วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ชลบุรี จัดเวทีเสวนาเพื่อรวบรวมข้อมูลการปฏิรูป

วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดเวทีเสวนาเพื่อรวบรวมข้อมูลการปฏิรูปการเมืองไทย ณ ห้องตำหนักน้ำ โรงแรมชลอินเตอร์ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

จังหวัดชลบุรี ร่วมกับมณฑลทหารบกที่14 จัดเวทีเสวนาเพื่อรวบรวมข้อมูลการปฏิรูป โดยให้ทุกภาคส่วน เช่น ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมกันระดมความคิดเห็นเพื่อรวบรวมข้อมูลในปฏิรูปการเมือง โดยใช้กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจจากฝ่ายต่างๆ 

ตามที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งแนวทางในการเก็บรวบรวมข้อมูลการปฏิรูปจากศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป จังหวัดชลบุรี ตามนโยบายของคณะรัฐมนตรีรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ในทุกระดับ และก่อนการจัดเวทีเสวนา นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วย พลตรี ณัฐ อินทรเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 ได้บรรยายเรื่อง แนวคิดในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป

สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการแบ่งกลุ่มอภิปรายแลกเปลี่ยนและเสนอแนวทางการปฏิรูป จำนวน 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ จำนวน 73 คน กลุ่มภาคประชาชน จำนวน 47 คน กลุ่มแกนนำทางการเมือง จำนวน 65 คน กลุ่มภาคธุรกิจเอกชน จำนวน 49 คน และกลุ่มภาคประชาสังคม จำนวน 48 คน ในประเด็นที่กำหนด จำนวน 10 ประเด็น ได้แก่ แนวทางปฏิรูปการเมือง แนวทางการสร้างมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้บริหารประเทศ แนวทาการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม แนวทางการปฏิรูปกระบวนยุติธรรม แนวทางการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน แนวทางการปฏิรูปการทุจริต คอรัปชั่น แนวทางการปฏิรูปการศึกษา แนวทางการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ แนวทางการปฏิรูปด้านข้อมูลข่าวสาร แนวทางการปฏิรูปความเหลื่อมล้ำทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม และแนวทางการปฏิรูปอื่นๆ ได้แก่ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น และส่งเสริมให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยและสังคมโลก เวทีเสวนา ประกอบด้วยประชาชน จาก 11 อำเภอ ทุกสาขาอาชีพ คือ ภาคประชาชน ราชการ รัฐวิสาหกิจ แกนนำทางการเมือง เปิดฟังความคิดเห็นประชาชน ทุกฝ่ายก่อนที่จะสรุป เพื่อวิเคราะห์กำหนดแนวทางในการแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ สร้างความรัก ความสามัคคี ความปรองดอง สมานฉันท์ คืนความสุขให้คนไทยทั้งชาติต่อไป



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

จ.จันทบุรี จัดงานเกษตรร่วมใจคืนความสุขประชาชน

สหกรณ์จังหวัดจันทบุรีจัดงาน "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจ คืนความสุขสู่ประชาชน”จำหน่ายสินค้าราคาถูก สินค้าเกษตร ผลไม้แปรรูป ผักพื้นบ้าน อาหารพื้นเมืองพร้อมแจกปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพแก่เกษตรกร ฟรี

บ่ายวันนี้ ( 9 ก.ค.57 ) ที่สหกรณ์การเกษตรมะขาม จำกัด จังหวัดจันทบุรี  หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ปฏิบัติราชการในจังหวัดจันทบุรีได้ร่วมกันจัดงาน "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจคืนความสุขสู่ประชาชน” โดยมีนายกล้าณรงค์  พงษ์เจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิดงาน  ภายในงานมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ นิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  การแสดงดนตรีและกิจกรรมบนเวทีเพื่อสร้างความสุขแก่ประชาชน การจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร ผลไม้แปรรูป ผักพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง อาหารสำเร็จรูป และสินค้าที่จำเป็นอื่น ๆ รวมทั้งยังจะได้รับแจกปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพฟรี นอกจากนี้สมาชิกสหกรณ์ยังสามารถกู้เงินซื้อปัจจัยการผลิตโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ทั้งนี้ภายในงานได้เปิดจำหน่ายไข่ไก่ ราคาถูก มีประชาชน เกษตรกรให้ความสนใจเลือกซื้อไข่ไก่เบอร์ 0 แผงละ 70 บาทจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม งาน "เกษตรและสหกรณ์ร่วมใจคืนความสุขสู่ประชาชน” ยังได้มีกำหนดการที่จะจัดหมุนเวียนไปตามสถานที่ตั้งของสหกรณ์การเกษตรต่าง ๆ อีกหลายแห่ง  ดังนี้  วันที่ 14 - 15 กรกฎาคม 2557 ณ  สหกรณ์การเกษตรเขาคิชกูฏ,    วันที่ 16 - 17กรกฎาคม 2557   ณ  สหกรณ์การเกษตรท่าใหม่,   วันที่ 18 - 19 กรกฎาคม 2557  ณ  สหกรณ์การเกษตรแหลมสิงห์, และ วันที่ 28 - 29 กรกฎาคม 2557  ณ  สหกรณ์การเกษตรเมืองจันทบุรี   จึงขอเชิญชวนเครือข่ายสมาชิกสหกรณ์และประชาชนทั่วไปเที่ยวชมงานและเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดีราคาประหยัดได้ภายในงานดังกล่าวโดยทั่วกัน



จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว (  9 ก.ค. 57 ) 
                                 ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว  

จังหวัดจันทบุรี เปิดขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ใบละ 80 บาท ตามนโยบาย คสช.

จังหวัดจันทบุรีเปิดจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ใบละ 80 บาท ประชาชนและข้าราชการที่ปฏิบัติงานในศาลากลางแห่ซื้อกันอย่างเนื่องแน่น

วันนี้ (9 ก.ค. 57) ที่บริเวณห้องโถงศาลากลางจันทบุรี  ได้เปิดจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาใบละ 80 บาท ตามแนวทางการแก้ปัญหาสลากเกินราคา ของ คสช. โดยนายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ตลอดจน นายสมหมาย วิเชียรฉันท์ และ นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำข้าราชการ และประชาชน ร่วมซื้อสลากฯที่นำมาจำหน่ายจากแม่ค้า-พ่อค้า จนแน่นที่บริเวณจุดจำหน่าย

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ในเขตตัวเมืองจันทบุรี งวดนี้ไม่ค่อยคึกคักเท่าที่ควร บางแผงยังจำหน่ายในราคาใบละ 90 บาท โดยผู้ขายอ้างว่ารับมาจากยี่ปั๊ว มีต้นทุนสูง ซึ่งการแก้ปัญหาทางเจ้าหน้าที่ได้ชะลอการใช้มาตรการจับกุมไปก่อนแต่ได้มีการตักเตือนผู้ค้ารายย่อยให้ขายในราคา ที่ คสช.กำหนด



จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว (  9 ก.ค. 57 )
                  ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว

เกษตรร่วมใจคืนความสุขประชาชน

จังหวัดจันทบุรีขอเชิญชวนเที่ยวชมและเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดี ภายในงาน "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจ คืนความสุขสู่ประชาชน”

นายธนิต  จันทร์ประทีป สหกรณ์จังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ปฏิบัติราชการในจังหวัดจันทบุรีได้ร่วมกันจัดงาน "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจคืนความสุขสู่ประชาชน” ระหว่างวันที่ 9 – 10 กรกฎาคม 2557  ณ  บริเวณหน้าสำนักงานสหกรณ์การเกษตรมะขาม จำกัด อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี  โดยในนี้ เวลา 14.00น. นายกล้าณรงค์  พงษ์เจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี จะเป็นประธานเปิดงาน  ภายในงานจะมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ นิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  การแสดงดนตรีและกิจกรรมบนเวทีเพื่อสร้างความสุขแก่ประชาชน การจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร ผลไม้แปรรูป ผักพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง อาหารสำเร็จรูป และสินค้าที่จำเป็นอื่น ๆ รวมทั้งยังจะได้รับแจกปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพฟรี นอกจากนี้สมาชิกสหกรณ์ยังสามารถกู้เงินซื้อปัจจัยการผลิตโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย อีกด้วย

สหกรณ์จังหวัดจันทบุรี กล่าวอีกว่างาน "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจคืนความสุขสู่ประชาชน” ดังกล่าว ยังได้มีกำหนดการที่จะจัดหมุนเวียนไปตามสถานที่ตั้งของสหกรณ์การเกษตรต่าง ๆ อีกหลายแห่ง  ดังนี้  วันที่ 14 - 15 กรกฎาคม 2557 ณ  สหกรณ์การเกษตรเขาคิชกูฏ,    วันที่ 16 - 17กรกฎาคม 2557   ณ  สหกรณ์การเกษตรท่าใหม่,   วันที่ 18 - 19 กรกฎาคม 2557  ณ  สหกรณ์การเกษตรแหลมสิงห์, และ วันที่ 28 - 29 กรกฎาคม 2557  ณ  สหกรณ์การเกษตรเมืองจันทบุรี   จึงขอเชิญชวนเครือข่ายสมาชิกสหกรณ์และประชาชนทั่วไปเที่ยวชมงานและเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดีราคาประหยัดได้ภายในงานดังกล่าวโดยทั่วกัน




จรัล/ภาพ/ข่าว (  9 ก.ค. 57 )
                           ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว
   
   

จังหวัดตราด ประชุมหน่วยงานป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า ตามประเด็นนโยบายของ คสช.

วันนี้ ( ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗) ที่ห้องประชุมตราดสีทอง ศาลากลางจังหวัดตราด นายพัคฆพันธุ์ โพธิ์แก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรา เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า ระดับจังหวัด มีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมประชุม

นายพยัคฆพันธุ์ โพธิ์แก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า การป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า เป็นข้อนโยบายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อมของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในคำสั่งที่ ๖๔/๒๕๕๗ และ คำสั่งที่ ๖๖/๒๕๕๗ ว่าด้วยการหยุดการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อเป็นการดำเนินงานให้สอดคล้องกับคำสั่งของ คสช.ดังกล่าว คณะอนุกรรมการระดับจังหวัด จึงต้องซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังให้อนุกรรมการได้ทราบถึงบทบาทหน้าที่ของตน ทั้งการเร่งรัด ประสานงาน กำกับดูแลและตรวจสอบ ติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่จังหวัด

รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวด้วยว่า สภาพการณ์ปัจจุบัน ในพื้นที่จังหวัดตราดพบการบุกรุก ตัดไม้ทำลายป่า จำนวนน้อย ทั้งนี้เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายดำเนินการอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะฝ่ายทหารตามแนวชายแดนที่นอกจากปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างเต็มที่ ต่อเนื่องแล้ว ยังได้มีการประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อนบ้านตามแนวชายแดน อย่างไรก็ตาม ได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ร่วมกันปฏิบัติอย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อความคงอยู่ของทรัพยากรที่สำคัญของชาติต่อไป

จังหวัดตราด เตรียมความพร้อมศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ( one stop service) รองรับการกลับมาทำงานของแรงงานต่างด้าว

วันนี้ (๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ) เวลา ๐๙.๐๐ น. ที่ห้องประชุมธารมะยม ศาลากลางจังหวัดตราด นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานในการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมของศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ( one stop service) เพื่อเตรียมให้บริการกับนายจ้างและแรงงานต่างด้าวที่จะกลับเข้ามาทำงานในพื้นที่จังหวัดตราด มีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า การตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ( one stop service) เป็นไปตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (ศสช) เรื่องมาตรการชั่วคราวในการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ เพื่อทำหน้าที่ออกใบอนุญาตทำงานชั่วคราวให้คนต่างด้าวและจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว โดยกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก และปฏิบัติงานร่วมกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการของศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ( one stop service) ของจังหวัดตราด เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงได้มีการประชุมเพื่อซักซ้อมความเข้าใจในขั้นตอนการให้บริการ ให้เป็นไปด้วยความสะดวกสบาย มีความเรียบร้อย ซึ่งศูนย์ฯ นี้จะตั้งขึ้นที่บริเวณศาลา ๑๐๐ ปี ตราดรำลึกและโรงพยาบาลตราด จะสามารถรองรับจำนวนแรงงานต่างด้าวจดทะเบียนได้มากถึง ๕๐๐ คน ต่อวัน

โรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง จับมือกับชาวบ้านวัดบ้านแลง อ.เมืองระยอง ซ่อมแซมพระปรางค์เก่าแก่ของวัด ซึ่งเชื่อว่ามีอายุ 270 ปี สมัยกรุงศรีอยุธยา เพื่อให้มีสภาพสมบูรณ์เป็นสมบัติคู่วัด และชาวบ้านสืบไป

โรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง จับมือกับชาวบ้านวัดบ้านแลง อ.เมืองระยอง ซ่อมแซมพระปรางค์เก่าแก่ของวัด ซึ่งเชื่อว่ามีอายุ 270 ปี สมัยกรุงศรีอยุธยา เพื่อให้มีสภาพสมบูรณ์เป็นสมบัติคู่วัด และชาวบ้านสืบไป

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 9 ก.ค.ที่วัดบ้านแลง อ.เมืองระยอง นายสุกฤตย์ สุรบลโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บ.ไออาร์พีซีจำกัด(มหาชน) ได้ส่งมอบพระปรางค์เก่าแก่ของวัดบ้านแลง อ.เมืองระยอง ซึ่งเชื่อว่ามีอายุ 270 ปี สมัยกรุงศรีอยุธยา ให้กับทางวัดบ้านแลงอย่างเป็นทางการ โดยมี นายวราวุธ ปิ่นเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายสายัณฑ์ ศรีเผือก นายก อบต.บ้านแลง และพี่น้องประชาชนชาวบ้านแลง ร่วมรับมอบ หลังจากบริษัทไออาร์พีซีฯ ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน 2.2 ล้านบาท ได้ร่วมกับชาวบ้าน ลงมือซ่อมแซมบูรณะปฎิสังขรณ์พระปรางค์ดังกล่าว ที่มีสภาพสึกกร่อนและชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา เพื่อให้มีสภาพสมบูรณ์เป็นสมบัติคู่วัดบ้านแลง และชาวบ้านสืบไปสำหรับวัดบ้านแลง หรือ วัดแลง ตั้งขึ้นเป็นสำนักสงฆ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ประมาณปีพุทธศักราช 2285 มีพระนาคหรือหลวงนาคเป็นผู้ก่อสร้าง โดยตั้งชื่อวัดว่า วัดจันทร์สุวรรณโพธิธาราม ต่อมามีคนเรียกสั้นว่าว่า วัดบ้านแลง หรือวัดแลง ซึ่งพระปรางค์องค์นี้ มีอายุประมาณ 270 ปีแล้ว เป็นทรงแบบขอม โดยเป็นลักษณะแบบก่ออิฐฉาบปูน มีขนาดความสูง 17.08 เมตร ฐานสี่เหลี่ยม วัดโดยรอบยาว 20.50 เมตร สันนิษฐานว่าสร้างมาพร้อมกับวัด จากการสำรวจของกรมศิลปากร ทั่วทั้งภาคตะวันออก มีปรากฏอยู่เพียงแห่งเดียวที่วัดบ้านแลงแห่งนี้เท่านั้น


วฐิต/ข่าว

วิทยาลัยสารพัดช่างระยอง เปิดศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน ทั้งนี้เพื่อลดภาระรายจ่ายในการซ่อมแซม และยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือประกอบอาชีพ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักรกลการเกษตรของประชาชนในชุมชน

วิทยาลัยสารพัดช่างระยอง เปิดศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน ทั้งนี้เพื่อลดภาระรายจ่ายในการซ่อมแซม และยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือประกอบอาชีพ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักรกลการเกษตรของประชาชนในชุมชน

วันที่ 9 ก.ค.ที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชนมาบชะลูด ต.ห้วยโป่ง อ.เมืองระยอง นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีเปิด "โครงการขยายบทบาทศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center)” ซึ่งจัดขึ้นโดยวิทยาลัยสารพัดช่างระยอง มีนายอภิชาติ กุลธานี ผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างระยอง คณะผู้บริหาร ครู เจ้าหน้าที่ และนักเรียนนักศึกษาของวิทยาลัย นำบริการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน มาบริการฟรีแก่ประชาชนในชุมชนมาบชลูดและชุมชนใกล้เคียง นายอภิชาติ กล่าวว่า โครงการขยายบทบาทศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน หรือ Fix It Center มุ่งหวังเพื่อลดภาระรายจ่ายในการซ่อมแซม และยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือประกอบอาชีพ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักรกลการเกษตรของประชาชนในชุมชน ทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้นักศึกษา ได้เรียนรู้คู่กับการปฏิบัติจริงด้วย นอกจากนี้ทางวิทยาลัยสารพัดช่างระยอง ยังได้มีการสาธิต และแนะนำการทำอาชีพเสริมให้ประชาชนในชุมชนอีกด้วยนายอภิชาต กล่าวด้วยว่า"โครงการดังกล่าว เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างยิ่ง ซึ่งจะช่วยถ่ายทอดความรู้ให้แก่ประชาชนในการดูแล รักษา และพัฒนาทักษะ ให้สามารถซ่อมบำรุงเครื่องมือ อุปกรณ์ประกอบอาชีพ และเครื่องใช้ในครัวเรือนได้ด้วยตัวเอง ทั้งนี้ วิทยาลัยสารพัดช่างระยอง ยืนยันว่า จะเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพนักเรียนนักศึกษา ให้มีความเชื่อมั่น และจรรยาบรรณวิชาชีพ มีความรับผิดชอบ เสียสละต่อสังคม เพื่อจะนำประเทศไปสู่การพัฒนาต่อไป”



วฐิต/ข่าว

เทศบาลตำบลสุนทรภู่จัดกิจกรรมโครงการปรองดองสมานฉันท์สร้างความสุขอย่างยั่งยืน

ด้วยเทศบาลตำบลสุนทรภู่ ได้จัดกิจกรรมโครงการปรองดองสมานฉันท์สร้างความสุขอย่างยั่งยืน โดยการจัดกิจกรรมแห่เทียนพรรษา ส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น จึงขอเชิญทุกท่าน เข้าร่วมกิจกรรม ฯ ดังกล่าว ในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗
เวลา ๑๐.๐๐ น. หน้าโรงเรียนวัดพลงไสว (ถวายเทียนพรรษา ณ วัดพลงไสว)
เวลา ๑๔.๐๐ น. หน้าโรงเรียนวัดกลางกร่ำ(ถวายเทียนพรรษา ณ วัดป่ากร่ำ)



ส.ปชส.ระยอง/ข่าว 

ผู้ว่าฯระยอง เปิดโครงการอบรมผู้ประสานพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดและการปรองดองสมานฉันท์

วันที่ 6 ก.ค.57 เวลา 10.00 น  ที่ อบต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง นายธานี สามารถกิจ ผวจ.ระยอง ประธานเปิดโครงการอบรมผู้ประสานพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดและการปรองดองสมานฉันท์ โดยมี นายนิพนธ์ เลิศศรีสุวัฒนา นายอำเภอเมืองระยอง กล่าวรายงาน นายประทีป แสงกระจ่าง กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ประสานพลังแผ่นดินอำเภอเมืองระยอง จำนวน 950 คน เพื่อรับทราบเจตนารมย์ของ คสช.และแนวทางในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านชุมชน ตระหนักถึงความสำคัญและมีความจงรักภักดีในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเป็นแกนนำขับเคลื่อนการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในหมู่บ้านชุมชนต่อไป ทั้งนี้อำเภอเมือง จ.ระยอง มีทั้งหมด 84 หมู่บ้าน 11 ตำบล



สวรส/ข่าว

จ.ฉะเชิงเทรา จัดงานมหกรรมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงสร้างสรรค์

วันนี้ (9 ก.ค.57)  ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา  อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา  นายอนุกูล  ตังคณานุกูลชัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงสร้างสรรค์   โดยมีนายอรชุน  ธิวรรณลักษณ์  พัฒนาการจังหวัดฉะเชิงเทรา   พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ  ประชาชนทั่วไป และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง    ทั้งนี้งานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-10 กรกฏาคม  2557  กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การจัดประชุมกลุ่มผู้นำและเจ้าหน้าที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลสำเร็จ ของการขับเคลื่อนกิจกรรมฯ จำนวน 57 หมู่บ้าน การจัดแสดงนิทรรศการของหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ จำนวน44 หมู่บ้าน การสาธิตอาชีพและเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงจากหน่วยงานราชการต่าง ๆ  การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP และผลผลิตของหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง และการแสดงศิลปวัฒนธรรมบนเวที  มีวัตถุประสงค์เพื่อให้หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบได้แสดงศักยภาพการพัฒนาหมู่บ้านตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำไปสู่การยกระดับการพัฒนาหมู่บ้านในอนาคต

นายอนุกูล  ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  กล่าวว่าการจัดงาน "มหกรรมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงสร้างสรรค์”ในครั้งนี้เป็นการส่งเสริมการพัฒนาหมู่บ้าน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจของหมู่บ้านต้นแบบ และขยายผลการดำเนินงานเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ต่อเนื่อง ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในการส่งเสริมการดำเนินชีวิตให้เข้มแข็ง อย่างมีเหตุผล ลดรายจ่าย ส่งเสริมอาชีพเพิ่มรายได้ แก่ประชาชนฐานราก ให้อยู่อย่างมีภูมิคุ้มกัน อยู่เย็นเป็นสุขตลอดไป

จังหวัดฉะเชิงเทราจึงขอเชิญประชาชนและผู้ที่สนใจเข้าชมงาน "มหกรรมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงสร้างสรรค์ " ระหว่างวันที่ 9-10  กรกฏาคม  2557  ตั้งเวลา 09 .00 น. เป็นต้นไป  ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา 



ชาญณรงค์/ข่าว
ธนภัทร/ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

จังหวัดสระแก้ว จัดโครงการสัปดาห์วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา สานสัมพันธไมตรีมิติพระพุทธศาสนา ระหว่าง ไทย – กัมพูชา เพื่อสร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์ที่ดี

เช้าวันนี้ (9 ก.ค.) ที่วัดหนองปรือ ตำบลผ่านศึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว นายสมเกียรติ พันธรรม วัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว ประธานในพิธี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนชาวอำเภออรัญประเทศ และพระสงฆ์ ประชาชน และนักศึกษา ชาวกัมพูชานำโดยนางณิน พวก รองนายอำเภอมาลัย พันตรีเฮือน สุพาด รองหัวหน้าหน่วยประสานงานกัมพูชา – ไทย นายเดิม สุข กำนันตำบลมาลัย ตำบลมาลัย อำเภอมาลัย จังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ร่วมทำบุญตักบาตร หล่อเทียนพรรษา และถวายเทียนพรรษา ในโครงการสัปดาห์วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา สานสัมพันธไมตรีมิติพระพุทธศาสนา ระหว่าง ไทย – กัมพูชา ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับจังหวัดสระแก้ว ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความสามัคคีและส่งเสริมความร่วมมือ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย – กัมพูชา และความสัมพันธไมตรีระหว่างเมืองคู่ขนาน ซึ่งมีชายแดนติดต่อกัน รวมทั้งความสัมพันธ์ระดับประชาชนสู่ประชาชน โดยใช้มิติทางพุทธศาสนาและวัฒนธรรมเป็นแกนกลาง

นายสมเกียรติ พันธรรม วัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า จังหวัดสระแก้วมี มีกำหนดจัดกิจกรรม 4 ครั้ง ตามอำเภอที่มีพื้นที่ติดแนวชายแดน ได้แก่ วันที่ 8 กรกฎาคม ที่วัดตาพระยา อำเภอตาพระยา วันนี้( 9 ก.ค.) ที่วัดหนองปรือ ตำบลผ่านศึก อำเภออรัญประเทศ วันที่ 10 กรกฎาคม ที่วัดคลองหาด อำเภอคลองหาด และวันที่ 11 กรกฎาคม ที่วัดหนองจาน อำเภอโคกสูง

นางโส เพีย ชาวบ้านภูมิทะไม ตำบลมาลัย อำเภอมาลัย จังหวัดบันเตียเมียนเจย กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ มีความประทับใจเป็นอย่างมาก ในการต้อนรับของคนไทย และอยากให้ประชาชนของทั้งสองประเทศมีความรัก ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตลอดไป


(ดุลยศักดิ์/ภาพ/ข่าว)

วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

นายกหนองไม้แดง ชี้แจงแนวทางการก่อสร้างโครงการทางพิเศษ

แขวงการทางจังหวัดชลบุรีร่วมกับ เทศบาลตำบลหนองไม้แดง อำเภอเมืองชลบุรี  ร่วมกันชี้แจงแนวทางการก่อสร้างโครงการทางพิเศษบูรวิถี-พัทยา เพื่อให้ประชาชนเข้าใจการสร้างพิเศษ

ที่หอประชุมเทศบาลตำบลหนองไม้แดง อำเภอเมืองชลบุรี นายอมรศักดิ์ พรหมหล้าวรรณ หัวหน้าหมวดการทางชลบุรี 1 กรมทางหลวง พร้อมกับ นางสาวตวงทิพย์ ภาวสุทธิ์ชัยกิจ นายกเทศมนตรีตำบลหนองไม้แดง ร่วมกันชี้แจงงานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม การเงิน แลผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษสายบูรพาวิถี – พัทยา ท่ามกลางชาวบ้านประมาณ 100 กว่าคนที่มารวมตัวกันคัดค้านโครงการดังกล่าว โดยนายกเทศมนตรีตำบลหนองไม้แดง ต้องมาชี้แจงกับชาวบ้านว่า การประชุมในครั้งนี้เพื่อชี้แจงรายละเอียดให้ประชาชนรับทราบเพื่อนำไปพิจารณาตัดสินใจ ส่วนการแสดงพลังคัดค้าน ให้รวมตัวกันอีกครั้งในวันที่ 8 กรกฎาคม ที่อำเภอศรีราชา ซึ่งจังหวัดชลบุรีจะร่วมกับ การทางพิเศษแห่งประเทศไทยจัดประชุมระดมความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดชลบุรี

ทั้งนี้ โครงการทางพิเศษบูรพาวิถีเดิมได้ก่อสร้างจาก กรุงเทพมหานครมาจนถึง ตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมืองชลบุรี แต่เนื่องจากปัจจุบันปัญหาการจราจรบนถนนสุขุมวิทมีมากขึ้น การทางพิเศษแห่งประเทศไทยจึงจัดโครงการทางพิเศษบูรวิถี-พัทยา เพื่อเชื่อมจากเส้นทางเดิมไปจนถึงพัทยา ระยะทาง 68 กิโลเมตร แต่เนื่องจากโครงการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก จึงมีการต่อต้านจากประชาชนในจังหวัดชลบุรีมาอย่างต่อเนื่อง มีการขึ้นป้ายคัดค้านจนนายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ต้องมาเป็นตัวกลางในการเจรจาต่อรองเพื่อให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยเลือกเส้นทางการก่อสร้างคร่อมถนนมอเตอร์เวย์แทนการสร้างคร่อมถนนสุขุมวิท ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจรากหญ้าและการจราจรในจังหวัดชลบุรี แต่ยังคงมีประชาชนจำนวนหนึ่งที่คัดค้านการก่อสร้างโครงการนี้ทั้งโครงการ



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลชลบุรีน้อมรับนโยบาย (คสช.) ขายราคา 80 บาท article

วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 นายทวีศักดิ์ ยิ้มตระกูล คลังจังหวัดชลบุรี ได้รับมอบหมายจากนายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นำคณะเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยสื่อมวนชลลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล บริเวณถนนวชิรปราการ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ซึ่งส่วนใหญ่น้อมรับนโยบาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ยอมรับและพอใจในการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคา 80 บาท

นายวรวิทย์ สายสุพัฒน์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้จำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่มีปัญหาขายเกินราคา คสช.มีแนวทางการปฏิบัติในระยะแรกโดยให้มีการจัดตั้งจุดขายในราคา 80 บาท ทั้งในเขต กทม.และในต่างจังหวัด เท่าที่สามารถทำได้ ส่วนที่เหลือให้เป็นไปตามกลไกตลาด พยายามไม่เกิน 90 บาท เพราะเนื่องจากกองสลากมีภาระสัญญาผูกพันคงค้างอยู่กับผู้ได้รับอนุญาตอยู่เดิม ขณะที่ในอนาคตหรือในระยะที่จะให้คณะกรรมการหาวิธีการที่เหมาะสมเพื่อให้ราคาจำหน่ายอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ทั้งหมดโดยจะพยายามจัดโควตาให้ผู้ค้าระดับกลาง ระดับล่าง รวมถึงผู้ค้าคนพิการที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรให้มากขึ้น “การดำเนินการทั้งหมดก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ โดยได้คำนึงถึงผู้ค้ารายย่อย กับผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้สามารถมีรายได้เลี้ยงชีพได้อย่างเหมาะสม และพอเพียง


สำหรับบรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาล บริเวณถนนวชิรปราการ ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมืองชลบุรี ซึ่งถือเป็นจุดจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล จุดใหญ่ในอำเภอเมืองชลบุรี พบว่า ผู้สลากกินแบ่งรัฐบาล ทั้งหมดต่างขานรับนโยบายในการจำหน่ายใบละ 80 บาท  ส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาล คึกคักเป็นอย่างมาก

ด้านนายทวีศักดิ์ ยิ้มตระกูล คลังจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า กรมบัญชีกลางได้มอบหมายของ สำนักงานคลังจังหวัดชลบุรี จัดโควตาให้ผู้ค้ารายย่อย พร้อมย้ำนโยบายจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ตามราคาขายจริง 80 บาท เพื่อเป็นการลดค่าครองชีพให้กับประชาชน และจะขายในราคา 80 บาทไปจนถึงวันออกรางวัล ส่วนผู้ค้าที่มาสลากกินแบ่งรัฐบาล ไปจากยี่ปั๊วอีกต่อ ก็อนุโลมให้ขายในราคา 90 บาทได้แต่ต้องแจ้งที่มาที่ชัดเจนว่ารับสลากกินแบ่งรัฐบาล มาจากไหน

ส่วนนางจงกล ครุวงศ์ไพบูลย์ เจ้าของร้านจินดาภัณฑ์ กล่าวว่า ทางร้านจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ในราคา 80 บาทมานานแล้ว แม้ว่าจะได้กำไรน้อยเพราะรับมาในราคา 74.40 บาท  แต่ก็รับได้ เพราะมีน้อยใช้น้อยแบบเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนบรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดนี้ขายดีมาก บรรยากาศคึกคักรับข่าวสลากกินแบ่งรัฐบาลใบละ 80 บาท

และในวันนี้จังหวัดชลบุรี ได้จัดสถานทีให้ผู้ค้ารายย่อยมาขายบริเวณศาลาภักดีแผ่นด้านข้างอนุสาวรีย์รัชกาลที่5 พร้อมกับชี้แจงให้ผู้ค้ารายย่อยทราบว่าในวันพรุ่งนี้เป็นต้นไปจะให้ขายบริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรีต่อไป




ปริญญา/ข่าว/ภาพ

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี จัดกิจกรรม “คืนสุขทันที เที่ยวฟรีสวนสัตว์เปิดเขาเขียว” 11 กรกฎาคม นี้

นายสุริยา  แสงพงค์  ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เปิดเผยว่า สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี ได้จัดกิจกรรม “คืนสุขทันที เที่ยวฟรีสวนสัตว์เปิดเขาเขียว” ในวันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม  2557 ที่จะถึงนี้ เพื่อเป็นการสร้าง   ความสามัคคี  ปรองดองสมานฉันท์ ให้กับคนในชาติ ซึ่งภายในงานมีการแสดงดนตรีจากมณฑลทหารบกที่ 14 พร้อมนักร้องลูกทุ่ง ไมค์ ภิรมย์พร ตลกหลุยส์ ก่อนบ่ายคลายเครียด พ่อดม ชวนชื่น และปลาคราฟ เชิญยิ้ม  ชมนิทรรศการเศรษฐกิจพอเพียงจากโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯและนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ การจำหน่ายสินค้าราคาถูกจากโรงงานอุตสาหกรรม ให้บริการตัดผมฟรี บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น บริการอาหารและเครื่องดื่มฟรี และเกมส์มหาสนุกรับของรางวัลมากมาย พิเศษสุด สัมผัสความน่ารักของการแต่งงานสร้างความปรองดองของ สิงโตขาว เจ้าบ่าวจากสวนสัตว์อุบลราชธานี และเจ้าสาวจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว นอกจากนี้ยังได้สัมผัสบรรยากาศสุดคลาสสิกเสน่ห์สีสันฟาร์มแกะ ให้อาหารแกะหลากหลายสาย กลางสนามหญ้าเขียวขจี และหุบเขา ใกล้ชิดสัตว์ป่า หลากหลายสายพันธุ์ อาทิ ชมความน่ารักของฮิปโปแคระว่ายน้ำเล่นกับปลานับร้อยตัวในมหัศจรรย์สัตว์โลก พาเหรดนกเพนกวิน พาเหรดนกกาบบัว  ให้อาหาร ยีราฟ แรดขาว นกกระจอกเทศ และถ่ายภาพกับเหล่าบรรดาสัตว์ป่า พลาดไม่ได้สนุกกันให้เต็มที่เที่ยวฟรี ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ในวันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม  2557 นี้  สอบถามรายละเอียด โทร. 038-318444  และ www.kkopenzoo.com



คมศักดิ์  หล่อเถิน /ข่าว/ภาพ

จังหวัดชลบุรี จัดพิธีทำบุญ ถวายสังฆทานและอุทิศส่วนกุศล

วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2557 จังหวัดชลบุรี โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี จัดพิธีทำบุญ ถวายสังฆทาน และอุทิศส่วนกุศล โดยมีนายสามารถ เที่ยงพูนวงศ์ วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในการจัดพิธีทำบุญ  ณ ห้องเจริญธรรม   ศาลากลาง จังหวัดชลบุรี มีเหล่าข้าราชการ ทหาร มาร่วมพิธีและร่วมทำบุญ เป็นจำนวนมาก

นายสามารถ เที่ยงพูนวงศ์ วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี  กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้มอบหมายให้วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชลบุรี จัดกิจกรรมเกี่ยวกับห้องเจริญธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเชิญชวนหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา เข้ามาร่วมปฏิบัติธรรมและฟังปาฐกถาธรรมจาก พระดัง ๆ ที่นิมนต์มาจากวัดต่าง ๆ ทั้งในจังหวัด และต่างจังหวัด ตลอดทั้งปี โดยกำหนดทุกวันโกน เดือนละ ๒ ครั้ง พร้อมมอบหมายให้วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี ดูแลห้องเจริญธรรม และเปิดให้ข้าราชการ และประชาชน ได้ขึ้นมากราบไหว้สักการะบูชาทุกวัน ยกเว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น. ถึง เวลา ๑๖.๓๐ น.

ซึ่งการจัดกิจกรรมทำบุญถวายสังฆทาน ในวันนี้ เพื่อเป็นการอุทิศบุญกุศลให้ข้าราชการที่เคยปฏิบัติงาน ณ ศาลากลางจังหวัดชลบุรี ที่ล่วงลับไปแล้ว และถือเป็นโอกาสที่ดีที่ข้าราชการ ได้ร่วมทำบุญ ถวายสังฆทานร่วมกันอีกด้วย โดยได้นิมนต์ พระมหาเสฐียรพงษ์  สถิรวังโส  เจ้าคณะตำบลบางปลาสร้อย เจ้าอาวาสจากวัดเครือวัลย์ มาในพิธี พร้อมให้ธรรมเทศนาแก่ ข้าราชการที่มาร่วมทำบุญอีกด้วย



คมศักดิ์  หล่อเถิน /ข่าว/ภาพ

โมเดลธนาคารปูม้าจันทบุรีประสบความสำเร็จเป็นหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน

ธนาคารปูจังหวัดจันทบุรี ประสบความสำเร็จเป็นต้นแบบ โมเดลธนาคารปูม้า ภูมิภาคอาเซียนเพิ่มจำนวนทรัพยากรปูม้าในอ่าวคุ้งกระเบน ยึดทางพระราชดำริฯ ปลุกจิตสำนึกประชาชนใส่ใจอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ


ที่ธนาคารปูชุมชนบ้านหัวแหลม ท่าแครง หมู่บ้านชาวประมงพื้นบ้าน ตำบลสนามไชย อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชาวบ้าน และสื่อมวลชน ร่วมชมการดำเนินงานธนาคารปูม้า ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ที่มีภาคเอกชนเข้ามาร่วมฟื้นฟู อนุรักษ์จนประสบความสำเร็จในการขยายพันธุ์ปูม้าภายในบริเวณอ่าวคุ้งกระเบน ปลุกจิตสำนึกประชาชน ชาวประมงพื้นบ้าน ให้ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำและได้รับความร่วมมืออย่างดีโดยชาวประมงหลังจากจับสัตว์น้ำแล้วเมื่อพบปูม้าที่มีไข่จะร่วมกันนำไข่มาเขี่ยเก็บอนุบาลในธนาคาร ก่อนปล่อยกับคืนสู่ธรรมชาติ จนปัจจุบันในพื้นที่อ่าวคุ้งกระเบนจังหวัดจันทบุรีมีจำนวนประชากรปูม้าเพิ่มขึ้นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามยังคงมีชาวบ้านที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์เข้ามาจับปูม้า และลูกปูตัวเล็กที่ยังไม่ถึงวัยอันควรไปบริโภค กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่จัดชุดเคลื่อนที่คอยดูแล ประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจกับชาวบ้านพื้นที่อื่นที่เข้ามาหากินจับสัตว์น้ำทะเลในบริเวณดังกล่าว เพื่อเป็นการป้องกันอนุรักษ์ทรัพยากรปูม้า เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของชาวประมง รณรงค์ไม่จับและไม่บริโภคปูม้าที่มีไข่ รวมทั้งปูม้าตัวเล็กก็จะปล่อยคืนธรรมชาติ โอกาสเดียวกันนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้นำคณะร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์กุ้งกุลาดำลงอ่าวคุ้งกระเบนเพิ่มจำนวนทรัพยากรสัตว์น้ำทะเลและห่วงโซ่อาหาร  ก่อนที่จะเยี่ยมชมการดำเนินงาน ณ จุดสาธิตการเลี้ยงปลาในกระชัง และธนาคารปูม้าของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นโมเดลต้นแบบของธนาคารปูในภูมิภาคอาเซียนที่มีรูปแบบการดำเนินงานยึดแนวทางพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ " ทำงานกับฉัน ไม่มีเงินเดือนให้ แต่มีความสุขร่วมกัน” ซึ่งผลการดำเนินงานประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี 




จรัล/ภาพ/ข่าว (  4 ก.ค. 57 )
                            ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ ๑ ตราด จัดสัปดาห์เรียนรู้รักษ์ป่าชายเลนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอพียงสู่ประชาคมอาเซียน

( ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ) เช้าวันนี้ มีพิธีเปิดโครงการสัปดาห์เรียนรู้รักษ์ป่าชายเลนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ประชาคมอาเซียน โดย ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ ๑ ตราด ณ หอประชุมโรงเรียนบ้านท่าเรือจ้าง (ประชาชนูปถัมภ์) อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด มีนักเรียนระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนต่างๆ มากกว่า ๒๐๐ คน เข้าร่วมกิจกรรรม

นายธนิต แสงวิสุทธิ์ หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ ๑ ตราด กล่าวว่า ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ ๑ ตราด ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด ส่วนส่งเสริมและพัฒนาป่าชายเลน ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ ๑ ระยอง และศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ร่วมกันจัดจัดสัปดาห์เรียนรู้รักษ์ป่าชายเลนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอพียงสู่ประชาคมอาเซียนเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกับเยาวชนและชุมชนในท้องถิ่นในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนโดยการส่งเสริมกลุ่มเยาวชนและชุมชนที่มีศักยภาพเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ป่าชายเลน นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการทำกิจกรรมร่วมกันในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน สร้างองค์ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมกับการประกวดคำขวัญ เสริมสร้างการเรียนรู้ เกี่ยวกับป่าชายเลนเพื่อเตรียมสู่อาเซียนด้วย

ทั้งนี้คาดว่า เยาวชนและชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้กับพื้นที่ป่าชายเลน จะมีการประสานงานและร่วมมือกันก่อให้เกิดแผนปฏิบัติงานร่วมกันในระดับพื้นที่ต่อไป สำหรับกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้ มีการจัดเป็นฐานการเรียนรู้ต่างๆ ทั้งหมด ๗ ฐานการเรียนรู้ เช่น ฐานภูมิปัญญาท้องถิ่นจากป่าชายเลน ฐานใบโกงกางทอดเมนูพิเศษจากป่าชายเลน เป็นต้น ซึ่งนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้ให้ความสนใจทำกิจกรรมและบันทึกกิจกรรมจากการเข้าฐานต่างๆ ด้วยความสนใจและกระตือรือร้น

จว.ตราด รุกจัดระเบียบคิวรถตู้และวินจักรยานยนต์รับจ้างเพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นไปตามกฎหมาย

วันนี้ ( ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ) ที่ห้องประชุมธารมะยม ศาลากลางจังหวัดตราด นายพยัคฆพันธุ์ โพธิ์แก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประจำจังหวัดตราดเพื่อจัดระเบียบคิวรถตู้และวินจักรยานยนต์รับจ้าง มีผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งขนส่งจังหวัดตราด ตัวแทนนายกเทศมนตรี ผู้แทนผู้ขับขี่ รวมถึงผู้แทนสถานีตำรวจภูธรเมืองตราด เข้าร่วมประชุมด้วย

ในที่ประชุมได้มีการแจ้งถึงสภาพการณ์ของรถตู้ที่วิ่งจากต่างจังหวัดมายังจังหวัดตราดและจากจังหวัดตราดไปยังต่างจังหวัด ยังมีส่วนที่ผิดกฎหมายอยู่จำนวนหนึ่ง จึงต้องมีการใช้กฎหมายบังคับอย่างเคร่งครัด ในขณะเดียวกันก็มีการพิจารณาเพื่อจัดระเบียบวินจักรยานยนต์รับจ้าง ในเขตอำเภอเมืองตราด ซึ่งพบว่ามีปัญหาเรื่องสีเสื้อวินที่มีสีเหมือนกันหลายวิน ยากต่อการจัดระเบียบ จึงได้กำหนดให้แต่ละวินมีสีเสื้อวินแตกต่างกัน และให้ผู้ขับวินจักรยานยนต์รับจ้างไปดำเนินการจดทะเบียนป้ายเหลืองให้ถูกต้องตามกฎหมาย และให้เพิ่มวินใหม่จากเดิม ๙ วิน เป็น ๑๐ วิน ซึ่งวินที่ ๑๐ นี้ จะให้บริการบริเวณห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส กำหนดให้มีรถ ประจำวินได้จำนวน ๑๕ คัน

ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ได้กำชับให้คณะกรรมการทุกคนได้ปฏิบัติงานอย่างถูกต้องเพื่ออำนวยความสะดวกทั้งผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างและผู้ใช้บริการ จะส่งผลให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคมเมืองตราดต่อไป

อำเภอบ้านฉาง จัดโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์

เมื่อเวลา07.30 น.วันที่ 2 กรกฎาคม ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง จัดโครงการเดินรณรงค์สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ปฏิญาณตน โดยนายธีรวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธี โดยมี พ.ต.อ.เทอดเกียรติ วิริยะสถิตกุลผกก.สภ.บ้านฉาง ข้าราชการตำรวจ พันเอก บุรินทร์ ฐาปณพงศธร สัสดีจังหวัดระยอง ข้าราชการฝ่ายปกครองอำเภอบ้านฉาง นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง สมาชิกสภาเทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและนักเรียนร่วมในพิธีจำนวนมาก

นายอินทรีย์ เกิดมณี นายอำเภอบ้านฉาง กล่าวรายงานว่าในนามของข้าราชการพนักงานรัฐวิสาหกิจ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ผู้บริหารและสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรภาคเอกชนกลุ่มพลังมวลชนและพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบ้านฉางเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้เพื่อเป็นการสนับสนุนแนวทางการดำเนินงาน การสร้างความรัก ความสามัคคี ปรองดองสมานฉันท์ ในประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ร่วมมือร่วมใจกับทางราชการพัฒนาประเทศชาติ ตามเจตนารมณ์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและเหนืออื่นใด คือความต้องการให้พี่น้องชาวไทยทุกกลุ่มทุกฝ่าย คำนึงถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์มากกว่าสิ่งอื่นใด

นายธีรวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยอง ประธานในพิธี ได้กล่าวนำปฏิญาณตนและร่วมกันร้องเพลง รักกันไว้เถิด และนางนิรมล ธำรงราชนิติ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฏหมายและบังคับคดี จังหวัดระยอง กล่าวนำปฏิญาณตนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีและความรุนแรงในครอบครัว จากนั้นได้เดินรณรงค์สร้างความปรองดองสมานฉันท์ไปตามถนนสุขุมวิท ถึงสี่แยกไฟแดง(หาดพยูน-ชากหมาก) เลี้ยวกลับมาที่ว่าการอำเภอบ้านฉาง

ตร.สภ แกลง รวบแก๊งลักรถจักรยานยนต์ ลักทรัพย์ในสถานศึกษา ผู้ต้องหาชายหญิง 14 คน ของกลางหลายรายการ รวมทั้งแท็ปเล็ตของนักเรียนที่ถูกโจรกรรมมาด้วย

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 2 ก.ค. ที่สภ.แกลง จ.ระยอง พล.ต.ต.รุ่งฤทธิ์ ซุ่นทรัพย์ รักษาการ ผบก.ภ.จว.ระยอง พ.ต.อ.ไตรศูร เนียมทรัพย์ รอง ผบก.ภ.จว.ระยอง พ.ต.อ.จตุวัฒน์ กิ่งบัวหลวง ผกก.สภ.แกลง ร่วมแถลงข่าวจับกุมแก๊งโจรกรรม รถ จยย.และลักทรัพย์ในสถานศึกษา พร้อมผู้ต้องหาชายหญิงรวม 14 คน 1. นายสุทธชาติ หรือดำ นิลนาจักร์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 155 ม. 4 ต.กร่ำ อ.แกลง ระยอง 2.นายศิริพงค์ หรือหนู บุญยิ่งอายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 196 หมู่ 8 ต.บ้านนา อ.แกลง 3.นายวันมา ภักดีงาม อายุ 30 ปี 4.นายจีระศักดิ์ ใจหาญ อายุ 28 ปี 5. นายวินัย สินทรัพย์ อายุ 33 ปี 6.นายไผ่ ภิญโญ อายุ 38 ปี 7.นายบรรจง คงทน อายุ 34 ปี 8.น.ส.ศิริพร สาครเสถียร อายุ 47 ปี 9.นางจรีนันท์ บัวจร อายุ 30 ปี 10.น.ส.น้ำฝน บุญสุด อายุ 22 ปี 11.น.ส.นิชนันท์ ไชโย อายุ 26 ปี 12.น.ส.ปุณยนุช ถึงไชย อายุ 28 ปี (ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์และเสพยาเสพติด )13นายสินชัย หรือต้อม พูนสวัสดิ์ อายุ 42 ปี 14.นายสมบัติ หรือมี่ ภิญโญ อายุ 39 ปี (ข้อหารับของโจร) พร้อมของกลาง รถจยย. 6 คัน แทปเล็ต5 เครื่อง เครื่องเล่นซีดี 2 เครื่อง แอมป์ขยายเสียง 1 เครื่อง ยาไอซ์0.03 กรัม ยาบ้า 6 เม็ด กุญแจผี 1 อัน ไขควง ปากแบน 1 ชุด โดยมีผู้เสียหายมายืนดูหน้าผู้ต้องหาและรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรม

พล.ต.ต.รุ่งฤทธิ์ รักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดระยอง กล่าวว่าพฤติกรรมแก๊งนี้ มีนายสุทธิชาติ หรือดำ เป็นหน.แก๊ง ร่วมกับนายศิริพงค์ หรือหนู ตระเวนลักรถจักรยานยนต์ตามห้างสรรพสินค้า บ้านเรือนประชาชน ที่จอดทิ้งไว้หน้าบ้านหรือที่ทำงาน แล้วส่งต่อให้เพื่อนร่วมแก๊งนำไปขาย หาเงินเที่ยวเตร่ และซื้อยาบ้าเสพ นอกจากนี้ได้ไปงัดหน้าต่างโรงเรียนวัดโพธิ์ทอง ต.บ้านนา และโรงเรียนรุ่งนภาพิทยา เขตเทศบาลตำบลเมืองแกลง ขโมยแท๊ปเล็ตของเด็กนักเรียน เครื่องเล่นซีดีและแอมป์ขยายเสียง ของโรงเรียน พร้อมชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แกลง ที่สามารถติดตามจับกุมแก๊งนี้ได้ยกแก๊ง..



วฐิต กลางนอก/ระยอง 0871373960

จังหวัดระยอง จัดประชุมซักซ้อมแนวทางปฏิบัติการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ

จังหวัดระยอง จัดประชุมซักซ้อมแนวทางปฏิบัติการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ

วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 เวลา 09.00 น ณ ห้องอุตรกิจพิจารณ์ ศาลากลางจังหวัดระยอง จังหวัดระยองจัดประชุมเร่งด่วนซักซ้อมแนวทางปฏิบัติการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จตามมาตรการชั่วคราวในการดำเนินการต่อแรงงานต่างด้าว เพื่อกำหนดให้มีการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว โดยมี นายธีรวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยอง เป็นประธานการประชุม และมีหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด ที่เกี่ยวข้อง องค์กรบริหารส่วนจังหวัดระยอง อำเภอต่างๆ เข้าร่วมประชุมซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว และเป็นการเตรียมความพร้อมของศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในวันที่ 7 กรกฎาคม 2557 นี้ ทั้งนี้จังหวัดระยองได้จัดตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ ณ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติตากสินระยอง ภายในสนามกีฬากลางจังหวัดระยอง ถ.สุขุมวิท ต. เนินพระ อ. เมือง จ.ระยอง เพื่อจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนม่าร์ ลาว และกัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 7-30 กรกฎาคม 2557 เวลา 08.30 น ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยให้มารายงานตัวและรับบัตรคิวก่อนเวลา 15.00 น. ของแต่ละวัน โดยแยกเป็น 8 อำเภอดังนี้ แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอเมือง ตั้งแต่วันที่7-11 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอแถลง ตั้งแต่วันที่ 12-14 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่ อำเภอปลวกแดง ตั้งแต่วันที 15-17 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอนิคมพัฒนาตั้งแต่วันที่ 18-19 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอบ้านฉาง ตั้งแต่วันที่ 20-21 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอบ้านค่าย ตั้งแต่วันที่ 22-23 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอวังจันทร์ วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอเขาชะเมา วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 และแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ทุกอำเภอ (เฉพาะที่ตกค้าง) ตั้งแต่วันที่ 25 –30 กรกฎาคม 2557

จึงขอประชาสัมพันธ์ให้นายจ้าง ผู้ประกอบการ นำแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ลาว หรือ กัมพูชา ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตสิ้นสุดแล้ว และอาศัยหรือทำงาน อยู่ในพื้นทีจังหวัดระยอง มาจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าว ณ ศูนย์ฯ ตามกำหนดต่อไป



สวรส รูปแก้ว /ข่าว

ผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา สนธิกำลังปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายภายในเรือนจำกลางฉะเชิงเทรา ตามนโยบาย คสช.

วันนี้ (4 ก.ค.57 ) นายอนุกูล   ตังคณานุกูลชัย   ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา/ผู้อำนวยการศูนย์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดฉะเชิงเทรา  พร้อมด้วยนาย บัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา   นายเดชาใจยะ  ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา  นายธวัชชัย  ชัยวัฒน์  ผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดฉะเชิงเทรา  พล.ต.ต.เชิดชาย  เสขะนันทน์  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา พล.ต. องอาจ ชวาลวิวัฒน์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา พ.อ. ณรงค์  พฤกษารุ่งเรือง  รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11    และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังทหาร ตำรวจ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.)  เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่เรือนจำประกอบด้วยชุดปฏิบัติการจำนวน140 นาย  ปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายภายในเรือนจำกลางฉะเชิงเทรา  เพื่อเป็นการปราบปรามเสพติดในเรือนจำ การป้องกันการซุกซ่อนอาวุธ การนำโทรศัพท์มือถือ สิ่งของต้องห้ามเข้ามาในเรือนจำ  รวมทั้งเป็นการป้องปรามปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดให้โทษ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของคสช.  ด้านการปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด

ซึ่งภายหลังจากการตรวจค้นสิ่งของต้องห้ามภายในเรือนจำกลางฉะเชิงเทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราและคณะได้ร่วมกันแถลงข่าว ผลการปฏิบัติการตรวจค้น ดังนี้ ตรวจค้นผู้ต้องขังชาย 3,668 คน หญิง 292 คน รวม 3,960 คน พบอุปกรณ์เหล็กแหลม จำนวน 4 เล่ม สื่ออนาจาร จำนวน 4 ชุด อุปกรณ์การเล่นพนัน จำนวน 1ชุด ไฟแช๊ค จำนวน 4 อัน นอกจากนี้ยังนำตัวผู้ต้องขัง มาตรวจสารเสพติดและสุ่มตรวจปัสสาวะโครงการ To be Number One /ชุมชนบำบัดระบบต้องโทษและโครงการเรือนนอนสีขาว จำนวน 427  คน ซึ่งผลการตรวจไม่พบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย



ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมทหารและคณะลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคลังสินค้า บริษัท เอเชียโกลเด้นไรซ์ จำกัด จังหวัดฉะเชิงเทรา

วันนี้ ( 4 ก.ค. 57) นายนิรันดร เอื้องตระกูลสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย พ.อ.บรมวิช วารุณประภา รอง ผบ.ร111 และคณะ ลงพื้น ตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว ณ บริษัท เอเชียโกลเด้นไรซ์ จำกัด ต.ท่าสะอ้าน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายไพศาลวิมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และ นายครรชิต สุขเสถียร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดฉะเชิงเทราให้การต้อนรับและร่วมตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว

ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า  สำหรับ โกดังแห่งนี้ เป็นโกดังแห่งแรกของจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่มีการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว หลัง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าว (นบข.) และคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณข้าวคงเหลือของรัฐฯ ออกตรวจสอบปริมาณข้าวในโกดังรัฐทั่วประเทศ ซึ่งในส่วนของจังหวัดฉะเชิงเทรามีโกดังกลางเก็บข้าวรัฐบาล จำนวนทั้งสิ้น 33 แห่ง โดยคาดว่าจะสามารถตรวจข้าวในสต๊อกแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคมนี้

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า  วันนี้ได้ทำการตรวจสอบข้าวขาว 5%  ปี 2555/56 จำนวน  121,969 กระสอบ ในคลังประมงหลังที่ 4 ของบริษัท เอเชียโกลเด้นไรซ์  จำกัด  ซึ่งจากการตรวจสอบของผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่ามีปริมาณข้าวถูกต้องตามบัญชีและในส่วนของคุณภาพข้าวจากการตรวจเบื้องต้นพบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่มีมาตรฐานแต่จะต้องทำการเก็บตัวอย่างข้าวกองละ 3 ถุง จากจำนวน 10 กอง และส่งไปตรวจสอบคุณภาพต่อไป ทั้งนี้โดยภาพรวมคลังจังหวัดฉะเชิงเทรานั้นมีคลังที่รับฝากข้าวสารเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 33 คลัง มีการประมูลและขายไปแล้วบางส่วนคงเหลือข้าวในคลังอีก 16 คลัง  มีโรงสีเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปี 2556/57 จำนวน 26 รายโดยเป็นโรงสี 24 ราย และจุดรับจำนำของโรงสีภายในจังหวัดอีก 2 จุด



ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สืบสวนโรงพักพัทยาจับสมุนเอเย่นต์ค้ายาบ้ารายใหญ่เครือข่ายเรือนจำชลบุรี

พ.ต.อ.สุภธีร์ บุญครอง รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ภูมิสิทธิ์ สิงห์เถื่อน รอง ผกก.สส พ.ต.ท.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย รรท.รอง ผกก.ป. พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายโสภณ หรืออู๊ด รัตนะ อายุ 35 ปี ชาว จังหวัดชลบุรี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 4,000 เม็ด นายเอกชัย หรือเบริด สูหญ้านาง อายุ 19 ปี ชาว อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ของกลางยาบ้า 388 เม็ด และนายไพฑูรย์ หรือนัด ทีประเสริฐ อายุ 24 ปี ชาว จังหวัดหนองคาย พร้อมของกลางยาบ้า 100 เม็ด

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา สืบทราบว่า นายโสภณ หรืออู๊ด มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาบ้าทั้งในเขตจังหวัดชลบุรี และเมืองพัทยา จึงส่งสายลับออกสืบสวนหาข่าวจนทราบว่านายโสภณ กำลังขับรถตู้ขนยาบ้าออกมาจากซอยสวนผึ้ง ตำบลหนองรี ผ่านทางถนนหมายเลข 334 (ชลบุรี-บ้านบึง) จึงนำกำลังตำรวจเดินทางไปจับกุมตัวไว้ได้พร้อมของกลางยาบ้า 4,000 เม็ด จากการสอบสวนให้การรับสารภาพว่า เมื่อไม่นานมานี้เคยติดคุกในคดียาเสพติดและไปรู้จักกับเอเย่นต์ค้ายาบ้าคนหนึ่งที่เรือนจำจังหวัดชลบุรี พอพ้นโทษออกมาจึงได้รับการติกต่อว่าจ้างจากเอเย่นต์คนดังกล่าว ให้ทำหน้าที่คอยไปเอายาบ้าที่เครือข่ายนำไปทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อนำไปส่งให้กับลูกค้า โดยได้รับค่าจ้างเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาทต่อยาบ้า 1 มัด (2,000 เม็ด) จนมาถูกตำรวจจับกุมดังกล่าว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเดียวกันได้ทำการขยายผลไปจับกุมนายเอกชัย ได้ที่หน้าศาลเจ้า ใน ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง ส่วนนายไพฑูรย์ จับได้ที่เล้าไก่ ซอยบ้านกำนันเขียว ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง ซึ่งแนวทางการสืบสวนทราบว่าทั้งคู่ได้สั่งซื้อยาบ้าจากเอเย่นต์ใหญ่ในเรือนจำชลบุรี โดยมีนายโสภณ เป็นคนนำมาส่งให้ ภายหลังการสอบสวนเบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาทั้ง 3 คนว่ามียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ปริญญา/ข่าว/ภาพ 

“เปิดบ้านวิชาการ “รัตนจามจุรี ศรีพัทยา” 35 ปี แสงสว่างแห่งปัญญาสู่ 36 ปี การศึกษาเมืองพัทยาก้าวไกล

นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เป็นประธานกล่าวเปิดงานวันวิชาการ “เปิดบ้านวิชาการ “รัตนจามจุรี ศรีพัทยา” 35 ปี แสงสว่างแห่งปัญญาสู่ 36 ปี การศึกษา เมืองพัทยาก้าวไกล พร้อมด้วยนายวัฒนา จันทนวรานนท์ รองนายกเมืองพัทยา สมาชิกสภาเมืองพัทยา นายมานัส คงวัฒนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองพัทยา 7 คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครูผู้ปกครอง และนักเรียนโรงเรียนเมืองพัทยา เข้าร่วมพิธีเปิด ณ โรงเรียนเมืองพัทยา 7 (บ้านหนองพังแค)

สำหรับกิจกรรม เปิดบ้านวิชาการ “รัตนจามจุรี ศรีพัทยา” 75 ปี แสงสว่างแห่งปัญญาสู่ 36 ปี การศึกษา เมืองพัทยาก้าวไกล จัดขึ้นเพื่อนำเสนอรูปแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผลงานนักเรียน และเผยแพร่การจัดการศึกษาของโรงเรียนสู่ชุมชน รวมไปถึงเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความก้าวหน้าทางวิชาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในปัจจุบันโรงเรียนเมืองพัทยา 7 จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มีนักเรียนทั้งสิ้น จำนวน 2,245 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษาอีก 117 คน

ซึ่งงานวันวิชาการครั้งนี้ เป็นการจัดงานภายใต้แนวคิด เปิดบ้านวิชาการ “รัตนจามจุรี ศรีพัทยา” 35 ปี แสงสว่างแห่งปัญญาสู่ 36 ปี การศึกษาเมืองพัทยาก้าวไกล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ ความสามารถ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 20 ก่อเกิดทักษะในการคิดและแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้การปลูกฝังคุณธรรมเป็นฐาน เพื่อมุ่งเน้นพัฒนาคนแบบองค์รวมให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพและยกระดับมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนเมืองพัทยา7ต่อไป



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

ช้างแสนรู้ 9 เชือกหล่อเทียน เทศกาลเข้าพรรษา

สวนนงนุชพัทยา จัดหล่อเทียนพรรษายิ่งใหญ่ นำช้างแสนรู้ 9 เชือก ปางช้างสวนนงนุชพัทยา เป็นพรีเซ็นเตอร์เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ร่วมประเพณีหล่อเทียนพรรษา สืบสานประเพณีไทย สืบทอดพระพุทธ ศาสนา ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว และสร้างความปองดองสมานฉันท์ในวิถีพุทธ ภายใต้โครงการ  หล่อเทียนพรรษา 9 วัน 9 วัด 9 ต้น

นางพัทธนันท์ ขันติสุขพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไปสวนนงนุชพัทยา เป็นประธานในพิธีหล่อเทียนพรรษา 9 วัน 9 วัด 9 ต้น ณ ปรัมพิธีหน้าห้องอาหารวิวัฒน์  สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมี พระครูเกษมกิตติโสภณ เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ประกอบพิธีทางศาสนา เพื่อเกิดความเป็นสิริมงคล ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการหล่อเทียนพรรษา ซึ่งเป็นประเพณีที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาที่มีมาแต่โบราณกาล

โดยสวนนงนุชพัทยาได้นำช้างแสนรู้ จำนวน 9 เชือก ประกอบด้วย พลายไม้เมือง พังแสงดาว พังคริสมาสต์ พังพิมพ์ทอง พังหยก พังทับทิม พังขวัญเมือง พังแบมบี้ และพังทิมทอง มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ตัวแทนสวนนงนุชพัทยา ใช้งวงจับกระบวยตักน้ำเทียนเทเข้าแท่นหล่อเทียนพรรษา เพื่อเป็นการเชิญชวนให้นักท่องเที่ยว และเหล่าพุทธศาสนิกชนได้มาร่วมกันประกอบพิธีหล่อเทียนพรรษา เพื่อสืบสานประเพณีไทยที่มีมาแต่สมัยโบราณ และเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา รวมถึงการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว และที่สำคัญเป็นการสร้างความปองดองสมานฉันท์คืนความสุขให้คนในชาติแนววิถีพุทธ ตามนโยบายของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในปัจจุบัน โดยจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 1-9 ก.ค.57 ก่อนจะนำเทียนพรรษาไปถวายยังวัดต่างๆ จำนวน 9 วัด ได้แก่ วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร วัดสามัคคีบรรพต วัดนาจอมเทียน วัดอัมพาราม วัดบางเสร่คงคาราม วัดเขาบำเพ็ญบุญ วัดเขาคันธสมาทน์ วัดหนองจับเต่า และวัดใหม่อยู่สงัด เพื่อเป็นกุศลทานตามความเชื่อ หากบุคคลใดให้ทานด้วยแสงสว่างจะมีอานิสงส์เพิ่มพูนปัญญาหูตาสว่างไสว มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด และชีวิตรุ่งเรืองดั่งแสงเทียน

สำหรับประเพณีหล่อเทียนพรรษาได้ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี กล่าวคือ เมื่อถึงฤดูเข้าพรรษา บรรดาภิกษุสามเณรต้องเข้าจำพรรษาในวัด หรือสถานที่ที่กำหนดตลอดระยะเวลา 3 เดือน โดยมิให้ไปค้างแรมที่อื่น ในการนี้พระภิกษุสามเณรจะมีการทำวัตร สวดมนต์ทุกเช้าเย็น ซึ่งในสมัยโบราณยังไม่มีไฟฟ้าใช้ยามค่ำคืน ต้องอาศัยแสงสว่างจากไส้ตะเกียงน้ำมัน หรือประทีปโคมไฟอื่นๆ พุทธศาสนิกชนจึงร่วมใจกันหล่อเทียนจำนำพรรษา เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ได้ใช้จุดเวลาทำวัตรสวดมนต์ หรือจุดบูชาพระตลอด 3 เดือน ซึ่งในพื้นที่ตามชนบท การหล่อเทียนจำนำพรรษาจะทำกันอย่างเอิกเกริกสนุกสนาน ก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคีของคนในชุมชน ซึ่งการจัดกิจกรรมในวันนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสนองตอบต่อนโยบายของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการสร้างความปองดองสมาน ฉันท์ของคนในชาติตามแนววิถีพุทธในปัจจุบันอีกด้วย




ปริญญา/ข่าว/ภาพ

เทศบาลเมืองศรีราชา จัดงานวันคล้ายวันถึงแก่อสัญกรรม ท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี อย่างยิ่งใหญ่

นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ณ อนุสาวรีย์จอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี บริเวณหน้าเทศบาลเมืองศรีราชา

เทศบาลเมืองศรีราชา จัดกิจกรรมงานวันคล้ายวันถึงแก่อสัญกรรม ท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ผู้ก่อตั้งเมืองศรีราชาประจำปี 2557 อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งเทศบาลได้กำหนดจัดขึ้นทุกวันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี โดยในช่วงเช้าเวลา 05.30 นาฬิกา คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลและหัวหน้าส่วนการงาน ร่วมพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี และเวลา 07.00 นาฬิกาหน่วยงานภาครัฐและเอกชน พ่อค้า ประชาชน ร่วมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 80 รูป จากนั้น ได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ เจ้าอาวาส 9 วัด มาเจริญพระพุทธมนต์ และร่วมถวายภัตราหารเช้า เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้น นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีกล่าวสดุดีถวายแด่ท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี และมี นายธานี รัตนานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองศรีราชา เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมทั้งคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา หัวหน้าส่วนการงาน และพนักงานเทศบาล เข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากกองทหารเกียรติยศพลแตรเงิน เป่าแตรนอน เพื่อเป็นการแสดงเกียรติสูงสุดแด่ท่านเจ้าคุณ จากนั้นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จำนวนมากเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาด้านหน้าอนุสาวรีย์ ท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี เพื่อร่วมรำลึกถึงคุณงามความดีของท่านที่เป็นผู้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับอำเภอศรีราชา และประเทศชาติไว้เป็นอย่างมาก



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

มอบทุนการศึกษากว่า 2 ล้านบาท ให้บุตรทหารชายแดนใต้เพื่อเป็นและกำลังใจ

สมาคมภริยาทหารเรือ ระดมทุนการศึกษามอบให้กับบุตร-ธิดา ข้าราชการในสังกัดที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงทุนส่งเสริมการศึกษาต่อเนื่องบุตรของสมาชิกจนจบปริญญาตรี และปริญญาโท รวมกว่า 2 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เป็นขวัญและกำลังใจแก่บุตรของสมาชิกที่มีความขยันหมั่นเพียรและมีผลการเรียนดี

ที่หอประชุมนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นางอัจฉรา พิพัฒนาศัย นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ได้เป็นประธานมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรของสมาชิกสมาคมภริยทหารเรือ ประจำปี 2557 จำนวน 582 ทุน เป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับสมาชิกตลอดจนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่บุตรของสมาชิกที่มีความขยันหมั่นเพียรและมีผลการเรียนดี

สำหรับการมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ ประกอบด้วยทุนผูกพันที่เข้ารับการศึกษาในสถาบันของรัฐ จนถึงระดับปริญญาตรี-ปริญญาโท ทุนส่งเสริมการศึกษาในระดับประถมศึกษาถึงระดับอุดมศึกษา ทุนกรณีพิเศษมอบให้แก่บุตรของ พันจ่าเอกจักรกฤช พีพิมาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนใต้ และทุนการศึกษามอบให้แก่บุตรของกำลังพลที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมเป็นทุนการศึกษาที่มอบให้กับบุตรสมาชิกของสมาคมภริยาทหารเรือในครั้งนี้ จำนวน 582 ทุน เป็นเงินทั้งสิ้น 2,090,000 บาท (สองล้านเก้าหมื่นบาท) โดยมี พลเรือโทสนธยา น้อยฉายา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ คณะกรรมการสมาคมภริยาทหารเรือทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมถึงผู้ปกครองเข้าร่วมในพิธีมอบทุนการศึกษาในวันนี้ด้วยเป็นจำนวนมาก 

นายกสมาคมภริยาทหารเรือกล่าวว่า ทุนการศึกษาที่มอบให้ในวันนี้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับบุตรของสมาชิกรวมถึงเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ปกครองในช่วงสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีอยู่ในขณะนี้ ขอให้ผู้รับทุนการศึกษานำเงินที่ได้รับในครั้งนี้ ถึงแม้จะไม่มากนักแก่ก็สามารถแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทางด้านการศึกษา และตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเป็นกำลังที่สำคัญของชาติต่อไปในอนาคต สำหรับบุตร-ธิดาของกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางสมาคมจะมอบทุนการศึกษาให้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่เสียงภัยอยู่ในปัจจุบันอีกด้วย 



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

ผวจ.จันทบุรี เดินหน้ามอบนโยบายสร้างสุขให้สังคม

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเดินสายมอบนโยบาย สร้างความสามัคคี ปรองดอง ลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม ประกาศวาระจันทบุรีเมืองแห่งความสุข สุขทุกวันที่จันทบุรี

วันนี้ ( 3 ก.ค.57 ) ที่ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเทศบาลเมืองจันทบุรี นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้ตรวจเยี่ยม มอบนโยบาย แลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็น รับทราบปัญหา อุปสรรคกับผู้นำชุมชน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ กำนัน – ผู้ใหญ่บ้านในเขตอำเภอเมืองจังหวัดจันทบุรี โดยมุ่งเน้นสร้างความสามัคคี ปรองดอง ลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม พร้อมประกาศวาระจันทบุรีเมืองแห่งความสุข สุขทุกวันที่จันทบุรี โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้กำชับกำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนเนื่องจากมีความใกล้ชิดกับประชาชนเป็นอย่างดี มีข้อมูล และเป็นกลไกสำคัญที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากจังหวัดจันทบุรี   

หลังจากนั้นเวลา 11.00 น.ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีพร้อมคณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมมอบนโยบาย ข้าราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ในเขตอำเภอขลุง ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอขลุง



จรัล/ภาพ/ข่าว (  3 ก.ค. 57 )
                            ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว 

จังหวัดจันทบุรี รณรงค์ออกกำลังกาย เดิน – วิ่ง อิงประวัติศาสตร์สร้างความปรองดอง

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชน ร่วมรณรงค์ออกกำลังกายตามสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของจังหวัด เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างความปรองดอง สมานฉันท์  

เมื่อเย็นวานนี้ (  2 ก.ค.57 ) ที่วัดเสม็ดงาม ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยนายสมหมาย วิเชียรฉันท์ นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนร่วมโครงการเดิน – วิ่ง อิงประวัติศาสตร์ โดยครั้งนี้เป็นการเดิน – วิ่ง ศึกษาเรียนรู้แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ชุมชนบ้านเสม็ดงามที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน    

ทั้งนี้การรณรงค์ออกกำลังกาย ตามโครงการ เดิน – วิ่งอิงประวัติศาสตร์เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงเป็นไปตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ต้องการให้ประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรีหันมาสนใจการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ สร้างความกระปี้กระเป่าแก่ร่างกาย สร้างความสามัคคี ปรองดอง ลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม ตามยุทธศาสตร์จันทบุรีเมืองแห่งความสุข สุขทุกวันที่จันทบุรี เป็นแบบอย่างแก่ประชาชน และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี จึงนำข้าราชการ ประชาชน ออกกำลังกายเป็นประจำตามแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัดจันทบุรี โดยจะหมุนเวียนไปตามอำเภอต่าง ๆ เดือนละ 2 ครั้ง



จรัล/ภาพ/ข่าว (  3 ก.ค. 57 )
                            ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว 

บ.ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) แจงกรณีเกิดไฟไหม้หน่วยการผลิต VGOHT หลังชาวบ้านเข้าพบขอคำชี้แจง

นายวิทยา ชัชวาลชาญชนกิจ ผู้จัดการส่วนชุมชนสัมพันธ์ และนายแสงจันทร์ ผานิล ผู้จัดการแผนกสิ่งแวดล้อม ผู้แทน บริษัท ไออาร์พีซีจำกัด(มหาชน) ได้ชี้แจงข้อมูลกรณีการเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่หน่วยผลิต VGOHT เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2557 เวลาประมาณ 18:00 น.หลังชาวบ้านเข้าพบขอคำชี้แจง โดยกล่าวว่า กรณีดังกล่าว เกิดจากการรั่วไหลของสารไฮโดรคาร์บอนชนิดเบา(น้ำมันเบา) ออกมาอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดไอของน้ำมันเบา จนลุกไหม้และเกิดเสียงดัง(ระเบิด)โดยใช้เวลาดับเพลิงประมาณชั่วโมงเศษ ทั้งนี้เหตุดังกล่าวก่อให้เกิดเขม่าควัน ซึ่งพบว่าทิศทางลมขณะเกิดเหตุได้พัดจากตะวันตกเฉียงใต้ไปทิศตะวันออกเฉียงเหนือ โดยดูจากอุปกรณ์เครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ติดตั้งตามสถานีต่างๆทั้ง 5 สถานีในพื้นที่ชุมชน ขณะที่ผลตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ หลังเกิดเหตุมีค่าฝุ่นละอองและเขม่าสูงขึ้นเล็กน้อยและลดลงมาซึ่งยังมีค่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน โดยสัมพันธ์กับผลการตรวจวัดของหน่วยงานราชการ สำหรับน้ำดับเพลิงที่ใช้แล้ว จะส่งเข้าระบบบำบัดน้ำส่วนกลางของเขตประกอบการฯ ก่อนที่จะระบายออก สู่ภายนอก ทางคลองก้นปึก ผ่านป่าชายเลน ผ่านชุมชนแหลมรุ่งเรืองลงสู่ทะเล และทิศทางการไหลของน้ำขึ้นน้ำลง ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์กับคราบน้ำมันที่บริเวณชายหาดแม่รำพึงแต่อย่างใด

โครงการสร้างความสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หมู่บ้านรักษาศีล 5 ประชาเป็นสุข

วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมภักดีศรีสงคราม ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองเป็นประธานการประชุมโครงการสร้างความสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หมู่บ้านรักษาศีล 5 ประชาเป็นสุข พร้อมด้วย พระครูโอภาสบุญวัฒน์ รองเจ้าคณะจังหวัดระยอง เจ้าคณะอำเภอทุกอำเภอ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา นายดำริ สมควรคิด ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง และคณะกรรมการดำเนินงานฯ ร่วมประชุมเพื่อกำหนดรูปแบบในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในรูปแบบการบูรณาการความร่วมมือทางพระพุทธศาสนาทุกภาคส่วน กว่า 80 คน ทั้งนี้ จังหวัดระยอง อยู่ในช่วงการดำเนินโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ตามมติมหาเถรสมาคม เพื่อการขับเคลื่อนโครงการอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาความขัดแย้ง สร้างความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้สังคมมีความสงบ ร่มเย็น และเกิดสันติสุขอย่างยั่งยืน



สวรส/ข่าว

บุกค้นบ้านรองนายกอบต.พบไม้หวงห้ามกว่า 20 ท่อน

บุกค้นบ้านรองนายกอบต.พบไม้หวงห้ามกว่า 20 ท่อน

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 2 กรกฎาคม นายพงษ์ศักดิ์ คงคารัตน์ ปลัดอำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พ.ต.อ.ประเสริฐ มาเห็ม ผกก.สภ.เขาชะเมา พ.ต.ท.ธีระพงศ์ วรการพงศ์ สวป. สภ.เขาชะเมา ทหารพัน ร.7 เจ้าหน้าที่ป่าไม้กว่า 20 นายเข้าปิดล้อมบ้านบริบูรณ์ หมู่ 1 ต.เขาน้อย เพื่อตรวจค้นไม้หวงห้าม หลังได้รับรายงานว่ามีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครอง ในที่เกิดเหตุมีการปลูกสร้างบ้านด้วยไม้หลังเล็กๆ พื้นที่บริเวณรอบบ้านเป็นสวนผลไม้ จากการตรวจสอบทราบว่าเจ้าของบ้านชื่อนายวสันต์ บริบูรณ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)เขาชะเมา ขณะเข้าตรวจค้นนายวสันต์ไม่อยู่บ้าน อยู่แต่นายวิศิษฐ์ บริบูรณ์ อายุ 24 ปี ลูกชาย จากการตรวจค้นพบไม้ตะเคียน ไม้มะค่าและไม้ประดู่ มีไม้แปรรูปหน้ากว้างกว่า 1 เมตร ยาว 2.50 เมตร และขนาดต่างๆรวมกว่า 20 ท่อน กองไว้ข้างบ้าน พร้อมโต๊ะเลื่อยไฟฟ้าสำหรับแปรรูปไม้ และเลื่อยโซ่ยนต์ 1 ตัว เจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึกจับกุม นายวิศิษฐ์ บริบูรณ์ ปี ลูกชายนายวสันต์ รับเป็นเจ้าของ ควบคุมตัวส่งร.ต.ท.สุเชษฐ์ เทพชารี พนักงานสอบสวนสภ.เขาชะเมา ดำเนินคดีต่อมากำลังชุดจับกุมชุดเดียวกันได้เข้าตรวจสอบบ้านนายออด ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง บริเวณหลังหน่วยกู้ภัยเขาชะเมา ต.ชำฆ้อพบไม้หวงห้ามจำนวนมาก ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจวัดปริมาตรไม้เพื่อลงบันทึกจับกุมยังไม่เสร็จสิ้น


วฐิต/ข่าว

จังหวัดระยอง เตรียมจัดงาน “วันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระราชา” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อประชาชนชาวระยอง ในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗

จังหวัดระยอง เตรียมจัดงาน "วันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระราชา” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อประชาชนชาวระยอง ในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗

นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า ดัวยในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๒๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมา ณ ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดง ตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง จังหวัดระยอง จึงได้กำหนดจัดงานวันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อประชาชนชาวระยอง โดยเน้นการปลูกฝังความเข้าใจเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้กิจกรรมต่างๆของศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดง ตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง ในพื้นที่ที่ได้ขึ้นชื่อว่า "ครั้งหนึ่งพระราชา…ได้เสด็จพระราชดำเนินมา” เมื่อวันที่ ๑๔กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ อ่างเก็บน้ำดอกกราย ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง

ทั้งนี้ ในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ภาคเช้าเวลา ๐๙.๐๐น พิธีเปิดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้ม คืนความสุขให้กับประชาชน ครั้งที่ ๑๐ประจำปี ๒๕๕๗ จังหวัดระยอง โดย นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง จากนั้น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองกล่าวพบปะประชาชนและมอบป้ายโครงการงบพัฒนาของ อบจ.ประจำปี ๒๕๕๗ มอบกีฬาให้กับโรงเรียน ต่อด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง หัวหน้าส่วนราชการนายอำเภอ ร่วมมอบถุงยังชีพ/จักรยาน การให้บริการของหน่วยงานต่างๆ นอกจากนี้มี มหกรรมรวมสินค้าโอท็อป สินค้าธงฟ้าราคาประหยัด ผลิตภัณฑ์ชุมชน อื่น ๆ อีกมากมาย  จากนั้น เวลา ๑๐.๓๐ น นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ประชุมแก้ไขปัญหาของประชาชนร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพืนที่ เพื่อรับทราบปัญหา ข้อเสนอแนะ และพิจารณากำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป ส่วนภาคบ่ายเวลา ๑๖.๐๐น หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ร่วมพิธี กลุ่มพลังมวลชน ทั้ง ๘ อำเภอร่วมปล่อยพันธ์สัตว์น้ำและปลูกป่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชมการแสดงมหรสพ นั่งรถไฟชมกิจกรรมภายในศูนย์ฯ การแสดงโดดร่มเหินเวหา ของหน่วยทหาร นำเทียนชัยลงมาจากฟ้า จากนั้นเวลา ๑๙.๒๙ น พิธีจุดเทียนชัยและกล่าวถวายพระพรชัยมงคล นำโดยนายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ร่วมพิธี กลุ่มพลังมวลชน ทั้ง ๘ อำเภอ ร่วมขับร้องเพลง ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติ ดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี การแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดระยอง

จึงขอเชิญชวน ร่วมงาน "วันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระราชา ” และโครงการ หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้ม คืนความสุขให้ประชาชน ครั้งที่ ๑๐ ประจำปี ๒๕๕๗ ในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ อ่างเก็บน้ำดอกกราย ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง โดยพร้อมเพรียงกัน


สวรส /ข่าว

ผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา ตรวจติดตามการดำเนินการสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ระดับจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่น

วันนี้ (3 ก.ค. 57) นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย พล.ต. พิชิต ฟูฟุ้ง  ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11  พล.ต.ต. เชิดชาย เสขะนันทน์  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมติดตามการ  ดำเนินการสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ระดับจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่น พร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานของการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ณ อำเภอบางคล้า  และ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา  โดยมี นายอำเภอ กล่าวรายงานผลการดำเนินงานการสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ระดับอำเภอและท้องถิ่น และ หัวหน้าส่วนราชการ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. อพปร.  และประชาชน เข้าร่วมประชุมและร่วมนำเสนอข้อมูล ความคิดเห็นและแนวทางการสร้างความปรองดองสมานฉันท์

ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีคำสั่งให้จัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปตามเจตนารมณ์ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาตินั้นมีแนวทางการปฏิบัติ4 ขั้นตอน     1.ต้องการให้เกิดความสงบเรียบร้อยโดยเร็วปราศจากการต่อต้านและหยุดการเคลื่อนไหวทุกรูปแบบโดยเฉพาะแกนนำเสื้อสีต่างหันหน้ามาพูดกันโดยยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก 2.ขับเคลื่อนการบริหารประเทศให้มีความพร้อมไปสู่ประชาคมอาเซียน 3.การเข้าสู่การเลือกตั้งที่ทุกคนทุกฝ่ายยอมรับเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ 4.สร้างความรักความสามัคคีปรองดองให้คนในชาติกลับมาเหมือนเดิมตั้งแต่สถาบันครอบครัวจนถึงระดับชาติ   จังหวัดฉะเชิงเทราจึงได้สั่งการให้ทุกอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดตั้ง  ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป เพื่อสร้างความรักสามัคคี ให้คนไทยทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายยุติความขัดแย้ง โดยคำนึงถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  และเพื่อให้การขับเคลื่อนศูนย์ปรองดองฯ  เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ  จึงได้มีการติดตามการดำเนินการสร้างความปรองดองฯ และมอบนโยบาย การดำเนินงานขึ้น  โดยการติดตามและมอบนโยบายการดำเนินงานในวันนี้ยังมีการชี้แจงแนวทางในการปฏิรูปประเทศ ของคณะ คสช. การนำทุกภาคส่วนมาร่วมพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยน เรียนรู้สถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้น    นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรายังกล่าวเพิ่มเติมว่า หากท่านใดมีข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ สามารถเสนอผ่านจังหวัด/กอ.รมน.จว.ฉช. ได้ตลอดเวลา หรือจะเสนอไปทางตู้ ปณ.99 สาขามหาดไทย กรุงเทพฯ 10206 โดยตรงก็ได้

สำหรับการดำเนินงาน การสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ระดับจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่น ของอำเภอบางคล้านั้นได้ดำเนินการ จัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ระดับอำเภอและระดับท้องถิ่น และ แต่งตั้งชุดปฏิบัติการประจำตำบล จัดประชุมประชาคมสร้างความเข้าใจเจตนารมเกี่ยวกับการปรองดองสมานฉันท์ กับประชาชนในพื้นที่ ปัจจุบันได้ดำเนินการแล้ว 47 หมู่บ้าน จาก ทั้งหมด 56 หมู่บ้าน คิดเป็น  84  % นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมร่วมกันการปลูกต้นไม้สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ในพื้นที่สวนสาธารณะ สถานที่ราชการ บ้านเรือน และในส่วนของ อำเภอบางน้ำเปรี้ยวนั้น ได้ดำเนินการ จัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์  ใน ระดับอำเภอและระดับท้องถิ่น โดยในระดับอำเภอมีการจัดประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจในเจตนารมณ์นโยบาย และขั้นตอนการดำเนินงานของคณะ คสช. ส่วนในระดับท้องถิ่น มีการจัดเวทีเสวนาปรองดองสมานฉันท์ซึ่งได้ดำเนินการครบ 100% ทั้ง 14 ท้องถิ่น 148 หมู่บ้าน และมีการจัดกิจกรรม การแสดง การละเล่น กิจกรรมสาธารณประโยชน์ การปลูกต้นไม้ เพื่อให้เกิดความรัก ความปรองดองและสมานฉันท์



ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา


   

จังหวัดฉะเชิงเทรา ส่งบ้านคลองเตยเข้าประกวดหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง ระดับภาคประจำปี2557

วันนี้ ( 3 ก.ค. 57)   คณะกรรมการการประกวดหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง ระดับภาค โดยการนำของ พล.ต. บัญชา ทองวิลัย เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 1 พร้อมคณะกรรมการฯ จาก 12 หน่วยงาน ได้เดินทางมาตรวจให้คะแนนการประกวดหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง หรือ หมู่บ้าน อพป. ระดับภาค  ที่บ้านคลองเตย หมู่ที่12 ตำบลท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีนาย บัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา/ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา   พ.อ.วุฒิชัย เจริญรื่น หัวหน้ากลุ่มงานข่าว กอ.รมน.จ.ฉะเชิงเทรา  นาง วราภรณ์ ศิริวงศ์ นายอำเภอสนามชัยเขต พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสมาชิกหมู่บ้านอพป.บ้านคลองเตยและใกล้เคียงให้การต้อนรับ  สำหรับการตรวจให้คะแนนในครั้งนี้ได้มีการตรวจติดตามผลการดำเนินงานด้านต่างๆของหมู่บ้านอพป.และชุดรักษาความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน หรือชุด ชรบ. 

พล.ต. บัญชา ทองวิลัย เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 1 กล่าวว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้จัดให้มีการประกวดหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเองเป็นประจำทุกปี   ภายหลังจากการเสร็จสิ้นการฝึกอบรมจัดตั้งและทบทวนหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเองแล้ว ในส่วนของกองอำนวยรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 มีการจัดการประกวดในพื้นที่หมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด 7 จังหวัด โดยเริ่มดำเนินการระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน 2557 ถึงวันที่ 6 กรกฎาคม 2557 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ฉะเชิงเทรา และจังหวัดชลบุรี  โดยหมู่บ้านที่ชนะเลิศระดับภาค ประจำปี2557 จะได้รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค1      

เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 1 กล่าวต่อว่า การจัดประกวดหมู่บ้าน อพป. มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมการดำเนินการหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเองทั้งทางด้านเศรษฐกิจ  สังคม จิตวิทยา การปกครองและการรักษาความปลอดภัยให้เป็นหมู่บ้านตัวอย่างในการจัดระเบียบชายแดน รวมทั้งสามารถสนับสนุนการพัฒนาระบบงานของหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง คือระบบการรักษาความปลอดภัย ระบบการพัฒนาและบริการ และระบบการบริหารงานหมู่บ้านให้มีความเข้มแข็ง ตลอดจนเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้ชุดครูฝึก ในการพัฒนาการฝึกให้ดียิ่งขึ้นต่อไป และเพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือ ร่วมใจ ระหว่างประชาชนในหมู่บ้าน ให้มีความตั้งใจ และทุ่มเทในการฝึกอย่างจริงจัง ซึ่งมีรางวัลประกวดเป็นสิ่งตอบแทน



ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา

จังหวัดสระแก้วจัดการประชุมให้ความรู้ผู้ประกอบกิจการภาพยนตร์และวีดีทัศน์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2551 และโครงการพัฒนาสถานประกอบการร้านเกม

วันนี้ ( 3 ก.ค.) เวลา 13.30 น. นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ปลัดจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานเปิดโครงการประชุมให้ความรู้ผู้ประกอบกิจการ ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2551 และโครงการพัฒนาสถานประกอบการ (ร้านเกม) ให้เป็นแหล่งเรียนรู้แก่เด็กและเยาวชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 ณ วิทยาลัยชุมชนสระแก้ว โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการประกอบการร้านวีดีทัศน์ให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2551 เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านเกมมีจิตใจสำนึก มีความรับผิดชอบร่วมกันในการแก้ไขปัญหาสังคมอันเนื่องมาจากร้านเกม และเพื่อประสานความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการสร้างแหล่งเรียนรู้ให้แก่เด็กๆ เยาวชนและประชาชนที่เข้าใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยมี ผู้เข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วย ผู้ประการร้านวีดีทัศน์ (ร้านเกม/ร้านคาราโอเกะ) และร้านให้เช่า จำหน่าย หรือแลกเปลี่ยนภาพยนตร์และวีดีทัศน์ จำนวน 152 ร้าน

นายสมเกียรติ พันธรรม วัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่าสำนักงานวัฒนธรรมมีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ.2551 ในการกำกับดูแลสถานประกอบกิจการให้มีทิศทางในการปฏิบัติร่วมกันให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด จึงได้จัดโครงการประชุมให้ความรู้ผู้ประกอบกิจการ ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ.2551 และโครงการพัฒนาสถานประกอบการ (ร้านเกม) ให้เป็นแหล่งเรียนรู้แก่เด็กและเยาวชน จังหวัดสระแก้ว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557


(กรรณิการ์/ข่าว)

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ชลบุรี จัดการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม

วันที่ 2 กรกฎาคม 2557  ณ ห้องประชุม พระพิพิธโภไคย  ศาลากลางจังหวัดชลบุรี จังหวัดชลบุรีจัดประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย  วาตภัย  และดินโคลนถล่ม จังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 1 โดยมีนายเลอสัน  ศศิพงษ์ นายอำเภอเมืองชลบุรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการศูนย์ฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

นายเลอสัน  ศศิพงษ์ นายอำเภอเมืองชลบุรี กล่าวว่า ได้จัดการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มในพื้นที่จังหวัดชลบุรีที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วง ฤดูฝน ปี 2557 ซึ่งได้มีการทบทวนแผนการทำงาน  โครงการ และการแก้ไขปัญหา ตลอดจนการขับเคลื่อนการทำงานของศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ประจำปี 2557 ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ของแต่ละอำเภอ ในจังหวัดชลบุรี

สำหรับจังหวัดชลบุรีได้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ขึ้น  ณ ศาลากลาง จังหวัดชลบุรีและแต่งตั้ง คณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม จังหวัดชลบุรี ประจำปี 2557 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่ม ที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมทั้งให้มีการติดตามสถานการณ์ปริมาณฝน ในพื้นที่เสี่ยงภัย อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย



คมศักดิ์/ข่าว /ภาพ

ท.เมืองจันท์ พร้องน้ำทุ่งนาเชย เตรียมรองรับปริมาณน้ำฝน

เทศบาลเมืองจันทบุรี ทำการพร่องน้ำในทะเลสาบ ทุ่งนาเชย ให้สามารถรับปริมาณน้ำฝนและระบายออกได้อย่างรวดเร็ว ลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากฝนตกหนัก

ที่บริเวณประตูระบายน้ำ ทะเลสาบทุ่งนาเชย จังหวัดจันทบุรี นางสุกานดา  สุทธิพัฒนกุล  นายกเทศมนตรีเมืองจันทบุรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลได้ลงพื้นที่เพื่อดูการพร่องน้ำในทะเลสาบทุ่งนาเชย ลดระดับน้ำใน เพิ่มพื้นที่การรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะมีมากขึ้นในฤดูฝนนี้  โดยกองช่างสุขาภิบาล ได้ทำการพร่องน้ำในทะเลสาบสวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทุบคันกั้นน้ำ คสล. บริเวณประตูระบายน้ำข้างสนามสามเหลี่ยม ทำให้น้ำในทะเลสาบมีระดับลดลงอย่างรวดเร็ว ป้องกันสถานการณ์น้ำเอ่อล้นทะเลสาบ ท่วมขังผิวจราจรถนนบริเวณโดยรอบที่เกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงฝนตกหนัก ป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมผิวจราจรในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี



จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 2 ก.ค..57 )
                  ธเนศ  เธียรนันทน์/ตรวจข่าว

มาบตาพุดสดใส กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนร่วมทำบันทึกข้อตกลงรับเด็ก ปวช. – ปวสมาพัฒนาเป็นช่างเทคนิคประจำโรงงาน

มาบตาพุดสดใส กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนร่วมทำบันทึกข้อตกลงรับเด็ก ปวช. – ปวสมาพัฒนาเป็นช่างเทคนิคประจำโรงงาน ระยอง

 (1 กรกฎาคม) เมื่อเวลา 13.30 น.ของวันนี้ ที่อาคาร Somboon Learning Academy (SLA ) นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ เลขที่ 7/260 หมู่ 6 ตำบลมาบยางพร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง นายอดิศักดิ์ ชัชเวช ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด และนายยงเกียรติ์ กิตะพาณิชย์ กรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มสมบูรณ์กรุ๊ป ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการพัฒนาช่างเทคนิคภายใต้ความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุดและบริษัทฯ ในกลุ่มสมบูรณ์กรุ๊ป โดยมีนายสิทธิศักดิ์ รัตนพาณิชย์ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษา เกษตรและประมง และนายวิชัย ศรีมาวรรณ รองกรรมการผู้อำนวยการฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน นายยงเกียรติ์ กิตะพาณิชย์ กรรมการผู้อำนวยการฯ เปิดเผยว่า สำหรับกลุ่มสมบูรณ์กรุ๊ปทำธุรกิจด้านผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น เพลาข้าง อุปกรณ์จาน - ดิสเบรก แหนบ โช๊คอัพ รถยนต์กระบะ รถเก๋ง ฯลฯ และชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อการเกษตร เปิดมาแล้วกว่า 52 ปี โดยที่จังหวัดระยองมีโรงงานรวม 2 แห่ง และมีโรงงานแม่ที่จังหวัดสมุทรปราการ มีพนักงานรวม 2,000 กว่าคน ซึ่งในกลุ่มสมบูรณ์กรุ๊ปเป็นบริษัทที่ต้องใช้เทคโนโลยี่ในการผลิต ซึ่งหากสามารถยกระดับพวกช่างฝีมืออย่างเช่น เด็ก ปวช. – ปวส ให้มีความสามารถทำงานให้กับกลุ่มบริษัทฯ ของเราโดยตรง น่าจะเป็นการดี จึงได้ร่วมมือกับทางวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด นำนักศึกษาในระดับดังกล่าวมาพัฒนาความรู้ความสามารถรุ่นละ 20 คน



มาโนช  สนองสุข

มอบรถเพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม , 2557   นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อมด้วย พล.ต.ต.รุ่งฤทธิ์ ซุ่นทรัพย์ รอง ผบช.ภ.2  รรก.ผบก.ภ.จว.ระยอง ให้เกียรติรับมอบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติสีขาวเพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ จากนายบวร วงศ์สินอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) ณ หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง



มาโนช สนองสุข /ข่าว

เทศบาลเมืองมาบตาพุด จัดกิจกรรมประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งและหางเครื่อง ประจำปี ๒๕๕๗

ด้วยเทศบาลเมืองมาบตาพุด ได้จัดโครงการส่งเสริมการจัดกิจกรรมนันทนาการเพื่อเยาวชน ประจำปี ๒๕๕๗ โดยจัดกิจกรรมประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งและหางเครื่อง เพื่อให้เยาวชนได้แสดงออกถึงความสามารถของเด็กและเยาวชน และปลูกสำนึกให้เด็กและเยาวชนร่วมกันอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่ต่อไป ในวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ. สนามโรงเรียนบ้านมาบตาพุด ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง

รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลพร้อมใบสมัคร ได้ที่ www.mtp.go.th สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ กองการศึกษา งานกิจการนักเรียน เทศบาลเมืองมาบตาพุด โทรศัพท์หมายเลข ๐๓๘ ๖๘๕๕๖๙ โทรสาร ๐๓๘ ๖๘๕๕๖๙

วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

จังหวัดชลบุรี จัดประชุมชี้แจง นโยบายและแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารแรงงานต่างด้าวตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ article

วันอังคารที่  1 กรกฎาคม 2557 นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธาน พร้อมด้วยพันเอกโอภาส อุตตรนคร รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14  นายแพทย์วุฒิไกร ศักดิ์สุรกานต์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี และพลตำรวจตรีธเนตร์ พิณเมืองงาม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 รักษาราชการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ร่วมกันชี้แจง นโยบายและแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารแรงงานต่างด้าว ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ณ ห้องประชุม 201 อาคารหอประชุมธำรงบัวศรี มหาวิทยาลัยบูรพา โดยมีตัวแทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เทศบาลต่างๆ เมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ จังหวัดชลบุรี ผู้ประกอบการ นายจ้าง และประชาชนที่สนใจ เข้าร่วมรับฟัง กว่า 1,800 คน

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้กล่าวว่า เนื่องจากจังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมทั้งด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว จึงมีการจ้างแรงงานต่างด้าวอยู่จำนวนมาก ดังนั้นการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวจะทำให้ปัญหาสังคมต่าง ๆลดลง โดยจังหวัดชลบุรี จะเปิดโอกาสให้นายจ้างมาแจ้งยอดของแรงงานต่างด้าว ที่หลบหนีเข้าเมืองได้ที่หน่วยงานท้องถิ่น หรือสำนักงานจัดหางาน ภายในวันที่ 15 ก.ค. นี้ เพื่อทราบยอดที่แท้จริง ก่อนจะมีการจัดตั้งศูนย์ One Stop Service เคลื่อนที่ ภายใต้การบูรณาการของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงแรงงาน จะไปให้บริการรับขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวตามพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีแรงงานต่างด้าวอยู่เป็นจำนวนมาก

ด้านนายสิบหมื่นชัย โพธิสินธ์ รักษาการจัดหางานจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันจังหวัดชลบุรี มีแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนอยู่ราว 1 แสน 4 หมื่นคน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา ส่วนแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง คาดว่าน่าจะมีอยู่ราว 5 หมื่นคน โดยในวันที่ 15 ก.ค. นี้จะทราบตัวเลขที่แน่นอน ส่วนนายจ้างที่แจ้งความประสงค์จะไปรับแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชากลับมาทำงาน ตอนนี้มียอดตัวเลขแล้ว จำนวน 6,199 คน โดยส่วนใหญ่จะเดินไปรับที่จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด  



ศิริชัย โสรเนตร/ข่าว คมศักดิ์/ภาพ

กำหนดการผู้ว่าเดินสายมอบนโยบายกำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดจันทบุรี

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เดินสายตรวจเยี่ยมมอบนโยบาย กำนัน – ผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดจันทบุรี ลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม ตามยุทธศาสตร์จันทบุรีเมืองแห่งความสุข สุขทุกวันที่จันทบุรี 

นายธเนศ เธียรนันทน์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรีเปิดเผยว่า ในห้วงเดือน กรกฎาคม 2557 นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี มีกำหนดเดินทางไปตรวจเยี่ยม มอบนโยบาย แลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็น รับทราบปัญหา อุปสรรคกับผู้นำชุมชน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ตามอำเภอต่าง ๆ ดังนี้

วันที่ 1 กรกฎาคม เวลา 11.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอแหลมสิงห์

วันที่ 2  กรกฎาคม เวลา 09.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอท่าใหม่

                        เวลา 11.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอนายายอาม

วันที่ 3  กรกฎาคม เวลา 09.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่อาคารเฉลิมพระเกียรติเทศบาลเมืองจันทบุรี

                         เวลา 11.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอขลุง

วันที่ 4  กรกฎาคม เวลา 09.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอโป่งน้ำร้อน

                        เวลา 11.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอสอยดาว    

วันที่ 7  กรกฎาคม เวลา 09.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอเขาคิชฌกูฏ

                        เวลา 11.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอแก่งหางแมว

และวันที่ 8กรกฎาคม เวลา 09.00 น.ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายที่หอประชุมอำเภอมะขาม


จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 1 ก.ค.57 )
                  ธเนศ  เธียรนันทน์/ตรวจข่าว