วันที่ (22 กรกฎาคม 2557) เวลา 07.00 น. นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในพิธี ทำบุญตักบาตร"มหกรรมปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ” ณ วัดสระแก้วพระอารามหลวง อ.เมือง จ.สระแก้ว โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจ ทหาร ประชาชน ร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์ 99 รูป เพื่อความปรองดองสมานฉันท์ และ "มหกรรมปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ”
ทั้งนี้ ผู้มาร่วมทำบุญตักบาตร ต่างพร้อมใจตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้ประเทศชาติสุขสงบ ทุกฝ่ายมีความปรองดอง สมานฉันท์ เพื่อให้ประเทศไทยมีความสุขโดยเร็ว
วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
จังหวัดสระแก้ว จัดอบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำชุมชนด้านความปลอดภัยทางท้องถนน
วันนี้ (22 ก.ค.) ที่องค์การบริหารส่วนตำบลสระขวัญ นายชูศักดิ์ ตรีสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำชุมชนด้านความปลอดภัยทางท้องถนน โดยมีแกนนำชุมชนด้านความปลอดภัยบนท้องถนน จำนวน 50 คน เข้ารับการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติโดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระแก้ว ร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดสระแก้ว สถานีตำรวจภูธรเมืองสระแก้ว โรงพยาบาลวัฒนานครและหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต บาดเจ็บและพิการของประชาชนชาวไทยมาจากการขับขี่ไม่ปลอดภัยทางถนน ซึ่งได้มีการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนมาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ภายใต้ยุทธศาสตร์การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางถนน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ
ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมใจทำบุญตักบาตร รวมใจ คืนความสุขให้คนในชาติ
วันนี้ (22 ก.ค. 57) เวลา 07.00 น. ที่บริเวณศาลาจัตุรมุข หน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา นาย อนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นำ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ พ่อค้าและ ประชาชน ทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 99 รูป ตามโครงการ "มหกรรมปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ” ซึ่งเป็นกิจกรรมคู่ขนานกับ พิธี ที่กระทรวงมหาดไทยจัดขึ้น ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และทั่วประเทศ พร้อมกัน ซึ่งเปรียบเสมือนการทำบุญประเทศครั้งใหญ่ เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ความเป็นสิริมงคล และความสงบสุขของบ้านเมือง
ทั้งนี้ผู้มาร่วมทำบุญตักบาตร ต่างพร้อมใจตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้ประเทศชาติสุขสงบ ทุกฝ่ายมีความปรองดอง สมานฉันท์ เพื่อให้ประเทศไทยมีความสุขโดยเร็ว
ทั้งนี้ผู้มาร่วมทำบุญตักบาตร ต่างพร้อมใจตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้ประเทศชาติสุขสงบ ทุกฝ่ายมีความปรองดอง สมานฉันท์ เพื่อให้ประเทศไทยมีความสุขโดยเร็ว
ชาญณรงค์/ข่าว
ธนภัทร/ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา
ธนภัทร/ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา
อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จัดพิธีปิดโครงการเทิดทูนสถาบัน สมานฉันท์ รู้รักสามัคคี
วันนี้ ( 22 ก.ค.57) นาย อนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานในพิธีปิดโครงการเทิดทูนสถาบัน สมานฉันท์ รู้รักสามัคคี อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย พล.ต. พิชิต ฟูฟุ้ง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 นายไพศาล วิมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นาย เดชา ใจยะ ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา พล.ต. องอาจ ชวาลวิวัฒน์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชิงเทรา และ พ.ตอ. ชัยรัตน์ ศรีเอี่ยม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชิงเทรา ร่วมประกอบพิธีปิดโครงการฯ โดยมีนาย วิสิทธิ์ สินลือนาม นายอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา กล่าวรายงานและ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมพิธี ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา(หลังเก่า)
นาย อนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ประธานในพิธีได้เปิดกรวยถวายเครื่องราชสักการะ กล่าวคำถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติและนำผู้เข้าร่วมพิธีกล่าวคำปฏิญาณเทิดทูนสถาบันของชาติ และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีมหาราชา จากนั้นนายอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา สัสดีอำเภอเมืองฉะเชิงเทราและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา อัญเชิญธงตราสัญลักษณ์ส่งมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา นอกจากนั้นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง 18 ตำบล ได้มอบบันทึกข้อตกลงและแนวทางสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชิงเทรา และรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชิงเทรา
สำหรับโครงการเทิดทูนสถาบัน สมานฉันท์ รู้รักสามัคคี อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-22 กรกฏาคม เพื่อปลูกฝังค่านิยม อุดมการณ์ ความภักดีและเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และเพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่ามีความสามัคคีเสริมสร้างความมั่นคงแก่ประเทศชาติ ด้วยการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งอัญเชิญธงตราสัญลักษณ์ไปจัดกิจกรรมเทิดทูนสถาบันสร้างความสมานฉันท์ครอบคลุมพื้นที่ทุกตำบล/หมู่บ้านในอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา
นาย อนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ประธานในพิธีได้เปิดกรวยถวายเครื่องราชสักการะ กล่าวคำถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติและนำผู้เข้าร่วมพิธีกล่าวคำปฏิญาณเทิดทูนสถาบันของชาติ และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีมหาราชา จากนั้นนายอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา สัสดีอำเภอเมืองฉะเชิงเทราและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา อัญเชิญธงตราสัญลักษณ์ส่งมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา นอกจากนั้นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง 18 ตำบล ได้มอบบันทึกข้อตกลงและแนวทางสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชิงเทรา และรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชิงเทรา
สำหรับโครงการเทิดทูนสถาบัน สมานฉันท์ รู้รักสามัคคี อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-22 กรกฏาคม เพื่อปลูกฝังค่านิยม อุดมการณ์ ความภักดีและเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และเพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่ามีความสามัคคีเสริมสร้างความมั่นคงแก่ประเทศชาติ ด้วยการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งอัญเชิญธงตราสัญลักษณ์ไปจัดกิจกรรมเทิดทูนสถาบันสร้างความสมานฉันท์ครอบคลุมพื้นที่ทุกตำบล/หมู่บ้านในอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา
ชาญณรงค์/ข่าว
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา
บสย. จับมือ หอการค้า สภาอุตสาหกรรม และ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จัดงานมหกรรมเข้าถึงแหล่งเงินทุน จังหวัดฉะเชิงเทรา
วันนี้ (22 ก.ค.57) ทีโรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานในพิธี เปิดงาน "มหกรรมเข้าถึงแหล่งเงินทุนจังหวัดฉะเชิงเทรา” โดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)ร่วมกับ หอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา สภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา และ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จัดขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรามีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากยิ่งขึ้น
นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรากล่าวว่าการจัดงาน มหกรรมเข้าถึงแหล่งเงินทุน จังหวัดฉะเชิงเทรา ในวันนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEsในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินในระบบได้ง่ายขึ้น โดยมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้าไปช่วยในการค้ำประกันสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการ SMEs และกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐ รวมถึงการส่งเสริมมาตรการช่วยเหลือ SMEs ผ่านสถาบันการเงินของรัฐ ตามนโยบายของกระทรวงการคลัง ทำให้มีสภาพคล่องในการทำธุรกิจ ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินการต่อไปได้ เพื่อรองรับให้ผู้ประกอบการ SMEs ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ให้ได้รับสินเชื่อเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นกำลังที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดฉะเชิงเทราและของประเทศต่อไปได้
ด้านนายก ฤต สมมาศเดชสกุล ผู้จัดการอาวุโส บสย.สำนักงานสาขาชลบุรี กล่าวว่า งาน "มหกรรมเข้าถึงแหล่งเงินทุน จังหวัดฉะเชิงเทรา” เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMES ในจังหวัดฉะเชิงเทรา สามารถเข้ารับคำปรึกษาด้านการลงทุน การเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากเจ้าหน้าที่ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) นอกจากนี้ยังมีธนาคารกว่า 10 ธนาคารร่วมออกบูธ ซึ่งมาให้บริการปรึกษาการขอสินเชื่อและบจก.ข้อมูลเครดิตแห่งชาติเปิดบริการรับการตรวจสอบเดรดิตบูโรฟรี อีกด้วย
นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรากล่าวว่าการจัดงาน มหกรรมเข้าถึงแหล่งเงินทุน จังหวัดฉะเชิงเทรา ในวันนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEsในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินในระบบได้ง่ายขึ้น โดยมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้าไปช่วยในการค้ำประกันสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการ SMEs และกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐ รวมถึงการส่งเสริมมาตรการช่วยเหลือ SMEs ผ่านสถาบันการเงินของรัฐ ตามนโยบายของกระทรวงการคลัง ทำให้มีสภาพคล่องในการทำธุรกิจ ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินการต่อไปได้ เพื่อรองรับให้ผู้ประกอบการ SMEs ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ให้ได้รับสินเชื่อเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นกำลังที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดฉะเชิงเทราและของประเทศต่อไปได้
ด้านนายก ฤต สมมาศเดชสกุล ผู้จัดการอาวุโส บสย.สำนักงานสาขาชลบุรี กล่าวว่า งาน "มหกรรมเข้าถึงแหล่งเงินทุน จังหวัดฉะเชิงเทรา” เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMES ในจังหวัดฉะเชิงเทรา สามารถเข้ารับคำปรึกษาด้านการลงทุน การเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากเจ้าหน้าที่ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) นอกจากนี้ยังมีธนาคารกว่า 10 ธนาคารร่วมออกบูธ ซึ่งมาให้บริการปรึกษาการขอสินเชื่อและบจก.ข้อมูลเครดิตแห่งชาติเปิดบริการรับการตรวจสอบเดรดิตบูโรฟรี อีกด้วย
ชาญณรงค์/ข่าว
ธนภัทร/ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา
ธนภัทร/ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา
รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2 ลงพื้นที่ ติดตามคดีเอ็นจีโอชื่อดังเสียชีวิต หลังญาติคาใจการยิงตัวตาย
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 21 ก.ค.พล.ต.ต.ศานิตย์ มหาถาวรรักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2 ลงพื้นที่ ติดตามคดีนายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เอ็นจีโอชื่อดังเมืองระยอง ก่อเหตุยิงตัวเองเสียชีวิตคารถยนต์ที่จอดอยู่โรงรถภายในบ้านกลางสวนผลไม้ ม.7 ต.บ้านแลง อ.เมืองระยอง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยรักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2ได้ตรวจสอบรถยนต์ กระบะยี่ห้อโตโยต้าไมตี้เอ็กซ์สีเขียว หมายเลขทะเบียน พ 1426 ระยอง คันที่นายสุทธิ นั่งอยู่ในรถก่อนใช้ปืนยิงตัวเองเสียชีวิตด้วย
รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2กล่าวว่า การเดินทางมาวันนี้ เพื่อมาติดตามสำนวนคดี เนื่องจากญาติผู้ตายคาใจถึงการใช้อาวุธปืนยิงตัวตายของนายสุทธิ ซึ่งจากร่วมประชุมกับทีมชุดคลี่คลายคดี ทราบว่า มีการทำงานอย่างตรงไปตรงมา มีตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดจากตำรวจพิสูจน์หลักฐาน มีการสอบสวนพยานบุคคล และหาพยานแวดล้ออย่างละเอียดซึ่งเป็นที่แน่ชัดว่านายสุทธิ ใช้อาวุธปืนยิงตัวตาย เนื่องจากเกิดความเครียด ขอยืนยันว่า ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจและทำคดีไปตามข้อเท็จจริงจากรูปการที่เป็นจริงแต่อย่างไรก็ตามหากญาติยังคาใจอยู่ก็สามารถร้องให้มีการผ่าพิสูจน์ศพได้
รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2กล่าวว่า การเดินทางมาวันนี้ เพื่อมาติดตามสำนวนคดี เนื่องจากญาติผู้ตายคาใจถึงการใช้อาวุธปืนยิงตัวตายของนายสุทธิ ซึ่งจากร่วมประชุมกับทีมชุดคลี่คลายคดี ทราบว่า มีการทำงานอย่างตรงไปตรงมา มีตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดจากตำรวจพิสูจน์หลักฐาน มีการสอบสวนพยานบุคคล และหาพยานแวดล้ออย่างละเอียดซึ่งเป็นที่แน่ชัดว่านายสุทธิ ใช้อาวุธปืนยิงตัวตาย เนื่องจากเกิดความเครียด ขอยืนยันว่า ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจและทำคดีไปตามข้อเท็จจริงจากรูปการที่เป็นจริงแต่อย่างไรก็ตามหากญาติยังคาใจอยู่ก็สามารถร้องให้มีการผ่าพิสูจน์ศพได้
วฐิต กลางนอก/ระยอง 0871373960
ตำรวจเมืองระยอง จับกุมแก๊งค้ายาเสพติดในพื้นที่ โดยมีผู้ต้องหาในเรือนจำกลางระยอง เป็นคนสั่งการ
เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 21 ก.ค.พลตำรวจตรี รุ่งฤทธิ์ ซุ่นทรัพย์ รักษาราชการผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดระยอง แถลงข่าวการจับกุมนายสหรัฐ ลี้เฮง อายุ 20 ปี นายธนาวิน สุวรรณวงศ์ อายุ 22 ปี และนางสาวณัฐกานต์ ชาวสวน อายุ 22 ปี เครือข่ายผู้ต้องหาค้ายาเสพติดเรือนจำกลางระยอง หลังถูกตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดระยอง จับกุมได้พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 6 พันเม็ด ขณะนำส่งให้กับลูกค้า
ทั้งนี้ ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดฯ ได้จับนายสหรัฐ ลี้เฮง ในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในเขตตำบลเชิงเนิน อำเภอเมืองระยอง ขณะเข้าไปมั่วสุมเสพยาเสพติดกับกลุ่มวัยรุ่น ก่อนจะขยายผลจับกุมเพื่อนร่วมแก๊งได้เพิ่มอีก 2 คน คือนายธนาวิน สุวรรณวงศ์ และนางสาวณัฐกานต์ ชาวสวน พร้อมยาบ้าจำนวน 6 พันเม็ด สมุดจดรายการจำหน่ายยาเสพติด 2 เล่ม รถจักรยานยนต์ 2 คัน บัตรเอทีเอ็ม และสมุดบัญชีฝากเงินธนาคารต่าง ๆ หลายรายการ ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ ว่าเป็นเครือข่ายผู้ต้องหาในเรือนจำกลางระยอง ทราบเพียงชื่อเล่น คือนายบัง ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในแดน 5 เป็นคนโทรศัพท์สั่งการ ให้ไปรับและนำยาบ้าไปส่งให้กับลูกค้าตามสถานที่ต่าง ๆ โดยจะได้ค่าจ้างมัดละ 3,000 บาท
ทั้งนี้ ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดฯ ได้จับนายสหรัฐ ลี้เฮง ในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในเขตตำบลเชิงเนิน อำเภอเมืองระยอง ขณะเข้าไปมั่วสุมเสพยาเสพติดกับกลุ่มวัยรุ่น ก่อนจะขยายผลจับกุมเพื่อนร่วมแก๊งได้เพิ่มอีก 2 คน คือนายธนาวิน สุวรรณวงศ์ และนางสาวณัฐกานต์ ชาวสวน พร้อมยาบ้าจำนวน 6 พันเม็ด สมุดจดรายการจำหน่ายยาเสพติด 2 เล่ม รถจักรยานยนต์ 2 คัน บัตรเอทีเอ็ม และสมุดบัญชีฝากเงินธนาคารต่าง ๆ หลายรายการ ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ ว่าเป็นเครือข่ายผู้ต้องหาในเรือนจำกลางระยอง ทราบเพียงชื่อเล่น คือนายบัง ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในแดน 5 เป็นคนโทรศัพท์สั่งการ ให้ไปรับและนำยาบ้าไปส่งให้กับลูกค้าตามสถานที่ต่าง ๆ โดยจะได้ค่าจ้างมัดละ 3,000 บาท
วฐิต กลางนอก/ระยอง 0871373960
ท่องเที่ยวและกีฬาระยอง เปิดอบรมพัฒนาศักยภาพบุคคลากรด้านการท่องเที่ยว สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 21 กรกฎาคม ที่ห้องไม้แต่ง สวนอาหารตำนานป่ารีสอร์ท ต.เพ อ.เมืองระยอง นายบุญชัย ทันสมัย ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จ.ระยอง เป็นประธาน เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคคลากรด้านการท่องเที่ยว สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ระยอง ตำรวจท่องเที่ยว 5 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยอง มีกลุ่มผู้ประกอบการร้านค้า ที่พัก โรงแรม บริษัท ทัวร์ กลุ่มโฮมสเตย์เข้าร่วมอบรมจำนวน 50 คน
นายบุญชัย ทันสมัย ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จ.ระยอง กล่าวว่าจังหวัดระยอง ได้มอบให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจ.ระยอง ดำเนินการจัดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคคลากรด้านการท่องเที่ยวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยเชิญนายโสภณ หิงปิง วิทยากรมาบรรยายให้ความรู้เรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้ผู้เข้ารับการอบรมครั้งนี้ และในวันรุ่งขึ้นที่ 22 กรกฎาคม จะนำคณะผู้เข้ารับการอบรมเดินทางไปดูงานที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.ระยองได้ประสานติดต่อสถานที่ดูงานไว้ให้ เนื่องจากจ.ภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับนานาชาติที่มากด้วยประสบการณ์ ได้ไปเรียนรู้เพื่อนำความรู้และประสบการณ์มาพัฒนาการท่องเที่ยวโดยเฉพาะด้านการโรงแรม ที่พักและโฮมสเตย์ของจ.ระยอง
นายบุญชัย ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จ.ระยองกล่าวต่อไปว่าสำหรับในวันที่ 23 -25 กรกฎาคม ทางจ.ภูเก็ตได้จัดการแข่งขันกีฬาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย"ภูเก็ต เกมส์ครั้งที่ 8" จ.ระยองได้ส่งนักกีฬาผู้สูงอายุเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ด้วย รวม 5 ประเภท เช่นกีฬา วู้ดบอล หมากรุก กรีฑา เปตอง และร้องเพลงคาราโอเกะ จำนวน 34 คน ในยุคปัจจุบันนี้เรื่องการกีฬากับการท่องเที่ยวต้องไปด้วยกันซึ่งจะได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปด้วยกันในกลุ่มของนักกีฬาและกลุ่มท่องเที่ยว ขณะเดียวกันก็จะได้ไปดูบรรยากาศการแข่งขันระดับประเทศ จะได้นำเอาประสบการณ์มาพัฒนาด้านการท่องเที่ยวของจ.ระยองต่อไป
นายบุญชัย ทันสมัย ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จ.ระยอง กล่าวว่าจังหวัดระยอง ได้มอบให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจ.ระยอง ดำเนินการจัดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคคลากรด้านการท่องเที่ยวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยเชิญนายโสภณ หิงปิง วิทยากรมาบรรยายให้ความรู้เรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้ผู้เข้ารับการอบรมครั้งนี้ และในวันรุ่งขึ้นที่ 22 กรกฎาคม จะนำคณะผู้เข้ารับการอบรมเดินทางไปดูงานที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.ระยองได้ประสานติดต่อสถานที่ดูงานไว้ให้ เนื่องจากจ.ภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับนานาชาติที่มากด้วยประสบการณ์ ได้ไปเรียนรู้เพื่อนำความรู้และประสบการณ์มาพัฒนาการท่องเที่ยวโดยเฉพาะด้านการโรงแรม ที่พักและโฮมสเตย์ของจ.ระยอง
นายบุญชัย ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จ.ระยองกล่าวต่อไปว่าสำหรับในวันที่ 23 -25 กรกฎาคม ทางจ.ภูเก็ตได้จัดการแข่งขันกีฬาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย"ภูเก็ต เกมส์ครั้งที่ 8" จ.ระยองได้ส่งนักกีฬาผู้สูงอายุเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ด้วย รวม 5 ประเภท เช่นกีฬา วู้ดบอล หมากรุก กรีฑา เปตอง และร้องเพลงคาราโอเกะ จำนวน 34 คน ในยุคปัจจุบันนี้เรื่องการกีฬากับการท่องเที่ยวต้องไปด้วยกันซึ่งจะได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปด้วยกันในกลุ่มของนักกีฬาและกลุ่มท่องเที่ยว ขณะเดียวกันก็จะได้ไปดูบรรยากาศการแข่งขันระดับประเทศ จะได้นำเอาประสบการณ์มาพัฒนาด้านการท่องเที่ยวของจ.ระยองต่อไป
จังหวัดตราด จัดกิจกรรม ทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรม “มหกรรมปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ” ขึ้น ในวันพรุ่งนี้ (22 ก.ค. 57)
(21 ก.ค. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดจัดมหกรรมปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติขึ้น ระหว่างวันที่ 22 - 27 กรกฎาคม นี้ ณ บริเวณท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ ทั้งนี้เพื่อเป็นการคืนความสุขให้กับคนในชาติ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ และเสริมสร้างให้ประชาชนมีส่วนร่วมเดินหน้าประเทศไทย ดังนั้นเพื่อเป็นการ่วมสนับสนุนในการจัดงานดังกล่าวและเปิดโอกาสให้ประชาชนจังหวัดตราดได้มีส่วนร่วม จังหวัดตราดจึงกำหนดจัดกิจกรรม ทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรม "มหกรรมปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ” ขึ้น ในวันพรุ่งนี้ (22 ก.ค. 57) ที่วัดท่าโสม ตำบลท่าโสม อำเภอเขาสมิง ประกอบไปด้วยพิธีทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรม การกล่าวสัมโมทนียกถา โดยเจ้าคณะจังหวัดตราด งการจัดกิจกรรมนี้นอกจาการใช้กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาเข้ามามีส่วนร่วมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้กับชาวตราดแล้ว ยังเป็นการร่วมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อีกด้วย ทางจังหวัดจึงขอเชิญชวนข้าราชการ ประชาชนชาวตราดเข้าร่วมงานดังกล่าวตั้งแต่เวลา 06.30 น.เป็นต้นไป
กรมควบคุมลพิษ ร่วม สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 จัดกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมเครือข่ายพันธมิตรฯ ขยายผลการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาคตะวันออก
(21 ก.ค. 57) นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ เปิดเวทีสร้างการมีส่วนร่วมเครือข่ายพันธมิตร กรมควบคุมมลพิษ "เครือข่ายสื่อมวลชนและองค์กรภาคประชาชนท้องถิ่น” ที่ห้องประชุมโรงแรมบรุคไซด์ วัลเล่ย์ รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ซึ่งกรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับ สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทในการรณรงค์ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ และสนับสนุน งานวิชาการด้านการบริหารจัดการด้านการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ร่วมกันจัดขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัด และสื่อมวลชนในพื้นที่ภาคตะวันออก กว่า 70 คนเข้าร่วมกิจกรรม
นายเถลิงศักดิ์ กล่าวว่า จากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมการผลิตผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยมาตั้งฐานการผลิตในพื้นที่ภาคตะวันออกประกอบกับพื้นที่ภาคตะวันออกนับว่ามีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศจำนวนมาก มีอัตราการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยทั้งสองดังกล่าว ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมทั้งจากปัญหามลพิษทางอากาศ น้ำ กากของเสียอันตราย และขยะ โดยเฉพาะในชุมชนเมืองและพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษจึงได้ร่วมจัดโครงการครั้งนี้ขึ้น เพื่อเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมการจัดการสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นการประสานความร่วมมือในด้านการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อมไปสู่กลุ่มเป้าหมาย ประชาชน ทั้งในด้านการเผยแพร่ และการส่งผ่านข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมย้อนกลับเข้ามายังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมควบคุมมลพิษ หรือสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) หรือสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ต่อไป
นายเถลิงศักดิ์ กล่าวว่า จากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมการผลิตผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยมาตั้งฐานการผลิตในพื้นที่ภาคตะวันออกประกอบกับพื้นที่ภาคตะวันออกนับว่ามีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศจำนวนมาก มีอัตราการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยทั้งสองดังกล่าว ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมทั้งจากปัญหามลพิษทางอากาศ น้ำ กากของเสียอันตราย และขยะ โดยเฉพาะในชุมชนเมืองและพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษจึงได้ร่วมจัดโครงการครั้งนี้ขึ้น เพื่อเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมการจัดการสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นการประสานความร่วมมือในด้านการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อมไปสู่กลุ่มเป้าหมาย ประชาชน ทั้งในด้านการเผยแพร่ และการส่งผ่านข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมย้อนกลับเข้ามายังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมควบคุมมลพิษ หรือสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) หรือสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ต่อไป
จังหวัดตราด เดินหน้าเปิดค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด ตามโครงการใครติดยายกมือขึ้นรุ่นที่ 4
(21 ก.ค. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด ตามโครงการใครติดยายกมือขึ้น รุ่นที่ 4 ประจำปี 2557 ซึ่งศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดตราด ร่วมกับสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดตราด กองร้อยตำรวจตะเวนชายแดนที่ 117 ร่วมกันจัดขึ้น โดยนำผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด จำนวน 62 คน เข้าร่วมโครงการโดยสมัครใจ ในระบบโปรแกรม Fast Model ในระยะเวลา 15 วัน ที่โรงเรียนวิวัฒน์พลเมือฝ่ายปกครองจังหวัดตราด กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดตราดที่ 1
ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดนับเป็นนโยบายเร่งด่วนของภาครัฐที่ดำเนินการร่วมกับทุกภาคส่วนร่วมกันป้องกันและแก้ไข การจัดค่ายในครั้งนี้เป็นการมุ่งลดจำนวนผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่ ผ่านการดำเนินการฟื้นฟูและพัฒนาสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดโดยใช้กิจกรรมกลุ่มบำบัด การหยุดคิด เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของกลุ่มผู้เสพให้หายขาดจากการติดยาเสพติด สามารถกลับมาใช้ชีวิตเช่นคนปกติทั่วไป ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่สุดในการเลิกเสพยาเสพติดที่ทางจังหวัดฝากไว้กับผู้เข้าร่วมโครงการนี้คือการเอาชนะใจตนเอง ซึ่งนับเป็นสิ่งที่สำคัญในการไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก อย่างไรก็ตามทางจังหวัดยังพร้อมที่จะดูแลในเรื่องของการฝึกอาชีพ หาอาชีพที่เหมาะสมให้กับผู้ผ่านกระบวนการบำบัดแล้วหากผู้เข้าร่วมโครงการมีความต้องการ
ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดนับเป็นนโยบายเร่งด่วนของภาครัฐที่ดำเนินการร่วมกับทุกภาคส่วนร่วมกันป้องกันและแก้ไข การจัดค่ายในครั้งนี้เป็นการมุ่งลดจำนวนผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่ ผ่านการดำเนินการฟื้นฟูและพัฒนาสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดโดยใช้กิจกรรมกลุ่มบำบัด การหยุดคิด เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของกลุ่มผู้เสพให้หายขาดจากการติดยาเสพติด สามารถกลับมาใช้ชีวิตเช่นคนปกติทั่วไป ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่สุดในการเลิกเสพยาเสพติดที่ทางจังหวัดฝากไว้กับผู้เข้าร่วมโครงการนี้คือการเอาชนะใจตนเอง ซึ่งนับเป็นสิ่งที่สำคัญในการไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก อย่างไรก็ตามทางจังหวัดยังพร้อมที่จะดูแลในเรื่องของการฝึกอาชีพ หาอาชีพที่เหมาะสมให้กับผู้ผ่านกระบวนการบำบัดแล้วหากผู้เข้าร่วมโครงการมีความต้องการ
ผวจ.จันทบุรี นำประชาชนร่วมตักรบาตรปรองดองสมานฉันท์
ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนำข้าราชการ ประชาชนร่วมพิธีทำบุญตักรบาตร "มหกรรมปรดองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ”
วันนี้ ( 22 ก.ค.57 ) ที่ห้องประชุม 1 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชน ร่วมงานมหกรรมปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้จัดกิจกรรมพร้อมกันทั่วประเทศ คู่ขนานกับพิธีที่ท้องสนามหลวง เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ โดยในส่วนของจังหวัดจันทบุรี ได้จัดให้มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 99 รูป มีข้าราชการ ประชาชนร่วมพิธีทำบุญตักบาตรจำนวนมากท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก
วันนี้ ( 22 ก.ค.57 ) ที่ห้องประชุม 1 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชน ร่วมงานมหกรรมปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้จัดกิจกรรมพร้อมกันทั่วประเทศ คู่ขนานกับพิธีที่ท้องสนามหลวง เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ โดยในส่วนของจังหวัดจันทบุรี ได้จัดให้มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 99 รูป มีข้าราชการ ประชาชนร่วมพิธีทำบุญตักบาตรจำนวนมากท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก
จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 22 ก.ค. 57 )
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว
จังหวัดจันทบุรี เร่งขุดลอกคลองน้ำใสระบายน้ำที่ท่วมในพื้นที่ตำบลบางกะจะ
ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนำคณะดูการขุดลอกคลองน้ำใส แก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตชุมชนท่าช้าง บางกะจะ และเทศบาลเมือง ขณะที่ฝนตกหนักทำให้มีน้ำท่วมหมู่ 8 ตำบลบางกะจะ บ้านคลองหลอด บ้านป่าใต้ บางส่วน
วันนี้ ( 22 ก.ค.57 ) ที่บริเวณคลองน้ำใส บ้านมั่งคง และบ้านล่างทวีทรัพย์ นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลเมืองจันทบุรี เทศบาลตำบลค่ายเนินวงศ์ และองค์การบริหารส่วนตำบลท่าช้างอำเภอเมืองจังหวัดจันทบุรีได้ดูความคืบหน้าของการขุดลอดแนวคลองน้ำใส บรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองน้ำใสดังกล่าว ทั้งนี้สืบเนื่องจากการขยายตัวของเมืองและชุมชนต่าง ๆ ทำให้มีผลกระทบโดยตรงต่อการระบายน้ำ แก้มลิงธรรมชาติได้ถูกเจ้าของที่ดินถมเพื่อก่อสร้างอาคารบ้านเรือนทำให้เส้นทางน้ำเปลี่ยนแปลงและมีผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ต่ำกว่าอาทิหมู่บ้านนาฎศิลป์ บ้านล่างพูลทรัพย์ชุมชนบ้านมั่งคง ถนนสายตากสินและพื้นที่บางส่วนของหมู่ที่ 8 ตำบลบางกะจะ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรีพร้อมด้วย อบจ.และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เร่งแก้ปัญหา ลดผลกระทบต่อประชาชนโดยการขุดลอกคลองน้ำใส ขยายช่องทางเดินน้ำให้ไหลลงทะเลสะกวดยิ่งขึ้นแต่การแก้ปัญหาก็ได้เพียงระดับหนึ่ง ซึ่งในระยะยาวทางจังหวัดได้วางแผนแนวทางในการเปิดช่องทางเดินน้ำให้มากกว่าที่มีอยู่เดิม
อย่างไรก็ตามปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่เขตอำเภอเมืองจันทบุรีทำให้มีน้ำเอ่อล้นท่วมผิวจราจรถนนสายตากสิน บริเวณหมู่ที่ 8 ตำบลบางกะจะ บ้านคลองหลอด บ้านป่าใต้ บางส่วนมีประชาชนได้รับผลกระทบต้องเก็บของขึ้นที่สูง ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้เยี่ยมปลอบขวัญประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเร่งหาแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากให้ประชาชนในพื้นที่อย่างเร่งด่วนแล้ว ซึ่งน้ำที่คลองน้ำใสจะไหลลงทะเลโดยตรงที่บ้านท่าแฉลบและไม่เกี่ยวข้องกับมวลน้ำในแม่น้ำจันทบุรีที่ยังอยู่ในสภาวะปกติ
วันนี้ ( 22 ก.ค.57 ) ที่บริเวณคลองน้ำใส บ้านมั่งคง และบ้านล่างทวีทรัพย์ นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลเมืองจันทบุรี เทศบาลตำบลค่ายเนินวงศ์ และองค์การบริหารส่วนตำบลท่าช้างอำเภอเมืองจังหวัดจันทบุรีได้ดูความคืบหน้าของการขุดลอดแนวคลองน้ำใส บรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองน้ำใสดังกล่าว ทั้งนี้สืบเนื่องจากการขยายตัวของเมืองและชุมชนต่าง ๆ ทำให้มีผลกระทบโดยตรงต่อการระบายน้ำ แก้มลิงธรรมชาติได้ถูกเจ้าของที่ดินถมเพื่อก่อสร้างอาคารบ้านเรือนทำให้เส้นทางน้ำเปลี่ยนแปลงและมีผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ต่ำกว่าอาทิหมู่บ้านนาฎศิลป์ บ้านล่างพูลทรัพย์ชุมชนบ้านมั่งคง ถนนสายตากสินและพื้นที่บางส่วนของหมู่ที่ 8 ตำบลบางกะจะ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรีพร้อมด้วย อบจ.และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เร่งแก้ปัญหา ลดผลกระทบต่อประชาชนโดยการขุดลอกคลองน้ำใส ขยายช่องทางเดินน้ำให้ไหลลงทะเลสะกวดยิ่งขึ้นแต่การแก้ปัญหาก็ได้เพียงระดับหนึ่ง ซึ่งในระยะยาวทางจังหวัดได้วางแผนแนวทางในการเปิดช่องทางเดินน้ำให้มากกว่าที่มีอยู่เดิม
อย่างไรก็ตามปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่เขตอำเภอเมืองจันทบุรีทำให้มีน้ำเอ่อล้นท่วมผิวจราจรถนนสายตากสิน บริเวณหมู่ที่ 8 ตำบลบางกะจะ บ้านคลองหลอด บ้านป่าใต้ บางส่วนมีประชาชนได้รับผลกระทบต้องเก็บของขึ้นที่สูง ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้เยี่ยมปลอบขวัญประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเร่งหาแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากให้ประชาชนในพื้นที่อย่างเร่งด่วนแล้ว ซึ่งน้ำที่คลองน้ำใสจะไหลลงทะเลโดยตรงที่บ้านท่าแฉลบและไม่เกี่ยวข้องกับมวลน้ำในแม่น้ำจันทบุรีที่ยังอยู่ในสภาวะปกติ
จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 22 ก.ค. 57 )
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว
จันทบุรี เปิดศูนย์จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ
จังหวัดจันทบุรีเปิดให้ศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ One Stop Service ลดขั้นตอน สะดวกรวดเร็วแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ คาดมีผู้ประกอบการนำแรงงานมาขอขึ้นทะเบียนมากกว่า 18,000 คน
วันนี้ ( 22 ก.ค.57 ) ที่พุทธมณฑล ตำบลบางกะจะ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ที่ทำการปกครองจังหวัดจันทบุรีร่วมกับหน่วยบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด กอ.รมน.ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานจัดหางาน สำนักงานสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เปิดให้บริการศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวก ลดขั้นตอนในการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรอย่างถูกกฎหมาย แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานตามนโยบายของ คสช.โดยมีนายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานเปิดศูนย์ ที่จะให้บริการไปจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2557 ครั้งนี้เป็นการให้บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา ตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาเปิดจุดให้บริการใช้เวลาตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนแล้วเสร็จรวม 8 ขั้นตอน อาจจะล่าช้าบ้างเนื่องจากต้องรอผลการตรวจโรคจากสำนักงานสาธารณสุขที่ต้องใช้เวลารอผลยืนยันทางวิทยาศาสตร์ และสามารถรองรับแรงงานต่างด้าวได้วันละประมาณ 600 คน โดยจังหวัดจันทบุรีคาดจะมีผู้ประกอบการนำแรงงานต่างด้าวมาขอจดทะเบียนประมาณ 18,000 คน
วันนี้ ( 22 ก.ค.57 ) ที่พุทธมณฑล ตำบลบางกะจะ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ที่ทำการปกครองจังหวัดจันทบุรีร่วมกับหน่วยบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด กอ.รมน.ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานจัดหางาน สำนักงานสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เปิดให้บริการศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวก ลดขั้นตอนในการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรอย่างถูกกฎหมาย แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานตามนโยบายของ คสช.โดยมีนายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานเปิดศูนย์ ที่จะให้บริการไปจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2557 ครั้งนี้เป็นการให้บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา ตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาเปิดจุดให้บริการใช้เวลาตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนแล้วเสร็จรวม 8 ขั้นตอน อาจจะล่าช้าบ้างเนื่องจากต้องรอผลการตรวจโรคจากสำนักงานสาธารณสุขที่ต้องใช้เวลารอผลยืนยันทางวิทยาศาสตร์ และสามารถรองรับแรงงานต่างด้าวได้วันละประมาณ 600 คน โดยจังหวัดจันทบุรีคาดจะมีผู้ประกอบการนำแรงงานต่างด้าวมาขอจดทะเบียนประมาณ 18,000 คน
จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 22 ก.ค. 57 )
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว
ส.ปชส.จันทบุรีจัดสัมมนาสื่อมวลชนภาคตะวันออกเตรียมพร้อมประชาคมอาเซียน
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการสื่อมวลชน 9 จังหวัดภาคตะวันออกตามโครงการสร้างและพัฒนาเครือข่ายด้านการประชาสัมพันธ์ประชาคมอาเซียน
วันนี้ ( 22 ก.ค.57 ) ที่ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี ได้จัดกิจกรรมตามโครงการสร้างและพัฒนาเครือข่ายด้านการประชาสัมพันธ์ประชาคมอาเซียนโดยมีนายสมหมาย วิเชียรฉันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานเปิดโครงการและบรรยายพิเศษหัวข้อ จังหวัดจันทบุรีกับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ.2558 หลังจากนั้นในช่วงบ่าย สื่อมวลชนจาก 9 จังหวัดภาคตะวันออกที่ร่วมโครงการได้เดินทางไปศึกษาดูงานพร้อมรับฟังบรรยายพิเศษความพร้อมของจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม ตำบลจันทนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ศึกษาวิถีชีวิตชาวไทย – กัมพูชาที่บริเวณชายแดนจังหวัดจันทบุรี สำหรับการจัดโครงการสร้างและพัฒนาเครือข่ายด้านการประชาสัมพันธ์ประชาคมอาเซียนมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ เครือข่ายเพื่อการประชาสัมพันธ์ประชาคมอาเซียนและเพื่อเสริมสร้างทัศนคติเชิงบวกและความเข้าใจอันดีในเรื่องการสร้างประชาคมอาเซียนแก่กลุ่มเป้าหมาย อันจะนำมาสู่ความเป็นเอกภาพในการเป็นประชาคมอาเซียนและการเป็นพลเมืองอาเซียนร่วมกัน และสามารถนำเผยแพร่สู่สาธารณชนได้อย่างกว้างขวางต่อไปโดยมีสื่อมวลชนทุกแขนงจาก 9 จังหวัดภาคตะวันออก รวมทั้งสิ้น 50 คน ร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานตามโครงการสร้างและพัฒนาเครือข่ายด้านการประชาสัมพันธ์ประชาคมอาเซียน มีกำหนดการสัมมนารวม 3 วัน พร้อมทั้งศึกษาดูงานพื้นที่ชายแดนจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดสระแก้ว
วันนี้ ( 22 ก.ค.57 ) ที่ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี ได้จัดกิจกรรมตามโครงการสร้างและพัฒนาเครือข่ายด้านการประชาสัมพันธ์ประชาคมอาเซียนโดยมีนายสมหมาย วิเชียรฉันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานเปิดโครงการและบรรยายพิเศษหัวข้อ จังหวัดจันทบุรีกับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ.2558 หลังจากนั้นในช่วงบ่าย สื่อมวลชนจาก 9 จังหวัดภาคตะวันออกที่ร่วมโครงการได้เดินทางไปศึกษาดูงานพร้อมรับฟังบรรยายพิเศษความพร้อมของจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม ตำบลจันทนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ศึกษาวิถีชีวิตชาวไทย – กัมพูชาที่บริเวณชายแดนจังหวัดจันทบุรี สำหรับการจัดโครงการสร้างและพัฒนาเครือข่ายด้านการประชาสัมพันธ์ประชาคมอาเซียนมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ เครือข่ายเพื่อการประชาสัมพันธ์ประชาคมอาเซียนและเพื่อเสริมสร้างทัศนคติเชิงบวกและความเข้าใจอันดีในเรื่องการสร้างประชาคมอาเซียนแก่กลุ่มเป้าหมาย อันจะนำมาสู่ความเป็นเอกภาพในการเป็นประชาคมอาเซียนและการเป็นพลเมืองอาเซียนร่วมกัน และสามารถนำเผยแพร่สู่สาธารณชนได้อย่างกว้างขวางต่อไปโดยมีสื่อมวลชนทุกแขนงจาก 9 จังหวัดภาคตะวันออก รวมทั้งสิ้น 50 คน ร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานตามโครงการสร้างและพัฒนาเครือข่ายด้านการประชาสัมพันธ์ประชาคมอาเซียน มีกำหนดการสัมมนารวม 3 วัน พร้อมทั้งศึกษาดูงานพื้นที่ชายแดนจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดสระแก้ว
จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 22 ก.ค. 57 )
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว
ชลบุรี จัดกิจกรรมปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ
วันที่ 22 กรกฎาคม 2557 นายวรวิทย์ สายสุพัฒน์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรในงานมหกรรมปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ ณ วัดใหญ่อินทาราม อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้มอบหมายให้นายวรวิทย์ สายสุพัฒน์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนองค์กรภาคเอกชน กลุ่มพลังมวลชน และพี่น้องประชาชนในจังหวัดชลบุรี ร่วมพิธีทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรมในงานมหกรรมปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติเพื่อเป็นการแสดงออกถึงความรักความสามัคคี และพร้อมที่จะร่วมมือร่วมใจกันเดินหน้าประเทศไทยไปสู่ความสงบสุข
สำหรับงานปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ เป็นกิจกรรมของงานพิธีทำบุญตักบาตรพร้อมกันทั่วประเทศ เปรียบเสมือนการทำบุญประเทศครั้งใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคล และความสงบสุขของบ้านเมือง ขณะที่ในช่วงบ่ายมีพิธีเปิดงาน โดย คสช.ได้เชิญทุกภาคส่วนในสังคม รวมถึงคู่ขัดแย้งเข้าร่วมงานด้วย เพื่อแสดงถึงความปรองดองสมานฉันท์ในครั้งนี้ด้วย
นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้มอบหมายให้นายวรวิทย์ สายสุพัฒน์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนองค์กรภาคเอกชน กลุ่มพลังมวลชน และพี่น้องประชาชนในจังหวัดชลบุรี ร่วมพิธีทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรมในงานมหกรรมปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติเพื่อเป็นการแสดงออกถึงความรักความสามัคคี และพร้อมที่จะร่วมมือร่วมใจกันเดินหน้าประเทศไทยไปสู่ความสงบสุข
สำหรับงานปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ เป็นกิจกรรมของงานพิธีทำบุญตักบาตรพร้อมกันทั่วประเทศ เปรียบเสมือนการทำบุญประเทศครั้งใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคล และความสงบสุขของบ้านเมือง ขณะที่ในช่วงบ่ายมีพิธีเปิดงาน โดย คสช.ได้เชิญทุกภาคส่วนในสังคม รวมถึงคู่ขัดแย้งเข้าร่วมงานด้วย เพื่อแสดงถึงความปรองดองสมานฉันท์ในครั้งนี้ด้วย
ปริญญา/ข่าว/ภาพ
เทศบาลเมือง จัดโครงการอบรมพัฒนาทักษะชีวิตเด็กและเยาวชน
วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 นายวีระศักดิ์ น้อยเจริญ รองนายกเทศบาลเมืองชลบุรี เป็นประธานเปิดโครงการอบรมพัฒนาทักษะชีวิตเด็กและเยาวชน ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น4 เทศบาลเมืองชลบุรี
เยาวชนเป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งทางร่างกาย อารมณ์และพฤติกรรม เป็นช่วงรอยต่อของความเป็นเด็กกับความผู้ใหญ่ในปัจจุบันด้วยอิทธิพลของเทคโนโลยี เศรษฐกิจและสังคม ทำให้เกิดปัญหาอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นทวีความรุนแรงมากขึ้น เรื่องการพัฒนาให้เยาวชนมีอนามัยการเจริญพันธุ์ที่ดีขึ้นนั้น จำเป็นที่ต้องใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ร่วมกันส่งเสริมและป้องกันให้เด็กและเยาวชนปลอดภัยจากโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ยังมีผลต่อการศึกษาและก่อให้เกิดปัญหาสังคมอื่นๆ ตามมาอีกด้วย
นางสาวจุฑารัตน์ ปริญวชิรพัฒน์ ปลัดเทศบาลเมืองชลบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลได้มีนโนบายและยุทธศาสตร์พัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ โดยเน้นการพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์ในเด็กและเยาวชน นโยบายและยุทธศาสตร์นี้เป็นแนวทางให้ทุกภาคส่วนแปลงไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ เนื่องจากผลกระทบของกระแสโลกาภิวัตน์ทำให้ประเทศไทยประสบปัญหาทางสังคมมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ปัจจุบันพบว่าเด็กและเยาวชนมีเพศสัมพันธ์กันตั้งแต่อายุยังน้อย มีความเสี่ยงในด้านต่างๆ เช่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เสียงต่อการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมและยังมีผลต่อการศึกษาเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชน ได้มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และรู้จักหน้าที่ ความรับผิดชอบ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไป
นายวีระศักดิ์ น้อยเจริญ รองนายกเทศบาลเมืองชลบุรี กล่าวว่า เทศบาลเมืองชลบุรี มีความตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาในเด็กและเยาวชนที่มีต้อสังคมในปัจจุบัน โดยให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชน ได้มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากากรมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และรู้จักหน้าที่ ความรับผิดชอบ เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของสังคมต่อไป
เยาวชนเป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งทางร่างกาย อารมณ์และพฤติกรรม เป็นช่วงรอยต่อของความเป็นเด็กกับความผู้ใหญ่ในปัจจุบันด้วยอิทธิพลของเทคโนโลยี เศรษฐกิจและสังคม ทำให้เกิดปัญหาอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นทวีความรุนแรงมากขึ้น เรื่องการพัฒนาให้เยาวชนมีอนามัยการเจริญพันธุ์ที่ดีขึ้นนั้น จำเป็นที่ต้องใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ร่วมกันส่งเสริมและป้องกันให้เด็กและเยาวชนปลอดภัยจากโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ยังมีผลต่อการศึกษาและก่อให้เกิดปัญหาสังคมอื่นๆ ตามมาอีกด้วย
นางสาวจุฑารัตน์ ปริญวชิรพัฒน์ ปลัดเทศบาลเมืองชลบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลได้มีนโนบายและยุทธศาสตร์พัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ โดยเน้นการพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์ในเด็กและเยาวชน นโยบายและยุทธศาสตร์นี้เป็นแนวทางให้ทุกภาคส่วนแปลงไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ เนื่องจากผลกระทบของกระแสโลกาภิวัตน์ทำให้ประเทศไทยประสบปัญหาทางสังคมมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ปัจจุบันพบว่าเด็กและเยาวชนมีเพศสัมพันธ์กันตั้งแต่อายุยังน้อย มีความเสี่ยงในด้านต่างๆ เช่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เสียงต่อการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมและยังมีผลต่อการศึกษาเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชน ได้มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และรู้จักหน้าที่ ความรับผิดชอบ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไป
นายวีระศักดิ์ น้อยเจริญ รองนายกเทศบาลเมืองชลบุรี กล่าวว่า เทศบาลเมืองชลบุรี มีความตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาในเด็กและเยาวชนที่มีต้อสังคมในปัจจุบัน โดยให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชน ได้มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากากรมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และรู้จักหน้าที่ ความรับผิดชอบ เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของสังคมต่อไป
ปริญญา/ข่าว/ภาพ
วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
พุทธศาสนิกชนจังหวัดฉะเชิงเทราพร้อมใจร่วมพิธีเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชา
วันที่ 11 กรกฎาคม 2557 เวลา 19.30 น. นาย บัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย พล.ต. องอาจ ชวาลวิวัฒน์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า ประชาชน เยาวชนและพุทธศาสนิกชนชาวฉะเชิงเทรา ร่วมประกอบพิธีเวียนเทียน เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ณ วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์(วัดเมือง) อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา
วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงปฐมเทศนา คือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แก่เบญจวัคคีย์ เป็นวันที่พระอริยสงฆ์สาวกองค์แรกบังเกิดขึ้นในโลก คือ พระอัญญาโกญทัญญะ เป็นวันแรกที่บังเกิดสังฆรัตนะ สมบูรณ์เป็นพระรัตนตรัย คือ พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ และนับเป็นวันเริ่มต้นแห่งการประกาศพระพุทธศาสนาแก่ชาวโลกหลักธรรมในวันอาสาฬหบูชา ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประทานไว้ ได้แก่ อริยสัจ 4 และมัชฌิมาปฏิปทา ทางสายกลาง หรือ อริยมรรคมีองค์ 8 ซึ่งเป็นข้อปฏิบัติอันพอดี ที่สามารถนำไปสู่ความหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง เป็นหลักธรรมที่พุทธศาสนิกชน พึงน้อมนำมาศึกษาและปฏิบัติ
วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงปฐมเทศนา คือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แก่เบญจวัคคีย์ เป็นวันที่พระอริยสงฆ์สาวกองค์แรกบังเกิดขึ้นในโลก คือ พระอัญญาโกญทัญญะ เป็นวันแรกที่บังเกิดสังฆรัตนะ สมบูรณ์เป็นพระรัตนตรัย คือ พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ และนับเป็นวันเริ่มต้นแห่งการประกาศพระพุทธศาสนาแก่ชาวโลกหลักธรรมในวันอาสาฬหบูชา ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประทานไว้ ได้แก่ อริยสัจ 4 และมัชฌิมาปฏิปทา ทางสายกลาง หรือ อริยมรรคมีองค์ 8 ซึ่งเป็นข้อปฏิบัติอันพอดี ที่สามารถนำไปสู่ความหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง เป็นหลักธรรมที่พุทธศาสนิกชน พึงน้อมนำมาศึกษาและปฏิบัติ
ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา
วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
ชลบุรี จัดเวทีเสวนาเพื่อรวบรวมข้อมูลการปฏิรูป
วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดเวทีเสวนาเพื่อรวบรวมข้อมูลการปฏิรูปการเมืองไทย ณ ห้องตำหนักน้ำ โรงแรมชลอินเตอร์ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
จังหวัดชลบุรี ร่วมกับมณฑลทหารบกที่14 จัดเวทีเสวนาเพื่อรวบรวมข้อมูลการปฏิรูป โดยให้ทุกภาคส่วน เช่น ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมกันระดมความคิดเห็นเพื่อรวบรวมข้อมูลในปฏิรูปการเมือง โดยใช้กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจจากฝ่ายต่างๆ
ตามที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งแนวทางในการเก็บรวบรวมข้อมูลการปฏิรูปจากศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป จังหวัดชลบุรี ตามนโยบายของคณะรัฐมนตรีรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ในทุกระดับ และก่อนการจัดเวทีเสวนา นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วย พลตรี ณัฐ อินทรเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 ได้บรรยายเรื่อง แนวคิดในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป
สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการแบ่งกลุ่มอภิปรายแลกเปลี่ยนและเสนอแนวทางการปฏิรูป จำนวน 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ จำนวน 73 คน กลุ่มภาคประชาชน จำนวน 47 คน กลุ่มแกนนำทางการเมือง จำนวน 65 คน กลุ่มภาคธุรกิจเอกชน จำนวน 49 คน และกลุ่มภาคประชาสังคม จำนวน 48 คน ในประเด็นที่กำหนด จำนวน 10 ประเด็น ได้แก่ แนวทางปฏิรูปการเมือง แนวทางการสร้างมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้บริหารประเทศ แนวทาการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม แนวทางการปฏิรูปกระบวนยุติธรรม แนวทางการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน แนวทางการปฏิรูปการทุจริต คอรัปชั่น แนวทางการปฏิรูปการศึกษา แนวทางการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ แนวทางการปฏิรูปด้านข้อมูลข่าวสาร แนวทางการปฏิรูปความเหลื่อมล้ำทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม และแนวทางการปฏิรูปอื่นๆ ได้แก่ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น และส่งเสริมให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยและสังคมโลก เวทีเสวนา ประกอบด้วยประชาชน จาก 11 อำเภอ ทุกสาขาอาชีพ คือ ภาคประชาชน ราชการ รัฐวิสาหกิจ แกนนำทางการเมือง เปิดฟังความคิดเห็นประชาชน ทุกฝ่ายก่อนที่จะสรุป เพื่อวิเคราะห์กำหนดแนวทางในการแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ สร้างความรัก ความสามัคคี ความปรองดอง สมานฉันท์ คืนความสุขให้คนไทยทั้งชาติต่อไป
จังหวัดชลบุรี ร่วมกับมณฑลทหารบกที่14 จัดเวทีเสวนาเพื่อรวบรวมข้อมูลการปฏิรูป โดยให้ทุกภาคส่วน เช่น ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมกันระดมความคิดเห็นเพื่อรวบรวมข้อมูลในปฏิรูปการเมือง โดยใช้กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจจากฝ่ายต่างๆ
ตามที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งแนวทางในการเก็บรวบรวมข้อมูลการปฏิรูปจากศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป จังหวัดชลบุรี ตามนโยบายของคณะรัฐมนตรีรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ในทุกระดับ และก่อนการจัดเวทีเสวนา นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วย พลตรี ณัฐ อินทรเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 ได้บรรยายเรื่อง แนวคิดในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป
สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการแบ่งกลุ่มอภิปรายแลกเปลี่ยนและเสนอแนวทางการปฏิรูป จำนวน 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ จำนวน 73 คน กลุ่มภาคประชาชน จำนวน 47 คน กลุ่มแกนนำทางการเมือง จำนวน 65 คน กลุ่มภาคธุรกิจเอกชน จำนวน 49 คน และกลุ่มภาคประชาสังคม จำนวน 48 คน ในประเด็นที่กำหนด จำนวน 10 ประเด็น ได้แก่ แนวทางปฏิรูปการเมือง แนวทางการสร้างมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้บริหารประเทศ แนวทาการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม แนวทางการปฏิรูปกระบวนยุติธรรม แนวทางการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน แนวทางการปฏิรูปการทุจริต คอรัปชั่น แนวทางการปฏิรูปการศึกษา แนวทางการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ แนวทางการปฏิรูปด้านข้อมูลข่าวสาร แนวทางการปฏิรูปความเหลื่อมล้ำทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม และแนวทางการปฏิรูปอื่นๆ ได้แก่ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น และส่งเสริมให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยและสังคมโลก เวทีเสวนา ประกอบด้วยประชาชน จาก 11 อำเภอ ทุกสาขาอาชีพ คือ ภาคประชาชน ราชการ รัฐวิสาหกิจ แกนนำทางการเมือง เปิดฟังความคิดเห็นประชาชน ทุกฝ่ายก่อนที่จะสรุป เพื่อวิเคราะห์กำหนดแนวทางในการแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ สร้างความรัก ความสามัคคี ความปรองดอง สมานฉันท์ คืนความสุขให้คนไทยทั้งชาติต่อไป
ปริญญา/ข่าว/ภาพ
จ.จันทบุรี จัดงานเกษตรร่วมใจคืนความสุขประชาชน
สหกรณ์จังหวัดจันทบุรีจัดงาน "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจ คืนความสุขสู่ประชาชน”จำหน่ายสินค้าราคาถูก สินค้าเกษตร ผลไม้แปรรูป ผักพื้นบ้าน อาหารพื้นเมืองพร้อมแจกปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพแก่เกษตรกร ฟรี
บ่ายวันนี้ ( 9 ก.ค.57 ) ที่สหกรณ์การเกษตรมะขาม จำกัด จังหวัดจันทบุรี หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ปฏิบัติราชการในจังหวัดจันทบุรีได้ร่วมกันจัดงาน "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจคืนความสุขสู่ประชาชน” โดยมีนายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิดงาน ภายในงานมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ นิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การแสดงดนตรีและกิจกรรมบนเวทีเพื่อสร้างความสุขแก่ประชาชน การจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร ผลไม้แปรรูป ผักพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง อาหารสำเร็จรูป และสินค้าที่จำเป็นอื่น ๆ รวมทั้งยังจะได้รับแจกปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพฟรี นอกจากนี้สมาชิกสหกรณ์ยังสามารถกู้เงินซื้อปัจจัยการผลิตโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ทั้งนี้ภายในงานได้เปิดจำหน่ายไข่ไก่ ราคาถูก มีประชาชน เกษตรกรให้ความสนใจเลือกซื้อไข่ไก่เบอร์ 0 แผงละ 70 บาทจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม งาน "เกษตรและสหกรณ์ร่วมใจคืนความสุขสู่ประชาชน” ยังได้มีกำหนดการที่จะจัดหมุนเวียนไปตามสถานที่ตั้งของสหกรณ์การเกษตรต่าง ๆ อีกหลายแห่ง ดังนี้ วันที่ 14 - 15 กรกฎาคม 2557 ณ สหกรณ์การเกษตรเขาคิชกูฏ, วันที่ 16 - 17กรกฎาคม 2557 ณ สหกรณ์การเกษตรท่าใหม่, วันที่ 18 - 19 กรกฎาคม 2557 ณ สหกรณ์การเกษตรแหลมสิงห์, และ วันที่ 28 - 29 กรกฎาคม 2557 ณ สหกรณ์การเกษตรเมืองจันทบุรี จึงขอเชิญชวนเครือข่ายสมาชิกสหกรณ์และประชาชนทั่วไปเที่ยวชมงานและเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดีราคาประหยัดได้ภายในงานดังกล่าวโดยทั่วกัน
บ่ายวันนี้ ( 9 ก.ค.57 ) ที่สหกรณ์การเกษตรมะขาม จำกัด จังหวัดจันทบุรี หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ปฏิบัติราชการในจังหวัดจันทบุรีได้ร่วมกันจัดงาน "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจคืนความสุขสู่ประชาชน” โดยมีนายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิดงาน ภายในงานมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ นิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การแสดงดนตรีและกิจกรรมบนเวทีเพื่อสร้างความสุขแก่ประชาชน การจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร ผลไม้แปรรูป ผักพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง อาหารสำเร็จรูป และสินค้าที่จำเป็นอื่น ๆ รวมทั้งยังจะได้รับแจกปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพฟรี นอกจากนี้สมาชิกสหกรณ์ยังสามารถกู้เงินซื้อปัจจัยการผลิตโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ทั้งนี้ภายในงานได้เปิดจำหน่ายไข่ไก่ ราคาถูก มีประชาชน เกษตรกรให้ความสนใจเลือกซื้อไข่ไก่เบอร์ 0 แผงละ 70 บาทจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม งาน "เกษตรและสหกรณ์ร่วมใจคืนความสุขสู่ประชาชน” ยังได้มีกำหนดการที่จะจัดหมุนเวียนไปตามสถานที่ตั้งของสหกรณ์การเกษตรต่าง ๆ อีกหลายแห่ง ดังนี้ วันที่ 14 - 15 กรกฎาคม 2557 ณ สหกรณ์การเกษตรเขาคิชกูฏ, วันที่ 16 - 17กรกฎาคม 2557 ณ สหกรณ์การเกษตรท่าใหม่, วันที่ 18 - 19 กรกฎาคม 2557 ณ สหกรณ์การเกษตรแหลมสิงห์, และ วันที่ 28 - 29 กรกฎาคม 2557 ณ สหกรณ์การเกษตรเมืองจันทบุรี จึงขอเชิญชวนเครือข่ายสมาชิกสหกรณ์และประชาชนทั่วไปเที่ยวชมงานและเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดีราคาประหยัดได้ภายในงานดังกล่าวโดยทั่วกัน
จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 9 ก.ค. 57 )
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว
จังหวัดจันทบุรี เปิดขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ใบละ 80 บาท ตามนโยบาย คสช.
จังหวัดจันทบุรีเปิดจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ใบละ 80 บาท ประชาชนและข้าราชการที่ปฏิบัติงานในศาลากลางแห่ซื้อกันอย่างเนื่องแน่น
วันนี้ (9 ก.ค. 57) ที่บริเวณห้องโถงศาลากลางจันทบุรี ได้เปิดจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาใบละ 80 บาท ตามแนวทางการแก้ปัญหาสลากเกินราคา ของ คสช. โดยนายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ตลอดจน นายสมหมาย วิเชียรฉันท์ และ นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำข้าราชการ และประชาชน ร่วมซื้อสลากฯที่นำมาจำหน่ายจากแม่ค้า-พ่อค้า จนแน่นที่บริเวณจุดจำหน่าย
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ในเขตตัวเมืองจันทบุรี งวดนี้ไม่ค่อยคึกคักเท่าที่ควร บางแผงยังจำหน่ายในราคาใบละ 90 บาท โดยผู้ขายอ้างว่ารับมาจากยี่ปั๊ว มีต้นทุนสูง ซึ่งการแก้ปัญหาทางเจ้าหน้าที่ได้ชะลอการใช้มาตรการจับกุมไปก่อนแต่ได้มีการตักเตือนผู้ค้ารายย่อยให้ขายในราคา ที่ คสช.กำหนด
วันนี้ (9 ก.ค. 57) ที่บริเวณห้องโถงศาลากลางจันทบุรี ได้เปิดจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาใบละ 80 บาท ตามแนวทางการแก้ปัญหาสลากเกินราคา ของ คสช. โดยนายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ตลอดจน นายสมหมาย วิเชียรฉันท์ และ นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำข้าราชการ และประชาชน ร่วมซื้อสลากฯที่นำมาจำหน่ายจากแม่ค้า-พ่อค้า จนแน่นที่บริเวณจุดจำหน่าย
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ในเขตตัวเมืองจันทบุรี งวดนี้ไม่ค่อยคึกคักเท่าที่ควร บางแผงยังจำหน่ายในราคาใบละ 90 บาท โดยผู้ขายอ้างว่ารับมาจากยี่ปั๊ว มีต้นทุนสูง ซึ่งการแก้ปัญหาทางเจ้าหน้าที่ได้ชะลอการใช้มาตรการจับกุมไปก่อนแต่ได้มีการตักเตือนผู้ค้ารายย่อยให้ขายในราคา ที่ คสช.กำหนด
จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 9 ก.ค. 57 )
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว
เกษตรร่วมใจคืนความสุขประชาชน
จังหวัดจันทบุรีขอเชิญชวนเที่ยวชมและเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดี ภายในงาน "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจ คืนความสุขสู่ประชาชน”
นายธนิต จันทร์ประทีป สหกรณ์จังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ปฏิบัติราชการในจังหวัดจันทบุรีได้ร่วมกันจัดงาน "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจคืนความสุขสู่ประชาชน” ระหว่างวันที่ 9 – 10 กรกฎาคม 2557 ณ บริเวณหน้าสำนักงานสหกรณ์การเกษตรมะขาม จำกัด อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี โดยในนี้ เวลา 14.00น. นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี จะเป็นประธานเปิดงาน ภายในงานจะมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ นิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การแสดงดนตรีและกิจกรรมบนเวทีเพื่อสร้างความสุขแก่ประชาชน การจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร ผลไม้แปรรูป ผักพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง อาหารสำเร็จรูป และสินค้าที่จำเป็นอื่น ๆ รวมทั้งยังจะได้รับแจกปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพฟรี นอกจากนี้สมาชิกสหกรณ์ยังสามารถกู้เงินซื้อปัจจัยการผลิตโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย อีกด้วย
สหกรณ์จังหวัดจันทบุรี กล่าวอีกว่างาน "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจคืนความสุขสู่ประชาชน” ดังกล่าว ยังได้มีกำหนดการที่จะจัดหมุนเวียนไปตามสถานที่ตั้งของสหกรณ์การเกษตรต่าง ๆ อีกหลายแห่ง ดังนี้ วันที่ 14 - 15 กรกฎาคม 2557 ณ สหกรณ์การเกษตรเขาคิชกูฏ, วันที่ 16 - 17กรกฎาคม 2557 ณ สหกรณ์การเกษตรท่าใหม่, วันที่ 18 - 19 กรกฎาคม 2557 ณ สหกรณ์การเกษตรแหลมสิงห์, และ วันที่ 28 - 29 กรกฎาคม 2557 ณ สหกรณ์การเกษตรเมืองจันทบุรี จึงขอเชิญชวนเครือข่ายสมาชิกสหกรณ์และประชาชนทั่วไปเที่ยวชมงานและเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดีราคาประหยัดได้ภายในงานดังกล่าวโดยทั่วกัน
นายธนิต จันทร์ประทีป สหกรณ์จังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ปฏิบัติราชการในจังหวัดจันทบุรีได้ร่วมกันจัดงาน "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจคืนความสุขสู่ประชาชน” ระหว่างวันที่ 9 – 10 กรกฎาคม 2557 ณ บริเวณหน้าสำนักงานสหกรณ์การเกษตรมะขาม จำกัด อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี โดยในนี้ เวลา 14.00น. นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี จะเป็นประธานเปิดงาน ภายในงานจะมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ นิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การแสดงดนตรีและกิจกรรมบนเวทีเพื่อสร้างความสุขแก่ประชาชน การจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร ผลไม้แปรรูป ผักพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง อาหารสำเร็จรูป และสินค้าที่จำเป็นอื่น ๆ รวมทั้งยังจะได้รับแจกปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพฟรี นอกจากนี้สมาชิกสหกรณ์ยังสามารถกู้เงินซื้อปัจจัยการผลิตโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย อีกด้วย
สหกรณ์จังหวัดจันทบุรี กล่าวอีกว่างาน "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจคืนความสุขสู่ประชาชน” ดังกล่าว ยังได้มีกำหนดการที่จะจัดหมุนเวียนไปตามสถานที่ตั้งของสหกรณ์การเกษตรต่าง ๆ อีกหลายแห่ง ดังนี้ วันที่ 14 - 15 กรกฎาคม 2557 ณ สหกรณ์การเกษตรเขาคิชกูฏ, วันที่ 16 - 17กรกฎาคม 2557 ณ สหกรณ์การเกษตรท่าใหม่, วันที่ 18 - 19 กรกฎาคม 2557 ณ สหกรณ์การเกษตรแหลมสิงห์, และ วันที่ 28 - 29 กรกฎาคม 2557 ณ สหกรณ์การเกษตรเมืองจันทบุรี จึงขอเชิญชวนเครือข่ายสมาชิกสหกรณ์และประชาชนทั่วไปเที่ยวชมงานและเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดีราคาประหยัดได้ภายในงานดังกล่าวโดยทั่วกัน
จรัล/ภาพ/ข่าว ( 9 ก.ค. 57 )
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว
จังหวัดตราด ประชุมหน่วยงานป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า ตามประเด็นนโยบายของ คสช.
วันนี้ ( ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗) ที่ห้องประชุมตราดสีทอง ศาลากลางจังหวัดตราด นายพัคฆพันธุ์ โพธิ์แก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรา เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า ระดับจังหวัด มีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมประชุม
นายพยัคฆพันธุ์ โพธิ์แก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า การป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า เป็นข้อนโยบายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อมของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในคำสั่งที่ ๖๔/๒๕๕๗ และ คำสั่งที่ ๖๖/๒๕๕๗ ว่าด้วยการหยุดการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อเป็นการดำเนินงานให้สอดคล้องกับคำสั่งของ คสช.ดังกล่าว คณะอนุกรรมการระดับจังหวัด จึงต้องซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังให้อนุกรรมการได้ทราบถึงบทบาทหน้าที่ของตน ทั้งการเร่งรัด ประสานงาน กำกับดูแลและตรวจสอบ ติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่จังหวัด
รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวด้วยว่า สภาพการณ์ปัจจุบัน ในพื้นที่จังหวัดตราดพบการบุกรุก ตัดไม้ทำลายป่า จำนวนน้อย ทั้งนี้เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายดำเนินการอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะฝ่ายทหารตามแนวชายแดนที่นอกจากปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างเต็มที่ ต่อเนื่องแล้ว ยังได้มีการประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อนบ้านตามแนวชายแดน อย่างไรก็ตาม ได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ร่วมกันปฏิบัติอย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อความคงอยู่ของทรัพยากรที่สำคัญของชาติต่อไป
นายพยัคฆพันธุ์ โพธิ์แก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า การป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า เป็นข้อนโยบายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อมของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในคำสั่งที่ ๖๔/๒๕๕๗ และ คำสั่งที่ ๖๖/๒๕๕๗ ว่าด้วยการหยุดการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อเป็นการดำเนินงานให้สอดคล้องกับคำสั่งของ คสช.ดังกล่าว คณะอนุกรรมการระดับจังหวัด จึงต้องซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังให้อนุกรรมการได้ทราบถึงบทบาทหน้าที่ของตน ทั้งการเร่งรัด ประสานงาน กำกับดูแลและตรวจสอบ ติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่จังหวัด
รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวด้วยว่า สภาพการณ์ปัจจุบัน ในพื้นที่จังหวัดตราดพบการบุกรุก ตัดไม้ทำลายป่า จำนวนน้อย ทั้งนี้เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายดำเนินการอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะฝ่ายทหารตามแนวชายแดนที่นอกจากปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างเต็มที่ ต่อเนื่องแล้ว ยังได้มีการประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อนบ้านตามแนวชายแดน อย่างไรก็ตาม ได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ร่วมกันปฏิบัติอย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อความคงอยู่ของทรัพยากรที่สำคัญของชาติต่อไป
จังหวัดตราด เตรียมความพร้อมศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ( one stop service) รองรับการกลับมาทำงานของแรงงานต่างด้าว
วันนี้ (๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ) เวลา ๐๙.๐๐ น. ที่ห้องประชุมธารมะยม ศาลากลางจังหวัดตราด นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานในการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมของศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ( one stop service) เพื่อเตรียมให้บริการกับนายจ้างและแรงงานต่างด้าวที่จะกลับเข้ามาทำงานในพื้นที่จังหวัดตราด มีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า การตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ( one stop service) เป็นไปตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (ศสช) เรื่องมาตรการชั่วคราวในการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ เพื่อทำหน้าที่ออกใบอนุญาตทำงานชั่วคราวให้คนต่างด้าวและจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว โดยกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก และปฏิบัติงานร่วมกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการของศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ( one stop service) ของจังหวัดตราด เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงได้มีการประชุมเพื่อซักซ้อมความเข้าใจในขั้นตอนการให้บริการ ให้เป็นไปด้วยความสะดวกสบาย มีความเรียบร้อย ซึ่งศูนย์ฯ นี้จะตั้งขึ้นที่บริเวณศาลา ๑๐๐ ปี ตราดรำลึกและโรงพยาบาลตราด จะสามารถรองรับจำนวนแรงงานต่างด้าวจดทะเบียนได้มากถึง ๕๐๐ คน ต่อวัน
นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า การตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ( one stop service) เป็นไปตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (ศสช) เรื่องมาตรการชั่วคราวในการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ เพื่อทำหน้าที่ออกใบอนุญาตทำงานชั่วคราวให้คนต่างด้าวและจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว โดยกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก และปฏิบัติงานร่วมกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการของศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ( one stop service) ของจังหวัดตราด เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงได้มีการประชุมเพื่อซักซ้อมความเข้าใจในขั้นตอนการให้บริการ ให้เป็นไปด้วยความสะดวกสบาย มีความเรียบร้อย ซึ่งศูนย์ฯ นี้จะตั้งขึ้นที่บริเวณศาลา ๑๐๐ ปี ตราดรำลึกและโรงพยาบาลตราด จะสามารถรองรับจำนวนแรงงานต่างด้าวจดทะเบียนได้มากถึง ๕๐๐ คน ต่อวัน
โรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง จับมือกับชาวบ้านวัดบ้านแลง อ.เมืองระยอง ซ่อมแซมพระปรางค์เก่าแก่ของวัด ซึ่งเชื่อว่ามีอายุ 270 ปี สมัยกรุงศรีอยุธยา เพื่อให้มีสภาพสมบูรณ์เป็นสมบัติคู่วัด และชาวบ้านสืบไป
โรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง จับมือกับชาวบ้านวัดบ้านแลง อ.เมืองระยอง ซ่อมแซมพระปรางค์เก่าแก่ของวัด ซึ่งเชื่อว่ามีอายุ 270 ปี สมัยกรุงศรีอยุธยา เพื่อให้มีสภาพสมบูรณ์เป็นสมบัติคู่วัด และชาวบ้านสืบไป
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 9 ก.ค.ที่วัดบ้านแลง อ.เมืองระยอง นายสุกฤตย์ สุรบลโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บ.ไออาร์พีซีจำกัด(มหาชน) ได้ส่งมอบพระปรางค์เก่าแก่ของวัดบ้านแลง อ.เมืองระยอง ซึ่งเชื่อว่ามีอายุ 270 ปี สมัยกรุงศรีอยุธยา ให้กับทางวัดบ้านแลงอย่างเป็นทางการ โดยมี นายวราวุธ ปิ่นเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายสายัณฑ์ ศรีเผือก นายก อบต.บ้านแลง และพี่น้องประชาชนชาวบ้านแลง ร่วมรับมอบ หลังจากบริษัทไออาร์พีซีฯ ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน 2.2 ล้านบาท ได้ร่วมกับชาวบ้าน ลงมือซ่อมแซมบูรณะปฎิสังขรณ์พระปรางค์ดังกล่าว ที่มีสภาพสึกกร่อนและชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา เพื่อให้มีสภาพสมบูรณ์เป็นสมบัติคู่วัดบ้านแลง และชาวบ้านสืบไปสำหรับวัดบ้านแลง หรือ วัดแลง ตั้งขึ้นเป็นสำนักสงฆ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ประมาณปีพุทธศักราช 2285 มีพระนาคหรือหลวงนาคเป็นผู้ก่อสร้าง โดยตั้งชื่อวัดว่า วัดจันทร์สุวรรณโพธิธาราม ต่อมามีคนเรียกสั้นว่าว่า วัดบ้านแลง หรือวัดแลง ซึ่งพระปรางค์องค์นี้ มีอายุประมาณ 270 ปีแล้ว เป็นทรงแบบขอม โดยเป็นลักษณะแบบก่ออิฐฉาบปูน มีขนาดความสูง 17.08 เมตร ฐานสี่เหลี่ยม วัดโดยรอบยาว 20.50 เมตร สันนิษฐานว่าสร้างมาพร้อมกับวัด จากการสำรวจของกรมศิลปากร ทั่วทั้งภาคตะวันออก มีปรากฏอยู่เพียงแห่งเดียวที่วัดบ้านแลงแห่งนี้เท่านั้น
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 9 ก.ค.ที่วัดบ้านแลง อ.เมืองระยอง นายสุกฤตย์ สุรบลโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บ.ไออาร์พีซีจำกัด(มหาชน) ได้ส่งมอบพระปรางค์เก่าแก่ของวัดบ้านแลง อ.เมืองระยอง ซึ่งเชื่อว่ามีอายุ 270 ปี สมัยกรุงศรีอยุธยา ให้กับทางวัดบ้านแลงอย่างเป็นทางการ โดยมี นายวราวุธ ปิ่นเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายสายัณฑ์ ศรีเผือก นายก อบต.บ้านแลง และพี่น้องประชาชนชาวบ้านแลง ร่วมรับมอบ หลังจากบริษัทไออาร์พีซีฯ ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน 2.2 ล้านบาท ได้ร่วมกับชาวบ้าน ลงมือซ่อมแซมบูรณะปฎิสังขรณ์พระปรางค์ดังกล่าว ที่มีสภาพสึกกร่อนและชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา เพื่อให้มีสภาพสมบูรณ์เป็นสมบัติคู่วัดบ้านแลง และชาวบ้านสืบไปสำหรับวัดบ้านแลง หรือ วัดแลง ตั้งขึ้นเป็นสำนักสงฆ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ประมาณปีพุทธศักราช 2285 มีพระนาคหรือหลวงนาคเป็นผู้ก่อสร้าง โดยตั้งชื่อวัดว่า วัดจันทร์สุวรรณโพธิธาราม ต่อมามีคนเรียกสั้นว่าว่า วัดบ้านแลง หรือวัดแลง ซึ่งพระปรางค์องค์นี้ มีอายุประมาณ 270 ปีแล้ว เป็นทรงแบบขอม โดยเป็นลักษณะแบบก่ออิฐฉาบปูน มีขนาดความสูง 17.08 เมตร ฐานสี่เหลี่ยม วัดโดยรอบยาว 20.50 เมตร สันนิษฐานว่าสร้างมาพร้อมกับวัด จากการสำรวจของกรมศิลปากร ทั่วทั้งภาคตะวันออก มีปรากฏอยู่เพียงแห่งเดียวที่วัดบ้านแลงแห่งนี้เท่านั้น
วฐิต/ข่าว
วิทยาลัยสารพัดช่างระยอง เปิดศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน ทั้งนี้เพื่อลดภาระรายจ่ายในการซ่อมแซม และยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือประกอบอาชีพ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักรกลการเกษตรของประชาชนในชุมชน
วิทยาลัยสารพัดช่างระยอง เปิดศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน ทั้งนี้เพื่อลดภาระรายจ่ายในการซ่อมแซม และยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือประกอบอาชีพ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักรกลการเกษตรของประชาชนในชุมชน
วันที่ 9 ก.ค.ที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชนมาบชะลูด ต.ห้วยโป่ง อ.เมืองระยอง นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีเปิด "โครงการขยายบทบาทศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center)” ซึ่งจัดขึ้นโดยวิทยาลัยสารพัดช่างระยอง มีนายอภิชาติ กุลธานี ผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างระยอง คณะผู้บริหาร ครู เจ้าหน้าที่ และนักเรียนนักศึกษาของวิทยาลัย นำบริการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน มาบริการฟรีแก่ประชาชนในชุมชนมาบชลูดและชุมชนใกล้เคียง นายอภิชาติ กล่าวว่า โครงการขยายบทบาทศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน หรือ Fix It Center มุ่งหวังเพื่อลดภาระรายจ่ายในการซ่อมแซม และยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือประกอบอาชีพ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักรกลการเกษตรของประชาชนในชุมชน ทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้นักศึกษา ได้เรียนรู้คู่กับการปฏิบัติจริงด้วย นอกจากนี้ทางวิทยาลัยสารพัดช่างระยอง ยังได้มีการสาธิต และแนะนำการทำอาชีพเสริมให้ประชาชนในชุมชนอีกด้วยนายอภิชาต กล่าวด้วยว่า"โครงการดังกล่าว เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างยิ่ง ซึ่งจะช่วยถ่ายทอดความรู้ให้แก่ประชาชนในการดูแล รักษา และพัฒนาทักษะ ให้สามารถซ่อมบำรุงเครื่องมือ อุปกรณ์ประกอบอาชีพ และเครื่องใช้ในครัวเรือนได้ด้วยตัวเอง ทั้งนี้ วิทยาลัยสารพัดช่างระยอง ยืนยันว่า จะเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพนักเรียนนักศึกษา ให้มีความเชื่อมั่น และจรรยาบรรณวิชาชีพ มีความรับผิดชอบ เสียสละต่อสังคม เพื่อจะนำประเทศไปสู่การพัฒนาต่อไป”
วันที่ 9 ก.ค.ที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชนมาบชะลูด ต.ห้วยโป่ง อ.เมืองระยอง นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีเปิด "โครงการขยายบทบาทศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center)” ซึ่งจัดขึ้นโดยวิทยาลัยสารพัดช่างระยอง มีนายอภิชาติ กุลธานี ผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างระยอง คณะผู้บริหาร ครู เจ้าหน้าที่ และนักเรียนนักศึกษาของวิทยาลัย นำบริการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน มาบริการฟรีแก่ประชาชนในชุมชนมาบชลูดและชุมชนใกล้เคียง นายอภิชาติ กล่าวว่า โครงการขยายบทบาทศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน หรือ Fix It Center มุ่งหวังเพื่อลดภาระรายจ่ายในการซ่อมแซม และยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือประกอบอาชีพ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักรกลการเกษตรของประชาชนในชุมชน ทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้นักศึกษา ได้เรียนรู้คู่กับการปฏิบัติจริงด้วย นอกจากนี้ทางวิทยาลัยสารพัดช่างระยอง ยังได้มีการสาธิต และแนะนำการทำอาชีพเสริมให้ประชาชนในชุมชนอีกด้วยนายอภิชาต กล่าวด้วยว่า"โครงการดังกล่าว เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างยิ่ง ซึ่งจะช่วยถ่ายทอดความรู้ให้แก่ประชาชนในการดูแล รักษา และพัฒนาทักษะ ให้สามารถซ่อมบำรุงเครื่องมือ อุปกรณ์ประกอบอาชีพ และเครื่องใช้ในครัวเรือนได้ด้วยตัวเอง ทั้งนี้ วิทยาลัยสารพัดช่างระยอง ยืนยันว่า จะเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพนักเรียนนักศึกษา ให้มีความเชื่อมั่น และจรรยาบรรณวิชาชีพ มีความรับผิดชอบ เสียสละต่อสังคม เพื่อจะนำประเทศไปสู่การพัฒนาต่อไป”
วฐิต/ข่าว
เทศบาลตำบลสุนทรภู่จัดกิจกรรมโครงการปรองดองสมานฉันท์สร้างความสุขอย่างยั่งยืน
ด้วยเทศบาลตำบลสุนทรภู่ ได้จัดกิจกรรมโครงการปรองดองสมานฉันท์สร้างความสุขอย่างยั่งยืน โดยการจัดกิจกรรมแห่เทียนพรรษา ส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น จึงขอเชิญทุกท่าน เข้าร่วมกิจกรรม ฯ ดังกล่าว ในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗
เวลา ๑๐.๐๐ น. หน้าโรงเรียนวัดพลงไสว (ถวายเทียนพรรษา ณ วัดพลงไสว)
เวลา ๑๔.๐๐ น. หน้าโรงเรียนวัดกลางกร่ำ(ถวายเทียนพรรษา ณ วัดป่ากร่ำ)
เวลา ๑๐.๐๐ น. หน้าโรงเรียนวัดพลงไสว (ถวายเทียนพรรษา ณ วัดพลงไสว)
เวลา ๑๔.๐๐ น. หน้าโรงเรียนวัดกลางกร่ำ(ถวายเทียนพรรษา ณ วัดป่ากร่ำ)
ส.ปชส.ระยอง/ข่าว
ผู้ว่าฯระยอง เปิดโครงการอบรมผู้ประสานพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดและการปรองดองสมานฉันท์
วันที่ 6 ก.ค.57 เวลา 10.00 น ที่ อบต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง นายธานี สามารถกิจ ผวจ.ระยอง ประธานเปิดโครงการอบรมผู้ประสานพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดและการปรองดองสมานฉันท์ โดยมี นายนิพนธ์ เลิศศรีสุวัฒนา นายอำเภอเมืองระยอง กล่าวรายงาน นายประทีป แสงกระจ่าง กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ประสานพลังแผ่นดินอำเภอเมืองระยอง จำนวน 950 คน เพื่อรับทราบเจตนารมย์ของ คสช.และแนวทางในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านชุมชน ตระหนักถึงความสำคัญและมีความจงรักภักดีในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเป็นแกนนำขับเคลื่อนการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในหมู่บ้านชุมชนต่อไป ทั้งนี้อำเภอเมือง จ.ระยอง มีทั้งหมด 84 หมู่บ้าน 11 ตำบล
สวรส/ข่าว
จ.ฉะเชิงเทรา จัดงานมหกรรมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงสร้างสรรค์
วันนี้ (9 ก.ค.57) ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงสร้างสรรค์ โดยมีนายอรชุน ธิวรรณลักษณ์ พัฒนาการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนทั่วไป และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ทั้งนี้งานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-10 กรกฏาคม 2557 กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การจัดประชุมกลุ่มผู้นำและเจ้าหน้าที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลสำเร็จ ของการขับเคลื่อนกิจกรรมฯ จำนวน 57 หมู่บ้าน การจัดแสดงนิทรรศการของหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ จำนวน44 หมู่บ้าน การสาธิตอาชีพและเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงจากหน่วยงานราชการต่าง ๆ การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP และผลผลิตของหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง และการแสดงศิลปวัฒนธรรมบนเวที มีวัตถุประสงค์เพื่อให้หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบได้แสดงศักยภาพการพัฒนาหมู่บ้านตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำไปสู่การยกระดับการพัฒนาหมู่บ้านในอนาคต
นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่าการจัดงาน "มหกรรมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงสร้างสรรค์”ในครั้งนี้เป็นการส่งเสริมการพัฒนาหมู่บ้าน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจของหมู่บ้านต้นแบบ และขยายผลการดำเนินงานเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ต่อเนื่อง ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในการส่งเสริมการดำเนินชีวิตให้เข้มแข็ง อย่างมีเหตุผล ลดรายจ่าย ส่งเสริมอาชีพเพิ่มรายได้ แก่ประชาชนฐานราก ให้อยู่อย่างมีภูมิคุ้มกัน อยู่เย็นเป็นสุขตลอดไป
จังหวัดฉะเชิงเทราจึงขอเชิญประชาชนและผู้ที่สนใจเข้าชมงาน "มหกรรมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงสร้างสรรค์ " ระหว่างวันที่ 9-10 กรกฏาคม 2557 ตั้งเวลา 09 .00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา
นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่าการจัดงาน "มหกรรมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงสร้างสรรค์”ในครั้งนี้เป็นการส่งเสริมการพัฒนาหมู่บ้าน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจของหมู่บ้านต้นแบบ และขยายผลการดำเนินงานเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ต่อเนื่อง ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในการส่งเสริมการดำเนินชีวิตให้เข้มแข็ง อย่างมีเหตุผล ลดรายจ่าย ส่งเสริมอาชีพเพิ่มรายได้ แก่ประชาชนฐานราก ให้อยู่อย่างมีภูมิคุ้มกัน อยู่เย็นเป็นสุขตลอดไป
จังหวัดฉะเชิงเทราจึงขอเชิญประชาชนและผู้ที่สนใจเข้าชมงาน "มหกรรมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงสร้างสรรค์ " ระหว่างวันที่ 9-10 กรกฏาคม 2557 ตั้งเวลา 09 .00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา
ชาญณรงค์/ข่าว
ธนภัทร/ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา
ธนภัทร/ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา
จังหวัดสระแก้ว จัดโครงการสัปดาห์วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา สานสัมพันธไมตรีมิติพระพุทธศาสนา ระหว่าง ไทย – กัมพูชา เพื่อสร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์ที่ดี
เช้าวันนี้ (9 ก.ค.) ที่วัดหนองปรือ ตำบลผ่านศึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว นายสมเกียรติ พันธรรม วัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว ประธานในพิธี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนชาวอำเภออรัญประเทศ และพระสงฆ์ ประชาชน และนักศึกษา ชาวกัมพูชานำโดยนางณิน พวก รองนายอำเภอมาลัย พันตรีเฮือน สุพาด รองหัวหน้าหน่วยประสานงานกัมพูชา – ไทย นายเดิม สุข กำนันตำบลมาลัย ตำบลมาลัย อำเภอมาลัย จังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ร่วมทำบุญตักบาตร หล่อเทียนพรรษา และถวายเทียนพรรษา ในโครงการสัปดาห์วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา สานสัมพันธไมตรีมิติพระพุทธศาสนา ระหว่าง ไทย – กัมพูชา ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับจังหวัดสระแก้ว ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความสามัคคีและส่งเสริมความร่วมมือ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย – กัมพูชา และความสัมพันธไมตรีระหว่างเมืองคู่ขนาน ซึ่งมีชายแดนติดต่อกัน รวมทั้งความสัมพันธ์ระดับประชาชนสู่ประชาชน โดยใช้มิติทางพุทธศาสนาและวัฒนธรรมเป็นแกนกลาง
นายสมเกียรติ พันธรรม วัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า จังหวัดสระแก้วมี มีกำหนดจัดกิจกรรม 4 ครั้ง ตามอำเภอที่มีพื้นที่ติดแนวชายแดน ได้แก่ วันที่ 8 กรกฎาคม ที่วัดตาพระยา อำเภอตาพระยา วันนี้( 9 ก.ค.) ที่วัดหนองปรือ ตำบลผ่านศึก อำเภออรัญประเทศ วันที่ 10 กรกฎาคม ที่วัดคลองหาด อำเภอคลองหาด และวันที่ 11 กรกฎาคม ที่วัดหนองจาน อำเภอโคกสูง
นางโส เพีย ชาวบ้านภูมิทะไม ตำบลมาลัย อำเภอมาลัย จังหวัดบันเตียเมียนเจย กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ มีความประทับใจเป็นอย่างมาก ในการต้อนรับของคนไทย และอยากให้ประชาชนของทั้งสองประเทศมีความรัก ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตลอดไป
นายสมเกียรติ พันธรรม วัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า จังหวัดสระแก้วมี มีกำหนดจัดกิจกรรม 4 ครั้ง ตามอำเภอที่มีพื้นที่ติดแนวชายแดน ได้แก่ วันที่ 8 กรกฎาคม ที่วัดตาพระยา อำเภอตาพระยา วันนี้( 9 ก.ค.) ที่วัดหนองปรือ ตำบลผ่านศึก อำเภออรัญประเทศ วันที่ 10 กรกฎาคม ที่วัดคลองหาด อำเภอคลองหาด และวันที่ 11 กรกฎาคม ที่วัดหนองจาน อำเภอโคกสูง
นางโส เพีย ชาวบ้านภูมิทะไม ตำบลมาลัย อำเภอมาลัย จังหวัดบันเตียเมียนเจย กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ มีความประทับใจเป็นอย่างมาก ในการต้อนรับของคนไทย และอยากให้ประชาชนของทั้งสองประเทศมีความรัก ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตลอดไป
(ดุลยศักดิ์/ภาพ/ข่าว)
วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
นายกหนองไม้แดง ชี้แจงแนวทางการก่อสร้างโครงการทางพิเศษ
แขวงการทางจังหวัดชลบุรีร่วมกับ เทศบาลตำบลหนองไม้แดง อำเภอเมืองชลบุรี ร่วมกันชี้แจงแนวทางการก่อสร้างโครงการทางพิเศษบูรวิถี-พัทยา เพื่อให้ประชาชนเข้าใจการสร้างพิเศษ
ที่หอประชุมเทศบาลตำบลหนองไม้แดง อำเภอเมืองชลบุรี นายอมรศักดิ์ พรหมหล้าวรรณ หัวหน้าหมวดการทางชลบุรี 1 กรมทางหลวง พร้อมกับ นางสาวตวงทิพย์ ภาวสุทธิ์ชัยกิจ นายกเทศมนตรีตำบลหนองไม้แดง ร่วมกันชี้แจงงานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม การเงิน แลผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษสายบูรพาวิถี – พัทยา ท่ามกลางชาวบ้านประมาณ 100 กว่าคนที่มารวมตัวกันคัดค้านโครงการดังกล่าว โดยนายกเทศมนตรีตำบลหนองไม้แดง ต้องมาชี้แจงกับชาวบ้านว่า การประชุมในครั้งนี้เพื่อชี้แจงรายละเอียดให้ประชาชนรับทราบเพื่อนำไปพิจารณาตัดสินใจ ส่วนการแสดงพลังคัดค้าน ให้รวมตัวกันอีกครั้งในวันที่ 8 กรกฎาคม ที่อำเภอศรีราชา ซึ่งจังหวัดชลบุรีจะร่วมกับ การทางพิเศษแห่งประเทศไทยจัดประชุมระดมความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดชลบุรี
ทั้งนี้ โครงการทางพิเศษบูรพาวิถีเดิมได้ก่อสร้างจาก กรุงเทพมหานครมาจนถึง ตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมืองชลบุรี แต่เนื่องจากปัจจุบันปัญหาการจราจรบนถนนสุขุมวิทมีมากขึ้น การทางพิเศษแห่งประเทศไทยจึงจัดโครงการทางพิเศษบูรวิถี-พัทยา เพื่อเชื่อมจากเส้นทางเดิมไปจนถึงพัทยา ระยะทาง 68 กิโลเมตร แต่เนื่องจากโครงการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก จึงมีการต่อต้านจากประชาชนในจังหวัดชลบุรีมาอย่างต่อเนื่อง มีการขึ้นป้ายคัดค้านจนนายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ต้องมาเป็นตัวกลางในการเจรจาต่อรองเพื่อให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยเลือกเส้นทางการก่อสร้างคร่อมถนนมอเตอร์เวย์แทนการสร้างคร่อมถนนสุขุมวิท ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจรากหญ้าและการจราจรในจังหวัดชลบุรี แต่ยังคงมีประชาชนจำนวนหนึ่งที่คัดค้านการก่อสร้างโครงการนี้ทั้งโครงการ
ที่หอประชุมเทศบาลตำบลหนองไม้แดง อำเภอเมืองชลบุรี นายอมรศักดิ์ พรหมหล้าวรรณ หัวหน้าหมวดการทางชลบุรี 1 กรมทางหลวง พร้อมกับ นางสาวตวงทิพย์ ภาวสุทธิ์ชัยกิจ นายกเทศมนตรีตำบลหนองไม้แดง ร่วมกันชี้แจงงานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม การเงิน แลผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษสายบูรพาวิถี – พัทยา ท่ามกลางชาวบ้านประมาณ 100 กว่าคนที่มารวมตัวกันคัดค้านโครงการดังกล่าว โดยนายกเทศมนตรีตำบลหนองไม้แดง ต้องมาชี้แจงกับชาวบ้านว่า การประชุมในครั้งนี้เพื่อชี้แจงรายละเอียดให้ประชาชนรับทราบเพื่อนำไปพิจารณาตัดสินใจ ส่วนการแสดงพลังคัดค้าน ให้รวมตัวกันอีกครั้งในวันที่ 8 กรกฎาคม ที่อำเภอศรีราชา ซึ่งจังหวัดชลบุรีจะร่วมกับ การทางพิเศษแห่งประเทศไทยจัดประชุมระดมความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดชลบุรี
ทั้งนี้ โครงการทางพิเศษบูรพาวิถีเดิมได้ก่อสร้างจาก กรุงเทพมหานครมาจนถึง ตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมืองชลบุรี แต่เนื่องจากปัจจุบันปัญหาการจราจรบนถนนสุขุมวิทมีมากขึ้น การทางพิเศษแห่งประเทศไทยจึงจัดโครงการทางพิเศษบูรวิถี-พัทยา เพื่อเชื่อมจากเส้นทางเดิมไปจนถึงพัทยา ระยะทาง 68 กิโลเมตร แต่เนื่องจากโครงการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก จึงมีการต่อต้านจากประชาชนในจังหวัดชลบุรีมาอย่างต่อเนื่อง มีการขึ้นป้ายคัดค้านจนนายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ต้องมาเป็นตัวกลางในการเจรจาต่อรองเพื่อให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยเลือกเส้นทางการก่อสร้างคร่อมถนนมอเตอร์เวย์แทนการสร้างคร่อมถนนสุขุมวิท ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจรากหญ้าและการจราจรในจังหวัดชลบุรี แต่ยังคงมีประชาชนจำนวนหนึ่งที่คัดค้านการก่อสร้างโครงการนี้ทั้งโครงการ
ปริญญา/ข่าว/ภาพ
ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลชลบุรีน้อมรับนโยบาย (คสช.) ขายราคา 80 บาท article
วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 นายทวีศักดิ์ ยิ้มตระกูล คลังจังหวัดชลบุรี ได้รับมอบหมายจากนายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นำคณะเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยสื่อมวนชลลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล บริเวณถนนวชิรปราการ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ซึ่งส่วนใหญ่น้อมรับนโยบาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ยอมรับและพอใจในการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคา 80 บาท
นายวรวิทย์ สายสุพัฒน์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้จำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่มีปัญหาขายเกินราคา คสช.มีแนวทางการปฏิบัติในระยะแรกโดยให้มีการจัดตั้งจุดขายในราคา 80 บาท ทั้งในเขต กทม.และในต่างจังหวัด เท่าที่สามารถทำได้ ส่วนที่เหลือให้เป็นไปตามกลไกตลาด พยายามไม่เกิน 90 บาท เพราะเนื่องจากกองสลากมีภาระสัญญาผูกพันคงค้างอยู่กับผู้ได้รับอนุญาตอยู่เดิม ขณะที่ในอนาคตหรือในระยะที่จะให้คณะกรรมการหาวิธีการที่เหมาะสมเพื่อให้ราคาจำหน่ายอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ทั้งหมดโดยจะพยายามจัดโควตาให้ผู้ค้าระดับกลาง ระดับล่าง รวมถึงผู้ค้าคนพิการที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรให้มากขึ้น “การดำเนินการทั้งหมดก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ โดยได้คำนึงถึงผู้ค้ารายย่อย กับผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้สามารถมีรายได้เลี้ยงชีพได้อย่างเหมาะสม และพอเพียง
สำหรับบรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาล บริเวณถนนวชิรปราการ ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมืองชลบุรี ซึ่งถือเป็นจุดจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล จุดใหญ่ในอำเภอเมืองชลบุรี พบว่า ผู้สลากกินแบ่งรัฐบาล ทั้งหมดต่างขานรับนโยบายในการจำหน่ายใบละ 80 บาท ส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาล คึกคักเป็นอย่างมาก
ด้านนายทวีศักดิ์ ยิ้มตระกูล คลังจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า กรมบัญชีกลางได้มอบหมายของ สำนักงานคลังจังหวัดชลบุรี จัดโควตาให้ผู้ค้ารายย่อย พร้อมย้ำนโยบายจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ตามราคาขายจริง 80 บาท เพื่อเป็นการลดค่าครองชีพให้กับประชาชน และจะขายในราคา 80 บาทไปจนถึงวันออกรางวัล ส่วนผู้ค้าที่มาสลากกินแบ่งรัฐบาล ไปจากยี่ปั๊วอีกต่อ ก็อนุโลมให้ขายในราคา 90 บาทได้แต่ต้องแจ้งที่มาที่ชัดเจนว่ารับสลากกินแบ่งรัฐบาล มาจากไหน
ส่วนนางจงกล ครุวงศ์ไพบูลย์ เจ้าของร้านจินดาภัณฑ์ กล่าวว่า ทางร้านจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ในราคา 80 บาทมานานแล้ว แม้ว่าจะได้กำไรน้อยเพราะรับมาในราคา 74.40 บาท แต่ก็รับได้ เพราะมีน้อยใช้น้อยแบบเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนบรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดนี้ขายดีมาก บรรยากาศคึกคักรับข่าวสลากกินแบ่งรัฐบาลใบละ 80 บาท
และในวันนี้จังหวัดชลบุรี ได้จัดสถานทีให้ผู้ค้ารายย่อยมาขายบริเวณศาลาภักดีแผ่นด้านข้างอนุสาวรีย์รัชกาลที่5 พร้อมกับชี้แจงให้ผู้ค้ารายย่อยทราบว่าในวันพรุ่งนี้เป็นต้นไปจะให้ขายบริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรีต่อไป
นายวรวิทย์ สายสุพัฒน์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้จำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่มีปัญหาขายเกินราคา คสช.มีแนวทางการปฏิบัติในระยะแรกโดยให้มีการจัดตั้งจุดขายในราคา 80 บาท ทั้งในเขต กทม.และในต่างจังหวัด เท่าที่สามารถทำได้ ส่วนที่เหลือให้เป็นไปตามกลไกตลาด พยายามไม่เกิน 90 บาท เพราะเนื่องจากกองสลากมีภาระสัญญาผูกพันคงค้างอยู่กับผู้ได้รับอนุญาตอยู่เดิม ขณะที่ในอนาคตหรือในระยะที่จะให้คณะกรรมการหาวิธีการที่เหมาะสมเพื่อให้ราคาจำหน่ายอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ทั้งหมดโดยจะพยายามจัดโควตาให้ผู้ค้าระดับกลาง ระดับล่าง รวมถึงผู้ค้าคนพิการที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรให้มากขึ้น “การดำเนินการทั้งหมดก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ โดยได้คำนึงถึงผู้ค้ารายย่อย กับผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้สามารถมีรายได้เลี้ยงชีพได้อย่างเหมาะสม และพอเพียง
สำหรับบรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาล บริเวณถนนวชิรปราการ ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมืองชลบุรี ซึ่งถือเป็นจุดจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล จุดใหญ่ในอำเภอเมืองชลบุรี พบว่า ผู้สลากกินแบ่งรัฐบาล ทั้งหมดต่างขานรับนโยบายในการจำหน่ายใบละ 80 บาท ส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาล คึกคักเป็นอย่างมาก
ด้านนายทวีศักดิ์ ยิ้มตระกูล คลังจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า กรมบัญชีกลางได้มอบหมายของ สำนักงานคลังจังหวัดชลบุรี จัดโควตาให้ผู้ค้ารายย่อย พร้อมย้ำนโยบายจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ตามราคาขายจริง 80 บาท เพื่อเป็นการลดค่าครองชีพให้กับประชาชน และจะขายในราคา 80 บาทไปจนถึงวันออกรางวัล ส่วนผู้ค้าที่มาสลากกินแบ่งรัฐบาล ไปจากยี่ปั๊วอีกต่อ ก็อนุโลมให้ขายในราคา 90 บาทได้แต่ต้องแจ้งที่มาที่ชัดเจนว่ารับสลากกินแบ่งรัฐบาล มาจากไหน
ส่วนนางจงกล ครุวงศ์ไพบูลย์ เจ้าของร้านจินดาภัณฑ์ กล่าวว่า ทางร้านจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ในราคา 80 บาทมานานแล้ว แม้ว่าจะได้กำไรน้อยเพราะรับมาในราคา 74.40 บาท แต่ก็รับได้ เพราะมีน้อยใช้น้อยแบบเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนบรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดนี้ขายดีมาก บรรยากาศคึกคักรับข่าวสลากกินแบ่งรัฐบาลใบละ 80 บาท
และในวันนี้จังหวัดชลบุรี ได้จัดสถานทีให้ผู้ค้ารายย่อยมาขายบริเวณศาลาภักดีแผ่นด้านข้างอนุสาวรีย์รัชกาลที่5 พร้อมกับชี้แจงให้ผู้ค้ารายย่อยทราบว่าในวันพรุ่งนี้เป็นต้นไปจะให้ขายบริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรีต่อไป
ปริญญา/ข่าว/ภาพ
สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี จัดกิจกรรม “คืนสุขทันที เที่ยวฟรีสวนสัตว์เปิดเขาเขียว” 11 กรกฎาคม นี้
นายสุริยา แสงพงค์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เปิดเผยว่า สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี ได้จัดกิจกรรม “คืนสุขทันที เที่ยวฟรีสวนสัตว์เปิดเขาเขียว” ในวันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม 2557 ที่จะถึงนี้ เพื่อเป็นการสร้าง ความสามัคคี ปรองดองสมานฉันท์ ให้กับคนในชาติ ซึ่งภายในงานมีการแสดงดนตรีจากมณฑลทหารบกที่ 14 พร้อมนักร้องลูกทุ่ง ไมค์ ภิรมย์พร ตลกหลุยส์ ก่อนบ่ายคลายเครียด พ่อดม ชวนชื่น และปลาคราฟ เชิญยิ้ม ชมนิทรรศการเศรษฐกิจพอเพียงจากโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯและนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ การจำหน่ายสินค้าราคาถูกจากโรงงานอุตสาหกรรม ให้บริการตัดผมฟรี บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น บริการอาหารและเครื่องดื่มฟรี และเกมส์มหาสนุกรับของรางวัลมากมาย พิเศษสุด สัมผัสความน่ารักของการแต่งงานสร้างความปรองดองของ สิงโตขาว เจ้าบ่าวจากสวนสัตว์อุบลราชธานี และเจ้าสาวจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว นอกจากนี้ยังได้สัมผัสบรรยากาศสุดคลาสสิกเสน่ห์สีสันฟาร์มแกะ ให้อาหารแกะหลากหลายสาย กลางสนามหญ้าเขียวขจี และหุบเขา ใกล้ชิดสัตว์ป่า หลากหลายสายพันธุ์ อาทิ ชมความน่ารักของฮิปโปแคระว่ายน้ำเล่นกับปลานับร้อยตัวในมหัศจรรย์สัตว์โลก พาเหรดนกเพนกวิน พาเหรดนกกาบบัว ให้อาหาร ยีราฟ แรดขาว นกกระจอกเทศ และถ่ายภาพกับเหล่าบรรดาสัตว์ป่า พลาดไม่ได้สนุกกันให้เต็มที่เที่ยวฟรี ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ในวันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม 2557 นี้ สอบถามรายละเอียด โทร. 038-318444 และ www.kkopenzoo.com
คมศักดิ์ หล่อเถิน /ข่าว/ภาพ
จังหวัดชลบุรี จัดพิธีทำบุญ ถวายสังฆทานและอุทิศส่วนกุศล
วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2557 จังหวัดชลบุรี โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี จัดพิธีทำบุญ ถวายสังฆทาน และอุทิศส่วนกุศล โดยมีนายสามารถ เที่ยงพูนวงศ์ วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในการจัดพิธีทำบุญ ณ ห้องเจริญธรรม ศาลากลาง จังหวัดชลบุรี มีเหล่าข้าราชการ ทหาร มาร่วมพิธีและร่วมทำบุญ เป็นจำนวนมาก
นายสามารถ เที่ยงพูนวงศ์ วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้มอบหมายให้วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชลบุรี จัดกิจกรรมเกี่ยวกับห้องเจริญธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเชิญชวนหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา เข้ามาร่วมปฏิบัติธรรมและฟังปาฐกถาธรรมจาก พระดัง ๆ ที่นิมนต์มาจากวัดต่าง ๆ ทั้งในจังหวัด และต่างจังหวัด ตลอดทั้งปี โดยกำหนดทุกวันโกน เดือนละ ๒ ครั้ง พร้อมมอบหมายให้วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี ดูแลห้องเจริญธรรม และเปิดให้ข้าราชการ และประชาชน ได้ขึ้นมากราบไหว้สักการะบูชาทุกวัน ยกเว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น. ถึง เวลา ๑๖.๓๐ น.
ซึ่งการจัดกิจกรรมทำบุญถวายสังฆทาน ในวันนี้ เพื่อเป็นการอุทิศบุญกุศลให้ข้าราชการที่เคยปฏิบัติงาน ณ ศาลากลางจังหวัดชลบุรี ที่ล่วงลับไปแล้ว และถือเป็นโอกาสที่ดีที่ข้าราชการ ได้ร่วมทำบุญ ถวายสังฆทานร่วมกันอีกด้วย โดยได้นิมนต์ พระมหาเสฐียรพงษ์ สถิรวังโส เจ้าคณะตำบลบางปลาสร้อย เจ้าอาวาสจากวัดเครือวัลย์ มาในพิธี พร้อมให้ธรรมเทศนาแก่ ข้าราชการที่มาร่วมทำบุญอีกด้วย
นายสามารถ เที่ยงพูนวงศ์ วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้มอบหมายให้วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชลบุรี จัดกิจกรรมเกี่ยวกับห้องเจริญธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเชิญชวนหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา เข้ามาร่วมปฏิบัติธรรมและฟังปาฐกถาธรรมจาก พระดัง ๆ ที่นิมนต์มาจากวัดต่าง ๆ ทั้งในจังหวัด และต่างจังหวัด ตลอดทั้งปี โดยกำหนดทุกวันโกน เดือนละ ๒ ครั้ง พร้อมมอบหมายให้วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี ดูแลห้องเจริญธรรม และเปิดให้ข้าราชการ และประชาชน ได้ขึ้นมากราบไหว้สักการะบูชาทุกวัน ยกเว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น. ถึง เวลา ๑๖.๓๐ น.
ซึ่งการจัดกิจกรรมทำบุญถวายสังฆทาน ในวันนี้ เพื่อเป็นการอุทิศบุญกุศลให้ข้าราชการที่เคยปฏิบัติงาน ณ ศาลากลางจังหวัดชลบุรี ที่ล่วงลับไปแล้ว และถือเป็นโอกาสที่ดีที่ข้าราชการ ได้ร่วมทำบุญ ถวายสังฆทานร่วมกันอีกด้วย โดยได้นิมนต์ พระมหาเสฐียรพงษ์ สถิรวังโส เจ้าคณะตำบลบางปลาสร้อย เจ้าอาวาสจากวัดเครือวัลย์ มาในพิธี พร้อมให้ธรรมเทศนาแก่ ข้าราชการที่มาร่วมทำบุญอีกด้วย
คมศักดิ์ หล่อเถิน /ข่าว/ภาพ
โมเดลธนาคารปูม้าจันทบุรีประสบความสำเร็จเป็นหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน
ธนาคารปูจังหวัดจันทบุรี ประสบความสำเร็จเป็นต้นแบบ โมเดลธนาคารปูม้า ภูมิภาคอาเซียนเพิ่มจำนวนทรัพยากรปูม้าในอ่าวคุ้งกระเบน ยึดทางพระราชดำริฯ ปลุกจิตสำนึกประชาชนใส่ใจอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ
ที่ธนาคารปูชุมชนบ้านหัวแหลม ท่าแครง หมู่บ้านชาวประมงพื้นบ้าน ตำบลสนามไชย อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชาวบ้าน และสื่อมวลชน ร่วมชมการดำเนินงานธนาคารปูม้า ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ที่มีภาคเอกชนเข้ามาร่วมฟื้นฟู อนุรักษ์จนประสบความสำเร็จในการขยายพันธุ์ปูม้าภายในบริเวณอ่าวคุ้งกระเบน ปลุกจิตสำนึกประชาชน ชาวประมงพื้นบ้าน ให้ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำและได้รับความร่วมมืออย่างดีโดยชาวประมงหลังจากจับสัตว์น้ำแล้วเมื่อพบปูม้าที่มีไข่จะร่วมกันนำไข่มาเขี่ยเก็บอนุบาลในธนาคาร ก่อนปล่อยกับคืนสู่ธรรมชาติ จนปัจจุบันในพื้นที่อ่าวคุ้งกระเบนจังหวัดจันทบุรีมีจำนวนประชากรปูม้าเพิ่มขึ้นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามยังคงมีชาวบ้านที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์เข้ามาจับปูม้า และลูกปูตัวเล็กที่ยังไม่ถึงวัยอันควรไปบริโภค กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่จัดชุดเคลื่อนที่คอยดูแล ประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจกับชาวบ้านพื้นที่อื่นที่เข้ามาหากินจับสัตว์น้ำทะเลในบริเวณดังกล่าว เพื่อเป็นการป้องกันอนุรักษ์ทรัพยากรปูม้า เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของชาวประมง รณรงค์ไม่จับและไม่บริโภคปูม้าที่มีไข่ รวมทั้งปูม้าตัวเล็กก็จะปล่อยคืนธรรมชาติ โอกาสเดียวกันนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้นำคณะร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์กุ้งกุลาดำลงอ่าวคุ้งกระเบนเพิ่มจำนวนทรัพยากรสัตว์น้ำทะเลและห่วงโซ่อาหาร ก่อนที่จะเยี่ยมชมการดำเนินงาน ณ จุดสาธิตการเลี้ยงปลาในกระชัง และธนาคารปูม้าของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นโมเดลต้นแบบของธนาคารปูในภูมิภาคอาเซียนที่มีรูปแบบการดำเนินงานยึดแนวทางพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ " ทำงานกับฉัน ไม่มีเงินเดือนให้ แต่มีความสุขร่วมกัน” ซึ่งผลการดำเนินงานประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี
ที่ธนาคารปูชุมชนบ้านหัวแหลม ท่าแครง หมู่บ้านชาวประมงพื้นบ้าน ตำบลสนามไชย อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชาวบ้าน และสื่อมวลชน ร่วมชมการดำเนินงานธนาคารปูม้า ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ที่มีภาคเอกชนเข้ามาร่วมฟื้นฟู อนุรักษ์จนประสบความสำเร็จในการขยายพันธุ์ปูม้าภายในบริเวณอ่าวคุ้งกระเบน ปลุกจิตสำนึกประชาชน ชาวประมงพื้นบ้าน ให้ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำและได้รับความร่วมมืออย่างดีโดยชาวประมงหลังจากจับสัตว์น้ำแล้วเมื่อพบปูม้าที่มีไข่จะร่วมกันนำไข่มาเขี่ยเก็บอนุบาลในธนาคาร ก่อนปล่อยกับคืนสู่ธรรมชาติ จนปัจจุบันในพื้นที่อ่าวคุ้งกระเบนจังหวัดจันทบุรีมีจำนวนประชากรปูม้าเพิ่มขึ้นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามยังคงมีชาวบ้านที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์เข้ามาจับปูม้า และลูกปูตัวเล็กที่ยังไม่ถึงวัยอันควรไปบริโภค กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่จัดชุดเคลื่อนที่คอยดูแล ประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจกับชาวบ้านพื้นที่อื่นที่เข้ามาหากินจับสัตว์น้ำทะเลในบริเวณดังกล่าว เพื่อเป็นการป้องกันอนุรักษ์ทรัพยากรปูม้า เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของชาวประมง รณรงค์ไม่จับและไม่บริโภคปูม้าที่มีไข่ รวมทั้งปูม้าตัวเล็กก็จะปล่อยคืนธรรมชาติ โอกาสเดียวกันนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้นำคณะร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์กุ้งกุลาดำลงอ่าวคุ้งกระเบนเพิ่มจำนวนทรัพยากรสัตว์น้ำทะเลและห่วงโซ่อาหาร ก่อนที่จะเยี่ยมชมการดำเนินงาน ณ จุดสาธิตการเลี้ยงปลาในกระชัง และธนาคารปูม้าของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นโมเดลต้นแบบของธนาคารปูในภูมิภาคอาเซียนที่มีรูปแบบการดำเนินงานยึดแนวทางพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ " ทำงานกับฉัน ไม่มีเงินเดือนให้ แต่มีความสุขร่วมกัน” ซึ่งผลการดำเนินงานประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี
จรัล/ภาพ/ข่าว ( 4 ก.ค. 57 )
ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว
ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ ๑ ตราด จัดสัปดาห์เรียนรู้รักษ์ป่าชายเลนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอพียงสู่ประชาคมอาเซียน
( ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ) เช้าวันนี้ มีพิธีเปิดโครงการสัปดาห์เรียนรู้รักษ์ป่าชายเลนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ประชาคมอาเซียน โดย ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ ๑ ตราด ณ หอประชุมโรงเรียนบ้านท่าเรือจ้าง (ประชาชนูปถัมภ์) อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด มีนักเรียนระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนต่างๆ มากกว่า ๒๐๐ คน เข้าร่วมกิจกรรรม
นายธนิต แสงวิสุทธิ์ หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ ๑ ตราด กล่าวว่า ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ ๑ ตราด ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด ส่วนส่งเสริมและพัฒนาป่าชายเลน ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ ๑ ระยอง และศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ร่วมกันจัดจัดสัปดาห์เรียนรู้รักษ์ป่าชายเลนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอพียงสู่ประชาคมอาเซียนเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกับเยาวชนและชุมชนในท้องถิ่นในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนโดยการส่งเสริมกลุ่มเยาวชนและชุมชนที่มีศักยภาพเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ป่าชายเลน นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการทำกิจกรรมร่วมกันในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน สร้างองค์ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมกับการประกวดคำขวัญ เสริมสร้างการเรียนรู้ เกี่ยวกับป่าชายเลนเพื่อเตรียมสู่อาเซียนด้วย
ทั้งนี้คาดว่า เยาวชนและชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้กับพื้นที่ป่าชายเลน จะมีการประสานงานและร่วมมือกันก่อให้เกิดแผนปฏิบัติงานร่วมกันในระดับพื้นที่ต่อไป สำหรับกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้ มีการจัดเป็นฐานการเรียนรู้ต่างๆ ทั้งหมด ๗ ฐานการเรียนรู้ เช่น ฐานภูมิปัญญาท้องถิ่นจากป่าชายเลน ฐานใบโกงกางทอดเมนูพิเศษจากป่าชายเลน เป็นต้น ซึ่งนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้ให้ความสนใจทำกิจกรรมและบันทึกกิจกรรมจากการเข้าฐานต่างๆ ด้วยความสนใจและกระตือรือร้น
นายธนิต แสงวิสุทธิ์ หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ ๑ ตราด กล่าวว่า ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ ๑ ตราด ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด ส่วนส่งเสริมและพัฒนาป่าชายเลน ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ ๑ ระยอง และศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ร่วมกันจัดจัดสัปดาห์เรียนรู้รักษ์ป่าชายเลนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอพียงสู่ประชาคมอาเซียนเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกับเยาวชนและชุมชนในท้องถิ่นในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนโดยการส่งเสริมกลุ่มเยาวชนและชุมชนที่มีศักยภาพเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ป่าชายเลน นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการทำกิจกรรมร่วมกันในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน สร้างองค์ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมกับการประกวดคำขวัญ เสริมสร้างการเรียนรู้ เกี่ยวกับป่าชายเลนเพื่อเตรียมสู่อาเซียนด้วย
ทั้งนี้คาดว่า เยาวชนและชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้กับพื้นที่ป่าชายเลน จะมีการประสานงานและร่วมมือกันก่อให้เกิดแผนปฏิบัติงานร่วมกันในระดับพื้นที่ต่อไป สำหรับกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้ มีการจัดเป็นฐานการเรียนรู้ต่างๆ ทั้งหมด ๗ ฐานการเรียนรู้ เช่น ฐานภูมิปัญญาท้องถิ่นจากป่าชายเลน ฐานใบโกงกางทอดเมนูพิเศษจากป่าชายเลน เป็นต้น ซึ่งนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้ให้ความสนใจทำกิจกรรมและบันทึกกิจกรรมจากการเข้าฐานต่างๆ ด้วยความสนใจและกระตือรือร้น
จว.ตราด รุกจัดระเบียบคิวรถตู้และวินจักรยานยนต์รับจ้างเพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นไปตามกฎหมาย
วันนี้ ( ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ) ที่ห้องประชุมธารมะยม ศาลากลางจังหวัดตราด นายพยัคฆพันธุ์ โพธิ์แก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประจำจังหวัดตราดเพื่อจัดระเบียบคิวรถตู้และวินจักรยานยนต์รับจ้าง มีผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งขนส่งจังหวัดตราด ตัวแทนนายกเทศมนตรี ผู้แทนผู้ขับขี่ รวมถึงผู้แทนสถานีตำรวจภูธรเมืองตราด เข้าร่วมประชุมด้วย
ในที่ประชุมได้มีการแจ้งถึงสภาพการณ์ของรถตู้ที่วิ่งจากต่างจังหวัดมายังจังหวัดตราดและจากจังหวัดตราดไปยังต่างจังหวัด ยังมีส่วนที่ผิดกฎหมายอยู่จำนวนหนึ่ง จึงต้องมีการใช้กฎหมายบังคับอย่างเคร่งครัด ในขณะเดียวกันก็มีการพิจารณาเพื่อจัดระเบียบวินจักรยานยนต์รับจ้าง ในเขตอำเภอเมืองตราด ซึ่งพบว่ามีปัญหาเรื่องสีเสื้อวินที่มีสีเหมือนกันหลายวิน ยากต่อการจัดระเบียบ จึงได้กำหนดให้แต่ละวินมีสีเสื้อวินแตกต่างกัน และให้ผู้ขับวินจักรยานยนต์รับจ้างไปดำเนินการจดทะเบียนป้ายเหลืองให้ถูกต้องตามกฎหมาย และให้เพิ่มวินใหม่จากเดิม ๙ วิน เป็น ๑๐ วิน ซึ่งวินที่ ๑๐ นี้ จะให้บริการบริเวณห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส กำหนดให้มีรถ ประจำวินได้จำนวน ๑๕ คัน
ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ได้กำชับให้คณะกรรมการทุกคนได้ปฏิบัติงานอย่างถูกต้องเพื่ออำนวยความสะดวกทั้งผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างและผู้ใช้บริการ จะส่งผลให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคมเมืองตราดต่อไป
ในที่ประชุมได้มีการแจ้งถึงสภาพการณ์ของรถตู้ที่วิ่งจากต่างจังหวัดมายังจังหวัดตราดและจากจังหวัดตราดไปยังต่างจังหวัด ยังมีส่วนที่ผิดกฎหมายอยู่จำนวนหนึ่ง จึงต้องมีการใช้กฎหมายบังคับอย่างเคร่งครัด ในขณะเดียวกันก็มีการพิจารณาเพื่อจัดระเบียบวินจักรยานยนต์รับจ้าง ในเขตอำเภอเมืองตราด ซึ่งพบว่ามีปัญหาเรื่องสีเสื้อวินที่มีสีเหมือนกันหลายวิน ยากต่อการจัดระเบียบ จึงได้กำหนดให้แต่ละวินมีสีเสื้อวินแตกต่างกัน และให้ผู้ขับวินจักรยานยนต์รับจ้างไปดำเนินการจดทะเบียนป้ายเหลืองให้ถูกต้องตามกฎหมาย และให้เพิ่มวินใหม่จากเดิม ๙ วิน เป็น ๑๐ วิน ซึ่งวินที่ ๑๐ นี้ จะให้บริการบริเวณห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส กำหนดให้มีรถ ประจำวินได้จำนวน ๑๕ คัน
ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ได้กำชับให้คณะกรรมการทุกคนได้ปฏิบัติงานอย่างถูกต้องเพื่ออำนวยความสะดวกทั้งผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างและผู้ใช้บริการ จะส่งผลให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคมเมืองตราดต่อไป
อำเภอบ้านฉาง จัดโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์
เมื่อเวลา07.30 น.วันที่ 2 กรกฎาคม ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง จัดโครงการเดินรณรงค์สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ปฏิญาณตน โดยนายธีรวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธี โดยมี พ.ต.อ.เทอดเกียรติ วิริยะสถิตกุลผกก.สภ.บ้านฉาง ข้าราชการตำรวจ พันเอก บุรินทร์ ฐาปณพงศธร สัสดีจังหวัดระยอง ข้าราชการฝ่ายปกครองอำเภอบ้านฉาง นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง สมาชิกสภาเทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและนักเรียนร่วมในพิธีจำนวนมาก
นายอินทรีย์ เกิดมณี นายอำเภอบ้านฉาง กล่าวรายงานว่าในนามของข้าราชการพนักงานรัฐวิสาหกิจ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ผู้บริหารและสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรภาคเอกชนกลุ่มพลังมวลชนและพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบ้านฉางเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้เพื่อเป็นการสนับสนุนแนวทางการดำเนินงาน การสร้างความรัก ความสามัคคี ปรองดองสมานฉันท์ ในประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ร่วมมือร่วมใจกับทางราชการพัฒนาประเทศชาติ ตามเจตนารมณ์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและเหนืออื่นใด คือความต้องการให้พี่น้องชาวไทยทุกกลุ่มทุกฝ่าย คำนึงถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์มากกว่าสิ่งอื่นใด
นายธีรวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยอง ประธานในพิธี ได้กล่าวนำปฏิญาณตนและร่วมกันร้องเพลง รักกันไว้เถิด และนางนิรมล ธำรงราชนิติ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฏหมายและบังคับคดี จังหวัดระยอง กล่าวนำปฏิญาณตนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีและความรุนแรงในครอบครัว จากนั้นได้เดินรณรงค์สร้างความปรองดองสมานฉันท์ไปตามถนนสุขุมวิท ถึงสี่แยกไฟแดง(หาดพยูน-ชากหมาก) เลี้ยวกลับมาที่ว่าการอำเภอบ้านฉาง
นายอินทรีย์ เกิดมณี นายอำเภอบ้านฉาง กล่าวรายงานว่าในนามของข้าราชการพนักงานรัฐวิสาหกิจ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ผู้บริหารและสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรภาคเอกชนกลุ่มพลังมวลชนและพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบ้านฉางเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้เพื่อเป็นการสนับสนุนแนวทางการดำเนินงาน การสร้างความรัก ความสามัคคี ปรองดองสมานฉันท์ ในประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ร่วมมือร่วมใจกับทางราชการพัฒนาประเทศชาติ ตามเจตนารมณ์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและเหนืออื่นใด คือความต้องการให้พี่น้องชาวไทยทุกกลุ่มทุกฝ่าย คำนึงถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์มากกว่าสิ่งอื่นใด
นายธีรวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยอง ประธานในพิธี ได้กล่าวนำปฏิญาณตนและร่วมกันร้องเพลง รักกันไว้เถิด และนางนิรมล ธำรงราชนิติ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฏหมายและบังคับคดี จังหวัดระยอง กล่าวนำปฏิญาณตนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีและความรุนแรงในครอบครัว จากนั้นได้เดินรณรงค์สร้างความปรองดองสมานฉันท์ไปตามถนนสุขุมวิท ถึงสี่แยกไฟแดง(หาดพยูน-ชากหมาก) เลี้ยวกลับมาที่ว่าการอำเภอบ้านฉาง
ตร.สภ แกลง รวบแก๊งลักรถจักรยานยนต์ ลักทรัพย์ในสถานศึกษา ผู้ต้องหาชายหญิง 14 คน ของกลางหลายรายการ รวมทั้งแท็ปเล็ตของนักเรียนที่ถูกโจรกรรมมาด้วย
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 2 ก.ค. ที่สภ.แกลง จ.ระยอง พล.ต.ต.รุ่งฤทธิ์ ซุ่นทรัพย์ รักษาการ ผบก.ภ.จว.ระยอง พ.ต.อ.ไตรศูร เนียมทรัพย์ รอง ผบก.ภ.จว.ระยอง พ.ต.อ.จตุวัฒน์ กิ่งบัวหลวง ผกก.สภ.แกลง ร่วมแถลงข่าวจับกุมแก๊งโจรกรรม รถ จยย.และลักทรัพย์ในสถานศึกษา พร้อมผู้ต้องหาชายหญิงรวม 14 คน 1. นายสุทธชาติ หรือดำ นิลนาจักร์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 155 ม. 4 ต.กร่ำ อ.แกลง ระยอง 2.นายศิริพงค์ หรือหนู บุญยิ่งอายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 196 หมู่ 8 ต.บ้านนา อ.แกลง 3.นายวันมา ภักดีงาม อายุ 30 ปี 4.นายจีระศักดิ์ ใจหาญ อายุ 28 ปี 5. นายวินัย สินทรัพย์ อายุ 33 ปี 6.นายไผ่ ภิญโญ อายุ 38 ปี 7.นายบรรจง คงทน อายุ 34 ปี 8.น.ส.ศิริพร สาครเสถียร อายุ 47 ปี 9.นางจรีนันท์ บัวจร อายุ 30 ปี 10.น.ส.น้ำฝน บุญสุด อายุ 22 ปี 11.น.ส.นิชนันท์ ไชโย อายุ 26 ปี 12.น.ส.ปุณยนุช ถึงไชย อายุ 28 ปี (ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์และเสพยาเสพติด )13นายสินชัย หรือต้อม พูนสวัสดิ์ อายุ 42 ปี 14.นายสมบัติ หรือมี่ ภิญโญ อายุ 39 ปี (ข้อหารับของโจร) พร้อมของกลาง รถจยย. 6 คัน แทปเล็ต5 เครื่อง เครื่องเล่นซีดี 2 เครื่อง แอมป์ขยายเสียง 1 เครื่อง ยาไอซ์0.03 กรัม ยาบ้า 6 เม็ด กุญแจผี 1 อัน ไขควง ปากแบน 1 ชุด โดยมีผู้เสียหายมายืนดูหน้าผู้ต้องหาและรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรม
พล.ต.ต.รุ่งฤทธิ์ รักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดระยอง กล่าวว่าพฤติกรรมแก๊งนี้ มีนายสุทธิชาติ หรือดำ เป็นหน.แก๊ง ร่วมกับนายศิริพงค์ หรือหนู ตระเวนลักรถจักรยานยนต์ตามห้างสรรพสินค้า บ้านเรือนประชาชน ที่จอดทิ้งไว้หน้าบ้านหรือที่ทำงาน แล้วส่งต่อให้เพื่อนร่วมแก๊งนำไปขาย หาเงินเที่ยวเตร่ และซื้อยาบ้าเสพ นอกจากนี้ได้ไปงัดหน้าต่างโรงเรียนวัดโพธิ์ทอง ต.บ้านนา และโรงเรียนรุ่งนภาพิทยา เขตเทศบาลตำบลเมืองแกลง ขโมยแท๊ปเล็ตของเด็กนักเรียน เครื่องเล่นซีดีและแอมป์ขยายเสียง ของโรงเรียน พร้อมชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แกลง ที่สามารถติดตามจับกุมแก๊งนี้ได้ยกแก๊ง..
พล.ต.ต.รุ่งฤทธิ์ รักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดระยอง กล่าวว่าพฤติกรรมแก๊งนี้ มีนายสุทธิชาติ หรือดำ เป็นหน.แก๊ง ร่วมกับนายศิริพงค์ หรือหนู ตระเวนลักรถจักรยานยนต์ตามห้างสรรพสินค้า บ้านเรือนประชาชน ที่จอดทิ้งไว้หน้าบ้านหรือที่ทำงาน แล้วส่งต่อให้เพื่อนร่วมแก๊งนำไปขาย หาเงินเที่ยวเตร่ และซื้อยาบ้าเสพ นอกจากนี้ได้ไปงัดหน้าต่างโรงเรียนวัดโพธิ์ทอง ต.บ้านนา และโรงเรียนรุ่งนภาพิทยา เขตเทศบาลตำบลเมืองแกลง ขโมยแท๊ปเล็ตของเด็กนักเรียน เครื่องเล่นซีดีและแอมป์ขยายเสียง ของโรงเรียน พร้อมชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แกลง ที่สามารถติดตามจับกุมแก๊งนี้ได้ยกแก๊ง..
วฐิต กลางนอก/ระยอง 0871373960
จังหวัดระยอง จัดประชุมซักซ้อมแนวทางปฏิบัติการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ
จังหวัดระยอง จัดประชุมซักซ้อมแนวทางปฏิบัติการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ
วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 เวลา 09.00 น ณ ห้องอุตรกิจพิจารณ์ ศาลากลางจังหวัดระยอง จังหวัดระยองจัดประชุมเร่งด่วนซักซ้อมแนวทางปฏิบัติการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จตามมาตรการชั่วคราวในการดำเนินการต่อแรงงานต่างด้าว เพื่อกำหนดให้มีการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว โดยมี นายธีรวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยอง เป็นประธานการประชุม และมีหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด ที่เกี่ยวข้อง องค์กรบริหารส่วนจังหวัดระยอง อำเภอต่างๆ เข้าร่วมประชุมซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว และเป็นการเตรียมความพร้อมของศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในวันที่ 7 กรกฎาคม 2557 นี้ ทั้งนี้จังหวัดระยองได้จัดตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ ณ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติตากสินระยอง ภายในสนามกีฬากลางจังหวัดระยอง ถ.สุขุมวิท ต. เนินพระ อ. เมือง จ.ระยอง เพื่อจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนม่าร์ ลาว และกัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 7-30 กรกฎาคม 2557 เวลา 08.30 น ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยให้มารายงานตัวและรับบัตรคิวก่อนเวลา 15.00 น. ของแต่ละวัน โดยแยกเป็น 8 อำเภอดังนี้ แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอเมือง ตั้งแต่วันที่7-11 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอแถลง ตั้งแต่วันที่ 12-14 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่ อำเภอปลวกแดง ตั้งแต่วันที 15-17 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอนิคมพัฒนาตั้งแต่วันที่ 18-19 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอบ้านฉาง ตั้งแต่วันที่ 20-21 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอบ้านค่าย ตั้งแต่วันที่ 22-23 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอวังจันทร์ วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอเขาชะเมา วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 และแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ทุกอำเภอ (เฉพาะที่ตกค้าง) ตั้งแต่วันที่ 25 –30 กรกฎาคม 2557
จึงขอประชาสัมพันธ์ให้นายจ้าง ผู้ประกอบการ นำแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ลาว หรือ กัมพูชา ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตสิ้นสุดแล้ว และอาศัยหรือทำงาน อยู่ในพื้นทีจังหวัดระยอง มาจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าว ณ ศูนย์ฯ ตามกำหนดต่อไป
วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 เวลา 09.00 น ณ ห้องอุตรกิจพิจารณ์ ศาลากลางจังหวัดระยอง จังหวัดระยองจัดประชุมเร่งด่วนซักซ้อมแนวทางปฏิบัติการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จตามมาตรการชั่วคราวในการดำเนินการต่อแรงงานต่างด้าว เพื่อกำหนดให้มีการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว โดยมี นายธีรวัฒน์ สุดสุข ปลัดจังหวัดระยอง เป็นประธานการประชุม และมีหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด ที่เกี่ยวข้อง องค์กรบริหารส่วนจังหวัดระยอง อำเภอต่างๆ เข้าร่วมประชุมซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว และเป็นการเตรียมความพร้อมของศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในวันที่ 7 กรกฎาคม 2557 นี้ ทั้งนี้จังหวัดระยองได้จัดตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ ณ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติตากสินระยอง ภายในสนามกีฬากลางจังหวัดระยอง ถ.สุขุมวิท ต. เนินพระ อ. เมือง จ.ระยอง เพื่อจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนม่าร์ ลาว และกัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 7-30 กรกฎาคม 2557 เวลา 08.30 น ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยให้มารายงานตัวและรับบัตรคิวก่อนเวลา 15.00 น. ของแต่ละวัน โดยแยกเป็น 8 อำเภอดังนี้ แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอเมือง ตั้งแต่วันที่7-11 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอแถลง ตั้งแต่วันที่ 12-14 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่ อำเภอปลวกแดง ตั้งแต่วันที 15-17 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอนิคมพัฒนาตั้งแต่วันที่ 18-19 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอบ้านฉาง ตั้งแต่วันที่ 20-21 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอบ้านค่าย ตั้งแต่วันที่ 22-23 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอวังจันทร์ วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอเขาชะเมา วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 และแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ทุกอำเภอ (เฉพาะที่ตกค้าง) ตั้งแต่วันที่ 25 –30 กรกฎาคม 2557
จึงขอประชาสัมพันธ์ให้นายจ้าง ผู้ประกอบการ นำแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ลาว หรือ กัมพูชา ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตสิ้นสุดแล้ว และอาศัยหรือทำงาน อยู่ในพื้นทีจังหวัดระยอง มาจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าว ณ ศูนย์ฯ ตามกำหนดต่อไป
สวรส รูปแก้ว /ข่าว
ผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา สนธิกำลังปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายภายในเรือนจำกลางฉะเชิงเทรา ตามนโยบาย คสช.
วันนี้ (4 ก.ค.57 ) นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา/ผู้อำนวยการศูนย์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยนาย บัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายเดชาใจยะ ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดฉะเชิงเทรา พล.ต.ต.เชิดชาย เสขะนันทน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา พล.ต. องอาจ ชวาลวิวัฒน์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา พ.อ. ณรงค์ พฤกษารุ่งเรือง รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังทหาร ตำรวจ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่เรือนจำประกอบด้วยชุดปฏิบัติการจำนวน140 นาย ปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายภายในเรือนจำกลางฉะเชิงเทรา เพื่อเป็นการปราบปรามเสพติดในเรือนจำ การป้องกันการซุกซ่อนอาวุธ การนำโทรศัพท์มือถือ สิ่งของต้องห้ามเข้ามาในเรือนจำ รวมทั้งเป็นการป้องปรามปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดให้โทษ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของคสช. ด้านการปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด
ซึ่งภายหลังจากการตรวจค้นสิ่งของต้องห้ามภายในเรือนจำกลางฉะเชิงเทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราและคณะได้ร่วมกันแถลงข่าว ผลการปฏิบัติการตรวจค้น ดังนี้ ตรวจค้นผู้ต้องขังชาย 3,668 คน หญิง 292 คน รวม 3,960 คน พบอุปกรณ์เหล็กแหลม จำนวน 4 เล่ม สื่ออนาจาร จำนวน 4 ชุด อุปกรณ์การเล่นพนัน จำนวน 1ชุด ไฟแช๊ค จำนวน 4 อัน นอกจากนี้ยังนำตัวผู้ต้องขัง มาตรวจสารเสพติดและสุ่มตรวจปัสสาวะโครงการ To be Number One /ชุมชนบำบัดระบบต้องโทษและโครงการเรือนนอนสีขาว จำนวน 427 คน ซึ่งผลการตรวจไม่พบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย
ซึ่งภายหลังจากการตรวจค้นสิ่งของต้องห้ามภายในเรือนจำกลางฉะเชิงเทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราและคณะได้ร่วมกันแถลงข่าว ผลการปฏิบัติการตรวจค้น ดังนี้ ตรวจค้นผู้ต้องขังชาย 3,668 คน หญิง 292 คน รวม 3,960 คน พบอุปกรณ์เหล็กแหลม จำนวน 4 เล่ม สื่ออนาจาร จำนวน 4 ชุด อุปกรณ์การเล่นพนัน จำนวน 1ชุด ไฟแช๊ค จำนวน 4 อัน นอกจากนี้ยังนำตัวผู้ต้องขัง มาตรวจสารเสพติดและสุ่มตรวจปัสสาวะโครงการ To be Number One /ชุมชนบำบัดระบบต้องโทษและโครงการเรือนนอนสีขาว จำนวน 427 คน ซึ่งผลการตรวจไม่พบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย
ชาญณรงค์/ข่าว-ภาพ
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา
ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมทหารและคณะลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคลังสินค้า บริษัท เอเชียโกลเด้นไรซ์ จำกัด จังหวัดฉะเชิงเทรา
วันนี้ ( 4 ก.ค. 57) นายนิรันดร เอื้องตระกูลสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย พ.อ.บรมวิช วารุณประภา รอง ผบ.ร111 และคณะ ลงพื้น ตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว ณ บริษัท เอเชียโกลเด้นไรซ์ จำกัด ต.ท่าสะอ้าน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายไพศาลวิมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และ นายครรชิต สุขเสถียร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดฉะเชิงเทราให้การต้อนรับและร่วมตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว
ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สำหรับ โกดังแห่งนี้ เป็นโกดังแห่งแรกของจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่มีการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว หลัง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าว (นบข.) และคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณข้าวคงเหลือของรัฐฯ ออกตรวจสอบปริมาณข้าวในโกดังรัฐทั่วประเทศ ซึ่งในส่วนของจังหวัดฉะเชิงเทรามีโกดังกลางเก็บข้าวรัฐบาล จำนวนทั้งสิ้น 33 แห่ง โดยคาดว่าจะสามารถตรวจข้าวในสต๊อกแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคมนี้
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า วันนี้ได้ทำการตรวจสอบข้าวขาว 5% ปี 2555/56 จำนวน 121,969 กระสอบ ในคลังประมงหลังที่ 4 ของบริษัท เอเชียโกลเด้นไรซ์ จำกัด ซึ่งจากการตรวจสอบของผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่ามีปริมาณข้าวถูกต้องตามบัญชีและในส่วนของคุณภาพข้าวจากการตรวจเบื้องต้นพบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่มีมาตรฐานแต่จะต้องทำการเก็บตัวอย่างข้าวกองละ 3 ถุง จากจำนวน 10 กอง และส่งไปตรวจสอบคุณภาพต่อไป ทั้งนี้โดยภาพรวมคลังจังหวัดฉะเชิงเทรานั้นมีคลังที่รับฝากข้าวสารเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 33 คลัง มีการประมูลและขายไปแล้วบางส่วนคงเหลือข้าวในคลังอีก 16 คลัง มีโรงสีเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปี 2556/57 จำนวน 26 รายโดยเป็นโรงสี 24 ราย และจุดรับจำนำของโรงสีภายในจังหวัดอีก 2 จุด
ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สำหรับ โกดังแห่งนี้ เป็นโกดังแห่งแรกของจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่มีการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว หลัง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าว (นบข.) และคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณข้าวคงเหลือของรัฐฯ ออกตรวจสอบปริมาณข้าวในโกดังรัฐทั่วประเทศ ซึ่งในส่วนของจังหวัดฉะเชิงเทรามีโกดังกลางเก็บข้าวรัฐบาล จำนวนทั้งสิ้น 33 แห่ง โดยคาดว่าจะสามารถตรวจข้าวในสต๊อกแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคมนี้
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า วันนี้ได้ทำการตรวจสอบข้าวขาว 5% ปี 2555/56 จำนวน 121,969 กระสอบ ในคลังประมงหลังที่ 4 ของบริษัท เอเชียโกลเด้นไรซ์ จำกัด ซึ่งจากการตรวจสอบของผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่ามีปริมาณข้าวถูกต้องตามบัญชีและในส่วนของคุณภาพข้าวจากการตรวจเบื้องต้นพบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่มีมาตรฐานแต่จะต้องทำการเก็บตัวอย่างข้าวกองละ 3 ถุง จากจำนวน 10 กอง และส่งไปตรวจสอบคุณภาพต่อไป ทั้งนี้โดยภาพรวมคลังจังหวัดฉะเชิงเทรานั้นมีคลังที่รับฝากข้าวสารเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 33 คลัง มีการประมูลและขายไปแล้วบางส่วนคงเหลือข้าวในคลังอีก 16 คลัง มีโรงสีเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปี 2556/57 จำนวน 26 รายโดยเป็นโรงสี 24 ราย และจุดรับจำนำของโรงสีภายในจังหวัดอีก 2 จุด
ส.ปชส.ฉะเชิงเทรา
วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
สืบสวนโรงพักพัทยาจับสมุนเอเย่นต์ค้ายาบ้ารายใหญ่เครือข่ายเรือนจำชลบุรี
พ.ต.อ.สุภธีร์ บุญครอง รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ภูมิสิทธิ์ สิงห์เถื่อน รอง ผกก.สส พ.ต.ท.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย รรท.รอง ผกก.ป. พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายโสภณ หรืออู๊ด รัตนะ อายุ 35 ปี ชาว จังหวัดชลบุรี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 4,000 เม็ด นายเอกชัย หรือเบริด สูหญ้านาง อายุ 19 ปี ชาว อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ของกลางยาบ้า 388 เม็ด และนายไพฑูรย์ หรือนัด ทีประเสริฐ อายุ 24 ปี ชาว จังหวัดหนองคาย พร้อมของกลางยาบ้า 100 เม็ด
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา สืบทราบว่า นายโสภณ หรืออู๊ด มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาบ้าทั้งในเขตจังหวัดชลบุรี และเมืองพัทยา จึงส่งสายลับออกสืบสวนหาข่าวจนทราบว่านายโสภณ กำลังขับรถตู้ขนยาบ้าออกมาจากซอยสวนผึ้ง ตำบลหนองรี ผ่านทางถนนหมายเลข 334 (ชลบุรี-บ้านบึง) จึงนำกำลังตำรวจเดินทางไปจับกุมตัวไว้ได้พร้อมของกลางยาบ้า 4,000 เม็ด จากการสอบสวนให้การรับสารภาพว่า เมื่อไม่นานมานี้เคยติดคุกในคดียาเสพติดและไปรู้จักกับเอเย่นต์ค้ายาบ้าคนหนึ่งที่เรือนจำจังหวัดชลบุรี พอพ้นโทษออกมาจึงได้รับการติกต่อว่าจ้างจากเอเย่นต์คนดังกล่าว ให้ทำหน้าที่คอยไปเอายาบ้าที่เครือข่ายนำไปทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อนำไปส่งให้กับลูกค้า โดยได้รับค่าจ้างเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาทต่อยาบ้า 1 มัด (2,000 เม็ด) จนมาถูกตำรวจจับกุมดังกล่าว
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเดียวกันได้ทำการขยายผลไปจับกุมนายเอกชัย ได้ที่หน้าศาลเจ้า ใน ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง ส่วนนายไพฑูรย์ จับได้ที่เล้าไก่ ซอยบ้านกำนันเขียว ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง ซึ่งแนวทางการสืบสวนทราบว่าทั้งคู่ได้สั่งซื้อยาบ้าจากเอเย่นต์ใหญ่ในเรือนจำชลบุรี โดยมีนายโสภณ เป็นคนนำมาส่งให้ ภายหลังการสอบสวนเบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาทั้ง 3 คนว่ามียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา สืบทราบว่า นายโสภณ หรืออู๊ด มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาบ้าทั้งในเขตจังหวัดชลบุรี และเมืองพัทยา จึงส่งสายลับออกสืบสวนหาข่าวจนทราบว่านายโสภณ กำลังขับรถตู้ขนยาบ้าออกมาจากซอยสวนผึ้ง ตำบลหนองรี ผ่านทางถนนหมายเลข 334 (ชลบุรี-บ้านบึง) จึงนำกำลังตำรวจเดินทางไปจับกุมตัวไว้ได้พร้อมของกลางยาบ้า 4,000 เม็ด จากการสอบสวนให้การรับสารภาพว่า เมื่อไม่นานมานี้เคยติดคุกในคดียาเสพติดและไปรู้จักกับเอเย่นต์ค้ายาบ้าคนหนึ่งที่เรือนจำจังหวัดชลบุรี พอพ้นโทษออกมาจึงได้รับการติกต่อว่าจ้างจากเอเย่นต์คนดังกล่าว ให้ทำหน้าที่คอยไปเอายาบ้าที่เครือข่ายนำไปทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อนำไปส่งให้กับลูกค้า โดยได้รับค่าจ้างเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาทต่อยาบ้า 1 มัด (2,000 เม็ด) จนมาถูกตำรวจจับกุมดังกล่าว
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเดียวกันได้ทำการขยายผลไปจับกุมนายเอกชัย ได้ที่หน้าศาลเจ้า ใน ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง ส่วนนายไพฑูรย์ จับได้ที่เล้าไก่ ซอยบ้านกำนันเขียว ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง ซึ่งแนวทางการสืบสวนทราบว่าทั้งคู่ได้สั่งซื้อยาบ้าจากเอเย่นต์ใหญ่ในเรือนจำชลบุรี โดยมีนายโสภณ เป็นคนนำมาส่งให้ ภายหลังการสอบสวนเบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาทั้ง 3 คนว่ามียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ปริญญา/ข่าว/ภาพ
“เปิดบ้านวิชาการ “รัตนจามจุรี ศรีพัทยา” 35 ปี แสงสว่างแห่งปัญญาสู่ 36 ปี การศึกษาเมืองพัทยาก้าวไกล
นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เป็นประธานกล่าวเปิดงานวันวิชาการ “เปิดบ้านวิชาการ “รัตนจามจุรี ศรีพัทยา” 35 ปี แสงสว่างแห่งปัญญาสู่ 36 ปี การศึกษา เมืองพัทยาก้าวไกล พร้อมด้วยนายวัฒนา จันทนวรานนท์ รองนายกเมืองพัทยา สมาชิกสภาเมืองพัทยา นายมานัส คงวัฒนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองพัทยา 7 คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครูผู้ปกครอง และนักเรียนโรงเรียนเมืองพัทยา เข้าร่วมพิธีเปิด ณ โรงเรียนเมืองพัทยา 7 (บ้านหนองพังแค)
สำหรับกิจกรรม เปิดบ้านวิชาการ “รัตนจามจุรี ศรีพัทยา” 75 ปี แสงสว่างแห่งปัญญาสู่ 36 ปี การศึกษา เมืองพัทยาก้าวไกล จัดขึ้นเพื่อนำเสนอรูปแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผลงานนักเรียน และเผยแพร่การจัดการศึกษาของโรงเรียนสู่ชุมชน รวมไปถึงเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความก้าวหน้าทางวิชาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในปัจจุบันโรงเรียนเมืองพัทยา 7 จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มีนักเรียนทั้งสิ้น จำนวน 2,245 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษาอีก 117 คน
ซึ่งงานวันวิชาการครั้งนี้ เป็นการจัดงานภายใต้แนวคิด เปิดบ้านวิชาการ “รัตนจามจุรี ศรีพัทยา” 35 ปี แสงสว่างแห่งปัญญาสู่ 36 ปี การศึกษาเมืองพัทยาก้าวไกล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ ความสามารถ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 20 ก่อเกิดทักษะในการคิดและแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้การปลูกฝังคุณธรรมเป็นฐาน เพื่อมุ่งเน้นพัฒนาคนแบบองค์รวมให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพและยกระดับมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนเมืองพัทยา7ต่อไป
สำหรับกิจกรรม เปิดบ้านวิชาการ “รัตนจามจุรี ศรีพัทยา” 75 ปี แสงสว่างแห่งปัญญาสู่ 36 ปี การศึกษา เมืองพัทยาก้าวไกล จัดขึ้นเพื่อนำเสนอรูปแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผลงานนักเรียน และเผยแพร่การจัดการศึกษาของโรงเรียนสู่ชุมชน รวมไปถึงเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความก้าวหน้าทางวิชาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในปัจจุบันโรงเรียนเมืองพัทยา 7 จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มีนักเรียนทั้งสิ้น จำนวน 2,245 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษาอีก 117 คน
ซึ่งงานวันวิชาการครั้งนี้ เป็นการจัดงานภายใต้แนวคิด เปิดบ้านวิชาการ “รัตนจามจุรี ศรีพัทยา” 35 ปี แสงสว่างแห่งปัญญาสู่ 36 ปี การศึกษาเมืองพัทยาก้าวไกล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ ความสามารถ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 20 ก่อเกิดทักษะในการคิดและแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้การปลูกฝังคุณธรรมเป็นฐาน เพื่อมุ่งเน้นพัฒนาคนแบบองค์รวมให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพและยกระดับมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนเมืองพัทยา7ต่อไป
ปริญญา/ข่าว/ภาพ
ช้างแสนรู้ 9 เชือกหล่อเทียน เทศกาลเข้าพรรษา
สวนนงนุชพัทยา จัดหล่อเทียนพรรษายิ่งใหญ่ นำช้างแสนรู้ 9 เชือก ปางช้างสวนนงนุชพัทยา เป็นพรีเซ็นเตอร์เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ร่วมประเพณีหล่อเทียนพรรษา สืบสานประเพณีไทย สืบทอดพระพุทธ ศาสนา ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว และสร้างความปองดองสมานฉันท์ในวิถีพุทธ ภายใต้โครงการ หล่อเทียนพรรษา 9 วัน 9 วัด 9 ต้น
นางพัทธนันท์ ขันติสุขพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไปสวนนงนุชพัทยา เป็นประธานในพิธีหล่อเทียนพรรษา 9 วัน 9 วัด 9 ต้น ณ ปรัมพิธีหน้าห้องอาหารวิวัฒน์ สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมี พระครูเกษมกิตติโสภณ เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ประกอบพิธีทางศาสนา เพื่อเกิดความเป็นสิริมงคล ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการหล่อเทียนพรรษา ซึ่งเป็นประเพณีที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาที่มีมาแต่โบราณกาล
โดยสวนนงนุชพัทยาได้นำช้างแสนรู้ จำนวน 9 เชือก ประกอบด้วย พลายไม้เมือง พังแสงดาว พังคริสมาสต์ พังพิมพ์ทอง พังหยก พังทับทิม พังขวัญเมือง พังแบมบี้ และพังทิมทอง มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ตัวแทนสวนนงนุชพัทยา ใช้งวงจับกระบวยตักน้ำเทียนเทเข้าแท่นหล่อเทียนพรรษา เพื่อเป็นการเชิญชวนให้นักท่องเที่ยว และเหล่าพุทธศาสนิกชนได้มาร่วมกันประกอบพิธีหล่อเทียนพรรษา เพื่อสืบสานประเพณีไทยที่มีมาแต่สมัยโบราณ และเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา รวมถึงการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว และที่สำคัญเป็นการสร้างความปองดองสมานฉันท์คืนความสุขให้คนในชาติแนววิถีพุทธ ตามนโยบายของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในปัจจุบัน โดยจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 1-9 ก.ค.57 ก่อนจะนำเทียนพรรษาไปถวายยังวัดต่างๆ จำนวน 9 วัด ได้แก่ วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร วัดสามัคคีบรรพต วัดนาจอมเทียน วัดอัมพาราม วัดบางเสร่คงคาราม วัดเขาบำเพ็ญบุญ วัดเขาคันธสมาทน์ วัดหนองจับเต่า และวัดใหม่อยู่สงัด เพื่อเป็นกุศลทานตามความเชื่อ หากบุคคลใดให้ทานด้วยแสงสว่างจะมีอานิสงส์เพิ่มพูนปัญญาหูตาสว่างไสว มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด และชีวิตรุ่งเรืองดั่งแสงเทียน
สำหรับประเพณีหล่อเทียนพรรษาได้ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี กล่าวคือ เมื่อถึงฤดูเข้าพรรษา บรรดาภิกษุสามเณรต้องเข้าจำพรรษาในวัด หรือสถานที่ที่กำหนดตลอดระยะเวลา 3 เดือน โดยมิให้ไปค้างแรมที่อื่น ในการนี้พระภิกษุสามเณรจะมีการทำวัตร สวดมนต์ทุกเช้าเย็น ซึ่งในสมัยโบราณยังไม่มีไฟฟ้าใช้ยามค่ำคืน ต้องอาศัยแสงสว่างจากไส้ตะเกียงน้ำมัน หรือประทีปโคมไฟอื่นๆ พุทธศาสนิกชนจึงร่วมใจกันหล่อเทียนจำนำพรรษา เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ได้ใช้จุดเวลาทำวัตรสวดมนต์ หรือจุดบูชาพระตลอด 3 เดือน ซึ่งในพื้นที่ตามชนบท การหล่อเทียนจำนำพรรษาจะทำกันอย่างเอิกเกริกสนุกสนาน ก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคีของคนในชุมชน ซึ่งการจัดกิจกรรมในวันนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสนองตอบต่อนโยบายของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการสร้างความปองดองสมาน ฉันท์ของคนในชาติตามแนววิถีพุทธในปัจจุบันอีกด้วย
นางพัทธนันท์ ขันติสุขพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไปสวนนงนุชพัทยา เป็นประธานในพิธีหล่อเทียนพรรษา 9 วัน 9 วัด 9 ต้น ณ ปรัมพิธีหน้าห้องอาหารวิวัฒน์ สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมี พระครูเกษมกิตติโสภณ เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ประกอบพิธีทางศาสนา เพื่อเกิดความเป็นสิริมงคล ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการหล่อเทียนพรรษา ซึ่งเป็นประเพณีที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาที่มีมาแต่โบราณกาล
โดยสวนนงนุชพัทยาได้นำช้างแสนรู้ จำนวน 9 เชือก ประกอบด้วย พลายไม้เมือง พังแสงดาว พังคริสมาสต์ พังพิมพ์ทอง พังหยก พังทับทิม พังขวัญเมือง พังแบมบี้ และพังทิมทอง มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ตัวแทนสวนนงนุชพัทยา ใช้งวงจับกระบวยตักน้ำเทียนเทเข้าแท่นหล่อเทียนพรรษา เพื่อเป็นการเชิญชวนให้นักท่องเที่ยว และเหล่าพุทธศาสนิกชนได้มาร่วมกันประกอบพิธีหล่อเทียนพรรษา เพื่อสืบสานประเพณีไทยที่มีมาแต่สมัยโบราณ และเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา รวมถึงการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว และที่สำคัญเป็นการสร้างความปองดองสมานฉันท์คืนความสุขให้คนในชาติแนววิถีพุทธ ตามนโยบายของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในปัจจุบัน โดยจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 1-9 ก.ค.57 ก่อนจะนำเทียนพรรษาไปถวายยังวัดต่างๆ จำนวน 9 วัด ได้แก่ วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร วัดสามัคคีบรรพต วัดนาจอมเทียน วัดอัมพาราม วัดบางเสร่คงคาราม วัดเขาบำเพ็ญบุญ วัดเขาคันธสมาทน์ วัดหนองจับเต่า และวัดใหม่อยู่สงัด เพื่อเป็นกุศลทานตามความเชื่อ หากบุคคลใดให้ทานด้วยแสงสว่างจะมีอานิสงส์เพิ่มพูนปัญญาหูตาสว่างไสว มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด และชีวิตรุ่งเรืองดั่งแสงเทียน
สำหรับประเพณีหล่อเทียนพรรษาได้ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี กล่าวคือ เมื่อถึงฤดูเข้าพรรษา บรรดาภิกษุสามเณรต้องเข้าจำพรรษาในวัด หรือสถานที่ที่กำหนดตลอดระยะเวลา 3 เดือน โดยมิให้ไปค้างแรมที่อื่น ในการนี้พระภิกษุสามเณรจะมีการทำวัตร สวดมนต์ทุกเช้าเย็น ซึ่งในสมัยโบราณยังไม่มีไฟฟ้าใช้ยามค่ำคืน ต้องอาศัยแสงสว่างจากไส้ตะเกียงน้ำมัน หรือประทีปโคมไฟอื่นๆ พุทธศาสนิกชนจึงร่วมใจกันหล่อเทียนจำนำพรรษา เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ได้ใช้จุดเวลาทำวัตรสวดมนต์ หรือจุดบูชาพระตลอด 3 เดือน ซึ่งในพื้นที่ตามชนบท การหล่อเทียนจำนำพรรษาจะทำกันอย่างเอิกเกริกสนุกสนาน ก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคีของคนในชุมชน ซึ่งการจัดกิจกรรมในวันนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสนองตอบต่อนโยบายของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการสร้างความปองดองสมาน ฉันท์ของคนในชาติตามแนววิถีพุทธในปัจจุบันอีกด้วย
ปริญญา/ข่าว/ภาพ
เทศบาลเมืองศรีราชา จัดงานวันคล้ายวันถึงแก่อสัญกรรม ท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี อย่างยิ่งใหญ่
นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ณ อนุสาวรีย์จอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี บริเวณหน้าเทศบาลเมืองศรีราชา
เทศบาลเมืองศรีราชา จัดกิจกรรมงานวันคล้ายวันถึงแก่อสัญกรรม ท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ผู้ก่อตั้งเมืองศรีราชาประจำปี 2557 อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งเทศบาลได้กำหนดจัดขึ้นทุกวันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี โดยในช่วงเช้าเวลา 05.30 นาฬิกา คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลและหัวหน้าส่วนการงาน ร่วมพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี และเวลา 07.00 นาฬิกาหน่วยงานภาครัฐและเอกชน พ่อค้า ประชาชน ร่วมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 80 รูป จากนั้น ได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ เจ้าอาวาส 9 วัด มาเจริญพระพุทธมนต์ และร่วมถวายภัตราหารเช้า เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้น นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีกล่าวสดุดีถวายแด่ท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี และมี นายธานี รัตนานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองศรีราชา เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมทั้งคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา หัวหน้าส่วนการงาน และพนักงานเทศบาล เข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากกองทหารเกียรติยศพลแตรเงิน เป่าแตรนอน เพื่อเป็นการแสดงเกียรติสูงสุดแด่ท่านเจ้าคุณ จากนั้นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จำนวนมากเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาด้านหน้าอนุสาวรีย์ ท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี เพื่อร่วมรำลึกถึงคุณงามความดีของท่านที่เป็นผู้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับอำเภอศรีราชา และประเทศชาติไว้เป็นอย่างมาก
เทศบาลเมืองศรีราชา จัดกิจกรรมงานวันคล้ายวันถึงแก่อสัญกรรม ท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ผู้ก่อตั้งเมืองศรีราชาประจำปี 2557 อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งเทศบาลได้กำหนดจัดขึ้นทุกวันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี โดยในช่วงเช้าเวลา 05.30 นาฬิกา คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลและหัวหน้าส่วนการงาน ร่วมพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี และเวลา 07.00 นาฬิกาหน่วยงานภาครัฐและเอกชน พ่อค้า ประชาชน ร่วมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 80 รูป จากนั้น ได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ เจ้าอาวาส 9 วัด มาเจริญพระพุทธมนต์ และร่วมถวายภัตราหารเช้า เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้น นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีกล่าวสดุดีถวายแด่ท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี และมี นายธานี รัตนานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองศรีราชา เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมทั้งคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา หัวหน้าส่วนการงาน และพนักงานเทศบาล เข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากกองทหารเกียรติยศพลแตรเงิน เป่าแตรนอน เพื่อเป็นการแสดงเกียรติสูงสุดแด่ท่านเจ้าคุณ จากนั้นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จำนวนมากเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาด้านหน้าอนุสาวรีย์ ท่านจอมพลมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี เพื่อร่วมรำลึกถึงคุณงามความดีของท่านที่เป็นผู้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับอำเภอศรีราชา และประเทศชาติไว้เป็นอย่างมาก
ปริญญา/ข่าว/ภาพ
มอบทุนการศึกษากว่า 2 ล้านบาท ให้บุตรทหารชายแดนใต้เพื่อเป็นและกำลังใจ
สมาคมภริยาทหารเรือ ระดมทุนการศึกษามอบให้กับบุตร-ธิดา ข้าราชการในสังกัดที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงทุนส่งเสริมการศึกษาต่อเนื่องบุตรของสมาชิกจนจบปริญญาตรี และปริญญาโท รวมกว่า 2 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เป็นขวัญและกำลังใจแก่บุตรของสมาชิกที่มีความขยันหมั่นเพียรและมีผลการเรียนดี
ที่หอประชุมนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นางอัจฉรา พิพัฒนาศัย นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ได้เป็นประธานมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรของสมาชิกสมาคมภริยทหารเรือ ประจำปี 2557 จำนวน 582 ทุน เป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับสมาชิกตลอดจนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่บุตรของสมาชิกที่มีความขยันหมั่นเพียรและมีผลการเรียนดี
สำหรับการมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ ประกอบด้วยทุนผูกพันที่เข้ารับการศึกษาในสถาบันของรัฐ จนถึงระดับปริญญาตรี-ปริญญาโท ทุนส่งเสริมการศึกษาในระดับประถมศึกษาถึงระดับอุดมศึกษา ทุนกรณีพิเศษมอบให้แก่บุตรของ พันจ่าเอกจักรกฤช พีพิมาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนใต้ และทุนการศึกษามอบให้แก่บุตรของกำลังพลที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมเป็นทุนการศึกษาที่มอบให้กับบุตรสมาชิกของสมาคมภริยาทหารเรือในครั้งนี้ จำนวน 582 ทุน เป็นเงินทั้งสิ้น 2,090,000 บาท (สองล้านเก้าหมื่นบาท) โดยมี พลเรือโทสนธยา น้อยฉายา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ คณะกรรมการสมาคมภริยาทหารเรือทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมถึงผู้ปกครองเข้าร่วมในพิธีมอบทุนการศึกษาในวันนี้ด้วยเป็นจำนวนมาก
นายกสมาคมภริยาทหารเรือกล่าวว่า ทุนการศึกษาที่มอบให้ในวันนี้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับบุตรของสมาชิกรวมถึงเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ปกครองในช่วงสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีอยู่ในขณะนี้ ขอให้ผู้รับทุนการศึกษานำเงินที่ได้รับในครั้งนี้ ถึงแม้จะไม่มากนักแก่ก็สามารถแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทางด้านการศึกษา และตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเป็นกำลังที่สำคัญของชาติต่อไปในอนาคต สำหรับบุตร-ธิดาของกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางสมาคมจะมอบทุนการศึกษาให้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่เสียงภัยอยู่ในปัจจุบันอีกด้วย
ที่หอประชุมนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นางอัจฉรา พิพัฒนาศัย นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ได้เป็นประธานมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรของสมาชิกสมาคมภริยทหารเรือ ประจำปี 2557 จำนวน 582 ทุน เป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับสมาชิกตลอดจนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่บุตรของสมาชิกที่มีความขยันหมั่นเพียรและมีผลการเรียนดี
สำหรับการมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ ประกอบด้วยทุนผูกพันที่เข้ารับการศึกษาในสถาบันของรัฐ จนถึงระดับปริญญาตรี-ปริญญาโท ทุนส่งเสริมการศึกษาในระดับประถมศึกษาถึงระดับอุดมศึกษา ทุนกรณีพิเศษมอบให้แก่บุตรของ พันจ่าเอกจักรกฤช พีพิมาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนใต้ และทุนการศึกษามอบให้แก่บุตรของกำลังพลที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมเป็นทุนการศึกษาที่มอบให้กับบุตรสมาชิกของสมาคมภริยาทหารเรือในครั้งนี้ จำนวน 582 ทุน เป็นเงินทั้งสิ้น 2,090,000 บาท (สองล้านเก้าหมื่นบาท) โดยมี พลเรือโทสนธยา น้อยฉายา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ คณะกรรมการสมาคมภริยาทหารเรือทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมถึงผู้ปกครองเข้าร่วมในพิธีมอบทุนการศึกษาในวันนี้ด้วยเป็นจำนวนมาก
นายกสมาคมภริยาทหารเรือกล่าวว่า ทุนการศึกษาที่มอบให้ในวันนี้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับบุตรของสมาชิกรวมถึงเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ปกครองในช่วงสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีอยู่ในขณะนี้ ขอให้ผู้รับทุนการศึกษานำเงินที่ได้รับในครั้งนี้ ถึงแม้จะไม่มากนักแก่ก็สามารถแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทางด้านการศึกษา และตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเป็นกำลังที่สำคัญของชาติต่อไปในอนาคต สำหรับบุตร-ธิดาของกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางสมาคมจะมอบทุนการศึกษาให้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่เสียงภัยอยู่ในปัจจุบันอีกด้วย
ปริญญา/ข่าว/ภาพ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










































