วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พิธีถวายเครื่องราชสักการะพานพุ่มดอกมะลิ เฉลิมพระเกียรติ

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม 2557 จังหวัดชลบุรี จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะพานพุ่มดอกมะลิ และจุดเทียนชัยถวายพระพรเฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญ พระชนมพรรษาครบ 82 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2557 โดยมีนายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี   

นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธาน พิธีถวายเครื่องราชสักการะพานพุ่มดอกมะลิ และจุดเทียนชัยถวายพระพร เฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 82 พรรษา ในวันที่  12  สิงหาคม 2557 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดชลบุรี สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี องค์กรเอกชน นิสิต นักศึกษา และประชาชนชาวจังหวัดชลบุรี ทุกหมู่เหล่าต่างแสดงออกถึงความจงรักภักดี ต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ที่เวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่ง และเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันสุดจะหาสิ่งใดมาเปรียบพรรรณาได้ในพระราชภารกิจที่ทรงปฏิบัติ เสียสละความสุขส่วนพระองค์ ซึ่งตลอดระยะที่ทรงดำรงพระอิสริยศักดิ์ สมเด็จพระบรมราชินีคู่พระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้ทรงตรากตรำพระวรกาย บำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ ทรงส่งเสริมอาชีพ และด้านการศึกษาในถิ่นทุรกันดาร ทรงห่วงใยในงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ มีการฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรม และปลูกป่าขึ้นใหม่ ด้วยพระปรีชาสามารถ กอปรทั้งทรงมีเมตตาธรรมและพระจริยธรรมที่ล้ำเลิศ จนเป็นที่เลื่องลือตลอดถึงนานาอารยประเทศ พระมหากรุณาธิคุณนี้จารึกอยู่ในดวงใจของชาวไทยทั้งมวล ดังนั้นชาวจังหวัดชลบุรีต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ  จึงได้จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะพานพุ่มดอกมะลิ และจุดเทียนชัยถวายพระพร เฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 82 พรรษา ในวันที่ 12  สิงหาคม 2557 ขึ้น  



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

กาชาด เปิดรับบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศล เฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2557

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557 นางบุศราวดี เอกชัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นำคณะกรรมการกาชาดจังหวัดชลบุรี ได้จัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 12 สิงหาคม 2557 ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี

เหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี ร่วมกับภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 3 จังหวัดชลบุรี สภากาชาดไทย จัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิตเพื่อแสดงความจงรักภักดี แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สำหรับการจัดกิจกรรมในวันนี้ ได้มีทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา พร้อมทั้งพ่อค้าประชาชน ได้มาร่วมบริจาคโลหิตกันเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี ขอเชิญข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา และพ่อค้าประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมบริจาคโลหิตได้ตลอดเดือนสิงหาคม 2557 นี้ และได้ดำเนินการออกหน่วยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิต ตลอดเดือนสิงหาคม 2557 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 3 จังหวัดชลบุรี สภากาชาดไทย โทรศัพท์ 038 – 278905038 – 278905 หรือ 085 – 1116199085 – 1116199



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

จังหวัดชลบุรี จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557 นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 12 สิงหาคม 2557 ณ ศาลาเฉลิมพระเกียรติ

นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยข้าราชการทุกฝ่าย และพสกนิกรจังหวัดชลบุรีทุกหมู่เหล่า มีความปลาบปลื้มปีติเป็นล้นพ้นที่ได้มาร่วมชุมนุมกัน ณ บริเวณมณฑลพิธีแห่งนี้ เพื่อแสดงความจงรักภักดีโดยพร้อมเพียงกันน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 12 สิงหาคม 2557 แห่งไต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทที่เวียนมาบรรจบครบรอบปีอีกวาระหนึ่ง ขอพระราชทานน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคลขอคุณพระศรีรัตนตรัยและสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดอภิบาลบันดาลดลให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระเกียรติคุณแผ่ไพศาลมีพระประสงค์จำนงใดของจงสัมกฤทธิ์ผล สถิตเป็นพระมิ่งขวัญคู่พระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเป็นร่มโพธิ์ทองของพสกนิกรโดยทั่วถ้วนตราบกาลนิรันดร์   



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

ชาวชลบุรี ร่วมกันทำบุญตักบาตรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จำนวนมาก

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557 นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยนายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นำคณะข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกาชาดจังหวัด และพ่อค้าประชาชนทุกหมู่เหล่าทำบุญตักบาตร เนื่องในวันเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ ณ บริเวณหอพระพุทธสิหิงค์

เนื่องในวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพ่อค้าประชาชนทุกหมู่เหล่า พร้อมใจกันตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 83 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และเป็นการแสดงความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสวนเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ องค์แม่ของแผ่นดิน ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจมากมายในการช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะโครงการศิลปาชีพพิเศษ ซึ่งเป็นการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ หรือพระราชเสาวนีย์ของพระองค์ท่านในเรื่องของการการแลรักษาสภาพแวดล้อม และการปลูกป่าเพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน

สำหรับสิ่งของที่ประชาชนใส่บาตรในวันนี้ คณะสงฆ์จะนำไปถวายแด่พระภิษุสงฆ์ที่อาพาสต่างโรงพยาบาลต่างๆ ในจังหวัดชลบุรี อีกส่วนนำไปมอบให้กับผู้สูงอายุ ผู้ด้วยโอกาส และผู้ยากไร้ต่อไป




ปริญญา/ข่าว/ภาพ

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ระยองเชิญชวนร่วมพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ ถวายความจงรักภักดี และถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เจริญพระชนมพรรษา 82 พรรษา 12 สิงหาคม 2557

ระยองเชิญชวนร่วมพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ ถวายความจงรักภักดี และถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เจริญพระชนมพรรษา 82 พรรษา 12 สิงหาคม 2557

นายมาโนช โอสถเจริญ ได้รับแจ้งจากสำนักงานประมงจังหวัดระยองว่า ด้วยในวันที่ 12 สิงหาคม 2557 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เจริญพระชนมพรรษา 82 พรรษา จังหวัดระยองโดยสำนักงานประมงจังหวัดระยอง กำหนดจัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ ถวายความจงรักภักดี และถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 12 สิงหาคม 2557 ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกราย ตำบลแม่น้าคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ในวันที่ 7 สิงหาคม 2557 เวลา 09.00 น

จึงขอเชิญชวนร่วมพิธีดังกล่าวโดยทั่วกัน



สวรส/ข่าว

ระยอง จัดโครงการน้ำพระทัยพระราชทาน เลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ตกงาน และผู้ประสบความทุกข์ยาก เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

ระยอง จัดโครงการน้ำพระทัยพระราชทาน เลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ตกงาน และผู้ประสบความทุกข์ยาก เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน ภาคตะวันออก จ.ระยอง จังหวัดระยอง ได้จัดพิธีโครงการน้ำพระทัยพระราชทาน เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับจังหวัดระยอง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ระยอง สำนักงานเหล่ากาชาด จ.ระยอง ชมรมแม่บ้านมหาดไทย จ.ระยอง และชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำ จ.ระยอง โดยมีนางสุพรรณี สามารถกิจ นายกเหล่ากาชาด จ.ระยอง ประธานในพิธีฯ โดยได้จัดกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวัน และมอบสิ่งของ ยาเวชภัณฑ์ แก่ผู้ตกงาน และผู้ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อนในจังหวัดระยอง

สำหรับวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวันผู้ตกงาน และผู้ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อนในจังหวัดระยองครั้งนี้นั้น เกิดขึ้นเนื่องจากโครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ดำเนินงานมาเป็นปีที่ 15 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ จึงถือโอกาสนี้ ร่วมกับสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัด เหล่ากาชาดจังหวัดทั่วประเทศ รวม 76 จังหวัด จัดกิจกรรมโครงการน้ำพระทัยพระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ตกงาน และผู้ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อนและกิจกรรมอื่นๆ ตามความเหมาะสมในช่วงเดือนสิงหาคม 2557 เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ




วฐิต/ข่าว

ระยองเตรียมจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 12 สิงหาคม 2557

นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า ด้วยจังหวัดระยอง กำหนดจัดกิจกรรรมเฉลิมพระเกียรติฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 12 สิงหาคม 2557 ในวันที่ 12สิงหาคม 2557 ณ บริเวณสวนศรีเมือง และหอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดระยอง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถและเป็นการร่วมกิจกรรมที่แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และร่วมบำเพ็ญคุณงามความดีถวายเป็นพระราชกุศลสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดแก่ประชาชนในชาติ เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 82 พรรษา ในวันอังคารที่ 12 สิงหาคม 2557 โดยมีกำหนดการดังนี้

ภาคเช้า เวลา 07.00 น. พิธีทำบุญตักบาตรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล(ข้าวสารอาหารแห้ง) จำนวน 83 รูป ณ สนามสวนศรีเมือง -เวลา 09.30 น. พิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล และลงนามถวายพระพร ณ ศูนย์หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดระยอง การแต่งกาย ข้าราชการ เครื่องแบบปกติขาว หรือ เครื่องแบบปฏิบัติการแขนยาวโดยอนุโลม ประชาชน ชุดไทยพระราชทาน ชุดผ้าไทยเลยหรือชุดสุภาพ ,นักเรียนนักศึกษาและกลุ่มพลังมวลชนต่างๆ เครื่องแบบตามสังกัด และ

ภาคค่ำ เวลา 17.30 น.เป็นต้นไป พิธีถวายเครื่องราชสักการะ และพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลและถวายสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ณ สนามสวนศรีเมือง การแต่งกายชุดสุภาพ จึงขอเชิญข้าราชการและประชาชนทุกหมู่เหล่า ไปร่วมงานเฉลิมพระเกียรติฯ 12 สิงหามหาราชินี ตามวันเวลาและสถานที่ดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน



ข่าว/พิมพ์ สวรส รูปแก้ว

ผู้นำท้องถิ่นใน จ.ตราด จัดแข่งขันฟุตบอลในกีฬาสานสัมพันธ์กำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดตราด ใช้กีฬาฟุตบอลสร้างความปรองดองสมานฉันท์

สนามกีฬาในร่มฟุตบอล 7 คน หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลวังกระแจะ อำเภอเมืองตราด นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษ ระหว่าง ทีมสตรีส่วนราชการศาลากลางจังหวัด เอฟซี พบกับทีมกำนันผู้ใหญ่บ้านสตรีจังหวัดตราด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันฟุตบอลในกีฬาสานสัมพันธ์กำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดตราด ซึ่งทางชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจังหวัดตราด ดำเนินการจัดขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด สำหรับการแข่งขันฟุตบอลในรายการนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่นในจังหวัดตราดได้มีโอกาสออกกำลังกาย รวมทั้งเป็นการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ความรักสามัคคี ให้เกิดขึ้นในกลุ่มผู้นำท้องถิ่นในจังหวัดตราด โดยใช้กีฬาฟุตบอลเป็นสื่อ สำหรับการแข่งขันฟุตบอลรายการนี้ได้จัดให้มีการจัดแข่งขันฟุตบอลคู่พิเศษ เพื่อเป็นการสร้างความสนุกสนานเสริมสร้างความสามัคคีเสริมสีสันในการแข่งขันกีฬาในรายการนี้

จัดหางานจังหวัดตราด ย้ำเตือนนายจ้างที่มารับบริการศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เตรียมเอกสารมาให้พร้อมแจ้งขยายเวลาการดำเนินการของศูนย์ฯ

(3 ส.ค. 57) นางรัตนาภรณ์ วัชโรทัย จัดหางานจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ตามที่ประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 117/2557 เรื่อง การจัดตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพิ่มเติม ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2557 เรื่องให้ขยายระยะเวลาการดำเนินงานของศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) จังหวัดตราดออกไปอีกจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2558 และให้ใบอนุญาตทำงานที่ศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ที่ออกให้แก่แรงงานต่างด้าวใช้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2558 เพื่อให้แรงงานต่างด้าวเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบสัญชาติเพื่อการออกใบอนุญาตให้ทำงานอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและใบอนุญาตทำงานตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงขอให้นายจ้างที่ยื่นแบบบัญชีรายชื่อแรงงานต่างด้าวไว้กับสำนักงานจัดหางานจังหวัดตราด และได้รับการแจ้งนัดทางโทรศัพท์ไปดำเนินการตามวันและเวลาที่กำหนด ณ ศูนย์บริการแรงงานแรงงานต่างด้าวแบบเบ้ดเสร็จ (One Stop Service) จังหวัดตราด ภายในศาลากลางจังหวัดตราดชั้น 1 โดยมีเอกสารที่ต้องเตรียม ดังนี้ แบบกรอกข้อมูลทะเบียนประวัติของคนไม่มีสัญชาติไทย 1คน/1 ฉบับ สำเนาแบบบัญชีรายชื่อแรงงานต่างด้าว (แบบ 1) ที่แจ้งกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดตราด และหนังสือมอบอำนาจให้ญาติมาดำเนินการ กรณีนายจ้างไม่ได้ไปด้วยตนเอง (พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ) ค่าธรรมเนียมการอนุญาตถึงวันที่ 31 มีนาคม 2558 บ่างเป็นค่าทำบัตร 80 บาท ค่าตรวจดรค 500 บาท ค่าบัตรประจำตัวสุขภาพ 1,600 บาท และค่าใบอนุญาตทำงาน 900 บาท รวมเป็นเงิน 3,080 บาทต่อคน หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดตราด ศาลากลางจังหวัด ตำบลบางพระ อำเภอเมือง จังหวัดตราด โทรศัพท์. 0-3953-0841 , 0-3952-0218 และ 08-8928-2270 ในวันและเวลาราชการ

จังหวัดตราดเตรียมจัดงาน “เกษตรรวมใจบริการประชาชน เทิดไท้องค์ราชินี” ภายใต้โครงการเกษตรสมานฉันท์

(4 ส.ค. 57 ) นายนุวัตร แพงเรือน เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด เปิดประชุมเตรียมความพร้อมในการจัดงาน "เกษตรรวมใจบริการประชาชน เทิดไท้องค์ราชินี” โดยมีส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ที่ห้องประชุมตราดสีทอง ศาลากลางจังหวัดตราด

นายนุวัตร แพงเรือน เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด จัดงานเกษตรบริการประชาชนภายใต้โครงการเกษตรสมานฉันท์ร่วมกันพัฒนาตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเทิดไท้องค์ราชินี เพื่อบริการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่ ทั้งนี้ที่ประชุมได้กำหนดจะจัดงานขึ้นในวันที่ 19 สิงหาคม 2557 เวลา 08.30 – 16.00 น. ณ บริเวณศาลาประชาคมจังหวัดตราด สำหรับการจัดงานดังกล่าวมีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การออกร้านค้าเกษตรกร การเปิดศูนย์ให้บริการด้านปศุสัตว์ ด้านพืช ด้านประมง และการแสดงดนตรี คาดว่าจะมีเกษตรกรและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานนี้มากกว่า 400 คน

ททท. ดัน จังหวัดจันทบุรีแ ละจังหวัดตราด เป็น 2 ใน 10 “เมืองต้องห้าม...พลาด” ทำตลาดการท่องเที่ยวปี 58

(4 ส.ค. 57 ) นายกฤษฎา รัตนพฤกษ์ ผู้อำนวยการกองตลาดภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวระหว่างบรรยายการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยว ปี 2558 ของ ททท. ในเวที "ฝ่าวิกฤตการท่องเที่ยวจังหวัดตราด” ว่า ในปี 2558 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ได้มีโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองทางเลือก โดยการนำเสนอ 10 แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่น่าสนใจทั่วประเทศ เพื่อกระจายการท่องเที่ยวสู่จังหวัดท่องเที่ยวทางเลือกที่มีเอกลักษณ์ และมีศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด "เมืองต้องห้าม...พลาด” ซึ่งจังหวัดตราดเป็น 1 ใน 10 ของเมืองต้องห้าม...พลาด ทั้งนี้ในภาคตะวันออกมีจังหวัดจันทบุรีและตราด เป็น 2 เมืองต้องห้าม...พลาด โดยจังหวัดจันทบุรีมีจุดขายอยู่ที่ สวนสวรรค์ร้อยพันธุ์ผลไม้ และจังหวัดตราดมีจุดขายอยู่ที่เป็นเมืองเกาะในฝัน อย่างไรก็ตามในภาคตะวันออกนับเป็นอีกภาคหนึ่งที่มีศักยภาพในการรองรับการท่องเที่ยวโดยมีมิติเด่น 4 ด้าน คือ 1. ทะเลตะวันออก 2.เป็นประตูสู่นครวัด นครธมทางถนน 3.มีสถานที่ประชุม สัมนา ที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ และ 4. มีสนามกอล์ฟที่ได้มาตรฐาน ซึ่งนับเป็นจุดเด่นที่เป็นปัจจัยให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ จำนวนไม่น้อยเดินทางเข้ามาพักผ่อนในพื้นที่ภาคตะวันออก

จ.ตราด เปิดเวที“ฝ่าวิกฤตการท่องเที่ยวจังหวัดตราด”เดินหน้าเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลกับการท่องเที่ยวชุมชน

(4 ส.ค. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวระหว่างการบรรยายพิเศษนโยบายการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด ในเวทีการประชุมวิสามัญ ครั้งที่ 1 / 2557 ของสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด "ฝ่าวิกฤตการท่องเที่ยวจังหวัดตราด” ว่า จังหวัดตราดนับเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการองรับการท่องเที่ยว เห็นได้จากตัวเลขแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาเยือนนับล้านคน ทั้งนี้จังหวัดตราดมีความโชคดีที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายไว้รองรับนักท่องเที่ยวทั้งธรรมชาติทางทะเล เกาะต่าง ๆ รวมทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่มีศักยภาพในการองรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เช่น ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ชุมชนบ้านสลักคอก ชุมชนห้วยแร้ง ชุมชนบ้านช้างทูน เป็นต้น อย่างไรก็ตามการที่มีแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่มีศักยภาพนำมาเป็นจุดขาย แต่ในเรื่องของการบริหารจัดการการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างแหล่งท่องเที่ยวหลักกับแหล่งท่องเที่ยวชุมชนจะต้องอาศัยความร่วมมือผู้ประกอบการด้านธุรกิจการท่องเที่ยวที่ประกอบธุรกิจในเชิงพาณิชย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาชิกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด และมีประสบการด้านการตลาดมากกว่ากลุ่มท่องเที่ยวในชุมชน หาการท่องเที่ยวทั้งสองเกิดการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างกัน จะเป็นการสร้างจุดแข็งให้กับการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด ที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลายขึ้น เกิดความยั่งยืนในการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด

จังหวัดตราด เปิดศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตราด ให้บริการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ นำสู่การแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน

(4 ส.ค. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานเปิดศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตราด ซึ่งทางจังหวัดได้ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาศูนย์ดำรงธรรมที่มีอยู่เดิม โดยจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวขึ้นที่สำนักงานจังหวัดตราด ชั้น 3 อาคารศาลากลางจังหวัดตราด ในการทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ความเดือดร้อนจากประชาชน นำสู่การแก้ไขโดยใช้กลไกลภาครัฐ

ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ออกประกาศฉบับที่ 96 / 2557 เรื่องการจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานระดับจังหวัด สามรถให้บริการประชาชนได้อย่างเสมอภาค มีคุณภาพ รวดเร็ว ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตามแม้ก่อนหน้านี้ทางจังหวัดได้จัดตั้งศูนย์ดำรงธรรม มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 แล้ว ทางจังหวัดได้ดำเนินการปรับปรุงพัฒนาการดำเนินของศูนย์ในครั้งนี้ โดยเฉพาะการตั้งหน่วยงานภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการให้บริการประชาชนร่วมเป็นคณะกรรมการศูนย์ ในการปฏิบัติงานของศูนย์ฯมี อัยการจังหวัด อัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัว และอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายและการบังคับคดี เป็นกรรมการที่ปรึกษา โดยมีส่วนงานหลักประกอบด้วย ส่วนงานรับเรื่องร้องเรียน ส่วนงานบริการข้อมูลข่าวสาร ส่วนงานบริการประชาชน รวมทั้งศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ซึ่งได้เตรียมความพร้อมในการให้บริการประชาชน ซึ่งได้มีการเปิดรับเรื่องร้องเรียนโดยตรงที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ผ่านทางโทรศัพท์ ทางสื่ออนไลน์อย่างเฟสบุ๊ค เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม รวดเร็ว เป็นธรรม

เหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรีมอบบ้านแก่ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส บรรเทาความเดือดร้อน

สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับนักธุรกิจกลุ่มทุนมังกรสร้างบ้านให้แก่ผู้ยากไร้ ด้อยโอกาส มอบช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ยากไร้ในพื้นที่อำเภอแหลมสิงห์

วันนี้ ( 5 ส.ค.57 ) พระศรีศาสนโสภณ รองเจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี เจ้าอาวาสวัดโค้งสนามเป้า พร้อมด้วยนายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นางรัชนี ลอยฟ้า นายกเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี นายเฉลิมพล ศักดิ์คำ ตัวแทนนักธุรกิจชาวจันท์กลุ่มทุนมังกร ได้นำสมาชิกคณะกรรมการเหล่ากาชาดและนักธุรกิจกลุ่มทุนมังกรร่วมกันมอบบ้านโครงการบ้านกาชาดเฉลิมพระเกียรติ ประจำปี 2557 ให้แก่ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสและยากจนในพื้นที่อำเภอแหลมสิงห์จังหวัดจันทบุรีเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระช่วยเหลือสังคม สร้างที่อยู่อาศัยถาวรให้ครอบครัวผู้ยากไร้ได้อยู่อาศัยอย่างอบอุ่น โดยมีนายอำเภอแหลมสิงห์ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการชุมชนร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบบ้าน   สำหรับครั้งนี้เป็นการมอบบ้านที่สร้างแล้วเสร็จจำนวน 3 หลัง ให้แก่ นางฉะอ้อน สุขคง บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 7 ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์  นายจำลอง สมัครพรรณ บ้านเลขที่ 28 หมู่ 8 ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ และ บายบุญเที่ยง สมุดไทย บ้านเลขที่ 4/1 หมู่ที่ 10 ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์  



จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว (  5 ส.ค. 57 )
                       ธเนศ  เธียรนันทน์/ตรวจข่าว

จังหวัดจันทบุรี ตั้งชุดปฏิบัติการ ทำทันที สนับสนุนการดำเนินงานศูนย์ดำรงธรรม

จังหวัดจันทบุรีจัดตั้งชุดปฏิบัติการ ทำทันที สนับสนุนการดำเนินการของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดจันทบุรี รวดเร็ว ทันใจ เรียกง่าย ใช้คล่อง ไม่ต่อรอง ไม่มีผลประโยชน์

นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ออกประกาศเรื่องการจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมเพื่อขับเคลื่อนงานการบริหารบ้านเมืองที่ดีให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรม มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล บูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ให้มีความเป็นเอกภาพเป็นศูนย์บริการร่วมตามมาตรา 32 แห่งพระราชกฤษฎีกา และเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างคล่องตัวเกิดประโยชน์แก่ประชาชน จังหวัดจันทบุรีจึงได้แต่งตั้งชุดปฏิบัติการ ทำทันที หรือ ททท.จังหวัดจันทบุรีขึ้น เพื่อสนับสนุนการดำเนินการของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดจันทบุรีให้รวดเร็ว ทันใจ เรียกง่าย ใช้คล่อง ไม่ต่อรอง ไม่มีผลประโยชน์

ทั้งนี้ศูนย์ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดจันทบุรีจะทำหน้าที่ในการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ให้บริการข้อมูลข่าวสาร ให้คำปรึกษา แก้ปัญหา ความต้องการและข้อเสนอแนะของประชาชน และทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการร่วมตามมาตรา 32 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 โดยประชาชนสามารถติดต่อขอรับบริการจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดจันทบุรีได้ที่ชั้น 3 อาคารศาลากลางจังหวัดจันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ 039 – 328333 หรือ สายด่วน 1567



จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว (  5 ส.ค. 57 )
                       ธเนศ  เธียรนันทน์/ตรวจข่าว 

มูลนิธิอาสาเพื่อพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดการประกวดประกอบอาหารพื้นเมืองจากเดียว และอาหารจานหวานทั่วประเทศ

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาโปรดให้ พลอากาศเอก อนุพันธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นผู้แทนพระองค์ฯ มอบโล่ผู้ชนะการประกวดประกอบอาหารและของหวานที่ทำจากข้าไรซ์เบอร์รี่ ระดับเขต ในกิจกรรม “อิ่มสุข ไรซ์เบอร์รี่ คุกกิ้ง คอนเทสต์” ณ เวทีการประกาศผลการประกวดประกอบอาหารและของหวานที่ทำจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ ระดับเขต ในกิจกรรม “อิ่มสุข ไรซ์เบอร์รี่ คุกกิ้ง คอนเทสต์” ณ เซ็นทรัลพลาซาชลบุรี จังหวัดชลบุรี

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มีพระประสงค์ที่ให้มูลนิธิฯ ช่วยเหลือการฟื้นฟูอาชีพชาวนา ผู้ประสบอุทกภัยอย่างยั่งยืนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีอาชีพชาวนา

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรชาวนา โดยการผลิตอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง (ข้าว Rice Berry) สำหรับบริโภค และสร้างรายได้เพื่อยกระดับสู่การขยายช่องทางการตลาด และบริโภค ด้วยการส่งเสริมใช้ข้าว  Rice Berry เป็นส่วนผสมในการประกอบอาหาร และอาหารหวาน ที่ทำจากข้าว Rice Berry ให้หลากหลายอันจะนำไปสู่การเพิ่มอุปสงค์ ยังผลให้ข้าว Rice Berry มีความต้องการมากยิ่งขึ้น

นายนิยม รัตนเย็นใจ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคตะวันออก กล่าวว่า มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินการจัดประกวดอาหารจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ ในระดับภูมิภาครวม 9 ภาค โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภค หันมาบริโภคบำบัดมากมาย มากยิ่งขึ้น สนับสนุนและส่งเสริมให้ชาวนาปรับเปลี่ยนมาปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่มีมูลค่ามากกว่าข้าทั่วไป ซึ่งส่งผลให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น และสนับสนุนส่งเสริมภูมิปัญญาการประกอบอาหารพื้นเมืองโดยประยุกต์ใช้ข้าวไรซ์เบอร์รี่พัฒนาเป็นเมนูอาหารใหม่ๆ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่อไป

สำหรับการประกวดในครั้งนี้ เป็นการจัดประกวดของเขตพื้นที่ ฝ่ายกิจการสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และฝ่ายกิจการสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ส่วนรางวัลการประกวดผู้ได้รับรางวัลการประกวดทั้ง 2 ประเภท ได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมโล่รางวัล ผู้ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทั้ง 2 ประเภท ได้รับเงินรางวัล 2,000 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตร และผู้ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทั้ง 2 ประเภท ได้รับเงินรางวัล 1,000 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตร ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศอันดับ 1 ของแต่ละเขตพื้นที่ ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันประกวดอาหารระดับประเทศ ที่กรุงเทพฯ ในงาน 12 สิงหาคม 2557 “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อิ่มสุข ไรซ์เบอร์รี่ ออร์แกนิก แฟร์” เพื่อชิงถ้วยประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

สำนักงานการค้าภายในจังหวัดชลบุรี จัดการประชุมเชื่อมโยงตลาดลำไยคุณภาพสูงสู่ตลาดปลายทาง ระหว่างผู้ผลิตและผู้ค้าปลายทาง

วันนี้ (วันที่ 5 สิงหาคม 2557) นางวิชชุดา  กันตีวงศ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เขต 1 เป็นประธาน การประชุมเชื่อมโยงตลาดลำไยคุณภาพสูงสู่ตลาดปลายทาง ระหว่างผู้ผลิตและผู้ค้าปลายทาง จังหวัดชลบุรี ตามโครงการยกระดับการแข่งขันสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐานและมูลค่าเพิ่ม ณ โรงแรมรัตนชลบุรี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยมีตัวแทนผู้ผลิต ผู้ประกอบการในเขตพื้นที่จังหวัดชลบุรี และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมการประชุม

นางวิชชุดา  กันตีวงศ์  กล่าวว่า การประชุมเชื่อมโยงตลาดลำไยคุณภาพสูงสู่ตลาดปลายทาง ระหว่างผู้ผลิตและผู้ค้าปลายทาง จังหวัดชลบุรี ตามโครงการยกระดับการแข่งขันสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐานและมูลค่าเพิ่ม เพื่อเป็นการเชื่อมโยงระหว่างภาค ผู้ผลิต กับผู้ประกอบการได้มาทำธุรกิจตลาดการค้าร่วมกัน โดยฝ่ายผู้ผลิตจะได้นำเสนอสิ้นค่าผลิตภัณฑ์ แปรรูปที่ทำมาจาก ลำไย อาทิเช่น สินค้าแปรรูปลำไยอบแห้งสีทอง ลำไยกระป๋อง สินค้าลำไยอบกรอบ  ชาลำไย  ไวน์ลำไย เค้กลำไย  ตลอดจนผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ ซึ่งทำมาจากลำไย  โดยมีกระบวนการผลิต และขั้นตอนการผลิตลำไยที่ได้รับมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practics) คือ การไม่ใช้สารเคมีที่ต้องห้าม และการใช้สารเคมีอื่นๆอยู่ในระดับที่ปลอดภัย มีการรับรองแปลงจากกรมวิชาการเกษตรในพื้นที่ และมาตรฐาน Organic Thailand จากกรมวิชาการเกษตร  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กระบวนการผลิตต้องสะอาด ปลอดภัย ไม่มีการใช้สารเคมีในทุกขั้นตอน  อีกด้วย ซึ่งจะช่วยรับประกันในคุณภาพของสิ้นค้าและผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการในจังหวัดชลบุรีที่สนใจและมั่นใจในผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ทำมาจากลำไย สามารถนำไปจำหน่ายให้กับผู้บริโภคต่อไปอีกด้วย




คมศักดิ์ หล่อเถิน/ข่าว

ชลบุรี จัดการประชุมการมีส่วนร่วมในการสร้างทางหลวง 344

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม 2557 นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชนในโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 344 ตอน ชลบุรี – อำเภอบ้านบึง ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลหนองรี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

ทางหลวงหมายเลข 344 ตอน ชลบุรี – อำเภอบ้านบึง มีจุดเริ่มต้นจาก กม.0+000 ถึง กม.13.721 เป็นเส้นทางหลวงที่มีความสำคัญของจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะด้านการสัญจรของประชาชนในพื้นที่ การเชื่อมโยงระบบคมนาคมขนส่งทั้งในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี การขนส่งสินค้าจากนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งสามารถเชื่อมต่อโครงข่ายทางหลวงที่รองรับการเดินทางจากทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ซึ่งปัจจุบันเส้นทางหลวงดังกล่าวข้างต้นเป็นทางหลวงขนาด 4 ช่องจราจร มีปริมาณการจราจรเฉลี่ยรายวัน (AADT) 52,539 คันต่อวัน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์รถบรรทุกหนัก 29 % และยังจำเป็นต้องมีการพัฒนาแนวเส้นทางดังกล่าวเพื่อให้สามารถรองรับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างภูมิภาคและยังเป็นประโยชน์ต่อประเทศต่อไป

นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 4,200 กว่าล้านบาท ดำเนินการซ่อมบำรุงทาง 6 เส้นทางหลักในพื้นที่จังหวัดชลบุรีเป็นระยะเวลา 3 ปี หนึ่งในจำนวนนี้ คือทางหลวงหมายเลข 344 เพื่อขยายช่องจราจรจากเดิม 4 ช่องจราจร เป็น 6 ช่องทางจราจร เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของการคมนาคมขนส่ง ให้มีความสะดวกปลอดภัยและมีความรวดเร็วในการเดินทาง รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณการจราจรและขนส่งที่เพิ่มขึ้น

สำหรับทางหลวงหมายเลข 344 ตอน ชลบุรี – อำเภอบ้านบึง ระหว่าง กม.2+500 – กม.12+700 ระยะทางรวมประมาณ 10.200 กิโลเมตร อยู่ในเขตพื้นที่ ตำบลบ้านสวน – ตำบลหนองรี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี และตำบลหนองซ้ำซาก – ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี โดยจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างประมาณ เดือนตุลาคม 2557 ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 24 เดือน ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นดังกล่าว อำนวยความสะดวกโดยการติดป้ายบอกเส้นทาง พร้อมให้บริการประชาชนในการสัญจรไปมา

และในวันนี้ได้จัดการประชุมประชาชนในพื้นที่เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร พร้อมขอให้ประชาชนหลีกเลียงเส้นในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการให้ประชาชนได้รับทราบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่สองข้างทางในบริเวณพื้นที่โครงการและผู้ใช้เส้นทาง หากมีข้อสงสัยประการใดสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แขวงการทางชลบุรี เลขที่ 213 หมู่2 ตำบลหนองไม้แดง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โทรศัพท์ 038 – 758538 – 40 ในวันและเวลาราชการ




ปริญญา/ข่าว

จังหวัดชลบุรี จัดงาน “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจ คืนความสุขสู่ประชาชน ครั้งที่ 2 ”

สำนักงานสหกรณ์จังหวัดชลบุรี นำโดยนายสนิท ตันสมบัติ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 3 นำข้าราชการ และพนักงานราชการ ซึ่งเป็นผู้ดูแล ให้คำแนะนำ และส่งเสริมสหกรณ์การเกษตรบางละมุง จำกัด เข้าร่วมการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ของสหกรณ์ และเป็นประธานในการประชุม พร้อมจัดงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจ คืนความสุขสู่ประชาชน ครั้งที่2

การประชุมในครั้งนี้ นายมานพ ศิริมาก ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรบางละมุง จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปี ที่เข้ามาบริหารสหกรณ์แห่งนี้ มีความรู้สึกเข้าใจถึงบทบาท หน้าที่ และความสำคัญของการบริหารงาน อีกทั้งการร่วมกันแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการทางสหกรณ์โดยการช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามหลักการสหกรณ์ คณะกรรมการดำเนินงานมีความพยามยามทำหน้าที่จากที่ประชุมใหญ่ด้วยความมุ่งมั่นและต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงของสหกรณ์ไปในทิศทางที่ดีขึ้น และร่วมแรงร่วมใจ เสียสละให้กับการปฎิบัติงาน ทำให้ในปีนี้สหกรณ์มีผลประกอบการดีขึ้น และขอยืนยันว่า สหกรณ์การเกษตรบางละมุง จำกัด ได้บริหารงานด้วยความโปร่งใส ยึดหลักการมีส่วนร่วมของมวลสมาชิก และสามารถตรวจสอบการดำเนินงานได้ สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญ เช่น การดำเนินงานของสหกรณ์ฯ ปี 2556, พิจารณาเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินการและผู้ตรวจสอบกิจการ, แผนการดำเนินงานและประมาณการรับ-จ่ายประจำปี, กำหนดวงเงินกู้ยืม, และกำหนดค่าตอบแทน เป็นต้น

สำหรับการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสหกรณ์การเกษตรบางละมุง จำกัด ในครั้งนี้มีการจัดงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจ คืนความสุขสู่ประชาชน ครั้งที่ 2 และสหกรณ์การเกษตรบางละมุง คืนความสุขสู่สมาชิก โดยใช้ขบวนการสหกรณ์เป็นพลังขับเคลื่อน ซึ่งงานดังกล่าวมีกิจกรรม เพื่อสร้างความสุขให้กับประชาชนและผู้ที่สนใจมาร่วมงาน อาทิ การนำสินค้าอุปโภคบริโภค ที่จำเป็น เช่น ไข่ไก่ น้ำมันพืช และสินค้าอื่นๆ จากสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่จำเป็นต่อการครองชีพ ตลอดจนสินค้าจากกลุ่มอาชีพในสังกัดสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรมาจำหน่ายให้กับประชาชนผู้บริโภคโดยตรง ในราคายุติธรรม เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ประชาชนให้มีโอกาสซื้อสินค้าคุณภาพในราคาพิเศษอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน รวมทั้งเป็นการช่วยส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่สมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรอีกด้วย



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

ทหารตำรวจสัตหีบ รวบเครือข่ายยาบ้า เรือนจำชลบุรี

พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.ส.ภ.สัตหีบ น.อ.คมพันธ์ อุปลานนท์  ผู้อำนวยการยุทธการและการข่าว ฐานทัพเรือสัตหีบ  น.ท.อัศวิน จอดสมุทร พ.ต.ท.ปวัชร์ชัย สุดสาคร รอง ผ.กก.สส.สภ.สัตหีบและตำรวจชุดสืบสวน แถลงผลการจับกุมผู้จำหน่ายยาเสพติดและเสพยาเสพติด ได้ผู้ต้องหารวม 9 ราย ของกลางยาบ้า 936 เม็ด รถจักรยานยนต์ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 3เครื่อง และเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง สำหรับผู้ต้องหาที่ จำหน่ายยาเสพติด ประกอบด้วย นายมนตรี หรือมอส ใจก๋ง อายุ 19 ปี ยาบ้าจำนวน 780 เม็ด (สวมเสื้อ สีฟ้า) นายวิริยะ หรือคอส ทองเอม อายุ 19 ปี ยาบ้าจำนวน 78 เม็ด( สวมเสื้อตอกลมสีดำ) นาย ศรันย์ หรือโจ งามสุวรรณ อายุ 18 ปี ยาบ้าจำนวน78เม็ด (สวมเสื้อคอปกสีน้ำตาล) ดำเนินมียาเสพติดไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่าย   ส่วนอีก 6 คน พบปัสสาวะเป็นสีม่วง เสพสารเสพติด

พ.ต.ท.ปวัชร์ชัย สุดสาคร รอง ผ.กก.สส.สภ.สัตหีบกล่าว่า ก่อนการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง3รายนี้เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้เสพยาเสพติดได้จำนวน6รายจากการขยายผลได้ข้อมูลว่านายคอส หรือนายวิริยะ ทองเอมได้จำหน่ายยาบ้าอยู่ชุมชนบ้านบางสเร่จึงสนธิกำลังทหารตำรวจออกสืบสวนพบตัวอยู่ที่สะพานปลาเพทาย หมู่4 ตำบลบางสเร่ อำเภอสัตหีบจึงเข้าตรวจค้นตัวพบยาบ้าจำนวน78เม็ดขยายผลต่อจนทราบว่านายคอสได้รับยาบ้ามาจากนายสมชายและนายมอสจึงติดตามและพบตัวนายมอสที่ริมหาดบางสเร่ใกล้ร้านอาหารเรือนทะเล ค้นตัวพบยาบ้าจำนวน 780เม็ด ซึ่งนายมอสให้การว่ายาบ้าดังกล่าวเป็นของนายสมชายหรือนายต้นให้ตนเก็บรักษาไว้ จากนั้นได้ขยายผลทราบว่านายศรันย์ หรือโจ งามสุวรรณ ซึ่งมีพฤติการณ์รับจ้างนำยาบ้าไปส่งให้ลูกค้า โดยรับใบสั่งมาจากนายกอล์ฟ หรือเอก ผู้ต้องขังในเรือนจำแห่งหนึ่ง จึงร่วกันสืบสวนติดตามจนพบตัวนาย ศรันย์ ที่บริเวณวัดเทพปราสาท ในขณะที่รอส่งยาบ้าให้ลูกค้า ตรวจค้นภายในตัวพบยาบ้าจำนวน78เม็ดให้การว่ากำลังจะส่งยาบ้าให้ลูกค้า ตามคำสั่งของนายกอล์ฟ ซึ่งสั่งการมาทางโทรศัพท์ มาจากในเรือนจำชลบุรี จึงแจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย และดำเนินคดีตามกฎหมายบ้านเมืองต่อไป



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

์กรมทรัพยากรน้ำ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนบริหารจัดการและพัฒนาลุ่มน้ำภาคตะวันออกแบบบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องรับกับปัญหาในพื้นที่และตรงกับความต้องการของประชาชน

กรมทรัพยากรน้ำ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนบริหารจัดการและพัฒนาลุ่มน้ำภาคตะวันออกแบบบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องรับกับปัญหาในพื้นที่และตรงกับความต้องการของประชาชน

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 29 ก.ค.ที่โรงแรมโกลเด้นซิตี้ อ.เมืองระยอง ว่าที่พันตรี คมน์เดช ไชยชนะ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการ คณะกรรมการลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนบริหารจัดการและพัฒนาลุ่มน้ำแบบบูรณาการในภาคตะวันออก ซึ่งจัดโดยสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 6 จ.จันทบุรี โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย คณะทำงาน 7 ลุ่มน้ำสาขาภาคตะวันออก มีลุ่มน้ำสาขาชลบุรี – ลุ่มน้ำสาขาคลองใหญ่ระยอง – ลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำประแสร์ ระยอง – ลุ่มน้ำสาขาวังโตนดจันทบุรี – ลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำจันทบุรี – ลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำเวฬุจันทบุรี และลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำเมืองตราด นอกจากนี้ยังมีองค์กรหรือเครือข่าย หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำ เข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อนำเสนอ / สรุปปัญหาและร่วมแสดงความคิดเห็นการจัดทำแผนบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการระดับจังหวัด ให้มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก ที่ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดได้แก่ จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรีและตราด ว่าที่พันตรี คมเดชน์ ไชยชนะ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการ คณะกรรมการลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก กล่าวว่า ปัญหาเบื้องต้นที่พบส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งภาคประชาชนมีการตื่นตัวในการใช้ทรัพยากรน้ำและมีความรู้สึกในการแสดงความเป็นเจ้าของทรัพยากรน้ำ โดยภาพรวมแล้วน้ำจะเกิดขึ้นที่หนึ่งแล้วไหลไปอีกที่หนึ่ง แล้วสูบกลับมาใช้อีกที่หนึ่ง เช่น สูบน้ำจากจันทบุรีมาใช้ที่ระยอง น้ำที่ระยองส่งไปใช้ที่ชลบุรี จึงเกิดปัญหาด้านการใช้น้ำข้ามพื้นที่ ซึ่งลุ่มน้ำที่ทำงานร่วมกับภาคประชาชนต้องทำความเข้าใจว่า แหล่งน้ำต้องจัดแบ่งปันกันและใช้ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และปัญหาอีก        

อย่างที่ตามมาในเรื่องของทรัพยากรน้ำ คือ น้ำเน่าเสียจากทั้งจากภาคอุตสาหกรรมและชุมชนที่หลั่งไหลเข้ามาทำงานในภาคอุตสาหกรรม ทำให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมและเกิดปัญหาในพื้นที่ ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำได้เร่งทำความเข้าใจในด้านการดูแลน้ำ รักษาคุณภาพน้ำเพื่อไม่ให้เกิดมลภาวะ ซึ่งในอนาคตอาจจะผลักดันให้มีการใช้กฎหมายการเก็บค่าน้ำจากปัญหาดังกล่าว

จังหวัดระยอง จัดประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๗

จังหวัดระยองจัดประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๗ จังหวัดระยองจัดการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ครั้งที่ ๗ /๒๕๕๗ ประจำเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๗ เพื่อแจ้งข่าว ข้อรายงาน และชี้แจงข้อราชการ รวมทั้ง วาระงานที่สำคัญและน่าสนใจ

วันที่ ๓๐ ก.ค ๕๗ ที่ห้องประชุมภักดีศรีสงคราม ชั้น ๔ ศาลากลางจังหวัดระยอง นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในการประชุมประจำเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๗ โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้แทนองค์กรภาคเอกชนเข้าร่วมประชุมด้วยความพร้อมเพรียง โดยการประชุมเริ่มด้วยการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ครั้งที่ ๗/๒๕๕๗ ประจำเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๗ เริ่มด้วยวาระเรื่องก่อนวาระการประชุม ได้แก่ พิธีมอบโลห์เกียรติคุณให้แก่ผู้ชนะการประกวดโปสเตอร์รณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี ๒๕๕๗ พิธีมอบธงสัญลักษณ์/ต้นไม้สติกเกอร์ให้แก่ ๘ อำเภอในจังหวัดระยอง แนะนำข้าราชการย้ายมาใหม่ นายนภดล อิสรางกูล ณ อยุธยา ธนารักษ์พื้นที่พิจิตร มาดำรงตำแหน่ง ธนารักษ์พื้นที่ระยอง นายสุรพล สุทธจินดา อุตสาหกรรมจังหวัดสุพรรณบุรี มาดำรงตำแหน่งอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง จากนั้น เป็นเรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ได้แก่ แนวทางการปฎิบัติในการปฎิบัติงานด้วย การทำความดีละเว้นความชั่ว ยึดศีล ๕ เป็นแนวทาง ต่อด้วยนำเสนอวิดีทัศน์รายงานสรุปข่าวเด่นการดำเนินงานของจังหวัดระยองประจำเดือนกรกฎาคม๒๕๕๗ ของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง หลังจากนั้น เป็นการรับรองรายงานการประชุม ครั้งที่ ๖/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ จบแล้ว เป็นเรื่องสืบเนื่องจากการประชุมครั้งก่อน ได้แก่ สถานการณ์ด้านอุตสาหกรรม สถานการณ์ด้านแรงงาน สถานการณ์การคลังและเร่งรัดติดตามการใช้จ่ายในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ สถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดระยอง สถานการณ์น้ำในจังหวัดระยองและการแก้ไขปัญหาของโครงการชลประทานระยอง และสถานการณ์ด้านมลพิษในจังหวัดระยอง จบแล้ว เป็นเรื่องเพื่อทราบและถือปฏิบัติ ได้แก่ การจัดโครงการรณรงค์เพื่อยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กและสังคมปลอดภัยไร้ความรุนแรงจังหวัดระยอง ๒๕๕๗ ในวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๘.๐๐ -๑๖.๐๐ น ณ ศาลาเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำนักงานอัยการจังหวัดระยอง และวันศุกร์ที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๘.๐๐ -๑๒.๐๐ น ณ ห้องประชุมชั้น ๓ อาคารเอนกประสงค์ โรงเรียนมัธยมตากสินระยองระยอง เรื่องการจัดสัปดาห์รณรงค์นมแม่ ในวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๗ ณ วัดบ้านค่าย อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง การกำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคล ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๗ ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๗ ณ หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดระยอง และโครงการ หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ในวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๘.๐๐ -๑๒.๐๐ น ณ โรงเรียนบ้านห้วงหิน หมู่ ๓ บ้านห้วงหิน ตำบลชากบก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

โดยการประชุมประจำเดือนในครั้งนี้ นับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการประสานการปฏิบัติราชการ การบูรณาการภารกิจหน้าที่และการสนับสนุนในการให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น ดังนั้น การพบปะและรับทราบ เพื่อทำความเข้าใจในนโยบายที่จะช่วยให้ส่วนราชการต่าง ๆ สามารถเข้าถึงและการประสานให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและประชาชนมีความพึงพอใจ ต่อการมีส่วนร่วมและการรับบริการ เพื่อตอบสนองการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดของจังหวัดระยองอีกด้วย



สวรส รูปแก้ว /ข่าว

จังหวัดระยอง เปิดศูนย์ดำรงธรรม ตามประกาศ คสช.เพื่อให้คำปรึกษา รับเรื่องปัญหาความต้องการ ข้อเสนอแนะของประชาชน

จังหวัดระยอง เปิดศูนย์ดำรงธรรม ตามประกาศ คสช.เพื่อให้คำปรึกษา รับเรื่องปัญหาความต้องการ ข้อเสนอแนะของประชาชน

วันนี้ (30ก.ค.57) เวลา 14.00 น นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง ตามประกาศ ของ คสช. พร้อมด้วยนายอำเภอทุกอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี ณ ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดระยอง

นายธานี กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีประกาศรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 96/2557 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2557 เรื่อง การจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานระดับจังหวัด และให้การปฎิบัติงานของส่วนราชการในจังหวัดสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างเสมอภาค มีคุณภาพ รวดเร็ว ลดขั้นตอนการปฎิบัติงาน เพื่อให้ประชาชนได้รับความพึงพอใจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้จังหวัดจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมขึ้นในจังหวัด เพื่อทำหน้าที่ในการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา รับเรื่องปัญหาความต้องการ ข้อเสนอแนะของประชาชน แบบ One Stop Service และทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการร่วมตามมาตรา 32 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ 25546 โดยจัดตั้งขึ้น ณ ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดระยอง โดยมีช่องทางการติดต่อดังนี้ ติดต่อด้วยตนเองที่ศูนย์ดำรงธรรม ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดระยอง ติดต่อทางโทรศัพท์และโทรสาร หมายเลข 038-694042 หรือติอต่อทางไปรษณีย์ถึง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง ศาลากลางจังหวัดระยอง ถนนสุขุมวิท ตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง 21150


สวรส /ข่าว

กองพันทหารราบที่ 7 กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน ค่ายมหาสุรสิงหนาท(พัน ร.7) จ.ระยอง จัดงานพิธีวันสถาปนาครบรอบการก่อตั้งหน่วยปีที่ 43

กองพันทหารราบที่ 7 กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน ค่ายมหาสุรสิงหนาท(พัน ร.7) จ.ระยอง จัดงานพิธีวันสถาปนาครบรอบการก่อตั้งหน่วยปีที่ 43

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 30 ก.ค.ที่กองพันทหารราบที่ 7 กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน ค่ายมหาสุรสิงหนาท ต.ตะพง อ.เมืองระยอง น.ท.จักรณรงค์ เหมนิธิ ผู้บังคับการกองพันทหารราบที่ 7 กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน ค่ายมหาสุรสิงหนาท (พัน ร.7) เป็นประธานในพิธีวันสถาปนากองพันทหารราบที่ 7 กรมทหารราบที่ 3ปีที่ 43 ที่ค่ายมหาสุรสิงหนาท (พัน ร.7) เพื่อให้กำลังพลและครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยนิพนธ์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ และมอบทุนการศึกษาให้บุตร ธิดากำลังพลด้วย โดยมี น.ท.นึกอนันต์ แสนอุบล อดีต ผู้บังคับการกองพันฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนโรงงานอุตสาหกรรม และประชาชนในพื้นที่ ร่วมในพิธีจำนวนมาก

น.ท.จักรณรงค์ เหมนิธิ ผู้บังคับการกองพันทหารราบที่ 7 กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน กล่าวว่า ปัจจุบันค่ายมหาสุรสิงหนาท (พัน.ร.7) มีกำลังพลประมาณ 500 นาย ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2514 ปัจจุบันกำลังพลทหารได้สลับผลัดเปลี่ยนออกไปราชการตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาในการปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยให้มีความสงบสุข ซึ่งถือว่าเป็นภารกิจหลักของทหารหน่วยนาวิกโยธิน





วฐิต กลางนอก/ข่าว

สมาคมเคมีแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ของศาตราจารย์ด๊อกเตอร์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ร่วมกับกลุ่มโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จัดกิจกรรมติดตามและประเมินผลโครงการห้องเรียนเคมีดาว

สมาคมเคมีแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ของศาตราจารย์ด๊อกเตอร์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ร่วมกับกลุ่มโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จัดกิจกรรมติดตามและประเมินผลโครงการห้องเรียนเคมีดาว เพิ่มศักยภาพครูวิทยาศาสตร์ในพื้นที่จังหวัดระยอง
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 30 ก.ค. ที่โรงเรียนบ้านฉางกาญจนกุลวิทยา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ซึ่งสมาคมเคมีแห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ของศาตราจารย์ด๊อกเตอร์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ร่วมกับกลุ่มบริษัทดาว เคมิคอล ประเทศไทย จัดกิจกรรมติดตามและประเมินผลโครงการห้องเรียนเคมีดาว เพิ่มศักยภาพครูวิทยาศาสตร์ในพื้นที่จังหวัดระยอง เพื่อติดตามและประเมินผลการเรียนการสอนปฏิบัติการเคมีแบบย่อส่วน ภายใต้โครงการห้องเรียนเคมีดาว เพื่อสร้างความตื่นตัวและติดตามผลการนำเทคนิคการทำการทดลองที่ใช้สารเคมีปริมาณน้อยมาใช้ในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ซึ่งมีความปลอดภัย ประหยัด สะดวกรวดเร็ว และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม สำหรับการติดตามและประเมินผลโครงการ ห้องเรียนเคมีดาว เป็นการดำเนินงานในระยะที่ 3 โดยคณะทำงานมุ่งเน้นการสร้างศักยภาพการสอนปฏิบัติการเคมีแบบย่อส่วนของครูวิทยาศาสตร์ที่เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ ของ 21 โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดระยอง ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพการเรียนการสอนในเบื้องต้นว่าครูผู้สอนได้มีการนำความรู้และเทคนิคจากการเข้าอบรมมาประยุกต์ใช้ หรือพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับเนื้อหาวิชาของแต่ละระดับชั้นหรือไม่ รวมถึงช่วยกระตุ้นครูผู้สอนให้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนอันจะนำไปสูการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนรุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นอนาคตของวงการวิทยาศาสตร์ไทย อย่างไรก็ดี โรงเรียนบ้านฉางกาญจนกุลวิทยาถือเป็น 1 ใน 21 โรงเรียนนำร่องของจังหวัดระยอง ที่มีครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ เข้าร่วมโครงการห้องเรียนเคมีดาว ได้เรียนรู้เทคนิคการสอนการทดลองเคมีรูปแบบใหม่และนำมาขยายผลโดยการเสริมในเนื้อหาวิชาและกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในห้องเรียน






วฐิต/ข่าว

ผู้ปกครองโวยครูสอนวิทยาศาสตร์ ทำอนาจารลูกสาว ซึ่งเป็นลูกศิษย์เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ผู้ปกครองโวยครูสอนวิทยาศาสตร์ ทำอนาจารลูกสาว ซึ่งเป็นลูกศิษย์เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จนไม่กล้าไปโรงเรียน เบื้องต้นเตรียมเข้าแจ้งความกับตำรวจเอาเรื่องให้ถึงที่สุด หลังพบว่าเพื่อนนักเรียนหญิงร่วมชั้น ถูกทำอนาจารยกห้อง ด้านผู้อำนวยการโรงเรียน ระบุ หลังเกิดเรื่องครูสอนวิทยาศาสตร์ ยื่นลาออกแล้ว

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 30 กรกฎาคม 2557 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนางไก่ (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี ชาวบ้าน ม.5 ต.วังหว้า อ.แกลง จ.ระยอง ว่าลูกสาวเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนระดับประถมศึกษาแห่งหนึ่ง ใน อ.แกลง จ.ระยอง ถูกครูผู้ชาย ซึ่งเป็นครูประจำชั้น สอนวิชาวิทยาศาสตร์ทำอนาจาร โดยนางไก่ เล่าว่า ลูกสาวถูกครูคนดังกล่าว กระทำอนาจารหลายครั้งด้วยกัน โดยใช้มือจับหน้าอก และอวัยวะเพศ จนไม่กล้าไปโรงเรียน นอกจากนี้ยังมีเพื่อนนักเรียนหญิงในห้องอีกหลายคนด้วยกันเรียกได้ว่ายกห้องเรียนเลยทีเดียว ถูกครูกระทำอนาจารเช่นกัน หลังเกิดเหตุตนและผู้ปกครองเด็กนักเรียนที่ถูกทำอนาจาร ได้ไปแจ้งให้ทางโรงเรียนสอบสวนในเรื่องนี้ กลับมีครูในโรงเรียนมาพูดคุยเจรจาไม่ให้เอาเรื่อง เพราะเกรงว่าโรงเรียนจะเสียชื่อเสียง แต่อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นในวันพรุ่งนี้ (31 ก.ค.) ได้เตรียมเข้าแจ้งความกับตำรวจเอาเรื่องให้ถึงที่สุดแล้ว ด้านนายแสวง(นามสมมติ)

ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า หลังผู้ปกครองเด็กนักเรียน มาร้องเรียน ก็ได้มีการว่ากล่าวตักเตือนครูคนดังกล่าวไป และตั้งกรรมการสอบสวน พบว่าการร้องเรียนมีมูลความจริง จึงได้สั่งให้หยุดการสอน โดยให้เซ็นชื่อรับทราบข้อกล่าวหา พร้อมกับส่งเรื่องไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 2 ซึ่งขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการสอบสวนทางวินัย อย่างไรก็ตามครูคนดังกล่าว ได้ยื่นหนังสือลาออกแล้ว





มาโนช สนองสุข-ข่าว

เรือหลวงกันตัง ช่วยชีวิต 2 สามี ภรรยา ชาวประมงรอดตายหวุดหวิด หลังเรือล่มกลางทะเลต้องเกาะถังน้ำมันลอยคอกลางทะเลกว่า 2 ชั่วโมง

(29 ก.ค. 57) ร.อ.พรเทพ ปาลรัตน์ ผู้บังคับการเรือหลวงกันตัง 524 ได้นำเรือหลวงกันตัง 524 พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารกลับจากการปฏิบัติหน้าที่จากพื้นที่บ้านบางเป้า ต.เกาะช้างใต้ อ.เกาะช้าง จ.ตราด ขณะที่แล่นเรืออ้อมเกาะช้างมุ่งหน้ากลับฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 บ้านธรรมชาติล่าง ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด มีคลื่นลมแรงและมีฝนตกลงมาเป็นระยะ เมื่อแล่นเรือมาถึงบริเวณบ้านสลักห่างจากชายฝั่งประมาณ 4 กิโลเมตร พบผู้ลอยคออยู่กลางทะเลโบกมือขอความช่วยเหลืออยู่ในน้ำกลางทะเลจำนวน 2 ราย เป็นชาย 1 ราย และหญิง 1 ราย โดยทั้ง 2 ราย ว่ายน้ำลอยคอเกาะถังน้ำมัน 20 ลิตร ท่ามกลางคลื่นลมที่แรง เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นจึงได้ทำการหยุดแล่นเรือและรีบให้การช่วยเหลือ โดยได้มัดเชือกเข้ากับห่วงยางก่อนโยนไปให้ผู้ประสบเหตุทั้ง 2 ราย ใช้เวลาประมาณ 5 นาที สามารถช่วยผู้ประสบภัยทั้ง 2 รายขึ้นมาบนเรือได้สำเร็จ

จากการสอบถามทราบชื่อผู้ประสบภัย คือ นายสมยศ ขันนาค อายุ 45 ปี และ นางสายใจ ขันนาค อายุ 37 ปี ทั้งคู่อยู่บ้านเลขที่ 15/4 ม.3 ต.หาดเล็ก ต.คลองใหญ่ จ.ตราด เป็นสามีภรรยากัน หลังจากที่ช่วยชีวิต 2 สามีภรรยาเสร็จทั้งคู่อยู่ในอาการหนาวสั่นและอ่อนเพลีย ร.อ. ประสิทธิ์ ชำนาญจันทร์ นายแพทย์ประจำเรือได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและให้เปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อคลายความหนาว

สอบถาม นาย สมยศ ขันนาค เล่าว่า ตนและภรรยามีอาชีพประมงเรือเล็ก วันนี้ได้ออกมาวางอวนหาปลาบริเวณทะเลหน้าเกาะช้างห่างจากฝั่งประมาณ 5 กิโลเมตร หลังจากที่วางอวนเสร็จก็ได้แล่นเรือตระเวนเก็บอวนขณะที่กำลังเก็บอวนอยู่นั้นได้มีลมพายุฝนตกลงมาทำให้มีคลื่นแรง ตนและภรรยาพยายามขับเรือแล่นเข้าฝั่ง จะไปหลบลมพายุที่บริเวณหลังเกาะสลัก ขณะที่แล่นเรืออยู่คลื่นได้มีขนาดใหญ่ขึ้นและซัดเข้าใส่เรือน้ำทะเลไหลทะลักเข้าเรือจนทำให้เรือจมลง ตนและภรรยาต้องว่ายน้ำลอยคอโดยอาศัยถังน้ำมันพลาสติกขนาด 20 ลิตร เกาะลอยคอนานกว่า 2 ชั่วโมง จนมีเรือหลวงกันตัง 524 มาพบและช่วยชีวิตไว้ได้ทัน ซึ่งหากไม่มีเรือรบหลวงแล่นผ่านมาพบ ตนคิดว่า ตนเองและภรรยาคงจะต้องจมน้ำเสียชีวิตแน่นอน เพราะภรรยาของตนเริ่มจะหมดแรงแล้ว โชคดีที่มีเรือหลวงมาพบก่อน จากนั้น ร.อ.พรเทพ ปาลรัตน์ ผู้บังคับการเรือหลวง กันตัง 524 ได้พาสามี ภรรยา ทั้ง 2 ราย นั่งเรือไปขึ้นฝั่งที่ ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 บ้านธรรมชาติล่าง ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ พร้อมรายงานให้ น.อ. อนุชา บุตรสิงขรณ์ ผบ.มชด./1 ทราบ พร้อมทั้งจัดเตรียมรถพยาบาลเพื่อนำผู้ประสบภัยทั้ง 2 ราย ส่งตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแหลมงอบต่อไป

สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จ.ตราด พัฒนาศักยภาพเครือข่ายการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดกฎหมายในกลุ่มประเทศอาเซียน

(29 ก.ค. 57) นายพยัคฆพันธุ์ โพธิ์แก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการการส่งเสริมเครือข่ายการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดกฎหมายในกลุ่มประเทศอาเซียน ปีงบประมาณ 2557 ซึ่งจังหวัดตราดโดยสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตราด จัดขึ้นที่ห้องประชุม อาคารบูรณาการกระทรวงยุติธรรมจังหวัดตราด มีผู้แทนจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงยุติธรรมในจังหวัดตราด ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชนกว่า 55 คนเข้าร่วมโครงการครั้งนี้

นางจินนารี ธนพรภิบาลชน ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตราด กล่าวว่า ตามที่ในปี 2558 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียน กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ได้เห็นควรให้มีแนวทางในการสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและเยาวชนขึ้น เพื่อเป็นการับรองการปฏิบัติงานต่อเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดกฎหมายในกลุ่มประเทศอาเซียน ให้ได้รับการสงเคราะห์และคุ้มครองที่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสภาพปัญหา ตลอดจนพัฒนาแนวทางการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดกฎหมาย ทั้งเด็กไทยและเด็กที่ไม่เข้าใจภาษาไทย เพื่อให้เด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียมกันตามสิทธิที่มีกฎหมายบัญญัติรับรอง ดังนั้นเพื่อให้เกิดการประสานความร่วมมือในการดำเนินการสงเคราะห์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในกลุ่มประเทศอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตราด จึงจัดโครงการปะชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ขึ้น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้มีส่วนร่วมจัดทำแนวทางในการสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและเยาวชน ในกลุ่มประเทศอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสมต่อไป

โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม จ.ตราด จัดค่ายภาษาจีน มุ่งส่งเสริมการใช้ภาษาจีนเพื่อการท่องเที่ยวและธุรกิจให้เยาวชน

(30 ก.ค. 57) ที่โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม นายบุญเลิศ วรวงษ์ ปลัดอำเภอคลองใหญ่ เป็นประธานเปิดโครงการเข้าค่ายภาษาจีน มีคณะอาจารย์สอนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีฮวายฉิวและมูลนิธีจี้ฮว่าร่วมเป็นวิทยากร โดยการอบรมครั้งนี้มีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 80 คนเข้าร่วม

นายสำเนา บุญมาก ผู้อำนวยการโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม กล่าวว่า การจัดค่ายอบรมภาษาจีนในครั้งนี้ สืบเนื่องจากโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคมได้ทำข้อตกลงร่วมกันกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ฮวายฉิวและมูลนิธีจี้ฮว่า ประเทศสาธารณะรัฐไต้หวัน เพื่อความร่วมมือทางด้านการศึกษาและการสร้างความสัมพันธ์อันดี เพื่อส่งเสริมทักษะภาษาจีนให้กับนักเรียนโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม รวมทั้งเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีความทัดเทียมอารยประเทศ จึงได้ร่วมกันจัดค่ายภาษาจีนให้กับนักเรียนที่มีความสนใจ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงอัจริยภาพและความสนใจของตนเองในภาษาจีน ซึ่งในการอบรมนักเรียนจะได้ประสบการณ์ตรงจากการสื่อสารกับเจ้าของภาษา และสามารถสื่อความคิดผ่านการพูด การเขียน หรือการนำเสนอด้วยวิธีต่าง ๆ ที่สำคัญคือนักเรียนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สำหรับการอบรมในครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน

อบจ.ตราด ร่วมนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิค และผู้ต้องขังเรือนจำชั่วคราวเขาระกำ แก้ปัญหาหลังคาอัฒจันทร์สนามกีฬากลางจังหวัดตราดพังจากอิทธิพลของพายุ รับการแข่งขันฟุตบอลดีวิชั่น 1 ตราดเอฟซี เสาร์นี้

จากกรณีที่เกิดพายุหมุนในพื้นที่อำเภอเมืองตราด ส่งผลให้หลังคาอัฒจันทร์ฝั่งกระถางคบเพลิงสนามกีฬากลางจังหวัดตราด ที่เป็นหลังคาเมทัลชีทพร้อมด้วยโครงเหล็กหลังคาพังถล่มลงมาทั้งแถบเหตุเกิดเมื่อวันนที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา วันนี้ (30 ก.ค. 57) ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด โดยกองช่าง อบจ.ตราด ได้ระดมความร่วมมือโดยขอทางให้คณะอาจารย์ นักศึกษาภาควิชาก่อสร้าง วิทยาลัยเทคนิคตราด ร่วมกันแก้ไขปัญหา ในขณะที่เรือนจำชั่วคราวเขาระกำได้ส่งผู้ต้องขัง เข้ามาช่วยดำเนินการรื้อถอนซากหลังคาดังกล่าวให้ สนามกีฬาแห่งนี้มีความพร้อมในการแข่งขันฟุตบอลดีวีชั่น 1 ในสุดสัปดาห์นี้

นายวิเชียร ทรัพย์เจริญ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด กล่าวว่า ทาง อบจ.ตราดได้ระดมความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวซึ่งส่งผลกระทบต่อตู้ควบคุมระบบกระแสไฟฟ้าส่งสว่างภายในสนามด้วย ดังนั้นในวันเสาร์นี้ที่ฟุตบอลดีวิชั่น 1 มีโปรแกรมการแข่งขันที่ทีมตราด เอฟซี จะต้องเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีมพิษณุโลก ทีเอสวาย ทางสโมสรตราดเอฟซีได้ทำเรื่องไปยัง ทีพีแอล ในการขอเลื่อนเวลาการแข่งขันจากเวลา 18.00 น. มาเป็นเวลา 16.00 น. แล้ว เนื่องจากปัญหาด้านระบบแสงสว่าง จึงขอประชาสัมพันธ์ให้กองเชียร์ตราดเอฟซีเดินทางมาชมการแข่งขันในช่วงเวลาดังกล่าว

จ.ตราด ติดตามการดำเนินงาน ตามบันทึกความร่วมมือ “เมืองตราดสุขภาพดี”

(30 ก.ค. 57) นายณรงค์ ธีรจันทรางกูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวระหว่างการประชุมติดตามผลการดำเนินงานตามบันทึกความร่วมมือ "เมืองตราดสุขภาพดี” ว่า ตามที่จังหวัดตราดโดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ "เมืองตราดสุขภาพดี” กับหน่วยงานต่าง ๆ มาแล้ว จึงได้มีการติดตามข้อมูลปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประชาชนในจังหวัดตราด รวมทั้งปรับแนวทางการดำเนินงานเพื่อนำไปสู่แผนการดำเนินงานเมืองตราดสุขภาพดีให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้จากข้อมูลด้านสุขภาพของจังหวัดตราด พบว่า สาเหตุการเสียชีวิตอันดับแรกของประชาชนในจังหวัดตราด คือ โรคมะเร็ง พบว่าเพศชายป่วยเป็นมะเร็งตับมากที่สุด รองลงมาคือ มะเร็งช่องปาก และลำคอ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งปอด และมะเร็งต่อมลูกหมาก และอวัยวะเพศชาย ส่วนเพศหญิง ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม มากที่สุด รองลงมาคือ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งปอด และมะเร็งตับตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประชาชนในจังหวัดตราดอีกด้านหนึ่ง คือมะเร็งตับ เกิดการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด บี และวี ภาวะตับแข็ง การดื่มสุรา ไขมันพอกตับ จากภาวะอ้วน การรับประทานอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง เช่น ถั่วลิสงบดที่มีสารอะฟลาทอกซิน ปลาเค็ม กุนเชียง ไส้กรอก ที่มักพบสารไนโตรซามีน และการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ ส่วนมะเร็งปอด มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และวัณโรคปอด ทั้งนี้ที่ประชุมได้หารือถึงการป้องกันควบคุมโรคมะเร็งตับ มะเร็งปอด ส่งเสริมให้ประชาชนฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเด็กแรก และส่งเสริมลดภาวะโรคอ้วน ลดการดื่มสุรา และสูบบุหรี่ หลังการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ข้อมูลและรับทราบบทบาทที่เกี่ยวข้องในการดำเนินกิจกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพให้กับประชาชนจังหวัดตราดได้อย่างถูกต้องเหาะสมและยั่งยืนต่อไป

จ.ตราด เปิดเวทีสัมมนาโครงการจัดทำแผนบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ ระดับจังหวัดตราด

(30 ก.ค. 57) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดเวทีการประชุมสัมมนาระดับจังหวัด ครั้งที่ 2 โครงการจัดทำแผนบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการจังหวัดตราด มีหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนผู้แทนภาคประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม ที่ห้องประชุมพลอยแดง ศาลากลางจังหวัดตราด

ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า การจัดทำแผนบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ จังหวัดตราด เกิดจากการที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเห็นชอบให้จังหวัด เป็นหน่วยงานรับผิดชอบการดำเนินการโครงการรับผิดชอบดำเนินการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ประกอบการเสนอขอรับงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ปี 2557 ถึงปี 2560 เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งของจังหวัด ซึ่งการมอบหมายให้จังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการโครงการ เนื่องจากเป็นหน่วยงานในพื้นที่ที่ใกล้ชิด สามารถรับทราบปัญหาและความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง ตลอดจนเห็นวาหน่วยงานจงหวัดมีความคล่องตัว มีศักยภาพและประสิทธิภาพในการดำเนินงานโครงการดังกล่าวในพื้นที่แต่ละจังหวัดให้แล้วได้ในปีงบประมาณที่กำหนด การประชุมสัมมนาระดับจังหวัดครั้งที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปแผนบูรณาการการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง การกัดเซาะชายฝั่ง และคุณภาพน้ำของจังหวัด อันประกอบไปด้วยโครงการที่จะแก้ไขปัญหาของพื้นที่ที่ทุกส่วนราชการใช้เป็นแผนในการขอรับการสนับสนุนงบประมาณ โดยแต่ละโครงการะกำหนดชัดเจนว่าหน่วยงานใดจะเป็นหน่วยปฏิบัติ เพื่อมีการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพประหยัด และไม่ซ้ำซ้อน ทั้งนี้เพื่อนำข้อมูลสรุปและข้อคิดเห็นจากที่ประชุมนำไปปรับปรุงแผนบูรณาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง การกัดเซาะชาฝั่ง และคุณภาพน้ำของจังหวัดตราดต่อไป

จังหวัดจันทบุรีขอเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วนร่วมพิธีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2557

จังหวัดจันทบุรีขอเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วนร่วมพิธีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2557

นายธเนศ เธียรนันทน์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรีกล่าวว่า เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 12 สิงหาคม 2557 จังหวัดจันทบุรีกำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 12 สิงหาคม 2557 ในวันอังคารที่ 12 สิงหาคม 2557 ณ ศาลาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เทศบาลเมืองจันทบุรี ( ศาลากระต่าย ) ช่วงเช้า เวลา 07.00 น.เป็นพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระภิกษุสงฆ์จำนวน 83 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลฯ หลังจากนั้นจะเป็นพิธีถวายพระพรชัยมงคล ถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติฯ

ส่วนภาคค่ำ ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป ที่ ศาลาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เทศบาลเมืองจันทบุรี ( ศาลากระต่าย ) ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายสามารถ ลอยฟ้า จะนำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ กลุ่มพลังมวลชน นักเรียน นักศึกษา พ่อค้า ประชาชน ร่วมในพิธีถวายเครื่องราชสักการะพานพุ่มเงิน – พุ่มทอง และพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล

จังหวัดจันทบุรีจึงขอเชิญชวนประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรีทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 12 สิงหาคม 2557 ณ ศาลาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เทศบาลเมืองจันทบุรีโดยพร้อมเพรียงกัน และขอเชิญประชาชนร่วมประดับตกแต่งธงชาติและธงตราสัญลักษณ์ ตามหน่วยงาน อาคารบ้านเรือน ร้านค้า บริษัท ตลอดจนงดเว้นอบายมุข การเล่นการพนัน การฆ่าสัตว์ ทรมานสัตว์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ



จรัล บรรยงคเสนา /ภาพ/ข่าว ( 30 ก.ค.57 )
                 ธเนศ เธียรนันทน์/ตรวจข่าว 

ท.เมืองจันท์เร่งแก้ปัญหาจราจรติดขัดชั่วโมงเร่งด่วนหน้าสถานศึกษา

เทศบาลเมืองจันทบุรี ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรเมืองจั นทบุรี จัดระเบียบการจอดรถรับส่งนั กเรียนแก้ปัญหาการจราจรติดขั ดในชั่วโมงเร่งด่วน

ภายในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานศึกษาต่าง ๆ ทั้งระดับประถม และมัธยม ที่ผ่านมามีปัญหารถติดขัดเนื่องจากผู้ปกครองนำรถส่วนตัวรับส่งบุตรหลาน รวมทั้งรถรับส่งนักเรียนประจำที่จะเข้ามาส่งเด็กนักเรียนตามสถานศึกษา 4 โรงเรียน โรงเรียนเบญจมราชูทิศ โรงเรียนศรียานุสรณ์ โรงเรียนอนุบาลจันทบุรี และโรงเรียนสฤษดิเดชที่อยู่ใกล้กันและมีปัญหารถติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วนทั้งเช้า เย็น โดยเฉพาะวันที่มีฝนตก เทศบาลเมืองจันทบุรีร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองจันทบุรี ขนส่งจังหวัด และตัวแทนคณะครูจากโรงเรียน จึงได้ร่วมกันวางแผนแก้ไขปัญหาด้ านการจราจร ณ บริเวณถนนสายต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงโรงเรียน        

ทั้งนี้ถนนหน้าโรงเรียนดังกล่าวมี ช่องทางการจราจรเพียง 2 ช่อง พื้นผิวจราจรคับแคบ ประกอบกับผู้ปกครอง และรถรับส่งนักเรียนจอดบริเวณฟุ ตบาท และจอดในบริเวณห้ามจอดทำให้ การจราจรติดขัดยิ่งขึ้น  เพื่อให้การจราจรเป็นไปอย่ างคล่องตัว หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ร่วมกันแก้ไขปัญหาจั ดระเบียบการจอดรถรับส่งนักเรียน โดยดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ กองช่าง เทศบาลเมืองจันทบุรี ทาสีตีเส้นขอบฟุ ตบาททางเท้า ทุบช่องฟุตบาท เพื่อขยายช่องทางการจราจร  ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้รั บความสะดวกในการสัญจร และลดปัญหาการจราจรติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน



จรัล บรรยงคเสนา /ภาพ/ข่าว ( 30 ก.ค.57 )

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามเพื่อติดตามการดำเนินงานศูนย์ดำรงธรรมระดับจังหวัด

วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 นายวิบูลย์ สวงนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชลบุรี ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยมีนายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้การตอนรับ

ปลัดกระทรวงมหาไทย นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชลบุรี ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่ในการรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ ให้บริการข้อมูลข่าวสาร ให้คำปรึกษารับเรื่องปัญหาความต้องการ และข้อเสนอแนะของประชาชนสามารถให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่งถึง นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชลบุรี ได้มีการจัดตั้งขึ้นที่ศาลากลางจังหวัดชลบุรี และเปิดให้บริการประชาชนอย่างเป็นทางการไปแล้ว ในรูปแบบศูนย์บริการร่วมโดยในระยะแรกมีบริการ 5 เรื่อง ได้แก่ เรื่องการให้บริการข้อมูลข่าวสารและให้คำปรึกษา การให้บริการรับเรื่อง – ส่งต่อ (Service Link) การให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) การรับเรื่องราวร้องเรียน ร้องทุกข์ และการรับเรื่องปัญหาความต้องการและข้อเสนอแนะของประชาชน

สำหรับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชลบุรี ได้ตั้งอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดชลบุรี แล้ว ยังได้จัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมระดับอำเภอ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสาร หรือร้องเรียน ร้องทุกข์ ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง นอกจานี้ในช่วงบ่ายปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเมืองชลบุรี และอำเภอบางละมุงอีกด้วย

นายวิบูลย์ สวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การตรวจเยี่ยมศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชลบุรี ในวันนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของ ศูนย์ดำรงธรรม ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีประกาศให้ทุกจังหวัดจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมขึ้น ซึ่งภายหลังมีประกาศดังกล่าว กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ทุกจังหวัดดำเนินการาจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมระดับจังหวัด ขึ้น ณ ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่ที่จังหวัดเห็นสมควรเพื่อความสะดวกแก่ประชาชนที่มาติดต่อขอรับบริการ ซึ่งขณะนี้ทุกจังหวัดได้ดำเนินการไปแล้ว โดยในส่วนกลางได้กำหนดจัดตั้งขึ้นที่ศูนย์บริการประชาชนวังไชยา (นางเลิ้ง) ซึ่งจะเปิดทำการอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 สิงหาคม 2557 นี้

อย่างไรก็ดี ในวันนี้ได้เน้นย้ำจังหวดได้พัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการต่างๆ ให้เป็นไปตามแนวทางที่กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดไว้ทั้งเรื่องโครงสร้างของศูนย์ดำรงธรรม การปฏิบัติงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ประชาชน รวมทั้งการขยายการจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมลงไปสู่ระดับอำเภอในลักษณะเช่นเดียวกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อให้การดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน และเป็นไปตามนโยบาย คสช. ต่อไป



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

ชลบุรี จัดการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือน กรกฎาคม 2557

วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานประชุม พร้อมด้วย นายวรวิทย์ สายสุพัฒน์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และนายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด หัวหน้าหน่วยงานส่วนกลาง นายอำเภอทุกอำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายกเมืองพัทยา นายกเทศมนตรี และหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจจังหวัดชลบุรี เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชลบุรี ศาลากลางจังหวัดชลบุรี

จังหวัดชลบุรี ได้จัดการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ เป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน และองค์กรปกครองท้องถิ่นช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนชาวชลบุรี โดยมีนายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานประชุม พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดชลบุรี เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพียงกัน ในการประชุมแต่ละครั้งได้มีการออกอากาศ ทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดชลบุรี ทางFM 99.75 เมกกะเฮิร์ต และทางเคเบิล CTV ชลบุรีทางช่อง 20 ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป

สำหรับการประชุมในวันนี้ นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ประธานในที่ประชุม ได้แจ้งในที่ประชุมทราบหลายเรื่องเริ่มที่การจัดงานมหากรรมคอนเสิร์ต คืนความสุขให้คนในชาติ จังหวัดชลบุรี ส่วนกิจกรรมภายในงานประกอลบด้วยการจัดนิทรรศการรณรงค์การรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  กิจกรรมสินค้าราคาพิเศษ เช่น ธงฟ้าราคาประหยัด จากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สินค้าโอท๊อป กิจกรรมปลดหนี้ พร้อมด้วยบูธบริการประชาชน เช่น ตรวจสุขภาพ ตัดผมฟรี การฉายภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ส่วนบนเวทีเป็นการแสดงคอนเสิร์ตจากรายการเวทีไท ซึ่งจะทำการถ่ายทอดสดทางช่อง 11 (NBT) ส่วนเรื่องต่อมาเป็นการรายงานแผนพัฒนาเครือยขายการขนส่งและระบบบริหารขนส่งสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นที่หน้ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 4,200 กว่าล้านบาท ดำเนินการซ่อมบำรุงทาง 6 เส้นทางหลักในระยะเวลา 3 ปี และยังได้จัดสรรงบประมาณอีก 200 กว่าล้านบาท ให้กับเทศบาลเมืองบ้านสวน เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ่ำซาก ส่วนเรื่องต่อมาเป็นการเฝ้าระวังโรคในช่วงฤดูฝน (โรคไข้หวัดโคโรนา 2009) และเรื่องสุดท้ายเป็นภารกิจและแผนงาน โครงการของสำนักงานพื้นที่พิเศษเมืองพัทยา และพื้นที่เชื่อมโยง (สพพ.3) ตามที่รัฐบาลได้จัดตั้ง องค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ขึ้นเป็นองค์การมหาชน เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานในการกำหนดนโยบาย และแผนการบริหารการพัฒนาในพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รวมถึงการประสานหน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น และประชาชน เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป

นอกจากนี้ในที่ประชุมได้แนะนำหัวหน้าส่วนราชการที่ย้ายมาอยู่ใหม่ ได้แก่ นายอำนาจ ปรัชญาพันธ์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางชลบุรี ย้ายไปดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกรม สังกัดสำนักผู้ตรวจราชการกรม กรมราชทัณฑ์



ปริญญา/ข่าว/ภาพ

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

จังหวัดสระแก้ว จัดพิธีมอบทุนสนับสนุนการศึกษาแก่เด็กออทิสติกและเด็กพิการในมูลนิธิคุณพุ่ม ประจำปี 2557

วันนี้ (29 ก.ค.) ที่ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสระแก้ว นายชูศักดิ์  ตรีสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นผู้แทนพระองค์ในพิธีมอบทุนการศึกษามูลนิธิคุณพุ่มแก่เด็กออทิสติกและเด็กพิการในจังหวัดสระแก้ว จำนวน 103 ทุน ๆ ละ 5,000 บาท เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 515,000 บาท โดยศูนย์การศึกษาพิเศษจังหวัดสระแก้วนำผู้ปกครองเด็กออทิสติกและเด็กพิการ เข้ารับทุนการศึกษาจากพระรูปของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีพร้อมทั้งมอบสื่อสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อบริการและความช่วยเหลืออื่นๆในด้านทางการศึกษา

สืบด้วยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีที่ทรงเข้าใจในฐานะพระมารดาที่ดูแลเอาใจใส่และพัฒนาการเรียนรู้ของพระโอรสอย่างใกล้ชิด ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ผู้ประทานกำเนิดมูลนิธิคุณพุ่ม ทรงเล็งเห็นว่าบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้หรือบุคคลออทิสติกยังไม่ได้รับโอกาสอย่างทั่วถึง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าประทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นเงินทุนเริ่มสำหรับจดทะเบียนก่อตั้งเป็นมูลนิธิคุณพุ่มทะเบียนเลขที่ กท 1410 เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2548 เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงคุณพุ่ม พระโอรสในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดีและทรงมีพระเมตตาประทานทุนให้เด็กที่เรียนในระบบ เด็กที่ขาดโอกาสเรียน เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษประเภทออทิสติก สติปัญญาและเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ ซึ่งมีฐานะยากจนเพื่อการดำรงชีวิตต่อไป

หอการค้าจังหวัดระยอง ขอเชิญร่วมพิธีเปิดศูนย์ SMEs Clinic (ศูนย์ให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ)

นางอนุชิดา ชินศิรประภา ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง แจ้งกับประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง ว่า ด้วยหอการค้าจังหวัดระยอง ได้ดำเนินโครงการจัดตั้งศูนย์ SMEs Clinic (ศูนย์ให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาในการประกอบธุรกิจแก่สมาชิกหอการค้า ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง และการเจริญเติบโต ของผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs

หอการค้าจังหวัดระยอง ขอเรียนเชิญได้เข้าร่วมพิธีเปิดศูนย์ SMEs Clinic หอการค้าจังหวัดระยอง ในวันพฤหัสบดีที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๙.๔๕ น. ณ. สำนักงานหอการค้าจังหวัดระยอง หอการค้าจังหวัดระยอง จึงใคร่แจ้งให้ทราบและขอขอบคุณล่วงหน้ามา ณ. โอกาสนี้

ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดระยอง (กรอ.จังหวัดระยอง)

29 ก.ค.57 เวลา 10.00 น. นายธานี สามารถกิจ ผวจ.ระยอง ประธานประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดระยอง (กรอ.จังหวัดระยอง) โดยมี นายวราวุธ ปิ่นเงิน รอง ผวจ.ระยอง คณะกรรมการภาครัฐและเอกชนร่วมประชุม ณ ห้องศรีสมุทโภคไชย ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง ซึ่งวาระเพื่อพิจารณาได้แก่ สถานการณ์น้ำประปาในพื้นที่จังหวัดระยอง/ปัญหาการวางและจัดทำผังเมืองจังหวัดระยอง/ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานทางถนนไม่สามารถรองรับการจราจร/การแจ้งเหตุกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดระยอง/โครงการจัดทำศูนย์ข้อมูลครบวงจรของโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้จังหวัดจัดประชุม กรอ.จังหวัด อย่างสมำเสมออย่างน้อย 2 ครั้งต่อ 1 เดือน พร้อมเสนอปัญหาและอุปสรรค ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ในระดับจังหวัด รวมถึงข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่ไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อเสนอ กรอ.ส่วนกลางต่อไป



สวรส/ข่าว

กำนัน – ผู้ใหญ่บ้านจันทบุรีเตรียมจัดกิจกรรมวิถีประชาธิปไตย สร้างความปรองดอง สมานฉันท์

สมาคมกำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดจันทบุรีเตรียมจัดกิจกรรมวิถีประชาธิปไตย สร้างความปรองดอง สมานฉันท์ เดินหน้า คืนรอยยิ้ม สร้างความสุขให้ชุมชน

วันนี้ ( 29 ก.ค.57 ) ที่ห้องประชุมสมาคมกำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดจันทบุรี ชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอเมืองจันทบุรี สมาคมกำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดจันทบุรี ได้ประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมเพื่อเดินหน้าโครงการวิถีแบบประชาธิปไตยเพื่อสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ สร้างความเข้มแข็งชุมชนโดยมีนายกิจวัตร สวาสดิ์ หรือกำนันจิ๋ว นายกสมาคมกำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน เป็นประธานการประชุมซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบดำเนินโครงการในวันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม 2557 ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นโครงการที่ได้งบประมาณสนับสนุนจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรีมาดำเนินโครงการรวม 2 ล้านบาท โดยการเปลี่ยนแปลงแผนการดำเนินงานจากโครงการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มาเป็นโครงการปรองดองสมานฉันท์ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา สมาคมกำนัน – ผู้ใหญ่บ้านจังหวัดจันทบุรี ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี รวมปีละ 13 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้ทางสมาคมฯ ได้ดำเนินโครงการกิจกรรมที่ 1 และกิจกรรมที่ 2 คือ โครงการชุมชนพัฒนาอาชีพเข้มแข็งห่างไกลยาเสพติดชุมชนอยู่อย่างยั่งยืนสู่ประชาคมอาเซียน และรวมพลังชุมชนสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวคิด 3 ว. คือ วิถีคิด วิถีการดำรงชีวิต และวิถีพอเพียงแล้วเสร็จทั้ง 2 กิจกรรมซึ่งเป็นการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า สร้างความมั่นคง ผาสุกแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยมีกำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ สารวัตรกำนัน และคณะกรรมการหมู่บ้านรวม 11,000 คนเป็นกลไกในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ และวาระ จันทบุรีเมืองแห่งความสุข สุขทุกวันที่จันทบุรี 



จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 29 ก.ค. 57 )       

จันทบุรี แถลงข่าวเตรียมจัดกิจกรรมรวมพลคนรักแม่ สร้างสรรค์ สมานฉันท์ อุ่นรักบนตักแม่

สมาคมสตรีอาสาพัฒนาจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ อบจ. สภาเด็กและเยาวชนจันทบุรีแถลงข่าวเตรียมจัดกิจกรรม "รวมพลคนรักแม่ สร้างสรรค์ สมานฉันท์” เปิดเวทีให้เด็ก เยาวชนแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ กตัญญูสำนึกรักแม่ สร้างความอบอุ่นแก่ครอบครัว

ที่ห้องทับทิมสยาม ศูนย์ราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี สมาคมสตรีอาสาพัฒนาจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดจันทบุรี ได้ร่วมกันแถลงข่าว การจัดงาน"รวมพลคนรักแม่ สร้างสรรค์ สมานฉันท์”โดยกำหนดจัดงานในวันที่ 7 สิงหาคม 2557 ณ ศาลาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เทศบาลเมืองจันทบุรี ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 15.00 น. เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สร้างพลังแห่งความรักแม่ก่อให้เกิดสำนึกที่ดีของลูก เกิดการพัฒนาตนเองในการสร้างคุณงามความดีกระทำตนเป็นบุคคลที่ดีของสังคมส่งผลให้สังคมเกิดความสุข เป็นการบูรณาการหลอมรวมระหว่างองค์กรสตรีกับสภาเด็กและเยาวชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีกิจกรรมถวายพระพร นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ มอบประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติแม่ต้นแบบ กิจกรรมสร้างความกตัญญู อุ่นรักบนตักแม่ การแสดงของเด็กและเยาวชน ชุดแม่ลูกสัมพันธ์ สุขสันต์วันรักแม่ การแสดงชุดแม่...แม่...แม่   รวมทั้งกิจกรรมสร้างความรัก ความสมานฉันท์ขององค์กรสตรีในจังหวัดจันทบุรี




จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 29 ก.ค. 57 ) 
                     ธเนศ  เธียรนันทน์/ตรวจข่าว 


   

ผู้ว่าฯ ชลบุรี จัดการประชุมเตรียมพร้อมจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรม

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานในการจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชลบุรี ณ ห้องประชุมชลบุรี ศาลากลางจังหวัดชลบุรี ชั้น3 อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 96/2557 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2557 เรื่อง การจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรม ให้จังหวัดจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมขึ้น เพื่อทำหน้าที่ในการรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ ให้บริการข้อมูลข่าวสาร ให้คำปรึกษารับเรื่องปัญหาความต้องการและข้อเสนอแนะของประชาชน และทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการร่วมตามมาตรา 32 แห่งประราชกฤษฏีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 โดยจัดตั้งขึ้น ณ ศาลากลางจังหวัดหรือสถานที่อื่นตามที่เห็นสมควร และประกาศให้ประชาชนทราบทั่วกัน

นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชลบุรีขึ้น จึงได้อาศัยอำนาจตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชลบุรี ณ ศาลากลางจังหวัดชลบุรี และแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชลบุรี และคณะทำงานชุดปฏิบัติการศูนย์ฯ ซึ่งมีผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 1 และอัยการจังหวัดชลบุรี เป็นคณะที่ปรึกษาศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชลบุรี ส่วนคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชลบุรี มีผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานกรรมการ มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ทุกท่านเป็นรองประธานกรรมการ มีหัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงาน มีรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชลบุรี (ฝ่ายทหาร) และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีเป็นกรรมการ มีหน้าที่กำกับดูแลและตรวจสอบการดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด คณะทำงานชุดปฏิบัติการ และศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 96/2557 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2557 ให้บริการรับเรื่องราวร้องทุกข์ทุกประเภทในจังหวัดชลบุรี และเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทุกเรื่อง ให้สำเร็จลุล่วงไปโดยเร็ว ตลอดจนให้บริการตามหลักการศูนย์ดำรงธรรม โดยมีการบริการ 5 เรื่อง (เช่น การบริการข้อมูลข่าวสารและให้คำปรึกษา การใช้บริการรับเรื่อง-ส่งต่อ (Service Link) การให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) การรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์และข้อมูลประกอบการร้องทุกข์ผ่านช่องทางเว็บไซต์สายตรงผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และการรับเรื่องปัญหาความต้องการและข้อเสนอแนะของประชาชน) และดำเนินการอื่นไดตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี มอบหมาย

นอกจากนี้ได้แต่งตั้งคณะทำงานชุดปฏิบัติการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชลบุรี โดยมีปลัดจังหวัดชลบุรี เป็นหัวหน้าคณะทำงาน มีหัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นคณะทำงาน มีหน้าที่เป็นชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจหรือหน่วยเคลื่อนที่เร็วให้ความช่วยเหลือเรื่องสำคัญเร่งด่วน ในการแก่ไขปัญหาของประชาชนตามที่ร้องเรียนหรือร้องทุกข์ ปฏิบัติงานและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าและทรัพยากรธรรมชาติการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ การคุ้มครองป้องกันและช่วยเหลือประชาชนผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับความเป็นธรรม การบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในสังคมและสามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนให้เสร็จสินอย่างรวดเร็ว รางงานผลการดเนินการตามข้อ1) และข้อ2) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีทราบ และดำเนินการอื่นใดตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี มอบหมาย

อย่างไรก็ตามผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้ให้อำเภอทุกอำเภอจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมระดับอำเภอ โดยมีคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ดำรงธรรมอำเภอและคณะทำงานเฉพาะกิจของอำเภออีกด้วย




ปริญญา/ข่าว/ภาพ  

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จัดกิจกรรม “มหกรรม พม.ร่วมสร้าง พลังรักประเทศไทย” ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา

วันนี้ (28 ก.ค. 57) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ร่วมกันจัดกิจกรรม พม.ร่วมสร้าง พลังรักประเทศไทย  ณ วัดสามกอ ตำบลสิบเอ็ดศอก อำเภอบ้านโพธิ์  จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีนาย เดชา ใจยะ ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ  นักเรียน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานกว่า 700 คน   ภายในงานมีกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี มีความสำนึกความเป็นพลเมือง และร่วมสร้าง พลังรักประเทศไทย ได้แก่ ร่วมร้องเพลง "ใต้ร่มธงไทย”   การแสดงชุด บายศรีสู่ขวัญ และรำกลองยาว จาก นักเรียนโรงเรียนวัดสามกอ  การเสวนาในหัวข้อเรื่อง "ประชาชนคนไทยจังหวัดฉะเชิงเทราจะมีส่วนร่วมสร้างความสุขในสังคมได้อย่างไร”  การแสดงดนตรี   และ รำมวยไทย (To Be Number One  นอกจากนี้มีการจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาถูก  การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP พร้อมทั้งมีการมอบทุนการศึกษา มอบเครื่องอุปโภค-บริโภค และมอบเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้ยากไร้อีกด้วย

ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า การจัดกิจกรรม "มหกรรม พม. ร่วมสร้างพลังรัก ประเทศไทย ”ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และภาคีเครือข่ายในวันนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อมุ่งหวังให้สังคมไทยเป็นสังคมที่สงบสุข สมานฉันท์ ปราศจากการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา มีความจงรักภักดีต่อ สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รวมทั้งมุ่งเน้นการพัฒนา เพื่อเสริมสร้างรากฐานความมั่งคงทางสังคม ให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนสร้างศักยภาพในเชิงการแข่งขันและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล



ชาญณรงค์/ข่าว
ธนภัทร/ภาพ

ขยายเวลาจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จถึงวันที่ 31 สิงหาคม นี้

นายธานี  สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดระยองได้ประกาศจัดตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงวานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อให้นายจ้างในพื้นที่จังหวัดระยองนำแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ลาวและกัมพูชา ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการอนุญาตสิ้นสุดแล้วมาจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวรงงานต่างด้าว ณ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติตากสินระยองภายในสนามกีฬากลางจังหวัดระยอง ถนนสุขุมวิท ตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ตั้งแต่วันที่ 7—30 กรกฎาคม 2557 เวลา 08.30 น เป็นต้นไป ไม่เว้นวันหยุดราชการ เนื่องจากมีนายจ้าง ในพื้นที่จังหวัดระยองมายื่นความประสงค์ขอจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถดำเนินการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ ออกไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม ไม่เว้นวันหยุดราชการ (เว้นวันที่ 12 สิงหาคม 2557) จังหวัดระยองจึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนประชาสัมพันธ์ ไปยังผู้ประกอบการทราบโดยทั่วกัน



สวรส/ข่าว

กรมการข้าว กระทรวงเกษตรสหกรณ์ จัดงานวันรณรงค์เก็บเกี่ยวข้าวที่จังหวัดระยอง ชวนชาวบ้าน ลงเกี่ยวข้าวในแปลงสาธิต

กรมการข้าว กระทรวงเกษตรสหกรณ์ จัดงานวันรณรงค์เก็บเกี่ยวข้าวที่จังหวัดระยอง ชวนชาวบ้าน ลงเกี่ยวข้าวในแปลงสาธิต พร้อมจัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมุกราชกุมาร ไปให้บริการ และคำปรึกษากับเกษตรกรในพื้นที่ด้วย เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 28 ก.ค. ที่แปลงสาธิตการปลูกข้าวด้วยเทคโนโลยีการลดต้นทุนการผลิต หมู่ 4 ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง นายไชยวัฒน์ วัฒนไชย ที่ปรึกษาอธิบดีกรมการข้าว เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานวันรณรงค์สาธิตการเก็บเกี่ยวข้าว ตามโครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริจังหวัดระยอง ปี 2557 ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยที่ปรึกษาอธิบดีกรมการข้าว ได้ร่วมกับข้าราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชาวบ้านในพื้นที่ ลงเกี่ยวข้าวในแปลงสาธิตฯ เพื่อจะได้นำเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้ไปแจกจ่ายให้กับเกษตรกรผู้สนใจด้วย นอกจากนี้ยังจัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมุกราชกุมาร ไปให้บริการ และคำปรึกษากับเกษตรกรในพื้นที่ด้วย  
 
นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า การถ่ายทอดความรู้และวิทยาการการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธ์ดีสู่เกษตรกรในพื้นที่ เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนในเรื่องของการลดต้นทุนการผลิตข้าว โดยแปลงนาสาธิตของโครงการฯ ได้แสดงให้เห็นถึงการเก็บตัวอย่างการปลูกข้าวด้วยวิธีการต่างๆ สามารถลดต้นทุน ตั้งแต่ลดการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าว การจัดการด้านแรงงาน ลดสารเคมีทางการเกษตรด้วย นายไชยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันกรมการข้าวมีนโยบายเร่งด่วนที่จะช่วยเหลือชาวนาที่ประสบปัญหาด้านรายได้เนื่องจากข้าวมีราคาเกวียนละ 6,000 – 7,000 บาท โดยได้ปรับลดราคาเมล็ดพันธุ์ข้าวนาปีและนาปรัง กิโลกรัมละ 4 บาท ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นอกจากนั้น กรมการข้าวได้มีคำสั่งแต่งตั้ง "ข้าวจังหวัด” เพื่อดำเนินการตามภารกิจกรมฯ ภายในจังหวัดให้มีประสิทธิภาพ มีเอกภาพ เป็นการช่วยเหลือและรักษาผลประโยชน์ของชาวนาในจังหวัด อย่างไรก็ตาม กรมการข้าวยังมีโครงการส่งเสริมและพัฒนาชาวนา โดยสนับสนุนให้ชาวนารวมกลุ่ม เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีมาตรฐานได้ด้วยตนเอง ภายใต้โครงการศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อไว้ใช้เองและจำหน่ายในชุมชนและบริเวณใกล้เคียง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกิดกับชุมชนอย่างยั่งยืน



วฐิต/ข่าว

นพค. 14 ร่วมประชาชน ต.ด่านชุมพล อ.บ่อไร่ จัดกิจกรรมปลูกหญ้าแฝก ปล่อยพันธุ์ปลา เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ

(27 ก.ค. 57) บริเวณอ่างเก็บน้ำโรงเรียนบ้านป้องกันตนเอง พ.อ.นพดล ปิ่นทอง ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 14 สำนักงานภาค1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาพร้อมด้วยกำลังพลเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลด่านชุมพล ข้าราชการในท้องที่ ผู้นำหมู่บ้าน ประชาชนนักเรียนโรงเรียนบ้านป้องกันตนเอง หมู่ 8 บ้านด่านชุมพล อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด รวมกว่า 300 คน ร่วมปลูกหญ้าแฝก จำนวน 20,0000 ต้น และปล่อยพันธุ์ปลา ได้แก่ ปลานิล ปลาไน ตะเพียน ปลานวลจันท์ และปลายี่สก จำนวน 30,000 ตัว ลงสู่บริเวณอ่างเก็บน้ำโรงเรียนบ้านป้องกันตนเอง

พ.อ.นพดล ปิ่นทอง กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างกิจกรรมปรองดอง สมานฉันท์ ของประชาชนในพื้นที่ตามนโยบายของ(คสช.) โดยใช้กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติมามีส่วนร่วมสร้างความปรองดองสามัคคีให้กับประชาชน

ชาวมุสลิม จ.ตราดร่วม พิธีออกบวชของชาวมุสลิม หลังจากถือศีลอดหรือเทศกาลรอมฎอน

(28 ก.ค. 57) ที่มัสยิดเราฎอตุ๊ลญีนาน ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมืองตราด ชาวมุสลิมในพื้นที่จังหวัดตราด ได้พากันมาร่วมพิธีละหมาด และพิธีออกบวช โดยมีชาวมุสลิมทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ทุกวัยไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ หนุ่มสาว เด็กและเยาวชนจำนวนมากเดินทางพร้อมกันที่มัสยิดแห่งนี้

นายอภิชาติ บันเดวอ ครูสอนศาสนาอิสลาม กล่าวว่า หลังจากที่ชาวมุสลิมได้ประกาศถือศีลอดหรือเทศกาลรอมฏอน เป็นเวลา 1 เดือนเต็ม ทำให้พี่น้องชาวมุสลิมอดทนต่อการไม่ประกอบความชั่วร้ายทุกชนิด ปฏิบัติตามคำสอนของศาสนาอิสลามหรือของพระผู้เป็นเจ้าอย่าเคร่งครัด ที่สำคัญได้อดทนต่อความหิวโหย เพื่อให้ได้ลิ้มรสชาติของความหิวโหยด้วยตัวเอง จะได้มีห้วงแห่งความคำนึงคิดถึงพี่น้องคนยากจนที่หิวโหยว่าจะมีความรู้สึกเป็นเช่นไร เมื่อความหิวเข้ามาประดัง เมื่อได้สัมผัสกับความหิว ความทุกข์ยากจากการอด จะได้เกิดความรู้สึกมีเมตตาคิดที่จะเผื่อแผ่คนยากจนหรือคนด้อยโอกาสกว่า เป็นสิ่งสำคัญของการถือศีลอดของชาวมุสลิมเป็นเวลา 1 เดือนเต็มของชาวมุสลิม ถือเป็นบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ของจิตใจอย่างหนึ่ง การเข้าพิธีละหมาด และพิธีออกบวช ถือเป็นการแสดงความยินดี และความรื่นเริงสำหรับทุกคนที่ผ่านการถือศีลอดในเดือนรอมฏอนที่ผ่านมา

กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลน จ.ตราด ประชาชนร่วมปลูกป่าเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2557

(28 ก.ค. 57) ที่ศาลาประจำหมู่บ้านธรรมชาติล่าง หมู่ที่ 6 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด นายวิธร จันทุมา ประธานกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนจังหวัดตราด กลุ่มเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลและชายฝั่ง ทหารนาวิกโยธิน เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ กองกำกับการตำรวจน้ำแหลมงอบ ผู้นำในท้องถิ่น นักเรียนนักศึกษา ร่วมกิจกรรมปล่อยปูดำคืนธรรมชาติจำนวน 999 ตัว พร้อมปลูกป่าโกงกางจำนวน 1,582 ต้น บนเนื้อที่จำนวน 2 ไร่ บริเวณป่าชายเลน คลองตาหลี หมู่ที่ 6 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตรา โดยได้รับการสนับสนุนพันธุ์กล้าไม้โกงกางทั้งหมดจากสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 4 (บ้านน้ำเชี่ยว)

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ "ประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษามหาราชินี” เป็นโครงการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2557 โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่าครั้งนี้มาจากหลากหลายอาชีพมีทั้ง เจ้าหน้าที่ทหารนาวิกโยธิน เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ กองกำกับการตำรวจน้ำแหลมงอบ ผู้นำในท้องถิ่น นักเรียนนักศึกษา และเด็กๆในหมู่บ้าน ต่างมาร่วมกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน และยังเป็นการปลูกฝังให้เยาวชนได้ใกล้ชิดธรรมชาติมีความรู้ความเข้าใจในระบบนิเวศของป่าชายเลน เพื่อให้เด็กเหล่านี้โตขึ้นไปเป็นกำลังหลักในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้สืบต่อไป

จ.ตราด จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์นพเคราะห์ และพิธีสืบดวงชะตา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 62 พรรษา 28 กรกฎาคม 2557

(28 ก.ค. 57) นายณรงค์ ธีรจันทรางกูร รอผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์นพเคราะห์ และพิธีสืบดวงชะตา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 62 พรรษา 28 กรกฎาคม 2557 ซึ่งจังหวัดตราด โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดตราดร่วมกับคณะสงฆ์ในจังหวัดตราด และเครือข่ายทางวัฒนธรรม ร่วมกันจัดขึ้น ที่วัดสุวรรณมงคล ตำบลหนองเสม็ด อำเภอเมืองตราด

นางดวงจันทร์ สุขวิลัย วัฒนธรรมจังหวัดตราด กล่าวว่า การจัดพิธีในครั้งนี้เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 62 พรรษา 28 กรกฎาคม 2557 เป็นการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างวัญกำลังใจให้กับพุทธศาสนิกชนที่อยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภารได้แสดงออกถึงความจงรักภักดี ให้สังคมเกิดความร่มเย็นและสันติสุข สำหรับการสวดมนต์ หรือเจริญพระพุทธมนต์ มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลเพื่อเป็นการป้องกันภัยอันตราย ก่อให้เกิดความสุขสวัสดี เมื่อผู้สวดหรือเจริญพระพุทธมนต์ สวดด้วยความเคารพพร้อมแผ่เมตตาขอให้อานุภาพพระปริตรจงคุ้มครองรักษาทุกเมื่อ แล้วทำใจให้สงบเป็นสมาธิแน่วแน่ก็จะทำให้พระปริตรมีพลังและอานุภาพยิ่งขึ้น ตามโบราณประเพณี เมื่อบุคคลอันเป็นที่เคารพนับถือมีอายุครบปีนักษัตร หรือรอบปีที่เป็นวาระสำคัญ ควรที่จะมีการบำเพ็ญกุศลครั้งใหญ่ เพื่อให้เกิดความเป็นศิริมงคล ปราศจากโรคาพยาธิ มีความเจริญรุ่งเรือง อันเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที ซึ่งเป็นเครื่องหมายคนดีตามหลักพระพุทธศาสนา หน่วยงานที่เกี่ยวของจึงได้จัดพิธีครั้งนี้ขึ้นในครั้งนี้

เกิดเหตุพายุพัดกระหน่ำในเขตอำเภอเมืองตราด ทำให้หลังคาอัฒจันทร์ฝั่งกระถางคบเพลิงสนามกีฬากลางจังหวัดตราดพังทั้งแถบ

(28 ก.ค. 57) จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างกำลังแรง ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน อ่าวไทย และประเทศไทย ส่งผลกระทบให้ช่วงเย็นที่ผ่านมา เกิดฝนตก ลมแรง ในหลายจุดของพื้นที่จังหวัดตราด จากอิทธิพลดังกล่าวทำให้หลังคาอัฒจันทร์ฝั่งกระถางคบเพลิงสนามกีฬากลางจังหวัดตราด ที่เป็นหลังคาเมทัลชีทพร้อมด้วยโครงเหล็กหลังคาพังถล่มลงมาทั้งแถบ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจึงได้ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาดังกล่าว

นายอยุธ บางหลวง ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดตตราด พร้อมด้วยสิบเอกพิเชษฐ์ กัณกาศ ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดตราด และเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด เข้าตรวจสอบความเสียหายจากเหตุดังกล่าว ในขณะที่เจาหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดตราดได้เร่งด้เนินการตัดกระแสไฟฟ้า พร้อมซ่อมแซมระบบสายส่ง

สิบเอกพิเชษฐ์ กัณกาศ ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดตราด กล่าวว่า เหตุดังกล่าวได้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาโดยลมพายุหมุนที่มีกำลังแรงได้พัดกระหน่ำ มาจากทิศทางด้านหน้าสนามกีฬากลางจังหวัดตราด แรงลมทำให้หลังคาอัฒจันทร์เกิดการยกตัว และพังถล่มลงมาทั้งแถบ พร้อมทั้งทับแผงควบคุมระบบไปส่องสว่างของสนามกีฬากลางจนได้รับความเสียหาย โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่กองช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดตราดได้เข้ามาสำรวจความเสียหายแล้วอยู่ระหว่างการเมินราคาความเสียหายทั้งหมดต่อไป

จันทบุรี จัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์อำนวยความสะดวกเกษตรกร

จังหวัดจันทบุรีจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ มีเกษตรกรร่วมงานคับคั่ง

วันนี้ ( 28 ก.ค.57 ) ที่ลานขนถ่ายสินค้า ศูนย์ราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดกิจกรรม โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ประจำปี 2557ซึ่งจังหวัดจันทบุรีเป็น 1 ใน 4 จังหวัดทั่วประเทศที่ได้รับเลือกจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดกิจกรรม โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ภาคตะวันออกมาออกหน่วยให้บริการแก่ประชาชน เกษตรกรทั้งในจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียงอย่างทั่วถึง โดยจังหวัดจันทบุรีถูกคัดเลือกให้เป็นจุดถ่ายทอดพิธีเปิดผ่าน สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ NBT เชื่อมต่อสัญญาณภาพจากจังหวัดลำปาง สุรินทร์ และสุราษฎร์ธานี โดยมีนายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมเยี่ยมชมการให้บริการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรที่ร่วมออกให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ

การจัดงาน "คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ” เป็นการแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ทรงมีความห่วงใยต่อเกษตรกรไทยและประชาชนในท้องถิ่นที่ห่างไกลจากการขอรับบริการจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเปิดให้บริการความรู้ พร้อมให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงการบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ และได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว ทั้งยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านวิชาการ และเทคโนโลยีการผลิตทางการเกษตรต่อประชาชน ตลอดจนช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าวิสาหกิจชุมชนจากอำเภอต่างๆด้วย

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการสาธิต การฝึกอาชีพ และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมาชิกโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯ ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นิทรรศการด้านการพัฒนาน้ำบาดาล เพื่อสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การประกวดผลผลิตทางการเกษตรและมหกรรมการจำหน่ายสินค้าคุณภาพจากวิสาหกิจชุมชนของจังหวัดจันทบุรี



จรัล บรรยงคเสนา/ภาพ/ข่าว ( 25 ก.ค. 57 ) 
                    ธเนศ  เธียรนันทน์/ตรวจข่าว