดประชุมวิชาการของ สท. ประจำปี 2557 ในวันที่ 23 กรกฎาคม 255 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภารกิจและผลการดำเนินงานของ สท. ให้เป็นที่ทราบโดยทั่วไป ทั้งยังเป็นการเปิดให้มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ของกลุ่มเป้าหมาย / องค์กรภาคีเครือข่าย และความคิดเห็นกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อผลักดันเชิงนโยบายให้เกิดการขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติ รวมทั้งเป็นการเปิดพื้นที่ทางวิชาการและการแสดงออกให้กับกลุ่มเป้าหมาย / องค์กรภาคีเครือข่ายของ สท. จึงขอเชิญชวนนักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปส่งงานวิจัย บทความทางวิชาการ หรือผลงานด้านวิชาการ เพื่อนำเสนอในงานการประชุมทางวิชาการของ สท. ประจำปี 2557 โดยผลงานที่จะส่งเข้าร่วมเป็นงานวิจัยในระดับปริญญาโท – เอก บทความทางวิชาการ หรือผลงานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการส่งเสริมสวัสดิภาพ การคุ้มครองพิทักสิทธิ และการพัฒนาเด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ และเครือข่ายระหว่างปี พ.ศ. 2554 – 2556 ผู้สนใจสามารถส่งผลงานได้จนถึงวันที่ 13 มิถุนายน นี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มนโยบายและวิชาการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด หมายเลขโทรศัพท์ 0-3951-1588
กกต.ตราด จัดพิธีทำบุญเลี้ยงภัตตาหารพระภิกษุสงฆ์ เนื่องในวันสถาปนาสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
(10 มิ.ย. 57) ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตราด นายประทีป จงสืบธรรม ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตราด พร้อมด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตราด ตลอดจนเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตราด ร่วมกันจัดพิธีทำบุญเลี้ยงภัตตาหารพระภิกษุสงฆ์ 9 รูป เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งปีที่ 16 โดยมีนางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ เข้าร่วม
ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตราด กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาโดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่และประชาชนเข้าร่วมกันทำบุญ อย่างไรก็ตามนอกจากการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งแล้ว สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตราด ยังได้ดำเนินการจัดตั้งห้องสมุดและนิทรรศการประชาธิปไตย ขึ้น เพื่อให้บริการประชาชนในการเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ การมีส่วนร่วมทางการเมือง หนังสือ วารสารต่าง ๆ รวมถึงการให้บริการในการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะหนังสือด้านกฎหมาย พระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่มีให้บริการนับร้อยรายการ ภายในสำนักงานคณะกรรมกากรการเลือกตั้งประจำจังหวัดตราด อีกด้วย
ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตราด กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาโดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่และประชาชนเข้าร่วมกันทำบุญ อย่างไรก็ตามนอกจากการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งแล้ว สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตราด ยังได้ดำเนินการจัดตั้งห้องสมุดและนิทรรศการประชาธิปไตย ขึ้น เพื่อให้บริการประชาชนในการเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ การมีส่วนร่วมทางการเมือง หนังสือ วารสารต่าง ๆ รวมถึงการให้บริการในการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะหนังสือด้านกฎหมาย พระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่มีให้บริการนับร้อยรายการ ภายในสำนักงานคณะกรรมกากรการเลือกตั้งประจำจังหวัดตราด อีกด้วย
ไปรษณีย์จังหวัดตราด เปิดจำหน่ายไปรษณียบัตรทางผลฟุตบอลโลก 2014 เผย ซื้อ 100 ใบขึ้นไปบริการเขียนชื่อที่อยู่ของผู้ซื้อ และบริการส่งถึงบ้าน
(10 มิ.ย. 57) นายรุ่งเรือง รัตนผล หัวหน้าไปรษณีย์จังหวัดตราด เปิดเผยว่า ตามที่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ร่วมกับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ จัดกิจกรรมต้อนรับฟุตบอลโลก 2014 ทายผลแชมป์ผ่านไปรษณียบัตรชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 40 ล้านบาท โดยได้จัดพิมพ์ไปรษณียบัตรชุดพิเศษเพื่อความเป็นแชมป์โดยเฉพาะในชื่อชุด "World Champion” รวม 10 แบบ ในจำนวนนี้เป็นภาพแชมป์ทุกทีมเท่าที่เคยมีมารวม 8 ทีม 8 แบบ ส่วนอีก 2 แบบเป็นดีไซน์สำหรับทีทีมที่จะคว้าแชมป์ในปีนี้ นอกจากทุกแผ่นมีสิทธิ์ลุ้นโชคแล้วยังสามารถสะสมเป็นที่ระลึกได้ด้วย ในส่วนของจังหวัดตราด สำนักงานไปรษณีย์จังหวัดตราดได้รับจัดสรรไปรษณียบัตรดังกล่าวมาจำหน่ายในพื้นที่ ประมาณ 870,000 ใบ โดยเริ่มจำหน่ายไปรษณียบัตรดังกล่าวมาแล้วตั้งแต่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้สำนักงานไปรษณีย์ตราดยังได้ตกแต่งบรรยากาศภายในสำนักงานไปรษณีย์จังหวัดตราด ให้เข้ากับบรรยากาศเทศกาลบอลโลก มีการนำธงชาติประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาประดับประดาให้สวยงาม อย่างไรก็ตามไปรษณีย์จังหวัดตราดยังจัดกิจกรรมพิเศษให้กับประชาชนที่อุดหนุนซื้อไปรษณียบัตรทายผลฟุตบอลโลก 100 ฉบับ ขึ้นไป จะทำการเขียนชื่อที่อยู่ของผู้ซื้อให้ฟรี และบริการส่งถึงบ้าน เพื่อให้ลูกค้าได้ทำการทายผลทีมที่จะได้แชมป์ในครั้งนี้
จังหวัดตราด กำหนดจัดงานปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขสู่คนเมืองตราด วันที่ 13 มิถุนายน นี้
(10 มิ.ย. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด เปิดเผยว่า จังหวัดตราด โดย ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปจังหวัดตราด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด ร่วมกับ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กำหนดจัด "งานปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขสู่คนเมืองตราด” ขึ้น ในวันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน นี้ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณอาคารศูนย์กีฬาในร่มจังหวัดตราด ตรงข้ามที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลวังกระแจะ ทั้งนี้เพื่อเป็นการดำเนินการตามนโยบายคืนความสุขให้กับประชาชนของ คสช. สำหรับการจัดงานในส่วนของจังหวัดตราด มีกิจกรรมที่หลากหลาย ประกอบด้วย การแสดงดนตรีจากองร้อยปฏิบัติการจิตวิทยา หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน การออกหน่วยแพทย์ตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ การให้บริการนวดแผนไทย การแจกพันธุ์ไม้ให้กับประชาชนที่เข้าร่วมงาน รวมทั้งการบริการอาหารเครื่องดื่มโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวตราดร่วมงานปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขสู่คนเมืองตราด ในวันและเวลาดังกล่าว
จ.จันทบุรี จัดกิจกรรมปรองดอง สมานฉันท์ จันทบุรีเมืองแห่งความสุข
ชาวจันทบุรีทุกภาคส่วนร่วมกิจกรรม "จันทบุรีเมืองแห่งความสุข” สร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ลดความขัดแย้งทางการเมืองไม่แบ่งสี แบ่งฝ่าย
วันนี้ ( 10 มิ.ย.57 ) ที่อาคารขนถ่ายสินค้า ศูนย์ราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี จังหวัดจันทบุรีร่วมกับ ป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด กองทัพเรือ และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ได้จัดกิจกรรม " จันทบุรีเมืองแห่งความสุข” เพื่อสร้างความรัก ความสามัคคี สมานฉันท์ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวโดยคำนึงถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เหนือกว่าสิ่งอื่นใด ภายในงานจะมีการจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ฯนิทรรศการจันทบุรีเมืองแห่งความสุข ประวัติความเป็นมาของธงชาติไทย บรรยายพิเศษเรื่องความมั่นคงโดยผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด พลเรือโทสนธยา น้อยฉายา,รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พลตำรวจตรีสุรพล วิรัตน์โยสินทร์ และผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนายสามารถ ลอยฟ้า ที่มุ่งเน้นสร้างความสามัคคี ปรองดอง พัฒนาจังหวัดจันทบุรีเป็นเมืองแห่งความสุขตามยุทธศาสตร์จังหวัดที่มุ่งเน้นสร้างความสุขให้ทุกครัวเรือน การถ่ายภาพหมู่รวมพลังชาวจันทบุรีร่วมส่งคืนความสุขแก่คนไทย การแสดงดนตรีของฝ่ายกิจการพลเรือนป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด กองทัพเรือ รวมทั้งร่วมปลูกต้นไม้และรับประทานอาหารร่วมกัน
วันนี้ ( 10 มิ.ย.57 ) ที่อาคารขนถ่ายสินค้า ศูนย์ราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี จังหวัดจันทบุรีร่วมกับ ป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด กองทัพเรือ และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ได้จัดกิจกรรม " จันทบุรีเมืองแห่งความสุข” เพื่อสร้างความรัก ความสามัคคี สมานฉันท์ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวโดยคำนึงถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เหนือกว่าสิ่งอื่นใด ภายในงานจะมีการจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ฯนิทรรศการจันทบุรีเมืองแห่งความสุข ประวัติความเป็นมาของธงชาติไทย บรรยายพิเศษเรื่องความมั่นคงโดยผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด พลเรือโทสนธยา น้อยฉายา,รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พลตำรวจตรีสุรพล วิรัตน์โยสินทร์ และผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนายสามารถ ลอยฟ้า ที่มุ่งเน้นสร้างความสามัคคี ปรองดอง พัฒนาจังหวัดจันทบุรีเป็นเมืองแห่งความสุขตามยุทธศาสตร์จังหวัดที่มุ่งเน้นสร้างความสุขให้ทุกครัวเรือน การถ่ายภาพหมู่รวมพลังชาวจันทบุรีร่วมส่งคืนความสุขแก่คนไทย การแสดงดนตรีของฝ่ายกิจการพลเรือนป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด กองทัพเรือ รวมทั้งร่วมปลูกต้นไม้และรับประทานอาหารร่วมกัน
จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 10 มิ.ย.57 )
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว
ป.ป.ช. จัดการประชุมผลการดำเนินงาน ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา
วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2557 พลตำรวจตรี อรรณพ นาคบรรพต ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามประจำจังหวัดชลบุรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการ เพื่อแต่ตั้งคณะทำงานด้านโฆษกของ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด ณ ห้องประชุมสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดชลบุรี
สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดชลบุรี ได้จัดประชุมคณะทำงานด้านโฆษกของสำนักงาน เพื่อทำหน้าเพื่อแพร่ข่าวสารประชาสัมพันธ์ของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดชลบุรี สำหรับคณะทำงานโฆษกของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด เป็น 1 ใน 6 คณะทำงานที่ได้ตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่โฆษกของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด ซึ่งจำเป็นต้องมีผู้ที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ด้านการข่าวและด้านประชาสัมพันธ์ เพ่อทำหน้าที่ตามที่คณะอนุกรรมการด้านโฆษกและแพร่ข่าว ป.ป.ช. มอบหมาย
สำหรับคณะทำงานด้านโฆษก มีอำนาจหน้าที่เฝ้าระวัง วิเคราะห์สถานการณ์ด้านการข่าว แสวงหา ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวต่าง ภายในจังหวัดหรือภายในประเทศ ที่มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของคณะกรรมการ ป.ป.จ. และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด และรายงานให้คณะกรรมการ ป.ป.จ. หรือคณะอนุกรรมการด้านโฆษกและเผยแพร่ข่าวสำนักงาน ป.ป.ช. จัดทำแผนปฏิบัติการการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข่าวสาร เพื่อการดำเนินการของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด และสำนักงาน ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้อง กำหนดแนวทางการจัดแถลงข่าว และการให้ข่าวแก่สื่อมวลชน จัดให้มีกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชน และผู้สื่อข่าวในจังหวัดกับคณะกรรมการ ป.ป.จ. และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด เผยแพร่ผลการดำเนินการของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด และจัดทำรายงานผลการดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์ และรายงานให้สำนักงาน ป.ป.ช. ทราบ เป็นตัวแทนการเสริมสร้างเอกลักษณ์ขององค์กรและดำเนินการสื่อสารเอกลักษณ์และภารลักษณ์ของสำนักงาน ป.ป.ช. ให้เข้าถึงประชาชน องค์กรและหน่วยงานต่างๆ ภายในจังหวัดให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะอนุกรรมการด้านโฆษกและเผยแพร่จ่าว สำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย และรายงานผลการดำเนินการให้คณะอนุกรรมการด้านโฆษกและเผยแพร่ข่าว สำนักงาน ป.ป.ช. พิจารณาต่อไป
สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดชลบุรี ได้จัดประชุมคณะทำงานด้านโฆษกของสำนักงาน เพื่อทำหน้าเพื่อแพร่ข่าวสารประชาสัมพันธ์ของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดชลบุรี สำหรับคณะทำงานโฆษกของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด เป็น 1 ใน 6 คณะทำงานที่ได้ตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่โฆษกของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด ซึ่งจำเป็นต้องมีผู้ที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ด้านการข่าวและด้านประชาสัมพันธ์ เพ่อทำหน้าที่ตามที่คณะอนุกรรมการด้านโฆษกและแพร่ข่าว ป.ป.ช. มอบหมาย
สำหรับคณะทำงานด้านโฆษก มีอำนาจหน้าที่เฝ้าระวัง วิเคราะห์สถานการณ์ด้านการข่าว แสวงหา ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวต่าง ภายในจังหวัดหรือภายในประเทศ ที่มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของคณะกรรมการ ป.ป.จ. และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด และรายงานให้คณะกรรมการ ป.ป.จ. หรือคณะอนุกรรมการด้านโฆษกและเผยแพร่ข่าวสำนักงาน ป.ป.ช. จัดทำแผนปฏิบัติการการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข่าวสาร เพื่อการดำเนินการของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด และสำนักงาน ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้อง กำหนดแนวทางการจัดแถลงข่าว และการให้ข่าวแก่สื่อมวลชน จัดให้มีกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชน และผู้สื่อข่าวในจังหวัดกับคณะกรรมการ ป.ป.จ. และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด เผยแพร่ผลการดำเนินการของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด และจัดทำรายงานผลการดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์ และรายงานให้สำนักงาน ป.ป.ช. ทราบ เป็นตัวแทนการเสริมสร้างเอกลักษณ์ขององค์กรและดำเนินการสื่อสารเอกลักษณ์และภารลักษณ์ของสำนักงาน ป.ป.ช. ให้เข้าถึงประชาชน องค์กรและหน่วยงานต่างๆ ภายในจังหวัดให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะอนุกรรมการด้านโฆษกและเผยแพร่จ่าว สำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย และรายงานผลการดำเนินการให้คณะอนุกรรมการด้านโฆษกและเผยแพร่ข่าว สำนักงาน ป.ป.ช. พิจารณาต่อไป
ปริญญา/ข่าว/ภาพ
ชลบุรี จัดประชุม คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 2 ปี 2557 article
วันอังคาร ที่ 10 มิถุนายน 2557 นายอำนวย โชติสกุล ผู้ตรวจการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 9 เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 2 ปี 2557 รายงานผลการดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2557 ของจังหวัดชลบุรี ณ ห้องประชุมพระพิพิธโภไคย ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดชลบุรี
สืบเนื่องมาจากพื้นที่ อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี ได้มีการขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรมอุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง โดยทางอำเภอหนองใหญ่ได้ตระหนักถึงปัญหาและความต้องการของประชาชนเป็นสำคัญ จึงได้จัดทำโครงการตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2557 ของจังหวัดชลบุรี โดยการจัดทำโครงการปรับปรุงสระน้ำ ตำบลหนองเสือช้าง อำเภอหนองใหญ่ จังหวัด ชลบุรี และโครงการปรับปรุงถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ตำบลหนองช้างเสือ อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นการการพัฒนา แก้ไขปัญหาด้านแหล่งน้ำและการคมนาคมขนส่งทางถนน ให้ประชาชนในเขตพื้นที่ อำเภอหนองใหญ่ และรวมไปถึงพื้นที่ใกล้เคียง
นายอำนวย โชติสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 9 ได้ประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 2 เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน โครงการภายใต้แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด ประจำปี งบประมาณ 2557 และตรวจติตาม แผนการดำเนินการในพื้นที่ อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี โดยเชิญหน่วยงานที่รับผิดชอบมาให้ข้อมูลผลการดำเนินการของโครงการ พร้อมทั้งให้คณะกรรมการธรรมาธิบาลจังหวัดร่วมรับฟังคำชี้แจง และทราบข้อมูลผลการดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อจะได้นำข้อมูลไปประกอบการปฏิบัติภารกิจตามอำนาจหน้าที่ และให้สอดส่องการปฏิบัติงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐโครงการตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2557 ของจังหวัดชลบุรี ต่อไป
สืบเนื่องมาจากพื้นที่ อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี ได้มีการขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรมอุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง โดยทางอำเภอหนองใหญ่ได้ตระหนักถึงปัญหาและความต้องการของประชาชนเป็นสำคัญ จึงได้จัดทำโครงการตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2557 ของจังหวัดชลบุรี โดยการจัดทำโครงการปรับปรุงสระน้ำ ตำบลหนองเสือช้าง อำเภอหนองใหญ่ จังหวัด ชลบุรี และโครงการปรับปรุงถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ตำบลหนองช้างเสือ อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นการการพัฒนา แก้ไขปัญหาด้านแหล่งน้ำและการคมนาคมขนส่งทางถนน ให้ประชาชนในเขตพื้นที่ อำเภอหนองใหญ่ และรวมไปถึงพื้นที่ใกล้เคียง
นายอำนวย โชติสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 9 ได้ประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 2 เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน โครงการภายใต้แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด ประจำปี งบประมาณ 2557 และตรวจติตาม แผนการดำเนินการในพื้นที่ อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี โดยเชิญหน่วยงานที่รับผิดชอบมาให้ข้อมูลผลการดำเนินการของโครงการ พร้อมทั้งให้คณะกรรมการธรรมาธิบาลจังหวัดร่วมรับฟังคำชี้แจง และทราบข้อมูลผลการดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อจะได้นำข้อมูลไปประกอบการปฏิบัติภารกิจตามอำนาจหน้าที่ และให้สอดส่องการปฏิบัติงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐโครงการตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2557 ของจังหวัดชลบุรี ต่อไป
คมศักดิ์ หล่อเถิน ข่าว/ภาพ
เทศบาลเมืองชลบุรี จัดโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยง
วันอังคาร ที่ 10 มิถุนายน 2557 นายวีรศักดิ์ น้อยเจริญ รองนายกเทศมนตรีจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธีเปิดโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยง ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 4 สำนักเทศบาลเมืองชลบุรี โดยมีประชาชนที่สนใจเข้าร่วมจำนวน 150 คน
ปัญหาสุขภาพของประชาชนในปัจจุบันพบว่ามีความซับซ้อนมากขึ้น ตามการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี และแบบแผนการดำเนินชีวิตส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วย ทั้งด้วยโรคที่ไม่สามารถป้องกันได้ และโรคบางอย่างเกิดจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์และไม่เหมาะสม เช่นพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ถูกต้อง การขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรือแม้กระทั่ง การปล่อยปละละเลยด้านสุขภาพร่างกายของตนเอง และการจัดการความเครียดของตนเอง การสำรวจพบว่าประชาชน ส่วนใหญ่จะมีปัญหาด้านสุขภาพด้านการออกกำลังกายและการรับผิดชอบต่อตนเองด้านสุขภาพ ซึ่งย่อมส่งผลต่อภาวะสุขภาพประชาชน จากผลการตรวจคัดกรองสุขภาพทั้งหมดจำนวน 838 คน ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรค จำนวน 663 คน ซึ่งแยกเป็นมีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิต จำนวน 256 โรคเบาหวาน จำนวน 109 คน โรคหัวใจและหลอดเลือด จำนวน 580 คน โรคอ้วน จำนวน 294 คน
นายวีรศักดิ์ น้อยเจริญ รองนายกเทศมนตรีจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ปัญหาสุขภาพของประชาชนในปัจจุบันพบว่ามีความซับซ้อนมากขึ้น ตามการเปลี่ยนแปลงของสังคม และเศรษฐกิจ ของประเทศไทย ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการดำเนินชีวิต ประชาชนมีการแข่งขันกัน นิยมวัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้น จึงทำให้วิถีชีวิต มีการเปลี่ยนแปลง เช่น การเร่งรีบกับการทำงาน บริโภคอาหารโดยไม่คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ ขาดการออกกำลังกาย เครียด ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยต่อโรคต่างๆมีปัจจัยเสี่ยงจากการมีพฤติกรรมสุขภาพไม่เหมาะสม ซึ่งกลุ่มนี้สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ มีกิจกรรมทางกาย และจิตใจที่เหมาะสมได้
เทศบาลเมืองชลบุรี ได้เล็งเห็นถึงแนวโน้มที่จะมีผู้ป่วยโรคเรื้อรังและกลุ่มเสี่ยงรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก ถ้าหากไม่มีการแก้ไขปัญหาจากต้นตอที่แท้จริง จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยง โดยมีกลุ่มที่สมัครใจเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 150 คน ได้รับการสนับสนุนคณะวิทยากร จากโรงบาลส่งเสริมสุขภาพศูนย์อนามัยที่ 3 เป็นวิทยากรในการอบรมครั้งนี้อีกด้วย
ปัญหาสุขภาพของประชาชนในปัจจุบันพบว่ามีความซับซ้อนมากขึ้น ตามการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี และแบบแผนการดำเนินชีวิตส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วย ทั้งด้วยโรคที่ไม่สามารถป้องกันได้ และโรคบางอย่างเกิดจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์และไม่เหมาะสม เช่นพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ถูกต้อง การขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรือแม้กระทั่ง การปล่อยปละละเลยด้านสุขภาพร่างกายของตนเอง และการจัดการความเครียดของตนเอง การสำรวจพบว่าประชาชน ส่วนใหญ่จะมีปัญหาด้านสุขภาพด้านการออกกำลังกายและการรับผิดชอบต่อตนเองด้านสุขภาพ ซึ่งย่อมส่งผลต่อภาวะสุขภาพประชาชน จากผลการตรวจคัดกรองสุขภาพทั้งหมดจำนวน 838 คน ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรค จำนวน 663 คน ซึ่งแยกเป็นมีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิต จำนวน 256 โรคเบาหวาน จำนวน 109 คน โรคหัวใจและหลอดเลือด จำนวน 580 คน โรคอ้วน จำนวน 294 คน
นายวีรศักดิ์ น้อยเจริญ รองนายกเทศมนตรีจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ปัญหาสุขภาพของประชาชนในปัจจุบันพบว่ามีความซับซ้อนมากขึ้น ตามการเปลี่ยนแปลงของสังคม และเศรษฐกิจ ของประเทศไทย ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการดำเนินชีวิต ประชาชนมีการแข่งขันกัน นิยมวัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้น จึงทำให้วิถีชีวิต มีการเปลี่ยนแปลง เช่น การเร่งรีบกับการทำงาน บริโภคอาหารโดยไม่คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ ขาดการออกกำลังกาย เครียด ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยต่อโรคต่างๆมีปัจจัยเสี่ยงจากการมีพฤติกรรมสุขภาพไม่เหมาะสม ซึ่งกลุ่มนี้สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ มีกิจกรรมทางกาย และจิตใจที่เหมาะสมได้
เทศบาลเมืองชลบุรี ได้เล็งเห็นถึงแนวโน้มที่จะมีผู้ป่วยโรคเรื้อรังและกลุ่มเสี่ยงรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก ถ้าหากไม่มีการแก้ไขปัญหาจากต้นตอที่แท้จริง จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยง โดยมีกลุ่มที่สมัครใจเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 150 คน ได้รับการสนับสนุนคณะวิทยากร จากโรงบาลส่งเสริมสุขภาพศูนย์อนามัยที่ 3 เป็นวิทยากรในการอบรมครั้งนี้อีกด้วย
คมศักดิ์ หล่อเถิน ข่าว/ภาพ
ตำรวจพัทยาจับ 3 โจ้ ยิงคู่อริ แต่พลาดถูกแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวดับ
ตำรวจพัทยาจับ 3 โจ๋รุมยำอริในผับแล้วชักปืนยิงใส่ แต่กระสุนพลาดไม่ถูกใคร ก่อนถูกตามยิงล้างแค้นเจ็บ 1 ราย แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวสุดซวยโดนลูกหลงดับ สุดท้ายโปลิศ 2 โรงพักไล่ตะครุบได้ทั้งสองแก๊ง
พ.ต.อ.สุภธีร์ บุญครอง รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภูมิสิทธิ์ สิงห์เถื่อน รอง ผกก.สส. และกำลังตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมนายธีระพงษ์ หรือมอส รักแผ่นดินธรรม อายุ 20 ปี นายจักรกฤษณ์ หรือจักร เนื่องจำนงค์ อายุ 19 ปี และนายวรพล หรือหนุ่ม พงษ์นัยรัตน์ อายุ 20 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อกล็อก ขนาด .45 มม. ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาดเดียวกัน 5 นัด และปลอกกระสุนปืน 2 ปลอก
พ.ต.อ.สุภธีร์ บุญครอง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 8 มิ.ย. 57 ผู้ต้องหาพร้อมพวกได้ไปเที่ยวที่ผับแห่งหนึ่ง ริมถนนพัทยาสาย 3 ย่านพัทยาเหนือ แล้วไปเจอกับกลุ่มคู่อริที่เคยมีเรื่องแย่งผู้หญิงกันมาก่อน ทั้งสองกลุ่มจึงเปิดฉากตะลุมบอนกัน จากนั้นนายธีระพงษ์ หรือมอส จึงวิ่งไปหยิบอาวุธปืนใต้เบาะรถ จยย. แล้วยิงใส่กลุ่มคู่อริจำนวน 2 นัด แต่กระสุนไม่ถูกใคร กระทั่งต่างคนต่างแยกย้ายกันหลบหนี
ต่อมากลุ่มวัยรุ่นคู่อริที่ถูกไล่ยิงรู้ว่ากลุ่มของนายธีระพงษ์ หรือมอส ไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวตรงข้ามตลาดหนองเกตุใหญ่ เลยยกพวกขับรถ จยย.ตามไปใช้อาวุธปืนยิงใส่ จนกระสุนถูกนายเทอดไท มาทอง อายุ 21 ปี ที่หน้าท้อง 1 นัด ได้รับบาดเจ็บ และกระสุนยังพลาดไปถูก น.ส.สมพร อุดมศิลป์ อายุ 28 ปี แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เสียชีวิตในขณะนำส่งโรงพยาบาล โดยคดีนี้ทางตำรวจ สภ.บางละมุง เจ้าของพื้นที่รับผิดชอบ ได้ทำการจับกุม นายปราโมทย์ พุฒจันทร์ อายุ 18 ปี (มือปืน) นายทินกร ประทุมรัตน์ อายุ 19 ปี นายธนบดี วิระกูล อายุ 19 ปี และนายธีระวุฒิ นิยมพงษ์ อายุ 19 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก และกระสุนปืนขนาดเดียวกันอีกจำนวนหนึ่ง
ในส่วนคดียิงกันที่ผับในพื้นที่ สภ.เมืองพัทยา ทางตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข่าว จนสามารถจับกุมนายธีระพงษ์ หรือมอส พร้อมพวกอีก 2 คน ได้ที่บ้านพัก และยึดของกลางอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งเจ้าตัวนำไปฝังดินไว้ที่บ้านเพื่อน ก่อนคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวนยังให้การภาคเสธว่ามีเรื่องทะเลาะวิวาทกับกลุ่มของนายปราโมทย์ จริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ใช้อาวุธปืนยิง อย่างไรก็ตาม ภายหลังการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.อ.สุภธีร์ บุญครอง รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภูมิสิทธิ์ สิงห์เถื่อน รอง ผกก.สส. และกำลังตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมนายธีระพงษ์ หรือมอส รักแผ่นดินธรรม อายุ 20 ปี นายจักรกฤษณ์ หรือจักร เนื่องจำนงค์ อายุ 19 ปี และนายวรพล หรือหนุ่ม พงษ์นัยรัตน์ อายุ 20 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อกล็อก ขนาด .45 มม. ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาดเดียวกัน 5 นัด และปลอกกระสุนปืน 2 ปลอก
พ.ต.อ.สุภธีร์ บุญครอง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 8 มิ.ย. 57 ผู้ต้องหาพร้อมพวกได้ไปเที่ยวที่ผับแห่งหนึ่ง ริมถนนพัทยาสาย 3 ย่านพัทยาเหนือ แล้วไปเจอกับกลุ่มคู่อริที่เคยมีเรื่องแย่งผู้หญิงกันมาก่อน ทั้งสองกลุ่มจึงเปิดฉากตะลุมบอนกัน จากนั้นนายธีระพงษ์ หรือมอส จึงวิ่งไปหยิบอาวุธปืนใต้เบาะรถ จยย. แล้วยิงใส่กลุ่มคู่อริจำนวน 2 นัด แต่กระสุนไม่ถูกใคร กระทั่งต่างคนต่างแยกย้ายกันหลบหนี
ต่อมากลุ่มวัยรุ่นคู่อริที่ถูกไล่ยิงรู้ว่ากลุ่มของนายธีระพงษ์ หรือมอส ไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวตรงข้ามตลาดหนองเกตุใหญ่ เลยยกพวกขับรถ จยย.ตามไปใช้อาวุธปืนยิงใส่ จนกระสุนถูกนายเทอดไท มาทอง อายุ 21 ปี ที่หน้าท้อง 1 นัด ได้รับบาดเจ็บ และกระสุนยังพลาดไปถูก น.ส.สมพร อุดมศิลป์ อายุ 28 ปี แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เสียชีวิตในขณะนำส่งโรงพยาบาล โดยคดีนี้ทางตำรวจ สภ.บางละมุง เจ้าของพื้นที่รับผิดชอบ ได้ทำการจับกุม นายปราโมทย์ พุฒจันทร์ อายุ 18 ปี (มือปืน) นายทินกร ประทุมรัตน์ อายุ 19 ปี นายธนบดี วิระกูล อายุ 19 ปี และนายธีระวุฒิ นิยมพงษ์ อายุ 19 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก และกระสุนปืนขนาดเดียวกันอีกจำนวนหนึ่ง
ในส่วนคดียิงกันที่ผับในพื้นที่ สภ.เมืองพัทยา ทางตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข่าว จนสามารถจับกุมนายธีระพงษ์ หรือมอส พร้อมพวกอีก 2 คน ได้ที่บ้านพัก และยึดของกลางอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งเจ้าตัวนำไปฝังดินไว้ที่บ้านเพื่อน ก่อนคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวนยังให้การภาคเสธว่ามีเรื่องทะเลาะวิวาทกับกลุ่มของนายปราโมทย์ จริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ใช้อาวุธปืนยิง อย่างไรก็ตาม ภายหลังการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ปริญญา/ข่าว/ภาพ
ไทยเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงส่งอุปทูตจีน ในโอกาสเดินทางกลับไปรับตำแหน่งใหม่ ณ ร้านอาหารสุดทางรัก
ที่ร้านอาหารสุดทางรัก ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี นายสนธยา คุณปลื้ม อดีต รมว.กระทรวงวัฒนธรรม นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายบัณฑิต ศิริตันหยง อุปนายกสภาวัฒนธรรมไทย-จีน นายสันตศักดิ์ จรูญ งามพิเชษฐ อดีต ส.ส.ชลบุรี ระบบบัญชีรายชื่อ นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ประธานกรรมมาธิการท่องเที่ยวและกีฬาเมืองพัทยา ร่วมกันจัดงานเลี้ยงส่ง นายชาง ยี่หมิง (Mr.Zhang Yi Ming) อุปทูตแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เนื่องในโอกาสอำลากลับไปดำรงตำแหน่งอธิบดีพานิชย์ประเทศจีน โดยมีนายหนิง ฟู่ ขุย Mr.Ning Fu Kui เอกอัคราชทูตจีนประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนักธุรกิจทั้งไทยและจีน ให้เกียรติเข้าร่วมงาน
สำหรับบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างชื่นมื่น หลังรับประทานอาหารทั้งฝ่ายได้สลับกันขึ้นขับกล่อมบทเพลงบนเวที ในโอกาสนี้นายสนธยา ยังเป็นตัวแทนมอบพระพุทธรูปให้กับนายชาง ยี่ หมิง เพื่อให้นำกลับไปบูชาที่ประเทศจีน เป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับจีน ให้มั่นคงยืนนานต่อไป
สำหรับบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างชื่นมื่น หลังรับประทานอาหารทั้งฝ่ายได้สลับกันขึ้นขับกล่อมบทเพลงบนเวที ในโอกาสนี้นายสนธยา ยังเป็นตัวแทนมอบพระพุทธรูปให้กับนายชาง ยี่ หมิง เพื่อให้นำกลับไปบูชาที่ประเทศจีน เป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับจีน ให้มั่นคงยืนนานต่อไป
ปริญญา/ข่าว/ภาพ
วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
กองพลทหารราบที่ 11 จังหวัดฉะเชิงเทรา จัดตั้งศูนย์ประสานงานรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา
กองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า บูรณาการร่วมกับจังหวัดฉะเชิงเทรา กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา จัดตั้งศูนย์ประสานงานรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ณ กองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี พ.อ. ณรงค์ พฤกษารุ่งเรือง รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 ประชุมชี้แจงแนวทางการประชาสัมพันธ์เพื่อประสานงานและให้ความช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีนาย อุทิศ วงศ์มาก ประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา นายปริญญาพล อุทยาภรณ์ ป้องกันจังหวัดฉะเชิงเทรา พ.อ.วุฒิชัย เจริญรื่น หัวหน้ากลุ่มงานข่าว กอ.รมน.ฉะเชิงเทรา ตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อรับทราบแนวทางในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้รับทราบ
พ.อ. ณรงค์ พฤกษารุ่งเรือง รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 กล่าวว่า เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อย ให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติ ในสถานการณ์ดังกล่าวภายหลังการประกาศกฎอัยการศึก กองพลทหารราบที่ 11 จึงได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ณ กองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เพื่อให้เป็นศูนย์ประชาสัมพันธ์เพื่อประสานงานและช่วยเหลือประชาชน ในกรณีต่าง ๆ ที่ประชาชนไม่ได้รับความสะดวก ทั้งนี้ สามารถติดต่อประสานงานและขอรับการช่วยเหลือ ได้ที่ กองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า ศูนย์ประสานงานรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โทรศัพท์ 038-981702 และ038- 981707 โดยสามารถติดต่อประสานงานได้ จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
พ.อ. ณรงค์ พฤกษารุ่งเรือง รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 กล่าวว่า เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อย ให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติ ในสถานการณ์ดังกล่าวภายหลังการประกาศกฎอัยการศึก กองพลทหารราบที่ 11 จึงได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ณ กองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เพื่อให้เป็นศูนย์ประชาสัมพันธ์เพื่อประสานงานและช่วยเหลือประชาชน ในกรณีต่าง ๆ ที่ประชาชนไม่ได้รับความสะดวก ทั้งนี้ สามารถติดต่อประสานงานและขอรับการช่วยเหลือ ได้ที่ กองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า ศูนย์ประสานงานรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โทรศัพท์ 038-981702 และ038- 981707 โดยสามารถติดต่อประสานงานได้ จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ชาญณรงค์/ข่าว
ธนภัทร/ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา
ธนภัทร/ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา
ธ.ก.ส.ฉะเชิงเทรา เร่งจ่ายเงินชาวนาที่ยังคงค้างตามคำสัง คสช.
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมจ่ายเงินโครงการจำนำข้าวปี 25576/57 ภายใต้คำสั่ง ค.ส.ช.ให้แก่เกษตรกรจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ยังไม่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าวจำนวน 1,335 ราย เป็นเงิน 308,875,217 บาท
นายชัยชนะ วาระเพียง ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ฉะเชิงเทรากล่าวว่าธนาคาร ธ.ก.ส. ได้จัดสรรเงินงบประมาณให้กับสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดฉะเชิงเทราจำนวน 70 ล้านบาท เพื่อจ่ายให้กับเกษตรกรชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินตามโครงการรับจำนำข้าว ปี 2556/57 ซึ่งสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดฉะเชิงเทรามียอดค้างจ่ายอยู่ทั้งสิ้น 1,335 ราย เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 308,875,217 บาท โดย โดยวันนี้เป็นวันแรกในการเริ่มดำเนินการจัดสรรเงินให้กับธนาคาร ธ.ก.ส. ในสังกัด 5 สาขาที่ยังมีเงินค้างจ่ายกับเกษตรอยู่ โดยเงินงบประมาณชุดแรก 70 ล้านนี้ จะดำเนินเร่งให้ธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาต่างๆจ่ายให้เกษตรกรเสร็จให้หมดภายในวันที่ 28 พฤษภาคม 2557
นายชัยชนะ วาระเพียง ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ฉะเชิงเทรา กล่าวเพิ่มเติมว่า เกษตรกรที่ไปติดต่อขอรับเงินค่าจำนำข้าววันนี้มีความพึงพอใจอย่างมากและขอขอบคุณคณะรักษา ความสงเรียบร้อยแห่งชาติในการดำเนินการจัดสรรเงินงบประมาณมาให้ โดยเกษตรกรที่มาติดต่อรับเงิน นั้นจะได้นำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการทำนา ฤดูกาลใหม่ และค่าใช้จ่ายในครอบครัวต่างๆ และ สำหรับเกษตรที่ยังไม่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าวที่เหลือ ธนาคาร ธ.ก.ส. จังหวัดฉะเชิงเทรา จะเร่งดำเนินการจ่ายให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน มิถุนายน 2557
นายชัยชนะ วาระเพียง ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ฉะเชิงเทรากล่าวว่าธนาคาร ธ.ก.ส. ได้จัดสรรเงินงบประมาณให้กับสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดฉะเชิงเทราจำนวน 70 ล้านบาท เพื่อจ่ายให้กับเกษตรกรชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินตามโครงการรับจำนำข้าว ปี 2556/57 ซึ่งสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดฉะเชิงเทรามียอดค้างจ่ายอยู่ทั้งสิ้น 1,335 ราย เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 308,875,217 บาท โดย โดยวันนี้เป็นวันแรกในการเริ่มดำเนินการจัดสรรเงินให้กับธนาคาร ธ.ก.ส. ในสังกัด 5 สาขาที่ยังมีเงินค้างจ่ายกับเกษตรอยู่ โดยเงินงบประมาณชุดแรก 70 ล้านนี้ จะดำเนินเร่งให้ธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาต่างๆจ่ายให้เกษตรกรเสร็จให้หมดภายในวันที่ 28 พฤษภาคม 2557
นายชัยชนะ วาระเพียง ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ฉะเชิงเทรา กล่าวเพิ่มเติมว่า เกษตรกรที่ไปติดต่อขอรับเงินค่าจำนำข้าววันนี้มีความพึงพอใจอย่างมากและขอขอบคุณคณะรักษา ความสงเรียบร้อยแห่งชาติในการดำเนินการจัดสรรเงินงบประมาณมาให้ โดยเกษตรกรที่มาติดต่อรับเงิน นั้นจะได้นำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการทำนา ฤดูกาลใหม่ และค่าใช้จ่ายในครอบครัวต่างๆ และ สำหรับเกษตรที่ยังไม่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าวที่เหลือ ธนาคาร ธ.ก.ส. จังหวัดฉะเชิงเทรา จะเร่งดำเนินการจ่ายให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน มิถุนายน 2557
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา
ประกาศจังหวัดระยอง เรื่อง ข้อยกเว้นการห้ามออกนอกเคหะสถานของผู้ที่ทำงานเป็นห้วงเวลาหรือเป็นผลัดและผู้ส่งสินค้าทางเกษตรและประมง ที่อาจทำให้เกิดเสียหาย ตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีประกาศห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถาน ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๓/๒๕๕๗ และฉบับที่ ๘/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๒พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ ซึ่งกำหนดไว้ในห้วงเวลา ๒๒.๐๐ น. ถึง ๐๕.๐๐ น. นั้น
เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการประกอบอาชีพในห้วงเวลาที่ห้ามออกนอกเคหะสถานซึ่งกำหนดไว้ในห้วงเวลา ๒๒.๐๐ น. ถึง ๐๕.๐๐ น. จึงให้หน่วยงาน/องค์กร ดำเนินการดังนี้
๑. ผู้ที่ต้องปฏิบัติงานในสถานประกอบการ ที่ต้องปฏิบัติเป็นห้วงเวลาหรือเป็นผลัด ให้ผู้ประกอบการออกเอกสารรับรองการทำงานในห้วงเวลาการห้ามมิให้บุคคลออกนอกเคหะสถานดังกล่าวแก่พนักงาน เพื่อใช้แสดงตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หากมีการตรวจสอบ
๒. ผู้ที่ต้องขนส่งสินค้าทางการเกษตรหรือประมง ที่มีอายุจำกัดและอาจเกิดความเสียหาย ให้แจ้งข้อมูลการขนส่งสินค้าดังกล่าว ณ. สำนักงานเกษตรอำเภอหรือสำนักงานประมงอำเภอต้นทางแล้วแต่กรณี เพื่อใช้แสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หากมีการตรวจสอบ
ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ. วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗
นายวิชิต ชาตไพสิฐ
ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง
เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการประกอบอาชีพในห้วงเวลาที่ห้ามออกนอกเคหะสถานซึ่งกำหนดไว้ในห้วงเวลา ๒๒.๐๐ น. ถึง ๐๕.๐๐ น. จึงให้หน่วยงาน/องค์กร ดำเนินการดังนี้
๑. ผู้ที่ต้องปฏิบัติงานในสถานประกอบการ ที่ต้องปฏิบัติเป็นห้วงเวลาหรือเป็นผลัด ให้ผู้ประกอบการออกเอกสารรับรองการทำงานในห้วงเวลาการห้ามมิให้บุคคลออกนอกเคหะสถานดังกล่าวแก่พนักงาน เพื่อใช้แสดงตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หากมีการตรวจสอบ
๒. ผู้ที่ต้องขนส่งสินค้าทางการเกษตรหรือประมง ที่มีอายุจำกัดและอาจเกิดความเสียหาย ให้แจ้งข้อมูลการขนส่งสินค้าดังกล่าว ณ. สำนักงานเกษตรอำเภอหรือสำนักงานประมงอำเภอต้นทางแล้วแต่กรณี เพื่อใช้แสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หากมีการตรวจสอบ
ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ. วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗
นายวิชิต ชาตไพสิฐ
ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง
ตร.สภ.เพ รวบแก๊งชาวเขมรเอเย่นค้ายาบ้า
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 26 พ.ค.ที่ สภ.เพ อ.เมืองระยอง พล.ต.ต.สมนึก บุรมิ ผบก.ภ.ระยอง พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชาติ ไชยบุญเรือง ผกก.สภ.เพ พ.ต.ท.ชัยพงษ์ แสงพงษ์ชัย รอง ผกก.สส.สภ.เพ พ.ต.ท.ไพทูรย์ ปาปะคัง รอง ผกก.ป.สภ.เพ และพ.ต.ท.อำนาจ ภูษิต สว.สส.สภ.เพ แถลงข่าวจับกุมแก๊งค้ายาบ้าชาวกัมพูชาเอเย่นค้ายาบ้าในพื้นที่ ได้ผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย นางดา ไม่มีนามสกุล อายุ 39 ปี นายเก้า ไม่มีนามสกุล อายุ 40 ปี และนายเซ่งตรวน ไม่มีนามสกุล อายุ 53 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 8,150 เม็ด รถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน ขธก 875 ระยอง ปืนปากกาไทยประดิษฐ์ จำนวน 2 กระบอก และเครื่องกระสุนขนาด.22จำนวน 36 นัด และ.38 จำนวน 14 นัด
ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 26 พ.ค.พ.ต.ท.ชัยพงษ์ แสงพงษ์ชัย รอง ผกก.สส.สภ.เพพ.ต.ท.ไพทูรย์ ปาปะคัง รอง ผกก.ป.สภ.เพ และพ.ต.ท.อำนาจ ภูษิต สว.สส.สภ.เพ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง ได้ร่วมกันจับกุมนางดา ไม่มีนามสกุล ชาวกัมพูชา พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 5 เม็ด หลังลักลอบนำยาบ้ามาจำหน่ายในพื้นที่ สภ.เพ จึงนำตัวมาสอบสวนขยายผล และรับว่ารับยาบ้ามาจากนายเก้า คนสัญชาติเดียวกัน จึงได้ติดต่อล่อซื้อ จากนายเก้าโดยนัดหมายให้นายเก้ามาส่งยาบ้าให้ที่ห้องเช่าหลังอู่ตาดำ ม.5 ต.เพ จำนวน 50 เม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวจับกุมได้พร้อมของกลางยาบ้า 100 เม็ด ก่อนจะนำตัวไปค้นห้องพัก ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ต.ปากน้ำ อ.เมืองระยอง พบเห็นนายเซ็งตรวน อยู่ในห้องเช่าดังกล่าว และได้ตรวจยึดยาบ้าอีกจำนวน 8,000 เม็ด พร้อมของกลางปืนปากกา รถจักรยานยนต์ และเครื่องกระสุนปืนไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับยาบ้าจำนวนดังกล่าวมาจากเครือข่ายชาวกัมพูชาด้วยกัน โดยจะลำเลียงมาทางเรือ ก่อนจะลักลอบจำหน่ายให้กับวัยรุ่นให้กับวัยรุ่น และแรงงานภาคประมงด้วยกันในพื้นที่ อ.เมืองระยอง ในราคาเม็ดละ 120 บาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา "พยายามจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เพ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 26 พ.ค.พ.ต.ท.ชัยพงษ์ แสงพงษ์ชัย รอง ผกก.สส.สภ.เพพ.ต.ท.ไพทูรย์ ปาปะคัง รอง ผกก.ป.สภ.เพ และพ.ต.ท.อำนาจ ภูษิต สว.สส.สภ.เพ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง ได้ร่วมกันจับกุมนางดา ไม่มีนามสกุล ชาวกัมพูชา พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 5 เม็ด หลังลักลอบนำยาบ้ามาจำหน่ายในพื้นที่ สภ.เพ จึงนำตัวมาสอบสวนขยายผล และรับว่ารับยาบ้ามาจากนายเก้า คนสัญชาติเดียวกัน จึงได้ติดต่อล่อซื้อ จากนายเก้าโดยนัดหมายให้นายเก้ามาส่งยาบ้าให้ที่ห้องเช่าหลังอู่ตาดำ ม.5 ต.เพ จำนวน 50 เม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวจับกุมได้พร้อมของกลางยาบ้า 100 เม็ด ก่อนจะนำตัวไปค้นห้องพัก ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ต.ปากน้ำ อ.เมืองระยอง พบเห็นนายเซ็งตรวน อยู่ในห้องเช่าดังกล่าว และได้ตรวจยึดยาบ้าอีกจำนวน 8,000 เม็ด พร้อมของกลางปืนปากกา รถจักรยานยนต์ และเครื่องกระสุนปืนไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับยาบ้าจำนวนดังกล่าวมาจากเครือข่ายชาวกัมพูชาด้วยกัน โดยจะลำเลียงมาทางเรือ ก่อนจะลักลอบจำหน่ายให้กับวัยรุ่นให้กับวัยรุ่น และแรงงานภาคประมงด้วยกันในพื้นที่ อ.เมืองระยอง ในราคาเม็ดละ 120 บาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา "พยายามจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เพ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
วฐิต กลางนอก/ข่าว
ระยอง น่าจะเป็นน้ำเสียจากโรงงานแห่งนี้ที่แอบปล่อยช่วงที่มีฝนตกเมื่อวานนี้
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดระยอง เก็บตัวอย่างน้ำเสียไปตรวจพิสูจน์ หลังได้รับการร้องเรียนว่าโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย ลักลอบปล่อยน้ำเสียลงคลองสาธารณะ วันที่ 27 พ.ค. 57 นายอารยะ เนตรวงศ์ นายสราวุธ พรทิพย์ วิศวกรประจำสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง นายทิวัตน์ รัตนเกตุ สาธารณสุขอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง นายสำเริง บุรุษโชติ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัว หมู่ 2 นายเสนาะ บุญปลื้ม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 และผู้แทนจากฝ่ายสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัว จังหวัดระยอง ได้เข้าเก็บตัวอย่างน้ำเสียในโรงงานไทยเปเปอร์มิลล์ จำกัด (โรงงานรีไซเคิลกระดาษ)ซึ่งตั้งอยู่ที่ 66 หมู่ 3 ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ที่บริเวณปลายท่อระบบบำบัดน้ำเสีย 1 จุด และ ที่บริเวณหน้าฝายของโรงงานดังกล่าว เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมภาคตะวันออกของกรมโรงงาน หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าโรงงานแอบปล่อยน้ำเสียช่วงฝนตกเมื่อวานนี้ จนน้ำในคลองใหญ่ ที่ไหลผ่านชุมชนบ้านหนองกรับหมู่ 2 – 3 ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านค่าย ขุ่นมีสีดำ และมีกลิ่นเหม็น โดยมีนายวีระ ศรีรัตนโช ผู้จัดการฝ่ายบุคคลของโรงงานกระดาษแห่งหนึ่งที่ถูกระบุว่าปล่อยน้ำเสีย ร่วมสังเกตการณ์ นายสำเริง บุรุษโชติ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัว เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงเช่าของวันนี้ (23 พฤษภาคม) ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหมู่ 2 - 3 และพบว่าน้ำในคลองใหญ่ช่วงหลังวัดหนองกรับซึ่งเป็นคลองสาธารณะที่ชาวบ้านใช้อุปโภคบริโภคและการเกษตร มีลักษณะขุ่นดำและมีกลิ่นเหม็นรบกวนจนชาวบ้านในพื้นที่เดือดร้อนไม่สามารถนำน้ำในคลองไปใช้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคลองแห่งนี้เป็นต้นน้ำที่นำมาผลิตน้ำประปาในจังหวัดระยอง น่าจะเป็นน้ำเสียจากโรงงานแห่งนี้ที่แอบปล่อยช่วงที่มีฝนตกเมื่อวานนี้
ทางด้านนายอารยะ เนตรวงศ์ วิศวกรประจำสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจะระบุชัดได้ว่าโรงงานแห่งนี้เป็นต้นเหตุของน้ำในคลองดำ เนื่องจากต้องรอผลการพิสูจน์หาค่าของตัวอย่างน้ำเสียที่เก็บมาจากโรงงานก่อน คาดว่าจะใช้เวลาสักระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำเป็นที่เรียบร้อย ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ร่วมทำบันทึกข้อเท็จจริงการเก็บตัวอย่างน้ำไว้เป็นหลักฐานทั้ง 2 จุด โดยนายวีระ ศรีรัตนโช ผู้จัดการฝ่ายบุคคลของโรงงาน กล่าวว่า ในเบื้องต้นคงต้องให้ความเป็นธรรมแก่โรงงาน และขอให้รอผลตรวจสอบค่าขอน้ำก่อนที่จะหาว่าโรงงานเป็นต้นเหตุ
วฐิต /ข่าว
ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 จังหวัดระยอง เตรียมจัดงานวันทะเลโลก ประจำปี 2557 มุ่งเน้นให้ประชาชนตระหนักหวงแหน และอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล
วันที่ 27 พ.ค.2557 นายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 จังหวัดระยอง เป็นประธานในการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดงานวันทะเลโลก ประจำปี 2557 ซึ่งงานวันดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันที่ 8 มิถุนายนนี้ ณ บริเวณลานเอนกประสงค์ท่าเรียบเรือและศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเทศบาลบ้านเพ อ.เมืองระยอง โดยงานจะเริ่มตั้งเวลา 08.00 น.เป็นต้นไป ภายในงานจะจัดให้มีกิจกรรมที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ประกอบด้วย การดำน้ำเก็บขยะ เก็บขยะชายหาด ปล่อยปูทะเล ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ มอบพันธุ์กล้าไม้ ทำหญ้าเทียม มอบทุ่นผูกเรือ มอบโล่ชุมชนอนุรักษ์ต้นแบบ และนิทรรศการจากหน่วยงานราชการและภาคเอกชน ที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล
นายภุชงค์ กล่าว กิจกรรมที่จัดขึ้นในเนื่องวันทะเลโลกดังกล่าว นอกจากศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 จังหวัดระยอง ที่เป็นแม่งานหลักแล้ว ยัง มีหน่วยงานเข้าร่วมกิจกรรมอีกหลายหน่วยงานประกอบด้วย ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตะวันออก ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งระยอง สถานีวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งระยอง อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า เกาะเสม็ด สวนพฤกษาศาสตร์ระยอง และบ้านเพ ทั้งนี้งานที่จัดขึ้นมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมงานประชาชน ชาวประมงในพื้นที่ได้ตระหนักหวงแหนและการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล
นายภุชงค์ กล่าว กิจกรรมที่จัดขึ้นในเนื่องวันทะเลโลกดังกล่าว นอกจากศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 จังหวัดระยอง ที่เป็นแม่งานหลักแล้ว ยัง มีหน่วยงานเข้าร่วมกิจกรรมอีกหลายหน่วยงานประกอบด้วย ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตะวันออก ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งระยอง สถานีวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งระยอง อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า เกาะเสม็ด สวนพฤกษาศาสตร์ระยอง และบ้านเพ ทั้งนี้งานที่จัดขึ้นมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมงานประชาชน ชาวประมงในพื้นที่ได้ตระหนักหวงแหนและการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล
วฐิต /ข่าว
จ.ตราด จัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมถวายเป็นพุทธบูชา เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
(25 พ.ค. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด พร้อมด้วยนายวิเชียร ทรัพย์เจริญ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด นำพุทธศาสนิกชนหลายร้อยคนที่เข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรมถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในวันวิสาขบูชาและเฉลิมพระเกียรติพระบาทมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร่วมทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง ปัจจัย ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งของกิจกรรมปฏิบัติธรรมถวายเป็นพุทธบูชา จัดขึ้นที่ที่พุทธมณฑลตราด
พระบุรพเขตธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัดตราด กล่าวว่า การจัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมในครั้งนี้คณะสงฆ์จังหวัดตราดร่วมกับจังหวัดตราด องค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2557 และร่วมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีทั้งพระภิกษุสงฆ์ อุบาสกอุบาสิกา ทั้งจากจังหวัดตราดและจังหวัดอื่น ๆ เข้าร่วมปฏิบัติธรรมรวม 2 วันหลายร้อยคน ทั้งนี้ก็เพื่อให้พุทธศาสนิกชน คนไทยทุกหมู่เหล่า ได้ทำความดีอย่างเหมาะสมในเทศกาลสำคัญสากล รวมถึงได้แสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมาหกษัตริย์อีกด้วย
พระบุรพเขตธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัดตราด กล่าวว่า การจัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมในครั้งนี้คณะสงฆ์จังหวัดตราดร่วมกับจังหวัดตราด องค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2557 และร่วมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีทั้งพระภิกษุสงฆ์ อุบาสกอุบาสิกา ทั้งจากจังหวัดตราดและจังหวัดอื่น ๆ เข้าร่วมปฏิบัติธรรมรวม 2 วันหลายร้อยคน ทั้งนี้ก็เพื่อให้พุทธศาสนิกชน คนไทยทุกหมู่เหล่า ได้ทำความดีอย่างเหมาะสมในเทศกาลสำคัญสากล รวมถึงได้แสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมาหกษัตริย์อีกด้วย
วิทยาลัยชุมชนตราด เชิญชวนผู้สนใจร่วมงาน “วิทยานิทรรศน์ @ วิทยาลัยชุมชนตราด” ครั้งที่ 2
( 25 พ.ค. 57 ) นางกรรณิกา สุภาภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนตราด เปิดเผยว่า วิทยาลัยชุมชนตราด กำหนดจัดงาน "วิทยานิทรรศน์ @ วิทยาลัยชุมชนตราด” ครั้งที่ 2 ขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2557 ณ วิทยาลัยชุมชนตราด ถนนสุขุมวิท (ช่วงตราด – คลองใหญ่) ตำบลเนินทราย อำเภอเมืองตราด ทั้งนี้เพื่อแสดงผลงานการศึกษาค้นคว้า สิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากผลึกแห่งความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ของนักศึกษาวิทยาลัยชุมชนตราดเพื่อเผยแพร่ผลงานสู่ชุมชน และประชาชน และสามาราถนำไปปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม การประกวด และการแข่งขันต่าง ๆ อาทิ การแซววาที การประกวดแฟชั่นโชว์ชุดอาเซียน การประกวดการแสดงความสามารถพิเศษ การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ การแข่งขันครอสเวิร์ด และการนำเสนอสินค้าชุมชน เป็นต้น วิทยาลัยชุมชนตราดจึงขอเชิญชวนประชาชน เยาวชนผู้สนใจร่วมงานในวันดังกล่าวตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป
ผู้แทน ผบ.ทบ. รดน้ำศพ พร้อมให้ความช่วยเหลือครอบครัว อาสาสมัครทหารพรานนิวิกโยธินที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคง ในพื้นที่จังหวัดตราด
(26 พ.ค. 57) ที่ศาลาการเปรียญ วัดไผ่ล้อม อำเภอเมืองตราด พลตรี กนิษฐ์ ชาญปรีชญา จากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ในฐานะผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พลเรือตรี สานนท์ ผะเอม รองผู้บัญชการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ตลอดจนกำลังหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 1 ร่วมกันประกอบพิธีรดน่ำศพอาสาสมัครทหารพราน วุฒินันท์ ศรีประสิทธิ์ อาสามัครจากชุดควบคุมทหารพรานนิวิกโยธินที่ 1 ซึ่งเสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา จากเหตุประทะกับคนร้ายคดี ด้านความมั่นคงในพื้นที่ ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลประณีต อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้าของเพื่อนร่วมงาน
ทั้งนี้เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ทหารล้อมจับผู้ต้องหาคดีด้านความมั่นคง ในกรณีเหตุปาระเบิด และยิงถล่มเวที กปปส.ตราด ที่ตลาดสด ยิ่งเจริญ ตำบลแสนตุ้ง โดยคนร้ายปาระเบิดและใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่เวทีชุมนุม เวที กปปส.จังหวัดตราด ถูกเมื่อคืนวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บหลายสิบราย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าผู้ต้องหาได้มาหลบซ่อนตัวที่ตำบลประณีต จึงได้ล้อมเข้าจับกุมจนกระทั่งอาสาสมัครทหารพราน วุฒินันท์ ศรีประสิทธิ์ เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตามทางหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งให้ความช่วยเหลือครอบครัวของ อาสาสมัครทหารพรานที่เสียชีวิตรายนี้แล้ว
ทั้งนี้เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ทหารล้อมจับผู้ต้องหาคดีด้านความมั่นคง ในกรณีเหตุปาระเบิด และยิงถล่มเวที กปปส.ตราด ที่ตลาดสด ยิ่งเจริญ ตำบลแสนตุ้ง โดยคนร้ายปาระเบิดและใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่เวทีชุมนุม เวที กปปส.จังหวัดตราด ถูกเมื่อคืนวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บหลายสิบราย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าผู้ต้องหาได้มาหลบซ่อนตัวที่ตำบลประณีต จึงได้ล้อมเข้าจับกุมจนกระทั่งอาสาสมัครทหารพราน วุฒินันท์ ศรีประสิทธิ์ เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตามทางหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งให้ความช่วยเหลือครอบครัวของ อาสาสมัครทหารพรานที่เสียชีวิตรายนี้แล้ว
ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน จังหวัดตราด จัดงานวันสถาปนาศูนย์ราชการุณย์ฯ ครบ 35 ปี
(26 พ.ค. 57) นายสุรพงษ์ ลิ้มพานิช ผู้ช่วยเหรัญญิกสภากาชาดไทย เป็นประธานในการบำเพ็ญกุศลครบรอบ 35 ปี วันสถาปนาศูนย์ราชการุณย์ สภากาชาดไทย เขาล้าน โดยมีนางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด พร้อมด้วยส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม ที่อาคารรสสุคนธ์ ภายในศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทยเขาล้าน จังหวัดตราด
ผู้ช่วยเหรัญญิกสภากาชาดไทย กล่าวว่า ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย ถือกำเนิดเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2522 โดยพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานความช่วยเหลือแก่ชาวกัมพูชาที่อพยพเข้ามาจำนวนนับแสนคน เพื่อหนีภัยสงครามภายในประเทศกัมพูชาเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสัมภาร โดยในทุกๆ ปี สภากาชาดไทยได้จัดให้มีการบำเพ็ญกุศล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน โดยนอกจากการบำเพ็ญกุศลแล้ว ยังมีกิจกรรมการจัดแสดงนิทรรศการถาวรพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าฯ เมื่อครั้งเสด็จเยี่ยมผู้อพยพชาวกัมพูชาในสมัยนั้นอีกด้วย
ผู้ช่วยเหรัญญิกสภากาชาดไทย กล่าวว่า ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย ถือกำเนิดเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2522 โดยพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานความช่วยเหลือแก่ชาวกัมพูชาที่อพยพเข้ามาจำนวนนับแสนคน เพื่อหนีภัยสงครามภายในประเทศกัมพูชาเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสัมภาร โดยในทุกๆ ปี สภากาชาดไทยได้จัดให้มีการบำเพ็ญกุศล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน โดยนอกจากการบำเพ็ญกุศลแล้ว ยังมีกิจกรรมการจัดแสดงนิทรรศการถาวรพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าฯ เมื่อครั้งเสด็จเยี่ยมผู้อพยพชาวกัมพูชาในสมัยนั้นอีกด้วย
ทอดผ้าป่ามหากุศล สมทบการจัดสร้างพระพุทธเมตตาวัดเทพประทาน อ.สอยดาว
องคมนตรีเป็นประธานนำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนร่วมทอดผ้าป่ามหากุศลสมทบการจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม พระพุทธเมตตา วัดเทพประทาน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี
เมื่อวานนี้ ( 25 พ.ค.57 )ที่วัดเทพประทาน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุก องคมนตรี ประธานคณะกรรมการจัดสร้าง พระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐม พระพุทธเมตตา ได้เป็นประธานทอดผ่าปามหากุศล เพื่อรวบรวมปัจจัยสมทบการจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม น้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยมีคณะกรรมการจากภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้มีจิตศรัทธา ร่วมพิธีจำนวนมาก อาทิ ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยนำโดยนายเกรียงเดช เข็มทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายอภินันท์ จันทรังษี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กองทัพอากาศ กองทัพเรือ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และร่วมบริจาคทรัพย์เพื่อเป็นปัจจัยสมทบการจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม พระพุทธเมตตา นิลรัตนะ ขนาดหน้าตักกว้าง 29 เมตร สูง 45 เมตรที่จะประดิษฐาน ณ วัดเทพประทานพร อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรีเพื่อสืบอายุพระพุทธศาสนา ปกป้องคุ้มครองประเทศชาติให้มีความสงบสุขร่มเย็นรวมทั้งเป็นอนุสรณ์สถิตอยู่เคียงคู่กับอาคาร ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์โดยมียอดเงินร่วมสมทบทั้งสิ้น 9,632,144 บาท ทั้งนี้การทอดผ้าป่านับเป็นประเพณีทั่วไปของชาวพุทธนิยมจัดเพื่อให้พุทธศาสนิกชนสามารถรวมตัวกันทำงานบุญกุศลร่วมกันได้ทั้งปี ผิดกับการจัดทอดกฐินที่สามารถจัดได้เพียงปีละ 1 ครั้ง จึงเป็นที่นิยมในการร่วมทำบุญมหากุศลเพื่อสาธารณะประโยชน์ของวัดและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้วัฒนาสถาพรสืบไป
เมื่อวานนี้ ( 25 พ.ค.57 )ที่วัดเทพประทาน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุก องคมนตรี ประธานคณะกรรมการจัดสร้าง พระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐม พระพุทธเมตตา ได้เป็นประธานทอดผ่าปามหากุศล เพื่อรวบรวมปัจจัยสมทบการจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม น้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยมีคณะกรรมการจากภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้มีจิตศรัทธา ร่วมพิธีจำนวนมาก อาทิ ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยนำโดยนายเกรียงเดช เข็มทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายอภินันท์ จันทรังษี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กองทัพอากาศ กองทัพเรือ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และร่วมบริจาคทรัพย์เพื่อเป็นปัจจัยสมทบการจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม พระพุทธเมตตา นิลรัตนะ ขนาดหน้าตักกว้าง 29 เมตร สูง 45 เมตรที่จะประดิษฐาน ณ วัดเทพประทานพร อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรีเพื่อสืบอายุพระพุทธศาสนา ปกป้องคุ้มครองประเทศชาติให้มีความสงบสุขร่มเย็นรวมทั้งเป็นอนุสรณ์สถิตอยู่เคียงคู่กับอาคาร ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์โดยมียอดเงินร่วมสมทบทั้งสิ้น 9,632,144 บาท ทั้งนี้การทอดผ้าป่านับเป็นประเพณีทั่วไปของชาวพุทธนิยมจัดเพื่อให้พุทธศาสนิกชนสามารถรวมตัวกันทำงานบุญกุศลร่วมกันได้ทั้งปี ผิดกับการจัดทอดกฐินที่สามารถจัดได้เพียงปีละ 1 ครั้ง จึงเป็นที่นิยมในการร่วมทำบุญมหากุศลเพื่อสาธารณะประโยชน์ของวัดและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้วัฒนาสถาพรสืบไป
จรัล/ภาพ/ข่าว ( 26 พ.ค.57 )
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว
อำเภอสอยดาว จ.จันทบุรี จัดงานส่งเสริมประเพณีบุญบั้งไฟ
ชาวบ้านอำเภอสอยดาวร่วมงานประเพณีบุญบั้งไฟ อย่างคึกคัก เป็นการส่งเสริมประชาสัมพันธ์ประเพณีวัฒนธรรมชาวอีสานรวมทั้งบูชาพญาแถนขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล
ในช่วงก่อนเข้าพรรษาของทุกปี ในพื้นที่ตำบลทุ่งขนาน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ที่มีชาวอีสานอพยพมาทำกินจำนวนมากและชาวบ้าน ร่วมกับ อบจ.สภาวัฒนธรรมอำเภอ และที่ว่าการอำเภอสอยดาวจังหวัดจันทบุรี จะจัดงานส่งเสริมประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นงานประจำปีต่อเนื่องมาหลายปีเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์งานบุญประเพณีที่ดีงามของชุมชนชาวอีสานที่อพยพมาทำกินในพื้นที่อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี อนุรักษ์ภูมิปัญญาชาวบ้าน ส่งเสริมความรักความสามัคคีของคนในชุมชน รวมทั้งบูชาพญาแถนตามความเชื่อก่อนที่จะเข้าช่วงเทศกาลเข้าพรรษาหรือฤดูฝน ให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลสร้างความชุ่มชื้นและบำรุงผลผลิตพืชสวน พืชไร่ ของชาวบ้านโดยปีนี้งานบุญบั้งไฟของชุมชนชาวอีสานที่อพยพมาอยู่ในอำเภอสอยดาวจังหวัดจันทบุรีได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี ที่ว่าการอำเภอสอยดาว และสภาวัฒนธรรมโดยมี ร้อยเอกหญิงสมจิต จึงตระกูล เป็นประธานการจัดงาน มีการแห่บั้งไฟไปในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอสอยดาว รวมทั้งจัดแข่งขันจุดบั้งไฟ 2 วัน คือที่ฐานบ้านซับตารี ตำบลทุ่งขนาน และที่ฐานจุดบ้านสะตอน ตำบลทุ่งขนาน อำเภอสอยดาว มีชาวบ้านในพื้นที่ ประชาชน นักท่องเที่ยวรวมทั้งชาวกัมพูชาร่วมงานกันอย่างคับคั่งท่ามกลางความสนุกสนานของงานบุญประเพณี และปีนี้ได้จัดให้มีการประกวดบั้งไฟสวยงาม การประกวดรำเซิ้ง การแข่งขันจุดบั้งไฟขึ้นสูง การโชว์จุดบั้งไฟแสน แข่งขันบั้งไฟ 2 นิ้ว และบั้งไฟ 3 นิ้ว
ในช่วงก่อนเข้าพรรษาของทุกปี ในพื้นที่ตำบลทุ่งขนาน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ที่มีชาวอีสานอพยพมาทำกินจำนวนมากและชาวบ้าน ร่วมกับ อบจ.สภาวัฒนธรรมอำเภอ และที่ว่าการอำเภอสอยดาวจังหวัดจันทบุรี จะจัดงานส่งเสริมประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นงานประจำปีต่อเนื่องมาหลายปีเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์งานบุญประเพณีที่ดีงามของชุมชนชาวอีสานที่อพยพมาทำกินในพื้นที่อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี อนุรักษ์ภูมิปัญญาชาวบ้าน ส่งเสริมความรักความสามัคคีของคนในชุมชน รวมทั้งบูชาพญาแถนตามความเชื่อก่อนที่จะเข้าช่วงเทศกาลเข้าพรรษาหรือฤดูฝน ให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลสร้างความชุ่มชื้นและบำรุงผลผลิตพืชสวน พืชไร่ ของชาวบ้านโดยปีนี้งานบุญบั้งไฟของชุมชนชาวอีสานที่อพยพมาอยู่ในอำเภอสอยดาวจังหวัดจันทบุรีได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี ที่ว่าการอำเภอสอยดาว และสภาวัฒนธรรมโดยมี ร้อยเอกหญิงสมจิต จึงตระกูล เป็นประธานการจัดงาน มีการแห่บั้งไฟไปในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอสอยดาว รวมทั้งจัดแข่งขันจุดบั้งไฟ 2 วัน คือที่ฐานบ้านซับตารี ตำบลทุ่งขนาน และที่ฐานจุดบ้านสะตอน ตำบลทุ่งขนาน อำเภอสอยดาว มีชาวบ้านในพื้นที่ ประชาชน นักท่องเที่ยวรวมทั้งชาวกัมพูชาร่วมงานกันอย่างคับคั่งท่ามกลางความสนุกสนานของงานบุญประเพณี และปีนี้ได้จัดให้มีการประกวดบั้งไฟสวยงาม การประกวดรำเซิ้ง การแข่งขันจุดบั้งไฟขึ้นสูง การโชว์จุดบั้งไฟแสน แข่งขันบั้งไฟ 2 นิ้ว และบั้งไฟ 3 นิ้ว
จรัล/ภาพ/ข่าว ( 26 พ.ค.57 )
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว
ทหารเข้มชายแดนหวั่นแกนนำก่อความไม่สงบหลบหนีออกนอกประเทศ
กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด สนธิกำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตรวจเข้มแนวชายแดน พร้อมนำรูป 13 แกนนำ นปช.ติดประตูป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศ ตามคำสั่ง คสช.
ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ถนนสายต่าง ๆ ที่จะมุ่งหน้าออกชายแดนของจังหวัดจันทบุรี มีทหารจากกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด สนธิกำลังร่วมกับตำรวจภูธร ตชด.11 และฝ่ายปกครอง ตรวจเข้มผู้ที่ใช้เส้นทางผ่านไป - มา โดยเฉพาะที่จุดผ่านแดนถาวรตลาดบ้านแหลม ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เส้นทางผ่านที่จะออกไปประเทศเพื่อนบ้านมีการตรวจเข้มทุกจุดตรวจ ทั้งที่ด่านตรวจ ร้อย. ทพ.นย. 525 บ้านแหลม ทหารพรานตรึงกำลังตรวจเข้มในการผ่านเข้าออกของประชาชนรวมทั้งแรงงานชาวกัมพูชาป้องกันการซุกซ่อนอาวุธสงครามและสิ่งผิดกฎหมายเข้าราชอาณาจักร ที่จุดผ่านแดนถาวรตลาดบ้านแหลม เจ้าหน้าที่ได้นำรูปถ่ายของแกนนำ นปช.รวม 13 คนมาติดเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทหารจากกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดเป็นข้อสังเกตในการป้องกันกลุ่มแกนนำ นปช.จะหลบหนีออกนอกประเทศเป็นไปตามคำสั่งของ คสช. ส่วนบรรยากาศการค้าขายทั่วไปที่จุดผ่านแดนทั้ง 5 จุดของจังหวัดจันทบุรียังคึกคัก ตามปกติ โดยเฉพาะผลไม้ สินค้าเครื่องอุปโภค บริโภค เครื่องนุ่งห่ม อุปกรณ์กันฝนและสินค้าทางการเกษตรมีชาวกัมพูชามาเลือกซื้อไปรับประทานจำนวนมาก แต่ยังไม่พบการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด
ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ถนนสายต่าง ๆ ที่จะมุ่งหน้าออกชายแดนของจังหวัดจันทบุรี มีทหารจากกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด สนธิกำลังร่วมกับตำรวจภูธร ตชด.11 และฝ่ายปกครอง ตรวจเข้มผู้ที่ใช้เส้นทางผ่านไป - มา โดยเฉพาะที่จุดผ่านแดนถาวรตลาดบ้านแหลม ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เส้นทางผ่านที่จะออกไปประเทศเพื่อนบ้านมีการตรวจเข้มทุกจุดตรวจ ทั้งที่ด่านตรวจ ร้อย. ทพ.นย. 525 บ้านแหลม ทหารพรานตรึงกำลังตรวจเข้มในการผ่านเข้าออกของประชาชนรวมทั้งแรงงานชาวกัมพูชาป้องกันการซุกซ่อนอาวุธสงครามและสิ่งผิดกฎหมายเข้าราชอาณาจักร ที่จุดผ่านแดนถาวรตลาดบ้านแหลม เจ้าหน้าที่ได้นำรูปถ่ายของแกนนำ นปช.รวม 13 คนมาติดเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทหารจากกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดเป็นข้อสังเกตในการป้องกันกลุ่มแกนนำ นปช.จะหลบหนีออกนอกประเทศเป็นไปตามคำสั่งของ คสช. ส่วนบรรยากาศการค้าขายทั่วไปที่จุดผ่านแดนทั้ง 5 จุดของจังหวัดจันทบุรียังคึกคัก ตามปกติ โดยเฉพาะผลไม้ สินค้าเครื่องอุปโภค บริโภค เครื่องนุ่งห่ม อุปกรณ์กันฝนและสินค้าทางการเกษตรมีชาวกัมพูชามาเลือกซื้อไปรับประทานจำนวนมาก แต่ยังไม่พบการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด
จรัล/ภาพ/ข่าว ( 26 พ.ค.57 )
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว
ศูนย์ ปภ. เขต 17 จันทบุรี จัดประชุมประชาคม อปพร.ระดับกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก
วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม 2557 ศูนย์ อปพร.เขต 17 จันทบุรี จัดประชุมประชาคม อปพร.ระดับกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก โดย หม่อมหลวง ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธี ณ ห้องตำหนักน้ำ ชั้น 3โรงแรมชลอินเตอร์ จ.ชลบุรี มีคณะกรรมการ อปพร.จังหวัดตราด จันทบุรี ระยองและชลบุรี เข้าร่วมประชุม และรับฟังบรรยายพิเศษ กว่า 120 คน
ปัจจุบันกิจการ อปพร. ได้มีการขยายตัวและมีความเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น มีประชาชนให้ความสนใจ และสมัครเข้ารับการฝึกอบรมสมาชิก อปพร.ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ที่กำหนดให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ มีกำลัง อปพร.เพื่อช่วยเหลือในการป้องกนและบรรเทาสาธรารณภัยในพื้นที่ ไม่น้อยกว่า 2 ของจำนวนประชากร และในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของสมาชิก อปพร.จะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระบบและมีทิศทางเดียวกัน จำเป็นต้องมีการรวมกลุ่ม และดำเนินกิจกรรมระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง มีการขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างศูนย์ อปพร.ในแต่ละจังหวัด กับหน่วยงานและองค์กรอาสาสมัครที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการให้สมาชิก อปพร.ในสังกัดศูนย์ อปพร.ทุกแห่ง ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับงาน อปพร.ตลอดจนร่วมมือกันพัฒนาศูนย์ อปพร.ให้มีมาตรฐานในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
การจัดการประชุมประชาคม อปพร.ระดับเขต ประจำปี 2557 ของศูนย์ ปภ.เขต 17 จันทบุรีและสำนักงาน ปภ. จังหวัดในเขตครั้งนี้ ถือว่าเป็นกิจกรรมที่สำคัญยิ่งที่คณะกรรมการประสานศูนย์ อปพร. สมาชิก อปพร. และศูนย์ อปพร. จะได้มีความสัมพันธ์ระหว่างกันมากยิ่งขึ้น รวมทั้งได้มีส่วนร่วมในการแสดงข้อคิดเห็น แนวทางแก้ไขปัญหาและการปฏิบัติงานของสมาชิก อปพร. การบรรยายให้ความรู้ เรื่องสิทธิ อปพร. ตาม พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยผู้เชี่ยวชาญ จากสำนักมาตรการป้องกันสาธารณภัย และบรรยายพิเศษเกี่ยวกับบทบาท อปพร.กับการปกป้องสถาบัน โดยหม่อมหลวง ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกิจการ อปพร. และเกิดเครือข่ายความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่งผลให้ประชาชนมีสวัสดิ์ภาพ ในความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ปัจจุบันกิจการ อปพร. ได้มีการขยายตัวและมีความเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น มีประชาชนให้ความสนใจ และสมัครเข้ารับการฝึกอบรมสมาชิก อปพร.ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ที่กำหนดให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ มีกำลัง อปพร.เพื่อช่วยเหลือในการป้องกนและบรรเทาสาธรารณภัยในพื้นที่ ไม่น้อยกว่า 2 ของจำนวนประชากร และในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของสมาชิก อปพร.จะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระบบและมีทิศทางเดียวกัน จำเป็นต้องมีการรวมกลุ่ม และดำเนินกิจกรรมระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง มีการขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างศูนย์ อปพร.ในแต่ละจังหวัด กับหน่วยงานและองค์กรอาสาสมัครที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการให้สมาชิก อปพร.ในสังกัดศูนย์ อปพร.ทุกแห่ง ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับงาน อปพร.ตลอดจนร่วมมือกันพัฒนาศูนย์ อปพร.ให้มีมาตรฐานในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
การจัดการประชุมประชาคม อปพร.ระดับเขต ประจำปี 2557 ของศูนย์ ปภ.เขต 17 จันทบุรีและสำนักงาน ปภ. จังหวัดในเขตครั้งนี้ ถือว่าเป็นกิจกรรมที่สำคัญยิ่งที่คณะกรรมการประสานศูนย์ อปพร. สมาชิก อปพร. และศูนย์ อปพร. จะได้มีความสัมพันธ์ระหว่างกันมากยิ่งขึ้น รวมทั้งได้มีส่วนร่วมในการแสดงข้อคิดเห็น แนวทางแก้ไขปัญหาและการปฏิบัติงานของสมาชิก อปพร. การบรรยายให้ความรู้ เรื่องสิทธิ อปพร. ตาม พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยผู้เชี่ยวชาญ จากสำนักมาตรการป้องกันสาธารณภัย และบรรยายพิเศษเกี่ยวกับบทบาท อปพร.กับการปกป้องสถาบัน โดยหม่อมหลวง ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกิจการ อปพร. และเกิดเครือข่ายความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่งผลให้ประชาชนมีสวัสดิ์ภาพ ในความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
คมศักดิ์ หล่อเถิน/ข่าว/ภาพ
สวนนงนุชพัทยา คว้ารางวัลเหรียญทอง เชลซีฟลาวเวอร์โชว์ 2014 ติดต่อ 5 ปีซ้อน
สวนนงนุชพัทยาคว้ารางวับลเหรียญทองในงานเชลซีฟลาวเวอร์โชว์ 2014 ที่ประเทศอังกฤษ โดยในปีนี้ได้รับพระเกียรติจาก เอลิซาเบธ อะเล็กซานดรา สมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษ เสด็จชื่นชมการจัดสวนของประเทศไทย และคณะกรรมการตัดสินการจัดสวน ได้ตัดสินให้ สวนนงนุชพัทยา ในนามของประเทศไทย ได้รับรางวัล เหรียญทอง หรือ GOLD MEDAL ซึ่งถือว่าประเทศไทยครองแชมป์เหรียญทองมาเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเมืองพัทยา และในนามของสวนนงนุชพัทยา ที่เป็นตัวแทนของประเทศไทย เข้าร่วมการประกวดจัดสวนในปีนี้
ด้านนายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ก่อนเดินทางไปประกวดครั้งนี้ คุณภาษิต พุ่มชูศรี รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว แลนายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา ได้ร่วมทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างเมืองพัทยา กรมการท่องเที่ยว และสวนนงนุชพัทยา ในการเข้าร่วมประกวดจัดสวนงานเชลซีฟลาวเวอร์โชว์ 2014 ระหว่างวันที่ 19 ถึง 24 พ.ค.57 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยมี ท่านกิตติ วสีนนท์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ นายภวัต เลิศมุกดา นายอำเภอสัตหีบ นางศิริพร ปิ่นล่ม นายกเทศมนตรีเทศบาลเกล็ดแก้ว ตลอดจน ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลง
นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างมาก ที่ได้ทราบข่าวว่า สวนนงนุชพัทยา สามารถ คว้าชัยได้รับรางวัลเหรียญทองเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ซึ่งในปีนี้ สวนนงนุชพัทยา ได้รับเกียรติจากเมืองพัทยา กรมการท่องเที่ยว กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกันใช้แนวความคิด THAILAND: Our Pride,Our Monarch ,Our Cultural Heritage ซึ่งสื่อให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชนชาวไทย โดยใช้เส้นสายของดอกไม้แสดงให้เห็นถึงพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ของพระองค์ ที่นำความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่ประชาชน และยังสื่อให้เห็นถึงความเจริญสัมพันธ์ไมตรี ระหว่างราชวงศ์ไทย และราชวงศ์ สหราชอาณาจักรอังกฤษ มีความเหนียวแน่นมายาวนาน ผลสำเร็จครั้งนี้ ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย และนำมาซึ่งชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทย อีกด้วย
ด้านนายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ก่อนเดินทางไปประกวดครั้งนี้ คุณภาษิต พุ่มชูศรี รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว แลนายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา ได้ร่วมทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างเมืองพัทยา กรมการท่องเที่ยว และสวนนงนุชพัทยา ในการเข้าร่วมประกวดจัดสวนงานเชลซีฟลาวเวอร์โชว์ 2014 ระหว่างวันที่ 19 ถึง 24 พ.ค.57 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยมี ท่านกิตติ วสีนนท์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ นายภวัต เลิศมุกดา นายอำเภอสัตหีบ นางศิริพร ปิ่นล่ม นายกเทศมนตรีเทศบาลเกล็ดแก้ว ตลอดจน ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลง
นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างมาก ที่ได้ทราบข่าวว่า สวนนงนุชพัทยา สามารถ คว้าชัยได้รับรางวัลเหรียญทองเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ซึ่งในปีนี้ สวนนงนุชพัทยา ได้รับเกียรติจากเมืองพัทยา กรมการท่องเที่ยว กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกันใช้แนวความคิด THAILAND: Our Pride,Our Monarch ,Our Cultural Heritage ซึ่งสื่อให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชนชาวไทย โดยใช้เส้นสายของดอกไม้แสดงให้เห็นถึงพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ของพระองค์ ที่นำความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่ประชาชน และยังสื่อให้เห็นถึงความเจริญสัมพันธ์ไมตรี ระหว่างราชวงศ์ไทย และราชวงศ์ สหราชอาณาจักรอังกฤษ มีความเหนียวแน่นมายาวนาน ผลสำเร็จครั้งนี้ ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย และนำมาซึ่งชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทย อีกด้วย
ปริญญา/ข่าว/ภาพ
ชาวชลบุรี ร่วมบริจาคน้ำดื่มเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ทหาร
วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ชาวชลบุรี พร้อมทั้งพ่อค้าตลาดวัดลาง ตลาดทรัพย์สิน และตลาดใหม่ ได้นำน้ำดื่ม กาแฟ มาม่า ของแห้งอาหารทะเล และเงินจำนวน 20,000 กว่าบาท มามอบให้กับทหารเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยมีพันเอกคม วิริยะเวชกุล ผู้แทนจากค่ายมณฑลทหารบกที่ 14 พร้อมคณะได้อออกมารับสิ่งของ ณ วัดอุทยานนธี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
นอกจากนี้ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี มณฑลทหารบกที่ 14 ได้ตั้ง บก.ติดตามสถานการณ์ / อำนวยความสะดวก ณ อาคารกีรติสิริโยธิน ประชาชนท่านใดมีขอส่งสัยให้สอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 038 - 203534 , 038 - 279007 และ 098 - 9205719 บริการอนุญาตเดินทางออกนอกเคหะเวลาเคอร์ฟิวส์ ด้วย
นอกจากนี้ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี มณฑลทหารบกที่ 14 ได้ตั้ง บก.ติดตามสถานการณ์ / อำนวยความสะดวก ณ อาคารกีรติสิริโยธิน ประชาชนท่านใดมีขอส่งสัยให้สอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 038 - 203534 , 038 - 279007 และ 098 - 9205719 บริการอนุญาตเดินทางออกนอกเคหะเวลาเคอร์ฟิวส์ ด้วย
ปริญญา/ข่าว/ภาพ
ตำรวจพัทยา รวบหนุ่มใต้-กะเทย เปิดห้องค้ายาไอซ์-ยาบ้า
ร.ต.อ.เนติธร รัตนสุชานันท์ รอง สวป. สภ.เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี พร้อมกำลัง ร่วมกันจับกุมเอเย่นต์ยาเสพติดในพื้นที่เมืองพัทยาจำนวน 2 ราย ประกอบด้วยนายอลงกรณ์ หรือแอฟ แสงสันต์ อายุ 18 ปี ชาวจังหวัดศีรษะเกษ เป็นสาวประเภทสอง ของกลางยาไอซ์ 1 ถุง น้ำหนัก 1.12 กรัม และนายประมูล หรือซัน แซ่ตั้ง อายุ 34 ปี ชาวจังหวัดสงขลา พร้อมของกลางยาบ้า 10 เม็ด ยาไอซ์ 13 ถุง น้ำหนักรวม 8.49 กรัม
สืบเนื่องจาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ออกตรวจในพื้นที่ ระหว่างนั้นพบนายอลงกรณ์ หรือแอฟ ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง ขับขี่รถจักรยานยนต์มีท่าทางพิรุธ ตำรวจจึงเรียกขอตรวจค้นพบยาไอซ์ 1 ถุง โดยรับสารภาพว่ายาไอซ์ดังกล่าวเพิ่งไปซื้อมาจากนายประมูล หรือซัน เอเย่นต์ยาเสพติด ทางตำรวจจึงให้นายอลงกรณ์ หรือแอฟ ติดต่อขอล่อซื้อยาไอซ์จำนวน 1 ถุง โดยนัดหมายส่งของบริเวณหน้าหอพัก ไม่มีชื่อ ย่านเทพประสิทธิ์
ต่อมาตำรวจได้รับสัญญาณมือ จากนายอลงกรณ์ หรือแอฟ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งดักซุ่มดูพฤติกรรมอยู่ใกล้เคียงบริเวณดังกล่าว จึงทำการเข้าจับกุมทันที จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้คุมตัวไปค้นในห้องพัก ก็พบยาไอซ์จำนวน 10 กว่าถุง พร้อมทั้งยาบ้า ซุกซ่อนอยู่ในห้องพัก จึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี พร้อมสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการยาเสพติดรายนี้ต่อไป
สืบเนื่องจาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ออกตรวจในพื้นที่ ระหว่างนั้นพบนายอลงกรณ์ หรือแอฟ ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง ขับขี่รถจักรยานยนต์มีท่าทางพิรุธ ตำรวจจึงเรียกขอตรวจค้นพบยาไอซ์ 1 ถุง โดยรับสารภาพว่ายาไอซ์ดังกล่าวเพิ่งไปซื้อมาจากนายประมูล หรือซัน เอเย่นต์ยาเสพติด ทางตำรวจจึงให้นายอลงกรณ์ หรือแอฟ ติดต่อขอล่อซื้อยาไอซ์จำนวน 1 ถุง โดยนัดหมายส่งของบริเวณหน้าหอพัก ไม่มีชื่อ ย่านเทพประสิทธิ์
ต่อมาตำรวจได้รับสัญญาณมือ จากนายอลงกรณ์ หรือแอฟ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งดักซุ่มดูพฤติกรรมอยู่ใกล้เคียงบริเวณดังกล่าว จึงทำการเข้าจับกุมทันที จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้คุมตัวไปค้นในห้องพัก ก็พบยาไอซ์จำนวน 10 กว่าถุง พร้อมทั้งยาบ้า ซุกซ่อนอยู่ในห้องพัก จึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี พร้อมสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการยาเสพติดรายนี้ต่อไป
ปริญญา/ข่าว/ภาพ
ตร.พัทยา ล่อซื้อยาไอซ์ เอเย่นต์ในพื้นที่ ยึดของกลางยาไอซ์ 34.25 กรัม คาห้องน้ำปั้มน้ำมัน
ร.ต.อ.เนติธร รัตนสุชานันท์ รอง สวป. สภ.เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี พร้อมกำลัง ร่วมกันจับกุมตัวเอเย่นต์ยาเสพติดในพื้นที่เมืองพัทยา ได้ผู้ต้องหา 1 ราย คือนายณัฐพล นงนุช อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/16 หมู่1 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พร้อมของกลาง ยาไอซ์จำนวน 18 ถุง ชั่งน้ำหนักรวม 34.25 กรัม และธนบัตรรัฐบาลไทย ฉบับละ 1,000 บาท ใช้ในการล่อซื้อจำนวน 3 ฉบับ สามารถจับกุมได้บริเวณหน้าห้องน้ำชาย ปั้มน้ำมันบางจาก ถนนพัทยาเหนือ
ร.ต.อ.เนติธร เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตำรวจได้สืบทราบว่า นายณัฐพล ผู้ต้องหา มีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ จึงนำธนบัตรจำนวน 3,000 บาท ลงบันทึกประจำวัน ที่สภ.เมืองพัทยา เพื่อเป็นหลักฐานในใช้ล่อซื้อยาไอซ์ ก่อนนำธนบัตรให้สายลัยติดต่อขอล่อซื้อ โดยนัดหมายส่งของบริเวณหน้าห้องน้ำชาย ปั้มน้ำมันบางจาก ถนนพัทยาเหนือ ตำรวจจึงได้ซุ่มแฝงตัวบริเวณใกล้เคียงจุดเหตุ ต่อมา นายณัฐพล ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์จอดบริเวณจุดนัดพบ จากนั้นเมื่อสายลัยส่งสัญญาณให้ตำรวจ จึงทำการเข้าจับกุมตัว ตรวจค้นพบยาไอซ์จำนวนดังกล่าว ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกง ส่วนธนบัตรใช้ในการล่อซื้อ กำอยู่ในมือข้างขวา จึงคุมตัวมาโรงพัก
เบื้องต้น นายณัฐพล ผู้ต้องหา ให้การยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ตำรวจจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี พร้อมกับสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการยาเสพติดรายนี้ต่อไป
ร.ต.อ.เนติธร เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตำรวจได้สืบทราบว่า นายณัฐพล ผู้ต้องหา มีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ จึงนำธนบัตรจำนวน 3,000 บาท ลงบันทึกประจำวัน ที่สภ.เมืองพัทยา เพื่อเป็นหลักฐานในใช้ล่อซื้อยาไอซ์ ก่อนนำธนบัตรให้สายลัยติดต่อขอล่อซื้อ โดยนัดหมายส่งของบริเวณหน้าห้องน้ำชาย ปั้มน้ำมันบางจาก ถนนพัทยาเหนือ ตำรวจจึงได้ซุ่มแฝงตัวบริเวณใกล้เคียงจุดเหตุ ต่อมา นายณัฐพล ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์จอดบริเวณจุดนัดพบ จากนั้นเมื่อสายลัยส่งสัญญาณให้ตำรวจ จึงทำการเข้าจับกุมตัว ตรวจค้นพบยาไอซ์จำนวนดังกล่าว ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกง ส่วนธนบัตรใช้ในการล่อซื้อ กำอยู่ในมือข้างขวา จึงคุมตัวมาโรงพัก
เบื้องต้น นายณัฐพล ผู้ต้องหา ให้การยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ตำรวจจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี พร้อมกับสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการยาเสพติดรายนี้ต่อไป
ปริญญา/ข่าว/ภาพ
วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
อุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทราจัด “โครงการอุตสาหกรรมสีเขียว Green Industry ”
วันนี้ (22 พ.ค.57) นายไพศาล วิมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน โครงการอุตสาหกรรมสีเขียว Green Industry ณ โรงแรม แกรนด์รอยัล พลาซ่า อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา โดยมีนาย ประกอบ วิวิธจินดา อุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวรายงาน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการและผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการฯ มีผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนกว่า 200 คน เข้าร่วมสัมมนา
สำหรับการจัดสัมมนาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมประกอบกิจการด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทั้งภาครัฐ ชุมชน และอุตสาหกรรม มุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว 5 ระดับ รวมทั้งส่งเสริมให้โรงงานอุตสาหกรรมนำเกณฑ์ของอุตสาหกรรมสีเขียวไปปฏิบัติและได้รับการรับรองการเลื่อนระดับอุตสาหกรรมสีเขียว การพัฒนาสถานประกอบการสู่โครงการอุตสาหกรรมสีเขียวและเพื่อจัดทำช่องทางและเครื่องมือในการสื่อสารการดำเนินโครงการอุตสาหกรรมสีเขียวผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์แก่สถานประกอบการและผู้ที่สนใจทั่วไปโดยในปี 2557 มีเป้าหมายส่งเสริมสถานประกอบการในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมสีเขียวให้ได้จำนวน 152 ราย
สำหรับการจัดสัมมนาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมประกอบกิจการด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทั้งภาครัฐ ชุมชน และอุตสาหกรรม มุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว 5 ระดับ รวมทั้งส่งเสริมให้โรงงานอุตสาหกรรมนำเกณฑ์ของอุตสาหกรรมสีเขียวไปปฏิบัติและได้รับการรับรองการเลื่อนระดับอุตสาหกรรมสีเขียว การพัฒนาสถานประกอบการสู่โครงการอุตสาหกรรมสีเขียวและเพื่อจัดทำช่องทางและเครื่องมือในการสื่อสารการดำเนินโครงการอุตสาหกรรมสีเขียวผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์แก่สถานประกอบการและผู้ที่สนใจทั่วไปโดยในปี 2557 มีเป้าหมายส่งเสริมสถานประกอบการในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมสีเขียวให้ได้จำนวน 152 ราย
ชาญณรงค์/ข่าว
ธนภัทร/ภาพ
ธนภัทร/ภาพ
สนง. เกษตร จ.ตราด จัดแข่งขันกวนทุเรียนลีลาประกอบเพลง สร้างสีสันให้กับงานวันระกำหวาน ฯ ท่ามกลางความสนใจของนักท่องเที่ยว
(22 พ.ค. 57) บริเวณบ้านท่าจอด อ. เขาสมิง ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานวันระกำหวาน ผลไม้ และของดีเมืองตราด ประจำปี 2557 สำนักงานเกษตรจังหวัด จัดกิจกรรมแข่งขันกวนทุเรียนลีลา ประกอบเพลง ซึ่งเป็น 1 ในกิจกรรมของงานวันระกำหวาน ผลไม้และของดีเมืองตราด ประจำปี 2557 โดยมีกลุ่มแม่บ้านและชุมชนต่าง ๆ ในจังหวัดตราดสนใจเข้าร่วมแข่งขัน 10 ทีม โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวสนใจชมกรแข่งขันในบรรยากาศที่สนุกสนาน
นายนเรศ ฝีปากเพราะ เกษตรจังหวัดตราด กล่าวว่า การจัดแข่งขันครั้งนี้เป็นสร้างสีสันให้กับการจัดงานวันระกำหวาน ผลไม้ และของดีเมืองตราด ทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ผลไม้คุณภาพของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว สำหรับผู้เข้าแข่งขันแบ่งเป็นทีมละ 6 คน เป็นผู้กวนทุเรียน 2 คน และเป็นหางเครื่อง 4 คน ใช้เวลาแข่งขันประมาณ 60 นาที ทั้งนี้ผู้เข้าแข่งขันในแต่ละทีม ต่างแบ่งหน้าที่กันทำ ทั้งการเตรียมเนื้อทุเรียนมาก่อนให้สุกประมาณ 60 เปอร์เซนต์ โดยการให้คะแนนจะดู รสชาดของทุเรียนกวน ความสะอาด ความรวดเร็ว ลีลาสนุกสนาน และความสามัคคีภายในทีม ซึ่งระหว่างแข่งขันจะมีการเปิดเสียงเพลง เพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการกวนทุเรียน สำหรับผลการแข่งขันปรากฏว่าทีมแม่บ้านจากเกาะกูด อำเภอเกาะกูด สามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศจากรสชาติ และลีลาในการแข่งขันกวนทุเรียนลีลาในครั้งนี้ไป
นายนเรศ ฝีปากเพราะ เกษตรจังหวัดตราด กล่าวว่า การจัดแข่งขันครั้งนี้เป็นสร้างสีสันให้กับการจัดงานวันระกำหวาน ผลไม้ และของดีเมืองตราด ทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ผลไม้คุณภาพของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว สำหรับผู้เข้าแข่งขันแบ่งเป็นทีมละ 6 คน เป็นผู้กวนทุเรียน 2 คน และเป็นหางเครื่อง 4 คน ใช้เวลาแข่งขันประมาณ 60 นาที ทั้งนี้ผู้เข้าแข่งขันในแต่ละทีม ต่างแบ่งหน้าที่กันทำ ทั้งการเตรียมเนื้อทุเรียนมาก่อนให้สุกประมาณ 60 เปอร์เซนต์ โดยการให้คะแนนจะดู รสชาดของทุเรียนกวน ความสะอาด ความรวดเร็ว ลีลาสนุกสนาน และความสามัคคีภายในทีม ซึ่งระหว่างแข่งขันจะมีการเปิดเสียงเพลง เพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการกวนทุเรียน สำหรับผลการแข่งขันปรากฏว่าทีมแม่บ้านจากเกาะกูด อำเภอเกาะกูด สามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศจากรสชาติ และลีลาในการแข่งขันกวนทุเรียนลีลาในครั้งนี้ไป
กรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล พื้นที่ตำบลแหลมกลัด อ.เมืองตราด หลังพบปัญหาค่อนข้างรุนแรง
(22 พ.ค. 57) นายพยัคฆพันธุ์ โพธิ์แก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ในพื้นที่ตำบลแหลมกลัด อำเภอเมืองตราด ครั้งที่ 1 ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยกลุ่มบริษัมที่ปรึกษาโครงการฯ จัดขึ้นที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมกลัด อำเภอเมืองตราด โดยมีประชาชนในพื้นที่ตำบลแหลมกลัดรวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กับโครงการเข้าร่วมเวทีครั้งนี้
นายสุมล เกียงแก้ว วิศวกรโยธา ชำนาญการพิเศษ กรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า พื้นที่หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 10 ตำบลแหลมกลัด เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันทรัพย์สินของประชาชนและทรัพย์สินของทางราชการที่ได้รับผลกระทบ กรมโยธาธิการและผังเมืองจึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัมที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัทเอส ที เอส เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท แมคโครคอนซัลแตนท์ จำกัด ดำเนินการดำเนินการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ความยาว 1,600 เมตร เพื่อให้ครอบคลุมแนวชายฝั่งที่ประสบปัญหาการกัดเซาะ โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 450 วัน โดยเริ่มปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 22 พฤศจิกายน 2556 กำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 ดังนั้นเพื่อเป็นการคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่จะเอื้อประโยชน์สูงสุดในการดำเนินโครงการ และสอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ.2548 จึงได้กำหนดจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการ แนะนำโครงการฯ ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ได้รับทราบรายละเอียด การดำเนินโครงการ และการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจึงได้มีการจัดเวทีในครั้งนี้ขึ้น
ด้าน นายประดิษฐ์ คุ้มชนม์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมกลัด กล่าวว่า พื้นที่ตำบลแหลมกลัดมีหาดทรายยาว 22 กิโลเมตร เกิดปัยหากัดเซาะชายฝั่งค่อนข้างรุนแรง โดยในบางปีพื้นที่ดินถูกกัดเซาะชายฝั่งนับ 100 ไร่ จึงเป็นสิ่งที่ดีที่ภาครัฐให้ควาสำคัญในการแก้ไขปัยหากัดเซาะชายฝั่งให้กับประชาชน
นายสุมล เกียงแก้ว วิศวกรโยธา ชำนาญการพิเศษ กรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า พื้นที่หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 10 ตำบลแหลมกลัด เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันทรัพย์สินของประชาชนและทรัพย์สินของทางราชการที่ได้รับผลกระทบ กรมโยธาธิการและผังเมืองจึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัมที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัทเอส ที เอส เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท แมคโครคอนซัลแตนท์ จำกัด ดำเนินการดำเนินการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ความยาว 1,600 เมตร เพื่อให้ครอบคลุมแนวชายฝั่งที่ประสบปัญหาการกัดเซาะ โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 450 วัน โดยเริ่มปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 22 พฤศจิกายน 2556 กำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 ดังนั้นเพื่อเป็นการคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่จะเอื้อประโยชน์สูงสุดในการดำเนินโครงการ และสอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ.2548 จึงได้กำหนดจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการ แนะนำโครงการฯ ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ได้รับทราบรายละเอียด การดำเนินโครงการ และการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจึงได้มีการจัดเวทีในครั้งนี้ขึ้น
ด้าน นายประดิษฐ์ คุ้มชนม์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมกลัด กล่าวว่า พื้นที่ตำบลแหลมกลัดมีหาดทรายยาว 22 กิโลเมตร เกิดปัยหากัดเซาะชายฝั่งค่อนข้างรุนแรง โดยในบางปีพื้นที่ดินถูกกัดเซาะชายฝั่งนับ 100 ไร่ จึงเป็นสิ่งที่ดีที่ภาครัฐให้ควาสำคัญในการแก้ไขปัยหากัดเซาะชายฝั่งให้กับประชาชน
รองผู้ว่าฯตราด แนะ สภาวัฒนธรรมเป็นแกนนำในการสร้างรากฐานวัฒนธรรมให้เข้มแข็งเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
(22 พ.ค. 57) นายณรงค์ ธีรจันทรงกูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวต้อนรับพร้อมบรรยายาพิเศษ "วัฒนธรรมกับประชาคมอาเซียน” ให้กับคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี ที่นำโดยนางจิตร ภุมมะกาญจนะ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี ในโอกาสเดินทางเข้ามาศึกษาดูงานด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดตราด ว่า สังคมไทยเป็นสังคมที่พึ่งพากันและกันจึงทำให้ระบบวัฒนธรรมนั้นสัมพันธ์อยู่กับความคิดหกด้านที่สำคัญ คือ ความคิดเรื่องการอยู่ร่วมกันของคนกับธรรมชาติ ความคิดเรื่องความคาดหวังอุดมสมบูรณ์ร่วมกัน ความร่วมมือเพื่ออยู่รอด การแบ่งปันอย่างยุติธรรม ความคิดเรื่องความเคารพผู้อาวุโส และกลไกลการสลายความตึงเครียดในประเพณี / พิธีกรรม จึงทำให้วัฒนธรรมมีส่วนสำคัญในชีวิตจริง และการดำรงชีวิตของผู้คนที่ทำให้สังคมไทยอยู่รอดมาได้เนิ่นนาน แต่ความเปลี่ยแปลงของวัฒนธรรมไทยเริ่มเกิดขึ้นเมื่อมีการขยายตัวทางการท่องเที่ยว ที่มีการตัดแบ่งประเพณี / พิธีกรรมมาเป็นการแสดง เพื่อขายนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเพียงเปลือกนอกของประเพณี / พิธีกรรม เท่านั้น ประกอบกับปัจจุบันมีการเกิดขึ้นของวัฒนธรรมใหม่ในสังคมที่เป็นวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่ม เฉพาะชั้นมากขึ้น ซึ่งเป็นระบบความหมายที่จำกัดเฉพาะกลุ่ม / ชั้นของตนเท่านั้น อย่างไรก็ตามหลังจากประเทศในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งรวมตัวเป็นประชาคมเดียวกัน ในปีหน้าเป็นต้นไป คาดว่าหลังทศวรรต 2560 การเคลื่อนย้ายไหลเวียนของคนในอาเซียนจะมีมากขึ้น โดยเฉพาการย้านถิ่นฐานเข้ามไปทำงานตามประเทศต่าง ๆ ซึ่งจะเกิดวัฒนธรรมย่อยของกลุ่มคนในสังคมแยกย่อยจะขยายตัวมากขึ้น หรือเกิดวัฒนธรรมใหม่จากการผสมมผสานทางวัฒนธรรม ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะเสาหลักด้านประชาสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียน สภาวัฒนธรรมซึ่งนับเป็นเวทีกลางในการแลกเปลี่ยนความคิด และเป็นศูนย์กลางในการดำเนินงานด้านวัฒนธรรมทั้งในระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด จึงควรที่จะเลือกส่งเสริมวัฒนธรรมให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตในการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่ถูกต้อง และเหมาะสมต่อสภาวการณ์นั้น ๆ รวมทั้งการสร้างรากฐานวัฒนธรรมให้เข้มแข็งเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง
รองผู้ว่าฯตราด แนะ สภาวัฒนธรรมเป็นแกนนำในการสร้างรากฐานวัฒนธรรมให้เข้มแข็งเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
(22 พ.ค. 57) นายณรงค์ ธีรจันทรงกูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวต้อนรับพร้อมบรรยายาพิเศษ "วัฒนธรรมกับประชาคมอาเซียน” ให้กับคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี ที่นำโดยนางจิตร ภุมมะกาญจนะ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี ในโอกาสเดินทางเข้ามาศึกษาดูงานด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดตราด ว่า สังคมไทยเป็นสังคมที่พึ่งพากันและกันจึงทำให้ระบบวัฒนธรรมนั้นสัมพันธ์อยู่กับความคิดหกด้านที่สำคัญ คือ ความคิดเรื่องการอยู่ร่วมกันของคนกับธรรมชาติ ความคิดเรื่องความคาดหวังอุดมสมบูรณ์ร่วมกัน ความร่วมมือเพื่ออยู่รอด การแบ่งปันอย่างยุติธรรม ความคิดเรื่องความเคารพผู้อาวุโส และกลไกลการสลายความตึงเครียดในประเพณี / พิธีกรรม จึงทำให้วัฒนธรรมมีส่วนสำคัญในชีวิตจริง และการดำรงชีวิตของผู้คนที่ทำให้สังคมไทยอยู่รอดมาได้เนิ่นนาน แต่ความเปลี่ยแปลงของวัฒนธรรมไทยเริ่มเกิดขึ้นเมื่อมีการขยายตัวทางการท่องเที่ยว ที่มีการตัดแบ่งประเพณี / พิธีกรรมมาเป็นการแสดง เพื่อขายนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเพียงเปลือกนอกของประเพณี / พิธีกรรม เท่านั้น ประกอบกับปัจจุบันมีการเกิดขึ้นของวัฒนธรรมใหม่ในสังคมที่เป็นวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่ม เฉพาะชั้นมากขึ้น ซึ่งเป็นระบบความหมายที่จำกัดเฉพาะกลุ่ม / ชั้นของตนเท่านั้น อย่างไรก็ตามหลังจากประเทศในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งรวมตัวเป็นประชาคมเดียวกัน ในปีหน้าเป็นต้นไป คาดว่าหลังทศวรรต 2560 การเคลื่อนย้ายไหลเวียนของคนในอาเซียนจะมีมากขึ้น โดยเฉพาการย้านถิ่นฐานเข้ามไปทำงานตามประเทศต่าง ๆ ซึ่งจะเกิดวัฒนธรรมย่อยของกลุ่มคนในสังคมแยกย่อยจะขยายตัวมากขึ้น หรือเกิดวัฒนธรรมใหม่จากการผสมมผสานทางวัฒนธรรม ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะเสาหลักด้านประชาสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียน สภาวัฒนธรรมซึ่งนับเป็นเวทีกลางในการแลกเปลี่ยนความคิด และเป็นศูนย์กลางในการดำเนินงานด้านวัฒนธรรมทั้งในระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด จึงควรที่จะเลือกส่งเสริมวัฒนธรรมให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตในการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่ถูกต้อง และเหมาะสมต่อสภาวการณ์นั้น ๆ รวมทั้งการสร้างรากฐานวัฒนธรรมให้เข้มแข็งเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง
กปช.จต.เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ตราด หารือแนวทางปฏิบัติหลังประกาศกฏอัยการศึก
ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เชิญผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ หารือข้อราชการสร้างความเข้าใจแนวทางปฏิบัติหลังประกาศกฎอัยการศึก
บ่ายวันนี้ ( 22 พ.ค.57 ) ที่ห้องประชุมกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี – ตราด พลเรือโทสนธยา น้อยฉายา ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี – ตราด ได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด หน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จันทบุรีและตราดหารือ สร้างความเข้าใจในแนวทางปฏิบัติหลังประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศ ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนตามปกติ อีกทั้งที่ผ่านมาจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดน ส่วนใหญ่มีการประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่อยู่แล้ว ยกเว้นเขตด้านในที่ถือเป็นการประกาศเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดขอความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งข้าราชการพลเรือน ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ สื่อมวลชน และประชาชนให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามประกาศของกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยและช่วยกันป้องกันและปราบปรามพร้อมทั้งสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายอาวุธเข้าไปสนับสนุนการก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่ชั้นในกรุงเทพมหานคร รวมทั้งติดตามความเคลื่อนไหวของแกนนำกลุ่มพลังมวลชนต่าง ๆ ไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายกลุ่มมวลชนเข้าไปร่วมชุมนุมเพื่อร่วมกันสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองตามปกติดังเดิม
บ่ายวันนี้ ( 22 พ.ค.57 ) ที่ห้องประชุมกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี – ตราด พลเรือโทสนธยา น้อยฉายา ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี – ตราด ได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด หน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จันทบุรีและตราดหารือ สร้างความเข้าใจในแนวทางปฏิบัติหลังประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศ ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนตามปกติ อีกทั้งที่ผ่านมาจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดน ส่วนใหญ่มีการประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่อยู่แล้ว ยกเว้นเขตด้านในที่ถือเป็นการประกาศเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดขอความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งข้าราชการพลเรือน ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ สื่อมวลชน และประชาชนให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามประกาศของกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยและช่วยกันป้องกันและปราบปรามพร้อมทั้งสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายอาวุธเข้าไปสนับสนุนการก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่ชั้นในกรุงเทพมหานคร รวมทั้งติดตามความเคลื่อนไหวของแกนนำกลุ่มพลังมวลชนต่าง ๆ ไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายกลุ่มมวลชนเข้าไปร่วมชุมนุมเพื่อร่วมกันสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองตามปกติดังเดิม
จรัล/ภาพ/ข่าว ( 22 พ.ค. 57 )
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว
คณะกรรมการ TO BE NUMBER ONE ระดับประเทศ ลงพื้นที่ตรวจประเมินผล ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี
วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม 2557 คณะกรรมการตัดสินการประกวด TO BE NUMBER ONE ได้เดินทางมาที่จังหวัดชลบุรี เพื่อเยี่ยมชม และติดตามประเมินผลการดำเนินงานในพื้นที่จริง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประกวดจังหวัด TO BE NUMBER ONE ระดับประเทศ โดยมี นายวุฒิไกร ศักดิ์สุรกานต์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี และคณะหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและชี้แจงแนวทางการปฏิบัติงาน ณ ห้องประชุมพระพิพิธโภไคย ศาลากลางจังหวัดชลบุรี
จังหวัดชลบุรีได้ดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2546 ได้รับรางวัลชนะเลิศ ระดับประเทศ เมื่อปี 2553 มีเป้าหมายที่จะก้าวสู่ระดับเพชร ในปี 2561 ด้านบริหารจัดการอย่าง บูรณาการด้วยรูปแบบของคณะกรรมการและคณะทำงานที่ชัดเจน กำหนดโครงสร้างบทบาทหน้าที่ ครอบคลุมทั้งสถานศึกษา สถานประกอบการและชุมชน เชื่อมโยงทุกระดับ ได้แก่จังหวัด อำเภอ และเครือข่ายชุมชน ได้ประกาศให้ TO BE NUMBER ONE เป็นโครงการหลัก ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ต่อยอด นโยบายในการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาชมรม TO BE NUMBER ONE สู่ความเข้มแข็งเยาวชน โดยมุ่งสร้างและพัฒนาเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ในปี 2556 ขยายเครือข่าย การจัดตั้งชมรม เชิงรุกและมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในสถานศึกษา และชุมชนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 79 แห่งในสถานประกอบการและสถานบันเทิง 109 แห่ง เพิ่มขึ้น 188 เครือข่าย จากนโยบายที่ชัดเจนต่อเนื่อง ส่งผลสู่ความสำเร็จทุกยุทธศาสตร์ เกิดผลงานเด่น และนวตกรรม มากมาย
ผลการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทำให้เยาวชน จังหวัดชลบุรี เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ที่ถูกต้อง มีความมั่นใจ เกิดความเข้มแข็งทางใจมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม จังหวัดชลบุรี ทุกภาคีเครือข่าย ขอน้อมนำพระปณิธานและแนวทางขององค์ประธานโครงการฯ ในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และใช้โครงการ TO BE NUMBER ONE เป็นเครื่องมือในการบริหารงานแบบบูรณาการ ติดตามงาน โดยใช้เวทีการประกวด ให้การสนับสนุน สร้างขวัญ และกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน ให้มีผลงานก้าวหน้าเป็นที่ประจักษ์ เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุด ให้เยาวชนชลบุรีห่างไกลยาเสพติด มีภูมิคุ้มกัน ทางจิต เห็นคุณค่าตนเอง เกิดความภาคภูมิใจเป็นหนึ่ง โดยไม่พึ่งยาเสพติด ภายใต้ยุทธศาสตร์โครงการ TO BE NUMBER ONE อย่างต่อเนื่อง
จังหวัดชลบุรีได้ดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2546 ได้รับรางวัลชนะเลิศ ระดับประเทศ เมื่อปี 2553 มีเป้าหมายที่จะก้าวสู่ระดับเพชร ในปี 2561 ด้านบริหารจัดการอย่าง บูรณาการด้วยรูปแบบของคณะกรรมการและคณะทำงานที่ชัดเจน กำหนดโครงสร้างบทบาทหน้าที่ ครอบคลุมทั้งสถานศึกษา สถานประกอบการและชุมชน เชื่อมโยงทุกระดับ ได้แก่จังหวัด อำเภอ และเครือข่ายชุมชน ได้ประกาศให้ TO BE NUMBER ONE เป็นโครงการหลัก ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ต่อยอด นโยบายในการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาชมรม TO BE NUMBER ONE สู่ความเข้มแข็งเยาวชน โดยมุ่งสร้างและพัฒนาเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ในปี 2556 ขยายเครือข่าย การจัดตั้งชมรม เชิงรุกและมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในสถานศึกษา และชุมชนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 79 แห่งในสถานประกอบการและสถานบันเทิง 109 แห่ง เพิ่มขึ้น 188 เครือข่าย จากนโยบายที่ชัดเจนต่อเนื่อง ส่งผลสู่ความสำเร็จทุกยุทธศาสตร์ เกิดผลงานเด่น และนวตกรรม มากมาย
ผลการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทำให้เยาวชน จังหวัดชลบุรี เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ที่ถูกต้อง มีความมั่นใจ เกิดความเข้มแข็งทางใจมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม จังหวัดชลบุรี ทุกภาคีเครือข่าย ขอน้อมนำพระปณิธานและแนวทางขององค์ประธานโครงการฯ ในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และใช้โครงการ TO BE NUMBER ONE เป็นเครื่องมือในการบริหารงานแบบบูรณาการ ติดตามงาน โดยใช้เวทีการประกวด ให้การสนับสนุน สร้างขวัญ และกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน ให้มีผลงานก้าวหน้าเป็นที่ประจักษ์ เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุด ให้เยาวชนชลบุรีห่างไกลยาเสพติด มีภูมิคุ้มกัน ทางจิต เห็นคุณค่าตนเอง เกิดความภาคภูมิใจเป็นหนึ่ง โดยไม่พึ่งยาเสพติด ภายใต้ยุทธศาสตร์โครงการ TO BE NUMBER ONE อย่างต่อเนื่อง
คมศักดิ์/ข่าว/ภาพ
วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เรียกประชุมหัวหน้าส่วน เพื่อรับมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการ สร้างความเข้าใจกรณีการประกาศ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก
เช้านี้ ( 21 พ.ค.) ที่ประชุมบูรพา ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานการประชุมเพื่อรับมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการในจังหวัดสระแก้ว กรณีการประกาศ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด อัยการจังหวัด ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ผู้บังคับการทหารบกจังหวัดสระแก้ว ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการทุกส่วน หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นายอำเภอทุกอำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรีทุกแห่ง เข้าร่วมรับฟัง
ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ภายหลังจากที่มี การประกาศ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก คุมพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร เพื่อควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบ มีผลตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. 2557 ตั้งแต่เวลา 03.00 น. เป็นต้นไป ทังนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ผอ.กอ.รส.) ได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เข้าร่วมประชุมรับทราบนโยบาย เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ แจ้งว่า จุดประสงค์ของการประกาศกฎอัยการศึกก็เพื่อทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมือง เพราะสถานการณ์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ผู้ที่มีต้องการจะก่อความรุนแรงให้ยุติการกระทำ ขอความร่วมมือผู้ใดหรือหน่วยงานใดที่มีการปลุกปั่น ยุยง ชักชวนให้เกิดความวุ่นวายหรือก่อให้เกิดเหตุเผชิญหน้า การใช้สื่อใดๆ ไม่ควรเลือกข้าง ไม่แบ่งฝัก แบ่งฝ่าย ให้เกิดความเข้าใจที่ผิด สังคมควรหันหน้าเข้าหากัน ขอให้ทุกฝ่ายประนีประนอมกัน คนไทยเหมือนกัน และไม่ควรดึงสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้อง
ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวต่อ ในส่วนตัวสนับสนุนการประกาศใช้กฎอัยการศึกครั้งนี้ ยังเป็นโอกาสที่ข้าราชการจะได้ปฏิรูปประเทศด้วย ขอให้หัวหน้าส่วนราชการทั้งหลายที่มาประชุมวันนี้ กลับไปสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชน ได้รับทราบซึ่งการประกาศใช้กฎอัยการศึกครั้งนี้ เป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยและนำความสงบสุขกลับมาสู่ประชาชนทุกฝ่ายโดยเร็ว ประชาชนยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ภายหลังจากที่มี การประกาศ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก คุมพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร เพื่อควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบ มีผลตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. 2557 ตั้งแต่เวลา 03.00 น. เป็นต้นไป ทังนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ผอ.กอ.รส.) ได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เข้าร่วมประชุมรับทราบนโยบาย เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ แจ้งว่า จุดประสงค์ของการประกาศกฎอัยการศึกก็เพื่อทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมือง เพราะสถานการณ์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ผู้ที่มีต้องการจะก่อความรุนแรงให้ยุติการกระทำ ขอความร่วมมือผู้ใดหรือหน่วยงานใดที่มีการปลุกปั่น ยุยง ชักชวนให้เกิดความวุ่นวายหรือก่อให้เกิดเหตุเผชิญหน้า การใช้สื่อใดๆ ไม่ควรเลือกข้าง ไม่แบ่งฝัก แบ่งฝ่าย ให้เกิดความเข้าใจที่ผิด สังคมควรหันหน้าเข้าหากัน ขอให้ทุกฝ่ายประนีประนอมกัน คนไทยเหมือนกัน และไม่ควรดึงสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้อง
ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวต่อ ในส่วนตัวสนับสนุนการประกาศใช้กฎอัยการศึกครั้งนี้ ยังเป็นโอกาสที่ข้าราชการจะได้ปฏิรูปประเทศด้วย ขอให้หัวหน้าส่วนราชการทั้งหลายที่มาประชุมวันนี้ กลับไปสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชน ได้รับทราบซึ่งการประกาศใช้กฎอัยการศึกครั้งนี้ เป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยและนำความสงบสุขกลับมาสู่ประชาชนทุกฝ่ายโดยเร็ว ประชาชนยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ
(ดุลยศักดิ์/ส.ปชส.สระแก้ว/ภาพ-ข่าว)
วันนัดพบแรงงานจังหวัดสระแก้ว
วันนี้ (21 พ.ค.) ที่ห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี จังหวัดสระแก้ว สำนักงานจัดหางานจังหวัดสระแก้ว จัดงานวันนัดพบแรงงาน สำหรับผู้ว่างงาน ผู้ต้องการเปลี่ยนงานสระแก้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ประสงค์หางานทำ ผู้ว่างงาน ผู้สำเร็จการศึกษาได้มีโอกาสสมัครงานกับนายจ้างโดยตรง และลดปัญหาขาดแคลนแรงงาน การว่างงาน ซึ่งในงานนอกจากจะมีตำแหน่งงานว่างสำหรับผู้ว่างงานในทุกระดับการศึกษา โดยมีผู้ประกอบการมารับสมัครเองโดยตรงพร้อมกับตำแหน่งงานว่างมากมาย
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดสระแก้ว ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัด โทร. 037-425020-2 ในวันและเวลาราชการ
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดสระแก้ว ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัด โทร. 037-425020-2 ในวันและเวลาราชการ
“สนทนายามเช้า สภากาแฟ ” จังหวัดฉะเชิงเทรา
วันนี้ ( 21 พ.ค.57) นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานในกิจกรรม เพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด และการติดตามประเมินผลการดำเนินการงานตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปี พ.ศ. 2557 : การพัฒนาบุคคลากร( สภากาแฟ) ณ ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนบางปะกง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นาย ไพศาล วิมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดจนส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพบปะสนทนาระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ สร้างสัมพันธ์อันดีต่อกัน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบูรณาการร่วมกัน เพื่อเป็นประโยชน์ในการพัฒนาจังหวัดฉะเชิงเทราในทุกด้าน
สำหรับการจัดกิจกรรม "สนทนายามเช้า สภากาแฟ ” จังหวัดฉะเชิงเทรา มีการจัดขึ้นเป็นประจำในทุกเดือน โดยในเดือนพฤษภาคมนี้ ทางหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรม ภายในงานจัดบรรยากาศแบบเป็นกันเอง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเชิงสร้างสรรค์ เปิดมุมมองใหม่ๆ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ ในการพัฒนาจังหวัดฉะเชิงเทราร่วมกัน
สำหรับการจัดกิจกรรม "สนทนายามเช้า สภากาแฟ ” จังหวัดฉะเชิงเทรา มีการจัดขึ้นเป็นประจำในทุกเดือน โดยในเดือนพฤษภาคมนี้ ทางหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรม ภายในงานจัดบรรยากาศแบบเป็นกันเอง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเชิงสร้างสรรค์ เปิดมุมมองใหม่ๆ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ ในการพัฒนาจังหวัดฉะเชิงเทราร่วมกัน
ชาญณรงค์/ข่าว
ธนภัทร/ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา
ธนภัทร/ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา
ชื่นมชมเด็ก ป.5 เก็บสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท ส่งคืนเจ้าของ
ชื่นชม เด็ก ป.5 เก็บสร้อยคอทองคำ หนัก 2 บาท คืนเจ้าของ เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 21 พ.ค.ที่ศาลาสร้างสุข ม.2 ต.พนานิคม อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายปรีชา จิตบรรจงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง มอบเงินสด 4,000 บาท และเกียรติบัตรให้กับ ด.ช.พงศธร เสืออ่วม และ ด.ช.อิทธิ ทรัพย์สะอาด เด็กนักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนนิคมสร้างตนเองจังหวัดระยอง 9 ซึ่งเป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและกระทำความดีต่อสังคม หลังเด็กนักเรียนทั้ง 2 คน เก็บสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น พร้อมพระเลี่ยมทอง 1 องค์ ส่งคืนเจ้าของ เพื่อเป็นการแสดงความชื่นชม เชิดชู และยกย่องในคุณงามความดีที่ ได้กระทำ และเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแสดงให้แก่เยาวชนเด็กนักเรียนได้เห็น จึงได้มีการมอบเงินรางวัลและเกียรติบัตรดังกล่าวให้
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ด.ช.พงศธร เสืออ่วม และ ด.ช.อิทธิ ทรัพย์สะอาด ได้เก็บสร้อยคอทองคำ พร้อมพระเลี่ยมทองดังกล่าวได้ภายในบริเวณวัดเจริญศรีราษฎร์ ม.1 ต.พนานิคม ขณะทั้ง 2 คน ได้ติดตามผู้ปกครองไปทำบุญที่วัด หลังเก็บได้จึงได้นำมาให้ผู้ปกครอง เพื่อประกาศหาเจ้าของ จนกระทั่งทราบว่านางนาตยา สุขพงษ์ไทย ชาว ต.แสนภูดาษ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา คือเจ้าของ จึงนำส่งคืนให้ สร้างความปราบปลื้มให้กับนางนาตยา เจ้าของ เป็นอย่างมาก โดยได้มอบเงินเป็นรางวัลให้กับเด็กทั้ง 2 คน เป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท เพื่อเป็นการแสดงความมีน้ำใจ และชมเชยในความดีของเด็กทั้ง 2 คนไปก่อนหน้านี้แล้ว
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ด.ช.พงศธร เสืออ่วม และ ด.ช.อิทธิ ทรัพย์สะอาด ได้เก็บสร้อยคอทองคำ พร้อมพระเลี่ยมทองดังกล่าวได้ภายในบริเวณวัดเจริญศรีราษฎร์ ม.1 ต.พนานิคม ขณะทั้ง 2 คน ได้ติดตามผู้ปกครองไปทำบุญที่วัด หลังเก็บได้จึงได้นำมาให้ผู้ปกครอง เพื่อประกาศหาเจ้าของ จนกระทั่งทราบว่านางนาตยา สุขพงษ์ไทย ชาว ต.แสนภูดาษ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา คือเจ้าของ จึงนำส่งคืนให้ สร้างความปราบปลื้มให้กับนางนาตยา เจ้าของ เป็นอย่างมาก โดยได้มอบเงินเป็นรางวัลให้กับเด็กทั้ง 2 คน เป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท เพื่อเป็นการแสดงความมีน้ำใจ และชมเชยในความดีของเด็กทั้ง 2 คนไปก่อนหน้านี้แล้ว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

































